ม.นเรศวร ใช้เทคโนโลยีพิมพ์ไทเทเนียม 3 มิติ รักษาผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่แห่งแรกของไทย
วันพุธที่ 3 กันยายน 2568 ศูนย์พัฒนลักษณ์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกับบริษัท เมติคูลี่ จำกัด และเครือข่ายหน่วยงานภาครัฐในจังหวัดพิษณุโลก แถลงข่าวความสำเร็จการผ่าตัดรักษาผู้ป่วยภาวะปากแหว่งเพดานโหว่วัยผู้ใหญ่ ด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์ไทเทเนียมสามมิติออกแบบเฉพาะบุคคล นับเป็นแห่งแรกของประเทศไทย
ศูนย์พัฒนลักษณ์เป็นชื่อที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระราชทานแก่สถานรักษาแก้ไขภาวะปากแหว่งเพดานโหว่และความผิดปกติของศีรษะและใบหน้า มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยมีความหมายว่า “ศูนย์ซึ่งเสริมสร้างลักษณะอันเจริญ”
การรักษาใช้เทคโนโลยี Patient-specific 3D-printed titanium surgical guides and implants สำหรับการผ่าตัดศัลยกรรมกระดูกขากรรไกร หรือ Orthognathic surgery ซึ่งพัฒนาขึ้นโดยทีมนักวิจัยจากศูนย์พัฒนลักษณ์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกับบริษัท เมติคูลี่ จำกัด
กระบวนการรักษาเริ่มจากการวางแผนร่วมกับทันตแพทย์จัดฟัน การถ่ายภาพรังสีเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สามมิติแบบเคลื่อนย้ายได้ MobiiScan เพื่อสร้างแบบจำลองกายวิภาคของผู้ป่วย ก่อนที่ทีมแพทย์และวิศวกรจะวางแผนการผ่าตัดด้วยระบบคอมพิวเตอร์
จากนั้น มีการออกแบบอุปกรณ์ให้เหมาะกับโครงสร้างขากรรไกรของผู้ป่วยแต่ละราย ได้แก่ แบบพิมพ์ตัดกระดูกและแผ่นยึดกระดูกไทเทเนียมเฉพาะบุคคล ก่อนผลิตด้วยเครื่องพิมพ์โลหะสามมิติทางการแพทย์ ทำให้อุปกรณ์มีความพอดีกับผู้ป่วยรายนั้นโดยเฉพาะ
อุปกรณ์ดังกล่าวช่วยเพิ่มความแม่นยำในการกำหนดตำแหน่งรอยตัดและการยึดกระดูกในตำแหน่งใหม่ตามแผนการรักษา ช่วยลดระยะเวลาการผ่าตัดและการดมยาสลบ รวมถึงลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน ปัจจุบัน การผ่าตัดด้วยวิธีนี้ประสบความสำเร็จแล้ว 9 ราย
ผลการรักษาช่วยปรับโครงสร้างใบหน้าและการสบฟันให้เหมาะสม ส่งเสริมการเคี้ยวอาหารและการพูด ตลอดจนช่วยเพิ่มความมั่นใจของผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของโครงสร้างใบหน้าจากภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ตั้งแต่กำเนิด
ความร่วมมือระหว่างทีมแพทย์ นักวิจัย วิศวกร และภาคเอกชน สะท้อนการนำองค์ความรู้และนวัตกรรมการผลิตขั้นสูงมาใช้พัฒนาการรักษาเฉพาะบุคคล เพื่อยกระดับมาตรฐานบริการสุขภาพและขีดความสามารถด้านนวัตกรรมทางการแพทย์ของประเทศ
ศูนย์พัฒนลักษณ์ มหาวิทยาลัยนเรศวร มุ่ง “คืนรอยยิ้ม คืนคุณภาพชีวิตในผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่” ผ่านการรักษาที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ป่วยแต่ละราย ช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และสามารถใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมั่นใจ
