Archives September 2025

ม.นเรศวร จัดโครงการ Next Gen Well-Being สร้างพื้นที่เรียนรู้เพื่อสุขภาวะคนรุ่นใหม่

วันพุธที่ 17 กันยายน 2568 ภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดโครงการสาระพัฒน์เพื่อสังคมที่ยั่งยืน ปีที่ 2 ภายใต้หัวข้อ “Next Gen Well-Being: สุขภาวะแห่งเจนเนอเรชันใหม่” ณ โถงกิจกรรมชั้น 1 อาคารคณะสังคมศาสตร์ เพื่อสร้างพื้นที่แห่งความคิดสร้างสรรค์และการเรียนรู้สำหรับนิสิตและผู้สนใจ

โครงการดำเนินงานโดยนิสิตสาขาวิชาพัฒนาสังคม ชั้นปีที่ 3 ซึ่งร่วมกันวางแผน ออกแบบ และบริหารกิจกรรมทุกขั้นตอน เป็นการเรียนรู้เชิงปฏิบัติที่เชื่อมโยงองค์ความรู้จากห้องเรียนสู่การลงมือทำจริง พร้อมพัฒนาทักษะการทำงานเป็นทีม การสื่อสาร และความรับผิดชอบต่อสังคม

กิจกรรมภายในงานประกอบด้วยการประกวด Next Gen Speech for Well-being เปิดโอกาสให้นิสิตถ่ายทอดมุมมองและแนวคิดเกี่ยวกับการสร้างสุขภาวะ การบรรยายพิเศษหัวข้อ “น้ำแทนน้ำตาล ทางเลือกวัยรุ่นยุคใหม่” เพื่อให้ความรู้ด้านโภชนาการและการเลือกบริโภคเครื่องดื่มอย่างเหมาะสม

นอกจากนี้ ยังมีการประกวด Healthy Beat Cover Dance ซึ่งผสานดนตรีเข้ากับการออกกำลังกาย การประกวด Well-Being Ambassador เพื่อค้นหาตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และบุคลิกภาพที่สะท้อนการมีสุขภาวะที่ดี รวมถึงนิทรรศการภาพวาด “สายเส้นบำบัด” ที่สื่อถึงบทบาทของศิลปะในการผ่อนคลายจิตใจและส่งเสริมสมาธิ

ผู้เข้าร่วมงานยังได้เรียนรู้ผ่านบูธกิจกรรมสร้างพลังบวก ได้แก่ บูธข้อความฮีลใจที่ส่งต่อกำลังใจแก่ผู้ร่วมงาน และบูธ DrinkWellU ที่ชวนทำเครื่องดื่มด้วยตนเอง ควบคู่กับการฝึกอ่านฉลากโภชนาการและการกำหนดเป้าหมายการดื่มเพื่อสุขภาพ

การจัดโครงการครั้งนี้ ส่งเสริมการดูแลสุขภาวะของคนรุ่นใหม่ในทุกมิติ ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสังคม โดยนำเสนอเนื้อหาในรูปแบบที่เข้าถึงได้ง่ายและสอดคล้องกับวิถีชีวิตของนิสิต ช่วยให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการดูแลตนเองในชีวิตประจำวัน

โครงการยังเปิดพื้นที่ให้นิสิตได้แสดงออกอย่างสร้างสรรค์ เคารพความหลากหลาย และเรียนรู้การทำงานร่วมกับผู้อื่นอย่างเท่าเทียม อันเป็นพื้นฐานสำคัญของการอยู่ร่วมกันในสังคมที่ให้คุณค่ากับศักดิ์ศรีและโอกาสของทุกคน

มหาวิทยาลัยนเรศวรเดินหน้าสนับสนุนการเรียนรู้ที่พัฒนาผู้เรียนอย่างรอบด้าน ผ่านกิจกรรมที่บูรณาการความรู้ ทักษะชีวิต และความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อสร้างคนรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพ มีสุขภาวะที่ดี และร่วมขับเคลื่อนสังคมอย่างสร้างสรรค์

ม.นเรศวร จัดเวิร์กชอป “D.I.Y. เพียรสาน งานศิลป์” ชุบชีวิตเศษผ้าสู่ตะกร้าจักสานรักษ์โลก

วันศุกร์ที่ 19 กันยายน 2568 กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกับ พิพิธภัณฑ์ผ้า มหาวิทยาลัยนเรศวร (Textile Museum) ดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการหรือ Workshop ภายใต้ชื่อ “D.I.Y. เพียรสาน งานศิลป์” เพื่อเปิดพื้นที่แห่งการเรียนรู้และสร้างสรรค์ให้กับผู้ที่สนใจงานหัตถศิลป์

กิจกรรมดังกล่าวเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้ร่วมเรียนรู้ทักษะ การตกแต่งตะกร้าจักสาน อย่างถูกวิธี โดยเน้นการนำ เศษผ้าที่ไม่ใช้แล้ว มาประยุกต์และสร้างสรรค์เพื่อสร้างลวดลายสวยงามและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวบนชิ้นงาน ซึ่งถือเป็นการผสมผสานงานศิลปะเข้ากับวิถีชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว

การจัดการเรียนรู้ในรูปแบบเชิงปฏิบัติการนี้นับเป็นการส่งเสริมการศึกษาที่ครอบคลุมและมีคุณภาพ โดยเปิดกว้างให้ประชาชนและผู้ที่สนใจสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ด้านงานศิลปะประดิษฐ์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาทักษะชีวิตและการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่สามารถนำไปปรับใช้ได้จริง

นอกเหนือจากความสวยงามของชิ้นงานแล้ว กิจกรรมนี้ยังมุ่งเน้นการรณรงค์ให้เกิดรูปแบบการผลิตและการบริโภคที่รับผิดชอบ โดยการนำวัสดุเหลือใช้อย่างเศษผ้ากลับมาสร้างมูลค่าใหม่ ซึ่งมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการช่วย ลดขยะสิ่งทอ และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากอุตสาหกรรมแฟชั่น

การฝึกฝนทักษะงานฝีมือจากวัสดุเหลือใช้อย่างเป็นระบบ ไม่เพียงแต่ทำให้ผู้เข้าร่วมได้งานฝีมือที่งดงามกลับไปชื่นชม แต่ยังเป็นการต่อยอดสู่อาชีพ และสร้างรายได้ ให้แก่ตนเองและครอบครัว ตลอดจนช่วยสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจในระดับชุมชนฐานราก

การบูรณาการศิลปวัฒนธรรมเข้ากับการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ถือเป็นการส่งเสริมแนวคิดด้าน ความยั่งยืน อย่างเป็นรูปธรรม กิจกรรมนี้สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยในการเป็นผู้นำด้านการสร้างจิตสำนึกรักษ์โลก และการประยุกต์ใช้องค์ความรู้เพื่อแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม

สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมหรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ สามารถติดต่อได้ที่ คุณอนงค์ วงศ์สุวรรณ์ หมายเลขโทรศัพท์ 0-5596-1207 หรือติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ของ กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม และ พิพิธภัณฑ์ผ้า มหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนสังคมแห่งการเรียนรู้ต่อไป

ม.นเรศวร เข้าร่วมสัมมนาวิชาการระดับชาติด้านคนพิการ ครั้งที่ 17 เสริมโอกาสทางการศึกษาและอาชีพอย่างยั่งยืน

วันอังคารที่ 22 กันยายน 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร นำโดย ดร.จรัสดาว คงเมือง รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานิสิต ศิษย์เก่า และศิลปวัฒนธรรม เข้าร่วม สัมมนาวิชาการระดับชาติด้านคนพิการ ครั้งที่ 17 ณ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่ดีในการพัฒนาศักยภาพของคนพิการในมิติการศึกษาและการประกอบอาชีพอย่างยั่งยืน

การจัดงานครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยเชียงใหม่และ กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ภายใต้หัวข้อ “แนวปฏิบัติที่ดีและนวัตกรรมในการสร้างโอกาสทางการศึกษาและอาชีพสำหรับคนพิการ” ซึ่งมุ่งเน้นการสร้างพื้นที่ทางวิชาการสำหรับการนำเสนอผลงาน วิจัย และนวัตกรรมที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม

ภายในงานมีการนำเสนอแนวคิดและกรณีศึกษาที่สะท้อนถึง การเข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียม รวมถึงการพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานในยุคปัจจุบัน โดยเน้นการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ของคนพิการอย่างมีประสิทธิภาพ

ในโอกาสนี้ นายกัณต์กวี วิมุติ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการกองกิจการนิสิตและบุคลากร ได้นำนิสิตพิการของมหาวิทยาลัยนเรศวรเข้าร่วมกิจกรรม ประกอบด้วย นางสาวสิริยากร หมันบุญ นายอภิชาต เจริญสุบรุ่งเรียน และนายนนทวัฒน์ ขันทอง เพื่อเปิดโอกาสในการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกับเครือข่ายระดับประเทศ

การมีส่วนร่วมของนิสิตในเวทีดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการ พัฒนาศักยภาพผู้เรียนทุกกลุ่มอย่างครอบคลุม พร้อมทั้งสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับสิทธิ ความเสมอภาค และบทบาทของคนพิการในสังคมและตลาดแรงงาน

นอกจากนี้ ภายในพิธีเปิดได้รับเกียรติจากนายโชคชัย วิเชียรชัยยะ อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เป็นประธานในพิธี ซึ่งได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการ ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ สร้างอาชีพ และยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน

การเข้าร่วมสัมมนาครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการขับเคลื่อน การศึกษาเพื่อทุกคน การจ้างงานที่มีคุณค่า และการลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ผ่านการสร้างเครือข่ายความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในระดับชาติ

ม.นเรศวร ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สิ่งแวดล้อมเชิงบูรณาการ ดำเนินนโยบายลดขยะฝังกลบ ลดการใช้พลาสติก และควบคุมบรรจุภัณฑ์ใช้ครั้งเดียวทิ้งเพื่อความยั่งยืน

วันศุกร์ที่ 26 กันยายน 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยการดำเนินงานของคณะสาธารณสุขศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ สำนักหอสมุด และเครือข่ายประชาคม ได้บูรณาการภารกิจเชิงรุกเพื่อขับเคลื่อนมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมและการจัดการทรัพยากรภายในสถาบันอย่างเป็นรูปธรรม ให้สอดคล้องกับกรอบการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน

การดำเนินงานด้านการจัดการของเสียของสถาบันได้ถูกยกระดับผ่านการกำหนดมาตรการและแนวทางที่ชัดเจน ซึ่งครอบคลุมถึงการ วัดปริมาณขยะที่ส่งฝังกลบและรีไซเคิล เพื่อติดตามและประเมินประสิทธิภาพของการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งการขับเคลื่อน นโยบายลดการใช้พลาสติก และการควบคุมปริมาณขยะตั้งแต่ต้นทางผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่าง ธนาคารขยะ NU Zero Waste รวมถึงกิจกรรมรณรงค์คัดแยกขยะอย่างยั่งยืน

มหาวิทยาลัยยังได้ขยายขอบเขตการดำเนินงานให้ครอบคลุมมากกว่าพลาสติก ด้วยการดำเนิน นโยบายลดสิ่งของใช้ครั้งเดียวทิ้ง ซึ่งครอบคลุมถึงการลดการใช้ แก้วกระดาษ จาน ช้อน และบรรจุภัณฑ์ ชนิดต่างๆ ภายในพื้นที่มหาวิทยาลัย เพื่อลดปริมาณขยะมูลฝอยและส่งเสริมให้ประชาคมตระหนักถึงความสำคัญของการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าในชีวิตประจำวัน

นอกจากนี้ ยังมีการต่อยอดนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมผ่านผลงานวิจัย เช่น NU Bio Bags ถุงพลาสติกชีวภาพที่ย่อยสลายได้ ซึ่งพัฒนาโดยคณะวิทยาศาสตร์เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ทดแทนพลาสติกแบบดั้งเดิม ตลอดจนการสร้างสรรค์นวัตกรรมรักษ์โลกอย่าง “ไก่แก้บน” จากวัสดุธรรมชาติ ที่สามารถย่อยสลายได้เองภายใน 2 เดือน เพื่อแก้ไขปัญหาขยะตกค้างบริเวณศาสนสถานและพื้นที่โดยรอบ

ในมิติของการส่งต่อทรัพยากรและการหมุนเวียนการใช้ประโยชน์ มหาวิทยาลัยได้ดำเนิน โครงการโอนครุภัณฑ์ที่ไม่ใช้แล้ว ให้แก่หน่วยงานภาครัฐและสถานศึกษาตามระเบียบทางราชการ รวมถึง โครงการ PharmaSea โดยคณะเภสัชศาสตร์ในการส่งต่อยาเหลือใช้เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ซึ่งช่วยลดการสูญเสียทรัพยากรและสนับสนุนการเข้าถึงสิ่งของจำเป็นอย่างเท่าเทียม

การขยายผลองค์ความรู้ยังถูกถ่ายทอดสู่ชุมชนรอบข้าง ผ่านการดำเนินโครงการในพื้นที่ ชุมชนท่าโพธิ์ เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้การจัดการขยะและการ ลดการปลดปล่อยคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ร่วมกับผู้นำชุมชนและประชาชน ซึ่งเป็นการผสานองค์ความรู้ทางวิชาการเข้ากับการปฏิบัติจริงในระดับท้องถิ่นเพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็ง

ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร นิสิต และเครือข่ายภาคประชาชน ถือเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้ มหาวิทยาลัยนเรศวร สามารถขับเคลื่อนนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมและการจัดการทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้เกิดการลดปริมาณขยะฝังกลบ การส่งเสริม เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และการพัฒนาสถาบันสู่การเป็นมหาวิทยาลัยสีเขียวอย่างยั่งยืน

ม.นเรศวร มอบนโยบายขับเคลื่อนสภาข้าราชการ พนักงาน และลูกจ้าง มุ่งเน้นการบริหารงานอย่างโปร่งใส พร้อมดูแลสวัสดิการและพัฒนาความก้าวหน้าอย่างยั่งยืน

วันพุธที่ 24 กันยายน 2568 รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร ได้มอบนโยบายการบริหารงานของมหาวิทยาลัยแก่คณะกรรมการสภาข้าราชการ พนักงาน และลูกจ้าง มหาวิทยาลัยนเรศวร ณ ห้องประชุมนเรศวร 308 อาคารสำนักงานอธิการบดี เพื่อขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ทิศทางที่ยั่งยืน

การประชุมในครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้คณะกรรมการฯ ซึ่งเป็นตัวแทนของบุคลากรในทุกภาคส่วน ได้รับทราบถึงนโยบายและทิศทางที่สำคัญของมหาวิทยาลัย เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนเพื่อรักษาผลประโยชน์ขององค์กรให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยมุ่งเน้นการสร้างความร่วมมือและความเข้าใจอันดีระหว่างผู้บริหารและบุคลากรทุกระดับภายใต้หลักธรรมาภิบาลและความโปร่งใส

การดำเนินงานของมหาวิทยาลัยยังคงยึดมั่นในแนวทางหลักตามหลักการบริหารที่มุ่งเน้น การเพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย และเพิ่มประสิทธิภาพ ให้เกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุด พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพชีวิตและการทำงานของบุคลากรสายสนับสนุน ซึ่งถือเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนพันธกิจต่างๆ ให้ดำเนินไปได้อย่างราบรื่นและมั่นคง

ในด้านการดูแลสวัสดิการและการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญกับการพิจารณาด้านสวัสดิการที่เหมาะสมกับยุคสมัย รวมถึงการสนับสนุนให้บุคลากรสามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์ต่างๆ ได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจที่ดีในการปฏิบัติงานประจำวันของบุคลากรทุกคน

สำหรับการพัฒนาความก้าวหน้าในสายอาชีพ ได้มีการเน้นย้ำถึงแนวทางการส่งเสริมให้บุคลากรเติบโตในตำแหน่งหน้าที่ที่สูงขึ้น โดยการพิจารณาจะอยู่บนพื้นฐานของความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ และผลงานที่เป็นรูปธรรม เพื่อเปิดโอกาสให้บุคลากรทุกคนมีความก้าวหน้าอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม

บรรยากาศภายในงานยังได้มีพิธีส่งมอบงานระหว่าง นางปทุมพร อโหสิ ประธานสภาข้าราชการฯ คนเดิม และ นายมงคล กลั่นทรัพย์ ประธานสภาข้าราชการฯ คนใหม่ เพื่อส่งต่อภารกิจสำคัญในการเป็นกระบอกเสียงและพิทักษ์สิทธิประโยชน์ของบุคลากรให้ดำเนินต่อไปอย่างราบรื่น

การมอบนโยบายและการขับเคลื่อนผ่านองค์กรตัวแทนบุคลากรในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี มีความเท่าเทียม และสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อร่วมกันพัฒนาสถาบันให้เจริญก้าวหน้าและดูแลบุคลากรอย่างครอบคลุมในทุกมิติ

ม.นเรศวร ติดตามการบำรุงรักษาสถานีไฟฟ้าย่อย เพื่อเพิ่มความมั่นคงของระบบไฟฟ้าและใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า

วันเสาร์ที่ 27 กันยายน 2568 นายรุ่งรัตน์ พระนาค ผู้อำนวยการกองอาคารสถานที่ ลงพื้นที่สถานีไฟฟ้าย่อย มหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อตรวจเยี่ยมและติดตามความคืบหน้าการบำรุงรักษา โดยมุ่ง ยกระดับประสิทธิภาพการจ่ายกระแสไฟฟ้า ให้รองรับการใช้พลังงานภายในมหาวิทยาลัยได้อย่างต่อเนื่องและมีเสถียรภาพ

สถานีไฟฟ้าย่อยเป็นส่วนสำคัญของระบบจ่ายไฟฟ้าภายในมหาวิทยาลัย การดูแลรักษาอุปกรณ์และระบบที่เกี่ยวข้องอย่างสม่ำเสมอ ช่วยให้สามารถติดตามสภาพการทำงานและวางแผนแก้ไขปัญหาได้อย่างเหมาะสม ลดโอกาสเกิดเหตุขัดข้องที่อาจกระทบต่อการเรียนการสอน การวิจัย การให้บริการ และการปฏิบัติงานของหน่วยงานต่าง ๆ

การลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนถึงความสำคัญของ การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน ซึ่งเป็นแนวทางดูแลระบบไฟฟ้าก่อนเกิดความเสียหาย การติดตามความคืบหน้าของงานบำรุงรักษาช่วยให้การดำเนินงานเป็นไปตามแผน และสนับสนุนการจัดการความเสี่ยงด้านพลังงานของมหาวิทยาลัยในระยะยาว

นอกจากความต่อเนื่องในการจ่ายไฟฟ้าแล้ว การบำรุงรักษายังช่วยส่งเสริมการ ใช้อุปกรณ์อย่างคุ้มค่า ยืดอายุการใช้งาน และลดความเสียหาย ที่อาจเกิดขึ้นกับระบบไฟฟ้า เมื่ออุปกรณ์ได้รับการดูแลตามความเหมาะสม มหาวิทยาลัยย่อมสามารถวางแผนการใช้ทรัพยากรและงบประมาณสำหรับการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนอุปกรณ์ได้อย่างรอบคอบยิ่งขึ้น

ระบบไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพเป็นพื้นฐานของการบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะช่วยให้หน่วยงานต่าง ๆ สามารถดำเนินกิจกรรมได้ตามปกติ และเอื้อต่อการติดตามการใช้พลังงานภายในอาคารและพื้นที่ของมหาวิทยาลัย การดูแลโครงสร้างพื้นฐานควบคู่กับการใช้ไฟฟ้าอย่างเหมาะสมจึงเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ

ในด้านสิ่งแวดล้อม การลดความเสียหายและยืดอายุอุปกรณ์ช่วยลดความจำเป็นในการผลิต จัดหา และกำจัดอุปกรณ์ทดแทนก่อนเวลาอันควร แนวทางดังกล่าวมีส่วนช่วยลดการใช้ทรัพยากรและผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการใช้ไฟฟ้าจะต้องอาศัยข้อมูลการใช้พลังงานและผลการดำเนินงานที่ตรวจสอบได้

มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับการดูแลโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน เพื่อรองรับภารกิจของมหาวิทยาลัยและการพัฒนาอย่างยั่งยืน การติดตามงานบำรุงรักษาสถานีไฟฟ้าย่อยในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความมั่นคงของระบบไฟฟ้า ส่งเสริมการใช้อุปกรณ์อย่างคุ้มค่า และเตรียมความพร้อมต่อความต้องการใช้พลังงานของมหาวิทยาลัยในอนาคต

ม.นเรศวร เปิดคลินิกวัคซีน เสริมภูมิคุ้มกันให้ประชาชนทุกช่วงวัย

วันอาทิตย์ที่ 21 กันยายน 2568 คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร เปิดให้บริการ คลินิกวัคซีนผู้ใหญ่ เพื่อให้คำแนะนำและบริการวัคซีนแก่ประชาชนตามช่วงอายุ ปัจจัยเสี่ยง และข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ โดยมีอาจารย์แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ผู้เชี่ยวชาญดูแล

แม้คลินิกจะใช้ชื่อคลินิกวัคซีนผู้ใหญ่ แต่มีบริการวัคซีนที่ครอบคลุมผู้รับบริการในช่วงวัยต่าง ๆ ตามประเภทของวัคซีนและคำแนะนำของแพทย์ เพื่อสนับสนุนการป้องกันโรคแก่ประชาชนและครอบครัวอย่างเหมาะสม

บริการวัคซีนประกอบด้วยวัคซีนสำคัญสำหรับการป้องกันโรค อาทิ วัคซีนเอ็มเอ็มอาร์ ป้องกันโรคหัด คางทูม และหัดเยอรมัน รวมถึงวัคซีนป้องกันไข้เลือดออก ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์การรับวัคซีน

การรับวัคซีนอย่างครบถ้วนช่วยลดโอกาสเกิดโรคและภาวะแทรกซ้อนที่อาจรุนแรงได้ ผู้รับบริการจึงควรรับคำปรึกษาจากบุคลากรทางการแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสมของวัคซีนแต่ละชนิดก่อนเข้ารับบริการ

คลินิกให้ความสำคัญกับการให้ข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อให้ประชาชนตัดสินใจด้านสุขภาพได้อย่างมั่นใจ ทั้งเรื่องจำนวนเข็ม ระยะห่างในการรับวัคซีน และแนวทางปฏิบัติตัวที่เหมาะสมภายหลังรับวัคซีน

การให้บริการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของ การสร้างเสริมสุขภาพ (Health Promotion) ที่มุ่งเน้นการป้องกันโรคก่อนการเจ็บป่วย ช่วยให้ประชาชนมีภูมิคุ้มกันที่เหมาะสมและสามารถดูแลสุขภาพของตนเองได้อย่างต่อเนื่อง

คลินิกวัคซีนผู้ใหญ่ตั้งอยู่ ณ อาคารสิรินธร ชั้น 3 โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร เปิดให้บริการวันจันทร์–วันศุกร์ เว้นวันหยุดราชการ ผู้สนใจสามารถสอบถามหรือจองคิวได้ที่หมายเลข 0 5596 5501 และ 0 5596 5051

ม.นเรศวร จัดกิจกรรม “PLANET LOVING ZONE” สร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน

วันศุกร์ที่ 26 กันยายน 2568 คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรม “PLANET LOVING ZONE พื้นที่นี้รักษ์โลก” เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และสร้างความตระหนักด้าน การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน ผ่านกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้นิสิต บุคลากร และประชาชนทั่วไปได้มีส่วนร่วมในการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ณ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ภายในงานมีการจัด นิทรรศการด้านโลกร้อนและสิ่งแวดล้อม ถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับสาเหตุ ผลกระทบ และแนวทางการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมนำเสนอแนวทางการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ทรัพยากรในชีวิตประจำวัน เพื่อสร้างความเข้าใจและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม

กิจกรรมยังประกอบด้วย ร้านค้ากว่า 16 ร้าน ที่ร่วมสนับสนุนแนวคิดการบริโภคอย่างรับผิดชอบ โดยนำเสนอสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่คำนึงถึงการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดการสร้างของเสีย และสนับสนุนการใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยสร้างความตระหนักถึงบทบาทของผู้บริโภคในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมผ่านการเลือกซื้อและการใช้สินค้าอย่างเหมาะสม

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเกมและกิจกรรมสร้างสรรค์ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติ เสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดการทรัพยากร การลดขยะ การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการปลูกฝังจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับการบูรณาการ องค์ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อม การเรียนการสอน และการบริการวิชาการ เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างคณะ หน่วยงานภายในมหาวิทยาลัย ภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน ในการร่วมกันพัฒนากิจกรรมและแนวปฏิบัติที่ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน และสร้างสังคมที่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

กิจกรรม PLANET LOVING ZONE ยังเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้นิสิต บุคลากร และผู้เข้าร่วมได้แลกเปลี่ยนแนวคิดและประสบการณ์ด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม พร้อมสร้างแรงบันดาลใจในการนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ตลอดจนส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการลดของเสีย การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการสร้าง สังคมที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ผ่านการส่งเสริมความรู้ การมีส่วนร่วม และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านการบริโภคและการใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ เพื่อร่วมกันลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกมิติ

ม.นเรศวร จัดบรรยายพิเศษกฎหมายสิ่งแวดล้อม มุ่งขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

วันพุธที่ 17 กันยายน 2568 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรมบรรยายพิเศษ หัวข้อ “กฎหมายสิ่งแวดล้อมกับการพัฒนาที่ยั่งยืน : กรณีศึกษามาตรการส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า” ณ ห้อง 2-311 อาคารเรียนปราบไตรจักร 2 มหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และเปิดมุมมองด้านกฎหมายสิ่งแวดล้อมให้แก่นิสิตหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต ชั้นปีที่ 4

การบรรยายครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.สุรศักดิ์ บุญเรือง อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง เป็นวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ โดยกิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการจัดการเรียนการสอนในรายวิชา กฎหมายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ที่มุ่งบูรณาการองค์ความรู้ทางกฎหมายเข้ากับสถานการณ์และประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน

เนื้อหาการบรรยายให้ความสำคัญกับการรับมือ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผ่านบทบาทของกฎหมายและนโยบายสาธารณะ โดยยกกรณีศึกษา อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เป็นตัวอย่างของการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาด ซึ่งมีส่วนช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของมาตรการทางกฎหมายในการสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจที่ควบคู่กับการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม

อีกประเด็นสำคัญคือการสร้าง สถาบันที่เข้มแข็ง และกระบวนการยุติธรรมที่มีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับการพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ การออกแบบกฎหมายและมาตรการกำกับดูแลจำเป็นต้องมีความโปร่งใส เป็นธรรม และสามารถบังคับใช้ได้จริง เพื่อคุ้มครองสิทธิของทุกภาคส่วน ทั้งภาคธุรกิจ ประชาชน และสังคมโดยรวม

นอกจากการเรียนรู้หลักนิติธรรมแล้ว กิจกรรมยังเปิดโอกาสให้นิสิตได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและวิเคราะห์บทบาทของกฎหมายในการกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศ พร้อมทั้งทำความเข้าใจความเชื่อมโยงระหว่างกฎหมาย สิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี และนโยบายสาธารณะ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาอย่างยั่งยืนในอนาคต

การบรรยายครั้งนี้ช่วยเสริมสร้างทักษะการคิดวิเคราะห์และการประยุกต์ใช้องค์ความรู้ทางกฎหมาย เพื่อให้นิสิตสามารถประเมินผลกระทบของมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมและนโยบายภาครัฐได้อย่างรอบด้าน ตระหนักถึงบทบาทของนักกฎหมายในการสนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ การคุ้มครองสิ่งแวดล้อม และการสร้างความเป็นธรรมให้แก่สังคม

การดำเนินกิจกรรมของคณะนิติศาสตร์ในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการผลิตบัณฑิตที่มีความรู้ ความรับผิดชอบต่อสังคม และตระหนักถึงความสำคัญของกฎหมายในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศอย่างสมดุล โดยใช้องค์ความรู้ทางกฎหมายเป็นเครื่องมือสนับสนุนการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การคุ้มครองสิ่งแวดล้อม และการสร้างสังคมที่ยั่งยืนสำหรับคนรุ่นปัจจุบันและอนาคต

ม.นเรศวร ชู 3 งานวิจัยเด่นเวที Talent Mobility Showcase มุ่งสานพลังอุตสาหกรรมและนวัตกรรมยั่งยืน

วันอังคารที่ 16 กันยายน 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร โดย อุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร นำโดย ดร.เศรษฐา ตั้งค้าวานิช รักษาการรองผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ฯ นำคณะผู้บริหารและนักวิจัยเข้าร่วมกิจกรรม Talent Mobility Showcase ณ ห้องประชุมพญาไท 1–2 โรงแรมอีสติน แกรนด์ พญาไท กรุงเทพมหานคร

การจัดกิจกรรมระดับชาตินี้ดำเนินการโดย สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ซึ่งมีเป้าหมายหลักในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีและการวิจัยของประเทศ เพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษาและอุตสาหกรรม ให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และทรัพยากรที่สามารถนำไปต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ภายในงาน มหาวิทยาลัยนเรศวรได้คัดเลือกและนำเสนอผลงานวิจัยเด่นจำนวน 3 โครงการ เริ่มต้นด้วยโครงการ การพัฒนาคอนกรีตพิเศษสำหรับพื้นฟาร์มสุกร นำโดย รศ.ดร.พงษ์ธร จุฬพันธ์ทอง ซึ่งเป็นการพัฒนานวัตกรรมวัสดุก่อสร้างร่วมกับบริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) เพื่อยกระดับมาตรฐานโครงสร้างพื้นฐานในภาคปศุสัตว์ให้มีความแข็งแรงและทนทานต่อการใช้งานในระดับอุตสาหกรรม

โครงการที่สองคือ การพัฒนาชุดสับฟางข้าวสำหรับรถเกี่ยวนวดข้าว เพื่อลดการเผาฟางในนาข้าว โดย ผศ.ดร.รัตนา การุญบุญญานันท์ ซึ่งเป็นการวิจัยร่วมกับ บริษัท เกษตรพัฒนาอุตสาหกรรม จำกัด ผลงานนี้ถือเป็นนวัตกรรมที่สำคัญในการพัฒนากระบวนการผลิตทางการเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และช่วยแก้ปัญหามลพิษทางอากาศจากภาคการเกษตร

โครงการที่สามได้แก่ การเพิ่มมูลค่าการใช้ประโยชน์ของเถ้าลอยชีวมวล เพื่อเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุนการผลิตอ้อยและมันสำปะหลัง นำโดย รศ.ดร.จรัณธร บุญญานุภาพ ร่วมกับ บริษัท สหกรีน ฟอเรสท์ จำกัด ซึ่งเป็นการนำของเหลือทิ้งจากกระบวนการผลิตมาหมุนเวียนใช้ประโยชน์ใหม่ สนับสนุนการลดต้นทุนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่อุตสาหกรรมการเกษตร

นอกจากการนำเสนอผลงานวิจัยเชิงประจักษ์แล้ว ภายในงานยังมีการจัดเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างนักวิจัยและผู้ประกอบการ รวมถึงการประชุมผู้บริหารเครือข่ายศูนย์อำนวยความสะดวกทั่วประเทศ เพื่อกำหนดทิศทางและนโยบายในการขับเคลื่อนงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์จริงในระบบเศรษฐกิจ

การเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการเป็นฟันเฟืองสำคัญเพื่อสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ตอบสนองต่อความต้องการของภาคเอกชน การผนึกกำลังอย่างใกล้ชิดระหว่างเครือข่ายพันธมิตรจะช่วยสร้างรากฐานที่แข็งแกร่ง นำไปสู่การยกระดับขีดความสามารถทางอุตสาหกรรมของประเทศให้ก้าวหน้าอย่างมั่นคงต่อไป

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin