ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนสุขภาพจิตที่ดี ด้วยแบบสำรวจสุขภาพจิตของคุณ

วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน 2567 มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับการดูแล สุขภาพจิตของบุคลากร โดยดำเนินการจัดทำแบบสำรวจการประเมินระดับสุขภาพจิต เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบในการวางแผนและกำหนดแนวทางการดูแลสุขภาพจิตของบุคลากรในระยะยาว การดำเนินงานครั้งนี้สอดคล้องกับ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG 3) ที่มุ่งเน้นการเสริมสร้างสุขภาวะที่ดีและคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนแก่ทุกคน

แบบสำรวจดังกล่าวพัฒนาขึ้นโดยอ้างอิงจากข้อมูลของ กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลที่ได้มีความถูกต้องตามมาตรฐาน และสามารถนำไปใช้วางแผนเชิงระบบได้จริง โดยข้อมูลทั้งหมดจะถูกนำมาวิเคราะห์เพื่อระบุแนวโน้มและประเมินระดับสุขภาพจิตของบุคลากร พร้อมทั้งพิจารณาความจำเป็นในการให้การดูแลหรือสนับสนุนเพิ่มเติม

เมื่อผลการประเมินพบว่าบุคลากรมีความเสี่ยงหรือมีภาวะที่ต้องเฝ้าระวัง มหาวิทยาลัยจะดำเนินการให้ คำแนะนำด้านสุขภาพจิต อย่างเหมาะสม รวมถึงการเข้ารับคำปรึกษาจากหน่วยงานสนับสนุนภายใน เช่น NU Friendzone Clinic ซึ่งให้บริการคำปรึกษาทางจิตใจในรูปแบบที่เข้าถึงง่าย และยังสามารถประสานการส่งต่อไปยังหน่วยบริการทางการแพทย์เมื่อมีความจำเป็น

มหาวิทยาลัยนเรศวรยังทำงานร่วมกับหน่วยงานภายในและภายนอกอย่างเป็นระบบ ได้แก่ ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจิตเวชพิษณุโลก กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข และสายด่วนสุขภาพจิต ความร่วมมือดังกล่าวช่วยเสริมความเข้มแข็งของเครือข่ายการดูแลสุขภาพจิตในระดับสถาบัน และเปิดโอกาสให้บุคลากรสามารถเข้าถึงการสนับสนุนได้อย่างทั่วถึง

การพัฒนาแบบสำรวจและการวางระบบดูแลสุขภาพจิตนี้ ไม่เพียงมุ่งเน้นการป้องกันและแก้ไขปัญหาสุขภาพจิต แต่ยังส่งเสริมให้บุคลากรเกิดความตระหนักรู้ถึงการดูแลตนเอง การจัดสมดุลชีวิต และการสร้างความเข้มแข็งทางจิตใจควบคู่ไปกับการทำงาน

วัครงการดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการสร้าง สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพจิตและการเรียนรู้ อย่างเป็นระบบและยั่งยืน ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตบุคลากร พร้อมทั้งสนับสนุนการพัฒนามหาวิทยาลัยในมิติทางสังคมอย่างต่อเนื่อง

ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองบริหารงานบุคคล มหาวิทยาลัยนเรศวร โทรศัพท์ 055-961172 ภายใน 1172 หรือสแกน QR Code จากแบบสำรวจสุขภาพจิตที่เผยแพร่ตามช่องทางประชาสัมพันธ์ของมหาวิทยาลัย

ม.นเรศวร สำรวจโซเดียมในอาหารมหาวิทยาลัย ชูแนวทางลดความเสี่ยงโรคจากการบริโภคอาหารรสเค็ม

วันจันทร์ที่ 18 มีนาคม 2567 หน่วยเวชปฏิบัติชุมชน คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลท่าโพธิ์ และกองกิจการนิสิต มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัดกิจกรรมสำรวจปริมาณโซเดียมในอาหารโดยใช้เครื่องวัดความเค็ม (Salt Meter) เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับระดับโซเดียมในอาหารที่จำหน่ายในพื้นที่มหาวิทยาลัย กิจกรรมนี้ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการส่งเสริมสุขภาพ ลดปัจจัยเสี่ยงจากการบริโภคอาหารไม่เหมาะสม และสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมุ่งเน้นไปที่การ ลดความเสี่ยงโรคจากการบริโภคอาหารรสเค็ม

การดำเนินการสำรวจในโรงอาหารของหอพักมหาวิทยาลัย จำนวน 12 ร้านค้า ครอบคลุมเมนูอาหาร 13 ชนิด พบว่าอาหารที่มีระดับความเค็มน้อยมีจำนวน 9 ชนิด คิดเป็นร้อยละ 69.23 อาหารที่มีระดับความเค็มมากจำนวน 3 ชนิด คิดเป็นร้อยละ 23.08 และอาหารที่อยู่ในระดับเริ่มเค็ม 1 ชนิด คิดเป็นร้อยละ 7.69 ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการปรับปรุงการปรุงอาหารเพื่อลดปริมาณโซเดียมลง

นอกจากนี้ ยังได้ทำการสำรวจร้านค้ารอบมหาวิทยาลัยนเรศวรจำนวน 10 ร้านค้า ครอบคลุมเมนูอาหาร 10 ชนิด พบว่าอาหารที่มีความเค็มน้อย 5 ชนิด คิดเป็นร้อยละ 50 อาหารที่เริ่มเค็ม 4 ชนิด คิดเป็นร้อยละ 40 และอาหารที่เค็มมาก 1 ชนิด คิดเป็นร้อยละ 10 สะท้อนถึงความหลากหลายในการใช้เครื่องปรุงรส และชี้ให้เห็นว่ามีพื้นที่ในการพัฒนาคุณภาพอาหารเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น

กระบวนการสำรวจไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการเก็บข้อมูล แต่ยังเป็นการให้คำแนะนำแก่ผู้ประกอบการร้านค้า โดยเฉพาะการลดการใช้น้ำปลาและเกลือที่เป็นแหล่งโซเดียมหลัก คำแนะนำดังกล่าวเน้นการสร้างสมดุลระหว่างรสชาติอาหารและสุขภาพ เพื่อให้ผู้บริโภคยังคงได้รับความอร่อยโดยไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว

อีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญคือการติดสติกเกอร์บอกระดับความเค็มของอาหารในร้านที่มีเมนูความเค็มน้อยจำนวน 14 ร้าน เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจเลือกเมนูที่ดีต่อสุขภาพได้ง่ายขึ้น วิธีการนี้ไม่เพียงสร้างการรับรู้ แต่ยังช่วยกระตุ้นให้ผู้ประกอบการเห็นความสำคัญในการปรับสูตรอาหารเพื่อลดโซเดียมลง

การลดโซเดียมในอาหารมีผลโดยตรงต่อการลดความเสี่ยงของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคไต การดำเนินกิจกรรมในครั้งนี้จึงเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในระยะยาว

โครงการนี้ยังเป็นการเพิ่มพูนความรู้ให้กับนิสิตและบุคลากรในมหาวิทยาลัยเกี่ยวกับผลกระทบของโซเดียมต่อสุขภาพ สร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภคสู่ทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ และเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างชุมชนมหาวิทยาลัยที่ใส่ใจสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัย โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และหน่วยงานท้องถิ่น แสดงให้เห็นถึงการบูรณาการเพื่อการพัฒนาที่เข้มแข็ง และตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาในมิติของสุขภาพ โภชนาการ และความร่วมมือระดับภาคีเครือข่าย เพื่อสร้างสังคมที่มีความยั่งยืนและสุขภาพดีในระยะยาว

ที่มา: คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

มหาวิทยาลัยนเรศวร ออกให้บริการรักษาทางทันตกรรมให้กับผู้ต้องขังในเรือนจำกลางพิษณุโลก

เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2567 หน่วยทันตกรรมพระราชทานฯ คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้ออกให้บริการรักษาทางทันตกรรมแก่ผู้ต้องขังในเรือนจำกลางพิษณุโลก โดยมีผู้ต้องขังมารับการรักษาทางทันตกรรมจำนวน 554 ราย ซึ่งการให้บริการในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการช่วยเหลือด้านการรักษาสุขภาพช่องปาก แต่ยังเป็นการสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะ SDGs 3: การส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี และ SDGs 10: การลดความเหลื่อมล้ำ

ในโครงการนี้ ทีมทันตแพทย์จากหน่วยทันตกรรมพระราชทานฯ ได้มุ่งเน้นการให้บริการรักษาทางทันตกรรมที่ครอบคลุมต่อผู้ต้องขัง ซึ่งรวมถึงการถอนฟัน 548 ราย และการผ่าฟันคุด 6 ราย โดยบริการดังกล่าวได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ต้องขังหลายราย ซึ่งแสดงความคิดเห็นว่ารู้สึกดีใจมากที่ได้รับการรักษาฟันจากคุณหมอ และบางคนยังแสดงความต้องการให้มีการจัดบริการด้านทันตกรรมในเรือนจำอย่างต่อเนื่อง

การให้บริการทันตกรรมในครั้งนี้ถือเป็นการส่งเสริมสุขภาพช่องปากที่ดีแก่ผู้ต้องขัง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการรักษาคุณภาพชีวิตของผู้คนในกลุ่มที่มีข้อจำกัดในการเข้าถึงการดูแลสุขภาพ โดยเฉพาะผู้ต้องขังที่อาจไม่ได้รับการดูแลทางทันตกรรมที่เพียงพอในชีวิตประจำวัน การให้บริการนี้ช่วยลดปัญหาด้านสุขภาพช่องปากที่อาจมีผลกระทบต่อสุขภาพโดยรวม และช่วยลดความเจ็บปวดจากปัญหาฟันที่ไม่สามารถได้รับการรักษาตามปกติ

การให้บริการทันตกรรมนี้สอดคล้องกับ SDGs 3: การส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ซึ่งมุ่งเน้นการให้บริการสุขภาพที่ทั่วถึงและมีคุณภาพ โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ผู้ต้องขังเป็นกลุ่มคนที่มักไม่ได้รับการเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพในทุกๆ ด้าน การที่มหาวิทยาลัยนเรศวรได้ดำเนินโครงการนี้จึงเป็นการแสดงออกถึงความมุ่งมั่นในการทำให้การรักษาสุขภาพช่องปากมีความยั่งยืนและเข้าถึงทุกคนอย่างเท่าเทียม โดยเฉพาะการเข้าถึงบริการสุขภาพสำหรับกลุ่มผู้ต้องขังที่บางครั้งไม่ได้รับความสนใจจากสังคมในด้านนี้

การให้บริการนี้ยังเป็นการส่งเสริมให้ผู้ต้องขังมีสุขภาพช่องปากที่ดีขึ้น ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยบรรเทาความเจ็บปวดทางร่างกาย แต่ยังช่วยเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขังให้ดีขึ้น ซึ่งเป็นการตอบสนองต่อสิทธิพื้นฐานในการมีสุขภาพที่ดีของทุกคนในสังคม

อีกหนึ่งเป้าหมายที่สำคัญที่โครงการนี้สนับสนุนคือ SDGs 10: การลดความเหลื่อมล้ำ ซึ่งมุ่งเน้นการลดช่องว่างและความไม่เท่าเทียมในด้านต่างๆ รวมถึงการเข้าถึงบริการสาธารณสุข โครงการนี้ช่วยให้ผู้ต้องขังในเรือนจำได้เข้าถึงบริการทันตกรรมอย่างมีคุณภาพ ซึ่งช่วยลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพระหว่างกลุ่มคนที่มีสถานะทางสังคมที่แตกต่างกัน

การให้บริการทันตกรรมแก่ผู้ต้องขังในครั้งนี้เป็นการช่วยลดช่องว่างในการเข้าถึงบริการทางสุขภาพที่มีคุณภาพ เนื่องจากผู้ต้องขังมักจะเผชิญกับข้อจำกัดในการได้รับการรักษาจากสาธารณสุขที่มีอยู่ในระบบ การนำบริการทันตกรรมไปให้ถึงกลุ่มนี้ถือเป็นการปฏิบัติตามหลักการของ SDGs 10 ในการลดความเหลื่อมล้ำในสังคม โดยมุ่งเน้นให้บริการแก่กลุ่มคนที่อาจไม่ได้รับการดูแลสุขภาพเท่าเทียมกับกลุ่มอื่นๆ

ผลกระทบต่อการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับชุมชน โครงการนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการเสริมสร้างความเท่าเทียมในด้านการเข้าถึงบริการสุขภาพของกลุ่มคนในสังคมที่มักถูกมองข้าม โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ต้องขังที่อาจไม่ได้รับการดูแลสุขภาพช่องปากอย่างเหมาะสม โครงการนี้ไม่เพียงแต่ช่วยบรรเทาปัญหาด้านสุขภาพในขณะนั้น แต่ยังช่วยให้ผู้ต้องขังสามารถกลับเข้าสู่สังคมด้วยสุขภาพช่องปากที่ดีขึ้น ซึ่งจะมีผลกระทบทางบวกในด้านจิตใจและคุณภาพชีวิตในระยะยาว

การที่มหาวิทยาลัยนเรศวรและคณะทันตแพทยศาสตร์ได้ดำเนินการดังกล่าวยังส่งเสริมการมีส่วนร่วมของสถาบันการศึกษากับชุมชนในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยการนำความรู้และทักษะที่มีไปให้บริการแก่ผู้ที่มีความจำเป็นในชุมชน ส่งผลให้การพัฒนาที่ยั่งยืนเกิดขึ้นในระดับท้องถิ่น

ม.นเรศวร วางแผนการดูแลด้านสุขภาพจิตนิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวร

ในวันที่ 29 มีนาคม 2567 กองกิจการนิสิตร่วมกับโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัดการประชุมคณะกรรมการดำเนินงานดูแลสุขภาพจิตนิสิต มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยมี ดร.จรัสดาว คงเมือง รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานิสิต ศิษย์เก่า และศิลปวัฒนธรรม เป็นประธานการประชุม เพื่อทบทวนและพัฒนากระบวนการดูแลด้านสุขภาพจิตของนิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวรให้มีประสิทธิภาพและตอบสนองต่อความต้องการของนิสิตอย่างมีคุณภาพมากขึ้น การประชุมในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการส่งเสริมและดูแลสุขภาพจิตของนิสิตอย่างจริงจัง เพื่อสนับสนุนการพัฒนาองค์ความรู้และทักษะต่างๆ ให้กับนิสิตทั้งในด้านการเรียนและการใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างสมดุลและยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับ เป้าหมายที่ 3: การส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี (SDGs 3) และ เป้าหมายที่ 4: การส่งเสริมการศึกษาที่มีคุณภาพ (SDGs 4) ของการพัฒนาที่ยั่งยืน

การดูแลสุขภาพจิตของนิสิตเป็นหนึ่งในภารกิจที่มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญ เนื่องจากสุขภาพจิตที่ดีเป็นรากฐานสำคัญในการสนับสนุนให้นิสิตสามารถเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพได้อย่างเต็มที่ ในปี 2567 นี้ มหาวิทยาลัยได้ริเริ่มจัดประชุมคณะกรรมการเพื่อทบทวนกระบวนการดูแลสุขภาพจิตของนิสิต โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินและปรับปรุงกระบวนการดังกล่าวให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของนิสิตในด้านการดูแลสุขภาพจิตได้ดียิ่งขึ้นและครอบคลุมทุกกลุ่ม

การประชุมในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการส่งเสริมสุขภาพจิตของนิสิต ซึ่งสอดคล้องกับ เป้าหมาย SDGs 3 ที่มุ่งเน้นการส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของทุกคนในสังคม โดยเฉพาะการให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพจิตของเยาวชนในสถาบันการศึกษา เพราะสุขภาพจิตที่ดีส่งผลต่อการเรียนรู้และพัฒนาตนเองในทุกด้าน การดำเนินงานในครั้งนี้ยังเป็นการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนานิสิตทั้งในด้านการศึกษาและการใช้ชีวิต

การให้บริการด้านสุขภาพจิตที่มีคุณภาพในมหาวิทยาลัยนเรศวรมีบทบาทสำคัญในการช่วยนิสิตที่อาจเผชิญกับปัญหาความเครียด, ความวิตกกังวล, หรือปัญหาสุขภาพจิตอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างการศึกษา โดยการดูแลในรูปแบบต่างๆ เช่น การให้คำปรึกษา การบำบัด และการจัดกิจกรรมเสริมสร้างทักษะการดูแลสุขภาพจิต ทั้งนี้จะช่วยให้นิสิตสามารถรับมือกับปัญหาทางจิตใจได้อย่างมีประสิทธิภาพและพัฒนาไปสู่การเป็นบุคคลที่มีคุณภาพ

ในขณะเดียวกัน, เป้าหมาย SDGs 4 ที่มุ่งส่งเสริมการศึกษาที่มีคุณภาพก็เป็นอีกหนึ่งเป้าหมายที่มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญในการดูแลสุขภาพจิตของนิสิต การส่งเสริมสุขภาพจิตที่ดีไม่เพียงแต่ช่วยให้นิสิตสามารถปรับตัวในการเรียนได้ดีขึ้น แต่ยังเป็นการส่งเสริมให้การศึกษาในมหาวิทยาลัยมีคุณภาพ โดยการให้การดูแลและสนับสนุนด้านสุขภาพจิตช่วยลดปัญหาการขาดเรียนหรือผลการเรียนที่ต่ำลงเนื่องจากปัญหาสุขภาพจิต

การดูแลสุขภาพจิตในเชิงป้องกันและการให้คำปรึกษาแบบเชิงรุก เป็นการเตรียมความพร้อมให้กับนิสิตในการเผชิญกับความท้าทายต่างๆ ในชีวิตทั้งในขณะศึกษาและหลังสำเร็จการศึกษา ทำให้นิสิตมีความสามารถในการเรียนรู้และพัฒนาตนเองไปพร้อมกับการพัฒนาทางด้านวิชาการ

ความสำคัญของการทบทวนกระบวนการดูแลสุขภาพจิต การประชุมในครั้งนี้มีจุดประสงค์สำคัญในการทบทวนและปรับปรุงกระบวนการดูแลสุขภาพจิตของนิสิต เพื่อให้สามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและตรงกับความต้องการของนิสิตในปัจจุบัน โดยมีการจัดทำแผนงานและกิจกรรมต่างๆ ที่เน้นการดูแลทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ การพัฒนากระบวนการดูแลสุขภาพจิตจึงเป็นสิ่งสำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งและความยั่งยืนในการศึกษา รวมถึงการสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรและเอื้อต่อการเรียนรู้

การประชุมในครั้งนี้ยังเป็นการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกองกิจการนิสิตและโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อเสริมสร้างโครงสร้างการดูแลสุขภาพจิตที่มีประสิทธิภาพ โดยร่วมมือกันในการจัดกิจกรรมต่างๆ เช่น การให้คำปรึกษาทางสุขภาพจิต การบำบัดและดูแลอาการเครียดจากการเรียน หรือการพัฒนาทักษะการปรับตัวที่สามารถใช้ในชีวิตประจำวันได้ การร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนถึงความตั้งใจที่จะให้การดูแลสุขภาพจิตเป็นส่วนสำคัญในกระบวนการพัฒนานิสิต โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมทางการศึกษาที่อาจมีความเครียดและความท้าทายต่างๆ

ม.นเรศวร รวมใจสู้ Stroke ภัยเงียบใกล้ตัว

วันศุกร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2567 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมให้สัมภาษณ์ในรายการ NBT North “รวมใจ คนไทย ไม่ทิ้งกัน” เพื่อเผยแพร่ความรู้ด้านสุขภาพและสร้างความตระหนักเรื่อง Stroke หรือโรคหลอดเลือดสมอง ภัยเงียบที่ต้องระวังและรักษาทันเวลาเพื่อลดความเสี่ยงต่ออัมพาต

ในรายการ อาจารย์แพทย์จากคณะแพทยศาสตร์ได้ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับอาการสัญญาณเตือนของ Stroke และแนวทางการป้องกันที่สามารถทำได้ในชีวิตประจำวัน เน้นให้ประชาชนเข้าใจถึงความสำคัญของการสังเกตอาการและเข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงที

นอกจากนี้ คณะแพทยศาสตร์ยังใช้โอกาสนี้เชิญชวนผู้ชมร่วมบริจาคเงินและอุดหนุนของที่ระลึก เพื่อนำรายได้ไปจัดซื้อเครื่องเอกซเรย์หลอดเลือดระบบดิจิตอลให้กับโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งถือเป็นการสนับสนุนการเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพและทันสมัย

การดำเนินกิจกรรมครั้งนี้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน SDG3: สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี โดยเน้นการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคที่มีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต และส่งเสริมการเข้าถึงการรักษาพยาบาลอย่างทั่วถึง

ทั้งนี้ การเผยแพร่ข้อมูลด้านสุขภาพผ่านสื่อสาธารณะช่วยสร้างความตระหนักแก่ประชาชนในวงกว้าง ทำให้ชุมชนสามารถปรับพฤติกรรมในการดูแลสุขภาพตนเองและครอบครัวได้อย่างเหมาะสม

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ยังวางแผนติดตามผลการบริจาคและการนำเครื่องมือทางการแพทย์ไปใช้งานจริง เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด และสร้างความยั่งยืนด้านบริการสุขภาพในระยะยาว

ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายการย้อนหลังหรือเข้าร่วมสนับสนุนโครงการได้ผ่านช่องทางของ NBT North และคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีให้แก่สังคมไทย

โรงพยาบาลทันตกรรม คณะทันตแพทยศาสตร์ ม.นเรศวร จัดกิจกรรมบริการตรวจสุขภาพฟันฟรี

วันเสาร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2567 โรงพยาบาลทันตกรรม คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัดกิจกรรม บริการตรวจฟันและให้คำปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพฟันฟรี ณ ห้างสรรพสินค้าโลตัส ท่าทอง จังหวัดพิษณุโลก โดยมีทีมทันตแพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ และนิสิตทันตแพทย์ ร่วมให้บริการแก่ประชาชนในพื้นที่อย่างใกล้ชิด

การจัดกิจกรรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการดูแลสุขภาพช่องปากของประชาชนให้มีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง พร้อมทั้งสร้างโอกาสให้ทุกคนเข้าถึงบริการด้านทันตกรรมอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสุขภาพฟันเบื้องต้น การให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลช่องปากที่เหมาะสม หรือการชี้แนะแนวทางการรักษาที่ควรได้รับต่อไป

บริการตรวจสุขภาพฟันฟรี ไม่เพียงช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน แต่ยังเป็นการสร้างโอกาสให้กับกลุ่มที่เปราะบางในสังคม เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีรายได้น้อย ได้รับการดูแลสุขภาพฟันที่มีคุณภาพ ซึ่งสอดคล้องกับการพัฒนาสังคมที่มุ่งเน้นความเท่าเทียมและลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการสุขภาพ

นอกจากการตรวจสุขภาพฟันแล้ว ทีมทันตแพทย์ยังได้ให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันโรคในช่องปาก เช่น โรคฟันผุ โรคเหงือก และปัญหากลิ่นปาก พร้อมทั้งแนะนำการแปรงฟันและการใช้ไหมขัดฟันที่ถูกวิธี เพื่อสร้างพฤติกรรมสุขภาพที่ดีและยั่งยืนในระยะยาว

กิจกรรมครั้งนี้ยังเป็นโอกาสให้นิสิตทันตแพทย์ได้เรียนรู้จากการปฏิบัติจริง ได้ฝึกทักษะการสื่อสารกับคนไข้ และได้สัมผัสประสบการณ์การให้บริการแก่สังคม ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความพร้อมทั้งในด้านวิชาชีพและจิตสำนึกความรับผิดชอบต่อสังคม

การจัดกิจกรรมในพื้นที่สาธารณะอย่างห้างโลตัส ท่าทอง ยังช่วยให้ประชาชนเข้าถึงบริการได้ง่ายขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปโรงพยาบาลทันตกรรม ซึ่งถือเป็นแนวทางที่ช่วยขยายบริการด้านสุขภาพไปสู่ชุมชน และกระจายโอกาสอย่างทั่วถึงมากขึ้น

โครงการนี้สะท้อนถึงบทบาทของคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ในการเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนสังคมที่มีสุขภาพดีและเท่าเทียม พร้อมทั้งสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนเพื่อให้ประชาชนสามารถดูแลสุขภาพช่องปากของตนเองได้อย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ โรงพยาบาลทันตกรรมยังคงมุ่งมั่นที่จะจัดกิจกรรมบริการตรวจสุขภาพฟันฟรีในพื้นที่ต่าง ๆ ต่อไป เพื่อสร้างโอกาสและยกระดับคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพของประชาชนทุกกลุ่ม โดยสามารถติดตามกำหนดการครั้งต่อไปได้ทางเพจและช่องทาง TikTok ของคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.เรศวร จัดกิจกรรมรณรงค์เลิกบุหรี่ ส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีในมหาวิทยาลัย

เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2567 มหาวิทยาลัยนเรศวรได้จัดกิจกรรมรณรงค์เลิกบุหรี่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานที่มุ่งส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของนิสิตและบุคลากรในมหาวิทยาลัย โดยกิจกรรมนี้จัดขึ้นภายใต้การดำเนินงานของคณะเภสัชศาสตร์ และได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย เช่น กองกิจการนิสิต และบุคลากรจากหน่วยงานต่างๆ ที่มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการเลิกบุหรี่ในสังคมมหาวิทยาลัย โดยมี ผศ.ดร.จรูญ สารินทร์ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานอธิการบดี เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2567 ณ มหาวิทยาลัยนเรศวร

การรณรงค์เลิกบุหรี่ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเพิ่มความตระหนักรู้เกี่ยวกับผลกระทบของการสูบบุหรี่ทั้งในด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับโทษของการสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าที่มีต่อร่างกาย รวมไปถึงการให้ความรู้และแนวทางในการเลิกสูบบุหรี่ให้แก่ผู้ที่ต้องการเลิก ทั้งนี้การดำเนินกิจกรรมได้รับการสนับสนุนจาก ผศ.ดร.ภญ.ชวนชม ธนานิธิศักดิ์, ดร.ภญ.วรรณา ตั้งภักดีรัตน์, และ ผศ.ไชยวัฒน์ ไชยสมบูรณ์ ซึ่งเป็นที่ปรึกษาของกิจกรรมในครั้งนี้ โดยมีกิจกรรมหลากหลายที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมจากผู้เข้าร่วมกิจกรรม ไม่ว่าจะเป็นนิสิตหรือบุคลากรของมหาวิทยาลัย

กิจกรรมในครั้งนี้ประกอบด้วยหลากหลายกิจกรรมที่ทั้งให้ความรู้และกระตุ้นให้ผู้เข้าร่วมได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจที่ดีต่อสุขภาพของตนเอง ได้แก่:

  1. การให้ความรู้เกี่ยวกับโทษของบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า: เป็นการให้ข้อมูลที่สำคัญเกี่ยวกับผลเสียต่อสุขภาพจากการสูบบุหรี่ โดยเน้นย้ำถึงอันตรายของนิโคตินที่มีผลต่อระบบทางเดินหายใจและอวัยวะอื่น ๆ รวมถึงผลกระทบที่เกิดจากการสูบบุหรี่ไฟฟ้าที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน
  2. การจัดโซนให้คำปรึกษาสำหรับผู้ที่สนใจเลิกบุหรี่: ในโซนนี้จะมีการให้คำปรึกษาและแนะนำวิธีการเลิกบุหรี่ โดยการร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญจากคณะเภสัชศาสตร์และบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความรู้ในด้านการดูแลสุขภาพและการเลิกบุหรี่
  3. การเล่นเกมตอบคำถามหลังจากให้ความรู้: เพื่อเสริมสร้างการเรียนรู้ที่สนุกสนานและมีส่วนร่วม ผู้เข้าร่วมสามารถตอบคำถามหลังจากฟังการบรรยายเกี่ยวกับผลกระทบของการสูบบุหรี่และเทคนิคในการเลิกบุหรี่
  4. การตัดสติกเกอร์ที่รูปปอดเพื่อสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับความอยากสูบบุหรี่: กิจกรรมนี้เป็นการกระตุ้นให้ผู้เข้าร่วมประเมินความต้องการของตนเองในการสูบบุหรี่และสามารถรับรู้ถึงผลกระทบของการสูบบุหรี่ที่มีต่อร่างกาย
  5. การประเมินสมรรถนะปอดและการใช้ชุดทดสอบนิโคติน: สำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่ต้องการทราบถึงผลกระทบจากการสูบบุหรี่ จะมีการทดสอบสมรรถภาพปอด และใช้ชุดทดสอบนิโคตินเพื่อตรวจสอบระดับของสารนิโคตินในร่างกาย ซึ่งเป็นเครื่องมือในการตรวจสอบว่าผู้เข้าร่วมกิจกรรมมีความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยจากการสูบบุหรี่มากน้อยเพียงใด
  6. การสัมภาษณ์นิสิตและบุคลากรในพื้นที่จัดกิจกรรม: กิจกรรมนี้เป็นการสัมภาษณ์ความคิดเห็นและประสบการณ์ของผู้ที่เข้าร่วมเกี่ยวกับการสูบบุหรี่และแนวทางการเลิกบุหรี่ ซึ่งจะช่วยให้ผู้จัดกิจกรรมได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการปรับปรุงกิจกรรมในครั้งถัดไป

กิจกรรมรณรงค์เลิกบุหรี่ในครั้งนี้สอดคล้องกับ เป้าหมาย SDGs 3: การส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ซึ่งมีเป้าหมายในการลดการเสียชีวิตจากโรคที่เกี่ยวข้องกับการสูบบุหรี่และการเสริมสร้างสุขภาพที่ดีสำหรับประชาชนทุกกลุ่ม การรณรงค์ในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เน้นการเลิกบุหรี่ในหมู่นิสิตและบุคลากรในมหาวิทยาลัย แต่ยังมีการเผยแพร่ข้อมูลและความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพให้แก่ชุมชนโดยรอบมหาวิทยาลัยอีกด้วย

การสนับสนุนให้ผู้คนเลิกสูบบุหรี่ไม่เพียงแต่ส่งผลดีต่อสุขภาพส่วนบุคคล แต่ยังช่วยลดภาระการรักษาพยาบาลจากโรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่ รวมทั้งสร้างสภาพแวดล้อมในมหาวิทยาลัยที่เอื้อต่อการมีสุขภาพที่ดีและการใช้ชีวิตที่ยั่งยืน

การจัดกิจกรรมรณรงค์เลิกบุหรี่ครั้งนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ในมหาวิทยาลัย ซึ่งรวมถึงคณะเภสัชศาสตร์, กองกิจการนิสิต และบุคลากรที่มีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์กิจกรรมเพื่อส่งเสริมสุขภาพให้แก่ชุมชนมหาวิทยาลัย นอกจากนี้ยังเป็นการกระตุ้นให้เกิดความรับผิดชอบร่วมกันในการดูแลสุขภาพทั้งในด้านร่างกายและจิตใจ โดยการให้ความรู้และสนับสนุนในการเลิกสูบบุหรี่

รายการ “พบเภสัชกร” เทรนด์การดูแลสุขภาพโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCD) ในปี 2024

ทุกวันศุกร์ เวลา 18.30 – 19.00 น. รายการ “พบเภสัชกร” ดำเนินรายการโดย อาจารย์เภสัชกรกฤษฏิ์ วัฒนธรรม ภาควิชาเภสัชกรรมปฏิบัติ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับ เทรนด์การดูแลสุขภาพโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCD) ในปี 2024 เพื่อสร้างความรู้และความตระหนักเกี่ยวกับการป้องกันและจัดการโรค NCD อย่างยั่งยืน

รายการดังกล่าวเน้นให้ความรู้เกี่ยวกับ การดูแลสุขภาพองค์รวม ทั้งด้านโภชนาการ การออกกำลังกาย การจัดการความเครียด และการติดตามภาวะสุขภาพอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการลดความเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อและส่งเสริมสุขภาพที่ดีสอดคล้องกับเป้าหมาย SDG3

อ.ภก.กฤษฏิ์ วัฒนธรรม ได้แนะนำแนวทางการปรับพฤติกรรมสุขภาพในชีวิตประจำวัน เพื่อให้ผู้ฟังสามารถนำไปปรับใช้ได้จริง เช่น การเลือกอาหารที่เหมาะสม การรักษาน้ำหนักตัว การออกกำลังกายสม่ำเสมอ และการตรวจสุขภาพเชิงป้องกัน

การเผยแพร่ความรู้ผ่าน สื่อวิทยุกระจายเสียงมหาวิทยาลัยนเรศวร FM 107.25 MHz และช่องทางออนไลน์ www.nuradio.nu.ac.th ทำให้เข้าถึงประชาชนได้อย่างกว้างขวางและสะดวกสบาย ช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ด้านสุขภาพในชุมชนและประชากรทั่วไป

รายการยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCD) ในกลุ่มประชากรทุกช่วงวัย เพื่อให้เกิด การปรับพฤติกรรมสุขภาพอย่างยั่งยืน ลดภาระค่าใช้จ่ายทางการรักษาและเพิ่มคุณภาพชีวิตของประชาชน

ผู้ฟังสามารถติดตามรายการสดและเข้าชมย้อนหลังผ่าน ช่องทางออนไลน์ เพื่อเรียนรู้และนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการดูแลสุขภาพของตนเอง

การดำเนินรายการครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการสร้าง ความรู้ด้านสุขภาพสาธารณะ และส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน ให้ประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจ และความพร้อมในการป้องกันโรคตามแนวทาง SDG3: Good Health and Well-being

ม.นเรศวร พัฒนานวัตกรรมตรวจเศษซากโควิดจากน้ำเสีย ส่งเสริมเพื่อเตือนภัยล่วงหน้าการระบาดในชุมชน

วันศุกร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2567 สถานวิจัยเพื่อความเป็นเลิศเพื่อความยั่งยืนด้านสุขภาวะ สิ่งแวดล้อมและอุตสาหกรรม (SHEI) คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.ธนพล เพ็ญรัตน์ พร้อมด้วยคณะนักวิจัยจากคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ วิทยาลัยนานาชาติ และบริษัท อิเลคทรอนิกส์ เชลล์ จำกัด นำเสนอสิ่งประดิษฐ์ “RE-Secure: COVID-19 Early Warning. V1” ในงาน “วันนักประดิษฐ์” ประจำปี 2567 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ

โครงการดังกล่าวเป็นการต่อยอดงานวิจัยจากการตรวจหาเศษซากไวรัสโควิด-19 ในน้ำเสีย โดยได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ในปีงบประมาณ 2564 และ 2565 เพื่อพัฒนานวัตกรรมที่สามารถเฝ้าระวังการแพร่ระบาดในระดับชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางจากนักเรียน นิสิต ประชาชน ภาครัฐ และภาคเอกชนที่เข้าร่วมชมงาน

นวัตกรรม “RE-Secure: COVID-19 Early Warning. V1” พัฒนาขึ้นจากเทคนิค Aptamer ทำให้สามารถตรวจสอบเศษซากไวรัสในน้ำเสียได้อย่างแม่นยำ โดยไม่จำเป็นต้องสกัดตัวอย่างหรือใช้ห้องปฏิบัติการที่มีค่าใช้จ่ายสูง เช่น ห้องปฏิบัติการ BSL-2 enhanced ที่มักใช้ในการตรวจ RT-qPCR จึงช่วยลดขั้นตอนและต้นทุนการตรวจสอบได้อย่างมาก

นอกจากนั้น ทีมวิจัยยังได้พัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อประมวลผลจากชุดตรวจเคลื่อนที่ ทำให้สามารถตรวจจับการติดเชื้อในอาคาร โรงเรียน โรงงาน หรือชุมชนได้ก่อนที่จะเกิดการแพร่ระบาดจริงประมาณ 7-14 วัน ช่วยเพิ่มโอกาสในการจัดการควบคุมโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้นได้อย่างทันท่วงที

ผลงานนี้ยังสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านการเฝ้าระวังโรคระบาดได้มากกว่า 90% เมื่อเทียบกับวิธีการเดิม จึงถือเป็นตัวอย่างที่ดีของการนำนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้เพื่อสนับสนุนระบบสาธารณสุขและการบริหารจัดการภัยสุขภาพในระดับชุมชนอย่างยั่งยืน

การพัฒนานวัตกรรมตรวจเศษซากไวรัสในน้ำเสียยังเป็นแนวทางสำคัญที่สอดคล้องกับการจัดการทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อม เนื่องจากช่วยให้สามารถใช้ระบบน้ำเสียเป็นฐานข้อมูลสำคัญในการติดตามการแพร่ระบาดของเชื้อโรคได้แบบไม่รุกรานและครอบคลุมพื้นที่ในวงกว้าง

สิ่งประดิษฐ์ “RE-Secure: COVID-19 Early Warning. V1” ยังได้รับการเผยแพร่ผ่านสื่อมวลชนหลายแขนง รวมถึงรายการข่าวสามมิติ ช่อง 3 เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2567 ตอกย้ำถึงความสำคัญของงานวิจัยนี้ต่อการสร้างระบบเตือนภัยล่วงหน้าการระบาดในชุมชน และเป็นแรงผลักดันให้ทีมวิจัยพัฒนานวัตกรรมต่อยอดในอนาคต

การทำงานครั้งนี้เป็นภาพสะท้อนของความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย ภาคเอกชน และหน่วยงานภาครัฐ ที่ช่วยกันขับเคลื่อนการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อสุขภาพ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งสร้างแนวทางใหม่ในการ ส่งเสริมเพื่อเตือนภัยล่วงหน้าการระบาดในชุมชน และเพิ่มขีดความสามารถของประเทศในการรับมือกับโรคอุบัติใหม่

ม.นเรศวร เปิดงาน MED NU Health Expo 2024 มหกรรมสุขภาพเพื่อสังคมสุขภาพดี

วันพฤหัสบดีที่ 18 มกราคม 2567 รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน MED NU Health Expo 2024 ภายใต้หัวข้อ “สังคมสุขภาพดี Healthy Society” โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ แพทย์หญิง พิริยา นฤขัตรพิชัย คณบดีคณะแพทยศาสตร์ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน ซึ่งประกอบด้วยภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนรวมกว่า 500 คน

งานดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18-20 มกราคม 2567 ณ ศูนย์แสดงนิทรรศการและการจัดประชุมนานาชาติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (KNECC) เพื่อให้บริการวิชาการและตรวจสุขภาพแก่ประชาชน ส่งเสริมการสร้างภูมิคุ้มกันในการดูแลสุขภาพและลดความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วย สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน SDG3 ด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี

กิจกรรมภายในงานประกอบด้วยการให้คำปรึกษาและตรวจรักษาฟรีในหลายด้าน เช่น การตรวจสุขภาพหัวใจ การตรวจสุขภาพเส้นฟอกไตด้วยเครื่องอัลตราซาวนด์ การตรวจวัดคลื่นสมองด้วยเครื่อง Neurofeedback สำหรับคัดกรองอาการหลงลืมและสมาธิสั้น รวมถึงการรักษาเปลือกตาอักเสบและตาแห้งจากต่อมไขมันอุดตันด้วยหน้ากากลำแสง LED

หนึ่งในไฮไลต์ของงานคือการจัดแสดงเทคโนโลยีทางการแพทย์ล้ำสมัยจากบริษัทชั้นนำ เช่น Anatomage Table สำหรับศึกษากายวิภาคศาสตร์ของมนุษย์ สามารถแสดงภาพ 3 มิติที่ซับซ้อนของร่างกายมนุษย์ได้อย่างถูกต้องและชัดเจน เป็นเครื่องมือที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้นักเรียนและผู้สนใจด้านการแพทย์

นอกจากนี้ยังมีการนำเสนอผลงานวิจัยและนวัตกรรมทางการแพทย์ที่หลากหลาย พร้อมโอกาสในการต่อยอดเชิงธุรกิจ เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย ภาคเอกชน และชุมชน ซึ่งสอดคล้องกับ SDG17 ด้านความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

งาน MED NU Health Expo 2024 ยังเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เรียนรู้เรื่องสุขภาพแบบองค์รวม ทั้งด้านโภชนาการ สุขาภิบาล และการป้องกันโรค ทำให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมสามารถนำความรู้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตและสร้างสังคมที่มีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

การจัดงานครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการพัฒนาสุขภาพประชาชนและชุมชนในพื้นที่ ผ่านการใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ นวัตกรรม และการสร้างความร่วมมือเชิงเครือข่าย เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการเชื่อมโยงงานวิชาการกับการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสุขภาพของประชาชนในวงกว้าง

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin