ม.นเรศวร ขนย้ายและส่งกำจัดของเสียอันตราย

เมื่อวันที่ 4 – 5 กันยายน 2566 บุคลากรกองอาคารสถานที่และผู้เชี่ยวชาญได้ทำการขนย้ายและส่งกำจัดของเสียอันตรายที่เกิดขึ้นภายในห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ของคณะและหน่วยงานต่าง ๆ ประจำปีงบประมาณ 2566 โดยมีหน่วยงานทั้งสิ้น 24 หน่วยงาน ภายในมหาวิทยาลัยนเรศวร ที่ส่งของเสียอันตรายมากำจัดในปีงบประมาณนี้

ที่มา: กองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร พัฒนามัคคุเทศก์ท้องถิ่นให้เป็นมืออาชีพ

มื่อวันที่ 9-10 กันยายน 2566 มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยกองส่งเสริมการบริการวิชาการ ได้จัดโครงการออกหน่วยบริการวิชาการเคลื่อนที่มหาวิทยาลัยนเรศวร (NU Mobile Unit) ประจำปี 2566 กิจกรรมการอบรมเชิงปฏิบัติการ “การพัฒนามัคคุเทศก์ท้องถิ่นให้เป็นมืออาชีพ” ณ โรงเรียนนาบัววิทยา อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลกโดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.วศิน ปัญญาวุธตระกูล ตำแหน่ง อาจารย์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร และคณะ เป็นวิทยากร เพื่อสร้างความรู้ความสามารถในการนำเที่ยวอย่างแท้จริง มีการปฏิบัติงานที่มีเป็นมาตราฐานในทุก ๆ ด้าน มีความยืดหยุ่นในการปฏิบัติงาน ตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยว ซื่อสัตย์ สามารถปรับตัวให้เหมาะสมกับแต่ละสถานการณ์จะช่วยแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างเหมาะสม

ที่มา: กองส่งเสริมการบริการวิชาการ ม.นเรศวร

ม.นเรศวร จัดกิจกรรมนิทรรศการแนะแนวการศึกษาต่อและอาชีพ สร้างโอกาสสู่อนาคต

มหาวิทยาลัยนเรศวรมุ่งมั่นในการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะการส่งเสริมการศึกษาต่อและการประกอบอาชีพที่มีคุณค่า เพื่อให้นิสิตและเยาวชนสามารถเตรียมตัวเข้าสู่โลกการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและพร้อมสำหรับอนาคต ในวันที่ 7 กันยายน 2566 ดร.นิภารัตน์ อิ่มศิลป์ รองคณบดีฝ่ายวิชาการ พร้อมด้วยบุคลากรจากงานบริการการศึกษาและกิจการนิสิตคณะมนุษยศาสตร์ ได้เข้าร่วมกิจกรรมนิทรรศการแนะแนวการศึกษาต่อและอาชีพประจำปีการศึกษา 2566 ที่จัดขึ้น ณ โรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี จังหวัดพิษณุโลก โดยมีนักเรียนระดับมัธยมศึกษา ชั้นปีที่ 6 จำนวน 550 คนเข้าร่วม

ในกิจกรรมนี้ ทีมงานจากมหาวิทยาลัยนเรศวรได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับหลักสูตรที่คณะมนุษยศาสตร์เปิดสอน พร้อมทั้งแนะนำแนวทางการศึกษาต่อและการขอทุนการศึกษาต่างๆ เพื่อช่วยให้นักเรียนสามารถวางแผนเส้นทางอาชีพได้อย่างเหมาะสม การจัดกิจกรรมเช่นนี้ช่วยให้เยาวชนมีความรู้และทักษะในการเตรียมตัวเข้าสู่โลกการศึกษาที่สูงขึ้นและโลกการทำงานที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งสร้างโอกาสในการเติบโตทางอาชีพและเศรษฐกิจในอนาคต สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG 8) ที่มุ่งเน้นการส่งเสริมการจ้างงานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนในระดับท้องถิ่นและระดับจังหวัด

ที่มา: คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร ต่อยอดสร้างอาชีพในชุมชน สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ผ้าที่ใช้วัสดุจากธรรมชาติ

เมื่อวันที่ 11-12 กันยายน 2566 มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยกองส่งเสริมการบริการวิชาการ ได้จัดโครงการออกหน่วยบริการวิชาการเคลื่อนที่มหาวิทยาลัยนเรศวร (NU Mobile Unit) ประจำปี 2566 กิจกรรมการอบรมเชิงปฏิบัติการ “Eco print การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ผ้าที่ใช้วัสดุจากธรรมชาติ” ณ องค์การบริหารส่วนตำบลบึงพระ อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก โดยมี นางสาววรรณชลี กุลศรีไชย ตำแหน่ง หัวหน้างานศิลปวัฒนธรรม กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร และคณะ เป็นวิทยากร เพื่อตอบสนองความต้องการของชุมชน ในเรียนรู้เทคนิค วิธีการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ผ้าที่ใช้วัสดุจากธรรมชาติ ทำให้เกิดสีและลวดลาย เป็นการพิมพ์ผ้า ด้วยใบไม้ ดอกไม้จากธรรมชาติ ถ่ายโอนสีและโครงสร้างจากใบไม้สู่ผ้าที่ผลิตจากเส้นใยธรรมชาติ Eco print

ที่มา: กองส่งเสริมการบริการวิชาการ ม.นเรศวร

Music on Heart Bloom

ทีมสหเวชฯ ขอเชิญคณาจารย์ บุคลากร นิสิตและผู้สนใจทุกท่าน มาร่วมผ่อนคลาย สบายๆ ไปกับกิจกรรม Zone ALLIED Fun Friday X Allied Music Club “Music on Heart Bloom”

ขอเชิญมาร่วมสนุก เคลิบเคลิ้มไปกับบรรยากาศสุดฟิน พร้อมด้วยเสียงดนตรีอันไพเราะจากมินิคอนเสิร์ต ชมรมดนตรี คณะสหเวชศาสตร์ เยี่ยมชมบูธงานคราฟท์ (ฟรี มีจำนวนจำกัด) และร้านค้าหลากหลายร้าน จากบุคลากรและ นิสิต แล้วพบกัน วัน ศุกร์ ที่ 22 กันยายนนี้ เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป ณ ลานด้านหน้าอาคารธาราบำบัด

ที่มา: คณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ออกพื้นที่สัญจรเผยแพร่ความรู้พันธุ์สัตว์น้ำ ส่งเสริมการศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2566 ที่ผ่านมา หลักสูตรวิทยาศาสตร์การประมง คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้ร่วมกับคณะเกษตรศาสตร์จัดกิจกรรม “แนะแนวสัญจร” ณ โรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี อ.เมือง จ.พิษณุโลก เพื่อให้ข้อมูลและแนะนำทางเลือกในการศึกษาต่อในสาขาวิทยาศาสตร์การประมงและการเกษตรแก่เยาวชนและนักเรียนในพื้นที่ การจัดกิจกรรมดังกล่าวเป็นการเสริมสร้างความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการอนุรักษ์และการจัดการทรัพยากรทางทะเลและน้ำจืด รวมถึงการส่งเสริมการพัฒนาอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการประมงอย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับทั้ง SDGs 14 ที่มุ่งเน้นการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเลและทางน้ำอย่างยั่งยืน และ SDGs 4 ที่มุ่งพัฒนาการศึกษาที่มีคุณภาพและเข้าถึงได้

การให้ความรู้ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากร หนึ่งในวัตถุประสงค์หลักของกิจกรรมนี้ คือการให้ความรู้แก่นักเรียนเกี่ยวกับความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำจืดและทรัพยากรทางทะเล รวมถึงการทำความเข้าใจถึงวิธีการจัดการทรัพยากรเหล่านี้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันการใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่ไม่ยั่งยืน และการฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเลและน้ำจืดที่ถูกทำลายจากกิจกรรมที่ไม่ได้มีการวางแผนอย่างรอบคอบ โดยเป้าหมายหลักคือการส่งเสริมให้เยาวชนมีความรับผิดชอบในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและสร้างสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรที่มีคุณค่าต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

กิจกรรมดังกล่าวได้สร้างความตระหนักให้กับนักเรียนเกี่ยวกับการปกป้องและการใช้ทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะการเรียนรู้กระบวนการจัดการทรัพยากรทางน้ำ การเพาะพันธุ์สัตว์น้ำอย่างยั่งยืน และการประมงที่ไม่เป็นภาระต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาอาชีพในอุตสาหกรรมประมงที่สามารถนำไปสู่การสร้างรายได้ที่ยั่งยืนได้

เสริมสร้างความรู้ด้านการศึกษาที่ยั่งยืน การจัดกิจกรรมแนะแนวสัญจรครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เน้นที่การให้ข้อมูลการศึกษาต่อในสาขาวิทยาศาสตร์การประมงและการเกษตรเท่านั้น แต่ยังช่วยเสริมสร้างความตระหนักรู้ในด้านการศึกษาและการพัฒนาความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นการตอบสนองต่อ SDGs 4: การศึกษาที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะการสร้างโอกาสการศึกษาให้แก่เยาวชนในพื้นที่ห่างไกล โดยเปิดโอกาสให้พวกเขามีทางเลือกในการศึกษาต่อในสาขาที่สามารถสร้างอาชีพในอนาคต และยกระดับคุณภาพชีวิตของตนเองและชุมชน

หลักสูตรวิทยาศาสตร์การประมงของมหาวิทยาลัยนเรศวร จึงได้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการศึกษาในด้านนี้ ซึ่งไม่เพียงแค่การศึกษาเพื่อการเรียนรู้เท่านั้น แต่ยังสามารถนำไปสู่การพัฒนาอาชีพที่ยั่งยืนและการทำวิจัยที่มุ่งมั่นในเรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและน้ำจืด ตลอดจนการพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการจัดการและการเพาะพันธุ์สัตว์น้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด

การสร้างความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน กิจกรรมแนะแนวสัญจรในครั้งนี้ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการเสริมสร้างความรู้และทักษะด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ รวมทั้งการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรเหล่านั้นอย่างยั่งยืน การร่วมมือกับคณะเกษตรศาสตร์และการจัดกิจกรรมในพื้นที่ชุมชนถือเป็นการสร้างความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษาและชุมชน ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการพัฒนาที่ยั่งยืนในอนาคต

ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยนเรศวรและคณะเกษตรศาสตร์ยังเป็นการสร้างเสริมเครือข่ายการศึกษาและการวิจัยในระดับท้องถิ่นที่สามารถเชื่อมโยงความรู้ที่ได้รับจากสถาบันการศึกษาไปยังชุมชนได้จริง ผ่านการฝึกอบรมและการทำกิจกรรมในพื้นที่ โดยเฉพาะในการส่งเสริมการประมงที่ยั่งยืนและการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ ซึ่งจะมีผลในการพัฒนาผลผลิตจากทรัพยากรธรรมชาติและการป้องกันการใช้ทรัพยากรที่เกินความจำเป็น

การจัดกิจกรรมนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการประยุกต์ใช้ SDGs 14 ในระดับท้องถิ่น โดยการส่งเสริมให้เยาวชนมีความรู้และความเข้าใจในการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและน้ำจืด โดยการให้ความรู้ที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริงในชีวิตประจำวัน ซึ่งจะส่งผลดีต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนในด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจในระยะยาว การส่งเสริมการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการประมงและการจัดการทรัพยากรทางน้ำอย่างยั่งยืนจะช่วยสร้างอาชีพที่มั่นคงให้แก่เยาวชนในพื้นที่ และเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในชุมชน

การส่งเสริมให้เยาวชนและนักเรียนเห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและน้ำจืดจะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนในด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยการส่งเสริมการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์การประมงและการเกษตรอย่างยั่งยืน ถือเป็นการพัฒนาภาคการศึกษาและการวิจัยที่ตอบสนองต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกมิติ

ที่มา: วิทยาศาสตร์การประมง มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร ยกระดับภูมิปัญญาท้องถิ่น และพัฒนาศักยภาพวิสาหกิจชุมชนขนาดย่อมและขนาดกลางจากทรัพยากรเชิงวัฒนธรรมสู่ระบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์

เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2566 กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดอบรมพัฒนาผลิตภัณฑ์จากเศษผ้าในโครงการยกระดับภูมิปัญญาท้องถิ่น และพัฒนาศักยภาพวิสาหกิจชุมชนขนาดย่อมและขนาดกลางจากทรัพยากรเชิงวัฒนธรรมสู่ระบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์ให้แก่กลุ่มผู้ประกอบการผลิตกระเป๋าแฮนด์เมด โดยนางสาววรรณชลี กุลศรีไชย หัวหน้างานศิลปวัฒนธรรม เป็นวิทยากรในการฝึกอบรมพัฒนาผลิตภัณฑ์จากเศษผ้า เพื่อเป็นการสร้างมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ผ้า และพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลาย ตลอดจนเข้าถึงความต้องการของผู้บริโภค ณ ตำบลจอมทอง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก

ที่มา: กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร

คณะมนุษยศาสตร์ ร่วมพบ “ผู้บริหารพบภาควิชา”

วันที่ 8 กันยายน 2566 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อรอุษา สุวรรณประเทศ คณบดีคณะมนุษยศาสตร์ พร้อมคณะผู้บริหารคณะมนุษยศาสตร์ ร่วมพบปะและประชุมหารือร่วมกับคณาจารย์และเจ้าหน้าที่ประจำภาควิชาภาษาไทย ภายใต้กิจกรรม “ผู้บริหารพบภาควิชา” ซึ่งกิจกรรมนี้เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการสื่อสารและกระชับความสัมพันธ์ระหว่างผู้บริหาร คณาจารย์ และเจ้าหน้าที่ประจำภาควิชา เพื่อรับฟังประเด็นปัญหาและข้อเสนอแนะต่าง ๆ รวมถึงเป็นการแจ้งข่าวสารด้านต่าง ๆ เช่น การจัดการศึกษา การผลิตบัณฑิตการพัฒนาตำแหน่งทางวิชาการ การบริการวิชาการ และการผลิตงานวิจัย เพื่อให้คณาจารย์ และบุคลากรทุกคนได้มีส่วนร่วมในการนำพาคณะฯ ไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ร่วมกัน ในโอกาสนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.ธัญญา สังขพันธานนท์ ให้เกียรติเป็นผู้แทนภาควิชาภาษาไทยมอบช่อดอกไม้แสดงความยินดีแก่ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อรอุษา สุวรรณประเทศ ในโอกาสเข้าดำรงตำแหน่งคณบดีคณะมนุษยศาสตร์ อีกด้วย

ที่มา: คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร ร่วมส่งเสริมสมรรถภาพทางกายผู้สูงอายุด้วยธาราบำบัดและการออกกำลังกาย

ภาควิชากายภาพบำบัด คณะสหเวชฯ ม.นเรศวร ร่วมกับ เทศบาลนครพิษณุโลก งานศูนย์สุขภาพชุมชนประชาอุทิศ จัด “โครงการส่งเสริมสมรรถภาพทางกายผู้สูงอายุด้วยธาราบำบัดและการออกกำลังกายเพื่อป้องกันการพลัดตกหกล้ม” ในช่วงวันที่ 3 เมษายน 2566 จนถึงวันที่ 30 สิงหาคม 2566 ณ Health Club อาคารธาราบำบัด มหาวิทยาลัยนเรศวร

ที่มา: ภาควิชากายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร ผนึกกำลังพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนสู่ความยั่งยืน ผ่านโครงการ “ออมสินยุวพัฒน์รักษ์ถิ่น”

ในวันที่ 12 กันยายน 2566, มหาวิทยาลัยนเรศวร ภายใต้การดำเนินงานของ อุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัดกิจกรรม พิธีนำเสนอผลสัมฤทธิ์โครงการออมสินยุวพัฒน์รักษ์ถิ่น ประจำปี 2566 ซึ่งมี ดร.ปัญญวัณ ลำเพาพงศ์ รองผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม โดยโครงการนี้มุ่งเน้นการเสริมสร้างการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนให้ก้าวสู่ความเข้มแข็งและยั่งยืน ผ่านการเรียนรู้และการประยุกต์ใช้ความรู้ที่ได้รับจากการศึกษาในระดับท้องถิ่น โดยมีการนำเสนอนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาโดยนิสิตจากหลากหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทย

การสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชนและการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG 1): โครงการ ออมสินยุวพัฒน์รักษ์ถิ่น เป็นโครงการที่มีการสนับสนุนจาก ธนาคารออมสิน และมุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่สามารถยกระดับเศรษฐกิจในชุมชนต่างๆ ให้เติบโตและยั่งยืน โดยมีการแบ่งการนำเสนอผลงานออกเป็น 5 ทีมจาก 5 ชุมชนทั่วประเทศ ผลิตภัณฑ์และบริการที่ถูกพัฒนามีทั้งในด้านการเกษตร การท่องเที่ยว และงานหัตถกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ท้องถิ่น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจของชุมชน ผ่านการสร้างรายได้และเสริมสร้างศักยภาพทางเศรษฐกิจให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว

การพัฒนาผลิตภัณฑ์ในครั้งนี้สะท้อนถึงการมีส่วนร่วมของมหาวิทยาลัยในกระบวนการพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างเป็นระบบ ซึ่งเป็นการขับเคลื่อนตาม SDG 1 (การขจัดความยากจน) โดยตรง โดยช่วยให้ชุมชนสามารถสร้างรายได้จากทักษะและทรัพยากรที่มีอยู่ในท้องถิ่น ทั้งนี้การพัฒนาผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นอย่างยั่งยืนถือเป็นการแก้ไขปัญหาความยากจนและพัฒนาเศรษฐกิจอย่างเป็นระบบ

การเสริมสร้างทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม (SDG 4): โครงการ ออมสินยุวพัฒน์รักษ์ถิ่น ยังมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาทักษะการเรียนรู้ของนิสิตและประชาชนในชุมชน ผ่านการให้ความรู้ด้านการสร้างนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน การร่วมงานกับชุมชนในโครงการนี้ทำให้นิสิตมีโอกาสในการศึกษาและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ไม่เพียงแต่ส่งผลดีในเชิงเศรษฐกิจ แต่ยังช่วยในการเรียนรู้ด้านการจัดการทรัพยากร การพัฒนานวัตกรรม และการทำงานร่วมกับชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพ

SDG 4 (การศึกษาเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต) เป็นอีกหนึ่งเป้าหมายที่โครงการนี้ตอบสนองโดยตรง เพราะนิสิตที่เข้าร่วมโครงการได้เรียนรู้และฝึกทักษะการทำงานในสถานการณ์จริง ซึ่งส่งเสริมให้พวกเขาพัฒนาในด้านการคิดสร้างสรรค์ การแก้ปัญหา และการทำงานร่วมกับผู้อื่น สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยพัฒนาทักษะส่วนบุคคล แต่ยังเป็นการส่งเสริมการเรียนรู้และการใช้ความรู้ที่มีคุณค่าในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม

การสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน (SDG 8): โครงการ ออมสินยุวพัฒน์รักษ์ถิ่น นอกจากจะมุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนแล้ว ยังมีการสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนผ่านการสร้างนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ที่สามารถทำให้เศรษฐกิจท้องถิ่นเติบโตในระยะยาว โครงการนี้ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถสร้างงานและสร้างรายได้ให้กับชุมชนอย่างต่อเนื่อง เช่น การพัฒนา กิมจิ@ร่องกล้า ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์จาก วิสาหกิจชุมชนซากุระญี่ปุ่น ที่สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศในครั้งนี้ และจะได้เป็นตัวแทนจากธนาคารออมสิน ภาค 7 ไปแข่งขันในระดับประเทศต่อไป

การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ตลาดท้องถิ่นและตลาดต่างประเทศ ทำให้เกิดการสร้าง งาน และ อาชีพ อย่างยั่งยืน ส่งผลให้เกิดการสร้างรายได้และเสริมสร้างฐานเศรษฐกิจให้มั่นคงตามหลัก SDG 8 (การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนและการทำงานที่ดี) ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนาไม่เพียงแต่จะส่งผลดีต่อชุมชนที่เกี่ยวข้อง แต่ยังช่วยยกระดับความสามารถในการแข่งขันของชุมชนในระดับที่กว้างขึ้น

ผลลัพธ์จากการประกวดและการพัฒนาผลิตภัณฑ์: ในปีนี้ ทีม SD ยุวพัฒน์@NU จาก คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ “กิมจิ@ร่องกล้า” สำหรับวิสาหกิจชุมชนซากุระญี่ปุ่น ได้รับรางวัลชนะเลิศ พร้อมเงินรางวัล 10,000 บาท และจะได้เป็นตัวแทนจากธนาคารออมสิน ภาค 7 ไปแข่งขันในระดับประเทศ ในขณะเดียวกันทีม PolSci Connect และ พายใจไปล่องแก่งจินดา ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 และ 2 ตามลำดับ ซึ่งการได้รับรางวัลเหล่านี้ไม่เพียงแค่ยืนยันถึงความสำเร็จของโครงการในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่า แต่ยังสะท้อนถึงการส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมที่สามารถต่อยอดไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจในชุมชนได้จริง

บทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการขับเคลื่อน SDGs: มหาวิทยาลัยนเรศวรได้มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการศึกษา การวิจัย และการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนผ่านโครงการต่างๆ ที่สนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเฉพาะการเชื่อมโยงกับ SDG 1 (การขจัดความยากจน), SDG 4 (การศึกษาเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต), และ SDG 8 (การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนและการทำงานที่ดี) โครงการออมสินยุวพัฒน์รักษ์ถิ่น ถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนในการสร้างโอกาสในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมที่ยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะในด้านต่าง ๆ ของนิสิตและประชาชนในชุมชน

ที่มา: อุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร 

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin