จากขวดที่ถูกทอดทิ้งและดูไร้ค่า กลับมาเป็นภาชนะปลูกที่คงทนและประหยัด “NU Going Green”

วันที่ 2 มิถุนายน 2566 บุคลากรกองอาคารสถานที่เริ่มดำเนินการปรับปรุงภูมิทัศน์ บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช โดยตั้งเป้าหมายที่จะปลูกถั่วบราซิลและไม้ประดับอื่นๆ ให้เต็มพื้นที่ เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว จุดพักผ่อนของประชาคมซึ่งภาชนะในการปักชำ ขยายพันธุ์ถั่วบราซิลได้มาจากการนำขวดพลาสติกกลับมาใช้ใหม่ทดแทนถุงเพาะชำต้นไม้และยังมีโครงการที่จะนำน้ำที่ได้จากการบำบัด มาใช้ในการรดน้ำดูแล ถั่วบราซิล และไม้ประดับอื่นๆในบริเวณพื้นที่ดังกล่าวอีกด้วย

ถั่วบราซิล ถั่วปินโต/ถั่วเปรู/ถั่วลิสงเถา
ชื่อวิทยาศาสตร์: Arachis pintoi Krapov. & W.C.Gregory
วงศ์: Leguminosae – Papilionoideae
ประเภท:ไม้ล้มลุกอายุหลายปี
ทรงพุ่ม:ลำต้นทอดเลื้อยคลุมดิน รากออกตามข้อ
ใบ: ประกอบแบบขนนกออกตรงข้าม ใบย่อย 4 ใบ รูปไข่ กว้าง 1 – 3 เซนติเมตร ยาว 1 – 7 เซนติเมตร
ดอก: รูปถั่ว สีเหลือง เส้นผ่านศูนย์กลางดอก 2 – 4 เซนติเมตร ออกดอกตลอดปี
อัตราการเจริญเติบโต: เร็ว
ดิน: ดินร่วนและดินร่วนปนทราย
ขยายพันธุ์: ปักชำกิ่ง

ที่มา: กองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร ส่งเสริมนิสิตพิการ เข้าถึงความสะดวกในการศึกษาภายในมหาวิทยาลัยอย่างเท่าเทียม

คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยนเรศวร นำโดย ผศ.ดร.ธีรวุฒิ บุญยศักดิ์เสรี และ ผศ.ดร.จรัญญา พหลเทพ ได้เชิญน้องทาม นิสิตพิการด้านร่างกาย พร้อมคุณแม่ มาทดสอบอุปกรณ์การเรียนภายในคณะ โดยมีการทดลองใช้งานเก้าอี้ในห้องคอมพิวเตอร์ ห้องเลคเชอร์ ห้องเรียนภาคปฏิบัติ (สเก็ตรูปภาพ) เก้าอี้นั่งที่โรงอาหาร และการเข้าถึงห้องน้ำในชั้นต่างๆ พร้อมทั้งมีนายช่างเข้ามาวัดและเก็บรายละเอียดเพื่อออกแบบอุปกรณ์การเรียนและการใช้ชีวิตที่เหมาะสมและสะดวกมากขึ้น

การดำเนินงานครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงสภาพแวดล้อมทางการศึกษาให้เหมาะสมกับนิสิตพิการ โดยเฉพาะการออกแบบเก้าอี้เลคเชอร์ เก้าอี้วาดรูป อ่างล้างหน้า และโต๊ะทานอาหาร ที่จะช่วยให้น้องทามและนิสิตพิการคนอื่นๆ สามารถเข้าถึงและใช้งานได้จริงอย่างสะดวกและปลอดภัย ตอบโจทย์แนวทางการ ส่งเสริมการเข้าถึงความสะดวกในการศึกษาภายในมหาวิทยาลัยอย่างเท่าเทียม

การมีส่วนร่วมของอาจารย์และบุคลากรในคณะสะท้อนถึงความใส่ใจในการสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ซึ่งไม่เพียงเป็นการช่วยเหลือนิสิตที่มีความพิการ แต่ยังเป็นการสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้กับการออกแบบเชิงสถาปัตยกรรมที่คำนึงถึงการใช้งานของทุกคนอย่างเท่าเทียม

กิจกรรมการทดสอบและเก็บข้อมูลจริงในครั้งนี้ ยังเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้เชิงปฏิบัติที่สามารถนำผลไปพัฒนาการออกแบบเพื่อใช้งานจริงได้ทันช่วงเปิดภาคการศึกษา ซึ่งถือเป็นการบูรณาการทั้งด้านวิชาการและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของนิสิตอย่างเป็นรูปธรรม

การปรับปรุงสภาพแวดล้อมทางการศึกษาครั้งนี้ยังช่วยลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการศึกษา เพราะนิสิตพิการจะสามารถเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนการสอนได้เหมือนกับเพื่อนนิสิตทั่วไป ทั้งในห้องเรียน โรงอาหาร และพื้นที่ส่วนกลางอื่นๆ ซึ่งเป็นแนวทางที่สอดคล้องกับการสร้างสังคมแห่งความเท่าเทียม

ความร่วมมือจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ฯ ยังสะท้อนถึงบทบาทสำคัญของสถาบันการศึกษาในการสนับสนุนให้นิสิตทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่มีข้อจำกัดทางร่างกาย ได้รับสิทธิในการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อต่อการใช้งานของทุกคนจึงเป็นรากฐานของการพัฒนาที่ยั่งยืน

การลงพื้นที่ทดสอบอุปกรณ์จริงกับน้องทามและคุณแม่ นับเป็นตัวอย่างของการรับฟังเสียงผู้ใช้งานโดยตรง เพื่อออกแบบสภาพแวดล้อมการศึกษาและชีวิตความเป็นอยู่ที่เหมาะสม การดำเนินงานในครั้งนี้ไม่เพียงช่วย อำนวยความสะดวกให้แก่นิสิตที่มีความพิการทางร่างกาย แต่ยังเป็นการยืนยันถึงพันธกิจของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการสร้างสังคมที่เปิดโอกาสและเท่าเทียมสำหรับทุกคน

ที่มา: งานประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร จัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์อนุรักษ์แหล่งน้ำและสายพันธุ์ปลาไทยภายในมหาวิทยาลัย

สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การประมง มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้ดำเนินกิจกรรมประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความตระหนักถึงการอนุรักษ์แหล่งน้ำภายในมหาวิทยาลัย เพื่อช่วยรักษาสมดุลของระบบนิเวศและอนุรักษ์สายพันธุ์ปลาไทย โดยให้ข้อมูลเกี่ยวกับสัตว์น้ำที่เหมาะสมที่จะปล่อยลงในแหล่งน้ำภายในมหาวิทยาลัย เช่น ปลาตะเพียน ปลาช่อน ปลาหมอไทย ปลายี่สกไทย ปลาไหล ปลาสวาย และปลาบู่ รวมถึงสัตว์น้ำอื่น ๆ ที่สามารถปล่อยเพื่อรักษาความหลากหลายทางชีวภาพได้

ในขณะเดียวกัน สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การประมงยังได้ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับสัตว์น้ำที่ไม่ควรนำมาปล่อยลงแหล่งน้ำ เนื่องจากเป็นอันตรายต่อสัตว์น้ำพื้นถิ่นและอาจส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ เช่น ปลาช่อนอเมซอน ปลากดเกราะดำ กุ้งเครฟิช และปลาลูกผสมต่าง ๆ โดยทุกคนสามารถช่วยกันเลือกปล่อยสัตว์น้ำที่เหมาะสม เพื่อรักษาสมดุลของแหล่งน้ำและอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำไทยได้อย่างยั่งยืน

#ช่วยกันสักนิดก่อนคิดสร้างบุญ

ห้องสมุด ที่เท่าเทียมสำหรับนิสิตทุกคน

วันที่ 13 มิถุนายน 2566 ตามที่ น้องทาม ได้เป็นนิสิตใหม่ที่มีความบกพร่องทางร่างกาย ประจำปีการศึกษา 2566 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ฯ นั้น ในการนี้ รศ.ดร.ภญ.รัตติมา จีนาพงษา ผู้อำนวยการสำนักหอสมุด และทีมงาน ได้เล็งเห็นความสำคัญของการสร้าง ห้องสมุด ที่เท่าเทียมสำหรับนิสิตทุกคน จึงได้เชิญผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบและสภาพแวดล้อมการเรียนรู้เพื่อร่วมให้คำปรึกษาและวางแผนการพัฒนาพื้นที่

เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2566 สำนักหอสมุดได้เชิญ ผศ.ดร.ธีรวุฒิ บุญยศักดิ์เสรี และ ผศ.ดร.จรัญญา พหลเทพ อาจารย์จากภาควิชาศิลปะและการออกแบบ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ฯ มาให้ข้อเสนอแนะในการปรับปรุงสถานที่และการจัดสรรสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อให้การบริการด้านการศึกษาครอบคลุมและเข้าถึงได้สำหรับทุกคน

การดำเนินการปรับปรุงครอบคลุมตั้งแต่ ประตูทางเข้า ลิฟต์โดยสาร ห้องน้ำสำหรับผู้พิการ จุดสืบค้นคอมพิวเตอร์ ห้องศึกษาค้นคว้ากลุ่ม และโต๊ะอ่านหนังสือ รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อลดข้อจำกัดทางกายภาพที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้และการเข้าถึงข้อมูล

นอกจากการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานแล้ว สำนักหอสมุดยังเน้นการพัฒนาบริการที่ตอบสนองต่อความต้องการที่หลากหลายของนิสิต เช่น การออกแบบพื้นที่เรียนรู้แบบยืดหยุ่น การจัดโต๊ะเรียนที่สามารถปรับระดับได้ การติดตั้งเทคโนโลยีสนับสนุนสำหรับผู้ที่มีความบกพร่องทางการมองเห็นหรือการได้ยิน และการขยายบริการข้อมูลออนไลน์ให้เข้าถึงได้สะดวกและเท่าเทียม

แนวทางการพัฒนาครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการ ส่งเสริมการเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาอย่างเสมอภาค ทั้งในด้านกายภาพและดิจิทัล ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างสังคมการเรียนรู้ที่ไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง

ความร่วมมือระหว่างคณาจารย์และบุคลากรผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบ ยังช่วยเสริมสร้างแนวคิดใหม่ในการจัดสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ตรงกับความต้องการของผู้ใช้บริการอย่างแท้จริง การบูรณาการองค์ความรู้ข้ามสาขานี้ช่วยให้ห้องสมุดก้าวขึ้นเป็น ต้นแบบด้านความเท่าเทียมทางการศึกษา ที่เป็นรูปธรรมและยั่งยืน

โครงการนี้ไม่เพียงช่วยให้นิสิตที่มีความบกพร่องทางร่างกายสามารถใช้ชีวิตและเรียนรู้ในรั้วมหาวิทยาลัยได้อย่างสะดวกและมีศักดิ์ศรี แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดการตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างพื้นที่การเรียนรู้ที่ครอบคลุมทุกมิติ และเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการ ส่งเสริมการเข้าถึงความสะดวกในการศึกษาภายในมหาวิทยาลัยอย่างเท่าเทียม

ที่มา: สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยนเรศวร

“NU Going Green” เปลี่ยนขวดพลาสติกเป็นภาชนะปลูกต้นไม้ สู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

มหาวิทยาลัยนเรศวรได้ดำเนินงานที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG) โดยเฉพาะเป้าหมายที่ 12: การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน ผ่านโครงการ “NU Going Green” ที่มุ่งเน้นการจัดการทรัพยากรและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในด้านต่างๆ โดยตัวอย่างหนึ่งที่แสดงถึงความมุ่งมั่นในเป้าหมายนี้ คือการเปลี่ยนขยะพลาสติกให้กลายเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่า

เปลี่ยนขวดพลาสติกให้กลายเป็นภาชนะเพาะชำ บุคลากรกองอาคารสถานที่ของมหาวิทยาลัย ได้ริเริ่มโครงการที่สร้างสรรค์โดยนำขวดพลาสติกที่ไม่ได้ใช้งาน มาประยุกต์เป็นภาชนะเพาะชำสำหรับปลูกถั่วบราซิลและพืชประดับต่างๆ ทดแทนการใช้ถุงเพาะชำพลาสติกทั่วไป วิธีนี้ไม่เพียงช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกในมหาวิทยาลัย แต่ยังส่งเสริมการใช้งานวัสดุอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน

เพิ่มพื้นที่สีเขียวและจุดพักผ่อน พื้นที่บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ได้รับการพัฒนาให้เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจที่มีความร่มรื่น โดยมีการปลูก ถั่วบราซิล (Arachis pintoi) ซึ่งเป็นพืชที่เหมาะสมกับการคลุมดิน เนื่องจากมีอัตราการเจริญเติบโตที่เร็วและสามารถป้องกันการชะล้างหน้าดินได้ดี นอกจากนี้ ยังมีการปลูกไม้ประดับอื่นๆ เพิ่มเติมเพื่อเสริมความสวยงามและเพิ่มความหลากหลายของพืชในพื้นที่

การใช้น้ำจากระบบบำบัด อีกหนึ่งแนวทางที่สำคัญของโครงการนี้คือการใช้น้ำที่ผ่านกระบวนการบำบัดแล้วมารดน้ำต้นไม้ในพื้นที่ การนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ช่วยลดการสิ้นเปลืองทรัพยากรน้ำ และยังเป็นตัวอย่างที่ดีของการจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพในบริบทของการพัฒนาสีเขียว

ลักษณะและประโยชน์ของถั่วบราซิล ถั่วบราซิลเป็นไม้ล้มลุกที่มีอายุหลายปี ลำต้นทอดเลื้อยคลุมดิน มีลักษณะใบประกอบแบบขนนก ใบย่อยมีขนาดเล็กและดอกสีเหลืองสดใสที่ออกดอกตลอดปี จึงเหมาะสำหรับการปลูกเป็นพืชคลุมดินเพื่อเพิ่มความเขียวขจีในพื้นที่ ข้อดีที่สำคัญของถั่วบราซิลคือการเจริญเติบโตที่เร็ว และสามารถขยายพันธุ์ง่ายด้วยวิธีการปักชำ นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันการพังทลายของดินและเพิ่มความชุ่มชื้นในพื้นที่

บทบาทของมหาวิทยาลัยในด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน โครงการ “NU Going Green” เป็นตัวอย่างที่ดีของการประยุกต์ใช้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนและการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน มหาวิทยาลัยนเรศวรได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม และยังเป็นแบบอย่างที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับสถาบันอื่นๆ ในการมีส่วนร่วมในการบรรลุเป้าหมาย SDGs อย่างยั่งยืน.

โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาสิ่งแวดล้อมป้องกันโรคติดต่อนำโดยยุงลาย

วันที่ 12 มิถุนายน 2566 งานอนามัยโรงเรียน โรงเรียนมัธยมสาธิตมหาวิทยาลัยนเรศวร นำตัวแทนนักเรียน เข้ารับการอบรม “โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาสิ่งแวดล้อมป้องกันโรคติดต่อนำโดยยุงลาย“ ซึ่งจัดโดยสำนักสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมเทศบาลนครพิษณุโลก ที่มาบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับการจัดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมภายในโรงเรียน จุดเสี่ยงต่าง ๆ ที่ทำให้เกิดน้ำขัง ซึ่งเป็นสาเหตุการวางไข่ของยุงลาย รวมถึงจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อร่วมวางแผนป้องกันและควบคุมการระบาดของโรคที่มียุงลายเป็นพาหะในสถานศึกษา ณ ห้อง 3100 โรงเรียนมัธยมสาธิตมหาวิทยาลัยนเรศวร

ที่มา: โรงเรียนมัธยมสาธิตมหาวิทยาลัยนเรศวร

รายการ “เท่าทันภัยพิบัติ” ทาง ททบ.5 ช่วงข่าวเด่นทันสถานการณ์

รายการ “เท่าทันภัยพิบัติ” ทาง ททบ.5 ช่วงข่าวเด่นทันสถานการณ์ วันที่ 12 มิถุนายน2566

ประเด็น/หัวข้อ : เครื่องมือติดตามจุดความร้อนและความเข้มฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ด้วยเทคโนโลยีอวกาศ เพื่อลดปัญหามลพิษอากาศในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน

โดย ดร.พลปรีชา ชิดบุรี รักษาการฯ ผู้อำนวยการการสถานภูมิภาคเทคโนโลยีอวกาศภูมิสารสนเทศ ภาคเหนือตอนล่าง มหาวิทยาลัยนเรศวร

ที่มา: งานประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร จัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ NU Pride เพื่อส่งเสริมความเท่าเทียมและความหลากหลายทางเพศ

มหาวิทยาลัยนเรศวรมีความมุ่งมั่นในการสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเฉพาะในด้านการเสริมสร้างความเท่าเทียมทางเพศ (SDG 5) ผ่านกิจกรรมที่ส่งเสริมความหลากหลายทางเพศและความเสมอภาคในทุกมิติของสังคม หนึ่งในกิจกรรมที่โดดเด่นคือการจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ NU Pride🏳️‍🌈 ในวันที่ 13 มิถุนายน 2566 ที่ผ่านมา เพื่อส่งเสริมความเท่าเทียมและสนับสนุนสิทธิของกลุ่ม LGBTQ+ โดยมหาวิทยาลัยได้มีการจัดกิจกรรมที่เปิดกว้างและเป็นมิตรสำหรับทุกคน

กิจกรรมนี้จัดขึ้นบริเวณด้านหน้าอาคารขวัญเมือง และโครงการหอพักนิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวร (หอใน) โดยมีผู้บริหาร อาจารย์ บุคลากร และนิสิตจากคณะต่างๆ รวมถึงองค์การนิสิต สภานิสิต และจิตอาสาเข้าร่วมอย่างคับคั่ง เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์ทางม้าลายสีสดใส ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการยอมรับความหลากหลายทางเพศและการต้อนรับน้องใหม่มหาวิทยาลัยนเรศวรในปีการศึกษา 2566

การจัดกิจกรรม NU Pride นี้ไม่เพียงแต่เป็นการเฉลิมฉลองความหลากหลายทางเพศ แต่ยังเป็นการส่งเสริมการรับรู้และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับความเท่าเทียมในสังคม ซึ่งถือเป็นการดำเนินงานที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน SDG 5 โดยเน้นความเสมอภาคและสิทธิของทุกคนในสังคม รวมถึงการสร้างสภาพแวดล้อมที่เปิดกว้างและไม่เลือกปฏิบัติในมหาวิทยาลัยนเรศวร.

ที่มา: งานประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

การฝึกอบรม เรื่อง “การวัดสัญญาณชีพทางการแพทย์และการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน (CPR) ร่วมกับการใช้เครื่องกระตุกไฟฟ้าหัวใจอัตโนมัติ (AED)”

วันที่ 31 พฤษภาคม 2566 หน่วยบริการวิชาการเพื่อชุมชน ดำเนินการจัดกิจกรรมการฝึกอบรม เรื่อง “การวัดสัญญาณชีพทางการแพทย์และการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน (CPR) ร่วมกับการใช้เครื่องกระตุกไฟฟ้าหัวใจอัตโนมัติ (AED)”

โดยวิทยากร : ดร.ทักษณี มหาศิริพันธุ์, ดร.ณปภัส กันติ๊บ และคณาจารย์ภาควิชาสรีรวิทยา ณ ห้องปฏิบัติการ MD 423 อาคารเรียนคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

โดยมีหัวข้อดังนี้
บรรยายทฤษฏีและสาธิตการวัดสัญญานชีพทางการแพทย์
– แนะนำการใช้อุปกรณ์ในการวัดสัญญานชีพ
– สาธิตการวัดสัญญานชีพทางการแพทย์ ได้แก่ ความดันเลือด อุณภูมิกาย ชีพจร และอัตราการหายใจ

บรรยายทฤษฏีและสาธิตการช่วยเหลือการฟื้นคืนชีพเบื้องต้น
– แนะนำการใช้อุปกรณ์ หุ่น CPR และเครื่อง AED
– สาธิตการช่วยชีวิตด้วยการทำ CPR
– สาธิตการช่วยชีวิตเบื้องต้นร่วมกับการใช้เครื่อง AED

สามารถติดตามกิจกรรมบริการวิชาการได้ที่เพจ “โมก” https://www.facebook.com/profile.php?id=100075750297633 และ youtube channel “โมก” https://www.youtube.com/@user-hy2be5th2j/featured

ที่มา: คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร เดินหน้าพัฒนาระบบขนส่งยั่งยืน ด้วย GPS แจ้งตำแหน่งรถไฟฟ้าอัจฉริยะ

มหาวิทยาลัยนเรศวรได้ดำเนินโครงการพัฒนาระบบแจ้งตำแหน่ง GPS สำหรับรถไฟฟ้าภายในมหาวิทยาลัย (รถส้ม) โดยมีความร่วมมือระหว่างกองอาคารสถานที่ กองการถ่ายทอดเทคโนโลยี คณะวิศวกรรมศาสตร์ และบริษัทโซลาร์วัตต์ 111 จำกัด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริการและสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืนในด้านพลังงานสะอาดและระบบขนส่งอัจฉริยะ

สนับสนุน SDG 7: พลังงานสะอาดที่เข้าถึงได้ โครงการนี้มุ่งเน้นการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดในระบบขนส่ง โดยรถไฟฟ้าภายในมหาวิทยาลัยใช้พลังงานไฟฟ้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเป็นทางเลือกที่ยั่งยืนต่อการเดินทางของนักศึกษาและบุคลากร การติดตั้งระบบ GPS ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานโดยช่วยให้ผู้ใช้บริการสามารถตรวจสอบตำแหน่งของรถได้แบบเรียลไทม์ ลดการเสียเวลารอและการเดินรถที่ไม่จำเป็น

สนับสนุน SDG 11: เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน การพัฒนาระบบขนส่งมวลชนภายในมหาวิทยาลัยผ่านแอปพลิเคชัน CARE KOON ช่วยสร้างประสบการณ์การเดินทางที่สะดวกและปลอดภัยให้กับชุมชนในมหาวิทยาลัย นอกจากนี้ ยังช่วยลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว ส่งเสริมการลดมลพิษในอากาศ และสนับสนุนการพัฒนาชุมชนที่ยั่งยืน ด้วยการให้บริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

มหาวิทยาลัยนเรศวรไม่เพียงมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการให้บริการ แต่ยังเล็งเห็นถึงความสำคัญของการสร้างระบบขนส่งที่ตอบสนองต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยการใช้พลังงานสะอาดและการพัฒนาชุมชนที่น่าอยู่และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการเป็นผู้นำในด้านความยั่งยืนและการพัฒนาเพื่ออนาคตที่ดีกว่า

ที่มา: กองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin