Archives 2023

กิจกรรมทำใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ (การมีใบขับขี่รถจักรยานยนต์ใบแรก) รุ่นที่ 1

🧡 ม.นเรศวร ห่วงใยในสวัสดิภาพ ของนักเรียนและนิสิต เพื่อการขับขี่รถจักรยานยนต์อย่างปลอดภัย

🛵กิจกรรมทำใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์(การมีใบขับขี่รถจักรยานยนต์ใบแรก)รุ่นที่ 1 นักเรียนโรงเรียนมัธยมสาธิต มหาวิทยาลัยนเรศวร

—————————

⏰ระหว่างวันที่ 7-8 กุมภาพันธ์ 2566ณ กรมการขนส่งทางบก สำนักงานขนส่งจังหวัดพิษณุโลก แห่งที่ 2

ที่มา: กองกิจการนิสิต มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร ใส่ใจการรักษามาตรฐานความสะอาด “อาหารปลอดภัย” ตามหลักสุขาภิบาล เพื่อให้นิสิตปลอดภัย

มหาวิทยาลัยนเรศวร ใส่ใจการรักษามาตรฐานความสะอาด ตามหลักสุขาภิบาล เพื่อให้นิสิต และผู้รับบริการปลอดภัยจากการใช้บริการ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2566 กองกิจการนิสิต มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้รับการตรวจมาตรฐานอาหาร (Clean Food Good Taste) ตามมาตรฐานอาหารของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข โดยมีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก เข้าตรวจ ณ ศูนย์อาหาร NU square

ที่มา: กองกิจการนิสิต มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร จัดกิจกรรมส่งเสริมประชาธิปไตย แสดงวิสัยทัศน์ผู้นำนิสิต

เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2566 กองกิจการนิสิตร่วมกับ สภานิสิต มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมประชาธิปไตย ประจำปีการศึกษา 2566 ณ บริเวณหน้าหอพักนิสิต มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้รับเกียรติจากคุณศิริวรรณ กมลพัฒนะ ผู้อำนวยการกองกิจการนิสิต เป็นประธานกล่าวเปิดโครงการ ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลาย อาทิ วงเสวนาเกี่ยวกับการเลือกตั้งในมหาวิทยาลัย

การแสดง Performance art และ การแนะนำตัวการแสดงวิสัยทัศน์ ของผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งในตำแหน่ง สมาชิกสภานิสิต ประธานสโมสรนิสิตทุกคณะ และ นายกองค์การนิสิต ประจำปีการศึกษา 2566 ซึ่งปีนี้ การชิงตำแหน่งนายกองค์การนิสิตมีผู้สมัคร 2 พรรค ได้แก่ พรรคมวลนิสิต และพรรคไชยานุภาพ นอกจากว่าที่ผู้สมัครจะได้แสดงวิสัยทัศน์ต่างๆ แล้วยังเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรม ได้มีคำถามประเด็นต่างๆ กับว่าที่ลงสมัครตำแหน่งนายกองค์การนิสิตซึ่งการเลือกตั้งผู้นำนิสิตในปีนี้จะเป็นการเลือกตั้งแบบออนไลน์ เปิดระบบเลือกตั้งในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2566 ตั้งแต่เวลา 08.30 น. และจะปิดระบบเลือกตั้งในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 16.30 น. เชิญชวนนิสิตทุกคน อย่าลืมใช้สิทธิใช้เสียงในการเลือกตั้งครั้งนี้

ที่มา: กองกิจการนิสิต มหาวิทยาลัยนเรศวร

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร “กะหล่ำปลีผง” รูปแบบชงน้ำดื่ม

ทางเลือกในการควบคุมระดับโคเลสเตอรอลในเลือด งานวิจัยนี้ได้นำกะหล่ำปลีมาแปรรูปเป็นผงกะหล่ำปลี ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ดัดแปลง เพื่อเตรียมเป็นผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย โดยผลิตภัณฑ์นี้มี ไฟเบอร์สูง ,จับกรดน้ำดีสูง และลดโคเลสเตอรอลในโมเซลล์ และเหมาะสมกับผู้บริโภคทุกช่วงวัย รวมถึงผู้ที่ควบคุมระดับคอเลสเตอรอลในเลือด และผู้ที่สนใจดูแลสุขภาพตนเอง

นักวิจัย : รองศาสตราจารย์ ดร.นันทีทิพ ลิ้มเพียรชอบ และ รองศาสตราจารย์ ดร.วรี ติยะบุญชัย คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

สนใจขอรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี สนใจติดต่อกองการถ่ายทอดเทคโนโลยีและบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา
ที่มา: กองการถ่ายทอดเทคโนโลยีและบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร เป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรม SECRA Thailand Workshop ขับเคลื่อนการสร้างความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรม SECRA Thailand Workshop ซึ่งเป็นกิจกรรมภายใต้โครงการ Strengthening University-Enterprise Collaboration for Resilient Communities in Asia หรือที่รู้จักกันในชื่อย่อว่า โครงการ SECRA โดยโครงการนี้ได้รับทุนสนับสนุนจากโปรแกรม Erasmus+ ของ European Union (EU) ซึ่งมีระยะเวลาโครงการ 3 ปี โดยมีวัตถุประสงค์ในการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยและภาคเอกชน เพื่อพัฒนาชุมชนที่มีความยืดหยุ่นและสามารถรับมือกับภัยพิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2566 รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร ได้เป็นประธานกล่าวเปิดงาน SECRA Thailand Workshop ซึ่งจัดขึ้น ณ ห้อง EN617 อาคารเรียนรวม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยในงานนี้ได้รับเกียรติจาก ศ.ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน อดีตที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และ คุณ Bill Ho ผู้อำนวยการ ADPC Academy, Asian Disaster Preparedness Center (ADPC) ซึ่งได้รับมอบหมายให้เป็น keynote speaker ในงาน

กิจกรรม SECRA Thailand Workshop นี้มีสมาชิกจากหลายประเทศเข้าร่วม ได้แก่ เอสโตเนีย, อังกฤษ, สวีเดน, ฟิลิปปินส์, ศรีลังกา และ ไทย โดยประเทศไทยมี รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นหัวหน้าของกลุ่มประเทศไทย (country leader) สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-10 กุมภาพันธ์ 2566 โดยกิจกรรมนี้มุ่งเน้นการสร้างความร่วมมือในระดับนานาชาติระหว่างมหาวิทยาลัยและภาคเอกชนในการพัฒนาชุมชนที่มีความยืดหยุ่นต่อภัยพิบัติและสามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว

กิจกรรมนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการดำเนินงานที่สอดคล้องกับ SDGs 17: การสร้างความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งเน้นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย ภาครัฐ และภาคเอกชนในระดับนานาชาติ เพื่อตอบสนองต่อความท้าทายในการพัฒนาชุมชนที่มีความยืดหยุ่น โดยเฉพาะในด้านการเตรียมความพร้อมและการรับมือกับภัยพิบัติที่เกิดขึ้นทั่วโลก โครงการ SECRA จึงเป็นการแสดงถึงความร่วมมือที่สำคัญในการพัฒนาแนวทางการจัดการภัยพิบัติอย่างยั่งยืน ทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับนานาชาติ

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศในการวิจัยและพัฒนา เพื่อพัฒนาชุมชนให้สามารถรับมือกับความเสี่ยงต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นการส่งเสริมเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะ SDGs 17: การสร้างความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน และยังมีการพัฒนาความสามารถของนักวิจัยและบุคลากรในมหาวิทยาลัยในการทำงานร่วมกับพันธมิตรจากต่างประเทศเพื่อพัฒนากลยุทธ์ที่สามารถนำไปใช้ได้ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงจากภัยพิบัติ

การมีส่วนร่วมของมหาวิทยาลัยนเรศวรในโครงการ SECRA เป็นก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงการศึกษาและการวิจัยในระดับสากลกับการพัฒนาท้องถิ่น เพื่อสร้างความยืดหยุ่นให้กับชุมชนและเสริมสร้างความสามารถในการจัดการกับภัยพิบัติในอนาคต ซึ่งเป็นการสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับโลก

ที่มา: งานประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

นักวิจัย ม.นเรศวร ได้รับรางวัลการวิจัยแห่งชาติ ประจำปี 2566

วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2566 รองศาสตราจารย์ ดร.กรกนก อิงคนินันท์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม ดร.ยุทธพงษ์ ทองพบ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม และนางเจนจิต นาคปรีชา ผู้อำนวยการกองการวิจัยและนวัตกรรม ร่วมแสดงความยินดีและมอบของที่ระลึกให้แก่นักวิจัยมหาวิทยาลัยนเรศวร ที่ได้รับรางวัลการวิจัยแห่งชาติ ประจำปี 2566 เข้ารับพระราชทานรางวัลจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในงานวันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2566 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพมหานคร โดยมหาวิทยาลัยนเรศวรได้รับรางวัลจำนวน 6 รางวัล ดังนี้
1. รางวัลการวิจัยแห่งชาติ รางวัลผลงานวิจัย #ระดับดีเด่น สาขาวิศวกรรมศาสตร์และอุตสาหกรรมวิจัย ผลงานวิจัยเรื่อง “การใช้เครื่องมือด้านวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมและวิศวกรรมชีวเวชเพื่อเสริมสร้างความยั่งยืนของการทำเหมืองแร่ทองคำในประเทศไทยในอนาคต”
1. รศ.ดร.ธนพล เพ็ญรัตน์
2. รศ.ดร.มนุพัศ โลหิตนาวี
3. ดร.สุภาวรรณ ศรีรัตนา
4. นางสาววรากร มณีชูเกตุ
5. นางสาวฐิติพร พลัดบุญ
6. Mr. Quoc Ba Tran
7. ดร.สิรินาฏ เลาหะโรจนพันธ์
8. นายเกียรติพงษ์ คาดี

2. รางวัลการวิจัยแห่งชาติ รางวัลผลงานวิจัย #ระดับดีมาก สาขาสังคมวิทยา ผลงานวิจัยเรื่อง “เศรษฐกิจนอกระบบในเครือข่ายสังคมข้ามชาติของแรงงานชาวเวียดนามในประเทศไทย”
1. รศ.ดร.อัจฉริยา ชูวงศ์เลิศ
2. Mr.Van Ton Le

3. รางวัลการวิจัยแห่งชาติ รางวัลผลงานวิจัย #ระดับดี สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศและนิเทศศาสตร์ ผลงานวิจัยเรื่อง “การพัฒนานวัตกรรมในการจัดการการส่งเสริมสุขภาพพระสงฆ์อย่างมีส่วนร่วมกับพระคิลานุปัฏฐาก”
1. รศ.ดร.พนิดา จงสุขสมสกุล
2. ผศ.ดร.พนมขวัญ ริยะมงคล

4. รางวัลการวิจัยแห่งชาติ รางวัลสิ่งประดิษฐ์คิดค้น #ประกาศเกียรติคุณ สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศและนิเทศศาสตร์ ผลงานวิจัยเรื่อง “รูปเเเบบเทคโนโลยีความจริงเสมือน (AR) สำหรับเเหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ในจังหวัดพิษณุโลก”
1. ผศ.ดร.กนกกาญจน์ เสน่ห์ นมะหุต
2. รศ.ดร.จักรกฤษณ์ เสน่ห์ นมะหุต
3. ดร.เกษวดี พุทธภูมิพิทักษ์

5. รางวัลการวิจัยแห่งชาติ วิทยานิพนธ์ #ระดับดีมาก สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ ผลงานวิจัยเรื่อง “การศึกษาศักยภาพ การรักษาของเซลล์ต้นกำเนิดมีเซนไคมอลด้วยเทคโนโลยีปรับแต่งจีโนมจากเอนไซม์ Cas9 และเวคเตอร์ Adeno-Associated Virus (AAZ)” ดร.วรัชรี ศรีฟ้า

6. รางวัลการวิจัยแห่งชาติ วิทยานิพนธ์ #ระดับดี สาขาปรัชญา ผลงานวิจัยเรื่อง “ลักษณาการและการสาแดงในดนตรีหน้าพาทย์ศักดิ์สิทธิ์ของประเทศไทย” ผศ.ดร.เดชา ศรีคงเมือง

ที่มา: กองการวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร จัด SECRA Workshop เสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืน

มหาวิทยาลัยนเรศวรได้มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเฉพาะในด้านการส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมและการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยและภาคเอกชน ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals – SDG) โดยเฉพาะเป้าหมายที่ 9 (SDG 9) ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาอุตสาหกรรม นวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืน ในการนี้ คณะวิศวกรรมศาสตร์ของมหาวิทยาลัยนเรศวรได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรม SECRA Thailand Workshop ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Strengthening University-Enterprise Collaboration for Resilient Communities in Asia (SECRA) ที่ได้รับทุนสนับสนุนจากโปรแกรม Erasmus+ ของสหภาพยุโรป (EU)

ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2566 รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร ได้เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ SECRA Thailand Workshop ซึ่งจัดขึ้น ณ ห้อง EN617 อาคารเรียนรวม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยได้รับเกียรติจาก ศ.ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน อดีตที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และคุณ Bill Ho ผู้อำนวยการ ADPC Academy, Asian Disaster Preparedness Center (ADPC) มาเป็นวิทยากรหลัก (keynote speaker) ในการบรรยายเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์และความรู้ในด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถทนทานและยั่งยืน

กิจกรรมนี้มีผู้เข้าร่วมจากหลากหลายประเทศ เช่น เอสโตเนีย อังกฤษ สวีเดน ฟิลิปปินส์ ศรีลังกา และประเทศไทย โดยประเทศไทยมีรองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี เป็นหัวหน้าของกลุ่มประเทศไทย (Country Leader) ในโครงการนี้ โดยกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเป็นระยะเวลา 5 วัน ตั้งแต่วันที่ 6-10 กุมภาพันธ์ 2566 โดยมีวัตถุประสงค์ในการสร้างความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยและภาคเอกชนในภูมิภาคเอเชีย เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการรับมือกับภัยพิบัติและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืน

โครงการ SECRA นี้ไม่เพียงแต่เป็นการพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศ แต่ยังมีเป้าหมายในการเสริมสร้างความยืดหยุ่นให้กับชุมชนในเอเชีย โดยเฉพาะในด้านการพัฒนานวัตกรรมและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่สามารถเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่มีความทนทานและยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของ SDG 9 ที่มุ่งส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของชุมชนในอนาคตได้อย่างยั่งยืน

กิจกรรมนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยนเรศวรในด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างองค์กรและการพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืนในภูมิภาคเอเชียและทั่วโลก

NU SciPark ต้อนรับ ผู้เข้าอบรม SECRA (Strengthening University-Enterprise Collaboration for Resilient Communities in Asia)

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 16.45 – 17.30 น. รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี อธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร ดร.พิสุทธิ์ อภิชยกุล รองอธิการบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์และการถ่ายทอดเทคโนโลยี และผู้บริหารคณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งเป็นเจ้าภาพจัดงาน SECRA (Strengthening University-Enterprise Collaboration for Resilient Communities in Asia) ได้นำผู้เข้าอบรมต่างประเทศ จำนวน 50 ท่าน ได้แก่ ประเทศศรีลังกา ฟิลิปปินส์ อังกฤษ สวีเดน และเอสโตเนีย เข้าศึกษาดูงานอุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร อาคารมหาธรรมราชาโดยมี ดร.สราวุธ สัตยากวี ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์และการถ่ายทอดเทคโนโลยี ให้การต้อนรับและบรรยายเกี่ยวกับการทำงานและการให้บริการต่าง ๆ ของอุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร ทั้งนี้ได้นำผู้เข้าอบรมเยี่ยมชมห้องปฏิบัติการวิจัยเครื่องมือแพทย์ โรงงานต้นแบบสารสกัดและผลิตภัณฑ์สมุนไพร เเละบริษัท ดาริน แล็บบอราทอรี่ส์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจประเภทการผลิตให้บริการด้านการวิจัยพัฒนา ผลิตและจำหน่าย เครื่องสำอาง อาหารเสริม บริษัทยังได้เข้าร่วมเข้าร่วมพัฒนาธุรกิจภายใต้โครงการดำเนินงาน อุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร ตั้งแต่ปี 2562

ที่มา: อุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร

บพข. กองทุน ววน. หนุนต่อเนื่อง “ท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิ ต้องเป็นศูนย์”

เมื่อวันที่ 7-8 กุมภาพันธ์ 2566, แผนงานกลุ่มท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) โดยกองทุนวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) ร่วมมือ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) จัดงานนิทรรศการและการประชุมเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (Carbon Neutral Tourism) “พัฒนาพื้นที่ภาคเหนืออย่างยั่งยืน บนฐานคิดการท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์” ณ จ.พิษณุโลก ภายใต้รูปแบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความเข้าใจและทักษะของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการขับเคลื่อนแผนการท่องเที่ยว คาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ของประเทศ และพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยในทุกมิติ หลังจากได้มีการดำเนินการในพื้นที่ภาคใต้ จ.สงขลา ไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

นายพชรเสฏฐ์ ศิริสาริศา รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า การพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยจำเป็นต้องเป็นการพัฒนาไปในทิศทางเดียวกับการพัฒนาในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวโลกที่เน้นการพัฒนาที่ยั่งยืน ลดผลกระทบที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจากกิจกรรมต่าง ๆ ของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ด้วยการหาแนวทางขับเคลื่อนการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ให้น้อยที่สุดจนถึงการผลักดันให้เกิดการท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ ซึ่งงานการแสดงนิทรรศการและการประชุมเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในครั้งนี้ จะได้สร้างความเข้าใจและทักษะของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนแผนการท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ของประเทศไทย และยังเป็นการจัดนิทรรศการเผยแพร่องค์ความรู้อย่างบูรณาการเพื่อการท่องเที่ยวไทยไร้คาร์บอน ในปี 2564 และ ปี 2565 ร่วมกัน และยังเป็นแนวทางในการพัฒนางานและความคิดเกี่ยวกับการท่องเที่ยว รวมถึงสถานประกอบการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยว ชุมชนท่องเที่ยว และประชาชนทั่วไปที่มีความสนใจต่อการท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ในอนาคต

ผศ.สุภาวดี โพธิยะราช ผู้เชี่ยวชาวอาวุโส สกสว. และประธานคณะอนุกรรมการแผนงานกลุ่มท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (บพข.) กล่าวว่า สกสว. และกองทุน ววน. เป็นหน่วยงานหลักในการจัดทำแผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) รวมทั้งเสนอของบประมาณจากรัฐบาลเพื่อนำมาจัดสรรให้กับหน่วยงานในระบบ ววน.ราว 190 แห่ง ประกอบด้วย หน่วยบริหารและจัดการทุน 9 แห่ง มหาวิทยาลัยและหน่วยงานต่าง ๆ โดยมีระบบ การติดตามประเมินผลและการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์อย่างครบวงจร

แผนด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ได้รับสนับสนุนงบประมาณการวิจัยประมาณ 200 ล้านบาทต่อปี โดยออกแบบแผนงานวิจัยเพื่อร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยว 2 กลุ่ม กลุ่มแรก “แผนการท่องเที่ยวมูลค่าสูง” เน้นการทำงานร่วมกับภาคเอกชน เพื่อสร้างรายได้และคุณภาพชีวิตให้กับประชาชนและคนในภาคการท่องเที่ยว คือ 1)การท่องเที่ยวบนฐานมรดกชาติการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและการท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ 2)การยกระดับความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการ 3)การยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง และกลุ่มที่ 2 “แผนงานเศรษฐกิจสร้างสรรค์” มุ่งเน้นการยกระดับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์เพื่อเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์

กลุ่มการท่องเที่ยวบนฐานมรดกธรรมชาติ การท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและการท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ เป็นกลุ่มที่มีความเข้มแข็ง มีภาคีเครือข่ายในการทำงานตามกรอบความร่วมมือ (MOU) 8 องค์กรพันธมิตรจาก 3 กระทรวง บูรณาการ/ขับเคลื่อนการส่งเสริมและสนับสนุนการท่องเที่ยวที่มีการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ ช่วยลดโลกร้อน ระหว่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการอุดมศึกษาฯ พร้อมด้วย 8 ภาคีเครือข่ายที่ร่วมมือกัน ประกอบด้วย สกสว. บพข. องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) (สสปน.) หอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) (อพท.) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย (สทอ.) ที่มีกลไกการทำงานร่วมกัน โดย อบก. สนับสนุนให้เกิดการคํานวณการปล่อยคาร์บอนของบริการการท่องเที่ยว (Product Category Rules : PCR) ทั้งในการเดินทาง ที่พัก อาหาร การจัดการของเสีย ซึ่งในปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ จะมีการเพิ่มเติม PCR ของกิจกรรม การท่องเที่ยวเชิงกีฬา การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ สปา เป็นต้น โดยเน้นการทำงานวิจัยร่วมกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ภาคเอกชน และผู้ประกอบธุรกิจท่องเที่ยว

“จังหวัดพิษณุโลก จัดเป็น MICE City จังหวัดที่ 9 มีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การยกระดับเศรษฐกิจสร้างสรรค์บนฐานมรดกทางวัฒนธรรมประวัติศาสตร์อันงดงาม การท่องเที่ยวเชิงกีฬา การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ บพข. ได้สนับสนุนงานวิจัยให้ภาคเหนือตอนล่าง เป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวคุณภาพ เช่น กลุ่มที่ต้องการพักผ่อน ดูแลรักษาสุขภาพ กลุ่ม MICE นักเดินทางเพื่อเป็นรางวัล กลุ่มเป้าหมาย กลุ่ม Tourism for all กลุ่มท่องเที่ยวที่รักษ์ธรรมชาติเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติ การท่องเที่ยวในสวนผลไม้ ที่มีการคิด การลด การชดเชยการปล่อยคาร์บอนและขยายผลบอกต่อให้นักท่องเที่ยวและชุมชนที่รองรับนักท่องเที่ยวได้เข้าใจกระบวนการ ที่มุ่งสู่การท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์” ผศ.สุภาวดี กล่าวเสริม

ทั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานต่าง ๆ ในการออกบูธแสดงผลงานจากวิจัยจาก 4 หน่วยงานหลัก คือ มหาวิทยาลัยรามคำแหง สมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย (สทอ.) มหาวิทยาลัยนเรศวร และมหาวิทยาลัยพะเยา และบูธจากวิสาหกิจชุมชน ของดีในชุมชนภาคเหนือ จำนวน 13 บูธ คือ ชุมชนท่องเที่ยวบ้านวังส้มซ่า สมาคมการท่องเที่ยวโดยชุมชนจังหวัดลำปาง หรือ จำปุยโฮมสเตย์ วิสาหกิจชุมชนการท่องเที่ยวโดยชุมชนไตลื้อเมืองลวงเหนือ วิสาหกิจชุมชนผลิตภัณฑ์บัวกว๊านพะเยา กลุ่มท่องเที่ยวโดยชุมชนชมภู วิสาหกิจชุมชนบ้านเนินกระบาก วิสาหกิจชุมชน คนเอาถ่านบ้านเขาปรัง วิสาหกิจชุมชนเมืองหมักพิศโลก วิสาหกิจชุมชนแม่บ้านเกษตรกรบ้านบึงเวียน กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านหนองกุลา ชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมไทยลื้อเชียงคำ จ.พะเยาโฮมสเตย์บ้านท่าขันทอง และชมรมส่งเสริมท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านไร่กองขิง ซึ่งได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี

ที่มา: mgronline

ม.นเรศวร ตระหนักถึงการใช้ทรัพยากรน้ำอย่างรู้คุณค่า

วันอนุรักษ์น้ำโลก หรือ World Water Day ตรงกับวันที่ 22 มีนาคม ของทุกปี ซึ่งถือเป็นวันสำคัญวันหนึ่งของมวลมนุษยชาติเลยทีเดียว เพราะมนุษย์เราต้องใช้ทรัพยากรน้ำในการดำรงชีวิต

วันอนุรักษ์น้ำโลก มีจุดเริ่มต้นจากการประชุมเรื่องสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ ที่เมืองริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล ในวันที่ 22 มีนาคม ปี 1992 ที่มีเนื้อหาสำคัญโดยตระหนักถึงการใช้ทรัพยากรน้ำของมนุษย์ จึงมีแนวคิดที่จะจัดกิจกรรมที่จะเป็นแผนแม่บทให้ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกได้เฝ้าระวังทรัพยากรน้ำในประเทศนั้น ๆ และในวันนั้นเองสมัชชาทั่วไปแห่งสหประชาชาติก็ได้ออกประกาศให้วันที่ 22 มีนาคม ของทุกปี เป็นวัน World Water Day หรือ วันอนุรักษ์น้ำโลก

โดยทางองค์การสหประชาชาติจะกำหนดธีม หรือหัวข้อประเด็นของวันอนุรักษ์น้ำโลกในแต่ละปีแตกต่างกันออกไป ซึ่งแม้การรณรงค์ในวันน้ำโลกจะไม่สามารถประสบความสำเร็จในการแก้ปัญหาได้ แต่การกำหนดหัวข้อของวันน้ำโลกในแต่ละปีนั้นถือเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงประเด็นปัญหาสำคัญเกี่ยวกับทรัพยากรน้ำที่เชื่อมโยงกับประชากรโลกได้เป็นอย่างดี และในปี 2023 ได้กำหนดธีมรณรงค์ไว้ คือ Partnerships and Cooperation for Water

มหาวิทยาลัยนเรศวร เล็งเห็นถึงความสำคัญในการมีส่วนร่วมการอนุรักษ์น้ำ และตระหนักถึงการใช้ทรัพยากรน้ำอย่างรู้คุณค่า มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการแหล่งน้ำภายในมหาวิทยาลัย หมุนเวียนการใช้น้ำเพื่อลดการใช้อย่างศูนย์เปล่าโดยการนำน้ำเสียจากชุมชนรอบมหาวิทยาลัยเข้าสู่ระบบบำบัดน้ำเสียของมหาวิทยาลัย ก่อนปล่อยสู่ธรรมชาติหรือนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป เช่น รดน้ำต้นไม้ นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญในเรื่องการใช้น้ำอย่างประหยัด ใช้สุขภัณฑ์ประหยัดน้ำ การรณรงค์ร่วมมือกันประหยัดน้ำ โดยมี อาจารย์ บุคลากร และนิสิต เข้ามามีส่วนร่วม “รู้คุณค่า และใช้น้ำให้เกิดประประโยชน์”

นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญต่อการบริการนิสิตในมหาวิทยาลัยนเรศวร โดยมีจุดบริการน้ำดื่มฟรีที่ถูกสุขอนามัย บริการทั้งในส่วนอาคารเรียนต่างๆ และหอพักนิสิต รวมถึงบุคลากร ให้เข้าถึงบริการน้ำดื่มที่สะอาด ปลอดภัยถูกหลักสุขอนามัยโดยไม่มีค่าใช้จ่าย และให้ความรู้ในด้านการบริหารจัดการน้ำ ทั้งน้ำสะอาดและน้ำเสีย ให้ความรู้กับหน่วยงาน นิสิต และภาคประชาชนที่สนใจ เพื่อนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อหน่วยงานและชุมชน รวมถึงมีส่วนร่วมในการช่วยแก้ไขกฤติเกี่ยวกับแหน่งน้ำ หรือโรคที่มากับน้ำ ผ่านความร่วมมือและงานวิจัย เป็นต้น

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin