วิศวะ ม.นเรศวร ฉลอง 30 ปี ต่อยอดนวัตกรรม สร้างงานสร้างอาชีพ

วันอังคารที่ 20 สิงหาคม 2567 คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัดงานครบรอบ 30 ปี วันสถาปนา โดยมีรองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดี เป็นประธานเปิดงาน และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กำพล ทรัพย์สมบูรณ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ กล่าวรายงาน งานนี้มุ่งเผยแพร่ผลงานนวัตกรรมของนิสิตและงานวิจัยที่โดดเด่นของคณาจารย์ พร้อมทั้งการบริการวิชาการด้านวิศวกรรม เพื่อยกระดับการศึกษาและการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน

ภายในงานมีการจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมการเรียนรู้และทักษะวิชาชีพ อาทิ การแข่งขัน E-Sport การประกวด Cosplay และการจัด Cover dancing ซึ่งนอกจากจะสร้างความบันเทิงแล้ว ยังเปิดพื้นที่ให้เยาวชนได้แสดงความสามารถและพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยีและความคิดสร้างสรรค์ที่สอดคล้องกับตลาดแรงงานยุคใหม่

การบรรยายและเสวนาที่จัดขึ้น เช่น “การเตรียมความพร้อมสู่อุตสาหกรรม E-Sport แบบมืออาชีพ” และ “การเตรียมความพร้อม และทักษะสำหรับการประกอบอาชีพทางวิศวกรรม” ถือเป็นการให้ความรู้แก่เยาวชนและประชาชนที่สนใจ ช่วยสร้างแนวทางในการพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานจริงในอนาคต อันเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างงานสร้างอาชีพอย่างมั่นคง

นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการ Earth Gallery & Gearlaxy Space รวมถึงการออกบูธแสดงผลงานจากสาขาวิชา ชมรม และสโมสรนิสิต ที่สะท้อนถึงศักยภาพและความก้าวหน้าทางด้านวิศวกรรมและนวัตกรรม ต่อยอดไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมที่ขับเคลื่อนด้วยความรู้และทักษะที่ทันสมัย

กิจกรรมเหล่านี้ไม่เพียงแต่เปิดโอกาสให้เยาวชนได้พัฒนาความรู้และทักษะใหม่ ๆ แต่ยังส่งเสริมให้บุคลากร นิสิต และศิษย์เก่ามีส่วนร่วมในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็ง เพื่อเป็นพลังร่วมกันในการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง

การจัดงานครบรอบครั้งนี้ยังเป็นการตอกย้ำความสำคัญของการพัฒนาทุนมนุษย์ สร้างแรงบันดาลใจให้กับนิสิตในการต่อยอดความรู้และนวัตกรรมสู่การประกอบอาชีพที่มั่นคง ตอบสนองต่อความต้องการของตลาดแรงงาน และเพิ่มโอกาสในการสร้างงานสร้างอาชีพในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ

สุดท้าย งานครบรอบ 30 ปี วันสถาปนาคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นเวทีสำคัญที่เชื่อมโยงระหว่างการศึกษา นวัตกรรม และสังคม ทำให้เกิดการบูรณาการความรู้กับการสร้างสรรค์เศรษฐกิจใหม่ที่ยั่งยืน และเป็นแรงขับเคลื่อนในการสร้างอนาคตที่มั่นคงให้กับเยาวชนและสังคมไทย

ม.นเรศวร จับมือธนาคารออมสิน จัดโครงการออมสินยุวพัฒน์รักษ์ถิ่น 2024 ส่งเสริมอาชีพและยกระดับภูมิปัญญาท้องถิ่น

วันศุกร์ที่ 23 สิงหาคม 2567 อุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร (SEED) ร่วมกับธนาคารออมสิน จัดกิจกรรม “การนำเสนอผลสัมฤทธิ์โครงการออมสินยุวพัฒน์รักษ์ถิ่น ประจำปี 2567” ณ อาคารภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยได้รับเกียรติจากผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมลักษณ์ วรรณฤมล กีเยลาโรว่า ผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นประธานกล่าวเปิดกิจกรรม พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร บุคลากร และตัวแทนจากธนาคารออมสินเข้าร่วม

กิจกรรมครั้งนี้เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้นิสิตได้นำเสนอผลงานที่ร่วมพัฒนากับชุมชน โดยนำนวัตกรรมและองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยไปประยุกต์ใช้กับ ภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ตลาด และช่วย ส่งเสริมอาชีพ ให้กับคนในชุมชน ถือเป็นการบูรณาการการเรียนรู้และการพัฒนาสังคมอย่างเป็นรูปธรรม

การประกวดผลงานได้รับการสนับสนุนจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากธนาคารออมสิน ได้แก่ นางจันทร์แรม รุ่งวัฒนา ผู้จัดการธนาคารออมสินสาขาบิ๊กซี พิษณุโลก นายดำหลิ ตันเยี่ยน ผู้ช่วยผู้อำนวยการธนาคารออมสินภาค 7 หน่วยพัฒนาสังคมและชุมชน นายเตธินภัทร์ แหยมคง พนักงานสนับสนุนธุรกิจ 7 และนางสาวจรรยพร อนันตพรรค ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจผู้ประกอบการรายย่อยและองค์กรชุมชน โดยทุกท่านได้ให้คำแนะนำเชิงลึกแก่ทีมที่เข้าร่วมการแข่งขัน

โครงการนี้สะท้อนถึงการสร้างความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับภาคธุรกิจ ในการผลักดันเศรษฐกิจฐานราก โดยใช้พลังของคนรุ่นใหม่อย่างนิสิต Gen Z ผสมผสานกับภูมิปัญญาท้องถิ่น สร้างสรรค์แนวทางใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์สังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน

ผลการประกวด รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีมเสลารักษ์ จักสานหวาย กลุ่มพัฒนาสตรีตำบลย่านยาว (คณะสังคมศาสตร์) รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีม Ranger Organic กลุ่มกล้วยกรอบแก้วบ้านใหม่ดินทอง (คณะเกษตรศาสตร์ฯ) รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ทีม SD ยุวทัฒน์, @NU Season 2 กลุ่มวิสาหกิจชุมชนซากุระญี่ปุ่น (คณะสังคมศาสตร์)

รางวัลชมเชยจำนวน 2 ทีม ได้แก่ ทีมผ้าทอชาววัง วิสาหกิจชุมชนผ้าทอชาววัง (คณะวิศวกรรมศาสตร์ ร่วมกับคณะบริหารธุรกิจฯ) และทีม PolSci, the Next Gen กลุ่มโฮมสเตย์และท่องเที่ยวบ่อโพธิ์ (คณะสังคมศาสตร์) ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นตัวอย่างของการพัฒนาที่เชื่อมโยงภูมิปัญญาท้องถิ่นกับการบริหารจัดการสมัยใหม่

การดำเนินโครงการออมสินยุวพัฒน์รักษ์ถิ่น เป็นการปูรากฐานการทำงานเชิงบูรณาการระหว่างภาคการศึกษา ชุมชน และองค์กรภาคธุรกิจ ทำให้เกิดทั้งการพัฒนาทักษะของนิสิต การสร้างนวัตกรรมเพื่อสังคม และการเสริมความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจของชุมชน

ท้ายที่สุด โครงการนี้ไม่เพียงสร้างประโยชน์เชิงเศรษฐกิจและการ ส่งเสริมอาชีพ ให้กับชุมชน แต่ยังแสดงให้เห็นถึงพลังของ ความร่วมมือ ระหว่างหลายภาคส่วน ที่สามารถผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนในระดับท้องถิ่นและประเทศ ตอกย้ำบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการเป็นแรงขับเคลื่อนสังคมและเศรษฐกิจไทยสู่อนาคตที่มั่นคง

ม.นเรศวร จัดโครงการ NU x Influencer พัฒนาทักษะนิสิต สร้างงานสร้างอาชีพยุคดิจิทัล

วันพฤหัสบดีที่ 1 สิงหาคม 2567 งานประชาสัมพันธ์ กองกลาง มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรมเสวนา NU x Influencer ภายใต้หัวข้อ “Mental Well-being การสร้างคอนเทนต์ และพื้นที่ปลอดภัยของหัวใจ” ณ เวทีกลางงาน NU Art & Craft Fun Fair โดยได้รับเกียรติจาก Influencer ศิษย์เก่าที่มีชื่อเสียง ได้แก่ พี่กิ่ง ทิพย์ธิดา จากเพจ “แม่อยากได้รูป 1 คอลเลคชัน” และพี่ฮารุ ชนากานต์ จากเพจ “The Muggle’s” พร้อมดำเนินรายการโดย นายธรรมรงค์ สาริกุล เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์การสร้างคอนเทนต์อย่างสร้างสรรค์และดูแลสุขภาพจิตใจ

วันเสาร์ที่ 3 และวันอาทิตย์ที่ 4 สิงหาคม 2567 จัดกิจกรรม NU x Influencer โดย MC of SWU ณ อาคารคณะโลจิสติกส์และดิจิทัลซัพพลายเชน ชั้น 2 มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยเป็นการอบรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ได้รับความร่วมมือจากคณะกรรมการชมรมส่งเสริมทักษะการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (MC of SWU) พร้อมด้วยชมรมพิธีกรมหาวิทยาลัยนเรศวร (MC of NU) เพื่อพัฒนาทักษะให้นิสิตก้าวสู่การเป็น Influencer อย่างมีคุณภาพ

กิจกรรม Workshop มีเนื้อหาหลากหลาย เช่น “การสร้างสื่อและตัวตนที่น่าจดจำผ่าน Storytelling Canvas” ที่ช่วยให้นิสิตได้เรียนรู้เทคนิคการเล่าเรื่อง การวางโครงสร้างคอนเทนต์ และการนำเสนออย่างมืออาชีพ สอดคล้องกับทักษะที่ตลาดแรงงานยุคดิจิทัลต้องการ และเป็นการเสริมสร้างความมั่นใจในการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์

การเสวนาและอบรมเหล่านี้ช่วยให้นิสิตได้เห็นความสำคัญของ การสร้างงานสร้างอาชีพ ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งเปิดโอกาสให้เยาวชนรุ่นใหม่ใช้ทักษะการสื่อสารและความคิดสร้างสรรค์ในการพัฒนาตนเอง สร้างรายได้ และเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันในระดับประเทศและนานาชาติ

นอกจากนี้ยังเป็นเวทีเชื่อมโยงระหว่าง ศิษย์เก่าและนิสิตปัจจุบัน ผ่านการถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ และแรงบันดาลใจ เพื่อเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็งและยั่งยืนในอนาคต ทั้งยังสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับมหาวิทยาลัยนเรศวรในฐานะสถาบันที่สนับสนุนการพัฒนาทักษะชีวิตและวิชาชีพของนิสิต

โครงการ NU x Influencer ยังสะท้อนถึงการนำทรัพยากรด้านวิชาการและกิจกรรมนอกหลักสูตรมาใช้ประโยชน์ร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้นิสิตได้ฝึกฝนทักษะทั้งในด้าน Soft Skills และ Hard Skills ที่สำคัญต่อการทำงานจริง ต่อยอดสู่โอกาสในการประกอบอาชีพที่มั่นคง

ท้ายที่สุด กิจกรรมครั้งนี้ไม่เพียงแต่ช่วยยกระดับศักยภาพของนิสิตในด้านการสื่อสารและการผลิตสื่อเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างรากฐานในการพัฒนาทุนมนุษย์ สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจที่ยั่งยืน โดยมหาวิทยาลัยนเรศวรมีบทบาทสำคัญในการบ่มเพาะคนรุ่นใหม่ให้พร้อมเผชิญกับโลกการทำงานยุคดิจิทัล

ม.นเรศวร จัดอบรม ENTREPRENEURIAL MINDSET “รู้ ก่อน เริ่ม สร้างธุรกิจของตัวเอง” ส่งเสริมแนวคิดนิสิตสู่การเป็นผู้ประกอบการ

วันเสาร์ที่ 6 กรกฎาคม 2567 รองศาสตราจารย์ ดร.วัฒนา พัดเกตุ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยนเรศวร ให้เกียรติเป็นประธานเปิดโครงการอบรม ENTREPRENEURIAL MINDSET “รู้ ก่อน เริ่ม สร้างธุรกิจของตัวเอง” จัดโดยกองบริการการศึกษา มหาวิทยาลัยนเรศวร ณ ห้องประชุม Gearlaxy Space อาคาร USIS คณะวิศวกรรมศาสตร์ โดยมีนิสิตจากหลายคณะให้ความสนใจเข้าร่วมกว่า 40 คน

โครงการนี้จัดขึ้นเพื่อสร้างความเข้าใจให้นิสิตเกี่ยวกับ แนวคิดในการเป็นผู้ประกอบการ การมองเห็นโอกาสทางธุรกิจ การเตรียมความพร้อมก่อนเริ่มต้นธุรกิจ ตลอดจนการเผชิญกับปัญหาและแนวทางแก้ไขที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในโลกการทำงานและการทำธุรกิจ

ภายในกิจกรรมมีการจัด workshop ที่ช่วยให้นิสิตได้ลงมือปฏิบัติจริง ควบคู่ไปกับการถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์จากผู้ประกอบการรุ่นใหม่และผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจดิจิทัล ทำให้นิสิตได้เรียนรู้ทั้งจากทฤษฎีและกรณีศึกษาที่เกิดขึ้นจริงในตลาด

นอกจากนี้ โครงการยังเปิดพื้นที่ให้นิสิตได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและไอเดียทางธุรกิจร่วมกัน เป็นการกระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ และทักษะการทำงานเป็นทีม ซึ่งเป็นทักษะสำคัญของผู้ประกอบการยุคใหม่ที่ต้องเผชิญกับการแข่งขันและการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว

มหาวิทยาลัยนเรศวรยังมีนโยบายที่มุ่งสู่การเป็น “มหาวิทยาลัยเพื่อสังคมของผู้ประกอบการ” โดยกำหนดพันธกิจชัดเจนในการผลิตบัณฑิตที่มีความรู้ ความสามารถ และทักษะในการประกอบธุรกิจ สามารถตอบสนองต่อความต้องการของตลาดแรงงานและเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

การจัดโครงการอบรมในครั้งนี้ไม่เพียงช่วย ส่งเสริมแนวคิดนิสิตสู่การเป็นผู้ประกอบการ เท่านั้น แต่ยังเป็นการวางรากฐานสำคัญในการพัฒนาศักยภาพนิสิตให้พร้อมก้าวสู่การสร้างอาชีพที่มั่นคงและยั่งยืน สามารถสร้างคุณค่าให้กับสังคมและเศรษฐกิจในระดับประเทศและระดับโลก

ท้ายที่สุด โครงการ ENTREPRENEURIAL MINDSET ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ที่ช่วยผลักดันให้นิสิตก้าวข้ามจากการเป็นผู้เรียน สู่การเป็นผู้ลงมือสร้างธุรกิจจริง และต่อยอดไปสู่การพัฒนาชุมชน เศรษฐกิจ และสังคมได้อย่างยั่งยืน ตามเจตนารมณ์ของมหาวิทยาลัยนเรศวรที่ต้องการสร้างบัณฑิตคุณภาพเพื่ออนาคต

ม.นเรศวร สร้างโอกาสสู่อาชีพพิธีกรมืออาชีพ ผ่านการแข่งขัน Event MC the Idol

วันศุกร์ที่ 12 กรกฎาคม 2567 มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดการแข่งขันสร้างอาชีพ “พิธีกรงานอีเวนต์ (Event MC the Idol)” รอบชิงชนะเลิศ ณ ห้อง Main Conference กองบริการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โดยมีผู้เข้าร่วมการแข่งขันและผู้สนใจจากหลากหลายสาขา เข้าร่วมกิจกรรมเพื่อเรียนรู้และพัฒนาทักษะการเป็นพิธีกรมืออาชีพ

การแข่งขันครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกในภาคเหนือตอนล่างที่จัดขึ้นในรูปแบบเวทีแข่งขันเพื่อสร้างเส้นทางอาชีพด้านพิธีกรงานอีเวนต์ ซึ่งถือเป็นอาชีพที่มีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมงานแสดง งานสัมมนา และกิจกรรมสาธารณะระดับนานาชาติ การแข่งขันเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้ฝึกฝนการสื่อสาร การนำเสนอ และการบริหารจัดการงานบนเวทีจริง

กิจกรรมช่วงเช้าเริ่มต้นด้วยการเสวนาจากผู้เชี่ยวชาญในแวดวงอีเวนต์และสื่อสารมวลชน เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์และมุมมองเกี่ยวกับการสร้างเส้นทางสู่อาชีพพิธีกร พร้อมแนะแนวทางการพัฒนาทักษะด้านการพูด การสื่อสาร และการสร้างบุคลิกภาพที่เหมาะสมกับงานพิธีกรในระดับมืออาชีพ

การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ มีผู้เข้าแข่งขัน 10 คนสุดท้ายที่ผ่านการคัดเลือกมาแล้วอย่างเข้มข้น แต่ละคนได้แสดงความสามารถด้านการเป็นพิธีกรงานอีเวนต์ในสถานการณ์ต่าง ๆ ที่ใกล้เคียงกับการทำงานจริง การแข่งขันครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นการประกวด แต่ยังเป็นการฝึกปฏิบัติและการเรียนรู้ที่เข้มข้นสำหรับผู้เข้าร่วม

การจัดโครงการนี้ไม่เพียงแต่ส่งเสริมทักษะวิชาชีพให้กับนักเรียน นิสิต และนักศึกษา แต่ยังสร้างแรงบันดาลใจในการพัฒนาอาชีพพิธีกร ซึ่งสามารถต่อยอดไปสู่งานในสายบันเทิง การประชาสัมพันธ์ และงานระดับนานาชาติ ถือเป็นการเชื่อมโยงการศึกษาเข้ากับตลาดแรงงานได้อย่างชัดเจน

นอกจากนี้ โครงการยังเปิดให้ผู้สนใจเข้าร่วมฟังเสวนาและเชียร์ผู้เข้าแข่งขัน โดยมีผู้สนับสนุนมอบของรางวัลและสิทธิประโยชน์ให้แก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม ซึ่งช่วยกระตุ้นให้เกิดบรรยากาศการเรียนรู้ที่เต็มไปด้วยพลังสร้างสรรค์และความมุ่งมั่น

การจัดการแข่งขัน “Event MC the Idol” เป็นตัวอย่างสำคัญของการสร้างเวทีให้เยาวชนได้แสดงศักยภาพ ฝึกฝนทักษะ และสร้างเส้นทางสู่อาชีพอย่างมั่นคง สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่เน้นการสร้างงานที่มีคุณค่าและสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรมและทักษะวิชาชีพใหม่ ๆ

NU SciPark ม.นเรศวร จัดแข่งขัน Pitching Startup Thailand League 2024 คัดเลือกนิสิตสู่เส้นทางผู้ประกอบการนวัตกรรม

วันอังคารที่ 21 พฤษภาคม 2567 อุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร (NU SciPark) ได้จัดกิจกรรมแข่งขันคัดเลือกนิสิต (Pitching) ระดับมหาวิทยาลัย ภายใต้โครงการ Startup Thailand League ประจำปี 2567 ณ ห้อง AUDITORIUM ชั้น 1 อาคารบริการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยนเรศวร (CITCOMS) โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมลักษณ์ วรรณฤมล กีเยลาโรว่า ผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นประธานกล่าวเปิดกิจกรรม

การจัดกิจกรรมครั้งนี้มุ่งเน้นการสร้างเวทีให้นิสิตและอาจารย์ได้ ต่อยอดแนวคิดเชิงธุรกิจ และพัฒนาสู่การเป็นวิสาหกิจเริ่มต้น (Startup) ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับประเทศ ผ่านการเรียนรู้และลงมือทำจริง โดยมีระบบพี่เลี้ยง (Mentoring System) คอยสนับสนุน เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างมีทิศทางและยั่งยืน

การแข่งขัน Pitching เป็นส่วนหนึ่งของกลไกในการ ส่งเสริมพัฒนาความเป็นผู้ประกอบการ โดยเน้นให้ผู้เข้าร่วมได้แสดงศักยภาพด้านการคิด วิเคราะห์ และการนำเสนอแผนธุรกิจที่สามารถต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้จริง อีกทั้งยังช่วยปลูกฝังทักษะสำคัญที่สอดคล้องกับตลาดแรงงานยุคใหม่

ภายในกิจกรรมได้รับเกียรติจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 5 ท่าน อาทิ ผู้บริหารบริษัท Startup ชั้นนำ และคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญจากหลายคณะของมหาวิทยาลัยนเรศวร ที่ร่วมกันให้ข้อเสนอแนะเชิงลึกและประเมินศักยภาพของนิสิตผู้เข้าร่วมการแข่งขัน

ผลการแข่งขันจะมีการคัดเลือกผู้ชนะทั้งหมด 5 ทีม เพื่อเป็นตัวแทนมหาวิทยาลัยนเรศวรเข้าร่วมการแข่งขันในรอบระดับภูมิภาค ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 8 มิถุนายน 2567 ต่อไป ถือเป็นโอกาสสำคัญที่นิสิตจะได้แสดงความสามารถในเวทีที่กว้างขึ้นและสร้างเครือข่ายกับผู้ประกอบการจริง

กิจกรรมดังกล่าวยังสะท้อนถึงบทบาทของ NU SciPark ในการเป็นศูนย์กลางการพัฒนานวัตกรรมและธุรกิจ Startup ภายในมหาวิทยาลัย สนับสนุนให้นิสิตได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรง เสริมทักษะการคิดเชิงสร้างสรรค์ และการทำงานเป็นทีมที่ตอบโจทย์การพัฒนาผู้ประกอบการรุ่นใหม่

การจัดการแข่งขัน Pitching ในครั้งนี้ไม่เพียงช่วยเฟ้นหาทีมที่มีศักยภาพสูง แต่ยังเป็นการปูพื้นฐานให้นิสิตทุกคนที่เข้าร่วมได้รับแรงบันดาลใจและเรียนรู้กระบวนการพัฒนาธุรกิจนวัตกรรมอย่างแท้จริง เพื่อให้สามารถต่อยอดสู่การเป็นผู้ประกอบการในอนาคตได้อย่างมั่นคง

NU SciPark จึงยังคงทำหน้าที่สำคัญในการผลักดันมหาวิทยาลัยนเรศวรสู่การเป็น “มหาวิทยาลัยแห่งการประกอบการ” ที่ผลิตบัณฑิตมีคุณภาพ พร้อมทักษะการเป็นผู้ประกอบการ และสามารถสร้างธุรกิจที่มีความยั่งยืนต่อเศรษฐกิจและสังคมไทย

คณะมนุษยศาสตร์ ม.นเรศวร จัดโครงการพัฒนาบุคลากรสายสนับสนุน มุ่งยกระดับการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

วันพุธที่ 22 – วันศุกร์ที่ 24 พฤษภาคม 2567 คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัดโครงการพัฒนาบุคลากรสายสนับสนุน ประจำปีงบประมาณ 2567 ผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการหัวข้อ “การเพิ่มขีดความสามารถของการปฏิบัติงานในฐานะหน่วยงานสนับสนุน” ณ ไอธารา รีสอร์ท แอนด์ สปา อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี

การอบรมได้รับเกียรติจากทีมวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ นำโดย คุณพิสมัย เพ็ชรรัตน์ ผู้อำนวยการผู้บริหารกลุ่มบริหารคุณภาพ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และคณะกรรมการที่ปรึกษาคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมด้วยคุณพิมพ์พรรณ ณ พัทลุง และคุณวาริศป์ ยังเหล็ก มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์และมุมมองใหม่ในการพัฒนาบุคลากรรุ่นใหม่ในองค์กร

เนื้อหาการอบรมมุ่งเน้นการเสริมสร้าง Growth Mindset for Growing Together เพื่อสร้างทัศนคติเชิงบวกในการทำงานและการพัฒนาตนเอง ควบคู่กับการพัฒนาค่านิยมองค์กรที่สอดคล้องกับเป้าหมายการทำงานร่วมกันอย่างยั่งยืน

ผู้เข้าร่วมอบรมยังได้รับความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทของหน่วยงานสายสนับสนุนวิชาการที่มีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนองค์กร พร้อมทั้งได้ฝึกปฏิบัติจริงในการปรับปรุงกระบวนการทำงานให้เป็นระบบและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ถือเป็นแนวทางสำคัญในการ ส่งเสริมประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน

โครงการนี้ยังมุ่งเน้นการสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ร่วมกันผ่านการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและการทำงานเป็นทีม ซึ่งช่วยพัฒนาทักษะด้านความร่วมมือและความเข้าใจระหว่างเพื่อนร่วมงานและผู้นำองค์กร สร้างความสัมพันธ์ที่ดีเพื่อให้เกิดพลังการทำงานร่วมกันอย่างมีคุณภาพ

มหาวิทยาลัยนเรศวร ส่งเสริมการพัฒนาประสิทธิภาพในการทำงานให้แก่บุคลากร ผ่านการอบรมในครั้งนี้ ซึ่งไม่เพียงช่วยยกระดับศักยภาพการทำงานรายบุคคล แต่ยังส่งผลต่อประสิทธิภาพของทีมและองค์กรในภาพรวม ทำให้การดำเนินงานของคณะและมหาวิทยาลัยก้าวหน้าอย่างมั่นคง

การอบรมดังกล่าวยังเป็นการเตรียมความพร้อมให้กับบุคลากรสายสนับสนุนในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมการทำงานในอนาคต เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างมีคุณภาพ และเป็นกำลังสำคัญในการสนับสนุนพันธกิจของมหาวิทยาลัยนเรศวรในทุกมิติ

ม.นเรศวร ลงนาม MOU ความร่วมมือทางวิชาการกับกลุ่มโรงแรมระดับ Luxury เพื่อพัฒนาศักยภาพนิสิตสู่ตลาดแรงงานคุณภาพ

วันจันทร์ที่ 11 มีนาคม 2567 คณะบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์และการสื่อสาร มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) ร่วมกับกลุ่มโรงแรมระดับ Luxury hotel จำนวน 4 แห่ง ณ ห้อง Convention Hall ชั้น 6 คณะบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์และการสื่อสาร มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยมีผู้บริหาร คณาจารย์ และนิสิตภาควิชาการท่องเที่ยวเข้าร่วมเป็นสักขีพยานอย่างพร้อมเพรียง

พิธีลงนามได้รับเกียรติกล่าวเปิดโดย รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร และกล่าวรายงานโดย รองศาสตราจารย์ ดร.วิชญานัน รัตนวิบูลย์สม คณบดีคณะบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์และการสื่อสาร ซึ่งตอกย้ำถึงความสำคัญของการสร้างความร่วมมือทางวิชาการระหว่างสถาบันการศึกษาและภาคอุตสาหกรรมในการ ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนการสอน เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาและการพัฒนาศักยภาพบัณฑิต

ความร่วมมือในครั้งนี้ประกอบด้วยโรงแรมในเครือชั้นนำ ได้แก่ เครือ Marriott International ประเทศไทย ซึ่งเปิดโอกาสให้นิสิตเข้าร่วมฝึกประสบการณ์กับโรงแรมกว่า 50 แห่งทั่วประเทศ โดยมีแนวทางหลักในการพัฒนาทรัพยากรบุคคลอย่างยั่งยืน เน้นการดูแลผู้คนเป็นอันดับแรก และสนับสนุนการเติบโตของคนไทยให้สามารถพัฒนาตนเองได้อย่างเต็มศักยภาพ

อีกทั้งยังมี โรงแรมโรสวูด แบงคอก และโรงแรมโรสวูด ภูเก็ต ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนกับผู้คนและสังคม เชื่อว่าทรัพยากรมนุษย์คือคุณค่าที่เหนือกว่าผลกำไรเชิงพาณิชย์ พร้อมทั้งดำเนินงานที่สอดคล้องกับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ถือเป็นพันธกิจที่ช่วยส่งเสริมการพัฒนาอย่างรอบด้าน

นอกจากนี้ยังมี กลุ่มโรงแรมเครือกะตะธานีคอลเลคชั่น ที่เข้าร่วมเป็นภาคีเครือข่าย โดยเน้นการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการท่องเที่ยวและการโรงแรม เพื่อสนับสนุนความต้องการของตลาดแรงงานและยกระดับคุณภาพการบริการของอุตสาหกรรมโรงแรมไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล

การลงนาม MOU ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้นิสิตภาควิชาการท่องเที่ยวและภาควิชาที่เกี่ยวข้องได้เข้าร่วม การฝึกงานและสหกิจศึกษา โดยตรงกับสถานประกอบการจริง ซึ่งเป็นการบูรณาการการเรียนรู้กับการปฏิบัติงานจริงอย่างเป็นระบบ ช่วยพัฒนาทักษะวิชาชีพ การบริการ และการจัดการที่จำเป็นต่อการทำงานในอนาคต

ความร่วมมือนี้ยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างมหาวิทยาลัยกับภาคอุตสาหกรรมที่เอื้อต่อการ พัฒนาคุณภาพการศึกษา (Quality Education) และการ ส่งเสริมโอกาสการทำงานที่มีคุณค่า (Decent Work Opportunities) ซึ่งสอดคล้องกับการพัฒนาที่ยั่งยืนทั้งด้านการผลิตบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ และการสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ

โครงการดังกล่าวจึงเป็นก้าวสำคัญของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการยกระดับการเรียนการสอนให้ทันสมัย เชื่อมโยงกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม และตอบโจทย์การพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเฉพาะการสร้างบัณฑิตที่มีความพร้อมเข้าสู่ตลาดแรงงานอย่างมีคุณภาพ และเป็นกำลังสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมในอนาคต

ม.นเรศวร ร่วมกับ บพท. เปิดตัวโครงการวิจัย ‘แก้ปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จในภาคเหนือตอนล่าง’

โครงการวิจัย “การศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำภาคเหนือตอนล่าง: กรณีศึกษาจังหวัดพิษณุโลก” ซึ่งจัดโดย หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยนเรศวร ถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการนำวิจัยและนวัตกรรมมาใช้ในการแก้ไขปัญหาความยากจนในระดับท้องถิ่น โครงการนี้มีเป้าหมายสำคัญในการศึกษาปัญหาความยากจนในภาคเหนือตอนล่าง โดยเฉพาะในจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งมีความท้าทายทางเศรษฐกิจและสังคมที่ซับซ้อน โครงการนี้ไม่เพียงแต่ตอบสนองต่อการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ แต่ยังสอดคล้องกับหลายเป้าหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะในด้าน SDG 1 (การขจัดความยากจน), SDG 10 (ลดความเหลื่อมล้ำ), และ SDG 8 (การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนและการทำงานที่ดี)

1. แก้ไขปัญหาความยากจน: มุมมองจากโครงการวิจัย: การดำเนินโครงการวิจัยนี้มีจุดมุ่งหมายหลักในการพัฒนากลยุทธ์การแก้ไขปัญหาความยากจนในภาคเหนือตอนล่าง โดยเฉพาะในจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความท้าทายหลายด้าน ทั้งความไม่เสมอภาคในการเข้าถึงโอกาสทางเศรษฐกิจ การขาดแคลนทรัพยากร และขาดทักษะในการสร้างอาชีพที่ยั่งยืน การศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาความยากจนในครั้งนี้จึงมุ่งเน้นการพัฒนานโยบายและกลยุทธ์ที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในพื้นที่ โดยมองปัญหาความยากจนในหลายมิติ ทั้งในด้านเศรษฐกิจ การศึกษา การเสริมสร้างทักษะ และการเข้าถึงบริการพื้นฐานที่จำเป็น เช่น น้ำ, พลังงาน, และการดูแลสุขภาพ

2. การสอดคล้องกับ SDG 1: การขจัดความยากจน: โครงการวิจัยนี้มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาความยากจนในระดับพื้นที่ผ่านการให้ความรู้และทักษะแก่ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มที่มีรายได้น้อยหรือขาดโอกาสในการพัฒนาอาชีพและการศึกษา การพัฒนากลยุทธ์ที่สามารถแก้ไขปัญหาความยากจนอย่างเบ็ดเสร็จและแม่นยำนั้น เป็นการช่วยเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจและการพัฒนาอาชีพที่เหมาะสมกับบริบทของท้องถิ่น ซึ่งจะทำให้ชุมชนสามารถพัฒนาความสามารถในการสร้างรายได้อย่างยั่งยืน การออกแบบแนวทางการแก้ไขความยากจนที่มีประสิทธิภาพนี้ เป็นการดำเนินงานที่สอดคล้องกับ SDG 1: การขจัดความยากจน ซึ่งมุ่งหวังให้ทุกคนมีชีวิตที่ดีขึ้นและเข้าถึงโอกาสที่เท่าเทียมกัน

การพัฒนาในรูปแบบนี้จะช่วยให้กลุ่มผู้มีรายได้น้อยสามารถเข้าถึงการศึกษา ทักษะการประกอบอาชีพ และแหล่งทรัพยากรที่จำเป็นต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต ซึ่งสามารถนำไปสู่การยุติความยากจนในระดับชุมชนได้อย่างยั่งยืน

3. การลดความเหลื่อมล้ำ: SDG 10: โครงการวิจัยนี้ยังเชื่อมโยงกับ SDG 10: ลดความเหลื่อมล้ำ โดยมุ่งเน้นการลดช่องว่างระหว่างกลุ่มคนที่มีฐานะทางเศรษฐกิจแตกต่างกันในพื้นที่ การศึกษาและวิเคราะห์ปัจจัยที่ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำในด้านต่าง ๆ เช่น การศึกษาไม่เท่าเทียม การขาดทักษะทางวิชาชีพ หรือการขาดแคลนโอกาสในการเข้าถึงทรัพยากรพื้นฐานที่จำเป็น เช่น น้ำ, พลังงาน, การดูแลสุขภาพ, การศึกษา และการมีงานทำ เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำในชุมชน

การสร้างโอกาสในการพัฒนาโดยการให้ความรู้และทักษะ การส่งเสริมโอกาสทางการศึกษา และการเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ต่าง ๆ จะช่วยลดช่องว่างเหล่านี้และทำให้ทุกคนสามารถมีชีวิตที่มีคุณภาพและมีโอกาสที่เท่าเทียมกัน การลดความเหลื่อมล้ำในสังคมถือเป็นส่วนสำคัญในการสร้างสังคมที่ยุติธรรมและยั่งยืน

4. การเสริมสร้างเศรษฐกิจที่ยั่งยืน: SDG 8: การวิจัยและผลลัพธ์จากโครงการนี้ยังมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างเศรษฐกิจที่ยั่งยืนในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง โดยการออกแบบแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจที่สอดคล้องกับทรัพยากรท้องถิ่นและความสามารถของชุมชน การพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืนเป็นการส่งเสริมอาชีพที่ยั่งยืนและการสร้างงานในชุมชน ถือเป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืนในระดับท้องถิ่น

การวิจัยนี้ไม่เพียงแต่สนับสนุนการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของชุมชนท้องถิ่น แต่ยังช่วยให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ ลดการพึ่งพิงจากภายนอก และสามารถเติบโตได้ด้วยตัวเองอย่างยั่งยืน SDG 8: การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนและการทำงานที่ดี ได้รับการขับเคลื่อนอย่างมีประสิทธิภาพผ่านการสนับสนุนการพัฒนาอาชีพที่เหมาะสมกับทรัพยากรในพื้นที่

5. บทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืน: มหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาหลักในภาคเหนือตอนล่าง มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการวิจัยและการพัฒนาในพื้นที่ ศาสตราจารย์ ดร.จิรวัฒน์ พิระสันต์ หัวหน้าโครงการวิจัย ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการใช้ข้อมูลวิจัยที่มีความแม่นยำในการออกแบบนโยบายการแก้ไขปัญหาความยากจน โดยระบุว่า “การใช้วิจัยในเชิงลึกเป็นเครื่องมือในการพัฒนาที่ยั่งยืน จะช่วยให้เราเข้าใจปัญหาความยากจนในแต่ละพื้นที่ได้ดีขึ้น และสามารถออกแบบมาตรการที่ตรงกับความต้องการของชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

การทำงานร่วมกับ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) และการนำองค์ความรู้ทางวิชาการมาใช้ในการพัฒนาชุมชน ถือเป็นการขับเคลื่อน SDG 17: การสร้างพันธมิตรเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยการสร้างความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย, หน่วยงานภาครัฐ, และภาคเอกชน เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนและส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

โครงการวิจัยนี้จึงเป็นการนำวิจัยและนวัตกรรมมาใช้ในการแก้ไขปัญหาความยากจนในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นมิตรกับบริบทท้องถิ่น ถือเป็นการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกด้าน

SciPark ม.นเรศวร ร่วมกิจกรรม Train the Trainer เสริมแกร่งผู้ประกอบการรุ่นใหม่ สร้างงานสร้างอาชีพสู่เศรษฐกิจยั่งยืน

วันจันทร์ที่ 11 มีนาคม 2567 บุคลากรงานบ่มเพาะธุรกิจ อุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร (NU SciPark) ได้เข้าร่วมกิจกรรม Train the Trainer ภาคเหนือ ครั้งที่ 4 ณ โรงแรมฟลอร่า ครีก จังหวัดเชียงใหม่ โดยมี ดร.ชาญวิทย์ ตรีเดช ผู้จัดการกองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (TED Fund) เป็นประธานกล่าวต้อนรับ พร้อมบรรยายถึงนโยบายในการสนับสนุนและผลักดันผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมของประเทศไทย

กิจกรรม Train the Trainer มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างองค์ความรู้ให้แก่ผู้พัฒนาผู้ประกอบการ (TED Fellow) ในการสรรหา คัดกรอง และบ่มเพาะผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้มีความพร้อมในการขอรับการสนับสนุนทุนจาก TED Fund ซึ่งถือเป็นการบูรณาการความร่วมมือที่สำคัญระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา

ในครั้งนี้มีหน่วยงานเครือข่ายร่วมพัฒนาผู้ประกอบการ (TED Fellow) เข้าร่วมกิจกรรมรวม 11 หน่วยงาน อาทิ มหาวิทยาลัยนเรศวร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (STeP) มหาวิทยาลัยแม่โจ้ มหาวิทยาลัยพะเยา มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ ศูนย์นวัตกรรมอาหารและบรรจุภัณฑ์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (FIN) บริษัท แบ๊คสเตอร์ จำกัด และบริษัท อินโนเวชั่น เทคโนโลยี เชียงใหม่ จำกัด

ภายในงานมีการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ที่ครอบคลุมหลายประเด็นสำคัญ อาทิ แนวทางการบ่มเพาะโครงการ TED Youth Startup ปี 2567, การจัดทำสัญญาสนับสนุนทุนโครงการ TED Youth Startup ขั้นตอนการเบิกจ่ายเงินสนับสนุน รวมถึงวิธีการติดตามและประเมินผลโครงการ เพื่อสร้างความเข้าใจและทักษะที่จำเป็นสำหรับการบริหารจัดการทุนวิจัยและการพัฒนาธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ

การเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ของ NU SciPark เป็นการตอกย้ำบทบาทในฐานะศูนย์กลางการบ่มเพาะธุรกิจด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่พร้อมขับเคลื่อนผู้ประกอบการรุ่นใหม่เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจยุคใหม่อย่างมีคุณภาพ และเป็นการสร้างงานสร้างอาชีพที่ยั่งยืนให้กับสังคม

โครงการยังเปิดโอกาสให้นิสิต นักวิจัย และผู้ประกอบการท้องถิ่นได้เข้าถึงองค์ความรู้และการสนับสนุนจากหน่วยงานระดับประเทศ สร้างแรงบันดาลใจและเพิ่มโอกาสในการต่อยอดนวัตกรรมสู่เชิงพาณิชย์ ซึ่งจะช่วยยกระดับความสามารถในการแข่งขันของภูมิภาคเหนือและประเทศไทยในภาพรวม

ท้ายที่สุด การร่วมมือระหว่าง NU SciPark และ TED Fund ผ่านกิจกรรม Train the Trainer ครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการพัฒนาทุนมนุษย์และสนับสนุนเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม อันจะนำไปสู่การสร้างระบบนิเวศผู้ประกอบการที่แข็งแรง พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทยสู่ความยั่งยืนในอนาคต

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin