ม.นเรศวร ส่งเสริมความร่วมมือรัฐ-เอกชน-การศึกษา พลิกโฉมธุรกิจนวัตกรรมโลจิสติกส์ไทย

วันจันทร์ที่ 15 มกราคม 2567 นายพันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนและพัฒนาการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ศจี ศิริไกร และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ไชยยันต์ ชนะพรมมา ผู้แทนคณะอนุกรรมการด้านการพลิกโฉมมหาวิทยาลัย ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานโครงการพัฒนาและยกระดับความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจและอุตสาหกรรมของไทยด้วย ดิจิทัลซัพพลายเชนและโลจิสติกส์ ของมหาวิทยาลัยนเรศวร ภายใต้โครงการ Reinventing University โดยมีศาสตราจารย์ ดร.กรกนก อิงคนินันท์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม และรองศาสตราจารย์ ดร.วัชรพล สุขโหตุ คณบดีคณะโลจิสติกส์และดิจิทัลซัพพลายเชน ให้การต้อนรับ

นายพันธุ์เพิ่มศักดิ์ กล่าวชื่นชมมหาวิทยาลัยนเรศวรที่มีศักยภาพและความพร้อมในเชิงพื้นที่ โดยตั้งอยู่ในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง สามารถเชื่อมโยงกับแนวระเบียงเศรษฐกิจเหนือ–ใต้ และตะวันออก–ตะวันตก ที่มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม ทั้งทางอากาศ ทางบก และทางราง ที่เอื้อต่อการพัฒนาโลจิสติกส์และซัพพลายเชนในอนาคต

โครงการนี้มุ่งเน้นการสร้างแพลตฟอร์มการบูรณาการ เพื่อแก้ปัญหาและให้คำปรึกษาด้านดิจิทัลซัพพลายเชนและโลจิสติกส์ รวมถึง การส่งเสริมผู้ประกอบการไทยให้มีทักษะด้านดิจิทัล ที่สามารถนำไปใช้พัฒนาธุรกิจ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศในระยะยาว

ศาสตราจารย์ ดร.กรกนก อิงคนินันท์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การพัฒนาโลจิสติกส์และซัพพลายเชนถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับความสามารถการแข่งขันของประเทศ โดยมหาวิทยาลัยนเรศวรตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ทั้งด้านวิศวกรรมดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระบบอัตโนมัติ และอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (IoT) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนา เศรษฐกิจดิจิทัล และการสร้างนวัตกรรมใหม่เพื่อรองรับอนาคต

มหาวิทยาลัยนเรศวรมีเป้าหมายในการ ส่งเสริมการสร้างบุคลากรด้านโลจิสติกส์ในศตวรรษที่ 21 ผ่านโครงการพลิกโฉมมหาวิทยาลัยของกระทรวง อว. โดยมุ่งเน้นการสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมเพื่อขับเคลื่อนประเทศสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม (Value-Based Economy) และเชื่อมโยงความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน ภาคการศึกษา และผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติ

การดำเนินงานดังกล่าวยังเป็นตัวอย่างของการสร้างความร่วมมือแบบ จตุรภาคี (Quadruple Helix) ซึ่งประกอบด้วยมหาวิทยาลัย หน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน และประชาสังคม เพื่อร่วมกันพัฒนาระบบนิเวศด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชนของไทยให้ก้าวทันต่อการแข่งขันระดับโลก

การติดตามผลโครงการครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงการทำงานเชิงรุกของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการเป็น ศูนย์กลางองค์ความรู้ด้านดิจิทัลซัพพลายเชนและโลจิสติกส์ ที่จะช่วยพัฒนาทั้งเศรษฐกิจระดับภูมิภาคและระดับประเทศอย่างยั่งยืน ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การเสริมสร้างทักษะบุคลากร และการสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายในทุกภาคส่วน

สุดท้าย โครงการพลิกโฉมมหาวิทยาลัยนี้สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยนเรศวร ที่พร้อมจะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการ ส่งเสริมและขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยด้วยนวัตกรรม โลจิสติกส์ และซัพพลายเชน เพื่อสร้างความแข็งแกร่งในการแข่งขันระดับนานาชาติ และขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศสู่อนาคตที่มั่นคงและยั่งยืน

ม.นเรศวร ต้อนรับผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตแคนาดา เพื่อหารือความร่วมมือด้านพลังงานและนวัตกรรม

วันศุกร์ที่ 12 มกราคม 2567 รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมด้วย ดร.พิสุทธิ์ อภิชยกุล รองอธิการบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์และการถ่ายทอดเทคโนโลยี และ รองศาสตราจารย์ ดร.อุษา พัดเกตุ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายต่างประเทศ ให้การต้อนรับ คุณนิจวรรณ ศรีวิบูลย์ Trade Commissioner ผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูตแคนาดา ประจำประเทศไทย

การเยือนครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อหารือและส่งเสริมความร่วมมือทางวิชาการระหว่างมหาวิทยาลัยนเรศวรกับมหาวิทยาลัยในประเทศแคนาดา โดยมุ่งเน้นด้าน EV Maintenance, Medicine, Cosmetics และ Natural Products Research Center

การหารือร่วมกันครอบคลุมการพัฒนานวัตกรรมด้านพลังงานยานยนต์ไฟฟ้าและการบำรุงรักษา EV ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการใช้ พลังงานสะอาดและยั่งยืน และการส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ยังมีการแลกเปลี่ยนความรู้ด้านการวิจัยผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ เพื่อส่งเสริม ความร่วมมือระหว่างประเทศ และสร้างเครือข่ายนักวิจัยระหว่างไทย-แคนาดา

การประชุมครั้งนี้ยังเน้นการสนับสนุน ความร่วมมือด้านการถ่ายทอดเทคโนโลยี การแลกเปลี่ยนบุคลากร และการพัฒนางานวิจัยร่วม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรและเทคโนโลยีอย่างยั่งยืน

มหาวิทยาลัยนเรศวรมุ่งมั่นในการสร้างความร่วมมือเชิงวิชาการกับต่างประเทศเพื่อสนับสนุน นวัตกรรมด้านพลังงานและเทคโนโลยีอย่างยั่งยืน ซึ่งจะช่วยผลักดันการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในระดับชาติและภูมิภาค

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับงานวิเทศสัมพันธ์และการถ่ายทอดเทคโนโลยี ติดต่อได้ที่ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เว็บไซต์: https://www.sci.nu.ac.th/acadservice/index.php โทรศัพท์: 055-963144 อีเมล: watcharaju@nu.ac.th

ม.นเรศวร ส่งเสริมการเรียนรู้และความเท่าเทียมทางการศึกษา

วันศุกร์ที่ 5 มกราคม 2567 งานกิจการนิสิตและศิษย์เก่าสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัดประชุมชี้แจงรายละเอียดทุนการศึกษาผ่านคณะวิทยาศาสตร์ ประจำปีการศึกษา 2566 โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สัญญา เครือหงษ์ รองคณบดีฝ่ายกิจการนิสิตและศิษย์เก่าสัมพันธ์ ให้เกียรติเป็นวิทยากรและกล่าวให้โอวาทแก่นิสิตผู้เข้าร่วมงาน ณ ห้อง SC1-210 อาคารบริหาร คณะวิทยาศาสตร์

ในการประชุมครั้งนี้ ได้แนะนำทุนการศึกษา ปตท.สผ. โครงการเอส 1 ประเภท “เรียนดี อันดับที่ 1 ของสาขาวิชา” จำนวน 8 ทุน ทุนละ 2,500 บาท เพื่อส่งเสริมนิสิตที่มีผลการเรียนดีเด่นและสร้างแรงจูงใจในการเรียนรู้ต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ยังมีทุนการศึกษา ปตท.สผ. โครงการเอส 1 ประเภท “เรียนดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์” จำนวน 8 ทุน ทุนละ 10,000 บาท ซึ่งมุ่งเน้นให้นิสิตที่มีผลการเรียนดีแต่ประสบปัญหาทางการเงิน สามารถเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาได้อย่างเท่าเทียม

คณะวิทยาศาสตร์ยังได้มอบทุนการศึกษานิสิตของคณะ จำนวน 15 ทุน ทุนละ 5,000 บาท เพื่อสนับสนุนนิสิตที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และต้องการความช่วยเหลือด้านการศึกษาต่อเนื่อง

การประชุมครั้งนี้ช่วยให้นิสิตเข้าใจรายละเอียดการสมัคร การพิจารณาคุณสมบัติ และเงื่อนไขการรับทุน พร้อมทั้งสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาความมุ่งมั่นในการเรียนและพัฒนาตนเอง

นอกจากการให้ข้อมูลด้านทุนการศึกษาแล้ว งานกิจการนิสิตและศิษย์เก่าสัมพันธ์ยังเน้นการสร้างแรงบันดาลใจให้นิสิตเห็นคุณค่าของการศึกษาและความสำคัญของการวางแผนทางการเงินเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ในระยะยาว

การประชุมและมอบทุนการศึกษาครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการสร้างความเท่าเทียมทางการศึกษา เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงทรัพยากรการเรียนรู้ และสนับสนุนให้บัณฑิตมีคุณภาพพร้อมต่อยอดการเรียนรู้และการพัฒนาตนเองในอนาคต

ม.นเรศวร เปิดพิธีปฐมนิเทศนิสิตทุนการศึกษาประจำปี 2566

วันพุธที่ 20 ธันวาคม 2566 งานกิจการนิสิต มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดพิธีปฐมนิเทศนิสิตทุนการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2566 ณ ห้องประชุมอาคารขวัญเมือง เพื่อเสริมสร้างโอกาสทางการศึกษาและสร้างแรงจูงใจให้แก่นิสิต โดยมี ดร.จรัสดาว คงเมือง รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานิสิต ศิษย์เก่า และศิลปวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยอาจารย์และบุคลากรร่วมให้เกียรติ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ภัคพงศ์ หอมเนียม รองคณบดีฝ่ายกิจการนิสิตและศิษย์เก่าสัมพันธ์ ร่วมเป็นผู้แทนคณะวิชานำเสนอแนวทางและวัตถุประสงค์ของทุนการศึกษา เพื่อให้แน่ใจว่านิสิตผู้ได้รับทุนสามารถนำโอกาสนี้ไปพัฒนาศักยภาพการเรียนและสร้างความก้าวหน้าในอนาคต

ในปีการศึกษานี้ มหาวิทยาลัยนเรศวรมอบทุนการศึกษาให้แก่นิสิตรวมทั้งหมด 147 ทุน เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 1,120,000 บาท เพื่อสนับสนุนนิสิตที่มีความสามารถและขาดแคลนทุนทรัพย์ โดยแบ่งเป็นกองทุนการศึกษาเพื่อนิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวร จำนวน 125 ทุน เป็นเงิน 1,000,000 บาท

นอกจากนี้ยังมีทุนการศึกษาเฉพาะรายบุคคล ได้แก่ ทุน รองศาสตราจารย์ ดร.แมรี่ สารวิทย์ จำนวน 2 ทุน เป็นเงิน 20,000 บาท และทุนการศึกษาเพื่อนิสิตกิจกรรม จำนวน 20 ทุน เป็นเงิน 100,000 บาท เพื่อกระตุ้นให้นิสิตมีส่วนร่วมในกิจกรรมสร้างสรรค์และพัฒนาความรู้รอบด้าน

พิธีปฐมนิเทศครั้งนี้มีการให้คำแนะนำและคำปรึกษาแก่นิสิตเกี่ยวกับการจัดการทุนการศึกษา การวางแผนการใช้เงินเพื่อการศึกษา และการสร้างสมดุลระหว่างการเรียนและกิจกรรมอื่น ๆ เพื่อให้นิสิตสามารถพัฒนาตนเองได้อย่างเต็มศักยภาพ

คณะวิศวกรรมศาสตร์ได้รับทุนการศึกษาในปีนี้จำนวน 12 ทุน รวมเป็นเงิน 56,000 บาท แสดงให้เห็นถึงการสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาในทุกสาขาวิชาและการสร้างแรงจูงใจแก่นิสิตที่มีความสามารถและขาดแคลนทุนทรัพย์

มหาวิทยาลัยนเรศวรขอขอบคุณผู้สนับสนุนทุกท่านที่มอบโอกาสและช่วยเหลือนิสิตมาโดยตลอด การมอบทุนการศึกษาครั้งนี้เป็นส่วนสำคัญในการสร้างโอกาสทางการศึกษา ลดความเหลื่อมล้ำ และพัฒนาศักยภาพนิสิตให้เติบโตอย่างมั่นคงทั้งด้านความรู้และคุณภาพชีวิต

คณะพยาบาลศาสตร์ ม.นเรศวร จัดประชุมวิชาการนานาชาติ ‘Trends in Food and Herbs for Health and Well Being’ เสริมความรู้ด้านสมุนไพรและอาหารเพื่อสุขภาพ

วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2566 คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดการประชุมวิชาการระดับนานาชาติในหัวข้อ “Trends in Food and Herbs for Health and Well Being” ภายใต้โครงการวิจัย “NU World Class: Food and Herb for Health and Beauty” โดยได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) การประชุมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร.เภสัชกรหญิงกรกนก อิงคนินันท์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานในพิธีเปิด และมีผู้เข้าร่วมทั้งในประเทศและต่างประเทศ

การประชุมจัดขึ้นในรูปแบบผสมผสานทั้ง ONSITE ที่โรงแรม Mayflower Grande Hotel จังหวัดพิษณุโลก และ ONLINE ผ่านระบบ Zoom เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมกว่า 100 คน ได้รับฟังบรรยายจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญระดับชาติและนานาชาติในหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ อาหาร และสมุนไพร โดยมีการนำเสนอองค์ความรู้ใหม่ ๆ ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงในด้านสุขภาพและการดูแลตนเอง

โครงการวิจัยดังกล่าวมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมศักดิ์ โทจำปา อาจารย์ประจำภาควิชาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นผู้ประสานการดำเนินงาน โดยมุ่งเน้นการศึกษาและเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้สมุนไพรและอาหารเพื่อสุขภาพและความงาม ทั้งในมิติการป้องกันโรคและการบำรุงร่างกาย ถือเป็นการบูรณาการองค์ความรู้ทางวิชาการกับการนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตจริง

หัวข้อการบรรยายที่น่าสนใจ ได้แก่ “Health Promotion: The Role of Health Professionals in Promoting Health” โดย Prof. Dr. Kenda Crozier ที่เน้นบทบาทผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพในการส่งเสริมสุขภาพประชาชน, “DHA in Pregnancy” โดย Thisara Weerasamai M.D. ที่อธิบายถึงความสำคัญของ DHA ต่อพัฒนาการของทารก, “Food and Herbs for Health in Thailand” โดย Assistant Prof. Dr. Wudtichai Wisuttlprot ที่ถ่ายทอดการใช้สมุนไพรไทยเพื่อสุขภาพ, และ “Healthcare Innovation and Health Business” โดย Dr. Joni Haryanto ที่กล่าวถึงนวัตกรรมธุรกิจสุขภาพที่สามารถเข้าถึงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การประชุมยังมีการบรรยายเรื่อง “Current Trends in Diabetes and Complimentary Treatment to Improve Self-Management: Asian Food and Herbs for Health” โดย Dr. Yulis Setiya Dewi ซึ่งนำเสนอแนวโน้มการใช้สมุนไพรและอาหารในเอเชียเพื่อช่วยในการจัดการโรคเบาหวาน โดยทั้งหมดสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการวิจัยและการแลกเปลี่ยนความรู้เพื่อสุขภาพที่ดีของประชาชน

การดำเนินงานในครั้งนี้ไม่เพียงเน้นการส่งเสริมสุขภาพ (Health and Well Being) แต่ยังสอดคล้องกับการขจัดความหิวโหย การเข้าถึงอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ และการสร้างความรู้ด้านสุขภาพที่เป็นระบบ อีกทั้งยังเป็นเวทีสำหรับการเรียนรู้และการศึกษาที่มีคุณภาพ ซึ่งจะสามารถต่อยอดไปสู่การพัฒนาหลักสูตรทางวิชาการและการเรียนการสอนที่ทันสมัย

นอกจากนี้ การประชุมวิชาการครั้งนี้ยังช่วยเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย หน่วยงานวิจัย และภาคีเครือข่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อสร้างพันธมิตรทางวิชาการและการวิจัยที่ยั่งยืน เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และนวัตกรรมใหม่ที่สามารถนำไปปรับใช้กับสังคมและชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม

การประชุมระดับนานาชาติครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นการเผยแพร่ผลการวิจัย แต่ยังเป็นเวทีในการ ส่งเสริมความรู้ด้านสมุนไพรและอาหารเพื่อสุขภาพ ตลอดจนการสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพที่ยั่งยืน ซึ่งมีผลเชื่อมโยงทั้งในมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม อันเป็นแนวทางที่สำคัญต่อการพัฒนาสังคมและชุมชนในอนาคต

ที่มา: งานประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร จับมือ สมาคมวิศวกรหญิงไทย (TWEA) จัดงานเสวนา TWEA สัญจร “เตรียมพร้อมทำงานในโลกวิศวกรรมยุคใหม่”

เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2566 คณะวิศวกรรมศาสตร์ ร่วมกับ สมาคมวิศวกรหญิงไทย (TWEA) จัดงาน TWEA สัญจร ในหัวข้อ “เตรียมพร้อมทำงานในโลกวิศวกรรมยุคใหม่” โดยได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร ดร. ปิยพรรณ หันนาคินทร์ ประธานกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยนเรศวร , กรรมการผู้จัดการบริษัท Operational Energy Group และที่ปรึกษาสมาคมวิศวกรหญิงไทย (TWEA) และ นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย นายกสมาคมวิศวกรหญิงไทย เป็นผู้ร่วมเสวนา เพื่อแนะแนวและถ่ายทอดประสบการณ์ในการทำงานจนถึงเตรียมการวิศวกรรุ่นใหม่และนิสิตที่กำลังจะเข้าสู่ชีวิตการทำงาน ซึ่งในงานนี้มีนิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ เข้าร่วมมากกว่า 300 คน ณ ห้อง 301 อาคารเอกาทศรถ ชั้น 3 มหาวิทยาลัยนเรศวร

ที่มา: งานประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร จับมือ สมาคมวิศวกรหญิงไทย (TWEA) จัดงานเสวนา TWEA สัญจร “เตรียมพร้อมทำงานในโลกวิศวกรรมยุคใหม่”

มหาวิทยาลัยนเรศวร มีความมุ่งมั่นในการสนับสนุนและส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) โดยเฉพาะในด้านการเสริมสร้างความเท่าเทียมทางเพศ (SDG 5) และการสร้างความร่วมมือเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDG 17) ซึ่งสะท้อนผ่านกิจกรรมที่จัดขึ้นในวันที่ 22 พฤศจิกายน 2566 โดยคณะวิศวกรรมศาสตร์ ร่วมกับ สมาคมวิศวกรหญิงไทย (TWEA) จัดงาน TWEA สัญจร ในหัวข้อ “เตรียมพร้อมทำงานในโลกวิศวกรรมยุคใหม่” ซึ่งเป็นกิจกรรมที่สำคัญในการส่งเสริมการพัฒนาทักษะวิศวกรรมและการสร้างโอกาสให้กับผู้หญิงในสาขาวิศวกรรมศาสตร์ รวมถึงการเตรียมความพร้อมให้กับนิสิตในการเข้าสู่การทำงานในอุตสาหกรรมวิศวกรรมสมัยใหม่

งานนี้ได้รับเกียรติจากหลายบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในวงการวิศวกรรมและการพัฒนาที่ยั่งยืน เช่น รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร, ดร. ปิยพรรณ หันนาคินทร์ ประธานกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยนเรศวร และ นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย นายกสมาคมวิศวกรหญิงไทย ซึ่งได้ร่วมเสวนาและถ่ายทอดประสบการณ์ในการทำงานและการพัฒนาอาชีพให้กับนิสิตและนักศึกษา โดยเฉพาะในการเตรียมความพร้อมในการทำงานในโลกวิศวกรรมยุคใหม่

การจัดงานนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเสริมสร้างทักษะทางวิศวกรรมให้กับนิสิตเท่านั้น แต่ยังเป็นการสนับสนุนการเสริมสร้างความเท่าเทียมทางเพศ (SDG 5) โดยการส่งเสริมให้ผู้หญิงมีบทบาทในสาขาวิศวกรรมศาสตร์ และการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระดับสากล (SDG 17) ผ่านการสร้างความร่วมมือกับองค์กรต่างๆ เช่น สมาคมวิศวกรหญิงไทย ที่มีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างโอกาสและการสนับสนุนผู้หญิงในวงการวิศวกรรม

โดยในงานนี้ นิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ของมหาวิทยาลัยนเรศวรได้รับความรู้และแรงบันดาลใจจากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม รวมถึงการพัฒนาเครือข่ายกับองค์กรต่างๆ เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือในการเติบโตทางวิศวกรรมในอนาคต งานนี้จัดขึ้นที่ห้อง 301 อาคารเอกาทศรถ ชั้น 3 มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยมีนิสิตเข้าร่วมมากกว่า 300 คน

การดำเนินงานเช่นนี้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนทั้งในด้านการพัฒนาทักษะให้กับนักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์และการเสริมสร้างความเท่าเทียมทางเพศในอาชีพวิศวกรรม ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนสำหรับสังคมและโลกใบนี้

ที่มา: งานประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบลวังนํ้าคู้ ให้บริการตรวจคัดกรองภาวะแทรกซ้อนทางเท้าและตรวจสุขภาพฟันฟรี

เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2566 หน่วยเวชปฏิบัติชุมชนจากมหาวิทยาลัยนเรศวร ลงพื้นที่เพื่อให้บริการตรวจคัดกรองภาวะแทรกซ้อนทางเท้าและการตรวจสุขภาพฟันให้กับผู้ป่วยโรคเบาหวานที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลวังน้ำคู้ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก โดยกิจกรรมในครั้งนี้มีผู้ป่วยเข้ารับบริการจำนวน 90 ราย ซึ่งได้รับการตรวจคัดกรองภาวะแทรกซ้อนทางเท้าและฟันจากอาจารย์และนักศึกษาจากคณะพยาบาลศาสตร์ คณะทันตแพทยศาสตร์ และคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

กิจกรรมนี้จัดขึ้นเพื่อ ส่งเสริมสุขภาพที่ดี และ ป้องกันภาวะแทรกซ้อน ที่มักเกิดขึ้นในผู้ป่วยโรคเบาหวาน โดยเฉพาะ ภาวะแทรกซ้อนทางเท้า ที่เป็นหนึ่งในปัญหาหลักที่ทำให้ผู้ป่วยต้องเข้ารับการรักษาหรือมีการสูญเสียอวัยวะ รวมถึงปัญหาสุขภาพฟันที่สามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วยโรคเบาหวาน การดำเนินกิจกรรมในครั้งนี้จึงมุ่งหวังที่จะ ลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อน และ เสริมสร้างความรู้ ให้กับผู้ป่วยเกี่ยวกับการดูแลตัวเองในชีวิตประจำวัน เพื่อ เพิ่มคุณภาพชีวิต และลดภาระในการรักษาพยาบาลในระยะยาว โดยมีการคัดกรองและให้คำแนะนำ ดังนี้

1. การตรวจคัดกรองภาวะแทรกซ้อนทางเท้า ผู้ป่วยโรคเบาหวานมักมีปัญหาเกี่ยวกับการไหลเวียนของเลือดที่ไม่ดี รวมถึงภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาทที่ทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถรับรู้ความเจ็บปวดได้อย่างเต็มที่ ซึ่งอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บที่เท้าและลุกลามจนเกิดแผลหรือการติดเชื้อจนต้องมีการตัดอวัยวะ การตรวจคัดกรองภาวะแทรกซ้อนทางเท้าในครั้งนี้ รวมถึงการทดสอบ การตอบสนองของเส้นประสาท การตรวจหาบาดแผลและการติดเชื้อที่อาจเกิดขึ้น และการให้คำแนะนำในการ ดูแลรักษาเท้า เช่น การล้างทำความสะอาดเท้า การเลือกสวมรองเท้าที่เหมาะสม รวมถึงการ บริหารเท้า เพื่อเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและเพิ่มการไหลเวียนของเลือดในเท้า

2. การตรวจสุขภาพฟัน ผู้ป่วยโรคเบาหวานมีแนวโน้มที่จะมีปัญหาสุขภาพฟันที่รุนแรงมากขึ้น เนื่องจากระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงสามารถทำให้เกิดการสะสมของคราบจุลินทรีย์ในปาก ส่งผลให้เกิดโรคเหงือกอักเสบ โรคปริทันต์ หรือปัญหาฟันผุ การตรวจสุขภาพฟันในครั้งนี้ได้มีการตรวจสอบสภาพฟันและเหงือกของผู้ป่วย พร้อมทั้งการให้คำแนะนำในการดูแลรักษาสุขภาพฟัน เช่น การแปรงฟันอย่างถูกวิธี การใช้ไหมขัดฟัน การหลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลสูง และการตรวจสุขภาพฟันเป็นประจำ

นอกจากการตรวจคัดกรองและรักษาเบื้องต้นแล้ว ทีมงานยังได้ให้ความรู้แก่ผู้ป่วยเกี่ยวกับ การดูแลเท้า และ การบริหารเท้า ในผู้ป่วยโรคเบาหวาน ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถดูแลเท้าของตนเองได้อย่างถูกต้องและป้องกันการเกิดแผลที่อาจลุกลามไปสู่การติดเชื้อที่รุนแรงได้ นอกจากนี้ ยังได้ให้ความรู้ในเรื่องของ การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ซึ่งเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นตามมา

กิจกรรมในครั้งนี้ได้ช่วย เพิ่มการตระหนักรู้ ให้แก่ผู้ป่วยโรคเบาหวานในพื้นที่เกี่ยวกับการดูแลเท้าและสุขภาพฟัน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการ ป้องกันภาวะแทรกซ้อน ที่อาจเกิดขึ้นในผู้ป่วยโรคเบาหวาน โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทที่อาจขาดการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพ การให้ความรู้และการตรวจคัดกรองในครั้งนี้จึงมีส่วนช่วยในการ ส่งเสริมสุขภาพ และ เพิ่มคุณภาพชีวิต ของผู้ป่วยโรคเบาหวานในชุมชน

การดำเนินกิจกรรมในครั้งนี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG 3: Good Health and Well-being) ซึ่งมุ่งเน้นการส่งเสริมสุขภาพที่ดีและการป้องกันโรค โดยเฉพาะการดูแลโรคเรื้อรังอย่างโรคเบาหวาน ซึ่งมีความสำคัญในการลดภาระของระบบสุขภาพและส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชน นอกจากนี้ การให้ความรู้แก่ผู้ป่วยยังเป็นการสร้างความตระหนักรู้และเสริมทักษะการดูแลสุขภาพให้กับชุมชน ซึ่งถือเป็นการเสริมสร้างความยั่งยืนทางด้านสุขภาพในระยะยาว

ม.นเรศวร จัดกิจกรรมวันเบาหวานโลก 2566 เสริมสร้างความรู้และการป้องกันโรคเบาหวาน

เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2566 มหาวิทยาลัยนเรศวรได้จัดกิจกรรม วันเบาหวานโลก (ค่ายเบาหวาน) ประจำปี 2566 โดยกิจกรรมนี้ได้รับเกียรติจาก ผศ.พญ.ศรินยา สัทธานนท์ และ พญ.แพรว สุวรรณศรีสุข อาจารย์แพทย์จากภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ที่ได้กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ โดยกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นที่ ห้องประชุม CC2-801 ชั้น 8 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา 2 ซึ่งเป็นกิจกรรมที่มุ่งเน้นการส่งเสริมความรู้และการป้องกันโรคเบาหวานในสังคม รวมถึงการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพของผู้ป่วยโรคเบาหวานในทุกระดับ

กิจกรรมวันเบาหวานโลกในปี 2566 นี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเสริมสร้างความรู้และการรับรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวาน โดยเฉพาะในด้านการ ป้องกันและจัดการโรคเบาหวาน เพื่อช่วยให้ผู้เข้าร่วมสามารถเข้าใจถึงการดูแลรักษาตนเองเมื่อมีความเสี่ยงหรือเป็นโรคเบาหวานแล้ว รวมถึงการให้ข้อมูลเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่สามารถลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคเบาหวานและการพัฒนาภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรงได้ นอกจากนี้ยังมีการแนะนำแนวทางในการดูแลสุขภาพเบื้องต้นที่สามารถทำได้ในชีวิตประจำวันเพื่อเสริมสร้าง สุขภาพที่ดี ซึ่งสอดคล้องกับ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs 3) ที่มุ่งเน้นการส่งเสริมสุขภาพที่ดีและความเป็นอยู่ที่ดีให้กับทุกคน

กิจกรรมในครั้งนี้ยังสะท้อนถึงการ ร่วมมือ ระหว่างมหาวิทยาลัยนเรศวรกับองค์กรต่าง ๆ รวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและชุมชน เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาสุขภาพอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะการทำงานร่วมกับภาครัฐและภาคประชาชนในการสร้างความตระหนักรู้และการให้บริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพให้กับประชาชน การทำงานร่วมกันในลักษณะนี้ส่งเสริมการสร้าง ความเป็นหุ้นส่วน ที่มีความสำคัญในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับประเทศและระดับโลก

ภายในงานกิจกรรมวันเบาหวานโลกนี้ มีการจัดกิจกรรมหลากหลายเพื่อให้ความรู้แก่ผู้เข้าร่วมเกี่ยวกับโรคเบาหวาน รวมถึงการ ตรวจคัดกรองเบาหวาน การ ให้คำแนะนำด้านการป้องกันโรคเบาหวาน และการจัดการกับโรคเบาหวานในระยะยาว โดยกิจกรรมหลักในวันนั้นได้แก่:

  1. การบรรยายและการให้ความรู้ จากผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับโรคเบาหวานและการจัดการเบาหวานที่เหมาะสม
  2. การฝึกอบรม และ การให้คำแนะนำ เรื่องการควบคุมอาหาร การออกกำลังกาย และการตรวจสุขภาพที่จำเป็นสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน
  3. การให้คำปรึกษาด้านการดูแลเบาหวาน โดยแพทย์และพยาบาลจากคณะแพทยศาสตร์ เพื่อช่วยผู้เข้าร่วมมีข้อมูลที่ถูกต้องในการจัดการกับโรคเบาหวานในชีวิตประจำวัน

กิจกรรมในครั้งนี้มีบทบาทสำคัญในการ ส่งเสริมการป้องกันโรคเบาหวาน และ การจัดการโรคเบาหวาน ซึ่งเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศไทยที่มีอัตราการเกิดโรคเบาหวานสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การจัดกิจกรรมที่สามารถให้ความรู้และข้อมูลแก่ประชาชนในด้านการดูแลตนเองและการป้องกันโรคได้ จึงมีส่วนช่วยในการ ลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน และส่งเสริม คุณภาพชีวิต ของผู้ป่วยและผู้ที่มีความเสี่ยง

การ สร้างความร่วมมือ ระหว่างมหาวิทยาลัยกับองค์กรต่าง ๆ ภาครัฐและภาคเอกชน ในการจัดกิจกรรมและสร้างความตระหนักรู้เช่นนี้ ยังเป็นการ สนับสนุน SDG 17: Partnerships for the Goals ซึ่งมุ่งส่งเสริมการทำงานร่วมกันในทุกระดับเพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

ที่มา: คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

โนรา มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม

เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2566 คณะมนุษยศาสตร์ ได้จัดโครงการเครือข่ายความร่วมมือเพื่อการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม โดยได้รับเกียรติจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ธรรมนิตย์ นิคมรัตน์ ศิลปินแห่งชาติ และคณะนักแสดงโนรา

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้เกิดเครือข่ายความร่วมมือด้านศิลปวัฒนธรรม ระหว่าง คณะมนุษยศาสตร์กับหน่วยงานภายนอก และเพื่อทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมอันเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของคนไทย

“โนรา” เป็นศิลปะการแสดงท้องถิ่นของคนภาคใต้ ที่มีความงดงามทั้งในเรื่องของการร่ายรำ การเล่นดนตรี และการขับร้องที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของการแสดง “โนรา” อีกทั้ง ยูเนสโก ได้ขึ้นทะเบียน “โนรา” ให้เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติอีกด้วย

ที่มา: งานประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin