Archives 2025

ม.นเรศวร ต้อนรับคณะศึกษาดูงานด้านเทคโนโลยีการบำบัดน้ำเสีย เสริมสร้างองค์ความรู้ด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

วันอังคารที่ 23 กันยายน 2568 กองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร ให้การต้อนรับนิสิตชั้นปีที่ 3 คณะเกษตรศาสตร์ ภาควิชาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จำนวน 32 คน เข้าศึกษาดูงาน ณ สถานีบำบัดน้ำเสียส่วนกลาง มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณิชากร คอนดี อาจารย์ผู้รับผิดชอบรายวิชา 118305 เทคโนโลยีการบำบัดน้ำเสีย พร้อมด้วย นางสาวพรสวรรค์ กลมกลิ้ง นักวิทยาศาสตร์ นำคณะเข้าร่วมกิจกรรม

การศึกษาดูงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้นิสิตได้เรียนรู้ กระบวนการจัดการน้ำเสียและเทคโนโลยีการบำบัดน้ำเสีย จากการดำเนินงานจริงของมหาวิทยาลัย โดยเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางทฤษฎีกับการปฏิบัติ เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจด้านการจัดการทรัพยากรน้ำและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ

ภายในกิจกรรม คณะศึกษาดูงานได้เยี่ยมชมกระบวนการทำงานของสถานีบำบัดน้ำเสีย ตั้งแต่การรวบรวมน้ำเสีย การบำบัดในแต่ละขั้นตอน การควบคุมคุณภาพน้ำ และการติดตามประสิทธิภาพของระบบ เพื่อให้การบำบัดน้ำเสียเป็นไปตามมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม และลดผลกระทบต่อแหล่งน้ำและระบบนิเวศโดยรอบ

นอกจากนี้ นิสิตยังได้เรียนรู้การประยุกต์ใช้ เทคโนโลยีด้านสิ่งแวดล้อม ในการบริหารจัดการน้ำเสีย รวมถึงการนำข้อมูลจากการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำมาใช้ประกอบการวางแผนและพัฒนาระบบบำบัดน้ำเสียให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

กิจกรรมดังกล่าวยังเปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างบุคลากรกองอาคารสถานที่ คณาจารย์ และนิสิต ผ่านการอภิปรายและซักถามเกี่ยวกับการออกแบบ การบริหารจัดการ และการพัฒนาระบบบำบัดน้ำเสีย ช่วยเสริมสร้างประสบการณ์การเรียนรู้จากสถานที่ปฏิบัติงานจริง และพัฒนาทักษะด้านวิชาชีพของนิสิตให้พร้อมต่อการทำงานในอนาคต

การศึกษาดูงานครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่าง กองอาคารสถานที่ และ คณะเกษตรศาสตร์ ภาควิชาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในการบูรณาการการเรียนการสอนกับการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมของมหาวิทยาลัย ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ พร้อมทั้งเสริมสร้างความเข้าใจด้านการจัดการทรัพยากรน้ำ การบำบัดน้ำเสีย และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมบนพื้นฐานของการเรียนรู้จากสถานการณ์จริง

การดำเนินกิจกรรมของกองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร แสดงให้เห็นถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยในการเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการจัดการน้ำและสิ่งแวดล้อม ที่สนับสนุนการเรียนการสอน การบริการวิชาการ และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน เพื่อพัฒนาศักยภาพของนิสิต บุคลากร และสังคม พร้อมร่วมขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

ม.นเรศวร จัดกิจกรรม Social Entrepreneurship for Change ปั้นไอเดียสร้างอาชีพผู้พิการและผู้สูงอายุสู่ความยั่งยืน

วันอาทิตย์ที่ 7 กันยายน 2568 คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรมโครงการ “Social Entrepreneurship for Change: ปั้นไอเดียสร้างอาชีพคนพิการ ผู้สูงอายุที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ และคนดูแล” ณ โรงละคร อาคารเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษาบรมราชินีนาถ โดยมีเป้าหมายในการขับเคลื่อนการพัฒนาเชิงเศรษฐกิจและสังคมผ่านแนวคิดผู้ประกอบการทางสังคม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของกลุ่มเปราะบางในจังหวัดพิษณุโลก

กิจกรรมนี้มุ่งเน้นการ ส่งเสริมและสนับสนุนการจ้างงาน การสร้างอาชีพ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้พิการและผู้สูงอายุ รวมถึงการพัฒนาศักยภาพของผู้ดูแลให้สามารถมีบทบาทในการสร้างรายได้และความมั่นคงทางเศรษฐกิจ อันเป็นกลไกสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำและสร้างโอกาสทางอาชีพอย่างเท่าเทียม

ในช่วงเช้า ได้มีการบรรยายพิเศษในหัวข้อ “แนวทางการทำงานกับผู้พิการฯ ในชุมชน” โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ธีรพงษ์ บัวหล้า ซึ่งได้ถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการทำงานร่วมกับผู้พิการในมิติของชุมชน เน้นการสร้างการมีส่วนร่วม การพัฒนาเครือข่าย และการออกแบบกิจกรรมที่ตอบโจทย์บริบทพื้นที่อย่างยั่งยืน

ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้รับความรู้และแนวคิดที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาโครงการหรือกิจกรรมในชุมชน โดยเฉพาะการสร้าง ระบบสนับสนุนทางสังคมและเศรษฐกิจ ที่เอื้อต่อการดำรงชีวิตของผู้พิการและครอบครัว พร้อมทั้งเปิดโอกาสในการต่อยอดสู่การพัฒนาอาชีพและธุรกิจเพื่อสังคม

ช่วงสำคัญของงานคือการนำเสนอผลงาน Pitching จาก 6 ทีมสุดท้าย ที่ผ่านการคัดเลือกจากทั้งหมด 59 กลุ่ม โดยนำเสนอแนวคิดนวัตกรรมที่สามารถพัฒนาเป็นอาชีพจริงและสร้างรายได้อย่างยั่งยืน ภายใต้การพิจารณาของคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานภาครัฐและภาคีเครือข่ายในพื้นที่

ทีมที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ ได้แก่ “แก้วกัลยา – ขนมหินฝนทอง” “หมอนหลอดหอมสมุนไพรเพื่อสุขภาพ สร้างอาชีพอย่างยั่งยืน” “หมอนสมุนไพรเปลี่ยนเสียง” “Punch for Hope ปักความหวัง สร้างอนาคต” “ร้านค้าไร้เสียง” และ “น้ำพริกครัวหลังบ้าน: โครงการพัฒนาอาชีพสร้างรายได้เพื่อคนพิการและผู้สูงอายุ” ซึ่งล้วนสะท้อนถึงความคิดสร้างสรรค์และศักยภาพของนิสิตในการออกแบบนวัตกรรมเพื่อสังคม

ผลการตัดสินปรากฏว่า ทีม “แก้วกัลยา – ขนมหินฝนทอง” ได้รับรางวัลชนะเลิศ รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ “หมอนหลอดหอมสมุนไพรเพื่อสุขภาพ สร้างอาชีพอย่างยั่งยืน” และรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ “น้ำพริกครัวหลังบ้าน: โครงการพัฒนาอาชีพสร้างรายได้เพื่อคนพิการและผู้สูงอายุ” ซึ่งเป็นตัวอย่างของการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ

กิจกรรมครั้งนี้สะท้อนถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยในการเป็น พื้นที่บ่มเพาะนวัตกรรมทางสังคม และสร้างโอกาสให้เกิดการเชื่อมโยงระหว่างนิสิต ชุมชน และหน่วยงานภายนอก เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างมีส่วนร่วม อันนำไปสู่การสร้างความมั่นคงทางอาชีพ ลดความเหลื่อมล้ำ และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้พิการและผู้สูงอายุในระยะยาว

ม.นเรศวร เจ้าภาพจัดประชุมวิชาการ CGCM ด้านการแพทย์แผนจีนครั้งแรกในประเทศไทย ส่งเสริมสุขภาพและความร่วมมือวิจัยระดับโลก

วันอังคารที่ 19 สิงหาคม 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นเจ้าภาพหลักในการจัดการประชุมวิชาการนานาชาติ The 21st CGCM Meeting ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ระหว่างวันที่ 19 – 21 สิงหาคม 2568 ณ ศูนย์แสดงนิทรรศการและการจัดประชุมนานาชาติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (KNECC) จังหวัดพิษณุโลก โดยมีศาสตราจารย์ ดร.เภสัชกรหญิงกรกนก อิงคนินันท์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวต้อนรับ และศาสตราจารย์ ดร.เภสัชกรหญิงจารุภา วิโยชน์ เลขาธิการฝ่ายจัดงาน กล่าวรายงานต่อ Prof. Dr. Yung-Chi Cheng ประธาน Consortium for Globalization of Chinese Medicine (CGCM) ผู้กล่าวเปิดการประชุมอย่างเป็นทางการ

การประชุม CGCM เป็นเวทีระดับนานาชาติที่สำคัญในการ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และงานวิจัยด้านการแพทย์แผนจีน (Traditional Chinese Medicine: TCM) โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนายาสมุนไพรจีนและผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อมนุษยชาติ องค์กร CGCM ซึ่งก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 2003 ปัจจุบันมีสมาชิก 166 สถาบัน และภาคอุตสาหกรรมที่ร่วมเครือข่าย 29 แห่งจากทั่วโลก สะท้อนถึงพลังของความร่วมมือที่ครอบคลุมทั้งสถาบันการศึกษา หน่วยงานกำกับดูแล และอุตสาหกรรม

สำหรับการประชุมในครั้งนี้ มีการนำเสนอหัวข้อที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้ง การฝังเข็ม ชีวสารสนเทศศาสตร์ การวิจัยทางคลินิก ทรัพยากรยาสมุนไพร ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ กลไกทางเคมี กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง และความร่วมมือระหว่างภูมิภาค โดยเน้นย้ำการประยุกต์ใช้ความรู้ร่วมกันระหว่างภาควิชาการและภาคอุตสาหกรรม อันจะนำไปสู่การสร้างมาตรฐานและการพัฒนาที่ตอบสนองต่อปัญหาสุขภาพระดับโลก

การประชุมยังเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ นักวิชาการ นักวิจัย และนิสิตนักศึกษา ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกกับผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายประเทศ สร้างเครือข่ายการวิจัยใหม่ ๆ ที่สามารถนำไปต่อยอดในด้านการแพทย์แผนจีน การแพทย์พื้นบ้าน และผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ ซึ่งจะช่วยขยายโอกาสของการทำงานร่วมกันในระดับนานาชาติ

นอกจากการนำเสนอผลงานวิจัยแล้ว การประชุมครั้งนี้ยังมีความสำคัญในมิติของ การพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการแพทย์และสุขภาพ ทั้งในด้านวิชาการและการปฏิบัติจริง ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อการส่งเสริมสุขภาพของประชาชนในสังคม ผ่านการประยุกต์ใช้องค์ความรู้และนวัตกรรมให้เกิดประโยชน์เชิงปฏิบัติ

มหาวิทยาลัยนเรศวรในฐานะเจ้าภาพหลัก ได้แสดงบทบาทสำคัญในการผลักดันความร่วมมือระดับโลกด้านการแพทย์และการวิจัย เพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่และเสริมสร้างศักยภาพของประเทศไทยในเวทีนานาชาติ ตอกย้ำพันธกิจของมหาวิทยาลัยในการเชื่อมโยง งานวิจัยกับการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม

ท้ายที่สุด การประชุมวิชาการ CGCM Meeting ครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่ไม่เพียงแต่สนับสนุนการวิจัยด้านการแพทย์แผนจีน แต่ยังสร้างเครือข่ายความร่วมมือระดับโลก อันจะช่วยเสริมสร้างสังคมที่เข้มแข็งในการรับมือความท้าทายด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม นำไปสู่การพัฒนาที่มั่นคงและยั่งยืนในอนาคต

ม.นเรศวร จัดงานเกษตรนเรศวร ครั้งที่ 19 ส่งเสริมเกษตรยั่งยืนและการพัฒนาเมืองอย่างสมดุล

วันอังคารที่ 18 สิงหาคม 2568 คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดงาน งานเกษตรนเรศวร ครั้งที่ 19 ภายใต้แนวคิด “ผสานนวัตกรรม สร้างสรรค์โลกแห่งเกษตรดิจิทัล เพื่อความมั่งคั่ง ปลอดภัย และยั่งยืน” โดยมุ่งเน้นการสื่อสารองค์ความรู้ด้าน เกษตรยั่งยืน พร้อมเชื่อมโยงเทคโนโลยีสู่การพัฒนาชุมชนเกษตรในจังหวัดพิษณุโลกและพื้นที่ใกล้เคียง

ภายในงานมีการจัดแสดงผลผลิตทางการเกษตรจากเกษตรกรและผู้ประกอบการในท้องถิ่น ซึ่งรวมถึงต้นไม้หลากหลายพันธุ์ ไม้ยืนต้น พืชสวนครัว กล้วยไม้ รวมถึงสินค้าเกษตรคุณภาพ เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของการผลิตสินค้าเกษตรที่ปลอดภัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงวิถีการปลูกพืชอย่างยั่งยืนในชีวิตประจำวัน

การจัดแสดงพืชและต้นไม้ชนิดต่าง ๆ ภายในพื้นที่ยังช่วยส่งเสริมให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการเพิ่มพื้นที่สีเขียวทั้งในบ้านและสถานที่ทำงาน อันเป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาเมืองให้น่าอยู่ ช่วยลดความร้อนในเขตชุมชน ลดการใช้พลังงานในระบบปรับอากาศ และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้แก่ประชาชน

พื้นที่จำหน่ายสินค้าท้องถิ่น เสื้อผ้า งานหัตถกรรม อาหาร และสัตว์สวยงาม เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามผลักดันเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน ช่วยเพิ่มช่องทางการตลาดให้เกษตรกรรายย่อย ลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ และสร้างโอกาสให้ผู้ผลิตท้องถิ่นได้เข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง

นอกจากนี้ กิจกรรมยังมุ่งเน้นการเผยแพร่องค์ความรู้ด้านนวัตกรรมเกษตรสมัยใหม่ ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการพัฒนาภาคเกษตรให้สามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศ ความต้องการอาหารที่ปลอดภัย และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า อันเป็นหัวใจของการพัฒนาระบบอาหารที่ยั่งยืนในระยะยาว

การจัดงานในสถานที่ภายในมหาวิทยาลัยนเรศวรยังเป็นการใช้พื้นที่เพื่อสนับสนุนกิจกรรมที่สร้างคุณค่าให้ชุมชน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดการพัฒนาเมืองและพื้นที่การศึกษาให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และพัฒนาอย่างสมดุล พร้อมสนับสนุนการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน

งานเกษตรนเรศวร ครั้งที่ 19 ครั้งนี้ เป็นส่วนสำคัญของกระบวนการสร้างความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษา ชุมชน และภาคการผลิต โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการยกระดับภาคเกษตรของภูมิภาคให้มั่นคง มีคุณภาพ และสามารถพัฒนาไปสู่ระบบ เกษตรยั่งยืน ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านอาหาร ความเป็นอยู่ และการพัฒนาที่ยั่งยืนของเมืองและชุมชนในอนาคต

ม.นเรศวร ชวนร่วมกิจกรรม “ทิ้งเทิร์นให้โลกจำ Upvel 3” ลดขยะพลาสติก สร้างมหาวิทยาลัยสีเขียวอย่างยั่งยืน

มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยศูนย์จิตอาสาและงานพัฒนานิสิต เชิญชวนนิสิตและบุคลากรเข้าร่วมกิจกรรม “ทิ้งเทิร์นให้โลกจำ Upvel 3” เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการจัดการขยะพลาสติกอย่างยั่งยืน และส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านการคัดแยกและส่งต่อขวดพลาสติกเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลอย่างถูกต้อง อันเป็นการสร้างวัฒนธรรมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและรับผิดชอบร่วมกันภายในมหาวิทยาลัย

กิจกรรมเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมมีส่วนร่วมได้อย่างง่ายดาย โดยการถ่ายภาพขวดพลาสติกประเภท PET และ HDPE ที่แยกประเภทเรียบร้อย จากนั้นลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ พร้อมอัปโหลดภาพเข้าสู่แพลตฟอร์มของโครงการ ซึ่งระบบจะแสดงจำนวนขวดพลาสติกที่ผู้เข้าร่วมสามารถนำกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้ ช่วยให้ทุกคนเห็นผลลัพธ์ของการมีส่วนร่วมในการลดปริมาณขยะพลาสติกอย่างเป็นรูปธรรม

การคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทางถือเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพของ เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยช่วยลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปกำจัด ลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติในการผลิตวัสดุใหม่ และเพิ่มโอกาสในการนำพลาสติกกลับมาใช้ประโยชน์อีกครั้ง ซึ่งมีส่วนช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการผลิตและการกำจัดของเสีย รวมทั้งลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระยะยาว

มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับการพัฒนา มหาวิทยาลัยสีเขียว (Green University) โดยส่งเสริมการจัดการของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการสร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมให้แก่นิสิตและบุคลากร ผ่านกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และร่วมกันลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว

นอกจากการรณรงค์ด้านการคัดแยกขยะแล้ว กิจกรรมยังเป็นเวทีในการสร้าง เครือข่ายความร่วมมือ ระหว่างมหาวิทยาลัย ภาคเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม เพื่อร่วมกันผลักดันแนวทางการรีไซเคิล การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการพัฒนาระบบบริหารจัดการขยะที่สามารถขยายผลสู่ระดับชุมชนและสังคมได้อย่างยั่งยืน

ข้อมูลที่ได้จากการดำเนินกิจกรรมสามารถนำไปใช้ในการวิเคราะห์พฤติกรรมการคัดแยกขยะ ประเมินประสิทธิภาพของการจัดการของเสีย และใช้เป็นข้อมูลประกอบการวางแผนพัฒนาระบบบริหารจัดการขยะของมหาวิทยาลัย รวมทั้งสนับสนุนการกำหนดมาตรการและกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมที่ตอบโจทย์การลดของเสียและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

กิจกรรม “ทิ้งเทิร์นให้โลกจำ Upvel 3” จึงเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการสร้างการมีส่วนร่วมของนิสิตและบุคลากรมหาวิทยาลัยนเรศวรในการจัดการขยะพลาสติกอย่างเป็นระบบ ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และร่วมกันขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ผ่านการลงมือปฏิบัติที่สามารถสร้างผลลัพธ์เชิงบวกให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

ม.นเรศวร จัดอบรมเสริมสร้างความตระหนักรู้ด้านสุขภาวะจิต พัฒนาศักยภาพบุคลากรเพื่อการดูแลนิสิตอย่างรอบด้าน

วันจันทร์ที่ 4 สิงหาคม 2568 งานกิจการนิสิตและศิษย์เก่าสัมพันธ์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรมอบรมด้านสุขภาวะจิต ภายใต้หัวข้อ “เสริมสร้างความตระหนักรู้ด้านสุขภาวะจิตของนิสิต” เพื่อพัฒนาความรู้ ความเข้าใจ และทักษะของบุคลากรในการดูแลนิสิตทั้งด้านอารมณ์ จิตใจ และพฤติกรรม อันเป็นพื้นฐานสำคัญของการสร้างคุณภาพชีวิตและการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพในระดับอุดมศึกษา

ในการนี้ ได้รับเกียรติจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สัญญา เครือหงษ์ รองคณบดีฝ่ายกิจการนิสิตและศิษย์เก่าสัมพันธ์ กล่าวต้อนรับวิทยากรและผู้เข้าร่วมอบรม พร้อมกล่าวถึงความสำคัญของการส่งเสริมสุขภาวะจิตของนิสิต ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนให้เติบโตได้อย่างสมบูรณ์ทั้งด้านวิชาการ การใช้ชีวิต และการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคม

การอบรมได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากมหาวิทยาลัยมหิดล ประกอบด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์สมบูรณ์ หทัยอยู่สุข อาจารย์ประจำสาขาวิชาจิตเวชเด็กและวัยรุ่น ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล คุณแกมแก้ว โบษกรนัฏ นักจิตวิทยา กองกิจการนักศึกษา และ คุณกุณฑลีพร ศรีจันทร์ นักกิจกรรมบำบัด ศูนย์บูรณาการคลินิกเด็กและวัยรุ่น สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว ซึ่งร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านการส่งเสริมสุขภาพจิตของนิสิตในระดับอุดมศึกษา

เนื้อหาการอบรมประกอบด้วยการบรรยายและกิจกรรมเชิงปฏิบัติการในประเด็นสำคัญ ได้แก่ การตระหนักรู้ด้านสุขภาวะจิตของนิสิต เทคนิคการให้คำปรึกษาและแนวทางการดูแลนิสิต กิจกรรม “Perspective Shift” เพื่อสร้างความเข้าใจในความหลากหลายของผู้เรียน และกิจกรรม “Simulation Teaching for All” ที่มุ่งพัฒนาทักษะด้านการสื่อสาร การสอน และการดูแลนิสิตแบบองค์รวม ซึ่งช่วยให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กิจกรรมครั้งนี้มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรให้สามารถ ส่งเสริมการดูแลและสนับสนุนนิสิตอย่างเข้าใจและเหมาะสม โดยคำนึงถึงความแตกต่างของผู้เรียนแต่ละคน ทั้งในด้านอารมณ์ พฤติกรรม และบริบททางสังคม เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างเหมาะสม ทันเวลา และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นิสิตในการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัย

คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ให้ความสำคัญกับการสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่เอื้อต่อการพัฒนาศักยภาพของนิสิตอย่างรอบด้าน ผ่านการเสริมสร้างความรู้ด้านสุขภาวะจิต การพัฒนาทักษะของบุคลากรผู้ปฏิบัติงาน และการบูรณาการองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขา เพื่อยกระดับคุณภาพการดูแลนิสิตและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต

การจัดอบรมในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการพัฒนาระบบการดูแลนิสิตที่ครอบคลุมทั้งด้านวิชาการและสุขภาวะ โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพบุคลากร การสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับสถาบันชั้นนำ และการนำองค์ความรู้ด้านสุขภาพจิตมาประยุกต์ใช้ในการจัดการศึกษา เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ การใช้ชีวิต และการเติบโตของนิสิตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน

ม.นเรศวร ร่วมขับเคลื่อนสถาบันอุดมศึกษาปลอดบุหรี่ สร้างเครือข่ายสุขภาวะอย่างยั่งยืน

วันพฤหัสบดีที่ 31 กรกฎาคม 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร เข้าร่วม การประชุมปฏิบัติการคณะทำงานขับเคลื่อนสถาบันอุดมศึกษาปลอดบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบครอบคลุมและยั่งยืน ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 กรกฎาคม – 1 สิงหาคม 2568 ณ ห้องประชุมราชาวดี โรงแรมแกรนด์ริเวอร์ไซด์โฮเทล จังหวัดพิษณุโลก โดยได้รับเกียรติจาก ดร.จารุวรรณ แดงบุบผา ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิต เป็นประธานเปิดการประชุม เพื่อร่วมกำหนดแนวทางการสร้าง สถาบันอุดมศึกษาปลอดบุหรี่ และยกระดับการดำเนินงานด้านสุขภาวะในสถาบันอุดมศึกษา

การประชุมครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจาก สถาบันอุดมศึกษาในภาคเหนือตอนล่าง จำนวน 19 แห่ง เพื่อร่วมกันแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวทางการดำเนินงานในการป้องกันและควบคุมการใช้บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์ยาสูบ โดยมุ่งเน้นการพัฒนานโยบายและมาตรการที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างเป็นรูปธรรมภายในแต่ละสถาบัน

มหาวิทยาลัยนเรศวรนำโดย นายกัณต์กวี วิมุติ รักษาการผู้อำนวยการกองกิจการนิสิต พร้อมหัวหน้างานพัฒนานิสิตและบุคลากร เข้าร่วมการประชุมอย่างพร้อมเพรียง เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเอื้อต่อการมีสุขภาวะที่ดีของนิสิตและบุคลากร พร้อมทั้งร่วมพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือด้านการควบคุมยาสูบในระดับอุดมศึกษา

นอกจากนี้ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ยังส่งอาจารย์และนิสิต จำนวน 4 คน เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้านการส่งเสริมสุขภาพ การให้ความรู้เกี่ยวกับผลกระทบของบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ตลอดจนร่วมสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการป้องกันปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพในกลุ่มเยาวชนและประชาคมมหาวิทยาลัย

การประชุมปฏิบัติการครั้งนี้มุ่งเน้นการพัฒนากลไกการดำเนินงานในระดับสถาบัน ทั้งด้านการกำหนดนโยบาย การสื่อสารสร้างความตระหนัก การพัฒนาศักยภาพบุคลากร และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถาบันอุดมศึกษา เพื่อขับเคลื่อน สถาบันอุดมศึกษาปลอดบุหรี่ ให้เกิดผลอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน รวมถึงรองรับการเปลี่ยนแปลงของรูปแบบผลิตภัณฑ์ยาสูบในปัจจุบัน

มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และการใช้ชีวิตที่ปลอดภัย โดยสนับสนุนการดำเนินงานด้านการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันพฤติกรรมเสี่ยง และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา และภาคีเครือข่าย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของนิสิต บุคลากร และสังคมโดยรวม

การเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้สะท้อนถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการเป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาสุขภาวะของประชาคมมหาวิทยาลัย ผ่านการบูรณาการความร่วมมือระหว่างสถาบันอุดมศึกษาและภาคีเครือข่าย เพื่อร่วมกันสร้าง สถาบันอุดมศึกษาปลอดบุหรี่ ที่มีมาตรฐาน สนับสนุนการมีสุขภาพที่ดี ลดปัจจัยเสี่ยงจากการใช้ยาสูบ และสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ที่มีคุณภาพและยั่งยืนในระยะยาว

ม.นเรศวร สนับสนุนการตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ไร่อ้อย จ.กำแพงเพชร เสริมการพัฒนาเกษตรอย่างยั่งยืน

วันอังคารที่ 1 กรกฎาคม 2568 สถานพัฒนามาตรฐานและการรับรอง (OASSAR) มหาวิทยาลัยนเรศวร ลงพื้นที่ให้บริการวิชาการ ณ พื้นที่ไร่อ้อยบริเวณใกล้ฐานผลิต ตำบลโนนพลวง อำเภอลานกระบือ จังหวัดกำแพงเพชร เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานโครงการเอส 1 ของบริษัท ปตท.สผ.สยาม จำกัด โดยมุ่งเน้นการให้คำปรึกษาด้านการตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมและการเก็บตัวอย่างภาคสนามอย่างเป็นระบบ

การลงพื้นที่ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้คำปรึกษาด้านการเก็บตัวอย่างสำหรับการวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ พร้อมทั้งประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อให้การตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เป็นไปอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ และสามารถนำข้อมูลไปใช้ประกอบการบริหารจัดการพื้นที่ รวมถึงติดตามการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การดำเนินงานได้รับความร่วมมือจากคณาจารย์และผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยนเรศวร ประกอบด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.ธนัชสัณห์ พูนไพบูลย์พิพัฒน์ ภาควิชาวิทยาศาสตร์การเกษตร ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กฤษฎา ภาณุมนต์วาที ผู้จัดการวิชาการด้านเคมีสิ่งแวดล้อม ดร.เกศินี เอี่ยมสะอาด ผู้จัดการวิชาการด้านเคมี ตลอดจนนักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่ นางสาวปิยธิดา อินทฤทธิ์ และนางสาวนัทฐาภรณ์ เฮือนตัน ซึ่งร่วมปฏิบัติงานภาคสนามและให้คำแนะนำด้านวิชาการอย่างใกล้ชิด

คณะผู้เชี่ยวชาญได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับกระบวนการเก็บตัวอย่าง การจัดการตัวอย่าง การควบคุมคุณภาพในการตรวจวิเคราะห์ และแนวทางการประเมินข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ผลการวิเคราะห์มีความถูกต้อง น่าเชื่อถือ และสามารถใช้เป็นข้อมูลสนับสนุนการตัดสินใจด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้อย่างเหมาะสม

การบูรณาการองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์การเกษตร เคมี และเคมีสิ่งแวดล้อมในครั้งนี้ สะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการนำองค์ความรู้ทางวิชาการไปสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมและภาคการเกษตร ผ่านการให้บริการวิชาการที่ตอบสนองต่อความต้องการของพื้นที่ พร้อมส่งเสริมการใช้ข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์ในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ การดำเนินงานยังช่วยสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย ภาคเอกชน และผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านการตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม พัฒนาแนวทางการติดตามและเฝ้าระวังคุณภาพสิ่งแวดล้อม และเสริมสร้างศักยภาพของบุคลากรในการประยุกต์ใช้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เพื่อการบริหารจัดการพื้นที่อย่างยั่งยืน

การลงพื้นที่ในครั้งนี้สะท้อนถึงพันธกิจของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการนำองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์มาสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการติดตามและประเมินคุณภาพสิ่งแวดล้อม การใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์ประกอบการบริหารจัดการ และการสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับการพัฒนาอุตสาหกรรมและภาคการเกษตรควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ม.นเรศวร ร่วมสถานกงสุลอินเดีย จัดวันโยคะสากล ครั้งที่ 11 ส่งเสริมสุขภาพกายและจิตใจที่สมดุล

วันพฤหัสบดีที่ 26 มิถุนายน 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกับสถานกงสุลอินเดีย ประจำจังหวัดเชียงใหม่ จัดกิจกรรม “วันโยคะสากล ครั้งที่ 11 (11th International Day of Yoga)” ณ อาคารอเนกประสงค์ ชั้น 2 มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภาณุ พุทธวงศ์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน และได้รับเกียรติจาก นายทวี เสริมภักดีกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานในพิธีเปิด ท่ามกลางผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร นิสิต และผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 100 คน

กิจกรรมวันโยคะสากลจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม โดยใช้ศาสตร์โยคะเป็นแนวทางในการสร้างความสมดุลของร่างกายและจิตใจ ควบคู่กับการสร้างความตระหนักถึงการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการมีคุณภาพชีวิตที่ดี ทั้งยังสะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยในการสนับสนุนการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะที่ดีของประชาคมมหาวิทยาลัย

ภายในกิจกรรม ผู้เข้าร่วมได้ร่วมฝึกปฏิบัติโยคะและเทคนิคการหายใจที่ถูกต้อง ซึ่งช่วยเพิ่มความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของร่างกาย ส่งเสริมการทำงานของระบบไหลเวียนโลหิตและระบบหายใจ พร้อมช่วยลดอาการเมื่อยล้าจากการทำงานและการเรียน อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมการออกกำลังกายที่สามารถนำไปปฏิบัติได้ในชีวิตประจำวัน

การฝึกโยคะยังมีส่วนช่วยในการผ่อนคลายความเครียด ลดความวิตกกังวล เสริมสร้างสมาธิ และช่วยให้จิตใจสงบมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้ นอนหลับได้อย่างมีคุณภาพ ส่งผลให้ร่างกายสามารถฟื้นฟูได้อย่างเต็มที่ เพิ่มประสิทธิภาพในการเรียน การทำงาน และการใช้ชีวิตประจำวัน อันเป็นแนวทางสำคัญในการ ส่งเสริมสุขภาพกายและจิตใจที่สมดุล

นอกจากการส่งเสริมสุขภาพของผู้เข้าร่วมแล้ว กิจกรรมครั้งนี้ยังสะท้อนความร่วมมืออันดีระหว่างมหาวิทยาลัยนเรศวรกับสถานกงสุลอินเดีย ประจำจังหวัดเชียงใหม่ ในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านสุขภาพและวัฒนธรรม ส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างประเทศ และเปิดโอกาสให้ประชาคมมหาวิทยาลัยได้เรียนรู้ศาสตร์การดูแลสุขภาพที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของนิสิตและบุคลากร ผ่านการจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมการออกกำลังกาย การดูแลสุขภาพจิต และการสร้างสมดุลในการใช้ชีวิต ควบคู่กับการพัฒนาพื้นที่การเรียนรู้และกิจกรรมที่เอื้อต่อการสร้างสังคมมหาวิทยาลัยที่มีคุณภาพ มีความสุข และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

การจัดงานวันโยคะสากล ครั้งที่ 11 ในครั้งนี้ สะท้อนถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการส่งเสริมการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน การสร้างสังคมแห่งสุขภาวะ และการพัฒนาวิถีชีวิตที่สมดุลของประชาคมมหาวิทยาลัย โดยมุ่งหวังให้ทุกคนเห็นความสำคัญของการดูแลสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต และร่วมสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ที่มีความสุขและยั่งยืนต่อไป

ม.นเรศวร ยกระดับมาตรฐานการดูแลสุขภาพการนอนหลับ สู่ศูนย์ตรวจการนอนหลับแห่งแรกในภาคเหนือตอนล่างที่ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับประเทศ

ศูนย์ตรวจการนอนหลับ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร ได้รับการรับรองมาตรฐานอย่างเป็นทางการจากสมาคมโรคนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับแห่งประเทศไทย (Accredited Sleep Center) และราชวิทยาลัยโสต ศอ นาสิกแพทย์แห่งประเทศไทย นับเป็นศูนย์ตรวจการนอนหลับแห่งแรกในภาคเหนือตอนล่างที่ผ่านการรับรองคุณภาพระดับประเทศ สะท้อนถึงความพร้อมและศักยภาพของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ในการยกระดับบริการด้านสุขภาพการนอนหลับให้ได้มาตรฐานสากล

ศูนย์ตรวจการนอนหลับแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นเพื่อรองรับผู้ป่วยที่มีภาวะผิดปกติของการนอน เช่น โรคนอนกรน ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ และปัญหาคุณภาพการนอนหลับอื่น ๆ โดยมีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโสต ศอ นาสิกวิทยา แพทย์เฉพาะทางด้านการนอนหลับ และบุคลากรสหสาขาวิชาชีพที่ผ่านการอบรมเฉพาะทาง เพื่อให้การดูแล วินิจฉัย และรักษาเป็นไปตามมาตรฐานทางการแพทย์อย่างครบวงจร

ในโอกาสนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ แพทย์หญิงมัณฑนา ประกาศสัจธรรม และแพทย์หญิงอริสา ด่วนทวีสุข อาจารย์ประจำภาควิชาโสต ศอ นาสิกวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นผู้แทนศูนย์ฯ เข้ารับใบประกาศนียบัตรรับรองคุณภาพ (Certificate) ภายในงานประชุมวิชาการสมาคมโรคนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับ ประจำปี 2568 ณ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2568 ซึ่งเป็นเวทีสำคัญที่รวบรวมผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัยด้านการนอนหลับจากทั่วประเทศ

ความสำเร็จในครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการพัฒนาศักยภาพทางการแพทย์และการบริการสุขภาพของมหาวิทยาลัยนเรศวร ที่ไม่เพียงแต่ให้การรักษาเท่านั้น แต่ยังมุ่งเน้นการส่งเสริมโปรแกรมด้านการนอนหลับ และสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการนอนหลับที่มีคุณภาพในกลุ่มบุคลากรและประชาชนทั่วไป เพื่อป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และเสริมสร้างสุขภาพกายใจที่ดีในระยะยาว

การดำเนินงานของศูนย์ตรวจการนอนหลับ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร ยังสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านสุขภาพ โดยเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตผ่านการดูแลสุขภาวะการนอนอย่างมีระบบ และการให้คำปรึกษาที่ครอบคลุมทั้งการรักษา การป้องกัน และการปรับพฤติกรรมการนอนที่เหมาะสม ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ เบาหวาน และภาวะซึมเศร้าที่มักเกิดจากการนอนหลับไม่เพียงพอ

นอกจากนี้ ศูนย์ฯ ยังมุ่งเน้นการเผยแพร่ความรู้แก่ประชาชนและบุคลากรทางการแพทย์ ผ่านการจัดอบรม เวิร์กช็อป และการให้คำแนะนำเชิงป้องกันในชุมชน เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาการนอนและแนวทางการปรับพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้อง โดยส่งเสริมให้การนอนหลับและการฝึกสติ (Mindfulness) เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตที่สมดุล

ด้วยความมุ่งมั่นและการทำงานอย่างต่อเนื่อง ศูนย์ตรวจการนอนหลับ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร จึงเป็นต้นแบบของการให้บริการสุขภาพแบบองค์รวม ที่ผสมผสานองค์ความรู้ทางการแพทย์เข้ากับการส่งเสริมสุขภาวะด้านจิตใจ เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้แก่สังคมไทยอย่างยั่งยืน

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ยังคงยึดมั่นในพันธกิจ “โรงเรียนแพทย์ระดับโลก เพื่อสร้างสังคมที่มีสุขภาพที่ดี” พร้อมเดินหน้าพัฒนาองค์ความรู้ด้านสุขภาพ การวิจัย และการบริการทางการแพทย์ เพื่อยกระดับสุขภาวะของประชาชนในทุกมิติอย่างต่อเนื่อง

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin