ม.นเรศวร จัดกิจกรรม Social Entrepreneurship for Change ปั้นไอเดียสร้างอาชีพผู้พิการและผู้สูงอายุสู่ความยั่งยืน

วันอาทิตย์ที่ 7 กันยายน 2568 คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรมโครงการ “Social Entrepreneurship for Change: ปั้นไอเดียสร้างอาชีพคนพิการ ผู้สูงอายุที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ และคนดูแล” ณ โรงละคร อาคารเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษาบรมราชินีนาถ โดยมีเป้าหมายในการขับเคลื่อนการพัฒนาเชิงเศรษฐกิจและสังคมผ่านแนวคิดผู้ประกอบการทางสังคม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของกลุ่มเปราะบางในจังหวัดพิษณุโลก

กิจกรรมนี้มุ่งเน้นการ ส่งเสริมและสนับสนุนการจ้างงาน การสร้างอาชีพ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้พิการและผู้สูงอายุ รวมถึงการพัฒนาศักยภาพของผู้ดูแลให้สามารถมีบทบาทในการสร้างรายได้และความมั่นคงทางเศรษฐกิจ อันเป็นกลไกสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำและสร้างโอกาสทางอาชีพอย่างเท่าเทียม

ในช่วงเช้า ได้มีการบรรยายพิเศษในหัวข้อ “แนวทางการทำงานกับผู้พิการฯ ในชุมชน” โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ธีรพงษ์ บัวหล้า ซึ่งได้ถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการทำงานร่วมกับผู้พิการในมิติของชุมชน เน้นการสร้างการมีส่วนร่วม การพัฒนาเครือข่าย และการออกแบบกิจกรรมที่ตอบโจทย์บริบทพื้นที่อย่างยั่งยืน

ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้รับความรู้และแนวคิดที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาโครงการหรือกิจกรรมในชุมชน โดยเฉพาะการสร้าง ระบบสนับสนุนทางสังคมและเศรษฐกิจ ที่เอื้อต่อการดำรงชีวิตของผู้พิการและครอบครัว พร้อมทั้งเปิดโอกาสในการต่อยอดสู่การพัฒนาอาชีพและธุรกิจเพื่อสังคม

ช่วงสำคัญของงานคือการนำเสนอผลงาน Pitching จาก 6 ทีมสุดท้าย ที่ผ่านการคัดเลือกจากทั้งหมด 59 กลุ่ม โดยนำเสนอแนวคิดนวัตกรรมที่สามารถพัฒนาเป็นอาชีพจริงและสร้างรายได้อย่างยั่งยืน ภายใต้การพิจารณาของคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานภาครัฐและภาคีเครือข่ายในพื้นที่

ทีมที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ ได้แก่ “แก้วกัลยา – ขนมหินฝนทอง” “หมอนหลอดหอมสมุนไพรเพื่อสุขภาพ สร้างอาชีพอย่างยั่งยืน” “หมอนสมุนไพรเปลี่ยนเสียง” “Punch for Hope ปักความหวัง สร้างอนาคต” “ร้านค้าไร้เสียง” และ “น้ำพริกครัวหลังบ้าน: โครงการพัฒนาอาชีพสร้างรายได้เพื่อคนพิการและผู้สูงอายุ” ซึ่งล้วนสะท้อนถึงความคิดสร้างสรรค์และศักยภาพของนิสิตในการออกแบบนวัตกรรมเพื่อสังคม

ผลการตัดสินปรากฏว่า ทีม “แก้วกัลยา – ขนมหินฝนทอง” ได้รับรางวัลชนะเลิศ รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ “หมอนหลอดหอมสมุนไพรเพื่อสุขภาพ สร้างอาชีพอย่างยั่งยืน” และรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ “น้ำพริกครัวหลังบ้าน: โครงการพัฒนาอาชีพสร้างรายได้เพื่อคนพิการและผู้สูงอายุ” ซึ่งเป็นตัวอย่างของการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ

กิจกรรมครั้งนี้สะท้อนถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยในการเป็น พื้นที่บ่มเพาะนวัตกรรมทางสังคม และสร้างโอกาสให้เกิดการเชื่อมโยงระหว่างนิสิต ชุมชน และหน่วยงานภายนอก เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างมีส่วนร่วม อันนำไปสู่การสร้างความมั่นคงทางอาชีพ ลดความเหลื่อมล้ำ และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้พิการและผู้สูงอายุในระยะยาว