ม.นเรศวร จัดบรรยายแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ผ่านกลไกอุดมศึกษา

วันพุธที่ 7 สิงหาคม 2567 คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดการบรรยายพิเศษหัวข้อ “แนวทางการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ผ่านกลไกอุดมศึกษา” โดยได้รับเกียรติจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธีรพงษ์ บัวหล้า อาจารย์ประจำภาควิชารัฐประศาสนศาสตร์ และอดีตคณบดีคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา เป็นวิทยากร ณ ห้อง 311 อาคารปราบไตรจักร 2 มหาวิทยาลัยนเรศวร

การบรรยายในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ และการตระหนักถึงบทบาทของสถาบันอุดมศึกษาในการมีส่วนร่วม สนับสนุนงานด้านคนพิการ ให้สามารถเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาและการพัฒนาศักยภาพได้อย่างเท่าเทียม เป็นส่วนสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม และสร้างสภาพแวดล้อมที่ครอบคลุมสำหรับทุกคน

หัวข้อการบรรยายยังเน้นให้เห็นถึงความสำคัญของการปรับโครงสร้างและระบบการศึกษา เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้พิการ ทั้งในด้านการเรียนการสอน สิ่งอำนวยความสะดวกทางกายภาพ และการใช้เทคโนโลยีเพื่อช่วยเหลือผู้พิการให้สามารถเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

มหาวิทยาลัยนเรศวรในฐานะสถาบันการศึกษาชั้นนำของภูมิภาค ได้ตระหนักถึงบทบาทของตนในการสร้างความเปลี่ยนแปลง โดยได้วางแนวทางการทำงานที่เน้นความครอบคลุม การสร้างนโยบายที่เอื้อต่อผู้พิการ และการบูรณาการประเด็นนี้เข้าไปในภารกิจของมหาวิทยาลัยอย่างต่อเนื่อง

การจัดบรรยายครั้งนี้ยังเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ที่เปิดโอกาสให้คณาจารย์ บุคลากร นิสิต และผู้สนใจทั่วไป ได้ซักถาม แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และเรียนรู้จากกรณีศึกษาที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเข้าใจเชิงลึกในการสนับสนุนและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ

นอกจากนี้ ยังสะท้อนถึงพันธกิจของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการขับเคลื่อนสังคมที่เท่าเทียมและครอบคลุม โดยมุ่งหวังให้การศึกษาเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างโอกาสและลดความไม่เสมอภาคในสังคมไทย

การจัดงานบรรยายดังกล่าวเป็นอีกก้าวหนึ่งของมหาวิทยาลัยนเรศวร ที่แสดงถึงความมุ่งมั่นในการเป็นสถาบันการศึกษาที่ไม่เพียงมุ่งเน้นด้านวิชาการ แต่ยังให้ความสำคัญกับการสร้างสังคมที่เข้มแข็งและเป็นธรรม โดยเฉพาะการ สนับสนุนงานด้านคนพิการ ให้สามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีและยั่งยืนต่อไป

ม.นเรศวร ดำเนินโครงการทันตกรรมพระราชทานฯ ให้บริการผู้ต้องขังเรือนจำพิษณุโลก

มหาวิทยาลัยนเรศวรในฐานะสถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศ มุ่งเน้นการให้บริการทางการแพทย์และสาธารณสุขที่ครอบคลุมทุกภาคส่วนของสังคม เพื่อสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้าน SDGs 3 (สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี) และ SDGs 10 (การลดความเหลื่อมล้ำ) ซึ่งมุ่งเน้นการลดความไม่เสมอภาคและการเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพสำหรับทุกคนในทุกช่วงวัย โดยมหาวิทยาลัยนเรศวรได้ดำเนินการจัดกิจกรรมต่างๆ ที่เน้นการส่งเสริมสุขภาพให้กับผู้คนที่อาจไม่ได้รับการดูแลสุขภาพตามปกติ เช่น การให้บริการทางทันตกรรมแก่ผู้ต้องขัง ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มประชากรที่มักจะไม่ได้รับการดูแลสุขภาพที่เหมาะสม

โครงการบริการทันตกรรมพระราชทานฯ ที่เรือนจำกลางพิษณุโลก หนึ่งในโครงการที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการสนับสนุนการเข้าถึงบริการสุขภาพที่เท่าเทียมกันคือ การให้บริการรักษาทางทันตกรรมแก่ผู้ต้องขัง โดยผ่าน หน่วยทันตกรรมพระราชทานฯ คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ที่ได้ออกให้บริการทันตกรรมใน เรือนจำกลางพิษณุโลก ซึ่งเป็นการจัดกิจกรรมที่ไม่เพียงแต่ดูแลสุขภาพของผู้ต้องขัง แต่ยังเป็นการส่งเสริมความเท่าเทียมในการเข้าถึงบริการสุขภาพให้กับกลุ่มคนที่อาจขาดโอกาสในการรับการรักษา

ในกิจกรรมนี้ มีผู้ต้องขังมารับการรักษาทางทันตกรรมทั้งหมด 498 ราย โดยการรักษามีหลากหลายประเภท เช่น การถอนฟัน, การผ่าฟันคุด, การตัดไหม, การแต่งกระดูก และการตัดก้อน Fibroma ซึ่งเป็นการให้บริการทันตกรรมที่ครบวงจรเพื่อบรรเทาความเจ็บปวดและปรับปรุงสุขภาพช่องปากของผู้ต้องขังในเรือนจำ

รายละเอียดการรักษาและผลตอบรับจากผู้ต้องขัง การให้บริการนี้ไม่เพียงแค่ช่วยบรรเทาความเจ็บปวดจากปัญหาฟันและเหงือกของผู้ต้องขัง แต่ยังช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตโดยรวมของผู้ต้องขังในเรือนจำ ซึ่งส่วนใหญ่ได้แสดงความรู้สึกดีใจและขอบคุณที่ได้รับการรักษาจากทันตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญและดูแลอย่างใกล้ชิด ผู้ต้องขังหลายคนได้แสดงความต้องการให้มีการจัดบริการทางทันตกรรมในเรือนจำอย่างต่อเนื่อง เพราะการเข้าถึงการรักษาทางทันตกรรมในสถานที่เช่นนี้ไม่ใช่เรื่องที่สามารถเกิดขึ้นได้โดยง่ายในชีวิตประจำวันของพวกเขา

การรักษาทางทันตกรรมที่ให้บริการนี้ช่วยลดปัญหาความเจ็บปวดจากฟันผุและฟันคุดที่ผู้ต้องขังต้องเผชิญอยู่ในชีวิตประจำวัน อีกทั้งยังส่งผลดีต่อสุขภาพโดยรวมของผู้ต้องขังในเรือนจำ ที่สามารถรับการรักษาอย่างมีคุณภาพ เช่นเดียวกับประชาชนทั่วไป โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายหรือเดินทางไปรับบริการที่อื่น

โครงการนี้มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs 3) ซึ่งมุ่งส่งเสริมการมีสุขภาพที่ดีและความเป็นอยู่ที่ดีให้กับทุกคนในทุกกลุ่มประชากร โดยเฉพาะการให้บริการสุขภาพที่เข้าถึงได้ง่ายและเท่าเทียมกันในทุกๆ ชุมชน รวมถึงผู้ต้องขังซึ่งเป็นกลุ่มที่มักจะถูกมองข้ามในแง่ของการดูแลสุขภาพ

นอกจากนี้ โครงการนี้ยังสอดคล้องกับ SDGs 10 (ลดความเหลื่อมล้ำ) ที่มุ่งเน้นการลดความไม่เสมอภาคในสังคมและส่งเสริมการเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพสำหรับทุกคน โดยเฉพาะกลุ่มที่มีข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการสุขภาพ เช่น ผู้ต้องขังในเรือนจำ การให้บริการทันตกรรมพระราชทานฯ นี้เป็นการเสริมสร้างความเท่าเทียมในการดูแลสุขภาพ ซึ่งช่วยลดความเหลื่อมล้ำในสังคมได้อย่างเป็นรูปธรรม

ผลกระทบในระยะยาวและความสำคัญของโครงการ การดำเนินโครงการนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดความเจ็บปวดของผู้ต้องขัง แต่ยังส่งเสริมสุขภาพช่องปากที่ดี ซึ่งมีผลดีต่อสุขภาพโดยรวมในระยะยาว เมื่อผู้ต้องขังได้รับการรักษาที่มีคุณภาพ จะสามารถลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคที่เกี่ยวข้องกับช่องปากและฟัน เช่น โรคเหงือกอักเสบ และฟันผุ ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสม อาจส่งผลกระทบถึงสุขภาพร่างกายในภาพรวม

การให้บริการทันตกรรมในเรือนจำยังเป็นการสร้างการรับรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับสุขภาพช่องปากในกลุ่มผู้ต้องขัง ซึ่งอาจนำไปสู่การดูแลรักษาสุขภาพช่องปากของตนเองในอนาคต นอกจากนี้ การให้บริการที่มีคุณภาพยังช่วยส่งเสริมสุขภาพจิตของผู้ต้องขัง โดยการดูแลที่ดีช่วยให้พวกเขารู้สึกมีคุณค่าและได้รับการดูแลอย่างเท่าเทียม

การสร้างความยั่งยืนในชุมชน โครงการทันตกรรมพระราชทานฯ นี้ไม่เพียงแต่ส่งผลดีต่อผู้ต้องขังในเรือนจำกลางพิษณุโลกเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการใช้ความรู้และทรัพยากรที่มีในการสร้างผลกระทบทางบวกในสังคม โดยการให้บริการด้านสุขภาพที่เป็นไปตามหลักการของ การพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) มหาวิทยาลัยนเรศวรมีบทบาทในการส่งเสริมสุขภาพที่ดีและลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ผ่านการให้บริการทางการแพทย์ที่เข้าถึงได้สำหรับทุกกลุ่มประชากร แม้แต่ผู้ต้องขังที่อาจขาดโอกาสในการรับการดูแลสุขภาพที่เหมาะสม

การดำเนินโครงการนี้ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงความร่วมมือที่ดีระหว่างมหาวิทยาลัย, หน่วยงานราชการ, และภาคสังคมในการส่งเสริมสุขภาพที่ดีและยั่งยืนในชุมชน โดยการพัฒนาและปรับปรุงคุณภาพชีวิตให้กับผู้ที่ด้อยโอกาสในสังคม โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ต้องขังที่มีความจำเป็นต้องได้รับการดูแลสุขภาพอย่างทั่วถึง

มหาวิทยาลัยนเรศวรขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมมือกันทำให้โครงการนี้เกิดขึ้น และจะยังคงมุ่งมั่นในการให้บริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพต่อไปเพื่อสร้างสังคมที่มีสุขภาพดีและยั่งยืน

ม.นเรศวร ร่วมลงนามความร่วมมือเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ มุ่งลดความไม่เสมอภาคในสังคม

วันศุกร์ที่ 12 กรกฎาคม 2567 ดร.จรัสดาว คงเมือง รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานิสิต ศิษย์เก่า และศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้เข้าร่วมพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือทางวิชาการเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ระหว่างกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) กับสถาบันการศึกษา หน่วยงาน และองค์กรเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกว่า 90 แห่ง

พิธีดังกล่าวจัดขึ้นในงานสัมมนาวิชาการระดับชาติด้านคนพิการ ครั้งที่ 16 ประจำปี 2567 (The 16th National Conference on Persons with Disabilities – NCPD 2024) ภายใต้หัวข้อ “นวัตกรรมขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตคนพิการสู่สังคมไทยอย่างยั่งยืน” เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครบ 6 รอบ 72 พรรษา โดยมี พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรี ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน

นอกจากนี้ยังได้รับเกียรติจากนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “คุณภาพชีวิตคนพิการสู่สังคมไทยอย่างยั่งยืน” โดยมีผู้บริหารระดับสูงจากกระทรวง พม. ผู้แทนจากสถาบันการศึกษา และองค์กรเครือข่ายด้านคนพิการ เข้าร่วมงานจำนวนมาก รวมทั้งนักวิชาการ นักศึกษา ผู้พิการ และภาคีเครือข่ายกว่า 1,600 คน

การเข้าร่วมของมหาวิทยาลัยนเรศวรในครั้งนี้ เป็นการแสดงถึงบทบาทเชิงรุกในการสนับสนุนสิทธิและโอกาสของคนพิการ เพื่อ ลดความไม่เสมอภาค และสร้างระบบสังคมที่เปิดกว้างสำหรับทุกคน มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญกับการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และการใช้ชีวิตของคนพิการทั้งในระดับการศึกษาและชุมชน

การลงนามบันทึกความร่วมมือครั้งนี้ยังเปิดโอกาสในการพัฒนาองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ โดยการทำงานร่วมกันของสถาบันการศึกษาและองค์กรที่เกี่ยวข้อง จะช่วยให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และสามารถนำไปปรับใช้ได้จริงในเชิงปฏิบัติ

มหาวิทยาลัยนเรศวรยังคงยึดมั่นในพันธกิจการพัฒนาสังคมที่เสมอภาค ด้วยการผลักดันกิจกรรมและโครงการที่สร้างความตระหนักรู้ และสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของคนพิการในทุกมิติ ทั้งการศึกษา อาชีพ และการมีส่วนร่วมทางสังคม

ความร่วมมือที่เกิดขึ้นไม่เพียงแต่เป็นการสร้างเครือข่ายที่แข็งแรงระหว่างมหาวิทยาลัย หน่วยงานรัฐ และภาคีต่าง ๆ แต่ยังเป็นการวางรากฐานของการสร้างสังคมที่เท่าเทียม และยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับศักดิ์ศรีและคุณค่าของคนพิการ

การที่มหาวิทยาลัยนเรศวรมีบทบาทร่วมในเวทีระดับชาติครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะเป็นสถาบันการศึกษาที่ไม่เพียงสร้างความรู้ แต่ยังสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีแก่ทุกคน เพื่อผลักดันสังคมไทยไปสู่ความเสมอภาคและการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง

คณะสังคมศาสตร์ ม.นเรศวร ผนึกกำลังภาคีเครือข่าย พัฒนากิจกรรมเสริมสร้างศักยภาพผู้พิการ

คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้เริ่มต้นโครงการ เสริมสร้างศักยภาพผู้พิการ ภายใต้พันธกิจการพัฒนาเชิงพื้นที่ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างสังคมที่เสมอภาคและยั่งยืน ผ่านการบูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน กิจกรรมดังกล่าวถือเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาและอาชีพสำหรับคนพิการในจังหวัดพิษณุโลก

ในช่วงเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน รองศาสตราจารย์ ดร.พิษนุ อภิสมาจารโยธิน รองคณบดีฝ่ายแผนและยุทธศาสตร์เพื่อสังคม ได้เข้าพบ นางอรนุช ชัยชาญ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพิษณุโลก และนางพิชญา ศรีสวัสดิ์ ผู้อำนวยการศูนย์บริการคนพิการจังหวัดพิษณุโลก การหารือครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจข้อมูลเบื้องต้นและแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนากิจกรรมสำหรับคนพิการ ถือเป็นก้าวแรกของการสร้างเครือข่ายที่เข้มแข็งเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาสังคมในเชิงรูปธรรม

นอกจากนี้ ยังได้เข้าพบกับนายอรรถพล ขาวแจ่ม นายกสมาคมคนพิการจังหวัดพิษณุโลก และคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ เพื่อหารือประเด็นความต้องการที่แท้จริงของคนพิการในพื้นที่ การพูดคุยดังกล่าวช่วยสะท้อนมิติของปัญหาและโอกาสในการพัฒนา ทั้งด้านการศึกษา การมีงานทำ และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ในเดือนกรกฎาคม รองศาสตราจารย์ ดร.พิษนุ อภิสมาจารโยธิน ได้ขยายวงหารือไปยังหน่วยงานด้านแรงงานและการปกครองท้องถิ่น ได้แก่ นายพงษ์ศักดิ์ ศรีนามนต์ จัดหางานจังหวัดพิษณุโลก นางปรางค์มาศ ศรีรัตนะ กลุ่มงานส่งเสริมการมีงานทำ นายวิวัฒน์ เหลืองตระกูล นักวิชาการแรงงาน ตลอดจน นายธวัช สิงหเดช นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าโพธิ์ และนายสมภพ ขวัญเงิน ผู้อำนวยการกองสวัสดิการสังคม การประชุมดังกล่าวเป็นการวางแนวทางการดำเนินกิจกรรมที่เน้นการส่งเสริมศักยภาพอาชีพและการศึกษาแบบครอบคลุม (Inclusive Education)

ความร่วมมือในครั้งนี้แสดงถึงความมุ่งมั่นของคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ที่จะผลักดันให้คนพิการได้รับการพัฒนาอย่างรอบด้าน ทั้งด้านการศึกษา การประกอบอาชีพ และการมีส่วนร่วมในสังคมอย่างเท่าเทียม การบูรณาการกับภาคีเครือข่ายถือเป็นการเสริมพลังเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน

กิจกรรมที่ดำเนินการจะเน้นการพัฒนาความรู้และทักษะที่เหมาะสมกับบริบทของคนพิการในพื้นที่ เพื่อให้สามารถนำไปใช้สร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิต การดำเนินการดังกล่าวยังเป็นการต่อยอดความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย หน่วยงานท้องถิ่น และองค์กรภาคประชาชนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

การพัฒนาสังคมที่ยั่งยืนจำเป็นต้องเกิดจากการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน คณะสังคมศาสตร์จึงให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของคนพิการ ครอบครัว และชุมชน ผ่านกิจกรรมที่หลากหลายและเข้าถึงได้จริง ซึ่งไม่เพียงช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต แต่ยังเป็นการสร้างสังคมที่ให้ความสำคัญกับศักดิ์ศรีและศักยภาพของทุกคน

คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ยังคงยืนยันเจตนารมณ์ในการขับเคลื่อนการพัฒนาสังคมที่เสมอภาค โดยใช้ความร่วมมือเชิงเครือข่ายเป็นเครื่องมือสำคัญ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง ตลอดจนสร้างแรงบันดาลใจและความหวังให้แก่คนพิการในจังหวัดพิษณุโลกและพื้นที่อื่น ๆ ทั่วประเทศ

ม.นเรศวร ขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน เพิ่มรายได้ครัวเรือนอย่างยั่งยืน

วันศุกร์ที่ 24 พฤษภาคม 2567 มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกับนิคมสร้างตนเองบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ลงพื้นที่นำเสนอรูปแบบการเพิ่มรายได้ครัวเรือนแก่สมาชิกนิคมสร้างตนเองบางระกำ (นิคม NEXT) พร้อมสำรวจอาชีพของสมาชิกเพื่อสร้างความเข้าใจในการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรสิทธิ์ โทจำปา คณบดีคณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมด้วยคณาจารย์คณะเกษตรศาสตร์ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ศิษฐ์ภัณฑ์ แคนลา รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการกองส่งเสริมการบริการวิชาการ เป็นผู้ร่วมนำเสนอแนวทางการเพิ่มรายได้แก่สมาชิกนิคม โดยจัดกิจกรรมให้ความรู้ด้านอาชีพและการจัดการเกษตร

รูปแบบการเพิ่มรายได้ที่นำเสนอประกอบด้วย การเลี้ยงไก่พื้นเมือง การเลี้ยงปลา การเลี้ยงกบ และการปลูกผักไฮโดรโพนิกส์ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน SDG1 ขจัดความยากจน และ SDG10 ลดความเหลื่อมล้ำในพื้นที่ชุมชน

การลงพื้นที่ครั้งนี้มุ่งเน้นการสร้างความรู้และทักษะด้านอาชีพให้แก่สมาชิกนิคม โดยใช้แนวทางเชิงปฏิบัติ ทำให้ครัวเรือนสามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้น มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ การจัดกิจกรรมยังเป็นการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย ชุมชน และภาคส่วนท้องถิ่น ซึ่งสอดคล้องกับ SDG17 ความร่วมมือเพื่อการพัฒนา ทำให้เกิดเครือข่ายการสนับสนุนชุมชนอย่างเข้มแข็ง

การนำเสนอความรู้ด้านการเลี้ยงสัตว์และการปลูกพืชผักในลักษณะออร์แกนิกและไฮโดรโพนิกส์ ยังช่วยส่งเสริมความมั่นคงด้านอาหารและสุขภาพของครัวเรือน สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนและการสร้างระบบเศรษฐกิจฐานรากที่เข้มแข็ง

การลงพื้นที่นิคมสร้างตนเองครั้งนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งความพยายามของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการขับเคลื่อนงานด้านวิชาการและบริการวิชาการสู่ชุมชน สนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจในระดับพื้นที่ และสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อประชากรกลุ่มเป้าหมายในระยะยาว

หากต้องการเข้าร่วมกิจกรรมหรือรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อกองส่งเสริมการบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อรับแนวทางการพัฒนาอาชีพและเพิ่มรายได้อย่างยั่งยืนต่อไป

ม.นเรศวร จัดกิจกรรมใส่ฟันเทียมฟรี! บริการประชาชนพื้นที่ห่างไกล เชียงราย เพิ่มคุณภาพชีวิตและความมั่นใจ

วันที่ 2-4 เมษายน 2567 ที่ผ่านมา คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัดกิจกรรมให้บริการใส่ฟันเทียมทั้งปากฟรีแก่ประชาชนในพื้นที่อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย โดยมีผู้รับบริการรวมทั้งหมด 35 ราย ณ โรงพยาบาลพาน การให้บริการในครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ประสบปัญหาการสูญเสียฟันอย่างรุนแรง จนกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน เช่น การรับประทานอาหาร การพูดคุย หรือการแสดงออกทางอารมณ์ ทำให้ขาดความมั่นใจในตนเอง

การดำเนินการในโครงการนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะในด้าน การส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี (SDG 3) และ การลดความเหลื่อมล้ำในสังคม (SDG 10) ซึ่งการให้บริการฟันเทียมนี้ไม่เพียงแค่ช่วยให้ประชาชนมีสุขภาพปากและฟันที่ดีขึ้น แต่ยังส่งผลให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอีกด้วย

ร่วมกันสร้างรอยยิ้มแห่งความสุข กิจกรรมนี้ยังเป็นการสร้างความสุขและรอยยิ้มให้กับผู้รับบริการ โดยที่ประชาชนที่ได้รับการใส่ฟันเทียมสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติสุขอีกครั้ง รวมทั้งเป็นการส่งเสริมการเข้าถึงบริการทันตกรรมที่มีคุณภาพ สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกลจากโรงพยาบาลหรือคลินิกทันตกรรม

สำหรับประชาชนที่มีปัญหาการขาดฟันและต้องการขอรับบริการใส่ฟันเทียม สามารถประสานงานไปยังหน่วยทันตกรรมพระราชทานในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งมีทีมทันตแพทย์จากคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมให้การช่วยเหลือในการรักษา สามารถติดต่อได้ผ่านเว็บไซต์ www.dent.nu.ac.th หรือทางทีมหน่วยใส่ฟันเทียมพระราชทาน

การให้บริการในครั้งนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้รับบริการ แต่ยังสะท้อนถึงการร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและภาคประชาสังคมในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทที่ขาดแคลนบริการด้านทันตกรรม

ที่มา: งานประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร เสริมสร้างทัศนคติการใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าของนิสิตพิการ

วันที่ 23 มีนาคม 2567 – มหาวิทยาลัยนเรศวรจัดโครงการ “DSS NU for Friends” เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจและสร้างเครือข่ายระหว่างนิสิตพิการและนิสิตทั่วไป โครงการจัดขึ้น ณ บ้านสวนรีสอร์ท จังหวัดสุโขทัย ระหว่างวันที่ 23–24 มีนาคม 2567 โดยมีนิสิตพิการ อาจารย์ เจ้าหน้าที่ และนิสิตจิตอาสาพี่เลี้ยงเข้าร่วมกว่า 50 คน

โครงการมุ่งเน้นการเสริมสร้างทัศนคติที่ดีต่อผู้พิการในสังคมและพัฒนาการใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าของนิสิตพิการ ให้เข้าใจวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของผู้พิการแต่ละประเภท รวมถึงสร้างความตระหนักในการให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นอย่างเหมาะสม

กิจกรรมภายในโครงการประกอบด้วยการฝึกทักษะการช่วยเหลือเพื่อนนิสิตพิการ การจัดเวิร์กชอปและกิจกรรมกลุ่มเพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างนิสิตพิการ อาจารย์ เจ้าหน้าที่ และนิสิตทั่วไป เพื่อเสริมสร้างเครือข่ายสนับสนุนระหว่างกันในอนาคต

การจัดโครงการครั้งนี้ยังสอดคล้องกับแนวคิดการศึกษาเพื่อความเท่าเทียมและการเรียนรู้ตลอดชีวิต ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกคนในการสร้างสังคมที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และสนับสนุนการพัฒนานิสิตให้มีคุณภาพด้านความรับผิดชอบต่อสังคม

นางพรธิดา บุญยะโรจน์ ผู้อำนวยการกองกิจการนิสิต เป็นประธานพิธีเปิดโครงการ พร้อมทั้งให้กำลังใจและสร้างแรงบันดาลใจให้นิสิตทุกคนในการเข้าร่วมกิจกรรมอย่างเต็มที่

วิทยากรจากสมาคมอาสาสมัครสร้างสุขพิษณุโลก โดยคุณปิยพงษ์ ชมสวนมั่งมี และทีมงาน ถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ พร้อมให้คำแนะนำในการสร้างทัศนคติบวกและการดูแลช่วยเหลือนิสิตพิการอย่างเหมาะสม

บรรยากาศการเข้าร่วมโครงการเต็มไปด้วยความสนุกสนานและการสร้างมิตรภาพดีๆ ระหว่างผู้เข้าร่วม ทั้งนิสิตพิการและนิสิตทั่วไป ส่งเสริมการสร้างเครือข่ายสนับสนุนซึ่งกันและกัน และพัฒนาทัศนคติด้านความเท่าเทียม ความร่วมมือ และการมีส่วนร่วมในสังคมอย่างยั่งยืน

ม.นเรศวร วิจัยแก้จน ขจัดความยากจนด้วยข้อมูลเชิงพื้นที่

มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกับ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) จัดกิจกรรมแสดงผลงานวิจัยแก้ไขปัญหาความยากจนจังหวัดพิษณุโลก ภายใต้โครงการศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำ ภาคเหนือตอนล่าง ระยะที่ 3 โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.จิรวัฒน์ พิระสันต์ อาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ศิลปะและการออกแบบ มหาวิทยาลัยนเรศวร ทำหน้าที่หัวหน้าโครงการวิจัย พร้อมด้วยหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เข้าร่วมอย่างกว้างขวาง ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก

โครงการวิจัยดังกล่าวมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาความยากจนในเชิงโครงสร้าง โดยใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่เพื่อวิเคราะห์สาเหตุที่แท้จริงของความยากจน และออกแบบแนวทางแก้ไขอย่างตรงจุด การดำเนินงานในลักษณะนี้ถือเป็นการบูรณาการระหว่างงานวิจัยและการปฏิบัติจริง ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างความมั่นคงในชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่

มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเฉพาะ SDG1 การขจัดความยากจน ที่มุ่งสร้างระบบสนับสนุนให้ครัวเรือนเปราะบางสามารถเข้าถึงโอกาสทางอาชีพ มีรายได้ที่มั่นคง และสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ ตลอดจนลดความเหลื่อมล้ำในสังคมให้เกิดความเท่าเทียม

การดำเนินงานของโครงการยังสอดคล้องกับ SDG10 การลดความเหลื่อมล้ำ โดยเน้นการสร้างโอกาสที่เท่าเทียมแก่กลุ่มประชากรทุกช่วงวัย ทุกสถานะ และทุกชุมชนในจังหวัดพิษณุโลก ผ่านกลไกการทำงานร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัย หน่วยงานท้องถิ่น และภาคประชาชน เพื่อขยายผลการพัฒนาที่ทั่วถึงและเป็นธรรม

นอกจากนี้ โครงการยังสะท้อนถึงความสำคัญของ SDG17 ความร่วมมือเพื่อการพัฒนา ที่เกิดจากการประสานพลังของหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัย หน่วยงานสนับสนุนทุนอย่าง บพท. ภาคธุรกิจ และเครือข่ายภาคประชาชน ที่ร่วมกันขับเคลื่อนการวิจัยสู่การปฏิบัติจริง อันนำไปสู่การแก้ไขปัญหาความยากจนได้อย่างยั่งยืนและต่อเนื่อง

ผลงานวิจัยที่นำเสนอในการจัดแสดงครั้งนี้ นอกจากจะแสดงให้เห็นแนวทางแก้ไขปัญหาความยากจนเชิงพื้นที่แล้ว ยังเป็นแรงบันดาลใจให้หน่วยงานอื่น ๆ นำไปปรับใช้ในพื้นที่ของตนเอง ถือเป็นการขยายผลที่ช่วยให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกันและสร้างนวัตกรรมการแก้ไขปัญหาความยากจนที่เหมาะสมกับบริบทท้องถิ่น

ในอนาคต มหาวิทยาลัยนเรศวรจะยังคงยึดมั่นในบทบาท “มหาวิทยาลัยเพื่อสังคม” ที่มุ่งผลิตงานวิจัยเชิงคุณภาพเพื่อแก้ไขปัญหาของสังคมจริง พร้อมทั้งทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไปสู่ความยั่งยืน ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างสังคมที่มีความมั่นคง มั่งคั่ง และเป็นธรรมอย่างแท้จริง

ชมวิดีโอ Facebook: วิจัยแก้จน

ม.นเรศวร ร่วมกับ บพท. จัดแสดงผลงานวิจัย “แก้จน” ภายใต้โครงการศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาความยากจนเบ็ดเสร็จและแม่นยำฯ

วันอังคารที่ 19 มีนาคม 2567 มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกับหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) จัดแสดง “ผลงานวิจัยแก้ไขปัญหาความยากจนจังหวัดพิษณุโลก” ภายใต้โครงการศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำ ภาคเหนือตอนล่าง ระยะที่ 3 โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.จิรวัฒน์ พิระสันต์ อาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ศิลปะและการออกแบบ มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นหัวหน้าโครงการวิจัย

พิธีเปิดได้รับเกียรติจาก นายพชรเสฏฐ์ บุญศิริสาริศา รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานในงาน และ ดร.ยุทธพงษ์ ทองพบ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม ผู้แทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร เข้าร่วมกิจกรรม ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก โดยมีหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนเข้าร่วมอย่างคับคั่ง

โครงการนี้มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาในเชิงโครงสร้าง ด้วยการใช้ข้อมูลวิจัยเชิงพื้นที่ เพื่อระบุปัญหาที่แท้จริงและออกแบบแนวทางแก้ไขอย่างแม่นยำ ถือเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนเป้าหมาย SDG1 ขจัดความยากจน โดยการสร้างระบบสนับสนุนที่ช่วยให้ครัวเรือนเปราะบางสามารถเข้าถึงโอกาสในการประกอบอาชีพ มีรายได้ที่มั่นคง และสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ

นอกจากการลดความยากจนแล้ว โครงการยังมีบทบาทสำคัญในการ ลดความเหลื่อมล้ำ (SDG10) ผ่านการสร้างโอกาสให้กับกลุ่มประชากรที่ด้อยโอกาส ไม่ว่าจะเป็นชาวบ้านในพื้นที่ชนบท ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และครัวเรือนที่มีรายได้น้อย ให้สามารถเข้าถึงทรัพยากร บริการทางสังคม และนวัตกรรมที่เหมาะสม ซึ่งจะช่วยลดช่องว่างระหว่างกลุ่มคนในสังคมอย่างยั่งยืน

อีกหนึ่งจุดเด่นของโครงการ คือการสร้าง ความร่วมมือ (SDG17) ระหว่างมหาวิทยาลัย หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนในพื้นที่ เพื่อร่วมกันแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และหาแนวทางแก้ปัญหาเชิงบูรณาการ การทำงานร่วมกันในลักษณะนี้แสดงให้เห็นถึงการผนึกกำลังเพื่อสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม และต่อยอดไปสู่การแก้ไขปัญหาในระดับประเทศ

การจัดแสดงผลงานในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการเผยแพร่งานวิจัยเชิงวิชาการ แต่ยังเป็นเวทีให้ชุมชนได้เห็นตัวอย่างของนวัตกรรมและแนวปฏิบัติที่สามารถนำไปใช้จริงในชีวิตประจำวัน ทั้งในด้านอาชีพ การพัฒนาทักษะ และการสร้างเครือข่ายชุมชนที่เข้มแข็ง ซึ่งจะช่วยสร้างผลลัพธ์ในระยะยาว

มหาวิทยาลัยนเรศวรจึงตอกย้ำบทบาทของสถาบันอุดมศึกษาในการเป็น ศูนย์กลางความรู้เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเชื่อมโยงการวิจัยกับการแก้ปัญหาเชิงพื้นที่และสังคม ซึ่งไม่เพียงตอบโจทย์การแก้ปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำในปัจจุบัน แต่ยังเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตของประเทศ ผ่านการสร้างสังคมที่เท่าเทียม มีคุณภาพชีวิตที่ดี และยั่งยืนในระยะยาว

ม.นเรศวร ร่วมกับ บพท. เปิดตัวโครงการวิจัย ‘แก้ปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จในภาคเหนือตอนล่าง’

โครงการวิจัย “การศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำภาคเหนือตอนล่าง: กรณีศึกษาจังหวัดพิษณุโลก” ซึ่งจัดโดย หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยนเรศวร ถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการนำวิจัยและนวัตกรรมมาใช้ในการแก้ไขปัญหาความยากจนในระดับท้องถิ่น โครงการนี้มีเป้าหมายสำคัญในการศึกษาปัญหาความยากจนในภาคเหนือตอนล่าง โดยเฉพาะในจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งมีความท้าทายทางเศรษฐกิจและสังคมที่ซับซ้อน โครงการนี้ไม่เพียงแต่ตอบสนองต่อการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ แต่ยังสอดคล้องกับหลายเป้าหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะในด้าน SDG 1 (การขจัดความยากจน), SDG 10 (ลดความเหลื่อมล้ำ), และ SDG 8 (การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนและการทำงานที่ดี)

1. แก้ไขปัญหาความยากจน: มุมมองจากโครงการวิจัย: การดำเนินโครงการวิจัยนี้มีจุดมุ่งหมายหลักในการพัฒนากลยุทธ์การแก้ไขปัญหาความยากจนในภาคเหนือตอนล่าง โดยเฉพาะในจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความท้าทายหลายด้าน ทั้งความไม่เสมอภาคในการเข้าถึงโอกาสทางเศรษฐกิจ การขาดแคลนทรัพยากร และขาดทักษะในการสร้างอาชีพที่ยั่งยืน การศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาความยากจนในครั้งนี้จึงมุ่งเน้นการพัฒนานโยบายและกลยุทธ์ที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในพื้นที่ โดยมองปัญหาความยากจนในหลายมิติ ทั้งในด้านเศรษฐกิจ การศึกษา การเสริมสร้างทักษะ และการเข้าถึงบริการพื้นฐานที่จำเป็น เช่น น้ำ, พลังงาน, และการดูแลสุขภาพ

2. การสอดคล้องกับ SDG 1: การขจัดความยากจน: โครงการวิจัยนี้มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาความยากจนในระดับพื้นที่ผ่านการให้ความรู้และทักษะแก่ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มที่มีรายได้น้อยหรือขาดโอกาสในการพัฒนาอาชีพและการศึกษา การพัฒนากลยุทธ์ที่สามารถแก้ไขปัญหาความยากจนอย่างเบ็ดเสร็จและแม่นยำนั้น เป็นการช่วยเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจและการพัฒนาอาชีพที่เหมาะสมกับบริบทของท้องถิ่น ซึ่งจะทำให้ชุมชนสามารถพัฒนาความสามารถในการสร้างรายได้อย่างยั่งยืน การออกแบบแนวทางการแก้ไขความยากจนที่มีประสิทธิภาพนี้ เป็นการดำเนินงานที่สอดคล้องกับ SDG 1: การขจัดความยากจน ซึ่งมุ่งหวังให้ทุกคนมีชีวิตที่ดีขึ้นและเข้าถึงโอกาสที่เท่าเทียมกัน

การพัฒนาในรูปแบบนี้จะช่วยให้กลุ่มผู้มีรายได้น้อยสามารถเข้าถึงการศึกษา ทักษะการประกอบอาชีพ และแหล่งทรัพยากรที่จำเป็นต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต ซึ่งสามารถนำไปสู่การยุติความยากจนในระดับชุมชนได้อย่างยั่งยืน

3. การลดความเหลื่อมล้ำ: SDG 10: โครงการวิจัยนี้ยังเชื่อมโยงกับ SDG 10: ลดความเหลื่อมล้ำ โดยมุ่งเน้นการลดช่องว่างระหว่างกลุ่มคนที่มีฐานะทางเศรษฐกิจแตกต่างกันในพื้นที่ การศึกษาและวิเคราะห์ปัจจัยที่ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำในด้านต่าง ๆ เช่น การศึกษาไม่เท่าเทียม การขาดทักษะทางวิชาชีพ หรือการขาดแคลนโอกาสในการเข้าถึงทรัพยากรพื้นฐานที่จำเป็น เช่น น้ำ, พลังงาน, การดูแลสุขภาพ, การศึกษา และการมีงานทำ เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำในชุมชน

การสร้างโอกาสในการพัฒนาโดยการให้ความรู้และทักษะ การส่งเสริมโอกาสทางการศึกษา และการเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ต่าง ๆ จะช่วยลดช่องว่างเหล่านี้และทำให้ทุกคนสามารถมีชีวิตที่มีคุณภาพและมีโอกาสที่เท่าเทียมกัน การลดความเหลื่อมล้ำในสังคมถือเป็นส่วนสำคัญในการสร้างสังคมที่ยุติธรรมและยั่งยืน

4. การเสริมสร้างเศรษฐกิจที่ยั่งยืน: SDG 8: การวิจัยและผลลัพธ์จากโครงการนี้ยังมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างเศรษฐกิจที่ยั่งยืนในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง โดยการออกแบบแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจที่สอดคล้องกับทรัพยากรท้องถิ่นและความสามารถของชุมชน การพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืนเป็นการส่งเสริมอาชีพที่ยั่งยืนและการสร้างงานในชุมชน ถือเป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืนในระดับท้องถิ่น

การวิจัยนี้ไม่เพียงแต่สนับสนุนการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของชุมชนท้องถิ่น แต่ยังช่วยให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ ลดการพึ่งพิงจากภายนอก และสามารถเติบโตได้ด้วยตัวเองอย่างยั่งยืน SDG 8: การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนและการทำงานที่ดี ได้รับการขับเคลื่อนอย่างมีประสิทธิภาพผ่านการสนับสนุนการพัฒนาอาชีพที่เหมาะสมกับทรัพยากรในพื้นที่

5. บทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืน: มหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาหลักในภาคเหนือตอนล่าง มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการวิจัยและการพัฒนาในพื้นที่ ศาสตราจารย์ ดร.จิรวัฒน์ พิระสันต์ หัวหน้าโครงการวิจัย ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการใช้ข้อมูลวิจัยที่มีความแม่นยำในการออกแบบนโยบายการแก้ไขปัญหาความยากจน โดยระบุว่า “การใช้วิจัยในเชิงลึกเป็นเครื่องมือในการพัฒนาที่ยั่งยืน จะช่วยให้เราเข้าใจปัญหาความยากจนในแต่ละพื้นที่ได้ดีขึ้น และสามารถออกแบบมาตรการที่ตรงกับความต้องการของชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

การทำงานร่วมกับ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) และการนำองค์ความรู้ทางวิชาการมาใช้ในการพัฒนาชุมชน ถือเป็นการขับเคลื่อน SDG 17: การสร้างพันธมิตรเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยการสร้างความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย, หน่วยงานภาครัฐ, และภาคเอกชน เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนและส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

โครงการวิจัยนี้จึงเป็นการนำวิจัยและนวัตกรรมมาใช้ในการแก้ไขปัญหาความยากจนในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นมิตรกับบริบทท้องถิ่น ถือเป็นการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกด้าน

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin