Archives 2025

ม.นเรศวร เสริมสร้างความตระหนักรู้ด้านสุขภาวะจิตของนิสิต ด้วยการดูแลเชิงรุก

วันจันทร์ที่ 4 สิงหาคม 2568 งานกิจการนิสิตและศิษย์เก่าสัมพันธ์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรมอบรมหัวข้อ “เสริมสร้างความตระหนักรู้ด้านสุขภาวะจิตของนิสิต” เพื่อพัฒนาความรู้ ความเข้าใจ และแนวทางดูแลนิสิตในมิติด้านอารมณ์ จิตใจ และพฤติกรรมอย่างเหมาะสม

กิจกรรมดังกล่าวสะท้อนการดำเนินงาน เชิงรุก ของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และสนับสนุนนิสิตให้เข้าถึงการดูแลด้านสุขภาพจิตได้อย่างทันท่วงที โดยมุ่งสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ปลอดภัย เข้าใจความแตกต่าง และเอื้อต่อการใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย

ในการนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สัญญา เครือหงษ์ รองคณบดีฝ่ายกิจการนิสิตและศิษย์เก่าสัมพันธ์ คณะวิทยาศาสตร์ กล่าวต้อนรับวิทยากรและผู้เข้าร่วมอบรม พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของสุขภาวะจิตในฐานะพื้นฐานสำคัญของการเรียนรู้ การดำเนินชีวิต และการพัฒนาศักยภาพนิสิตอย่างรอบด้าน

การอบรมได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิจากมหาวิทยาลัยมหิดล ได้แก่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์สมบูรณ์ หทัยอยู่สุข อาจารย์ประจำสาขาวิชาจิตเวชเด็กและวัยรุ่น ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล คุณแกมแก้ว โบษกรนัฏ นักจิตวิทยา กองกิจการนักศึกษา และคุณกุณฑลีพร ศรีจันทร์ นักกิจกรรมบำบัด ศูนย์บูรณาการคลินิกเด็กและวัยรุ่น สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว

ภายในกิจกรรมมีการบรรยายและการฝึกปฏิบัติ เพื่อเสริมทักษะการสังเกต การสื่อสาร และการให้คำปรึกษาแก่นิสิตอย่างเหมาะสม รวมทั้งกิจกรรม “Perspective Shift” ที่ช่วยสร้างความเข้าใจต่อความหลากหลายของนิสิต และกิจกรรม “Simulation Teaching for All” ซึ่งส่งเสริมทักษะการสื่อสาร การสอน และการดูแลแบบองค์รวม

องค์ความรู้จากการอบรมช่วยให้บุคลากรสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการดูแลนิสิตได้อย่างใกล้ชิดและมีประสิทธิภาพ อันเป็นการสร้างเครือข่ายการสนับสนุนภายในมหาวิทยาลัย เพื่อช่วยให้นิสิตได้รับคำแนะนำหรือความช่วยเหลือได้อย่างเหมาะสมตามบริบทของแต่ละบุคคล

การดำเนินงานครั้งนี้จึงเป็นอีกกลไกสำคัญในการ พัฒนาสุขภาวะจิตที่แข็งแรง ควบคู่กับการเสริมสร้างความรู้และทักษะแก่ผู้ดูแลนิสิต โดยอาศัยความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยนเรศวรและผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันภายนอก เพื่อยกระดับการดูแลนิสิตให้มีความต่อเนื่องและครอบคลุม

มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาวะจิตของนิสิตในเชิงป้องกันและส่งเสริม เพื่อให้นิสิตมีความพร้อมทั้งด้านการเรียนรู้ การใช้ชีวิต และการเติบโตเป็นบัณฑิตที่มีคุณภาพในสังคม

ม.นเรศวร ถ่ายทอดองค์ความรู้การศึกษาความเหมาะสมระบบไมโครกริดแก่ กฟภ. 12 เขต สนับสนุนการพัฒนาพลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน

วันอังคารที่ 5 สิงหาคม 2568 วิทยาลัยพลังงานทดแทนและสมาร์ตกริดเทคโนโลยี (SGtech) มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการและ ถ่ายทอดองค์ความรู้ ด้านการศึกษาความเหมาะสมของระบบไมโครกริด (Feasibility Study) ให้แก่คณะทำงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) จากทั้ง 12 เขตทั่วประเทศ โดยดำเนินกิจกรรมระหว่างวันที่ 5–7 สิงหาคม 2568 ณ วิทยาลัยพลังงานทดแทนและสมาร์ตกริดเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการประเมินความเหมาะสมของการพัฒนาระบบไฟฟ้าในระดับพื้นที่ ครอบคลุมการพิจารณาปัจจัยด้านเทคนิค เศรษฐศาสตร์ และการเงิน ควบคู่กับการฝึกใช้โปรแกรมประกอบการศึกษา เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานและสนับสนุนการวางแผนพัฒนาระบบพลังงานที่สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่

การฝึกอบรมครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้ โครงการศึกษาและจัดทำรายงานความคุ้มค่าในการพัฒนาไมโครกริดในพื้นที่ห่างไกลหรือพื้นที่ศักยภาพ ซึ่งมุ่งศึกษาทางเลือกในการพัฒนาระบบไฟฟ้า เพื่อลดต้นทุนการก่อสร้างหรือขยายระบบจำหน่ายไฟฟ้าของการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย การพิจารณาความเหมาะสมก่อนดำเนินโครงการเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้การตัดสินใจลงทุนมีข้อมูลรองรับ ทั้งในด้านความพร้อมทางเทคนิค ภาระค่าใช้จ่าย และประโยชน์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีข้อจำกัดในการขยายโครงข่ายไฟฟ้า ทั้งนี้ การวางแผนที่คำนึงถึงสภาพพื้นที่และความต้องการใช้พลังงานเป็นพื้นฐานของ การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่สามารถรองรับความต้องการของชุมชนได้อย่างเหมาะสมในระยะยาว

เนื้อหาการอบรมครอบคลุม แนวคิดและหลักการของระบบไมโครกริด (Microgrid) เพื่อให้คณะทำงานมีพื้นฐานความรู้สำหรับทำความเข้าใจระบบและพิจารณาแนวทางประยุกต์ใช้ในพื้นที่รับผิดชอบ การพัฒนาไมโครกริดเป็นทางเลือกหนึ่งในการจัดการพลังงานระดับพื้นที่ ซึ่งควรพิจารณาควบคู่กับความต้องการใช้ไฟฟ้า ทรัพยากรพลังงานที่มีอยู่ และข้อจำกัดในการดำเนินงานของแต่ละพื้นที่ ความเข้าใจในหลักการดังกล่าวจึงมีความสำคัญต่อการวิเคราะห์ทางเลือกและกำหนดแนวทางพัฒนาระบบที่เหมาะสม อีกทั้งยังเป็นพื้นฐานสำหรับการพิจารณาโอกาสในการใช้ พลังงานสะอาดและพลังงานทดแทน เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงพลังงานของประชาชน โดยคำนึงถึงความมั่นคงในการให้บริการ ความคุ้มค่าในการลงทุน และการดูแลระบบให้สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง

อีกหัวข้อสำคัญคือ การวิเคราะห์ความเหมาะสมด้านเทคนิค เศรษฐศาสตร์ และการเงิน ซึ่งช่วยให้การศึกษาระบบไมโครกริดครอบคลุมทั้งความเป็นไปได้ในการดำเนินงานและความคุ้มค่าของโครงการ การพิจารณาทั้งสามด้านร่วมกันเป็นพื้นฐานในการเปรียบเทียบทางเลือกการพัฒนาระบบไฟฟ้าอย่างรอบด้าน โดยการตัดสินใจควรคำนึงถึงความเหมาะสมของระบบกับพื้นที่ ต้นทุนที่เกี่ยวข้อง และประโยชน์จากการลงทุนตลอดระยะเวลาดำเนินงาน ความรู้ในส่วนนี้สามารถนำไปใช้ประกอบการจัดทำรายงานและข้อเสนอเชิงวิชาการ เพื่อให้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานมีเหตุผลและข้อมูลสนับสนุน ตลอดจนส่งเสริม การบริหารงบประมาณและทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดโอกาสการลงทุนที่ไม่สอดคล้องกับความต้องการ และสนับสนุนการวางแผนระบบพลังงานที่เหมาะสมกับการพัฒนาท้องถิ่น

นอกจากการเรียนรู้หลักการและแนวทางวิเคราะห์แล้ว ผู้เข้าร่วมยังได้รับความรู้เกี่ยวกับ การใช้โปรแกรมสำหรับจัดทำ Feasibility Study พร้อมฝึกปฏิบัติการใช้โปรแกรมจริง เพื่อเชื่อมโยงเนื้อหาทางวิชาการกับกระบวนการทำงาน การฝึกปฏิบัติเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้เครื่องมือประกอบการศึกษาความเหมาะสม และเตรียมความพร้อมสำหรับนำไปประยุกต์ใช้กับภารกิจของหน่วยงาน ทั้งนี้ ผลจากโปรแกรมควรพิจารณาร่วมกับข้อมูลพื้นที่และสมมติฐานที่ใช้ในการศึกษา เพื่อให้ข้อสรุปสามารถสะท้อนสภาพการดำเนินงานได้อย่างเหมาะสม การพัฒนาทักษะดังกล่าวจึงสนับสนุน การตัดสินใจบนพื้นฐานข้อมูล และเพิ่มความพร้อมของบุคลากรในการจัดทำรายงานความคุ้มค่า ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของการวางแผนพัฒนาระบบไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพและตอบสนองความต้องการของผู้ใช้พลังงาน

ในมิติความยั่งยืน การศึกษาความเหมาะสมของระบบไมโครกริดมีความเชื่อมโยงกับ การเข้าถึงพลังงานสะอาดอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะการพิจารณาทางเลือกสำหรับพื้นที่ห่างไกลหรือพื้นที่ที่มีศักยภาพในการพัฒนาระบบพลังงานของตนเอง หากมีการออกแบบและเลือกใช้แหล่งพลังงานที่เหมาะสม ระบบดังกล่าวอาจช่วยสนับสนุนการใช้พลังงานทดแทนและลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล ซึ่งเป็นแนวทางหนึ่งในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคพลังงาน อย่างไรก็ตาม ประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อมจำเป็นต้องพิจารณาจากรูปแบบระบบและการดำเนินงานจริง การพัฒนาความรู้ด้านการประเมินโครงการจึงเป็นพื้นฐานสำหรับการวางแผนที่คำนึงถึงทั้งต้นทุน ความมั่นคงทางพลังงาน และ การลดผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศ เพื่อให้การพัฒนาระบบไฟฟ้าสอดคล้องกับแนวทางการใช้พลังงานอย่างรับผิดชอบ

การจัดอบรมแก่คณะทำงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจาก 12 เขตทั่วประเทศในครั้งนี้ สะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการ บริการวิชาการและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านพลังงานสู่หน่วยงานภายนอก โดยนำความรู้ด้านระบบไมโครกริดและการศึกษาความเหมาะสมมาสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพบุคลากรผู้ปฏิบัติงานด้านระบบจำหน่ายไฟฟ้า ความรู้และทักษะจากกิจกรรมสามารถใช้เป็นพื้นฐานในการศึกษาทางเลือกการพัฒนาพลังงานในพื้นที่รับผิดชอบ ตลอดจนประกอบการจัดทำข้อเสนอที่คำนึงถึงความคุ้มค่าและข้อจำกัดของแต่ละพื้นที่ การเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางวิชาการกับภารกิจของหน่วยงานด้านพลังงานเช่นนี้ มีส่วนสนับสนุนการเตรียมความพร้อมสำหรับ การพัฒนาพลังงานอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสม การคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม และการส่งเสริมโอกาสในการเข้าถึงบริการพลังงานที่เอื้อต่อคุณภาพชีวิตและการพัฒนาท้องถิ่น

ม.นเรศวร ขับเคลื่อนสิทธิ คลอดบุตร 90 วัน เสริมพลังแม่ทำงานสร้างสมดุลชีวิตและครอบครัวอย่างยั่งยืน

วันอังคารที่ 5 สิงหาคม 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร ย้ำจุดยืนในการเป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของบุคลากรอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะบุคลากรหญิงซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัย ให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ราชการควบคู่ไปกับบทบาทสำคัญในการเป็นมารดาได้อย่างเต็มศักยภาพ ผ่านการดำเนินการให้ สิทธิการลาคลอดบุตร เป็นระยะเวลา 90 วัน แก่บุคลากรทุกกลุ่ม ทั้งข้าราชการและพนักงานมหาวิทยาลัยอย่างเสมอภาคและเท่าเทียมกัน

การดำเนินการนี้เป็นการยืนยันเจตนารมณ์ของมหาวิทยาลัยในการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เอื้ออาทรและสนับสนุนความมั่นคงในชีวิตของบุคลากร โดยมหาวิทยาลัยได้ยึดถือปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการลาของข้าราชการ พ.ศ. 2555 ซึ่งกำหนดสิทธิการลาเพื่อคลอดบุตรไว้ไม่เกิน 90 วัน โดยไม่ต้องมีใบรับรองแพทย์ ซึ่งในส่วนของพนักงานมหาวิทยาลัยนั้น สิทธิประโยชน์นี้อิงร่วมกับ พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน และสถานะการเป็นผู้ประกันตนในระบบกองทุนประกันสังคม

ความเสมอภาคในการได้รับสิทธิลาคลอดบุตร 90 วันนี้ ถือเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างความผาสุกและสมดุลระหว่างชีวิตการทำงานและครอบครัวแก่บุคลากร และยังสอดคล้องโดยตรงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ หรือ SDG 5 (Gender Equality) ในประเด็นการบรรลุความเสมอภาคทางเพศและการเสริมสร้างพลังให้แก่สตรี โดยการเปิดโอกาสให้คุณแม่มีเวลาพักฟื้นร่างกายและดูแลบุตรในช่วงแรกเกิดอย่างเพียงพอ ซึ่งส่งผลดีโดยตรงต่อสุขภาพของทั้งแม่และเด็ก

การสนับสนุนของมหาวิทยาลัยยังสอดคล้องกับวาระสำคัญระดับโลกอย่าง วันสัปดาห์นมแม่โลก (World Breastfeeding Week) ซึ่งตรงกับวันที่ 1–7 สิงหาคม ของทุกปี เพื่อรณรงค์และสนับสนุนให้มารดาเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่างเดียวอย่างน้อย 6 เดือน และให้นมแม่ต่อเนื่องควบคู่อาหารตามวัยจนถึงอายุ 2 ปีหรือนานกว่านั้น การให้สิทธิลาคลอด 90 วัน จึงเป็นช่วงเวลาทองที่ช่วยให้คุณแม่สามารถเริ่มต้นและสร้างวินัยในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในช่วงเดือนแรกที่สำคัญที่สุดได้อย่างมั่นใจและสะดวกสบาย

นอกเหนือจากสิทธิในการลาหยุด มหาวิทยาลัยนเรศวรยังก้าวไปอีกขั้นด้วยการสนับสนุนสวัสดิการเพื่อการเลี้ยงดูบุตรในระยะยาว ผ่าน การจัดตั้ง ศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัย คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ขึ้น เพื่อให้บริการดูแลเด็กอายุตั้งแต่ 3 เดือน – 3 ปี เพื่อเป็นสวัสดิการแก่บุคลากรของมหาวิทยาลัย ช่วยลดความกังวลใจในการปฏิบัติงานของผู้ปกครอง ทำให้บุคลากรสามารถทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพ

ที่สำคัญ ศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งนี้ ยังตั้งอยู่ภายในมหาวิทยาลัย ทำให้บุคลากรสามารถ เอานมไปให้ บุตรที่ศูนย์ฯ ได้อย่างสะดวกสบายในระหว่างวันทำงาน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนให้แม่ทำงานยังคงสามารถให้ลูกได้รับนมแม่ได้อย่างต่อเนื่องและยาวนาน สอดคล้องกับแนวทางการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในที่ทำงาน

ศูนย์แห่งนี้ไม่เพียงแต่เป็นสวัสดิการที่ช่วยสร้างขวัญและกำลังใจแก่บุคลากร แต่ยังเป็นแหล่งเรียนรู้และประโยชน์ทางวิชาการ ที่เอื้อต่อการศึกษาวิจัยและการเรียนการสอนของบุคลากรและนิสิต คณะพยาบาลศาสตร์ และสาขาที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ด้านการดูแลและการพัฒนาเด็กปฐมวัยให้มีมาตรฐานและเป็นประโยชน์ต่อสังคมโดยรวมต่อไป

ม.นเรศวร ชวนร่วมกิจกรรม “ทิ้งเทิร์นให้โลกจำ Upvel 3” ลดขยะพลาสติก สร้างมหาวิทยาลัยสีเขียวอย่างยั่งยืน

วันอังคารที่ 5 สิงหาคม 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยศูนย์จิตอาสาและงานพัฒนานิสิต เชิญชวนนิสิตและบุคลากรเข้าร่วมกิจกรรม “ทิ้งเทิร์นให้โลกจำ Upvel 3” เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการจัดการขยะพลาสติกอย่างยั่งยืน และส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านการคัดแยกและส่งต่อขวดพลาสติกเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลอย่างถูกต้อง อันเป็นการสร้างวัฒนธรรมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและรับผิดชอบร่วมกันภายในมหาวิทยาลัย

กิจกรรมเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมมีส่วนร่วมได้อย่างง่ายดาย โดยการถ่ายภาพขวดพลาสติกประเภท PET และ HDPE ที่แยกประเภทเรียบร้อย จากนั้นลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ พร้อมอัปโหลดภาพเข้าสู่แพลตฟอร์มของโครงการ ซึ่งระบบจะแสดงจำนวนขวดพลาสติกที่ผู้เข้าร่วมสามารถนำกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้ ช่วยให้ทุกคนเห็นผลลัพธ์ของการมีส่วนร่วมในการลดปริมาณขยะพลาสติกอย่างเป็นรูปธรรม

การคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทางถือเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพของ เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยช่วยลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปกำจัด ลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติในการผลิตวัสดุใหม่ และเพิ่มโอกาสในการนำพลาสติกกลับมาใช้ประโยชน์อีกครั้ง ซึ่งมีส่วนช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการผลิตและการกำจัดของเสีย รวมทั้งลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระยะยาว

มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับการพัฒนา มหาวิทยาลัยสีเขียว (Green University) โดยส่งเสริมการจัดการของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการสร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมให้แก่นิสิตและบุคลากร ผ่านกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และร่วมกันลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว

นอกจากการรณรงค์ด้านการคัดแยกขยะแล้ว กิจกรรมยังเป็นเวทีในการสร้าง เครือข่ายความร่วมมือ ระหว่างมหาวิทยาลัย ภาคเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม เพื่อร่วมกันผลักดันแนวทางการรีไซเคิล การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการพัฒนาระบบบริหารจัดการขยะที่สามารถขยายผลสู่ระดับชุมชนและสังคมได้อย่างยั่งยืน

ข้อมูลที่ได้จากการดำเนินกิจกรรมสามารถนำไปใช้ในการวิเคราะห์พฤติกรรมการคัดแยกขยะ ประเมินประสิทธิภาพของการจัดการของเสีย และใช้เป็นข้อมูลประกอบการวางแผนพัฒนาระบบบริหารจัดการขยะของมหาวิทยาลัย รวมทั้งสนับสนุนการกำหนดมาตรการและกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมที่ตอบโจทย์การลดของเสียและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

กิจกรรม “ทิ้งเทิร์นให้โลกจำ Upvel 3” จึงเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการสร้างการมีส่วนร่วมของนิสิตและบุคลากรมหาวิทยาลัยนเรศวรในการจัดการขยะพลาสติกอย่างเป็นระบบ ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และร่วมกันขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ผ่านการลงมือปฏิบัติที่สามารถสร้างผลลัพธ์เชิงบวกให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

ม.นเรศวร ส่งทันตกรรมเคลื่อนที่ให้บริการชุมชน ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พิษณุโลก

วันศุกร์ที่ 1 สิงหาคม 2568 หน่วยบริการวิชาการสู่สังคม โรงพยาบาลทันตกรรม คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรม ทันตกรรมเคลื่อนที่เพื่อชุมชน ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พิษณุโลก เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการตรวจสุขภาพช่องปากโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

กิจกรรมให้บริการตรวจสุขภาพช่องปากเบื้องต้น โดยอาจารย์ทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและทีมงาน เพื่อให้คำแนะนำที่เหมาะสมแก่ผู้รับบริการ และช่วยให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพช่องปากอย่างต่อเนื่อง

ภายในงานมีการให้บริการ สแกนฟัน 3 มิติ (Intraoral Scanner) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้ผู้รับบริการเห็นข้อมูลสภาพช่องปากเบื้องต้นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น อันเป็นประโยชน์ต่อการดูแลและวางแผนรักษาทางทันตกรรมในอนาคต

นอกจากนี้ ยังมีบริการตรวจวัดกลิ่นปาก เพื่อให้ผู้รับบริการได้รับข้อมูลและคำแนะนำในการดูแลสุขอนามัยช่องปากที่ถูกต้อง อันช่วยลดปัจจัยเสี่ยงที่อาจส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวัน

การนำบริการทันตกรรมออกสู่พื้นที่สาธารณะช่วยขยายโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงความรู้และการตรวจคัดกรองสุขภาพช่องปากได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยไม่เป็นภาระค่าใช้จ่าย และช่วยส่งเสริมการป้องกันปัญหาสุขภาพตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

กิจกรรมครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่างคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร และภาคีในพื้นที่ โดยใช้ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พิษณุโลก เป็นพื้นที่ให้บริการแก่ประชาชน สะท้อนการเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางวิชาการกับความต้องการของสังคมอย่างเป็นรูปธรรม

การดำเนินงานดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการ ส่งเสริมสุขภาพช่องปากอย่างยั่งยืน มุ่งให้ประชาชนมีรอยยิ้มที่ดี มีความรู้ในการดูแลตนเอง และเข้าถึงบริการสุขภาพช่องปากที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง

ม.นเรศวร ฝึกอบรมป้องกันอัคคีภัยและซ้อมดับเพลิง เสริมความพร้อมรับเหตุฉุกเฉิน

วันพฤหัสบดีที่ 14 สิงหาคม 2568 นายรุ่งรัตน์ พระนาค ผู้อำนวยการกองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นประธานเปิดโครงการฝึกอบรมป้องกันอัคคีภัยและฝึกซ้อมดับเพลิง ณ สำนักงานกองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อพัฒนาความพร้อมด้านความปลอดภัยแก่บุคลากรและผู้ปฏิบัติงาน

การอบรมจัดขึ้น เพื่อเสริมสร้างความรู้ในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ทั้งด้านอัคคีภัย เหตุฉุกเฉิน และวิธีเอาตัวรอดในเหตุกราดยิง ให้ผู้เข้าร่วมมีความเข้าใจแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้อง สามารถประเมินสถานการณ์เบื้องต้น และดูแลความปลอดภัยของตนเองและผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม

เนื้อหาการอบรมครอบคลุมหลักการป้องกันอัคคีภัย การระงับเหตุในระยะแรก การแจ้งเหตุ การอพยพ และการปฏิบัติตนเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน โดยมุ่งให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำความรู้ไปปรับใช้ได้จริงในสถานที่ทำงาน

โครงการดังกล่าวดำเนินการให้สอดคล้องกับกฎกระทรวงว่าด้วยมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับการป้องกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ. 2555 ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการบริหารจัดการพื้นที่อย่างเป็นระบบ

การจัดกิจกรรมครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจาก พันตำรวจโทบารมี จงแจ้ง รองผู้กำกับการจราจร สถานีตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลก และเจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย องค์การบริหารส่วนตำบลท่าโพธิ์ ร่วมเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์แก่ผู้เข้าร่วมอบรม

ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย หน่วยงานด้านความปลอดภัย และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ช่วยให้การเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ฉุกเฉินมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมถึงสร้างเครือข่ายการประสานงานที่เอื้อต่อการดูแลความปลอดภัยของประชาคมมหาวิทยาลัยและชุมชนโดยรอบ

การฝึกอบรมและการซักซ้อมอย่างต่อเนื่องเป็นกลไกสำคัญในการลดความเสี่ยงจากอัคคีภัยและเหตุไม่คาดคิด ตอกย้ำการพัฒนามหาวิทยาลัยให้เป็นพื้นที่ที่ปลอดภัย น่าอยู่ และพร้อมรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ อย่างรับผิดชอบ

ม.นเรศวร พานิสิตประมงเรียนรู้นอกห้องเรียน ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดพิจิตร เสริมทักษะการประมงยั่งยืน

วันจันทร์ที่ 4 สิงหาคม 2569 หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การประมง คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดโครงการจัดการเรียนการสอนนอกสถานที่ ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดพิจิตร เพื่อเปิดประสบการณ์การเรียนรู้เชิงปฏิบัติการให้กับนิสิตระดับปริญญาตรี

กิจกรรมการเรียนรู้นอกห้องเรียนในครั้งนี้ นำโดยนิสิตชั้นปีที่ 2 จากรายวิชาการเพาะและอนุบาลสัตว์น้ำ ซึ่งได้ลงพื้นที่ปฏิบัติจริงเพื่อเรียนรู้กระบวนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและสัตว์น้ำอย่างยั่งยืน ผ่านการฝึกฝนทักษะที่ครอบคลุมในหลากหลายด้านที่จำเป็นต่อวิชาชีพประมงสมัยใหม่

ภายในโครงการ นิสิตได้เรียนรู้และลงมือปฏิบัติจริงในกิจกรรมสำคัญ ได้แก่ การเพาะพันธุ์ปลาตะเพียน และ การเพาะพันธุ์ปลาหมอตาล รวมถึงกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เช่น การเก็บไข่และเตรียมฮอร์โมนแปลงเพศปลานิล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตพันธุ์สัตว์น้ำที่มีคุณภาพ

นอกจากนี้ ยังมีการเรียนรู้เกี่ยวกับระบบนิเวศขนาดเล็กและการเตรียมปัจจัยการผลิต ได้แก่ การเพาะเลี้ยงไรแดง และ การเตรียมจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง รวมถึงการศึกษาขั้นตอน การเพาะเลี้ยงกบ ซึ่งช่วยให้นิสิตเข้าใจระบบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดแบบครบวงจร

ความสำเร็จของโครงการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนอย่างดียิ่งจาก ท่าน ผอ.เมธา คชาภิชาติ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดพิจิตร ที่ให้การต้อนรับและเอื้อเฟื้อพื้นที่การเรียนรู้ ตลอดจนคณะวิทยากรผู้เชี่ยวชาญทุกท่านที่มอบความรู้ เพื่อเสริมสร้างทักษะและมุมมองด้านการประมงที่ยั่งยืน ให้แก่นิสิต

ทางหลักสูตรฯ ยังได้รับเกียรติและความอบอุ่นจากศิษย์เก่ารุ่นพี่อย่าง นายบุญรัฐ อินทรทัศน์ เจ้าพนักงานประมงปฏิบัติงาน ในฐานะศิษย์เก่าประมง มน. รุ่นที่ 5 ที่มาร่วมดูแลและให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิดตลอดการจัดกิจกรรม ซึ่งสร้างแรงบันดาลใจและสะท้อนถึงความเข้มแข็งของเครือข่ายศิษย์เก่า

การจัดกิจกรรมครั้งนี้ไม่เพียงแต่เน้นการพัฒนาคุณภาพการศึกษาและการเรียนรู้นอกห้องเรียนเท่านั้น แต่ยังสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในการส่งเสริม การใช้ทรัพยากรน้ำและสัตว์น้ำอย่างรับผิดชอบ เพื่อสร้างบัณฑิตที่มีความรู้ความสามารถพร้อมรับมือกับความท้าทายด้านทรัพยากรประมงของประเทศในอนาคต

ม.นเรศวร จัดอบรมเสริมสร้างความตระหนักรู้ด้านสุขภาวะจิต พัฒนาศักยภาพบุคลากรเพื่อการดูแลนิสิตอย่างรอบด้าน

วันจันทร์ที่ 4 สิงหาคม 2568 งานกิจการนิสิตและศิษย์เก่าสัมพันธ์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรมอบรมด้านสุขภาวะจิต ภายใต้หัวข้อ “เสริมสร้างความตระหนักรู้ด้านสุขภาวะจิตของนิสิต” เพื่อพัฒนาความรู้ ความเข้าใจ และทักษะของบุคลากรในการดูแลนิสิตทั้งด้านอารมณ์ จิตใจ และพฤติกรรม อันเป็นพื้นฐานสำคัญของการสร้างคุณภาพชีวิตและการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพในระดับอุดมศึกษา

ในการนี้ ได้รับเกียรติจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สัญญา เครือหงษ์ รองคณบดีฝ่ายกิจการนิสิตและศิษย์เก่าสัมพันธ์ กล่าวต้อนรับวิทยากรและผู้เข้าร่วมอบรม พร้อมกล่าวถึงความสำคัญของการส่งเสริมสุขภาวะจิตของนิสิต ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนให้เติบโตได้อย่างสมบูรณ์ทั้งด้านวิชาการ การใช้ชีวิต และการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคม

การอบรมได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากมหาวิทยาลัยมหิดล ประกอบด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์สมบูรณ์ หทัยอยู่สุข อาจารย์ประจำสาขาวิชาจิตเวชเด็กและวัยรุ่น ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล คุณแกมแก้ว โบษกรนัฏ นักจิตวิทยา กองกิจการนักศึกษา และ คุณกุณฑลีพร ศรีจันทร์ นักกิจกรรมบำบัด ศูนย์บูรณาการคลินิกเด็กและวัยรุ่น สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว ซึ่งร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านการส่งเสริมสุขภาพจิตของนิสิตในระดับอุดมศึกษา

เนื้อหาการอบรมประกอบด้วยการบรรยายและกิจกรรมเชิงปฏิบัติการในประเด็นสำคัญ ได้แก่ การตระหนักรู้ด้านสุขภาวะจิตของนิสิต เทคนิคการให้คำปรึกษาและแนวทางการดูแลนิสิต กิจกรรม “Perspective Shift” เพื่อสร้างความเข้าใจในความหลากหลายของผู้เรียน และกิจกรรม “Simulation Teaching for All” ที่มุ่งพัฒนาทักษะด้านการสื่อสาร การสอน และการดูแลนิสิตแบบองค์รวม ซึ่งช่วยให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กิจกรรมครั้งนี้มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรให้สามารถ ส่งเสริมการดูแลและสนับสนุนนิสิตอย่างเข้าใจและเหมาะสม โดยคำนึงถึงความแตกต่างของผู้เรียนแต่ละคน ทั้งในด้านอารมณ์ พฤติกรรม และบริบททางสังคม เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างเหมาะสม ทันเวลา และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นิสิตในการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัย

คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ให้ความสำคัญกับการสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่เอื้อต่อการพัฒนาศักยภาพของนิสิตอย่างรอบด้าน ผ่านการเสริมสร้างความรู้ด้านสุขภาวะจิต การพัฒนาทักษะของบุคลากรผู้ปฏิบัติงาน และการบูรณาการองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขา เพื่อยกระดับคุณภาพการดูแลนิสิตและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต

การจัดอบรมในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการพัฒนาระบบการดูแลนิสิตที่ครอบคลุมทั้งด้านวิชาการและสุขภาวะ โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพบุคลากร การสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับสถาบันชั้นนำ และการนำองค์ความรู้ด้านสุขภาพจิตมาประยุกต์ใช้ในการจัดการศึกษา เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ การใช้ชีวิต และการเติบโตของนิสิตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน

ม.นเรศวร หนุนเกษตรแปลงใหญ่ ชูแนวคิด BCG แปรรูปผลผลิตสู่สินค้ายั่งยืน

วันอังคารที่ 22 กรกฎาคม 2568 ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพิษณุโลก ดำเนินการจัดประชุมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการตลาดและการแปรรูป ภายใต้ โครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ ปี 2568 ณ อาคารศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีการแปรรูปผลผลิตการเกษตรและอาหาร (IDEA) คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อยกระดับศักยภาพของเกษตรกร โดยมุ่งเน้นการให้ความรู้ในหัวข้อการเพิ่มมูลค่าผลิตผลทางการเกษตร ผ่านแนวคิด BCG ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนารูปแบบการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน

การประยุกต์ใช้โมเดลเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy) ในภาคการเกษตร จะช่วยส่งเสริมให้เกษตรกรสามารถบริหารจัดการทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่าสูงสุด ลดการสูญเสียผลผลิต และนำวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรมาหมุนเวียนใช้ประโยชน์เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ภายในงานได้มีการถ่ายทอดแนวทางการแปรรูปและการตลาดเชิงสร้างสรรค์ เพื่อต่อยอดผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรขั้นพื้นฐานให้กลายเป็นสินค้ามูลค่าสูง ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่กลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ในยุคปัจจุบัน

การถ่ายทอดองค์ความรู้ดังกล่าวได้รับเกียรติจากทีมวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากภาควิชาอุตสาหกรรมเกษตร คณะเกษตรศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยนเรศวร ประกอบด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.เหรียญทอง สิงห์จานุสงค์, ดร.เจษฎา วิชาพร และ อาจารย์บุณย์สุภางค์ สุวรรณธเนศ ที่มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์และเทคนิคทางอุตสาหกรรมเกษตร

ความรู้และนวัตกรรมที่เกษตรกรได้รับจากการประชุมนี้ จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิต ขจัดปัญหาความยากจนในชุมชน และสนับสนุนให้กลุ่มเกษตรกรสามารถสร้างรายได้อย่างยั่งยืน จากผลผลิตที่ได้รับการพัฒนาอย่างเป็นระบบ

การบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและสถาบันการศึกษาในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนภาคการเกษตรไทยให้เติบโตอย่างเข้มแข็ง สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล

.นเรศวร สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การประมง จัดกิจกรรมนำเสนอรายวิชาฝึกงาน หนุนเครือข่ายความร่วมมือและอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล สู่ผู้นำการอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง

วันเสาร์ที่ 19 กรกฎาคม 2568 หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การประมง คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรมนำเสนอรายวิชาฝึกงาน ประจำปีการศึกษา 2567 ณ ห้อง AG2109 คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

กิจกรรมในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อให้นิสิตได้ร่วมกันสรุปและรวบรวมองค์ความรู้ที่ได้รับจากการปฏิบัติงานจริงในสถานประกอบการ พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้มีการถ่ายทอดประสบการณ์อันมีค่าแก่รุ่นน้อง เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนออกไปเรียนรู้นอกห้องเรียนในอนาคต

กระบวนการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติจริงดังกล่าว ไม่เพียงแต่ช่วยเสริมทักษะวิชาชีพด้านการประมงเท่านั้น แต่ยังมุ่งเน้นการ เสริมสร้างแนวทางการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล ปลูกจิตสำนึกรักชายฝั่ง และส่งเสริมการเรียนรู้กระบวนการทำงานต่าง ๆ อย่างมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมทางน้ำอย่างยั่งยืน สู่ผู้นำการอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง ของประเทศ

ความสำเร็จของการฝึกงานในครั้งนี้เกิดขึ้นได้ด้วยความร่วมมืออันดีจากหน่วยงานเครือข่ายภาครัฐและสถานีวิจัยต่าง ๆ ที่ให้การสนับสนุนและรับนิสิตเข้าฝึกงานเพื่อพัฒนาศักยภาพอย่างเต็มรูปแบบ สะท้อนถึงการสร้าง เครือข่ายความร่วมมือ ระหว่างสถาบันการศึกษาและหน่วยงานภายนอก

สำหรับหน่วยงานเครือข่ายที่ให้การสนับสนุนการฝึกงาน ประกอบด้วย สถานีวิจัยประมงศรีราชา, สถานีวิจัยวิทยาศาสตร์ทางทะเลและศูนย์ฝึกนิสิต เกาะสีชัง, ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งฉะเชิงเทรา, และศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงทะเลระยอง

นอกจากนี้ยังมีเครือข่ายศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งในภูมิภาคต่าง ๆ ได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์, ชุมพร, สมุทรสาคร, จันทบุรี, เพชรบุรี, และระยอง ซึ่งความร่วมมือเหล่านี้มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและสัตว์น้ำ

ผู้ที่สนใจสามารถติดตามผลงานและกิจกรรมต่าง ๆ ของนิสิตสาขาวิชาวิทยาศาสตร์การประมงเพิ่มเติมได้ทางช่องทางออนไลน์ TikTok: @fisheries.science และ YouTube: fisheriessciencenu2358 เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการเรียนรู้และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของมหาวิทยาลัยนเรศวร

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin