Archives September 2023

ม.นเรศวร ร่วมหารือจัดทำหลักสูตรต้านทุจริตศึกษา หลักสูตรอุดมศึกษา (วัยใส ใจสะอาด)

ม.นเรศวร ต้อนรับคณะกรรมาธิการศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริต ประพฤติมิชอบและเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2566 ดร.จรัสดาว คงเมือง รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานิสิต ศิษย์เก่า และศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ให้การต้อนรับ นายประสิทธิ์ ปทุมารักษ์รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สอง คณะกรรมาธิการศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริต ประพฤติมิชอบและเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา และคณะ เนื่องในโอกาสพบปะหารือเรื่องการจัดการเรียนการสอนหลักสูตรต้านทุจริตศึกษา หลักสูตรอุดมศึกษา (วัยใส ใจสะอาด) ณ ห้องประชุมสุพรรณกัลยา 3 อาคารสำนักงานอธิการบดี ชั้น 3 มหาวิทยาลัยนเรศวร

ที่มา: งานประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านนักศึกษาทุน กยศ. เสริมสร้างโอกาสการศึกษาและพัฒนาอนาคต

การติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของหลักสูตรผู้ช่วยพยาบาลภายใต้โครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงในวันที่ 7-8 กันยายน 2566 ที่จัดขึ้นโดยคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร นับเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการดำเนินงานที่สอดคล้องกับ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะ SDG 4: การศึกษาที่มีคุณภาพ, SDG 5: ความเท่าเทียมทางเพศ, และ SDG 8: การงานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการส่งเสริมการศึกษาและการพัฒนาอาชีพที่ยั่งยืนให้กับนักศึกษาทุกคน

การดำเนินงานของโครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงและหลักสูตรผู้ช่วยพยาบาลในคณะพยาบาลศาสตร์ มีการพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้สอดคล้องกับมาตรฐานอาชีพและความต้องการของตลาดแรงงาน ทั้งยังมีการสร้างโอกาสให้นักศึกษาได้ฝึกทักษะในด้านต่างๆ เช่น การดูแลความเป็นอยู่และสวัสดิภาพของนักศึกษา รวมถึงการจัดการเรียนการสอนที่ตอบโจทย์กับสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งส่งผลต่อการเสริมสร้างทักษะและความรู้ที่จำเป็นสำหรับการประกอบอาชีพได้อย่างมีคุณภาพ

การติดตามและประเมินผลในครั้งนี้ช่วยให้คณะพยาบาลศาสตร์สามารถนำผลการประเมินมาใช้ในการปรับปรุงหลักสูตรให้เหมาะสมและทันสมัยยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้การศึกษาเป็นไปตามเป้าหมายของ SDG 4: การศึกษาที่มีคุณภาพ โดยมุ่งเน้นให้การเรียนการสอนเป็นไปในทิศทางที่ตอบสนองความต้องการของผู้เรียนและตลาดงานในอาชีพด้านการพยาบาลอย่างยั่งยืน

การให้โอกาสแก่ผู้เรียนในหลักสูตรผู้ช่วยพยาบาลทั้งในด้านการเรียนและการพัฒนาทักษะต่างๆ ถือเป็นการส่งเสริม SDG 5: ความเท่าเทียมทางเพศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวงการสาธารณสุขที่มักมีการจ้างงานในรูปแบบที่คำนึงถึงความเท่าเทียมและไม่แบ่งแยกทางเพศ การพัฒนาทักษะที่เหมาะสมกับงานในสายอาชีพนี้ ช่วยเสริมสร้างโอกาสทางการศึกษาที่เท่าเทียมสำหรับนักศึกษาทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเพศใด

การสัมภาษณ์และเยี่ยมบ้านนักศึกษาทุน กยศ. จำนวน 3 ราย ยังช่วยให้คณะพยาบาลศาสตร์ได้ทราบถึงสภาพความเป็นอยู่ของนักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และสามารถพัฒนามาตรการสนับสนุนเพื่อเพิ่มโอกาสทางการศึกษาสำหรับนักศึกษาที่อาจประสบปัญหาทางการเงิน ส่งผลให้การศึกษามีความยั่งยืนและเท่าเทียมสำหรับทุกคน

การสร้างโอกาสการมีงานทำและการเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นอีกหนึ่งจุดมุ่งหมายหลักของหลักสูตรผู้ช่วยพยาบาล ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากโครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง โดยการเชื่อมโยงการศึกษาและทักษะที่นักศึกษาได้รับกับการพัฒนาอาชีพในอนาคต นักศึกษาที่จบจากหลักสูตรนี้จะมีโอกาสในการหางานทำในสายงานพยาบาลหรือสาขาที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นการสนับสนุน SDG 8: การงานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ การศึกษาที่ตอบโจทย์ตลาดแรงงานและการสร้างทักษะทางอาชีพให้กับนักศึกษานั้นช่วยให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนและช่วยลดปัญหาความยากจนในระยะยาว

การที่คณะพยาบาลศาสตร์มีการติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่องไม่เพียงแต่ช่วยในการพัฒนาหลักสูตรให้ตรงกับความต้องการของผู้เรียนและสถานประกอบการเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้าง วัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้ ที่สามารถปรับตัวและพัฒนาได้ตามการเปลี่ยนแปลงของสังคมและตลาดแรงงาน การรับฟังความคิดเห็นจากนักศึกษาและอาจารย์ที่ปรึกษาผ่านการสัมภาษณ์และเยี่ยมบ้านช่วยให้คณะพยาบาลศาสตร์เข้าใจถึงปัญหาของนักศึกษาในเชิงลึก และสามารถออกแบบมาตรการสนับสนุนที่ตรงประเด็นได้

ที่มา: คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

สัมมนานักวิชาการระดับนานาชาติ SOFT POWER: THE CULTURAL DIPOMACY

การสัมมนานักวิชาการระดับนานาชาติด้านอารยธรรมศึกษา ซึ่งจัดขึ้นโดย วารสารอารยธรรมศึกษา โขง-สาละวิน ร่วมกับ กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นเวทีสำคัญในการ ส่งเสริมความร่วมมือทางวิชาการ และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระดับนานาชาติ กิจกรรมนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการขับเคลื่อนสังคมด้วยพลังแห่งความรู้และความเข้าใจระหว่างวัฒนธรรม เพื่อสร้างความเท่าเทียม ความอยู่ร่วมกันอย่างสันติ และการพัฒนาที่ยั่งยืนของสังคมโลก

การสัมมนาครั้งนี้มีหัวข้อการนำเสนอที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งมิติของวัฒนธรรม ศิลปะ และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เช่น “Process of Korean Wave Development as a Key Driver for Economic Growth” และ “Music for Healing Society” ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการใช้พลังของศิลปะและวัฒนธรรมในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน การเปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมจากหลากหลายสาขาได้แลกเปลี่ยนมุมมองจึงเป็นการสร้างองค์ความรู้ใหม่ที่สามารถนำไปต่อยอดในระดับท้องถิ่นและนานาชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หัวข้อ “The Transformative Potential of Small-Scale Community Events: an LGBTQIA+ Perspective” โดย Dr. Williem Coetzee จาก Western Sydney University, Australia เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการสร้างสังคมที่เท่าเทียมและยอมรับความหลากหลาย ผ่านการศึกษาบทบาทของกิจกรรมชุมชนขนาดเล็กในมิติของกลุ่ม LGBTQIA+ การนำเสนอหัวข้อนี้ช่วยให้เกิดความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นต่อประเด็นความเสมอภาคทางสังคม ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของการลดความเหลื่อมล้ำในทุกมิติของสังคม

นอกจากนี้ การสัมมนายังเปิดเวทีให้กับหัวข้อ “Local Food on Global Stages” โดย อาจารย์อนุวัต เชื้อเย็น จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ที่มุ่งเน้นการเผยแพร่วัฒนธรรมอาหารท้องถิ่นสู่เวทีโลก การนำเสนอเรื่องนี้ไม่เพียงช่วย สร้างอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมแต่ยังเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนผ่านการท่องเที่ยวและการบริโภคอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญของการบริโภคและการผลิตที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม

การจัดกิจกรรมในลักษณะนี้ยังเป็นการ ส่งเสริมการเข้าถึงองค์ความรู้ของทุกกลุ่มคนอย่างเท่าเทียม โดยไม่จำกัดเฉพาะนักวิชาการระดับสูง แต่เปิดโอกาสให้กับนิสิตและบุคลากรในสถาบันการศึกษาได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาทักษะด้านการวิจัย การนำเสนอผลงาน และการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเวทีระดับนานาชาติ อันเป็นการยกระดับคุณภาพการศึกษาและสร้างฐานความรู้ที่มั่นคงในระยะยาว

อีกประการหนึ่ง การสัมมนาครั้งนี้เป็นตัวอย่างของ การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและรับผิดชอบ ทั้งในด้านการจัดการกิจกรรมและการเผยแพร่ผลลัพธ์ในรูปแบบดิจิทัล ซึ่งช่วยลดการใช้ทรัพยากรทางกายภาพและสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืนในมิติสิ่งแวดล้อม การดำเนินงานเช่นนี้แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในทุกขั้นตอนของการสร้างความรู้และการจัดกิจกรรมทางวิชาการ

โดยสรุป การสัมมนานักวิชาการระดับนานาชาติด้านอารยธรรมศึกษาครั้งนี้เป็นเวทีที่รวมพลังของนักวิชาการจากหลายประเทศ เพื่อสร้างความเข้าใจระหว่างวัฒนธรรมและเสริมสร้างความร่วมมือทางวิชาการอย่างยั่งยืน การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในด้านศิลปะ วัฒนธรรม และสังคม ไม่เพียงช่วยลดความเหลื่อมล้ำ แต่ยังสนับสนุนแนวทางการบริโภคและการพัฒนาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป็นการขับเคลื่อนสังคมไปสู่อนาคตที่เท่าเทียม มีคุณภาพ และยั่งยืนอย่างแท้จริง

ที่มา: กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin