ม.นเรศวร ส่งต่อยาเหลือใช้ช่วยผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ สนับสนุนการเข้าถึงยาและใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า

วันพุธที่ 26 พฤศจิกายน 2568 คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ส่งต่อ ยาเหลือใช้และผลิตภัณฑ์นิวทริโฟล ภายใต้โครงการ PharmaSea ผ่านทีมงานจิตอาสา “ไอ้เข้สองแคว” เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ และสนับสนุนการดูแลสุขภาพของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภัยพิบัติ

ต่อมาในวันพฤหัสบดีที่ 27 พฤศจิกายน 2568 ยาและผลิตภัณฑ์ทั้งหมดได้ส่งถึง คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยเรียบร้อยแล้ว เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ต่อไป

การส่งมอบครั้งนี้มุ่งสนับสนุน โอกาสในการเข้าถึงยาและสิ่งของจำเป็นของผู้ประสบภัย โดยอาศัยการประสานงานระหว่างมหาวิทยาลัยและเครือข่ายจิตอาสาในการนำทรัพยากรไปยังหน่วยงานปลายทางที่ดำเนินงานช่วยเหลือในพื้นที่ เป็นส่วนหนึ่งของการบรรเทาความเดือดร้อนและดูแลผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือในภาวะฉุกเฉิน

การดำเนินงานผ่านโครงการ PharmaSea ให้ความสำคัญกับ การส่งต่อยาเหลือใช้อย่างถูกต้องและปลอดภัย ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ โดยเชื่อมโยงการจัดการยาเหลือใช้กับการสนับสนุนงานช่วยเหลือสังคม ทั้งนี้ การนำยาไปใช้ประโยชน์ต้องคำนึงถึงคุณภาพและความเหมาะสมเป็นสำคัญ

ในด้านการใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ การจัดการยาเหลือใช้ที่ยังเหมาะสมต่อการใช้ประโยชน์เป็นแนวทางหนึ่งในการ ลดการสูญเสียทรัพยากรและลดของเสียจากยา พร้อมส่งเสริมให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการจัดการยาอย่างเหมาะสม ไม่ปล่อยให้ทรัพยากรที่มีคุณค่าสูญเปล่า

ความช่วยเหลือครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจาก ประชาชน บริษัท และภาคส่วนต่าง ๆ รวมถึงทีมงานจิตอาสาที่ทำหน้าที่ขนส่ง และคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ซึ่งเป็นหน่วยงานรับมอบ ความร่วมมือดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงการแบ่งปันทรัพยากรและความรับผิดชอบร่วมกันในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยข้ามพื้นที่

คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ขอขอบคุณผู้สนับสนุนและผู้ร่วมดำเนินงานทุกฝ่ายที่ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสังคมที่ห่วงใยและยั่งยืน ผ่านการส่งต่อความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบอุทกภัย โดยให้ความสำคัญกับการลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงทรัพยากรจำเป็น และการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมอย่างคุ้มค่า

ม.นเรศวร ขับเคลื่อนต้นแบบการระวังสุขภาพจิตในสถานศึกษา สร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับนิสิต

วันอาทิตย์ที่ 16 พฤศจิกายน 2568 คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดโครงการ “สุขเสลา: ต้นแบบการระวังสุขภาพจิตในสถานศึกษา” ณ ห้อง PHL 203 อาคารปฏิบัติการ เพื่อร่วมสร้างสังคมการศึกษาที่ใส่ใจสุขภาพจิต และสนับสนุนการดูแลนิสิตอย่างเหมาะสม

โครงการมุ่งสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับสุขภาพใจในชีวิตประจำวัน เปิดโอกาสให้นิสิตได้เรียนรู้การสังเกตอารมณ์ ความคิด และความรู้สึกของตนเอง รวมทั้งตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาวะใจควบคู่กับการเรียนและการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัย

กิจกรรมภายในโครงการได้รับการออกแบบ เพื่อเสริมสร้างการตระหนักรู้ด้านสุขภาพใจ ผ่านรูปแบบการเรียนรู้ที่เข้าถึงได้ง่ายและเป็นมิตร ช่วยให้นิสิตสามารถทบทวนตนเอง แลกเปลี่ยนมุมมอง และเห็นแนวทางดูแลใจของตนในสถานการณ์ต่าง ๆ

กิจกรรม “สำรวจใจผ่านปลายปากกา” เป็นกิจกรรมสำคัญที่เปิดพื้นที่ให้นิสิตได้ถ่ายทอดและทบทวนความคิดความรู้สึกผ่านการเขียน ภายใต้บรรยากาศที่ปลอดภัย เป็นกันเอง และเคารพความแตกต่างของแต่ละบุคคล

การมีพื้นที่ให้ผู้เรียนได้สื่อสารกับตนเองอย่างสร้างสรรค์ ช่วยส่งเสริมทักษะการรู้เท่าทันอารมณ์ การจัดการความรู้สึก และการขอความช่วยเหลือเมื่อจำเป็น อันเป็นพื้นฐานสำคัญของการใช้ชีวิตและการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ

โครงการดังกล่าวสะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยในการสร้าง สภาพแวดล้อมการศึกษาที่ปลอดภัยและเอื้อต่อสุขภาวะ โดยให้ความสำคัญกับการป้องกัน การเฝ้าระวัง และการดูแลสุขภาพจิตของนิสิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทุกคนสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงทั้งด้านการศึกษาและชีวิตส่วนตัว

การขับเคลื่อนกิจกรรมด้านสุขภาพจิตเช่นนี้ช่วยเสริมความเข้มแข็งของชุมชนมหาวิทยาลัย ส่งเสริมความเข้าใจ ความเอื้ออาทร และการอยู่ร่วมกันอย่างเคารพซึ่งกันและกัน นำไปสู่สังคมการศึกษาที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และน่าอยู่สำหรับทุกคน

ม.นเรศวร โดยคณะมนุษยศาสตร์ ผนึกกำลังสโมสรซอนต้าพิษณุโลก จัดกิจกรรมรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรี

วันอังคารที่ 25 พฤศจิกายน 2568 คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร นำโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อรอุษา สุวรรณประเทศ คณบดีคณะมนุษยศาสตร์ พร้อมด้วย ดร.ภูริตา เรืองจิรยศ รองคณบดีฝ่ายกิจการนิสิตและศิษย์เก่าสัมพันธ์ ร่วมกับ สโมสรซอนต้าพิษณุโลก (Zonta) จัดกิจกรรมแสดงสัญลักษณ์รณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรี ณ ห้องประชุม HU 2306 คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญระดับโลกที่รณรงค์ร่วมกันทั่วโลก ระหว่างวันที่ 25 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม ของทุกปี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความตระหนักรู้และกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนในสังคมเล็งเห็นถึงความสำคัญของการปกป้องสิทธิมนุษยชน

การดำเนินงานในครั้งนี้สะท้อนถึงเจตนารมณ์อันแน่วแน่ในการ รวมพลัง…เพื่อยุติความรุนแรงในทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นในระดับครอบครัว สถานศึกษา หรือชุมชน เพื่อให้ทุกคนตระหนักถึงภัยและความสูญเสียอันเกิดจากความรุนแรงในรูปแบบต่าง ๆ

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความร่วมมือร่วมใจอย่างพร้อมเพรียง โดยมีคณาจารย์ บุคลากรสายสนับสนุน และสโมสรนิสิตคณะมนุษยศาสตร์เข้าร่วมงาน เพื่อแสดงพลังขับเคลื่อนสังคมที่ปลอดภัยและเท่าเทียมสำหรับทุกคน

ความร่วมมือในการจัดกิจกรรมครั้งนี้มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการส่งเสริมความเข้าใจด้าน การคุ้มครองสิทธิเด็กและสตรี (Child & Women Protection) ซึ่งเป็นกลไกหลักในการขจัดความเลือกปฏิบัติและการล่วงละเมิดทุกรูปแบบในสังคมไทย

นอกจากนี้ กิจกรรมดังกล่าวยังมุ่งเน้นการสร้าง การพัฒนาสังคมที่เป็นธรรม (Social Equity for All) ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อให้สังคมมีความสงบสุข เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และเติบโตอย่างมั่นคง

คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ยังคงมุ่งมั่นที่จะดำเนินกิจกรรมและโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นพลังสำคัญในการสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวก และร่วมสร้างสังคมที่ปราศจากความรุนแรงอย่างยั่งยืนต่อไป

ม.นเรศวร จัดเสวนาวิชาการชูนวัตกรรมรับมือ Climate Change หนุนอนุรักษ์ระบบนิเวศทางทะเลและพะยูนอย่างยั่งยืน

วันจันทร์ที่ 17 พฤศจิกายน 2568 คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดการเสวนาวิชาการในหัวข้อ “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Global Warming) ผลกระทบต่อระบบบำบัดน้ำเสีย และผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเล กรณีศึกษา: การอนุรักษ์พะยูนและแหล่งหญ้าทะเลอย่างยั่งยืนในพื้นที่ทะเลไทย” ณ ห้อง Auditorium กองบริการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยนเรศวร

ภายในงานได้รับเกียรติจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชนินทร์ อัมพรสถิร คณบดีคณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธีเปิดการเสวนาวิชาการ ซึ่งจัดขึ้นเพื่อมุ่งสร้างการตระหนักรู้เกี่ยวกับวิกฤตการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน

การจัดเสวนาครั้งนี้มีความมุ่งหมายสำคัญในการสร้างความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีต่อระบบนิเวศรอบตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาที่เกี่ยวข้องกับ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพของทรัพยากรธรรมชาติทั้งบนบกและในน้ำ

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้ร่วมกันวิเคราะห์และอภิปรายถึง ผลกระทบต่อระบบบำบัดน้ำเสีย ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการบริหารจัดการมลพิษทางน้ำ ก่อนที่น้ำทิ้งเหล่านั้นจะถูกระบายลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติและส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อสิ่งมีชีวิตในทะเล

เพื่อขับเคลื่อนองค์ความรู้ให้รอบด้าน ทางโครงการได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ได้แก่ ดร.มาโนช วงษ์สุรีย์รัตน์ ประธานชมรมนิสิตเก่า มก. เคยู ตรัง และ ศาสตราจารย์ ดร.พงศ์ศักดิ์ หนูพันธ์ ผู้ทรงคุณวุฒิจากภาควิชาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คณะเกษตรศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยนเรศวร มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์และแนวทางการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

เวทีเสวนาดังกล่าวได้เน้นย้ำถึงประเด็นการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล ผ่านกรณีศึกษาการปกป้องคุ้มครองสัตว์ทะเลหายาก โดยมุ่งเน้นการสร้างความตระหนักถึง ความสำคัญของการอนุรักษ์พะยูนและแหล่งหญ้าทะเลให้คงอยู่คู่ทะเลไทยอย่างมั่นคงและยั่งยืน ซึ่งเป็นตัวชี้วัดความสมบูรณ์ของระบบนิเวศชายฝั่ง

ความสำเร็จของการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และการขับเคลื่อนนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อเชิญชวนให้ประชาคมและสังคมร่วมมือกันเรียนรู้ ลงมือปฏิบัติ และสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้แก่ท้องทะเลไทยสืบไป

ม.นเรศวร คว้ารางวัล 5 ดาว AUN-HPN ก้าวสู่ผู้นำมหาวิทยาลัยสร้างเสริมสุขภาพอาเซียน

วันพุธที่ 27 พฤศจิกายน 2568 รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร เข้ารับมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ “มหาวิทยาลัยอาเซียนด้านการสร้างเสริมสุขภาพ ระดับ 5 ดาว” จากเครือข่ายมหาวิทยาลัยสร้างเสริมสุขภาพแห่งอาเซียน (AUN-HPN) ซึ่งเป็นผลสำเร็จสำคัญที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการพัฒนาสภาพแวดล้อม ระบบสนับสนุน และการบริหารจัดการสุขภาวะให้มีประสิทธิภาพตามมาตรฐาน Healthy University Rating System (HURS) อันเป็นกรอบการประเมินที่ส่งเสริมให้สถาบันอุดมศึกษาพัฒนาศักยภาพด้านสุขภาวะอย่างยั่งยืน

รางวัลระดับ 5 ดาวดังกล่าวเป็นหลักฐานที่แสดงถึงความก้าวหน้าของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการขับเคลื่อนแนวทางสร้างเสริมสุขภาพเชิงระบบ โดยคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของบุคลากร นิสิต และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกระดับ ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การออกแบบบริการสนับสนุนสุขภาวะ และการขยายระบบบริหารจัดการที่เอื้อต่อคุณภาพชีวิตของสมาชิกในมหาวิทยาลัย ซึ่งล้วนเป็นองค์ประกอบที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี

พิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณจัดขึ้นโดยมีศาสตราจารย์ ดร.ฉัตรเฉลิม อิศรางกูร ณ อยุธยา ประธานคณะทำงานระบบ HURS เป็นผู้มอบรางวัล โดยในปี 2568 มีเพียง 4 มหาวิทยาลัยไทยที่ได้รับการประเมินในระดับสูงสุด 5 ดาว ได้แก่ มหาวิทยาลัยนเรศวร มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งของระบบอุดมศึกษาไทยในการขับเคลื่อนประเด็นสุขภาวะและความยั่งยืนในระดับภูมิภาค

การได้รับรางวัลในครั้งนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการบูรณาการแนวคิดการสร้างเสริมสุขภาพกับการบริหารจัดการมหาวิทยาลัยอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะการส่งเสริมสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาวะ การบริหารจัดการความปลอดภัย การเข้าถึงบริการสุขภาพ และการพัฒนาทักษะด้านสุขภาวะสำหรับนิสิตและบุคลากร ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของมหาวิทยาลัยสุขภาวะแบบยั่งยืน

นอกจากการเข้ารับรางวัลแล้ว รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี ยังได้รับเชิญให้นำเสนอแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practices) ในเวทีเสวนานานาชาติของ AUN-HPN ในหัวข้อ “Sharing Best Practices among Healthy Universities Participating in HURS” ณ Hilton Manila Newport World Resorts สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ การนำเสนอในครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญในการเผยแพร่ประสบการณ์ของมหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ร่วมกับมหาวิทยาลัยในภูมิภาคอาเซียน เพื่อยกระดับการพัฒนามหาวิทยาลัยสุขภาวะในเชิงร่วมมือ

การได้รับเชิญในฐานะวิทยากรระดับนานาชาติ แสดงให้เห็นถึงการยอมรับในศักยภาพของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการเป็นต้นแบบด้านการสร้างเสริมสุขภาพ ตลอดจนการสร้างเวทีการเรียนรู้ร่วมกันกับมหาวิทยาลัยพันธมิตรในอาเซียน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ในระดับภูมิภาค และสอดคล้องกับเป้าหมายด้านการสร้างความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

ความสำเร็จที่เกิดขึ้นทั้งในระดับการประเมินและการเผยแพร่แนวปฏิบัติที่เป็นเลิศในต่างประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการพัฒนานโยบาย โครงสร้างพื้นฐาน และระบบบริหารจัดการที่สนับสนุนสุขภาวะอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งยืนยันบทบาทของมหาวิทยาลัยในฐานะสถาบันที่ให้ความสำคัญต่อสุขภาวะของทุกคน และการสร้างความร่วมมือทางวิชาการที่เข้มแข็งเพื่อผลักดันการพัฒนาในระดับภูมิภาค

ความก้าวหน้าดังกล่าวเป็นแรงขับเคลื่อนที่จะช่วยให้มหาวิทยาลัยนเรศวรสามารถต่อยอดแนวทางการพัฒนามหาวิทยาลัยสุขภาวะแบบองค์รวมให้มีความยั่งยืนยิ่งขึ้น ผ่านการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานภายในและพันธมิตรภายนอก พร้อมขยายผลสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของนิสิต บุคลากร และชุมชนโดยรอบอย่างเป็นรูปธรรม

ม.นเรศวร ขับเคลื่อนโครงการเสริมสร้างขีดความสามารถผู้พิการ สู่การพัฒนาเชิงพื้นที่อย่างยั่งยืน

วันจันทร์ที่ 10 พฤศจิกายน 2568 คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ดำเนินการขับเคลื่อนนโยบายเชิงยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่ ผ่านโครงการ “เสริมสร้างขีดความสามารถของผู้พิการ” โดยมุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพของกลุ่มเปราะบางให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณค่าและมีส่วนร่วมในสังคมอย่างเท่าเทียม ภายใต้แนวคิดการพัฒนาที่ครอบคลุมและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

การดำเนินงานดังกล่าวได้รับมอบหมายให้ รองศาสตราจารย์ ดร.พิษณุ อภิสมาจารโยธิน รักษาการในตำแหน่งรองคณบดีฝ่ายแผนและยุทธศาสตร์เพื่อสังคม เป็นผู้แทนคณะเข้าพบและหารือร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ ระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม – 14 พฤศจิกายน 2568 เพื่อ รวบรวมข้อมูลเชิงลึก ด้านการดำเนินงานเกี่ยวกับผู้พิการและผู้สูงอายุ รวมถึงแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการในระดับพื้นที่

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ ได้มีการหารือกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในเขตอำเภอบางระกำ ได้แก่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลท่านางงาม ชุมแสงสงคราม หนองกุลา บ่อทอง และบ้านปรือกระเทียม ตำบลบึงกอก โดยเน้นการรับฟังข้อมูลเกี่ยวกับ ศักยภาพการให้บริการด้านสุขภาพและสังคม รวมถึงข้อจำกัดเชิงระบบที่ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้พิการในพื้นที่

นอกจากนี้ ยังได้ลงพื้นที่ในเขตอำเภอชาติตระการ เพื่อหารือกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านดง บ้านนาตาจูน ชาติตระการ บ่อภาค และบ้านนุชเทียน โดยมุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้าน การพัฒนาระบบบริการและการดูแลแบบองค์รวม เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการเฉพาะของผู้พิการและผู้สูงอายุได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โครงการนี้มีเป้าหมายสำคัญในการ ส่งเสริมศักยภาพและคุณภาพชีวิตของผู้พิการให้สามารถพึ่งพาตนเอง มีโอกาสเข้าถึงบริการพื้นฐานอย่างเท่าเทียม และสามารถมีบทบาทในสังคมได้อย่างเต็มศักยภาพ โดยอาศัยความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายในพื้นที่เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อน

ในมิติของการพัฒนาเชิงระบบ โครงการยังมุ่งเน้นการสร้าง นวัตกรรมทางสังคมและเครือข่ายความร่วมมือ ระหว่างมหาวิทยาลัย หน่วยงานสาธารณสุข และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อยกระดับการบริหารจัดการและเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการแก่กลุ่มเป้าหมายอย่างยั่งยืน

การดำเนินงานครั้งนี้สะท้อนบทบาทของคณะสังคมศาสตร์ในการเป็น กลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาเชิงพื้นที่ ที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ทางวิชาการกับการปฏิบัติจริง อันนำไปสู่การสร้างสังคมแห่งโอกาส ความเท่าเทียม และการพัฒนาที่ยั่งยืนในระยะยาว

ม.นเรศวร ร่วมประชุมวิชาการ APACPH ครั้งที่ 56 ณ เชียงราย แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระดับนานาชาติ

ระหว่างวันที่ 5–7 พฤศจิกายน 2568 คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เข้าร่วมงานประชุมวิชาการระดับนานาชาติ The 56th Asia Pacific Academic Consortium for Public Health Conference (APACPH) ซึ่งจัดขึ้น ณ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย

การเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.นิทรา กิจธีระวุฒิวงษ์ คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร คณาจารย์ และนิสิตของคณะฯ ซึ่งได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเวทีวิชาการระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

ตัวแทนจาก มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้เข้าร่วมฟังการบรรยาย แลกเปลี่ยนประสบการณ์ รวมถึงได้รับเกียรติให้ร่วมเป็นกรรมการตัดสินผลงานวิจัยที่นำเสนอภายในงาน ซึ่งถือเป็นการแสดงศักยภาพทางวิชาการและบทบาทผู้นำด้านสาธารณสุขในระดับนานาชาติ

การประชุม APACPH ครั้งที่ 56 จัดขึ้นภายใต้หัวข้อหลัก “Public Health Challenges in a Disruptive World” โดยได้รับความสนใจอย่างคับคั่ง มีผู้เชี่ยวชาญ นักวิจัย และผู้แทนจากสถาบันการศึกษา รวมไปถึงองค์กรภาครัฐและเอกชนที่ดำเนินงานด้านสาธารณสุขเข้าร่วมกว่า 600 คน จากทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

เวทีนี้นับเป็นโอกาสสำคัญยิ่งในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ที่ทันสมัย นำเสนอผลงานวิจัยนวัตกรรม และหารือแนวทางในการพัฒนาระบบสุขภาพอย่างยั่งยืน เพื่อรับมือกับความท้าทายด้านสาธารณสุขในยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และมุ่งเน้นการส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน

การเข้าร่วมประชุมของคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นการตอกย้ำพันธกิจด้านการสร้างเครือข่ายวิชาการและการวิจัยระดับนานาชาติ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความร่วมมือด้าน Global Health และผนึกกำลังภาคีเครือข่ายในการขับเคลื่อนงานด้านสาธารณสุขสู่อนาคต

มหาวิทยาลัยนเรศวรยังคงมุ่งมั่นที่จะนำองค์ความรู้และเครือข่ายความร่วมมือที่ได้รับ มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา การวิจัย และการบริการวิชาการ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาวะที่ดีอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ควบคู่ไปกับการสร้างความเข้มแข็งให้แก่ระบบสาธารณสุขทั้งในระดับประเทศและระดับสากลต่อไป

ม.นเรศวร โชว์นวัตกรรม “มีตาพยากรณ์โรค” ในงานวันเบาหวานโลก 2025 มุ่งสร้างสังคมสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

วันอาทิตย์ที่ 9 พฤศจิกายน 2568 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยงานบริการปฐมภูมิและสร้างเสริมสุขภาพ เข้าร่วมกิจกรรม “วันเบาหวานโลก 2025 (World Diabetes Day 2025)” ณ ชั้น 1 และ ชั้น 9 อาคาร Siam Scape ภายใต้แนวคิด “Diabetes & Well-being in the Workplace – ทำงานสุข ลดทุกความเสี่ยง สุขภาพดีเริ่มที่ทำงาน” จัดโดยสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ ร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน อาทิ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

กิจกรรมภายในงานมุ่งเน้นการส่งเสริมสุขภาพและการมีภาวะความเป็นอยู่ที่ดี (Well-being) ในสถานที่ทำงาน โดยมีกิจกรรมที่หลากหลาย ประกอบด้วยการเสวนาทางวิชาการ การแนะนำเมนูอาหารสุขภาพ กิจกรรมออกกำลังกาย และนิทรรศการตรวจสุขภาพเบื้องต้น พร้อมให้ความรู้ในการดูแลตนเองเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

ในโอกาสนี้ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร ได้นำนวัตกรรม “มีตาพยากรณ์โรค” (Mee-Ta Predictive Health) ซึ่งเป็น Web Application สำหรับประเมินและพยากรณ์ความเสี่ยงด้านสุขภาพ มาร่วมจัดแสดงและแลกเปลี่ยนในเวทีเสวนา ซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากผู้เข้าร่วมงานและหน่วยงานภาคีเครือข่าย

การนำเสนอนวัตกรรมดังกล่าว สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ที่มุ่งมั่นในการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อสร้าง “สังคมสุขภาพดีอย่างยั่งยืน” โดยเริ่มต้นจากการดูแลสุขภาพของบุคลากรภายในองค์กร เพื่อเป็นต้นแบบและขยายผลความรู้ไปสู่ระดับชุมชนและสังคมในวงกว้าง

สำหรับนวัตกรรม “มีตาพยากรณ์โรค” ถือเป็นต้นแบบนวัตกรรมด้านสุขภาพที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง ได้รับการันตีด้วยรางวัลระดับประเทศ อาทิ รางวัล Healthy Organization Award ประเภทนวัตกรรมการสร้างเสริมสุขภาพ ระดับยอดเยี่ยม และ รางวัล Top Performance 2024 จากเครือข่ายคนไทยไร้พุง และ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ซึ่งแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของเครื่องมือในการส่งเสริมสุขภาพเชิงรุก

ความสำเร็จของนวัตกรรมนี้ ยังปรากฏให้เห็นจากการที่หลายหน่วยงานได้นำไปต่อยอดและใช้งานจริงจนถึงปัจจุบัน ถือเป็นก้าวสำคัญในการสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคอย่างเป็นรูปธรรม โดยอาศัยเทคโนโลยีดิจิทัลมาเป็นเครื่องมือช่วยในการตัดสินใจและวางแผนดูแลสุขภาพ

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ขอขอบคุณสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ ที่ให้โอกาสและมอบพื้นที่ในการเผยแพร่นวัตกรรม “มีตาพยากรณ์โรค” เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการผนึกกำลังระหว่างองค์กรภาคีเครือข่าย ในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ สังคมสุขภาพดีอย่างยั่งยืน ต่อไป

ม.นเรศวร ร่วมจัดแสดงผลงานวิจัยและบริการวิชาการ ในงานประชุมวิชาการและนิทรรศการ อพ.สธ. ครั้งที่ 12 ส่งเสริมการพัฒนาทรัพยากรไทยอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืน

วันอังคารที่ 4 พฤศจิกายน 2568 ศูนย์ประสานงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ (อพ.สธ.) มหาวิทยาลัยนเรศวร เข้าร่วมจัดแสดงผลงานวิจัยและบริการวิชาการใน งานประชุมวิชาการและนิทรรศการ ครั้งที่ 12 “ทรัพยากรไทย : หวนดูทรัพย์สิ่งสินตน” ระหว่างวันที่ 4–10 พฤศจิกายน 2568 ณ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และแสดงศักยภาพของมหาวิทยาลัยในการขับเคลื่อนงานด้านการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรไทยอย่างเหมาะสม

การเข้าร่วมงานครั้งนี้สะท้อนบทบาทของ มหาวิทยาลัยนเรศวร ในการบูรณาการงานวิจัย งานบริการวิชาการ และการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม เข้ากับการพัฒนาประเทศ โดยอาศัยความร่วมมือระหว่างคณะ หน่วยงาน และเครือข่ายภาคี เพื่อ ส่งเสริมต่อการพัฒนาทรัพยากรไทยอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืน ตลอดจนสร้างคุณค่าจากทรัพยากรท้องถิ่นผ่านองค์ความรู้และนวัตกรรม

ภายในงาน มหาวิทยาลัยนเรศวรนำผลงานเข้าร่วมจัดแสดงจำนวน 4 ผลงาน ประกอบด้วย การสืบสานและต่อยอดภูมิปัญญาทอผ้า โดยนายวชิรพงษ์ วงศ์ประสิทธิ์ และคณะทำงานจากกองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม ซึ่งมุ่งอนุรักษ์และต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นให้สามารถสร้างคุณค่าในสังคมร่วมสมัย และ การต่อยอดทรัพยากรสัตว์: จิ้งหรีดสู่ภาคอุตสาหกรรม ภายใต้โครงการ I-SEC TECHNOLOGY โดยรองศาสตราจารย์ ดร.ขนิษฐา รุตรัตนมงคล และคณะ จากคณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่นำทรัพยากรชีวภาพมาพัฒนาสู่การใช้ประโยชน์ในภาคอุตสาหกรรม

อีกสองผลงานที่จัดแสดง ได้แก่ การวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่โครงการประตูระบายน้ำท่าแห จังหวัดพิจิตร โดยรองศาสตราจารย์ ดร.จรัณธร บุญญานุภาพ จากคณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นการใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่เพื่อสนับสนุนการวางแผนการใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสม และ การถ่ายทอดประวัติพระพุทธชินราชในรูปแบบแอนิเมชัน โดยรองศาสตราจารย์ ดร.วิสิฐ จันมา และคณะนักวิจัย จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ศิลปะและการออกแบบ ร่วมกับคณะบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์และการสื่อสาร เพื่อประยุกต์ใช้สื่อดิจิทัลในการเผยแพร่มรดกทางศิลปวัฒนธรรมสู่สาธารณชน

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีพิธีพระราชทานป้ายสนองพระราชดำริ โดย วิทยาลัยอาชีวศึกษานครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ ได้รับพระราชทานป้ายสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 โดย สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี นับเป็นความภาคภูมิใจของเครือข่ายสมาชิก อพ.สธ. และเป็นกำลังสำคัญในการสืบสานงานอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศ

มหาวิทยาลัยนเรศวรยังได้ประสานความร่วมมือกับสมาชิก อพ.สธ. ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อร่วมจัดแสดงนิทรรศการและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประกอบด้วย โรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี จังหวัดพิษณุโลก โรงเรียนสตรีนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ โรงเรียนอุทัยวิทยาคม จังหวัดอุทัยธานี โรงเรียนทุ่งโพวิทยา จังหวัดอุทัยธานี วิทยาลัยอาชีวศึกษานครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ และเทศบาลตำบลบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์ ความร่วมมือดังกล่าวช่วยเสริมสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ระหว่างสถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ และชุมชน เพื่อร่วมกันอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรไทยอย่างมีคุณค่า

การเข้าร่วมงานประชุมวิชาการและนิทรรศการครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ มหาวิทยาลัยนเรศวร ในการขับเคลื่อนงานวิจัย การบริการวิชาการ และการอนุรักษ์มรดกทางธรรมชาติและวัฒนธรรม ผ่านการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ การถ่ายทอดองค์ความรู้ และการพัฒนานวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง อันเป็นการส่งเสริมการพัฒนาทรัพยากรไทยอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืน พร้อมสร้างคุณค่าร่วมให้แก่สังคม ชุมชน และประเทศในระยะยาว

ม.นเรศวร นำเสนอนวัตกรรมชุดสอนแปรงฟันสำหรับผู้บกพร่องทางการมองเห็น

วันอาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน 2568 คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร นำผลงานอนุสิทธิบัตร “ชุดสอนแปรงฟันสำหรับผู้บกพร่องทางการมองเห็น” เข้าร่วมจัดแสดงในงานการประชุมสามัญที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย และสมาคมที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 5/2568 ณ ศูนย์แสดงนิทรรศการและการจัดประชุมสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (KNECC) มหาวิทยาลัยนเรศวร

ผลงานดังกล่าวเป็นผลงานของผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ทันตแพทย์หญิงประวีณา โสภาพรอมร คณะทันตแพทยศาสตร์ ร่วมกับว่าที่ร้อยตรีธานี โกสุม คณะวิศวกรรมศาสตร์ สะท้อนการบูรณาการองค์ความรู้ด้านทันตแพทยศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์เพื่อพัฒนาสื่อการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้

ชุดสอนแปรงฟันสำหรับผู้บกพร่องทางการมองเห็น ได้รับการออกแบบเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ทักษะการดูแลสุขภาพช่องปากให้เหมาะกับผู้มีข้อจำกัดด้านการมองเห็น ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเรียนรู้และฝึกปฏิบัติการแปรงฟันได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น

การดูแลช่องปากอย่างถูกวิธีเป็นพื้นฐานสำคัญของสุขภาพโดยรวม นวัตกรรมนี้จึงมีส่วนช่วยให้ผู้บกพร่องทางการมองเห็นเข้าถึงองค์ความรู้ด้านสุขภาพที่จำเป็นได้อย่างเหมาะสม และสนับสนุนการดูแลตนเองในชีวิตประจำวัน

การนำผลงานมาจัดแสดงในเวทีระดับประเทศเปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างสถาบันการศึกษา หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้สนใจ อันจะนำไปสู่การต่อยอดการใช้ประโยชน์จากผลงานวิจัยเพื่อสังคมในวงกว้าง

ผลงานนี้ยังแสดงถึงความสำคัญของการออกแบบนวัตกรรมที่คำนึงถึงความแตกต่างของผู้ใช้ ลดข้อจำกัดในการเข้าถึงข้อมูลและบริการด้านสุขภาพ และสร้างโอกาสให้ทุกคนได้รับการดูแลสุขภาพช่องปากอย่างเท่าเทียม

คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร มุ่งขับเคลื่อน นวัตกรรมสู่สังคม เพื่อส่งเสริมสุขภาพช่องปากอย่างทั่วถึง และสนับสนุนสังคมที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ผ่านการพัฒนานวัตกรรมที่นำไปใช้ประโยชน์ได้จริง

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin