Archives December 2025

ม.นเรศวร ต้อนรับนิสิตสาธารณสุขศาสตร์ ศึกษาดูงานระบบจัดการน้ำ ยกระดับอนามัยสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

วันพุธที่ 17 ธันวาคม 2568 กองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้ให้การต้อนรับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธนัช กนกเทศ อาจารย์ผู้รับผิดชอบรายวิชา 551161 อนามัยสิ่งแวดล้อมในงานสาธารณสุข พร้อมด้วยนิสิตสาขาอนามัยชุมชน ชั้นปีที่ 1 คณะสาธารณสุขศาสตร์ รวมจำนวน 175 คน ในการเข้าศึกษาดูงานภายในมหาวิทยาลัย

การศึกษาดูงานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจด้านการจัดการทรัพยากรน้ำและสุขาภิบาล ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญในการสร้างเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของทุกคนในสังคม การมีน้ำอุปโภคบริโภคที่ปลอดภัยและการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ได้มาตรฐานคือรากฐานของการป้องกันโรคและยกระดับคุณภาพชีวิต

คณะศึกษาดูงานได้เข้าเยี่ยมชมและศึกษาขั้นตอนการดำเนินงานของระบบสาธารณูปโภคภายในมหาวิทยาลัย โดยเริ่มต้นจากการเรียนรู้ เทคโนโลยีการผลิตน้ำประปาของมหาวิทยาลัย เพื่อทำความเข้าใจกระบวนการปรับปรุงคุณภาพน้ำดิบให้กลายเป็นน้ำประปาที่สะอาด ปลอดภัย และได้มาตรฐานสำหรับการใช้งานของบุคลากรและนิสิต

จากนั้น นิสิตได้ลงพื้นที่ศึกษาการทำงานของ สถานีบำบัดน้ำเสียและระบบจัดการคุณภาพน้ำ ซึ่งมหาวิทยาลัยได้ให้ความสำคัญกับการบำบัดน้ำทิ้งอย่างเป็นระบบก่อนปล่อยคืนสู่แหล่งน้ำธรรมชาติหรือนำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและดูแลสุขอนามัยของชุมชนโดยรอบ

ภายในกิจกรรมได้มีการร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้าน การบริหารจัดการน้ำสะอาดและน้ำเสีย ระหว่างวิทยากรประจำหน่วยงานและกลุ่มนิสิต เพื่อให้เกิดความเข้าใจเชิงปฏิบัติอย่างถ่องแท้ และสามารถนำทฤษฎีในห้องเรียนมาเชื่อมโยงกับกระบวนการทำงานจริงในระดับองค์กร

การลงพื้นที่ปฏิบัติการจริงในครั้งนี้ ช่วยยกระดับทักษะด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมอย่างรอบด้านให้แก่นิสิตสาขาอนามัยชุมชน ซึ่งจะเป็นการเตรียมความพร้อมและสร้างแรงบันดาลใจให้แก่นิสิตในการเติบโตเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนงานด้านสาธารณสุขของประเทศในอนาคต

กองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร ขอขอบคุณคณาจารย์และนิสิตที่ให้เกียรติเข้าศึกษาดูงาน พร้อมทั้งหวังเป็นอย่างยิ่งว่าองค์ความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับจากการเยี่ยมชมระบบปฏิบัติการจริง จะเป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้และการพัฒนาวิชาชีพด้านสาธารณสุขต่อไป

ม.นเรศวร ต้อนรับคณะศึกษาดูงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม เรียนรู้ระบบผลิตน้ำประปาและบำบัดน้ำเสียเพื่อการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน

วันศุกร์ที่ 24 ตุลาคม 2568 รองศาสตราจารย์ ดร.พนัส นัถฤทธิ์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีสารสนเทศ พร้อมด้วย นายรุ่งรัตน์ พระนาค ผู้อำนวยการกองอาคารสถานที่ และคณะ ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการติดตั้ง ระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell) บริเวณดาดฟ้า หลังคาอาคาร และพื้นที่รอบสระสุริโยทัย ภายในมหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อผลิตพลังงานสะอาดสำหรับใช้ภายในมหาวิทยาลัย อันเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

การดำเนินโครงการดังกล่าวสะท้อนความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการส่งเสริม พลังงานสะอาดและพลังงานทดแทน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมยกระดับมหาวิทยาลัยสู่การเป็น มหาวิทยาลัยสีเขียว (Green University) และมหาวิทยาลัยที่ขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งภายในมหาวิทยาลัยจะช่วยเพิ่มสัดส่วนการใช้ พลังงานหมุนเวียน ในการดำเนินงานขององค์กร สนับสนุนการบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดต้นทุนด้านพลังงานไฟฟ้าในระยะยาว และเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงานของมหาวิทยาลัย ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด

นอกจากการใช้ประโยชน์ด้านพลังงานแล้ว โครงการยังเป็น แหล่งเรียนรู้ด้านพลังงานสะอาดและการจัดการสิ่งแวดล้อม สำหรับนิสิต คณาจารย์ และนักวิจัย โดยสามารถนำข้อมูลจากระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ในการศึกษา วิเคราะห์ และพัฒนาองค์ความรู้ด้านพลังงานหมุนเวียน การอนุรักษ์พลังงาน และการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อยกระดับการเรียนการสอนและการวิจัยของมหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยนเรศวรยังให้ความสำคัญกับการบูรณาการองค์ความรู้และการดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายวิชาการ เพื่อแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี นวัตกรรม และแนวปฏิบัติที่ดีด้านพลังงานสะอาด ตลอดจนร่วมกันพัฒนาแนวทางการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความร่วมมือเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

การติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ยังช่วยสนับสนุนการพัฒนาองค์ความรู้ด้านพลังงานหมุนเวียน เปิดโอกาสให้เกิดการศึกษาและติดตามประสิทธิภาพของระบบในสภาพแวดล้อมจริง รวมทั้งเป็นต้นแบบการบริหารจัดการพลังงานที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาอาคารและพื้นที่ของมหาวิทยาลัยให้มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น

การขับเคลื่อนโครงการพลังงานสะอาดจากแสงอาทิตย์ของมหาวิทยาลัยนเรศวร แสดงให้เห็นถึงการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการพลังงาน ควบคู่กับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสร้างต้นแบบมหาวิทยาลัยที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานสะอาดเพื่อประโยชน์ของสังคมและประเทศในระยะยาว

ม.นเรศวร เดินหน้าพัฒนาระบบพลังงานสะอาดด้วยโครงการโซลาร์เซลล์ลอยน้ำ ยกระดับศักยภาพพลังงานหมุนเวียนสู่มหาวิทยาลัยสีเขียว

วันจันทร์ที่ 29 ธันวาคม 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวรเดินหน้าพัฒนาระบบพลังงานภายในมหาวิทยาลัยด้วยการติดตั้ง แผงโซลาร์เซลล์ลอยน้ำ (Floating Solar Panel หรือ Floating PV) บนพื้นที่สระสุริโยทัย ภายในเขตหอพักนิสิต NU Dorm โดยมีจำนวนแผงมากกว่า 3,200 แผ่น เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าสำหรับใช้ในมหาวิทยาลัย และเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนแนวทาง ส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งอยู่ในแผนงานเฟสแรกที่ มุ่งผลิตไฟฟ้ารวมกว่า 12 เมกะวัตต์ โดยประกอบด้วย Floating Solar Panel และ Solar Rooftop ที่ติดตั้งบนอาคารเรียนและอาคารปฏิบัติการต่าง ๆ

การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ลอยน้ำนี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้า เพราะผิวน้ำช่วยลดอุณหภูมิของแผง ทำให้แผงทำงานได้ดีขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดการระเหยของน้ำในบ่อ เป็นผลลัพธ์เชิงสิ่งแวดล้อมที่สนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่า ทั้งยังลดการใช้พื้นที่บนดินและไม่กระทบต่อกิจกรรมภายในมหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยนเรศวรมีพื้นที่แหล่งน้ำรวมกว่า 225 ไร่ คิดเป็น 16.24% ของพื้นที่ทั้งหมด ทำให้มีศักยภาพอย่างมากในการพัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียน โดยใช้ทรัพยากรจากแหล่งน้ำที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โครงการนี้จึงเป็นตัวอย่างของการบริหารพื้นที่อย่างสมดุลระหว่างการใช้งานจริงและการผลิตพลังงานทางเลือก

แหล่งน้ำสำคัญภายในพื้นที่มหาวิทยาลัย ได้แก่ สระเอกกษัตรี (ข้างอาคารจอดรถ ซ้ายมือทางเข้าหอสมุด), สระมณีรัตนา (บริเวณเทเลทับบี้ ตรงข้ามอาคารเอกประสงค์), สระบรมดิลก (ตรงข้ามคณะแพทยศาสตร์), สระสุริโยทัย (พื้นที่หอพักนิสิต NU Dorm), สระสองกษัตริย์ (บริเวณหอพระเทพรัตน์) และ สระสุพรรณกัลยา (ข้างสระว่ายน้ำสุพรรณกัลยา) ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นศักยภาพสำคัญในการพัฒนาระบบพลังงานสะอาดในอนาคต

การใช้พลังงานจาก แสงอาทิตย์ ทั้งในรูปแบบ Floating PV และ Solar Rooftop ไม่เพียงช่วยลดต้นทุนค่าไฟฟ้าของมหาวิทยาลัย แต่ยังลดการพึ่งพาพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล ส่งผลให้ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสอดคล้องกับแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่มุ่งเน้นการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

นอกจากนี้ การนำเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนเข้ามาใช้ในพื้นที่การศึกษา ยังช่วยสร้างแบบอย่างที่ดีให้กับนิสิต บุคลากร และสังคม ช่วยเสริมสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์พลังงาน การจัดการทรัพยากร และความสำคัญของการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด ซึ่งเป็นทิศทางสำคัญต่อการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

การเดินหน้าโครงการนี้ยังเป็นการวางรากฐานสู่การขยายศักยภาพด้านพลังงานหมุนเวียนในอนาคต ทั้งในด้านการวิจัย การเรียนการสอน และการพัฒนาพื้นที่ของมหาวิทยาลัยนเรศวรให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้าน พลังงานสะอาดและเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ที่สามารถรองรับการเติบโตของสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

ม.นเรศวร โชว์นวัตกรรมเครื่องทำปุ๋ยเศษอาหารพลังงานแสงอาทิตย์ ขับเคลื่อนการจัดการขยะอินทรีย์สู่เศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างยั่งยืน

วันจันทร์ที่ 29 ธันวาคม 2568 ดร.สุดาวดี ยะสะกะ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิชาการและประกันคุณภาพการศึกษา และอาจารย์ประจำกลุ่มสาขาวิชาอนามัยสิ่งแวดล้อม คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านสถานีวิทยุกระจายเสียงมหาวิทยาลัยนเรศวร FM 107.25 MHz ในรายการสุขกาย สบายใจ ดำเนินรายการโดย นายอดิเรก มีบุญ นักประชาสัมพันธ์ ถึงความสำเร็จในการพัฒนานวัตกรรม เครื่องทำปุ๋ยจากเศษอาหารพลังงานแสงอาทิตย์ใช้ในครัวเรือน ซึ่งปัจจุบันได้ดำเนินการยื่นจดอนุสิทธิบัตรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

การขับเคลื่อนนวัตกรรมชิ้นนี้มุ่งตอบโจทย์การ เพิ่มมูลค่า ให้กับวัสดุเหลือใช้ โดยเฉพาะ ขยะครัวเรือน และ ขยะจากโรงอาหาร ซึ่งเป็นปัญหาท้าทายในระดับชุมชนและสถานศึกษา โดยทีมวิจัยได้ผสานเทคโนโลยีพลังงานสะอาดเข้ากับกระบวนการจัดการ เพื่อมุ่งเน้นการ ลดการสูญเสียด้วยนวัตกรรมและพลังงานสะอาด พร้อมทั้งยกระดับประสิทธิภาพการจัดการทรัพยากรตามแนวทางการผลิตและการบริโภคที่รับผิดชอบ

ด้านประสิทธิภาพเชิงเทคนิค ตัวถังหมักได้รับการออกแบบให้มีความจุ 160 ลิตร โดดเด่นด้วยระบบ 2 ช่องแยกกัน (Dual Chamber) เพื่อสลับใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง รองรับน้ำหนักวัสดุหมักสูงสุดประมาณ 70 กิโลกรัมต่อรอบ เมื่อใส่เศษอาหารร่วมกับเศษใบไม้แห้ง กระบวนการย่อยสลายทางธรรมชาติจะช่วยลดปริมาตรลง 80-90% และให้น้ำหนักปุ๋ยหมักสำเร็จรูปประมาณ 15 ถึง 25 กิโลกรัมต่อการหมักเต็มถังหนึ่งรอบ

ศักยภาพของนวัตกรรมนี้สอดคล้องโดยตรงกับปริมาณขยะอินทรีย์และขยะเศษอาหารที่เกิดขึ้นภายในมหาวิทยาลัยนเรศวรตลอดปีพ.ศ. 2568 ซึ่งมีตัวเลขรวมสูงถึง 308.74 ตัน (โดยเฉพาะในเดือนสิงหาคมที่มีปริมาณขยะอินทรีย์พุ่งสูงถึง 40.03 ตัน) หากมีการนำเครื่องทำปุ๋ยพลังงานแสงอาทิตย์นี้ไปต่อยอดและขยายผลอย่างเต็มรูปแบบ จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับและแปรรูปขยะอินทรีย์จำนวนมหาศาลเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

การต่อยอดโครงการผ่านการนำเศษอาหารจากหอพักภายในมหาวิทยาลัยมาเข้าสู่ระบบหมักด้วยพลังงานสะอาด ช่วยเปลี่ยนขยะอาหารให้กลายเป็นปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง ซึ่งที่ผ่านมาได้พิสูจน์ผลสัมฤทธิ์ด้วยการนำไปใช้บำรุงแปลงเกษตรของมหาวิทยาลัย จนได้ผลผลิตทางการเกษตรที่เจริญเติบโตงอกงาม และสามารถเก็บเกี่ยวออกจำหน่ายเป็นผลผลิตฝีมือของนิสิตได้จริง

การขยายผลการใช้งานนวัตกรรมดังกล่าวจึงเป็นก้าวสำคัญที่ไม่เพียงแต่ช่วยลดภาระการกำจัดขยะอินทรีย์และขยะเศษอาหารภายในมหาวิทยาลัยเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้าง มูลค่าเพิ่ม ลดการสูญเสียทรัพยากร และสร้างวงจรเศรษฐกิจหมุนเวียนแบบปิดภายในรั้วสถาบัน พร้อมทั้งทำหน้าที่เป็นต้นแบบในการขับเคลื่อน มหาวิทยาลัยนเรศวร สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม

ความมุ่งมั่นในการวิจัยและพัฒนาของคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ในครั้งนี้ ถือเป็นเครื่องยืนยันถึงบทบาทของสถาบันอุดมศึกษาในการสร้างสรรค์เทคโนโลยีสะอาดที่ตอบโจทย์ปัญหาจริง พร้อมทั้งสร้างผลกระทบเชิงบวก (Impact) เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมของสังคมอย่างยั่งยืน

ม.นเรศวร จัดโครงการ World Stroke Day 2025 มุ่งยกระดับระบบบริการสุขภาพสู่ศูนย์โรคหลอดเลือดสมองครบวงจร

วันจันทร์ที่ 8 ธันวาคม 2568 คณะแพทยศาสตร์ และ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร จัดโครงการ World Stroke Day 2025 รุ่นที่ 1 ภายใต้หัวข้อ “Think Fast, Act Smart” เพื่อเสริมศักยภาพการดูแลผู้ป่วย Stroke ให้แก่ทีมสหสาขาวิชาชีพ บุคลากรทางการแพทย์ นิสิตแพทย์ และผู้สนใจ เพื่อขับเคลื่อนการดูแลผู้ป่วยอย่างมีคุณภาพ

การดำเนินกิจกรรมในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ผศ.พญ.พิริยา นฤขัตรพิชัย คณบดีคณะแพทยศาสตร์ เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย ผศ.พญ.ดวงนภารุ่งพิบูลย์โสภิษฐ์ หัวหน้าสาขาวิชาประสาทวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ เป็นผู้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ ณ ห้องประชุมเอกาทศรถ 9 ชั้น 3 อาคารสิรินธร โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร

โครงการดังกล่าวจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีโดยคณะกรรมการสหสาขาวิชาชีพโรคหลอดเลือดสมอง และสาขาวิชาประสาทวิทยา เพื่อให้บุคลากรได้รับองค์ความรู้ใหม่ที่ทันสมัยเกี่ยวกับการวินิจฉัยและการดูแลรักษา ซึ่งเป็นการสนับสนุนการสร้างหลักประกันการมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนเพื่อลดความสูญเสียด้านสาธารณสุข

กิจกรรมมุ่งเน้นการเพิ่มศักยภาพบุคลากรให้สามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ภายใต้แนวคิด Think Fast เพื่อให้สามารถวินิจฉัยโรคได้อย่างรวดเร็ว และ Act Smart เพื่อให้บริการตามระบบ Stroke Fast Track อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งกลไกเหล่านี้ช่วยลดอัตราการเสียชีวิตและความพิการในผู้ป่วยอย่างยั่งยืน

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร ได้รับรางวัลทั้งระดับชาติและนานาชาติจากความสำเร็จในการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง โดยมีความพร้อมของทีมอาจารย์แพทย์และทีมสหสาขาวิชาชีพที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ส่งผลให้ระบบการให้บริการมีความครอบคลุมและเกิดผลลัพธ์ที่ดีต่อคนไข้

ปัจจุบัน โรงพยาบาลได้ยกระดับความสามารถด้านการรักษาอย่างต่อเนื่อง โดยมีประสาทศัลยแพทย์อนุสาขารังสีร่วมรักษาเข้าร่วมทีม ช่วยเพิ่มศักยภาพในการให้บริการ Thrombectomy ทำให้โรงพยาบาลมีความพร้อมก้าวสู่การเป็น ศูนย์โรคหลอดเลือดสมองครบวงจร ตามมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข ผ่านความร่วมมือของเครือข่ายสหสาขาวิชาชีพเพื่อรองรับผู้ป่วยในระดับภูมิภาค

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวกำหนดจัดขึ้นจำนวน 2 รุ่น โดยผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมโครงการ World Stroke Day 2025 รุ่นที่ 2 ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 22 ธันวาคม 2568 ถือเป็นการขยายผลการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและการผนึกกำลังเครือข่ายวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์ระบบสาธารณสุขให้มีความมั่นคงต่อไป

ม.นเรศวร ร่วมงาน FoodX 2025 เชื่อมงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์

วันพุธที่ 3 ธันวาคม 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร นำโดยศาสตราจารย์ ดร.เภสัชกรหญิงกรกนก อิงคนินันท์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม พร้อมด้วยนางเจนจิต นาคปรีชา ผู้อำนวยการกองการวิจัยและนวัตกรรม นายภวัต ภาชนะ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการกองการถ่ายทอดเทคโนโลยีและบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา และนักวิจัยมหาวิทยาลัยนเรศวร เข้าร่วมงาน FoodX – Business of Food Forum – Premiumisation Day 2025 ณ ห้องบอลรูม ชั้น 1 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

งานดังกล่าวเป็นเวทีเสริมสร้างศักยภาพอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มสำเร็จรูปครบวงจร โดยถ่ายทอดกลยุทธ์ด้านการเพิ่มมูลค่าและความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่

กองการวิจัยและนวัตกรรมได้นำนักวิจัยมหาวิทยาลัยนเรศวรกว่า 13 คน เข้าร่วมกิจกรรม “Table Talk – R&D For Growth” เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และร่วมค้นหาแนวทางการพัฒนาระหว่างนักวิจัย ผู้ประกอบการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ภายในกิจกรรม มีนักวิจัยชั้นนำกว่า 100 คน จากเครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัยชั้นนำ จำนวน 8 มหาวิทยาลัย ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและสร้างเครือข่ายความร่วมมือ ซึ่งช่วยเชื่อมโยงศักยภาพด้านการวิจัย เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมในระดับประเทศ

กองการถ่ายทอดเทคโนโลยีและบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา ร่วมกับผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณิชากร คอนดี คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เจ้าของผลงาน “Biosurfactant สารลดแรงตึงผิวชีวภาพ” และบริษัท Origgin Ventures ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินงาน Venture Co-Creation ร่วมกับมหาวิทยาลัยนเรศวร ได้หารือกับภาคเอกชนเกี่ยวกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบ

การหารือกับคุณจิรศักดิ์ โรจนวงศ์ เจ้าของธุรกิจบริษัท นาโนโพลิส จำกัด และที่ปรึกษาด้านการจัดการนวัตกรรม มุ่งเน้นการนำผลิตภัณฑ์ต้นแบบไปทดสอบกับกลุ่มลูกค้า เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาประกอบการพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกัน ขณะเดียวกัน ได้หารือกับคุณวศิน รุ่งนิรันดรกุล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนา บริษัท นีโอ แฟคทอรี่ จำกัด และทีมงาน เกี่ยวกับการนำ Biosurfactant ไปทดสอบในผลิตภัณฑ์ของบริษัท

การเชื่อมโยงนักวิจัยกับภาคเอกชนในลักษณะดังกล่าวเป็นการเสริมสร้างระบบนิเวศนวัตกรรม ตั้งแต่การพัฒนาผลงานวิจัย การทดสอบต้นแบบ การรับฟังข้อมูลจากตลาด ไปจนถึงการต่อยอดสู่การผลิตและการใช้ประโยชน์จริง อันช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทย

การเข้าร่วมงาน FoodX 2025 สะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการสร้างความร่วมมือระดับประเทศ เพื่อ ผลักดันงานวิจัยของไทยสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์อย่างแท้จริง สนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านนวัตกรรมอาหาร การสร้างมูลค่าเพิ่มแก่ผลิตภัณฑ์ และการเติบโตของเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง

ม.นเรศวร พัฒนานวัตกรรม I-Sec Technology ยกระดับโปรตีนทางเลือกจากแมงสะดิ้งและไก่ สู่การผลิตอาหารแห่งอนาคตอย่างยั่งยืน

วันพุธที่ 10 ธันวาคม 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร โดย รองศาสตราจารย์ ดร.ขนิษฐา รุตรัตนมงคล ร่วมกับบริษัท ไทย เอนโท ฟู้ด จำกัด พัฒนา I-Sec Technology นวัตกรรมการสกัดโปรตีนจาก แมงสะดิ้ง (Acheta domesticus) และชิ้นส่วนไก่เหลือใช้ เพื่อเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบ ลดของเสียจากอุตสาหกรรมอาหาร และผลิตโปรตีนเข้มข้นที่มีความปลอดภัยและคุณค่าทางโภชนาการสูง รองรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มแห่งอนาคต

การพัฒนานวัตกรรมครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้การสนับสนุนของ คณะกรรมการนโยบายและอำนวยการพัฒนาเพื่อเสริมความมั่นคงของชาติ (นพช.) โดยมีเป้าหมายในการยกระดับจิ้งหรีดและชิ้นส่วนไก่เหลือใช้ให้เป็น “Super Protein” ที่ได้มาตรฐานสากล สอดคล้องกับแนวคิด เศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy) และสามารถตอบโจทย์ความท้าทายด้านความมั่นคงทางอาหารของโลกในอนาคต

หัวใจสำคัญของนวัตกรรมคือ I-Sec Technology ซึ่งเป็นเทคโนโลยีแยกโปรตีนจากจิ้งหรีดและไก่แบบอัตโนมัติครบวงจรแห่งแรกของโลก สามารถควบคุมอุณหภูมิ อัตราการป้อนวัตถุดิบ และค่าการทำงานต่าง ๆ ได้แบบ Real-time ช่วยให้กระบวนการผลิตมีความแม่นยำ ลดความผิดพลาด และรักษาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ให้มีความสม่ำเสมอ พร้อมทั้งใช้กระบวนการอุณหภูมิต่ำและสภาวะออกซิเจนต่ำเพื่อคงคุณค่าทางโภชนาการของโปรตีน

เทคโนโลยีดังกล่าวยังช่วยลดการใช้สารเคมี ประหยัดพลังงาน ลดระยะเวลาในการผลิต และใช้วัตถุดิบได้อย่างคุ้มค่าสูงสุด จนสามารถลดของเสียจากกระบวนการผลิตได้เกือบทั้งหมด สอดคล้องกับแนวคิด เทคโนโลยีสีเขียว และการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเปลี่ยนวัตถุดิบที่เคยเป็นของเหลือให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูงสำหรับอุตสาหกรรมอาหาร

ผลจากการพัฒนางานวิจัยได้นำไปสู่การสร้างผลิตภัณฑ์ Sixtein (ผงโปรตีนจิ้งหรีด) และ Chixtein (ผงโปรตีนไก่) ซึ่งเป็นวัตถุดิบโปรตีนทางเลือกที่สามารถนำไปต่อยอดในการผลิตอาหาร เครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ รองรับความต้องการของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับโภชนาการ ความปลอดภัย และความยั่งยืนของระบบอาหาร

รองศาสตราจารย์ ดร.ขนิษฐา รุตรัตนมงคล กล่าวว่า ประเทศไทยมีฟาร์มเลี้ยงแมลงมากกว่า 10,000 ฟาร์ม กระจายอยู่ทั่วประเทศ จึงมีศักยภาพในการพัฒนาจิ้งหรีดให้เป็นวัตถุดิบมูลค่าสูง โดยเลือกใช้ แมงสะดิ้ง หรือจิ้งหรีดสายพันธุ์ Acheta domesticus ซึ่งเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่ได้รับอนุญาตให้บริโภคในยุโรป ทำให้มีโอกาสต่อยอดสู่ตลาดสากล พร้อมทั้งใช้เทคโนโลยีเชิงลึก (Deep Tech) เพื่อยกระดับวัตถุดิบไทยให้สามารถแข่งขันในอุตสาหกรรมอาหารระดับโลก

ผลงานวิจัยดังกล่าวยังเป็นความสำเร็จของ รองศาสตราจารย์ ดร.ขนิษฐา รุตรัตนมงคล ในฐานะหนึ่งในนักวิจัยโครงการ RAN Top 100 ของเครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย (RUN Office) ซึ่งมุ่งผลักดันผลงานวิจัยที่มีศักยภาพให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง และยกระดับขีดความสามารถของอุตสาหกรรมอาหารไทยผ่านนวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูง พร้อมทั้ง ส่งเสริมต่อยอดสู่งานวิจัยเชิงพาณิชย์ เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการนำเทคโนโลยีไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ สร้างมูลค่าเพิ่มให้ธุรกิจ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมของประเทศอย่างยั่งยืน
ที่มาภาพและข่าว: ไทยโพสต์

ม.นเรศวร มอบใบประกาศนียบัตรเชิดชูเกียรติบุคลากรที่ได้รับการแต่งตั้งทางวิชาการและวิชาชีพ พร้อมชูบทบาทสำคัญของผู้หญิงในการขับเคลื่อนความสำเร็จอย่างยั่งยืน

วันจันทร์ที่ 15 ธันวาคม 2568 รศ. ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นประธานกล่าวเปิด โครงการประชุมรายงานความก้าวหน้ายกย่องเชิดชูเกียรติ และแสดงความยินดี กับบุคลากรที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ และดำรงตำแหน่งทางวิชาชีพ พร้อมทั้งให้เกียรติ มอบใบประกาศนียบัตรแสดงความยินดีกับบุคลากรที่ได้รับการแต่งตั้ง ณ ห้องประชุม 308 อาคารสำนักงานอธิการบดี ชั้น 3 มหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจแก่บุคลากรผู้ทุ่มเทปฏิบัติงานจนประสบความสำเร็จในเส้นทางวิชาชีพ

การจัดโครงการในครั้งนี้มีบุคลากรสายวิชาการที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการเข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 10 ท่าน และมีบุคลากรสายสนับสนุนที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาชีพในระดับที่สูงขึ้นเข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 7 ท่าน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบุคลากรในการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับมาตรฐานการปฏิบัติงานและการจัดการศึกษาของสถาบันให้มีความเป็นเลิศในทุกๆ ด้านอย่างแท้จริง

มหาวิทยาลัยนเรศวรได้เล็งเห็นถึงความสำคัญอย่างยิ่งในการสนับสนุนการขอตำแหน่งทางวิชาการของบุคลากรสายวิชาการและการขอตำแหน่งทางวิชาชีพของบุคลากรสายสนับสนุน ซึ่งถือเป็น ปัจจัยสำคัญของความสำเร็จในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา และการพัฒนาศักยภาพของมหาวิทยาลัยให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้นในระดับสากล เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางการเจริญเติบโตและการแข่งขันทางวิชาการในยุคปัจจุบัน

จากความสำคัญดังกล่าว มหาวิทยาลัยจึงได้กำหนด นโยบายในการติดตามความก้าวหน้าการขอตำแหน่งทางวิชาการ ของบุคลากรสายวิชาการและการขอตำแหน่งทางวิชาชีพของบุคลากรสายสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การบริหารงานภายในองค์กรสอดคล้องกับวิสัยทัศน์และพันธกิจในด้านต่างๆ ของมหาวิทยาลัย พร้อมทั้งขับเคลื่อนสถาบันให้สามารถแข่งขันทางด้านวิชาการได้ทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติอย่างมั่นคง

การดำเนินงานและการพัฒนาศักยภาพบุคลากรทุกกลุ่มยังเชื่อมโยงกับการขับเคลื่อนพันธกิจด้านความยั่งยืน โดยเฉพาะการให้ความสำคัญกับการจ้างงานที่มีคุณค่า การเติบโตทางเศรษฐกิจ และการสร้างความเท่าเทียม การส่งเสริมศักยภาพและการเปิดโอกาสให้บุคลากรทุกเพศสามารถเติบโตในสายอาชีพได้อย่างเท่าเทียม จึงเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งและการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับองค์กร

สอดคล้องกับข้อมูลสถิติด้านบุคลากรของมหาวิทยาลัยนเรศวร ทั้งในส่วนของผู้บริหารและบุคลากร ประจำปีการศึกษา 2568 ที่มีจำนวนบุคลากรทั้งสิ้น 5,028 คน (แบ่งเป็นบุคลากรหญิง 3,381 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 67.24 และบุคลากรชาย 1,647 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 32.76) ซึ่งในจำนวนนี้ประกอบด้วย บุคลากรสายวิชาการจำนวน 1,491 คน โดยมีผู้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ 828 คน และเมื่อเจาะลึกเฉพาะกลุ่มที่มีตำแหน่งทางวิชาการระดับ ศ., รศ., ผศ. พบว่าเป็น บุคลากรเพศหญิงจำนวน 473 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 54.8 ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึง บทบาทสำคัญของผู้หญิง ในการร่วมขับเคลื่อนภารกิจด้านวิชาการและการพัฒนาวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยให้บรรลุผลสำเร็จ

ความสำเร็จของบุคลากรทุกท่านในวันนี้ ไม่เพียงแต่เป็นความภาคภูมิใจส่วนบุคคลเท่านั้น แต่ยังตอกย้ำถึงศักยภาพอันทรงคุณค่าและการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความทุ่มเท ซึ่งสะท้อนผ่าน บทบาทของบุคลากรหญิง ในการร่วมขับเคลื่อนภารกิจของมหาวิทยาลัยให้บรรลุผลสำเร็จตามวิสัยทัศน์และพันธกิจที่ได้วางไว้ในทุกมิติอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อร่วมกันพัฒนาสังคมอุตสาหกรรม การศึกษา และประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืนสืบไป

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin