ม.นเรศวร โชว์นวัตกรรมเครื่องทำปุ๋ยเศษอาหารพลังงานแสงอาทิตย์ ขับเคลื่อนการจัดการขยะอินทรีย์สู่เศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างยั่งยืน
วันจันทร์ที่ 29 ธันวาคม 2568 ดร.สุดาวดี ยะสะกะ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิชาการและประกันคุณภาพการศึกษา และอาจารย์ประจำกลุ่มสาขาวิชาอนามัยสิ่งแวดล้อม คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านสถานีวิทยุกระจายเสียงมหาวิทยาลัยนเรศวร FM 107.25 MHz ในรายการสุขกาย สบายใจ ดำเนินรายการโดย นายอดิเรก มีบุญ นักประชาสัมพันธ์ ถึงความสำเร็จในการพัฒนานวัตกรรม เครื่องทำปุ๋ยจากเศษอาหารพลังงานแสงอาทิตย์ใช้ในครัวเรือน ซึ่งปัจจุบันได้ดำเนินการยื่นจดอนุสิทธิบัตรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
การขับเคลื่อนนวัตกรรมชิ้นนี้มุ่งตอบโจทย์การ เพิ่มมูลค่า ให้กับวัสดุเหลือใช้ โดยเฉพาะ ขยะครัวเรือน และ ขยะจากโรงอาหาร ซึ่งเป็นปัญหาท้าทายในระดับชุมชนและสถานศึกษา โดยทีมวิจัยได้ผสานเทคโนโลยีพลังงานสะอาดเข้ากับกระบวนการจัดการ เพื่อมุ่งเน้นการ ลดการสูญเสียด้วยนวัตกรรมและพลังงานสะอาด พร้อมทั้งยกระดับประสิทธิภาพการจัดการทรัพยากรตามแนวทางการผลิตและการบริโภคที่รับผิดชอบ
ด้านประสิทธิภาพเชิงเทคนิค ตัวถังหมักได้รับการออกแบบให้มีความจุ 160 ลิตร โดดเด่นด้วยระบบ 2 ช่องแยกกัน (Dual Chamber) เพื่อสลับใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง รองรับน้ำหนักวัสดุหมักสูงสุดประมาณ 70 กิโลกรัมต่อรอบ เมื่อใส่เศษอาหารร่วมกับเศษใบไม้แห้ง กระบวนการย่อยสลายทางธรรมชาติจะช่วยลดปริมาตรลง 80-90% และให้น้ำหนักปุ๋ยหมักสำเร็จรูปประมาณ 15 ถึง 25 กิโลกรัมต่อการหมักเต็มถังหนึ่งรอบ
ศักยภาพของนวัตกรรมนี้สอดคล้องโดยตรงกับปริมาณขยะอินทรีย์และขยะเศษอาหารที่เกิดขึ้นภายในมหาวิทยาลัยนเรศวรตลอดปีพ.ศ. 2568 ซึ่งมีตัวเลขรวมสูงถึง 308.74 ตัน (โดยเฉพาะในเดือนสิงหาคมที่มีปริมาณขยะอินทรีย์พุ่งสูงถึง 40.03 ตัน) หากมีการนำเครื่องทำปุ๋ยพลังงานแสงอาทิตย์นี้ไปต่อยอดและขยายผลอย่างเต็มรูปแบบ จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับและแปรรูปขยะอินทรีย์จำนวนมหาศาลเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
การต่อยอดโครงการผ่านการนำเศษอาหารจากหอพักภายในมหาวิทยาลัยมาเข้าสู่ระบบหมักด้วยพลังงานสะอาด ช่วยเปลี่ยนขยะอาหารให้กลายเป็นปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง ซึ่งที่ผ่านมาได้พิสูจน์ผลสัมฤทธิ์ด้วยการนำไปใช้บำรุงแปลงเกษตรของมหาวิทยาลัย จนได้ผลผลิตทางการเกษตรที่เจริญเติบโตงอกงาม และสามารถเก็บเกี่ยวออกจำหน่ายเป็นผลผลิตฝีมือของนิสิตได้จริง
การขยายผลการใช้งานนวัตกรรมดังกล่าวจึงเป็นก้าวสำคัญที่ไม่เพียงแต่ช่วยลดภาระการกำจัดขยะอินทรีย์และขยะเศษอาหารภายในมหาวิทยาลัยเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้าง มูลค่าเพิ่ม ลดการสูญเสียทรัพยากร และสร้างวงจรเศรษฐกิจหมุนเวียนแบบปิดภายในรั้วสถาบัน พร้อมทั้งทำหน้าที่เป็นต้นแบบในการขับเคลื่อน มหาวิทยาลัยนเรศวร สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม
ความมุ่งมั่นในการวิจัยและพัฒนาของคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ในครั้งนี้ ถือเป็นเครื่องยืนยันถึงบทบาทของสถาบันอุดมศึกษาในการสร้างสรรค์เทคโนโลยีสะอาดที่ตอบโจทย์ปัญหาจริง พร้อมทั้งสร้างผลกระทบเชิงบวก (Impact) เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมของสังคมอย่างยั่งยืน

