ม.นเรศวร แลกเปลี่ยนเรียนรู้การขอรับรองมาตรฐานสำนักงานสีเขียว

วันศุกร์ที่ 6 มิถุนายน 2568 คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถ่ายทอดประสบการณ์การขอรับรองมาตรฐานสำนักงานสีเขียว แก่เจ้าหน้าที่สำนักงานเลขานุการคณะสาธารณสุขศาสตร์ ณ ห้องจัดกิจกรรม ชั้น 3 อาคารสุขวิทยาสถิตย์

รองศาสตราจารย์ ดร.นิทรา กิจธีระวุฒิวงษ์ คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ เป็นประธานกล่าวต้อนรับทีมวิทยากรและเปิดกิจกรรม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมความพร้อมบุคลากรในการดำเนินงานตามแนวทางมาตรฐานสำนักงานสีเขียว

ในการนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อนุพงศ์ วงค์ตามี รองคณบดีฝ่ายโครงสร้างพื้นฐานและระบบนิเวศ คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ร่วมบรรยายและถ่ายทอดประสบการณ์เกี่ยวกับการวางระบบงานและการบริหารจัดการสำนักงาน

คุณรุ่งรัตน์ พระนาค ผู้อำนวยการกองอาคารสถานที่ พร้อมทีมบุคลากรกองอาคารสถานที่ ร่วมแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับการจัดการอาคารสถานที่ การปรับปรุงภูมิทัศน์ และการเตรียมสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการดำเนินงานของหน่วยงาน

กิจกรรมครอบคลุมแนวทางการจัดเตรียมเอกสารและหลักฐานประกอบการตรวจประเมิน เพื่อให้บุคลากรสามารถนำความรู้ไปใช้ในการวางแผน กำหนดผู้รับผิดชอบ และติดตามผลการดำเนินงานได้อย่างเป็นระบบ

การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครั้งนี้ช่วยเสริมสร้างความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า การดูแลพื้นที่ปฏิบัติงาน และการจัดการสำนักงานที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อันเป็นส่วนสำคัญในการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่น่าอยู่

คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จะนำแนวทางที่ได้รับไปประกอบการวางแผนและกำหนดนโยบาย เพื่อ ส่งเสริมมาตรฐานสำนักงานสีเขียวอย่างยั่งยืน และพัฒนาการดำเนินงานของหน่วยงานให้เกิดประโยชน์ต่อบุคลากรและสังคมโดยรวม

ม.นเรศวร ต่อยอดการเรียนรู้สู่ผลิตภัณฑ์ เกี่ยวข้าวแปลงสาธิตสร้างสรรค์ของที่ระลึกเพื่อความยั่งยืน

วันพฤหัสบดีที่ 5 มิถุนายน 2568 คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร นำโดยคณะผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และนิสิต ร่วมกันลงพื้นที่จัดกิจกรรมเกี่ยวข้าว ณ บริเวณแปลงปลูกด้านหน้าอาคารคณะฯ เพื่อนำผลผลิตที่ได้ไปจัดการให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ต้นข้าวที่นำมาเก็บเกี่ยวในครั้งนี้ เป็นผลมาจากความร่วมแรงร่วมใจของประชาคมภายในคณะฯ ที่ได้ร่วมกันลงมือปลูกไว้ตั้งแต่ช่วงงานพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัย ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความเจริญงอกงามและการเริ่มต้นสิ่งใหม่ที่เกิดจากความสามัคคีของทุกคน

สำหรับข้าวที่ผ่านกระบวนการเก็บเกี่ยวอย่างพิถีพิถันนี้ จะถูกนำไปเข้าสู่กระบวนการแปรรูปและออกแบบเพื่อจัดทำเป็นของที่ระลึกชิ้นพิเศษ เนื่องในโอกาสครบรอบ 33 ปี แห่งการก่อตั้งคณะเกษตรศาสตร์ฯ ซึ่งถือเป็น ผลผลิตแห่งความภาคภูมิใจ ที่สะท้อนถึงอัตลักษณ์และวิถีชีวิตทางการเกษตรขององค์กรได้อย่างชัดเจน

เบื้องหลังความสำเร็จของโครงการสร้างสรรค์นี้ ดำเนินการโดยความร่วมมือระหว่าง งานบริการการศึกษา และ หน่วยกิจการนิสิต โดยมี รศ.ดร.สิทธิชัย ชูสำโรง เป็นผู้นำทีมในการขับเคลื่อนกิจกรรม ควบคู่ไปกับการจัดทำรายละเอียดและดำเนินการโดย คุณชนิดาภา อริยสุกริม และรับหน้าที่ออกแบบบรรจุภัณฑ์โดย ว่าที่ร้อยตรี พิชัย บุตรสีภูมิ

กิจกรรมดังกล่าวนอกจากจะตอกย้ำคุณค่าของการเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริงแล้ว ยังเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างจิตสำนึกด้านรูปแบบการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน ผ่านการบริหารจัดการทรัพยากรทางการเกษตรอย่างคุ้มค่า เพื่อลดการสูญเสียและสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลผลิตในทุกขั้นตอน

กระบวนการทำงานตั้งแต่การเตรียมดิน การปลูก จนถึงการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ ล้วนเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่ช่วยให้นิสิตได้ฝึกฝนทักษะการบริหารจัดการวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นแนวทางปฏิบัติที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสนับสนุนวิถีเกษตรกรรมที่สอดคล้องกับการรักษาความสมดุลทางธรรมชาติ

ผู้ที่สนใจติดตามความเคลื่อนไหวและผลงานนวัตกรรมทางการเกษตร สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สโมสรนิสิตคณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือติดต่อผ่านเว็บไซต์ทางการของคณะฯ รวมไปถึงช่องทางการติดต่อหมายเลขโทรศัพท์ 055-962-708 เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมต่อไป

ม.นเรศวร ต้อนรับคณะศึกษาดูงาน อย. มุ่งพัฒนานวัตกรรมอาหารปลอดภัยสู่ความยั่งยืน

วันจันทร์ที่ 26 พฤษภาคม 2568 ผศ.ดร.วรสิทธิ์ โทจำปา คณบดีคณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและคณาจารย์ประจำภาควิชาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมให้การต้อนรับคณะศึกษาดูงานจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) อย่างเป็นทางการ

การเดินทางมาศึกษาดูงานในครั้งนี้ นำโดย นายแพทย์สุรโชค ต่างวิวัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา พร้อมด้วยคณะทำงาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเข้าเยี่ยมชมศักยภาพของ สถานนวัตกรรมแปรรูปอาหารและผลผลิตทางการเกษตร ภายในคณะเกษตรศาสตร์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางในการรวบรวมองค์ความรู้ด้านการวิจัยและการพัฒนาผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่

นอกจากนี้ คณะศึกษาดูงานยังได้เข้าเยี่ยมชม สถานพัฒนามาตรฐานและเฝ้าระวังการปนเปื้อนสารเคมีกำจัดศัตรูพืชในผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกและสินค้าเกษตรชุมชน ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการควบคุมคุณภาพการผลิต สนับสนุนรูปแบบการบริโภคและการผลิตที่รับผิดชอบ เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับสินค้าทางการเกษตรที่ปลอดภัยและได้มาตรฐานสูงสุด

การเฝ้าระวังและพัฒนามาตรฐานความปลอดภัยทางอาหาร ถือเป็นรากฐานสำคัญในการส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนในทุกช่วงวัย การลดความเสี่ยงจากสารเคมีตกค้างในผลผลิตจะช่วยลดอัตราความเจ็บป่วยและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในสังคมได้อย่างเป็นรูปธรรม

ภายในกิจกรรม ผู้บริหารจากทั้งสองหน่วยงานได้ร่วมรับฟังแนวทางการดำเนินงาน ตลอดจนหารือข้อราชการเพื่อบูรณาการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การสร้างความร่วมมือที่เข้มแข็งและยั่งยืน ระหว่างสถาบันการศึกษาและหน่วยงานภาครัฐ ถือเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนและยกระดับนโยบายสาธารณสุขให้เกิดผลสัมฤทธิ์ระดับชาติ

การเชื่อมโยงศักยภาพด้านการวิจัยและพัฒนาของมหาวิทยาลัยนเรศวร เข้ากับบทบาทการกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา จะช่วยสนับสนุนการให้บริการประชาชนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งเป็นฐานข้อมูลสำคัญในการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์สุขภาพในอนาคต

ความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการสร้างความมั่นคงด้านสุขภาพของประชาชน ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมหรือติดต่อคณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ทางโทรศัพท์ 055-962-710 หรืออีเมล agri@nu.ac.th เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนสังคมแห่งสุขภาวะที่ดีต่อไป

ม.นเรศวร แถลงผลวิจัย “ข้าวพระองค์ขาว” นวัตกรรมข้าวสายพันธุ์ใหม่หนุนเกษตรกรสู่ความยั่งยืน

วันพฤหัสบดีที่ 1 พฤษภาคม 2568 ณ แปลงวิจัยการปรับปรุงพันธุ์ข้าว วิชชาลัยข้าวและชาวนา มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดงานแถลงข่าวผลการวิจัยและพัฒนา ข้าวสายพันธุ์ใหม่ ผลผลิตสูง ภายใต้ชื่อ “ข้าวพระองค์ขาว” เพื่อนำเสนอนวัตกรรมทางการเกษตรที่ตอบโจทย์ความต้องการของเกษตรกรและชุมชน

การแถลงข่าวในครั้งนี้นำโดย ดร.ภาวัช วิจารัตน์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์การเกษตร คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นนักวิจัยหลักของโครงการ โดยมี ผศ.ดร.อนุพงศ์ วงค์ตามี รองคณบดีฝ่ายโครงสร้างพื้นฐานและระบบนิเวศ และ รศ.ดร.รังสรรค์ เจริญสุข หัวหน้าภาควิชาวิทยาศาสตร์การเกษตร ร่วมให้การต้อนรับสื่อมวลชนและผู้เข้าร่วมงานอย่างอบอุ่น

สำหรับ ข้าวพระองค์ขาว ถือเป็นผลสำเร็จจากการบูรณาการองค์ความรู้และการพัฒนานวัตกรรมด้านการปรับปรุงพันธุ์พืช โดยเป็นการผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างข้าวหอมสุโขทัย 4 และปทุมธานี 1 การส่งเสริมการวิจัยในลักษณะนี้สะท้อนถึงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคการเกษตรไทยให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น

ลักษณะเด่นของข้าวสายพันธุ์ดังกล่าวคือ มีความสามารถในการแตกกอได้ดีเยี่ยม และให้ผลผลิตเฉลี่ยสูงถึง 900–1,000 กิโลกรัมต่อไร่ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการยกระดับความมั่นคงทางอาหาร ช่วยขจัดความหิวโหย และสนับสนุนให้ประชาชนสามารถเข้าถึงผลผลิตที่มีคุณภาพและมีโภชนาการที่เหมาะสม

นอกจากการเพิ่มปริมาณผลผลิตแล้ว งานวิจัยชิ้นนี้ยังมุ่งเน้นการส่งเสริมรูปแบบการผลิตที่ยั่งยืน การเลือกใช้สายพันธุ์พืชที่ผ่านการปรับปรุงให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม จะช่วยให้เกษตรกรสามารถบริหารจัดการทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่า ลดการใช้ปัจจัยการผลิตที่เกินความจำเป็น และนำไปสู่วิถีเกษตรกรรมที่รับผิดชอบต่อระบบนิเวศ

การกระจายพันธุ์ข้าวคุณภาพดีสู่ชุมชน จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกร ลดความเสี่ยงจากความผันผวนของผลผลิต และสร้างรากฐานที่มั่นคงให้แก่เศรษฐกิจระดับท้องถิ่น เพื่อให้ชุมชนเกษตรกรรมสามารถพึ่งพาตนเองและเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว

มหาวิทยาลัยนเรศวรยังคงเดินหน้าสนับสนุนงานวิจัยที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมอย่างต่อเนื่อง สำหรับเกษตรกรหรือหน่วยงานที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับพันธุ์ข้าวและการเพาะปลูก สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 09-2551-6262 เพื่อนำไปต่อยอดและขยายผลในพื้นที่ทางการเกษตรต่อไป

ม.นเรศวร ขับเคลื่อนการจัดการของเสียอันตรายและบริหารจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน มุ่งสร้างมาตรฐานสิ่งแวดล้อมตามนโยบายมหาวิทยาลัย

วันพฤหัสบดีที่ 24 เมษายน 2568 นายรุ่งรัตน์ พระนาค ผู้อำนวยการกองอาคารสถานที่ ได้เป็นประธานกล่าวเปิดโครงการจัดการมลพิษและของเสีย ณ ห้องประชุมชั้น 2 กองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของสถาบัน

มหาวิทยาลัยนเรศวร มุ่งสร้างหลักประกันให้มีรูปแบบการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน ผ่านการขับเคลื่อนนโยบายด้านการผลิตและการบริโภคที่รับผิดชอบและยั่งยืน (Responsible Consumption and Production) ซึ่งให้ความสำคัญกับการมีระบบบริหารจัดการ วัดปริมาณขยะและขยะรีไซเคิลที่เกิดขึ้น เพื่อวางแนวทางลดปริมาณขยะและผลักดันการหมุนเวียนนำกลับมาใช้ใหม่

การจัดโครงการในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างความตื่นตัวและเปิดโอกาสให้บุคลากรจากทุกหน่วยงานในมหาวิทยาลัยเข้ามามีส่วนร่วม โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 80 ชีวิต ประกอบด้วยบุคลากรกองอาคารสถานที่และเครือข่ายตัวแทนด้านอาคารสถานที่จากทุกคณะและหน่วยงาน มาร่วมขับเคลื่อนแผนการดำเนินงานด้านการจัดการของเสียภายในหน่วยงานให้เป็นรูปธรรมและมีทิศทางเดียวกัน

กระบวนการเรียนรู้มุ่งเน้นให้ผู้เข้าร่วมทุกหน่วยงานเจาะลึกรายละเอียดเกี่ยวกับนโยบายและคู่มือจัดการของเสียอันตราย เพื่อร่วมกันลดกิจกรรมที่ก่อให้เกิดมลพิษและของเสียในรูปแบบที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน พร้อมทั้งสร้างความตระหนักในการจัดการสารเคมีและของเสียทุกชนิดให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง

ภายในงานได้รับเกียรติจาก นางสาวกฤติกา กิตติวิโรจน์ ผู้อำนวยการส่วนสิ่งแวดล้อม สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดพิษณุโลก มาทำหน้าที่เป็นวิทยากรบรรยายและนำฝึกปฏิบัติจริง เพื่อถ่ายทอดทักษะกระบวนการทำงานภาคสนามให้แก่ผู้แทนจากทุกหน่วยงานสามารถนำกลับไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง

การฝึกอบรมได้เผยถึงขั้นตอนการปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบ เริ่มตั้งแต่ขั้นตอนคัดแยก จัดเก็บ ขนส่งและกำจัด ของเสียอันตรายตามหลักวิชาการ เพื่อให้ทุกหน่วยงานสามารถนำไปปรับใช้ในการบริหารจัดการหน้างานได้อย่างปลอดภัย ลดความเสี่ยง และมีประสิทธิภาพสูงสุด

ม.นเรศวร จัดค่าย มอนอ อาร์ต แอนด์ คราฟต์ แคมป์ รุ่นที่ 1 ปลูกฝังศิลปะและสิ่งแวดล้อมแก่เยาวชน

วันจันทร์ที่ 31 มีนาคม 2568 กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรม “มอนอ อาร์ต แอนด์ คราฟต์ แคมป์ | Mornor Art & Craft Camp” รุ่นที่ 1 สำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษาตอนปลายในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก ณ หอศิลป์มหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อเปิดพื้นที่แห่งการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์

กิจกรรมเริ่มต้นด้วยการนำเยาวชนเข้าสักการะสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (องค์จำลอง) เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนเข้าชมเส้นทางการเรียนรู้ที่หลากหลาย ซึ่งถือเป็นการส่งเสริม การศึกษาที่ครอบคลุมและมีคุณภาพ ผ่านการเปิดโลกทัศน์และประสบการณ์การเรียนรู้นอกห้องเรียนที่เปิดกว้างสำหรับทุกคน

เยาวชนผู้เข้าร่วมโครงการได้รับโอกาสพิเศษในการเข้าชม นิทรรศการแสดงผลงานศิลปนิพนธ์ประจำปีการศึกษา 2567 ของนิสิตชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาทัศนศิลป์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ศิลปะและการออกแบบ ซึ่งจัดขึ้นภายใต้คอนเซปท์ The Dawn of Aesthetic | รุ่งอรุณแห่งสุนทรียะ

นอกจากนี้ น้อง ๆ ยังได้เดินชม นิทรรศการเชิดชูศิลป์ศิลปินแห่งชาติ x มหาวิทยาลัยนเรศวร รวมไปถึงการจัดแสดงนิทรรศการ Special Event ในหัวข้อ “Falling in love รักคุณเข้าแล้ว” เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและพัฒนาการรับรู้ทางด้านสุนทรียภาพทางศิลปะให้แก่เด็ก ๆ อย่างรอบด้าน

ในส่วนของกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ เยาวชนได้ร่วมสนุกกับการทำ กิจกรรมผ้าเช็ดหน้ามัดย้อมจากสีธรรมชาติ และ กิจกรรมประดิษฐ์ดอกไม้จากริบบิ้น ซึ่งสอดคล้องกับแนวทาง การบริโภคและการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน โดยเน้นการใช้วัสดุที่ปลอดภัยและลดผลกระทบต่อระบบนิเวศ

การเลือกใช้วัสดุจากธรรมชาติในกระบวนการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ ไม่เพียงแต่ช่วยให้เด็ก ๆ ได้ปลดปล่อยจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์กันอย่างเต็มที่ แต่ยังเป็นการปลูกฝังเด็ก ๆ ให้เห็นถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อม และสร้างความตระหนักรู้ถึงการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า

การจัดค่ายศิลปะในครั้งนี้จึงนับเป็นก้าวสำคัญที่ใช้ศิลปะและความสร้างสรรค์เป็นสื่อกลางในการเรียนรู้นอกห้องเรียน ซึ่งช่วยบ่มเพาะให้เยาวชนเติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ มีจิตสำนึกที่ดีต่อสังคม และพร้อมมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนสืบไป

ม.นเรศวร พัฒนาสารกำจัดวัชพืชชีวภาพจากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร ยกระดับนวัตกรรมสีเขียวสู่เกษตรกรรมอย่างยั่งยืน

ดร.ณิชากร คอนดี อาจารย์ประจำภาควิชาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร พัฒนานวัตกรรม สารกำจัดวัชพืชชีวภาพ (Bioherbicide) จากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรโดยใช้แบคทีเรียเป็นหัวใจสำคัญของกระบวนการผลิต เพื่อสร้างทางเลือกใหม่ในการจัดการวัชพืชที่มีความปลอดภัย ลดการใช้สารเคมี และสนับสนุนการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน

งานวิจัยดังกล่าวเป็นผลจากความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยนเรศวรกับภาคอุตสาหกรรมเกษตรที่ดำเนินการต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2561 โดยมุ่งนำ วัสดุเหลือทิ้งและผลพลอยได้จากการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร เช่น กากสับปะรด กากถั่วเหลือง เปลือกทุเรียน กากมะพร้าว กากบีบน้ำมันมะพร้าว และกากบีบน้ำมันรำข้าว มาใช้เป็นแหล่งอาหารและพลังงานสำหรับการเพาะเลี้ยงแบคทีเรีย เพื่อผลิตสารลดแรงตึงผิวชีวภาพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

นวัตกรรมนี้ช่วยเปลี่ยนวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรให้กลายเป็น ผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม ลดปริมาณของเสียที่ต้องนำไปเผาหรือฝังกลบ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก พร้อมทั้งสนับสนุนแนวทางการใช้ทรัพยากรหมุนเวียน และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากภาคการเกษตร โดยสอดคล้องกับเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Greenhouse Gas Emissions)

สารกำจัดวัชพืชชีวภาพที่พัฒนาขึ้นอยู่ในรูป ไมโครอิมัลชันระดับนาโน ซึ่งช่วยให้สารสำคัญกระจายตัวได้ดี ลดมุมสัมผัสเมื่อพ่นบนใบวัชพืช ทำให้สารเกาะติดและซึมผ่านเข้าสู่เนื้อเยื่อพืชได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้มีประสิทธิภาพในการควบคุมวัชพืชใกล้เคียงกับสารกำจัดวัชพืชเคมีที่ใช้ในปัจจุบัน อีกทั้งยังสามารถทำงานได้ภายใต้สภาวะที่มีค่าความเป็นกรด-ด่าง อุณหภูมิ และความเค็มที่หลากหลาย

จุดเด่นของเทคโนโลยีนี้คือการใช้ แบคทีเรีย ซึ่งมีอัตราการเจริญเติบโตสูง สามารถเพาะเลี้ยงได้รวดเร็ว และใช้วัสดุเหลือทิ้งต้นทุนต่ำเป็นวัตถุดิบในการผลิต จึงช่วยลดต้นทุนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร และลดการพึ่งพาสารลดแรงตึงผิวที่ผลิตจากปิโตรเลียมหรือสารเคมีสังเคราะห์ ซึ่งอาจก่อให้เกิดการตกค้างในสิ่งแวดล้อมและส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้ใช้และผู้บริโภค

การพัฒนาสารกำจัดวัชพืชชีวภาพครั้งนี้เป็นตัวอย่างของการบูรณาการองค์ความรู้ด้าน เทคโนโลยีชีวภาพ วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม และนวัตกรรมการเกษตร เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การเกษตรสมัยใหม่ ลดการใช้สารเคมี ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และเพิ่มมูลค่าให้วัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร อันเป็นการสนับสนุนการผลิตที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ปัจจุบัน สารกำจัดวัชพืชชีวภาพ (Bioherbicide) มีศักยภาพในการพัฒนาสู่การใช้ประโยชน์ในภาคการเกษตรและพร้อม ส่งเสริมต่อยอดสู่งานวิจัยเชิงพาณิชย์ เพื่อขยายผลสู่การผลิตในระดับอุตสาหกรรมและสร้างนวัตกรรมที่สามารถแข่งขันได้ในตลาด ทั้งยังช่วยยกระดับอุตสาหกรรมเกษตรของประเทศสู่การผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและยั่งยืน

ที่มาภาพและข่าว: สถานีวิทยุกระจายเสียงมหาวิทยาลัยนเรศวร FM 107.25 MHz

ม.นเรศวร คว้ารางวัล G-Green ระดับประเทศ ตอกย้ำการบริหารจัดการที่ส่งเสริมความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

วันพุธที่ 26 มีนาคม 2568 นายรุ่งรัตน์ พระนาค ผู้อำนวยการกองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นผู้แทนมหาวิทยาลัยเข้ารับ รางวัลตราสัญลักษณ์ G-Green ระดับประเทศ ภายหลังมหาวิทยาลัยผ่านการประเมินรับรอง Green Office ระดับดีเยี่ยม (ทอง) ประจำปี 2567 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของการประเมินด้านการบริหารสำนักงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จัดโดย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการพัฒนาระบบบริหารจัดการที่ ส่งเสริมความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

พิธีมอบรางวัลจัดขึ้น ณ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร โดยมี นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธี เพื่อเชิดชูหน่วยงานที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่นด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการบริหารจัดการองค์กรตามหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน

การได้รับ รางวัล G-Green เป็นผลจากการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการยกระดับ สำนักงานสีเขียว (Green Office) ผ่านการบริหารจัดการที่ครอบคลุมทั้งการใช้พลังงาน การใช้น้ำ การจัดการของเสีย การจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การควบคุมมลพิษ ตลอดจนการสร้างความตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อมแก่บุคลากรและนิสิตภายในมหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญกับการ ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านมาตรการต่าง ๆ เช่น การลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว การคัดแยกและจัดการขยะอย่างเป็นระบบ การประหยัดพลังงานและน้ำ รวมถึงการส่งเสริมการใช้ทรัพยากรหมุนเวียน เพื่อสร้างรูปแบบการดำเนินงานที่สามารถลดการใช้ทรัพยากรและลดการปล่อยของเสียได้อย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากการบริหารจัดการภายในองค์กรแล้ว มหาวิทยาลัยยังบูรณาการแนวคิดด้าน ความยั่งยืน เข้ากับการเรียนการสอน การวิจัย และการบริการวิชาการ เพื่อสร้างองค์ความรู้และปลูกฝังจิตสำนึกในการใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ ส่งเสริมให้บุคลากร นิสิต และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน มีส่วนร่วมในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมและร่วมกันสร้างสังคมที่ยั่งยืน

ความสำเร็จครั้งนี้ยังสะท้อนถึงความร่วมมือของทุกหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัย ที่ร่วมกันขับเคลื่อนนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การกำหนดมาตรการ การปฏิบัติตามแนวทาง Green Office ไปจนถึงการติดตามและพัฒนาผลการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อยกระดับคุณภาพการบริหารจัดการองค์กรให้เป็นต้นแบบด้าน การบริโภคและการใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ

การได้รับรางวัลในครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของมหาวิทยาลัยนเรศวร และเป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาองค์กรควบคู่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยยึดหลักการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และ ส่งเสริมความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างมหาวิทยาลัยที่เติบโตอย่างสมดุล พร้อมรับมือกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในอนาคต

ที่มา: กองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร จัดนิทรรศการ “เปลี่ยนโลก เปลี่ยนอนาคต” ชูนวัตกรรมและเครือข่ายความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

วันพุธที่ 19 กุมภาพันธ์ 2568 คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรมนิทรรศการ “เปลี่ยนโลก เปลี่ยนอนาคต” ภายใต้รายวิชาการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศและผลกระทบต่อสุขภาพ ณ โถงชั้น 1 อาคารเรียนรวมคณะสาธารณสุขศาสตร์ เพื่อสร้างการเรียนรู้และความตระหนักด้าน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และผลกระทบต่อสุขภาพผ่านกระบวนการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ

กิจกรรมในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พันธ์ทิพย์ หินหุ้มเพ็ชร รองคณบดีฝ่ายวิชาการและประกันคุณภาพการศึกษา เป็นผู้แทนคณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ในการกล่าวเปิดงาน โดยมุ่งเน้นการเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางวิชาการเข้ากับสถานการณ์จริง เพื่อรับมือกับวิกฤตด้าน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่มีต่อสุขภาวะของมนุษย์ทั้งในระดับบุคคล ชุมชน และสังคม

นิทรรศการมุ่งส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วม ซึ่งประกอบด้วย คณาจารย์ นักวิทยาศาสตร์ และนิสิต ได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับปัจจัยที่ส่งผลต่อสภาพแวดล้อมโลก พร้อมทั้งศึกษาและออกแบบแนวทางการปรับตัวที่เหมาะสมในบริบทของสังคมปัจจุบัน เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมและลดความเสี่ยงจากผลกระทบทางธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้น

ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมที่หลากหลาย ทั้งการจัดแสดงนิทรรศการวิชาการ และการนำเสนอผลงานสิ่งประดิษฐ์จากวัสดุเหลือใช้ ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงรูปแบบ การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน ผ่านการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการลดปริมาณของเสียด้วยการออกแบบนวัตกรรมเชิงสร้างสรรค์

นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอผลงานโปสเตอร์เกี่ยวกับสถานการณ์ภูมิอากาศทั่วโลก และกิจกรรม Workshop ที่เปิดโอกาสให้นิสิตได้ลงมือปฏิบัติจริง เพื่อแสดงศักยภาพด้านการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ การประยุกต์ใช้ความรู้ และการสื่อสารผลงานทางวิชาการเพื่อแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมรอบตัว

กิจกรรมดังกล่าวยังถือเป็นเวทีสำคัญในการสร้าง เครือข่ายความร่วมมือ ระหว่างคณาจารย์ นักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ และนิสิต เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวคิดด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม อันเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งทางวิชาการ และผลักดันนวัตกรรมที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ร่วมกันได้จริงในอนาคต

การบูรณาการการเรียนการสอนเข้ากับการวิจัยและการบริการวิชาการในลักษณะนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการพัฒนาบัณฑิตและสร้างองค์ความรู้ที่ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนสังคมให้พร้อมรับมือกับความท้าทาย เป็นมิตรต่อระบบนิเวศ และสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว

ม.นเรศวร จัดประกวดนวัตกรรมรักษ์โลก ขับเคลื่อนความร่วมมือสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

วันพฤหัสบดีที่ 20 กุมภาพันธ์ 2568 กองบริการการศึกษา โดยงานจัดการวิชาศึกษาทั่วไป ร่วมกับคณาจารย์วิชาวิทยาศาสตร์ในชีวิตประจำวัน มหาวิทยาลัยนเรศวร ดำเนินการจัดการประกวดผลงานการพัฒนา “นวัตกรรมรักษ์โลก” ณ โถงชั้น 1 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา บรมราชินีนาถ

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมให้นิสิตได้ตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้พัฒนาความคิดสร้างสรรค์ในการคิดค้นนวัตกรรมที่ช่วยลดผลกระทบต่อโลก ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการสร้างรูปแบบการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน

กิจกรรมดังกล่าวมุ่งเน้นให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้แนวทางการพัฒนา เทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ผ่านการแสดงทางวิทยาศาสตร์และกระบวนการคิดอย่างเป็นระบบ ซึ่งตอกย้ำถึงความสำคัญของการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการระหว่างคณาจารย์และนิสิต ในการเผยแพร่องค์ความรู้ด้านการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

ในปีนี้ โครงการได้รับความสนใจและการตอบรับอย่างดีเยี่ยม โดยมีนิสิตเข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 779 คน และมีการส่งผลงานเข้าประกวดทั้งหมด 29 ผลงาน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงพลังของคนรุ่นใหม่ที่มุ่งมั่นจะช่วยลดขยะ ลดการสูญเปล่าของทรัพยากร และบรรเทาภาวะโลกร้อนอย่างเป็นรูปธรรม

สำหรับผลการประกวดที่โดดเด่น รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ผลงาน “บ่อดักไขมัน 2 in1” ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ช่วยลดการปล่อยไขมันลงสู่แหล่งน้ำ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 คือ ผลงาน “Pure Flow ไหลสะอาด ไร้ไขมัน” ที่ออกแบบระบบกรองน้ำมันจากครัวเรือนก่อนปล่อยลงท่อน้ำเสีย และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ผลงาน “ถนนชาร์ทรถ EV ด้วยระบบโซล่าเซลล์” ที่สนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

นอกจากนี้ยังมีผลงานที่ได้รับรางวัลชมเชย ซึ่งส่งเสริมแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน ได้แก่ “Second Life จากของเหลือใช้” และ “กิ๊ฟเซ็ตกระเป๋ารักษ์โลก และเครื่องประดับจากขวดพลาสติก” ที่เปลี่ยนขยะพลาสติกให้เป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าใหม่ รวมถึงผลงาน “บ้านที่หายใจได้” ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มการไหลเวียนของอากาศและลดการใช้พลังงานไฟฟ้า

ความสำเร็จของการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างสรรค์แนวทางใหม่เพื่อการดูแลรักษาโลก ตอกย้ำแนวคิดการพัฒนาองค์กรผ่านนวัตกรรมที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็งเพื่ออนาคตที่ดียิ่งขึ้นของสังคมต่อไป

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin