ม.นเรศวร มุ่งบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนเป็นศูนย์ โดยหันมาใช้จักรยานยนต์ไฟฟ้า

มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการใช้พลังงานสะอาดและลดมลพิษจากการเดินทาง ด้วยเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในพื้นที่มหาวิทยาลัย และผลักดันให้เกิดความเป็นกลางทางคาร์บอนในระยะยาว

หนึ่งในโครงการสำคัญคือการสนับสนุนการใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งช่วยลดการปล่อยมลพิษที่เกิดจากพลังงานเชื้อเพลิงฟอสซิล นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยยังได้จัดบริการจักรยานฟรี จำนวน 500 คัน พร้อมด้วยระบบขนส่งมวลชนไฟฟ้าภายในมหาวิทยาลัย เพื่อเป็นทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างวัฒนธรรมการเดินทางแบบยั่งยืนในกลุ่มนิสิตและบุคลากร

มหาวิทยาลัยยังมีแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับการใช้รถยนต์ไฟฟ้าและยานพาหนะปลอดมลพิษอื่น ๆ อีกทั้งให้บริการระบบขนส่งด้วยรถไฟฟ้าภายในพื้นที่แบบไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อส่งเสริมการเดินทางสะอาดและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ความพยายามเหล่านี้สะท้อนถึงบทบาทผู้นำของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการส่งเสริมพลังงานสะอาดในสถาบันการศึกษา พร้อมสนับสนุนเป้าหมายระดับโลกในการแก้ไขปัญหาสภาพภูมิอากาศ และร่วมสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับชุมชนและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

ศูนย์บริการนิสิตพิการ ม.นเรศวร: ส่งเสริมการศึกษาสำหรับนิสิตพิการอย่างเท่าเทียม

มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG 4) ซึ่งมุ่งเน้นการสร้างโอกาสการเรียนรู้ตลอดชีวิต และการศึกษาที่มีคุณภาพและเท่าเทียมสำหรับทุกคน โดยเฉพาะการสนับสนุนนิสิตพิการให้สามารถเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพได้อย่างสะดวกและไร้อุปสรรค ผ่านการดำเนินงานของศูนย์บริการนิสิตพิการ

ศูนย์บริการนิสิตพิการ: พื้นที่แห่งความเท่าเทียม ศูนย์บริการนิสิตพิการเป็นหน่วยงานสำคัญที่มหาวิทยาลัยจัดตั้งขึ้นเพื่อดูแลและอำนวยความสะดวกแก่นิสิตพิการโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนด้านการปรับสภาพแวดล้อม การจัดหาสื่อการเรียนรู้ที่เหมาะสม การให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการศึกษาและการใช้ชีวิต รวมถึงการจัดกิจกรรมส่งเสริมศักยภาพและความสัมพันธ์ในกลุ่มนิสิต

ในช่วงการรายงานตัวนิสิตใหม่ ประจำปี 2566 ทางศูนย์บริการนิสิตพิการได้แสดงความใส่ใจผ่านการประชาสัมพันธ์และให้คำแนะนำแก่นิสิตใหม่ รวมถึงขอให้นิสิตเดินทางอย่างปลอดภัย พร้อมเตรียมเอกสารสำคัญให้ครบถ้วน นี่แสดงถึงความเอาใจใส่และความตั้งใจของมหาวิทยาลัยในการดูแลนิสิตพิการตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย

การเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับทุกคน มหาวิทยาลัยนเรศวรมุ่งเน้นการสร้างระบบการศึกษาที่ครอบคลุมและเข้าถึงได้ทุกคน โดยเฉพาะนิสิตพิการผ่านโครงการและกิจกรรมหลากหลาย เช่น การอบรมพัฒนาทักษะชีวิต การเสริมสร้างความเข้าใจระหว่างนิสิตพิการและนิสิตทั่วไป และการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกที่สอดคล้องกับความต้องการของนิสิตพิการ

ก้าวสำคัญสู่สังคมแห่งความเท่าเทียม ด้วยการดำเนินงานที่มุ่งสร้างโอกาสและลดข้อจำกัดทางการศึกษา มหาวิทยาลัยนเรศวรได้ก้าวไปข้างหน้าในการผลักดันเป้าหมาย SDG 4 ให้เป็นจริงในระดับสังคม โดยเน้นการเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับทุกคน และการสนับสนุนที่ครอบคลุมทั้งด้านการศึกษาและชีวิตความเป็นอยู่

ศูนย์บริการนิสิตพิการจึงไม่เพียงแต่เป็นแหล่งสนับสนุนนิสิตพิการเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวอย่างของความมุ่งมั่นในการสร้างสังคมแห่งความเท่าเทียมและยั่งยืน ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาได้อย่างแท้จริง

ที่มา: ศูนย์บริการนิสิตพิการมหาวิทยาลัยนเรศวร – DSS NU

ม.นเรศวร จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการด้านการเตรียมความพร้อมรับอุบัติภัยหมู่

มหาวิทยาลัยนเรศวรมีความมุ่งมั่นในการดำเนินงานที่สนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเฉพาะในด้านการส่งเสริมสุขภาพและการสร้างชุมชนที่ปลอดภัย ซึ่งสอดคล้องกับ SDGs 3 (การส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี) และ SDGs 11 (การทำให้เมืองและชุมชนมีความยืดหยุ่นและยั่งยืน) การจัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ “การเตรียมความพร้อมรับอุบัติภัยหมู่” โดยคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นตัวอย่างหนึ่งของการพัฒนาความพร้อมของบุคลากรทางการแพทย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินและภัยพิบัติในชุมชน

โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ “การเตรียมความพร้อมรับอุบัติภัยหมู่” เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2566 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการในหัวข้อ “การเตรียมความพร้อมรับอุบัติภัยหมู่” ซึ่งจัดขึ้นที่ห้องประชุมเอกาทศรถ 9 ชั้น 3 อาคารสิรินธร โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร โดยมี ผศ.พญ.พิริยา นฤขัตรพิชัย คณบดีคณะแพทยศาสตร์ เป็นประธานในการเปิดโครงการ และ อ.พญ.ปาลีรั ฐ จริยากาญจนา แพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิน ได้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของโครงการ ซึ่งมีเป้าหมายในการเตรียมความพร้อมให้กับบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวรในการรับมือกับสถานการณ์อุบัติภัยหมู่ หรือสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

การจำลองสถานการณ์เสมือนจริง ในวันที่ 22 ธันวาคม 2566 เวลา 14.00 น. ได้มีการจำลองสถานการณ์เสมือนจริง ณ แผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉิน โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของโครงการเพื่อให้บุคลากรทุกหน่วยงานและทุกระดับได้เรียนรู้และฝึกฝนการทำงานร่วมกันในสถานการณ์ฉุกเฉิน ทั้งนี้การจำลองสถานการณ์นี้เป็นการเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ ดังนี้:

  1. การเตรียมเครื่องมือและเวชภัณฑ์ การฝึกฝนในสถานการณ์ฉุกเฉินนั้นจำเป็นต้องมีการเตรียมเครื่องมือและเวชภัณฑ์ที่เหมาะสมและเพียงพอสำหรับการรักษาผู้ประสบภัย โดยการจำลองสถานการณ์ในครั้งนี้ช่วยให้บุคลากรได้ฝึกฝนการจัดการเครื่องมือและเวชภัณฑ์อย่างมีประสิทธิภาพ
  2. การฝึกทักษะในการช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติภัย บุคลากรทางการแพทย์ทุกคนจะได้รับการฝึกฝนในการให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างรวดเร็วและถูกต้อง ซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อให้สามารถรับมือกับผู้ป่วยที่มีอาการหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที
  3. การประสานงานและการสื่อสารในทีม การสื่อสารที่ชัดเจนและการประสานงานที่ดีระหว่างหน่วยงานภายในและภายนอกโรงพยาบาลเป็นสิ่งสำคัญในการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน การฝึกฝนในครั้งนี้ได้เน้นการติดต่อสื่อสารที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพในการประสานงานระหว่างทีมต่างๆ ทั้งในระดับการแพทย์และการจัดการทรัพยากร
  4. การเตรียมความพร้อมสำหรับสถานการณ์จริง การฝึกในครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การทำให้ทุกฝ่ายมีความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของตนเองในสถานการณ์ฉุกเฉิน พร้อมทั้งสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพตามมาตรฐานสากล โดยมีการทบทวนกระบวนการต่างๆ ที่จะช่วยให้การตอบสนองต่อเหตุการณ์ฉุกเฉินเป็นไปอย่างเหมาะสมและไม่เกิดการล่าช้า

การเชื่อมโยงกับ SDGs 3: การส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี การฝึกอบรมและการจำลองสถานการณ์เสมือนจริงในครั้งนี้มีความสอดคล้องกับ SDGs 3 ที่มุ่งเน้นการส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมให้กับบุคลากรทางการแพทย์และหน่วยงานต่างๆ ในการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อให้การดูแลรักษาผู้ป่วยเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ การพัฒนาทักษะในการรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉินจะช่วยลดอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติภัย และทำให้ประชาชนได้รับการดูแลสุขภาพที่ดีที่สุดในเวลาที่สำคัญที่สุด

การเชื่อมโยงกับ SDGs 11: การทำให้เมืองและชุมชนมีความยืดหยุ่นและยั่งยืน การเตรียมความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินยังเชื่อมโยงกับ SDGs 11 ซึ่งมุ่งเน้นการสร้างเมืองและชุมชนที่มีความยืดหยุ่นและยั่งยืน การฝึกอบรมและจำลองสถานการณ์นี้เป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการรับมือกับภัยพิบัติในชุมชน ทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับชาติ ซึ่งจะช่วยให้ชุมชนสามารถฟื้นฟูและปรับตัวได้รวดเร็วในกรณีเกิดภัยพิบัติ หรือเหตุการณ์ฉุกเฉินต่างๆ

รู้ทันโรคมะเร็ง ดูแลตนเองอย่างไร ให้ห่างไกลโรคมะเร็ง

มหาวิทยาลัยนเรศวรมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมการดูแลสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีให้กับบุคลากร นิสิต รวมถึงชุมชนรอบข้าง ผ่านกิจกรรมและการให้ความรู้ต่างๆ ที่เชื่อมโยงกับ SDGs 3: การส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี โดยหนึ่งในแนวทางที่มหาวิทยาลัยใช้ในการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคคือการจัดรายการวิทยุที่ให้ความรู้ด้านการดูแลสุขภาพ โดยเฉพาะการสร้างความตระหนักเกี่ยวกับโรคมะเร็ง ซึ่งเป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตของคนไทยอย่างมาก

รายการ “พบเภสัชกร” เรื่อง: รู้ทันโรคมะเร็ง ดูแลตนเองอย่างไรให้ห่างไกลโรคมะเร็ง มหาวิทยาลัยนเรศวรได้จัดรายการวิทยุที่ชื่อว่า “พบเภสัชกร” ซึ่งเป็นรายการที่จัดขึ้นเพื่อให้ข้อมูลและความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพแก่ประชาชน โดยเฉพาะการให้ความรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็ง ซึ่งเป็นโรคที่มีผลกระทบต่อคนจำนวนมาก และมักจะมีการตรวจพบเมื่อโรคเข้าสู่ระยะที่ลุกลามแล้ว รายการนี้มุ่งหวังให้ผู้ฟังได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์เกี่ยวกับการป้องกันโรคมะเร็ง รวมถึงการดูแลสุขภาพและการดำเนินชีวิตที่สามารถช่วยลดความเสี่ยงจากโรคนี้ได้

ในแต่ละตอนของรายการ “พบเภสัชกร” จะมีการนำเสนอเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการรู้ทันโรคมะเร็ง และการดูแลตัวเองเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดโรค โดยเฉพาะวิธีการตรวจเช็คสุขภาพ การปรับพฤติกรรมการกิน การออกกำลังกาย และการหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ เช่น การสูบบุหรี่และการดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดโรคมะเร็งได้ นอกจากนี้ยังมีการเชิญผู้เชี่ยวชาญหรือเภสัชกรที่มีความรู้เฉพาะทางมาร่วมให้คำแนะนำเกี่ยวกับการป้องกันโรคมะเร็งและการตรวจสุขภาพประจำปี

รายการ “พบเภสัชกร” ดำเนินรายการโดย เภสัชกร โฉมคนางค์ ภูมิสายดร จากคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ความสามารถในการให้คำแนะนำและถ่ายทอดข้อมูลทางด้านสุขภาพให้กับผู้ฟังได้อย่างเข้าใจง่ายและมีประโยชน์ เภสัชกรโฉมคนางค์ได้ใช้ประสบการณ์ในการทำงานด้านเภสัชกรรมเพื่อเป็นแหล่งข้อมูลในการช่วยให้ผู้ฟังสามารถดูแลสุขภาพตนเองได้ดีขึ้น พร้อมทั้งสามารถเลือกวิธีป้องกันโรคต่างๆ โดยเฉพาะโรคมะเร็ง ซึ่งถือเป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญในสังคมไทย

รายการ “พบเภสัชกร” สามารถติดตามรับฟังได้ทั้งทาง สถานีวิทยุกระจายเสียงมหาวิทยาลัยนเรศวร FM 107.25 MHz และทางออนไลน์ที่เว็บไซต์ www.nuradio.nu.ac.th ซึ่งผู้ฟังสามารถติดตามรายการได้ทุกวันศุกร์ เวลา 18.30 – 19.00 น. การออกอากาศในช่วงเวลาที่เหมาะสมและการให้ทางเลือกในการฟังทั้งจากสื่อวิทยุและทางออนไลน์ ทำให้ผู้คนในชุมชนสามารถเข้าถึงข้อมูลสุขภาพได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น โดยไม่จำกัดสถานที่หรือเวลา

การจัดรายการวิทยุเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานที่สอดคล้องกับ SDGs 3 ซึ่งมุ่งเน้นการส่งเสริมสุขภาพที่ดีและความเป็นอยู่ที่ดีสำหรับทุกคน โดยเฉพาะการให้ข้อมูลที่ถูกต้องและส่งเสริมการป้องกันโรคต่างๆ การให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพและการป้องกันโรคมะเร็งไม่เพียงแต่ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งเท่านั้น แต่ยังช่วยลดภาระทางการแพทย์และการรักษาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตด้วย

โดยการใช้สื่อวิทยุและออนไลน์ในการเผยแพร่ข้อมูลเหล่านี้ มหาวิทยาลัยนเรศวรยังได้สร้างช่องทางการสื่อสารที่ครอบคลุมและสามารถเข้าถึงประชาชนในวงกว้าง ซึ่งเป็นการสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้และการมีส่วนร่วมในเรื่องสุขภาพที่ดี โดยเฉพาะในพื้นที่ที่อาจขาดแคลนข้อมูลหรือเข้าถึงบริการด้านสุขภาพได้ยาก

คณะแพทย์ รพ.มน. บริการตรวจคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมาก ..ฟรี !

มหาวิทยาลัยนเรศวรมีความมุ่งมั่นในการส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของชุมชนและบุคลากรผ่านกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการตรวจคัดกรองโรค การให้ความรู้ด้านสุขภาพ และการสร้างการตระหนักรู้ในเรื่องการดูแลสุขภาพที่ถูกต้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นการป้องกันและตรวจพบโรคมะเร็ง ซึ่งเป็นโรคที่มีอัตราการเกิดสูงและเป็นหนึ่งในสาเหตุของการเสียชีวิตในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทยด้วย

ในวันที่ 8 ธันวาคม 2566 คณะแพทยศาสตร์ ร่วมกับ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร (รพ.มน.) ได้จัดกิจกรรม “การตรวจคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมากฟรี” โดยเปิดโอกาสให้ผู้ชายที่มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไปเข้ารับการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก ซึ่งเป็นโรคที่พบได้บ่อยในผู้ชายวัยกลางคนและสูงอายุ หากตรวจพบในระยะเริ่มต้นสามารถรักษาได้ผลดีและลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคนี้ได้อย่างมาก

โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักในการส่งเสริมการดูแลสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะชายวัย 50 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงที่มักจะไม่ค่อยเข้ารับการตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ การตรวจคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมากจะช่วยให้สามารถตรวจพบโรคในระยะเริ่มต้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาและลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากโรค

รายละเอียดของกิจกรรม
  • การตรวจคัดกรองฟรี: ผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปสามารถลงทะเบียนและรับการตรวจคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมากได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ
  • การบรรยายให้ความรู้: นอกจากการตรวจคัดกรองแล้ว ผู้เข้าร่วมยังได้รับฟังการบรรยายเกี่ยวกับมะเร็งต่อมลูกหมาก ทั้งในด้านสาเหตุ วิธีการป้องกัน และการรักษาที่มีประสิทธิภาพจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
  • ของที่ระลึก: ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้รับของที่ระลึกจากโครงการ ซึ่งเป็นการสร้างความรู้สึกขอบคุณและกระตุ้นให้มีการดูแลสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ

ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมผ่านทาง ลิงค์การลงทะเบียนออนไลน์ https://forms.gle/CVtsNJgC3DWby34P9 ซึ่งเป็นช่องทางที่สะดวกและรวดเร็วในการจัดการลงทะเบียน โดยกิจกรรมจะจัดขึ้นในวันที่ 8 ธันวาคม 2566 ที่ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งเป็นสถานที่ที่พร้อมด้วยเครื่องมือและทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่จะช่วยให้การตรวจคัดกรองเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

กิจกรรมนี้เป็นตัวอย่างของการดำเนินงานที่สอดคล้องกับ SDGs 3: การส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ซึ่งมีเป้าหมายในการลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคต่างๆ และการส่งเสริมการเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ สำหรับผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง การตรวจคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมากช่วยให้สามารถลดความเสี่ยงจากโรคนี้ได้ และช่วยเพิ่มอายุขัยให้กับผู้คนในชุมชน

โครงการนี้ยังเป็นการส่งเสริมการเข้าถึงการดูแลสุขภาพที่ดีสำหรับประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มผู้ชายที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ซึ่งมักจะไม่ได้รับการตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอ การให้บริการตรวจคัดกรองฟรียังช่วยลดช่องว่างทางด้านการเข้าถึงบริการทางการแพทย์และส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นสำหรับทุกคนในสังคม

“พกภาชนะ ลดขยะ สร้างสังคมยั่งยืน” ม.นเรศวร ขับเคลื่อนการผลิตและบริโภคอย่างมีความรับผิดชอบ

มหาวิทยาลัยนเรศวรเดินหน้าสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals – SDG) โดยเฉพาะ SDG 12: การผลิตและการบริโภคอย่างยั่งยืน ผ่านโครงการส่งเสริมจิตสำนึกในการจัดการทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการรณรงค์ให้ชุมชนในมหาวิทยาลัยมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่สร้างความเปลี่ยนแปลง

พกภาชนะมาเอง ลดพลาสติกครั้งเดียวทิ้ง
มหาวิทยาลัยนเรศวรสนับสนุนให้ทั้งนิสิตและบุคลากรพกพาภาชนะส่วนตัวมาใช้ในโรงอาหาร NU Canteen เพื่อช่วยลดปริมาณขยะพลาสติก โดยร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการจะมอบส่วนลดพิเศษ 2-5 บาท ให้แก่ผู้ที่นำภาชนะมาเอง ความร่วมมือนี้ไม่เพียงช่วยลดการใช้ทรัพยากรสิ้นเปลือง แต่ยังสร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในทุกมื้ออาหาร

จัดการเศษอาหารอย่างสร้างสรรค์
มหาวิทยาลัยยังตระหนักถึงปัญหาการสูญเสียอาหารและขยะอินทรีย์ในโรงอาหาร จึงได้ดำเนินโครงการ คัดแยกเศษอาหาร จากร้านค้าที่เข้าร่วม เพื่อนำไปใช้เป็นอาหารสัตว์และผลิตปุ๋ยอินทรีย์ การดำเนินงานนี้ช่วยลดปริมาณขยะที่ต้องกำจัด พร้อมทั้งสร้างประโยชน์ต่อชุมชนและเกษตรกรในพื้นที่

ความร่วมมือเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน
มหาวิทยาลัยนเรศวรขอขอบคุณนิสิตและบุคลากรที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืน ผ่านการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น การพกภาชนะมาเอง และการ จัดการเศษอาหาร อย่างเหมาะสม กิจกรรมเหล่านี้เป็นตัวอย่างที่แสดงถึงความมุ่งมั่นของชุมชนมหาวิทยาลัยในการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม

เพราะอนาคตที่ยั่งยืนเริ่มต้นที่ตัวเรา
ร่วมกันสร้างสรรค์มหาวิทยาลัยสีเขียวเพื่ออนาคตที่ดีของทุกคน พร้อมทั้งสร้างการมีส่วนร่วมด้านสิ่งแวดล้อมและการใช้วัสดุที่ยั่งยืนด้วยความร่วมมือจาก นิสิตที่สนใจ, นิสิตจิตอาสา, สโมสร, ชมรม และหน่วยงานต่าง ๆ ทั้ง บุคลากรและนิสิต

เพราะอนาคตที่ยั่งยืนเริ่มต้นที่ตัวเรา ร่วมกันสร้างสรรค์มหาวิทยาลัยสีเขียวเพื่ออนาคตที่ดีของทุกคน

ม.นเรศวร จัดมหกรรมสุขภาพเฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปี สร้างสังคมสุขภาพดี

มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในด้านการป้องกันโรคและส่งเสริมการดูแลสุขภาพในชุมชน การจัดงาน “มหกรรมสุขภาพ เพื่อร่วมสร้างสังคมที่มีสุขภาพที่ดี” (Health Festival: Creating a Healthier Society) ในระหว่างวันที่ 18-20 มกราคม 2567 ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญที่สอดคล้องกับ SDGs 3 ซึ่งมุ่งเน้นการส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของทุกคนในสังคม

งานนี้จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบ 30 ปี ของการก่อตั้งคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยเน้นการเผยแพร่ความรู้และบริการด้านสุขภาพให้แก่ประชาชนในท้องถิ่น และมีการจัดกิจกรรมที่หลากหลายเพื่อส่งเสริมการดูแลสุขภาพในทุกมิติ ได้แก่ การตรวจสุขภาพฟรี การให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจากแพทย์และผู้เชี่ยวชาญ และการประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ

งานมหกรรมสุขภาพในปี 2567 นี้มีกิจกรรมต่าง ๆ ที่จะช่วยให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากการดูแลสุขภาพในหลายด้าน รวมถึง:

  1. ตรวจสุขภาพฟรี: ผู้เข้าร่วมสามารถเข้ารับการตรวจสุขภาพเบื้องต้นโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย อาทิ การตรวจความดันโลหิต การตรวจระดับน้ำตาลในเลือด และการตรวจคัดกรองโรคต่าง ๆ ที่พบได้บ่อยในสังคมไทย เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และมะเร็ง เป็นต้น ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนสามารถตรวจพบปัญหาสุขภาพในระยะเริ่มต้น และได้รับคำแนะนำในการดูแลสุขภาพต่อไป
  2. การแนะนำวิธีการดูแลสุขภาพโดยอาจารย์แพทย์และกูรูชื่อดัง: ภายในงานมีการบรรยายและให้ความรู้จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และกูรูด้านสุขภาพในหัวข้อต่าง ๆ เช่น วิธีการป้องกันโรค การดูแลสุขภาพจิต และการใช้ชีวิตประจำวันอย่างสมดุล การดูแลตัวเองอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย
  3. กิน&ช็อปของดีเพื่อสุขภาพ: ภายในงานจะมีการจำหน่ายสินค้าที่ส่งเสริมสุขภาพ เช่น ผลิตภัณฑ์สมุนไพร อาหารเสริม เครื่องมือสุขภาพ และผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ช่วยในการดูแลร่างกาย นอกจากนี้ยังมีการจัดกิจกรรมเพื่อให้ความรู้ในการเลือกซื้อสินค้าสุขภาพอย่างมีข้อมูลและปลอดภัย
  4. กิจกรรมและการฝึกปฏิบัติ: ภายในงานจะมีการจัดกิจกรรมเสริมเพื่อเสริมสร้างสุขภาพในด้านต่าง ๆ เช่น การฝึกโยคะ การออกกำลังกายแบบง่าย ๆ ที่ทุกคนสามารถทำได้ในชีวิตประจำวัน และการฝึกสมาธิเพื่อการดูแลสุขภาพจิต

งาน “มหกรรมสุขภาพ เพื่อร่วมสร้างสังคมที่มีสุขภาพที่ดี” ยังเป็นการสร้างโอกาสในการเข้าถึงบริการสุขภาพที่ดีและมีคุณภาพสำหรับทุกคนในชุมชน โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลหรือผู้ที่อาจไม่มีโอกาสเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้ง่าย ผ่านการจัดกิจกรรมในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การตรวจสุขภาพฟรี การบรรยายให้ความรู้ การจัดกิจกรรมส่งเสริมการออกกำลังกาย และการประชาสัมพันธ์การดูแลสุขภาพที่เป็นประโยชน์

งานจะจัดขึ้นที่ ศูนย์แสดงนิทรรศการและการจัดประชุมนานาชาติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (KNECC) อาคารอุทยานองค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานที่สามารถรองรับผู้เข้าร่วมได้จำนวนมากและมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน การจัดงานในครั้งนี้จึงสามารถให้บริการประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กิจกรรมในงานมหกรรมสุขภาพครั้งนี้สอดคล้องกับ SDGs 3 ที่มุ่งเน้นการส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีให้กับทุกคนในสังคม โดยเฉพาะการเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพ และการส่งเสริมการดูแลสุขภาพในระดับบุคคลและชุมชน โดยการให้บริการตรวจสุขภาพฟรี การให้ความรู้ในการดูแลสุขภาพ และการให้คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญจะช่วยให้ประชาชนมีข้อมูลที่จำเป็นในการป้องกันและดูแลสุขภาพของตนเอง รวมถึงส่งเสริมให้ทุกคนมีชีวิตที่ยืนยาวและมีสุขภาพดี

ที่มา: คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

หน่วยใส่ฟันเทียมทันตกรรมพระราชทาน ออกพื้นที่บริการสร้างรอยยิ้มให้ประชาชน

มหาวิทยาลัยนเรศวรได้มีส่วนร่วมในการส่งเสริมสุขภาพที่ดีและลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการสุขภาพ โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล ผ่านการให้บริการทางการแพทย์และทันตกรรมที่มีคุณภาพ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ในด้านการส่งเสริมสุขภาพที่ดีและการลดความไม่เท่าเทียมในสังคม

หนึ่งในโครงการที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นนี้คือการให้บริการ ฟันเทียมพระราชทาน ที่จัดขึ้นระหว่าง วันที่ 21-23 กุมภาพันธ์ 2566โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลโพนทอง ตำบลโพนทอง อำเภอโพธิ์ตาก จังหวัดหนองคาย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความต้องการการดูแลสุขภาพช่องปากที่สูง แต่ขาดแคลนผู้เชี่ยวชาญในการให้บริการ

ความสำคัญของการให้บริการฟันเทียม ในพื้นที่ดังกล่าว กลุ่มงานทันตกรรมของ โรงพยาบาลโพธิ์ตาก พบปัญหาในการให้บริการ ฟันเทียมทั้งปาก สำหรับผู้ป่วยที่มีกรณีซับซ้อนและต้องการการดูแลพิเศษ ทีมทันตกรรมจึงได้ประสานงานกับ หน่วยทันตกรรมพระราชทาน จาก คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อช่วยเหลือและให้บริการแก่ผู้ป่วย โดยมี อาจารย์ทันตแพทย์, นิสิตปริญญาโท, ผู้ช่วยทันตแพทย์, และ ช่างทันตกรรม จากมหาวิทยาลัยนเรศวร จำนวนกว่า 30 คน ร่วมออกหน่วยเคลื่อนที่ในระยะเวลา 3 วัน เพื่อทำฟันเทียมทั้งปากให้แก่ผู้ป่วยจำนวน 34 ราย

การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการทำฟันเทียม สิ่งที่โดดเด่นในโครงการนี้คือการนำ เทคโนโลยีดิจิทัล มาใช้ในการผลิตฟันเทียม ซึ่งเป็นการยกระดับการให้บริการทันตกรรมไปอีกขั้น การใช้ การสแกนฟันดิจิทัล (Digital Scan) เพื่อเก็บข้อมูลฟันที่แม่นยำ จากนั้นทำการออกแบบฟันเทียมด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ (CAD Design) และใช้เครื่องพิมพ์ 3 มิติ (3D Printer) ในการผลิตฟันเทียม

การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Denture) ในการผลิตฟันเทียมทำให้สามารถออกแบบและผลิตฟันที่มี ความสวยงามและเป็นธรรมชาติ มากขึ้น เนื่องจากฟันเทียมสามารถปรับแต่งให้เหมาะสมกับสภาพช่องปากของผู้ป่วยแต่ละราย แตกต่างจากการใช้ฟันสำเร็จรูปแบบเดิมจากบริษัทที่ผลิตในรูปแบบมาตรฐาน

การทดสอบระบบดิจิทัลครั้งนี้ทำให้สามารถผลิต ฟันเทียมดิจิทัล ได้เร็วขึ้น โดยไม่สูญเสียคุณภาพและความแข็งแรงของฟันเทียม กระบวนการผลิตยังคงรักษามาตรฐานสูงเช่นเดียวกับการผลิตฟันเทียมแบบปกติ แต่ที่สำคัญที่สุดคือ ความสวยงามและความเข้ากับผู้ป่วย ที่ดีขึ้น เนื่องจากการออกแบบที่เฉพาะเจาะจง

ผลลัพธ์ที่ได้จากโครงการ ในการออกหน่วยครั้งนี้, 5 เคสแรกของฟันเทียมดิจิทัล (Digital Denture) ได้รับการผลิตด้วยระบบดิจิทัล ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในการนำเทคโนโลยีทันสมัยมาประยุกต์ใช้ในการรักษา ฟันเทียมที่ผลิตขึ้นมาไม่เพียงแค่มีรูปลักษณ์ที่สวยงามและเป็นธรรมชาติ แต่ยังมี ความสะดวกในการใช้งาน และ ความมั่นคงในการยึดติด ที่เทียบเท่าหรือดีกว่าฟันเทียมแบบดั้งเดิม

การใช้เครื่องพิมพ์ 3 มิติและระบบดิจิทัลช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตฟันเทียมให้เร็วกว่าการผลิตด้วยวิธีแบบดั้งเดิม รวมทั้งยังช่วยลดข้อผิดพลาดในการผลิตได้มากขึ้น ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยและการให้บริการในระยะยาว

ความท้าทายและการพัฒนาในอนาคต แม้ว่าการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในครั้งนี้จะสร้างความสำเร็จในด้านการผลิตฟันเทียมที่มีคุณภาพสูงขึ้น แต่ก็ยังมีความท้าทายด้าน ค่าใช้จ่าย สำหรับอุปกรณ์และวัสดุที่มีราคาสูง รวมถึง ความซับซ้อนในการใช้งาน ซึ่งต้องอาศัยการฝึกฝนและพัฒนาทักษะจากทีมงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

การดำเนินงานในโครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานสาธารณสุขอำเภอโพธิ์ตาก, โดยมี ทพ.ณัฐพล มัสยามาตย์ หัวหน้ากลุ่มงานทันตกรรม โรงพยาบาลโพธิ์ตาก ซึ่งช่วยประสานงานและอำนวยความสะดวกในการดำเนินการของทีมงานจากหน่วยทันตกรรมพระราชทาน

นอกจากนี้ยังต้องขอขอบคุณ ทพญ.เขมจิรัฏฐ์ โควสุภัทร์, ศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยนเรศวร, ที่มีบทบาทสำคัญในการช่วยประสานงานการจัดกิจกรรมในครั้งนี้

มหาวิทยาลัยนเรศวรขอขอบคุณทุกฝ่ายที่ร่วมมือกันในการทำให้โครงการนี้ประสบความสำเร็จ รวมถึง อาจารย์, นิสิต, ผู้ช่วยทันตแพทย์, และช่างทันตกรรม ที่ทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่ เพื่อผลิตฟันเทียมทั้งปากให้กับผู้ป่วยจำนวน 34 ราย โดยทุกคนสามารถกลับไปมี รอยยิ้มใหม่ ที่สะท้อนถึงความสำเร็จของการให้บริการที่มีคุณภาพและมีผลต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน

ที่มา: หน่วยใส่ฟันเทียมทันตกรรมพระราชทาน คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร ให้ความรู้แก่นักเรียน ในหัวข้อ “รักในวัยเรียนและเพศศึกษา”

เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2566 โรงเรียนมัธยมสาธิตมหาวิทยาลัยนเรศวรได้จัดกิจกรรมประชุมสายชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยมีการบรรยายให้ความรู้แก่นักเรียนในหัวข้อ “รักในวัยเรียนและเพศศึกษา” เพื่อเสริมสร้างความรู้และทัศนคติที่ถูกต้องเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพทางเพศ รวมถึงการสร้างความเข้าใจในเรื่องความสัมพันธ์และพฤติกรรมทางเพศในช่วงวัยรุ่น ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สำคัญในการพัฒนาทั้งทางร่างกายและจิตใจ

การบรรยายครั้งนี้ได้รับความอนุเคราะห์วิทยากรจาก โรงพยาบาลพุทธชินราชพิษณุโลก ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านสุขภาพวัยรุ่น โดยนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2.1 ถึง 2.3 จำนวนมากได้เข้าร่วมกิจกรรมที่จัดขึ้น ณ ห้อง 3100 อาคารเรียน 3 ของโรงเรียนมัธยมสาธิตฯ

วัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรม:

  • เพื่อให้ความรู้แก่นักเรียนเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและจิตใจในช่วงวัยรุ่น
  • ส่งเสริมให้นักเรียนมีทัศนคติที่ถูกต้องและพฤติกรรมที่รับผิดชอบในเรื่องเพศศึกษา
  • ให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพทางเพศที่ปลอดภัยและการตัดสินใจที่มีความรับผิดชอบในวัยรุ่น
  • ช่วยให้นักเรียนสามารถปรับตัวและรับมือกับพัฒนาการของชีวิตในช่วงวัยรุ่นอย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับสังคมในปัจจุบัน

การจัดกิจกรรมดังกล่าว สอดคล้องกับ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะ เป้าหมายที่ 3: การส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ซึ่งมุ่งเน้นการให้ความรู้ที่ถูกต้องแก่เยาวชนในเรื่องสุขภาพทางเพศ และ เป้าหมายที่ 4: การศึกษาอย่างมีคุณภาพ ที่มุ่งพัฒนาทักษะความรู้และการเตรียมตัวของนักเรียนให้พร้อมต่อการเผชิญกับชีวิตในอนาคต ด้วยการให้การศึกษาและข้อมูลที่เหมาะสมในช่วงวัยรุ่น

กิจกรรมนี้มีความสำคัญในด้านการเตรียมความพร้อมให้แก่เยาวชนในการตัดสินใจเกี่ยวกับสุขภาพของตนเอง ทั้งในด้านร่างกายและจิตใจ ช่วยส่งเสริมการสร้างสุขภาพที่ดีและการพัฒนาชีวิตที่มีคุณภาพในสังคม การให้ความรู้ในช่วงวัยรุ่นจะช่วยให้นักเรียนสามารถดำเนินชีวิตอย่างมีความรับผิดชอบและมีสุขภาพดีในระยะยาว

การจัดกิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีในการสร้างพื้นฐานที่มั่นคงในการศึกษาด้านเพศศึกษาและการส่งเสริมสุขภาพในวัยรุ่น ซึ่งจะส่งผลดีต่อการพัฒนาสังคมและประเทศในอนาคต.

ที่มา: โรงเรียนมัธยมสาธิตมหาวิทยาลัยนเรศวร

คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ ม.นเรศวร จัดกิจกรรมกีฬาสานสัมพันธ์ 22 ปี ส่งเสริมความสามัคคีและอัตลักษณ์นิสิต

มหาวิทยาลัยนเรศวรมีความมุ่งมั่นในการส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของนิสิตและชุมชนในมหาวิทยาลัย โดยผ่านกิจกรรมที่ไม่เพียงแต่ส่งเสริมด้านวิชาการเท่านั้น แต่ยังมุ่งเน้นการพัฒนาองค์ความรู้และความสัมพันธ์ระหว่างบุคลากรทุกคนในมหาวิทยาลัยในหลายมิติ ผ่านกิจกรรมที่เสริมสร้างความเข้มแข็งในด้านการจัดการด้านสุขภาพ การเสริมสร้างความสัมพันธ์และการพัฒนาทักษะทางสังคม ซึ่งตรงกับ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs 3) ที่มุ่งเน้นการส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี

หนึ่งในกิจกรรมที่สะท้อนการส่งเสริมสุขภาพจิตและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในชุมชนของมหาวิทยาลัยนเรศวรคือโครงการ “กิจกรรมกีฬาสานสัมพันธ์ 22 ปี คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-24 พฤศจิกายน 2566 โดยมีการจัดกิจกรรมการแข่งขันกีฬาและกิจกรรมที่เสริมสร้างความสามัคคีภายในคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์

โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริม ความสามัคคีและการทำงานร่วมกัน ของนิสิตคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ทั้งรุ่นพี่และรุ่นน้อง รวมถึงการเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างนิสิตทุกชั้นปี โดยการใช้กีฬาเป็นเครื่องมือในการเชื่อมโยงคนทุกกลุ่มภายในคณะและสร้างบรรยากาศที่เป็นมิตรในการทำกิจกรรมร่วมกัน

นอกจากนี้กิจกรรมนี้ยังเป็นการเสริมสร้าง สุขภาพจิตที่ดี ผ่านการร่วมมือกันในการแข่งขันกีฬา ซึ่งทำให้ผู้เข้าร่วมได้รับประสบการณ์ที่ดีทั้งในด้านร่างกายและจิตใจ ซึ่งตรงกับเป้าหมาย SDG 3 ที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมสุขภาพที่ดีและความเป็นอยู่ที่ดีในสังคม

โครงการเริ่มต้นด้วยการ การแข่งขันกีฬาระหว่างนิสิต ที่หลากหลายประเภท ทั้งในระดับกลุ่มและประเภทบุคคล โดยมีการแข่งขันกีฬาให้เลือกมากมาย เช่น ฟุตบอล, บาสเก็ตบอล, วิ่ง, และกีฬาอื่น ๆ ที่ส่งเสริมการทำงานเป็นทีม การแข่งขันเหล่านี้มุ่งเน้นไปที่การสร้าง ความสัมพันธ์ที่ดี และ ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ในหมู่นิสิต รวมถึงการพบปะและรู้จักกันระหว่างนิสิตแต่ละสาขา

ในส่วนของการเปิดงาน “กิจกรรมสานสัมพันธ์ 22 ปี คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์” ในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2566 มีกิจกรรมที่น่าสนใจอย่างมากมายที่มีการแสดงศิลปะและวัฒนธรรมจากชมรมต่าง ๆ ได้แก่ ชมรมสันทนาการ, ชมรมผู้นำเชียร์, ชมรมคฑากร, และ ชมรมคัฟเวอร์แดนซ์ ที่มาร่วมกันแสดงออกถึงความสามารถของนิสิตคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์

ในงานนี้มีการจัด การแข่งขันกีฬาพื้นบ้าน ที่มีการแบ่งกลุ่มออกเป็น สีต่าง ๆ ซึ่งได้แก่ พี่สีน้ำเงิน (แซฟไฟร์ไฮเดรนเยีย), พี่สีแดง (ปัตตาเวียดาหลา), พี่สีเหลือง (อุไรอำพัน), พี่สีเขียว (ปทุมมามรกต), และ พี่สีชมพู (พญาเสือโคร่งอำไพ) โดยมีการสร้างการแข่งขันทั้งระหว่างนิสิตและระหว่างนิสิตกับอาจารย์ ซึ่งช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างรุ่นพี่และรุ่นน้อง รวมถึงการเสริมสร้าง ความสามัคคีและการทำงานเป็นทีม

นอกจากนั้นยังมีการนำ วิธีการวิ่งคบเพลิงจำลอง ซึ่งเป็นกิจกรรมที่มีการเชื่อมโยงถึงความภาคภูมิใจในความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ และเป็นการส่งต่อความมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จในด้านต่าง ๆ ให้กับทุกคนในคณะ

ในวันสุดท้ายของกิจกรรมคือ วันที่ 25 พฤศจิกายน 2566 การเฉลิมฉลอง “กิจกรรมสานสัมพันธ์ 22 ปี คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์” ได้จัดให้มี พิธีมอบถ้วยรางวัลและเกียรติบัตร สำหรับผู้ชนะการแข่งขันกีฬาแต่ละประเภท ซึ่งเป็นการยกย่องความสามารถและความพยายามของนิสิตในการแข่งขัน นอกจากนี้ยังมีการจัด การแสดงดนตรีจากชมรมดนตรีสากล ซึ่งสร้างบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน เสียงหัวเราะ และรอยยิ้มจากทุกคนที่เข้าร่วมงาน

จากกิจกรรมในครั้งนี้ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งนิสิต คณาจารย์ และบุคลากรได้รับประโยชน์ในด้านต่าง ๆ เช่น

  • การเสริมสร้างความสัมพันธ์และความสามัคคี: การแข่งขันกีฬาและกิจกรรมต่าง ๆ ช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างนิสิตและคณาจารย์ รวมถึงการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างรุ่นพี่และรุ่นน้องในคณะ
  • การพัฒนาทักษะการทำงานเป็นทีม: กิจกรรมที่เน้นการทำงานร่วมกันช่วยเสริมสร้างทักษะในการทำงานร่วมกันและการแก้ไขปัญหาในสถานการณ์ต่าง ๆ
  • การเสริมสร้างสุขภาพจิตและร่างกาย: กิจกรรมกีฬาไม่เพียงแต่ช่วยพัฒนาสุขภาพร่างกาย แต่ยังช่วยเสริมสร้างความสุขและสุขภาพจิตที่ดีให้กับผู้เข้าร่วม
  • การสร้างวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ของคณะ: กิจกรรมที่มีการแสดงออกทางศิลปะและวัฒนธรรมช่วยให้สมาชิกในคณะรู้สึกถึงความภาคภูมิใจในสถาบันและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

มหาวิทยาลัยนเรศวรขอขอบคุณผู้บริหาร, คณาจารย์, บุคลากร และองค์กรภายนอกที่ได้สนับสนุนรางวัลและของที่ระลึกต่าง ๆ ให้กับผู้ชนะการแข่งขัน นอกจากนี้ยังขอขอบคุณผู้ที่มอบบัตรกำนัลและขนมต่าง ๆ ซึ่งช่วยเสริมสร้างความสุขให้กับนิสิตและผู้เข้าร่วมงานทุกคน

ที่มา: ส่งเสริมความสามัคคีปรองดอง ให้รุ่นพี่-รุ่นน้อง

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin