Archives 2025

ม.นเรศวร จัดโครงการ “Plane Loving Zone พื้นที่นี้รักษ์โลก” ปลูกจิตสำนึกการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและใส่ใจสิ่งแวดล้อม

วันศุกร์ที่ 26 กันยายน 2568 คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดโครงการ “Plane Loving Zone พื้นที่นี้รักษ์โลก” โดยได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.นิทรา กิจธีระวุฒิวงษ์ คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม ซึ่งจัดขึ้น ณ โถงสโมสรนิสิต คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและสร้างจิตสำนึกด้านการใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบให้แก่นิสิต

โครงการดังกล่าวจัดขึ้นโดย นิสิตสาขาอนามัยสิ่งแวดล้อม ชั้นปีที่ 3 ภายใต้แนวคิดการสร้างพฤติกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมผ่านกิจกรรมที่สามารถนำไปปรับใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน โดยมุ่งเน้นการสร้างความตระหนักถึงบทบาทของทุกคนในการร่วมดูแลทรัพยากรธรรมชาติและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ภายในกิจกรรมมีการให้ความรู้เกี่ยวกับ การลดการใช้พลังงาน การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการลดการเกิดของเสีย เพื่อส่งเสริมให้นิสิตเห็นความสำคัญของการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน อันเป็นจุดเริ่มต้นของการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

กิจกรรมยังเปิดโอกาสให้นิสิตได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเรียนรู้แนวทางการจัดการสิ่งแวดล้อมร่วมกัน ผ่านการมีส่วนร่วมในการเสนอแนวคิดและแนวปฏิบัติที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ทั้งในมหาวิทยาลัยและในชีวิตประจำวัน ซึ่งช่วยเสริมสร้างความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม

การดำเนินโครงการครั้งนี้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของคณะสาธารณสุขศาสตร์ที่มุ่งเป็น สถาบันการศึกษาด้านสาธารณสุขชั้นนำ ที่นำความรู้สู่การพัฒนาสุขภาวะชุมชน และขับเคลื่อนการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยบูรณาการองค์ความรู้ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมเข้ากับการพัฒนาพฤติกรรมและการมีส่วนร่วมของนิสิตในการดูแลสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ โครงการยังสะท้อนถึงการสร้าง วัฒนธรรมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ภายในมหาวิทยาลัย ผ่านความร่วมมือระหว่างคณาจารย์ บุคลากร และนิสิต ในการส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า การลดการใช้พลังงาน และการลดปริมาณของเสีย ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

การจัดโครงการ “Plane Loving Zone พื้นที่นี้รักษ์โลก” แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการปลูกฝังจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมให้แก่นิสิต ส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติ และสร้างการมีส่วนร่วมในการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดของเสีย และลดการใช้พลังงาน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสู่การเป็นองค์กรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ม.นเรศวร เดินหน้า “STOP VIOLENCE” สร้างสถานพยาบาลปลอดภัย ยกระดับวัฒนธรรมองค์กรที่มีคุณธรรมและเคารพสิทธิทุกคน

วันพฤหัสบดีที่ 18 กันยายน 2568 เวลา 08.30–12.00 น. คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรม “ผู้บริหารพบปะบุคลากรคณะแพทยศาสตร์” ณ ห้องประชุมเอกาทศรถ 9 ชั้น 3 อาคารสิรินธร คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อขับเคลื่อนการสร้าง วัฒนธรรมองค์กรที่โปร่งใส มีคุณธรรม และปลอดภัย พร้อมส่งเสริมการป้องกันความรุนแรงในสถานพยาบาล และยกระดับคุณภาพการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์

กิจกรรมเริ่มต้นด้วยการกล่าวเปิดงานและประกาศนโยบาย Code of Conduct “องค์กรจริยธรรม” โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ แพทย์หญิงพิริยา นฤขัตรพิชัย คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ซึ่งได้แสดงวิสัยทัศน์ในการพัฒนาคณะสู่การเป็นองค์กรที่ยึดมั่นในหลักจริยธรรม ความโปร่งใส และความรับผิดชอบต่อสังคม พร้อมเน้นย้ำการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เคารพศักดิ์ศรีของบุคลากรทุกคน และให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของทั้งผู้ปฏิบัติงานและผู้รับบริการ

ภายในงานมีการจัดพิธีมอบธง “STOP VIOLENCE” เพื่อแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันในการต่อต้านความรุนแรงในสถานพยาบาล โดยมีคณะผู้บริหารเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ประกอบด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ แพทย์หญิงพิริยา นฤขัตรพิชัย คณบดีคณะแพทยศาสตร์ นพ.พิเชษฐ์ วัฒนไพโรจน์รัตน์ รักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นพ.พีระพงศ์ เธียราวัฒน์ รองคณบดีฝ่ายบริหารและประกันคุณภาพ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นพ.จตุวิทย์ หอวรรณภากร รองคณบดีฝ่ายคุณภาพและวิจัย ตลอดจนหัวหน้าภาควิชาและผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ

จากนั้นมีการบรรยายหัวข้อ “Unethical Behaviour, Harassment และ Violence” เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม การล่วงละเมิด และความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นในสถานพยาบาล พร้อมแนะนำ Line Official Account (Line OA) ซึ่งเป็นช่องทางรายงานเหตุการณ์ที่มีความปลอดภัย รักษาความลับ และสามารถเข้าถึงได้สะดวก เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการเหตุการณ์อย่างเป็นระบบและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่บุคลากรในการแจ้งเหตุ

นอกจากนี้ ยังจัดกิจกรรม “Assertive Communication” สำหรับหัวหน้าหน่วยและหัวหน้างาน เพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารอย่างมั่นใจ เคารพซึ่งกันและกัน และไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง อันเป็นทักษะสำคัญในการบริหารทีม การแก้ไขปัญหา และการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วม ความไว้วางใจ และการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างพื้นที่ทำงานที่ปลอดภัย เป็นธรรม และน่าอยู่สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ทุกคน

ในช่วงบ่าย เวลา 13.00–15.30 น. โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัดการ ซ้อมแผนระงับเหตุร้ายในสถานพยาบาล โดยจำลองสถานการณ์ ณ หน่วยอุบัติเหตุและฉุกเฉิน (ER) ได้รับเกียรติจาก พ.ต.ท. บารมี จงแจ้ง รองผู้กำกับการจราจร สภ.เมืองพิษณุโลก เป็นวิทยากรและร่วมสังเกตการณ์ เพื่อฝึกทบทวนบทบาทหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในการรับมือเหตุการณ์ฉุกเฉิน เสริมสร้างความพร้อมด้านความปลอดภัย และเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลผู้ป่วยและบุคลากรในสถานการณ์วิกฤต โดยภายหลังการฝึกซ้อมได้มีการสรุปบทเรียนและแลกเปลี่ยนข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการเฝ้าระวังพฤติกรรมเสี่ยง การจัดระบบเตือนภัย และการสื่อสารภายในทีม

การดำเนินงานครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ในการพัฒนา สถานพยาบาลที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน ภายใต้แนวคิด “STOP VIOLENCE – หยุดความรุนแรงในสถานพยาบาล” ผ่านการบูรณาการนโยบายด้านจริยธรรม การพัฒนาศักยภาพบุคลากร การบริหารจัดการความเสี่ยง และความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก เพื่อยกระดับคุณภาพการให้บริการทางการแพทย์ สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้รับบริการ และวางรากฐานวัฒนธรรมองค์กรที่เคารพสิทธิมนุษยชน มีธรรมาภิบาล และยั่งยืนในระยะยาว

ม.นเรศวร จัดอบรมขับขี่ปลอดภัย เสริมวินัยจราจรแก่นิสิต

วันอังคารที่ 16 กันยายน 2568 กองกิจการนิสิต มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดอบรมหัวข้อ “ขับขี่ปลอดภัย” สำหรับนิสิตในรายวิชาการจัดการการดำเนินชีวิต ณ อาคารปราบไตรจักร มหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อเสริมความรู้และทักษะการใช้รถใช้ถนนอย่างรับผิดชอบ

การอบรมครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากบริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด ซึ่งสนับสนุนทีมวิทยากรจำนวน 3 ท่าน ร่วมบรรยายและสาธิตการขับขี่รถจักรยานยนต์แบบเสมือนจริง เพื่อให้นิสิตได้เรียนรู้จากสถานการณ์ใกล้เคียงการใช้งานบนท้องถนน

เนื้อหาการอบรมมุ่งเน้นความเข้าใจเกี่ยวกับกฎจราจร การปฏิบัติตนอย่างมีวินัย และการมีน้ำใจต่อผู้ใช้ทางร่วมกัน โดยช่วยให้นิสิตตระหนักถึงความสำคัญของการขับขี่ด้วยความระมัดระวังและเคารพสิทธิของผู้อื่น

การสาธิตการขับขี่แบบเสมือนจริงเปิดโอกาสให้นิสิตได้เห็นตัวอย่างการตัดสินใจในสถานการณ์ต่าง ๆ รวมทั้งเรียนรู้การประเมินความเสี่ยงและแนวทางป้องกันอุบัติเหตุก่อนนำไปใช้ในการขับขี่รถจักรยานยนต์ในชีวิตประจำวัน

กิจกรรมดังกล่าว ส่งเสริมความรู้ด้านการขับขี่ที่ถูกต้องตามกฎจราจร เสริมสร้างวินัยและน้ำใจบนท้องถนน เพื่อให้นิสิตมีทักษะพื้นฐานที่จำเป็นต่อการเดินทางอย่างปลอดภัย และลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุจากการใช้รถจักรยานยนต์

การดำเนินงานยังสะท้อนการสร้างสภาพแวดล้อมภายในมหาวิทยาลัยที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของนิสิตและผู้ใช้ถนนทุกคน โดยการปลูกฝังพฤติกรรมการขับขี่อย่างมีสติ เคารพกติกา และรับผิดชอบต่อส่วนรวม

ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยนเรศวรและบริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด เป็นการเชื่อมโยงองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญจากภาคเอกชนสู่การพัฒนานิสิต ช่วยยกระดับการเรียนรู้ด้านความปลอดภัยทางถนนให้มีความเป็นรูปธรรม

มหาวิทยาลัยนเรศวรจะสนับสนุนการจัดกิจกรรมที่เสริมสร้างความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของนิสิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมสร้างวัฒนธรรมการเดินทางที่ปลอดภัย น่าอยู่ และรับผิดชอบต่อสังคม

ม.นเรศวร ต้อนรับคณะศึกษาดูงานด้านเทคโนโลยีการบำบัดน้ำเสีย เสริมสร้างองค์ความรู้ด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

วันอังคารที่ 23 กันยายน 2568 กองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร ให้การต้อนรับนิสิตชั้นปีที่ 3 คณะเกษตรศาสตร์ ภาควิชาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จำนวน 32 คน เข้าศึกษาดูงาน ณ สถานีบำบัดน้ำเสียส่วนกลาง มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณิชากร คอนดี อาจารย์ผู้รับผิดชอบรายวิชา 118305 เทคโนโลยีการบำบัดน้ำเสีย พร้อมด้วย นางสาวพรสวรรค์ กลมกลิ้ง นักวิทยาศาสตร์ นำคณะเข้าร่วมกิจกรรม

การศึกษาดูงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้นิสิตได้เรียนรู้ กระบวนการจัดการน้ำเสียและเทคโนโลยีการบำบัดน้ำเสีย จากการดำเนินงานจริงของมหาวิทยาลัย โดยเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางทฤษฎีกับการปฏิบัติ เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจด้านการจัดการทรัพยากรน้ำและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ

ภายในกิจกรรม คณะศึกษาดูงานได้เยี่ยมชมกระบวนการทำงานของสถานีบำบัดน้ำเสีย ตั้งแต่การรวบรวมน้ำเสีย การบำบัดในแต่ละขั้นตอน การควบคุมคุณภาพน้ำ และการติดตามประสิทธิภาพของระบบ เพื่อให้การบำบัดน้ำเสียเป็นไปตามมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม และลดผลกระทบต่อแหล่งน้ำและระบบนิเวศโดยรอบ

นอกจากนี้ นิสิตยังได้เรียนรู้การประยุกต์ใช้ เทคโนโลยีด้านสิ่งแวดล้อม ในการบริหารจัดการน้ำเสีย รวมถึงการนำข้อมูลจากการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำมาใช้ประกอบการวางแผนและพัฒนาระบบบำบัดน้ำเสียให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

กิจกรรมดังกล่าวยังเปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างบุคลากรกองอาคารสถานที่ คณาจารย์ และนิสิต ผ่านการอภิปรายและซักถามเกี่ยวกับการออกแบบ การบริหารจัดการ และการพัฒนาระบบบำบัดน้ำเสีย ช่วยเสริมสร้างประสบการณ์การเรียนรู้จากสถานที่ปฏิบัติงานจริง และพัฒนาทักษะด้านวิชาชีพของนิสิตให้พร้อมต่อการทำงานในอนาคต

การศึกษาดูงานครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่าง กองอาคารสถานที่ และ คณะเกษตรศาสตร์ ภาควิชาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในการบูรณาการการเรียนการสอนกับการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมของมหาวิทยาลัย ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ พร้อมทั้งเสริมสร้างความเข้าใจด้านการจัดการทรัพยากรน้ำ การบำบัดน้ำเสีย และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมบนพื้นฐานของการเรียนรู้จากสถานการณ์จริง

การดำเนินกิจกรรมของกองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร แสดงให้เห็นถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยในการเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการจัดการน้ำและสิ่งแวดล้อม ที่สนับสนุนการเรียนการสอน การบริการวิชาการ และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน เพื่อพัฒนาศักยภาพของนิสิต บุคลากร และสังคม พร้อมร่วมขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

ม.นเรศวร เสริมพลังบุคลากรหญิงที่เป็นนิสิตที่มีบุตร หนุนบริการช่วยดูแลเด็กช่วยให้ช่วงทำงานสร้างสมดุลชีวิตและครอบครัวอย่างยั่งยืน

วันจันทร์ที่ 15 กันยายน 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร ย้ำจุดยืนในการเป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของบุคลากรและนิสิตอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะบุคลากรหญิงที่เป็นนิสิตที่มีบุตร ซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัย ให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ราชการและการศึกษาควบคู่ไปกับบทบาทสำคัญในการเป็นมารดาได้อย่างเต็มศักยภาพ ผ่านการดำเนินงานและจัดตั้งสวัสดิการสนับสนุนที่ครอบคลุม เพื่อลดภาระความเครียดและความกังวลในการใช้ชีวิตและการศึกษา

การดำเนินการนี้เป็นการยืนยันเจตนารมณ์ของมหาวิทยาลัยในการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานและการเรียนรู้ที่เอื้ออาทรและสนับสนุนความมั่นคงในชีวิตของประชาคมชาวมหาวิทยาลัย โดยตระหนักดีว่ากลุ่มบุคลากรหญิงที่เป็นนิสิตที่มีบุตรซึ่งต้องแบ่งเวลามาศึกษา มักจะต้องเผชิญกับความท้าทายและความกดดันรอบด้าน การมีระบบสนับสนุนที่เข้มแข็งจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการช่วยแบ่งเบาภาระและสร้างขวัญกำลังใจให้สามารถก้าวผ่านอุปสรรคต่างๆ ไปได้ด้วยดี

ความเสมอภาคในการเข้าถึงสวัสดิการและการสนับสนุนนี้ ถือเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างความผาสุกและสมดุลระหว่างชีวิตการทำงาน การเรียน และครอบครัว และยังสอดคล้องโดยตรงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในประเด็นการบรรลุความเสมอภาคทางเพศและการเสริมสร้างพลังให้แก่สตรี การเปิดโอกาสให้คุณแม่สามารถบริหารจัดการเวลาได้อย่างลงตัว จะช่วยส่งเสริมให้เกิดความเท่าเทียมในการพัฒนาตนเองและการเข้าถึงโอกาสทางสังคมอย่างแท้จริง

นอกเหนือจากการดูแลด้านเวลาแล้ว มหาวิทยาลัยนเรศวรยังก้าวไปอีกขั้นด้วยการสนับสนุนสวัสดิการเพื่อการเลี้ยงดูบุตรในระยะยาว ผ่านการจัดตั้ง ศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัย คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ขึ้น เพื่อให้บริการดูแลเด็กอายุตั้งแต่ 3 เดือน ถึง 3 ปี เพื่อเป็นสวัสดิการแก่บุคลากรของมหาวิทยาลัย และเปิดกว้างให้บุคลากรหญิงที่เป็นนิสิตที่มีบุตร สามารถนำบุตรหลานมาฝากดูแลเพื่อเสริมพัฒนาการได้อย่างปลอดภัยในระหว่างวัน

บริการช่วยดูแลเด็กช่วยให้บุคลากรหญิงที่เป็นนิสิตที่มีบุตรและอยู่ในช่วงทำงาน สามารถคลายความกังวลใจลงไปได้อย่างมาก ช่วยลดภาระและความเครียดที่ต้องแบกรับ ทำให้สามารถทุ่มเทสมาธิกับการปฏิบัติงานและการเรียนได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดทั้งในบทบาทของการเป็นผู้เรียน ผู้ปฏิบัติงาน และการเป็นมารดาที่ดีของครอบครัว

ที่สำคัญ ศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งนี้ยังตั้งอยู่ภายในบริเวณมหาวิทยาลัย ทำให้คุณแม่สามารถเดินทางมาเยี่ยมหรือดูแลบุตรที่ศูนย์ฯ ได้อย่างสะดวกสบายในระหว่างวันทำงานหรือระหว่างพักการเรียน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนให้บุคลากรหญิงที่เป็นนิสิตที่มีบุตรสามารถเลี้ยงดูบุตรได้อย่างใกล้ชิด สอดคล้องกับแนวทางการส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีและการสร้างสายสัมพันธ์อันอบอุ่นภายในครอบครัว

ศูนย์แห่งนี้ไม่เพียงแต่เป็นสวัสดิการที่ช่วยสร้างขวัญและกำลังใจแก่บุคลากรและนิสิตเท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งเรียนรู้และประโยชน์ทางวิชาการ ที่เอื้อต่อการศึกษาวิจัยและการเรียนการสอน เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ด้านการดูแลและการพัฒนาเด็กปฐมวัยให้มีมาตรฐาน มหาวิทยาลัยนเรศวรยังคงมุ่งมั่นพัฒนามาตรการสนับสนุนและสวัสดิการต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอกย้ำความเป็นสถาบันการศึกษาที่โอบรับความหลากหลายและดูแลประชาคมทุกคนอย่างเท่าเทียม

ม.นเรศวร จัดกิจกรรม Social Entrepreneurship for Change ปั้นไอเดียสร้างอาชีพผู้พิการและผู้สูงอายุสู่ความยั่งยืน

วันอาทิตย์ที่ 7 กันยายน 2568 คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรมโครงการ “Social Entrepreneurship for Change: ปั้นไอเดียสร้างอาชีพคนพิการ ผู้สูงอายุที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ และคนดูแล” ณ โรงละคร อาคารเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษาบรมราชินีนาถ โดยมีเป้าหมายในการขับเคลื่อนการพัฒนาเชิงเศรษฐกิจและสังคมผ่านแนวคิดผู้ประกอบการทางสังคม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของกลุ่มเปราะบางในจังหวัดพิษณุโลก

กิจกรรมนี้มุ่งเน้นการ ส่งเสริมและสนับสนุนการจ้างงาน การสร้างอาชีพ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้พิการและผู้สูงอายุ รวมถึงการพัฒนาศักยภาพของผู้ดูแลให้สามารถมีบทบาทในการสร้างรายได้และความมั่นคงทางเศรษฐกิจ อันเป็นกลไกสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำและสร้างโอกาสทางอาชีพอย่างเท่าเทียม

ในช่วงเช้า ได้มีการบรรยายพิเศษในหัวข้อ “แนวทางการทำงานกับผู้พิการฯ ในชุมชน” โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ธีรพงษ์ บัวหล้า ซึ่งได้ถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการทำงานร่วมกับผู้พิการในมิติของชุมชน เน้นการสร้างการมีส่วนร่วม การพัฒนาเครือข่าย และการออกแบบกิจกรรมที่ตอบโจทย์บริบทพื้นที่อย่างยั่งยืน

ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้รับความรู้และแนวคิดที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาโครงการหรือกิจกรรมในชุมชน โดยเฉพาะการสร้าง ระบบสนับสนุนทางสังคมและเศรษฐกิจ ที่เอื้อต่อการดำรงชีวิตของผู้พิการและครอบครัว พร้อมทั้งเปิดโอกาสในการต่อยอดสู่การพัฒนาอาชีพและธุรกิจเพื่อสังคม

ช่วงสำคัญของงานคือการนำเสนอผลงาน Pitching จาก 6 ทีมสุดท้าย ที่ผ่านการคัดเลือกจากทั้งหมด 59 กลุ่ม โดยนำเสนอแนวคิดนวัตกรรมที่สามารถพัฒนาเป็นอาชีพจริงและสร้างรายได้อย่างยั่งยืน ภายใต้การพิจารณาของคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานภาครัฐและภาคีเครือข่ายในพื้นที่

ทีมที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ ได้แก่ “แก้วกัลยา – ขนมหินฝนทอง” “หมอนหลอดหอมสมุนไพรเพื่อสุขภาพ สร้างอาชีพอย่างยั่งยืน” “หมอนสมุนไพรเปลี่ยนเสียง” “Punch for Hope ปักความหวัง สร้างอนาคต” “ร้านค้าไร้เสียง” และ “น้ำพริกครัวหลังบ้าน: โครงการพัฒนาอาชีพสร้างรายได้เพื่อคนพิการและผู้สูงอายุ” ซึ่งล้วนสะท้อนถึงความคิดสร้างสรรค์และศักยภาพของนิสิตในการออกแบบนวัตกรรมเพื่อสังคม

ผลการตัดสินปรากฏว่า ทีม “แก้วกัลยา – ขนมหินฝนทอง” ได้รับรางวัลชนะเลิศ รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ “หมอนหลอดหอมสมุนไพรเพื่อสุขภาพ สร้างอาชีพอย่างยั่งยืน” และรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ “น้ำพริกครัวหลังบ้าน: โครงการพัฒนาอาชีพสร้างรายได้เพื่อคนพิการและผู้สูงอายุ” ซึ่งเป็นตัวอย่างของการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ

กิจกรรมครั้งนี้สะท้อนถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยในการเป็น พื้นที่บ่มเพาะนวัตกรรมทางสังคม และสร้างโอกาสให้เกิดการเชื่อมโยงระหว่างนิสิต ชุมชน และหน่วยงานภายนอก เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างมีส่วนร่วม อันนำไปสู่การสร้างความมั่นคงทางอาชีพ ลดความเหลื่อมล้ำ และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้พิการและผู้สูงอายุในระยะยาว

ม.นเรศวร ปลูกฝังนิสัยรักสุขภาพช่องปากแก่น้อง ๆ ผ่านกิจกรรม Dent NU Engagement

วันจันทร์ที่ 8 กันยายน 2568 คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ดำเนินการจัดกิจกรรม Dent NU Engagement กิจกรรมที่ 3 ร่วมกับนิสิตหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต (ทันตกรรมสำหรับเด็ก) ลงพื้นที่ ณ โรงเรียนวัดคุ้งวารี (อำพันอุปถัมภ์) เพื่อจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพช่องปากเชิงรุกแก่เด็กนักเรียน

กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานตามภารกิจ โรงเรียนทันตแพทย์เพื่อตอบสนองความต้องการของสังคม ที่มุ่งเน้นการบูรณาการองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยสู่ชุมชน โดยรูปแบบกิจกรรมได้รับการออกแบบให้เหมาะสมกับช่วงวัย เน้นการเรียนรู้ผ่าน เกมสนุก ๆ ที่สร้างความกระตือรือร้นในการเข้าร่วมและช่วยกระตุ้นนิสิตในการเรียนรู้รูปแบบ Quality Education

วัตถุประสงค์สำคัญของโครงการนี้คือ เพื่อสร้างค่านิยมการดูแลสุขภาพช่องปากและลดความกลัวหมอฟัน ตั้งแต่ยังเยาว์วัย การปรับทัศนคติของเด็กนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 และ 2 ในเชิงบวกต่อการดูแลช่องปากและผู้ให้บริการทางการแพทย์ ถือเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างนิสัยรักการดูแลตนเองที่ยั่งยืน

ทีมทันตแพทย์และนิสิตได้สอดแทรก เคล็ดลับการแปรงฟัน ที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการดูแลสุขภาวะที่จำเป็นต่อการพัฒนาด้านอื่น ๆ ของเด็กนักเรียน ได้แก่ การแปรงฟันอย่างน้อยนาน 2 นาที และทำเป็นประจำอย่างน้อย วันละ 2 ครั้ง คือช่วงเช้าและก่อนนอน

นอกเหนือจากวิธีการดูแลขั้นพื้นฐาน กิจกรรมยังเน้นย้ำถึงบทบาทของความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปาก โดยสอนให้เด็ก ๆ เข้าใจว่า ฟลูออไรด์ คือองค์ประกอบสำคัญในการช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของเคลือบฟันและป้องกันฟันผุ พร้อมสอนเทคนิคการ ถุยฟองไม่บ้วนน้ำ ภายหลังการแปรงฟัน เพื่อรักษาฟลูออไรด์ให้ทำงานบนผิวฟันอย่างยาวนานที่สุด

โครงการ Dent NU Engagement นี้ มีแผนการดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่องตลอดเดือนสิงหาคม–กันยายน 2568 โดยจัดกิจกรรมต่อเนื่องทั้งหมด 5 ครั้ง เพื่อปลูกฝังนิสัยการดูแลสุขภาพช่องปากอย่างมีประสิทธิภาพและให้เกิดความคุ้นเคยจนกลายเป็นพฤติกรรมถาวร

การดำเนินโครงการดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ในการสร้างภาคีเครือข่ายความร่วมมือกับสถานศึกษาในชุมชน เพื่อสนับสนุนสุขภาวะที่ดีให้กับเยาวชน ซึ่งจะนำไปสู่กระบวนการเรียนรู้ที่มีคุณภาพและ การมีสุขภาพช่องปากที่ดีอย่างยั่งยืน ต่อไปในอนาคต

ม.นเรศวร รณรงค์วินัยจราจร สร้างความปลอดภัยในรั้วมหาวิทยาลัย

วันพุธที่ 10 กันยายน 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร ขอความร่วมมือผู้ใช้รถใช้ถนนภายในมหาวิทยาลัย ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะบริเวณถนนหน้าอาคารคณะนิติศาสตร์–คณะสังคมศาสตร์ เพื่อความปลอดภัยของนิสิต อาจารย์ บุคลากร และผู้มาเยือนทุกคน

พื้นที่ดังกล่าวกำหนดให้เดินรถทางเดียว จึงขอความร่วมมือผู้ขับขี่งดการขับขี่ย้อนศร และปฏิบัติตามป้ายจราจรอย่างเคร่งครัด เพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดอุบัติเหตุและการกีดขวางการสัญจร

การฝ่าฝืนกฎจราจร แม้เป็นเพียงการกระทำเล็กน้อย อาจนำไปสู่อันตรายร้ายแรงต่อผู้ใช้เส้นทางร่วมกัน โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มีการสัญจรหนาแน่นของนิสิตและบุคลากร

มหาวิทยาลัยขอให้ผู้ขับขี่ใช้ถนนด้วยความมีวินัย เคารพสิทธิของเพื่อนร่วมทาง และขับขี่ด้วยความเร็วที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ เพื่อให้ทุกคนสามารถเดินทางภายในมหาวิทยาลัยได้อย่างปลอดภัย

ผู้ขับขี่ควรเปิดไฟเลี้ยวทุกครั้งเมื่อเปลี่ยนทิศทาง ชะลอความเร็วบริเวณทางแยกและพื้นที่ที่มีคนเดินเท้า รวมทั้งเพิ่มความระมัดระวังต่อรถจักรยานยนต์และยานพาหนะทุกประเภท

การปฏิบัติตามกฎจราจรเป็นส่วนสำคัญของการสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ปลอดภัย อบอุ่น และน่าอยู่ โดยอาศัยความร่วมมือของทุกคนในการดูแลพื้นที่ส่วนรวม

มหาวิทยาลัยนเรศวรจึงขอเชิญชวนประชาคมมหาวิทยาลัยร่วม ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เพื่อส่งเสริมความปลอดภัยบนท้องถนนและร่วมสร้าง NU Safe Zone ที่ความปลอดภัยเป็นของทุกคนอย่างยั่งยืน

ม.นเรศวร ส่งเสริมภูมิปัญญาสมุนไพรไทย ผ่านการเรียนรู้การทำแชมพูและสบู่สมุนไพร

วันจันทร์ที่ 8 กันยายน 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดการเรียนการสอนรายวิชาเลือกเสรี การบำบัดสุขภาพด้วยสมุนไพรชุมชน ในหัวข้อ การทำแชมพูและสบู่สมุนไพร เพื่อเปิดโอกาสให้นิสิตได้เรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง และนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน

กิจกรรมการเรียนรู้ครอบคลุมตั้งแต่การเตรียมวัตถุดิบสมุนไพร การคัดเลือกส่วนประกอบที่เหมาะสม ตลอดจนขั้นตอนการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์แชมพูและสบู่สมุนไพร โดยมุ่งเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับคุณค่าของพืชสมุนไพรและการใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสม

การจัดการเรียนการสอนครั้งนี้ช่วยพัฒนาทักษะเชิงปฏิบัติให้แก่นิสิต ทั้งด้านการเตรียมวัตถุดิบ การผลิตผลิตภัณฑ์ และการคำนึงถึงความสะอาดปลอดภัยในกระบวนการผลิต อันเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการนำความรู้ไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ กิจกรรมยังเป็นส่วนหนึ่งของการ ส่งเสริมภูมิปัญญาสมุนไพรไทย โดยเชื่อมโยงองค์ความรู้ท้องถิ่นกับการเรียนรู้ในมหาวิทยาลัย ทำให้นิสิตเห็นถึงคุณค่าและศักยภาพของสมุนไพรไทยในการดูแลสุขภาพและพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ได้จริง

การใช้สมุนไพรจากชุมชนเป็นวัตถุดิบยังช่วยสนับสนุนการใช้ทรัพยากรท้องถิ่นอย่างคุ้มค่า ลดการพึ่งพาผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมี และส่งเสริมแนวคิดการผลิตและการบริโภคที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

นิสิตสามารถนำความรู้จากกิจกรรมไปต่อยอดเป็นแนวทางลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ผ่านการผลิตแชมพูและสบู่สมุนไพรใช้เองอย่างเหมาะสม รวมทั้งประยุกต์ใช้ในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ตอบสนองต่อความต้องการของชุมชนในอนาคต

การเรียนรู้ดังกล่าวสะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการพัฒนานิสิตให้มีความรู้ ทักษะ และความตระหนักในการใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ ควบคู่กับการอนุรักษ์และต่อยอดองค์ความรู้ด้านสมุนไพรไทยให้เกิดประโยชน์อย่างยั่งยืน

ม.นเรศวร ใช้เทคโนโลยีพิมพ์ไทเทเนียม 3 มิติ รักษาผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่แห่งแรกของไทย

วันพุธที่ 3 กันยายน 2568 ศูนย์พัฒนลักษณ์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกับบริษัท เมติคูลี่ จำกัด และเครือข่ายหน่วยงานภาครัฐในจังหวัดพิษณุโลก แถลงข่าวความสำเร็จการผ่าตัดรักษาผู้ป่วยภาวะปากแหว่งเพดานโหว่วัยผู้ใหญ่ ด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์ไทเทเนียมสามมิติออกแบบเฉพาะบุคคล นับเป็นแห่งแรกของประเทศไทย

ศูนย์พัฒนลักษณ์เป็นชื่อที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระราชทานแก่สถานรักษาแก้ไขภาวะปากแหว่งเพดานโหว่และความผิดปกติของศีรษะและใบหน้า มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยมีความหมายว่า “ศูนย์ซึ่งเสริมสร้างลักษณะอันเจริญ”

การรักษาใช้เทคโนโลยี Patient-specific 3D-printed titanium surgical guides and implants สำหรับการผ่าตัดศัลยกรรมกระดูกขากรรไกร หรือ Orthognathic surgery ซึ่งพัฒนาขึ้นโดยทีมนักวิจัยจากศูนย์พัฒนลักษณ์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกับบริษัท เมติคูลี่ จำกัด

กระบวนการรักษาเริ่มจากการวางแผนร่วมกับทันตแพทย์จัดฟัน การถ่ายภาพรังสีเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สามมิติแบบเคลื่อนย้ายได้ MobiiScan เพื่อสร้างแบบจำลองกายวิภาคของผู้ป่วย ก่อนที่ทีมแพทย์และวิศวกรจะวางแผนการผ่าตัดด้วยระบบคอมพิวเตอร์

จากนั้น มีการออกแบบอุปกรณ์ให้เหมาะกับโครงสร้างขากรรไกรของผู้ป่วยแต่ละราย ได้แก่ แบบพิมพ์ตัดกระดูกและแผ่นยึดกระดูกไทเทเนียมเฉพาะบุคคล ก่อนผลิตด้วยเครื่องพิมพ์โลหะสามมิติทางการแพทย์ ทำให้อุปกรณ์มีความพอดีกับผู้ป่วยรายนั้นโดยเฉพาะ

อุปกรณ์ดังกล่าวช่วยเพิ่มความแม่นยำในการกำหนดตำแหน่งรอยตัดและการยึดกระดูกในตำแหน่งใหม่ตามแผนการรักษา ช่วยลดระยะเวลาการผ่าตัดและการดมยาสลบ รวมถึงลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน ปัจจุบัน การผ่าตัดด้วยวิธีนี้ประสบความสำเร็จแล้ว 9 ราย

ผลการรักษาช่วยปรับโครงสร้างใบหน้าและการสบฟันให้เหมาะสม ส่งเสริมการเคี้ยวอาหารและการพูด ตลอดจนช่วยเพิ่มความมั่นใจของผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของโครงสร้างใบหน้าจากภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ตั้งแต่กำเนิด

ความร่วมมือระหว่างทีมแพทย์ นักวิจัย วิศวกร และภาคเอกชน สะท้อนการนำองค์ความรู้และนวัตกรรมการผลิตขั้นสูงมาใช้พัฒนาการรักษาเฉพาะบุคคล เพื่อยกระดับมาตรฐานบริการสุขภาพและขีดความสามารถด้านนวัตกรรมทางการแพทย์ของประเทศ

ศูนย์พัฒนลักษณ์ มหาวิทยาลัยนเรศวร มุ่ง “คืนรอยยิ้ม คืนคุณภาพชีวิตในผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่” ผ่านการรักษาที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ป่วยแต่ละราย ช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และสามารถใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมั่นใจ

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin