ม.นเรศวร เปิดหลักสูตรสมาร์ตกริดเทคโนโลยี มุ่งสร้างผู้นำด้านพลังงานสะอาดเพื่ออนาคตยั่งยืน

บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยนเรศวร เชิญผู้สนใจสมัครเข้าศึกษาต่อในหลักสูตร ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาสมาร์ตกริดเทคโนโลยี ภายใต้การดูแลของ วิทยาลัยพลังงานทดแทนและสมาร์ตกริดเทคโนโลยี ซึ่งมุ่งพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสมาร์ตกริด เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศสู่ความยั่งยืน และ ส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด ไม่สร้างผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม

หลักสูตรนี้ออกแบบขึ้นเพื่อตอบโจทย์การพัฒนาเทคโนโลยีไฟฟ้าอัจฉริยะที่สามารถบริหารจัดการพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมุ่งเน้นการบูรณาการองค์ความรู้ด้านวิศวกรรม พลังงานทดแทน และระบบดิจิทัล เพื่อสร้างนวัตกรรมพลังงานที่สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ

สมาร์ตกริดเทคโนโลยี (Smart Grid Technology) ถือเป็นหัวใจสำคัญของระบบพลังงานในอนาคต ที่สามารถเชื่อมโยงการผลิต การกระจาย และการใช้พลังงานเข้าด้วยกันอย่างชาญฉลาด ผ่านระบบควบคุมอัตโนมัติและการสื่อสารข้อมูลแบบเรียลไทม์ การเรียนรู้ในหลักสูตรนี้จะช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจระบบดังกล่าวอย่างลึกซึ้ง และสามารถประยุกต์ใช้ในการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) และระบบพลังงานหมุนเวียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผู้เรียนจะได้เรียนรู้จาก ห้องปฏิบัติการสมาร์ตไมโครกริด (Smart Microgrid) ที่จำลองสถานการณ์จริง ช่วยให้สามารถฝึกวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาการจ่ายไฟฟ้าได้ในระดับระบบจริง พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ทำงานวิจัยร่วมกับโครงการระดับชาติ เพื่อพัฒนาแนวทางการจัดการพลังงานที่มีเสถียรภาพ ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

นอกจากความรู้ทางเทคนิคแล้ว หลักสูตรยังส่งเสริมทักษะการคิดเชิงนวัตกรรม การวิจัย และการออกแบบระบบพลังงานที่คำนึงถึงความยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างบุคลากรรุ่นใหม่ที่พร้อมเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศสู่การเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีพลังงานสะอาดในภูมิภาคอาเซียน

บัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาจะมีโอกาสทำงานในหน่วยงานพลังงานทั้งภาครัฐและเอกชน ตลอดจนสามารถเป็นนักวิจัย นักพัฒนาเทคโนโลยี และที่ปรึกษาด้านระบบสมาร์ตกริดในระดับนานาชาติ ซึ่งล้วนมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียวและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์หลักสูตร: https://sgtech.nu.ac.th/
สมัครเรียนผ่านบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยนเรศวร: https://www.admission.graduate.nu.ac.th
Facebook: https://www.facebook.com/nu.sgtech
ติดต่อหน่วยบัณฑิตศึกษา โทร. 0 5596 3180 หรือ หน่วยประชาสัมพันธ์ โทร. 09 5363 5351

ม.นเรศวร ร่วมงาน “SPARK UP!” ส่งเสริมสร้างความร่วมมือเพื่อวงการสตาร์ทอัพไทย

วันอาทิตย์ที่ 1 ธันวาคม 2567 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมลักษณ์ วรรณฤมล กีเยลาโรว่า ผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร (NU SciPark) ร่วมกิจกรรม Pre-Ignite “SPARK UP” ภายใต้โครงการ Organic Tech Accelerator Platform (OTAP) แพลตฟอร์มที่มุ่งเร่งการเติบโตทางธุรกิจด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมสร้างสรรค์ให้ยั่งยืนในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง โดยมี รศ.ดร.สุขกิจ ยะโสธรศรีกุล ผู้อำนวยการโครงการ OTAP และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภาณุ พุทธวงศ์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวเปิดกิจกรรมและต้อนรับผู้เข้าร่วม ณ ห้องประชุม ชั้น 2 ร้านสเต็กปีนัง จังหวัดพิษณุโลก

กิจกรรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจและเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการสตาร์ทอัพ ภาครัฐ และภาคเอกชน ผ่านการบรรยาย การเสวนา และการแบ่งปันประสบการณ์ตรงจากผู้เชี่ยวชาญในด้านธุรกิจและนวัตกรรม โดย NU SEED ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการผลักดันการสร้างระบบนิเวศสำหรับผู้ประกอบการรุ่นใหม่

หนึ่งในไฮไลท์สำคัญคือการบรรยายในหัวข้อ “Empowering Startups THRU Understanding Markets” โดย ดร.สมชาติ วิศิษฐ์ชัยชาญ Fellow of Institute of Marketing Malaysia (FIMM) และ Vice President and Chief of Learning Architect & Marketing Innovation ซึ่งช่วยเปิดมุมมองด้านการตลาดและกลยุทธ์การเติบโตอย่างยั่งยืน

ต่อด้วยหัวข้อ “Catalysts for Change” โดย คุณธนวิชญ์ ต้นกันยา CEO & Co-Founder ของ Horganice และนายกสมาคมสตาร์ทอัพไทย ที่ได้ถ่ายทอดแนวคิดการเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงและการสร้างโอกาสในโลกธุรกิจสมัยใหม่ ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก

นอกจากนี้ยังมีการนำเสนอ กรณีศึกษาความสำเร็จ (Victory Voices/Sharing from Success Cases) โดย คุณจักรพันธ์ สาตุ้ม CEO บริษัท เฟิร์สลี่เทค จำกัด และบริษัท เอ็นฟีด พลัส จำกัด ร่วมกับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ดวงเดือน อัศวสุธีรกุล Co-founder & CTO บริษัท แมพพิเดีย จำกัด ที่ได้แบ่งปันประสบการณ์จริงจากการสร้างและขยายธุรกิจสตาร์ทอัพจนประสบความสำเร็จ

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความคึกคัก ผู้เข้าร่วมได้แลกเปลี่ยนมุมมองและสร้างเครือข่ายใหม่ ๆ เพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจในอนาคต อีกทั้งยังได้เรียนรู้บทบาทของเทคโนโลยีและนวัตกรรมในการผลักดันธุรกิจให้สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล

การเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้สะท้อนถึงพันธกิจของ NU SEED และอุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวรในการ ส่งเสริมสร้างความร่วมมือเพื่อวงการสตาร์ทอัพไทย สนับสนุนผู้ประกอบการรุ่นใหม่ในการต่อยอดนวัตกรรม และพัฒนาธุรกิจให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้จริง

ท้ายที่สุด กิจกรรม “SPARK UP” นับเป็นเวทีที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจ เปิดโอกาสการเรียนรู้ และสนับสนุนการสร้างพันธมิตรใหม่ ๆ ที่จะขับเคลื่อนวงการสตาร์ทอัพไทยสู่การเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในอนาคต

ม.นเรศวร ร่วมเฉลิมฉลอง 10 ปี AUN-HPN เสริมสร้างสุขภาพยั่งยืนในอาเซียน

วันอังคารที่ 3 ธันวาคม 2567 คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เข้าร่วมงานครบรอบ 10 ปี เครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียนด้านการส่งเสริมสุขภาพ (AUN-HPN) ณ โรงแรม Millennium Hilton Bangkok กรุงเทพมหานคร โดย รศ.ดร.นิทรา กิจธีระวุฒิวงษ์ คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ พร้อมด้วย ดร.รมย์นลิน เขียนจูม ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ เป็นผู้แทนมหาวิทยาลัยเข้าร่วมงาน

งานครบรอบ 10 ปี AUN-HPN จัดขึ้นโดย AUN-HPN Secretariat ร่วมกับสถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน มหาวิทยาลัยมหิดล มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความร่วมมือและแลกเปลี่ยนแนวคิดด้านการส่งเสริมสุขภาพระหว่างมหาวิทยาลัยสมาชิกในภูมิภาคอาเซียน พร้อมกำหนดแผนงานและกลยุทธ์ที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง

กิจกรรมภายในงานประกอบด้วยการแบ่งปันทรัพยากรและแนวปฏิบัติที่สนับสนุนสุขภาพที่ยั่งยืน การพัฒนานโยบายด้านสุขภาพที่ตอบโจทย์ปัจจัยทางเศรษฐกิจและสังคม และการสร้างมาตรฐานที่สนับสนุนการพัฒนาสุขภาพของประชากรในภูมิภาค ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมาย SDG3: สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี

ภายในงานยังมีพิธีมอบรางวัล Healthy University Rating System (HURS) 2023 ให้แก่มหาวิทยาลัยที่มีผลงานโดดเด่นด้านการส่งเสริมสุขภาพ การประชุมคณะกรรมการบริหารและสมาชิกเครือข่าย การบรรยายความสำคัญของระบบประเมิน HURS และการนำเสนอผลงานดีเด่นของมหาวิทยาลัยสมาชิก

การเข้าร่วมงานครั้งนี้เปิดโอกาสให้มหาวิทยาลัยนเรศวรแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการส่งเสริมสุขภาพ เสริมสร้างความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยสมาชิก และสนับสนุนการสร้างเครือข่ายด้านสุขภาพในระดับภูมิภาค ตอกย้ำความสำคัญของการทำงานร่วมกันระหว่างสถาบันการศึกษาและองค์กรภายนอก

การเข้าร่วมงานครบรอบ 10 ปี AUN-HPN ของมหาวิทยาลัยนเรศวรเป็นตัวอย่างของความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยในภูมิภาคอาเซียนเพื่อพัฒนาสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชากร ทั้งยังสนับสนุนเป้าหมาย SDG17: ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

คณะสาธารณสุขศาสตร์มุ่งหวังว่าข้อมูล แนวทาง และนโยบายที่ได้จากการประชุมจะสามารถนำมาปรับใช้กับนิสิต บุคลากร และชุมชน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมและกิจกรรมที่เอื้อต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดีอย่างยั่งยืน พร้อมขยายเครือข่ายความร่วมมือด้านสุขภาพในระดับภูมิภาคอาเซียนอย่างต่อเนื่อง

ม.นเรศวร ชวนร่วมมือกันประหยัดพลังงาน

มหาวิทยาลัยนเรศวรมีความมุ่งมั่นในการส่งเสริมการลดการใช้พลังงานภายในอาคาร เพื่อสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืนและตอบสนองต่อความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเชิญชวนบุคลากร นิสิต และผู้เกี่ยวข้องร่วมมือกันปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

หนึ่งในแนวทางง่าย ๆ ที่ทุกคนสามารถนำไปปฏิบัติได้คือการปรับการใช้แสงสว่างในห้องเรียนและสำนักงาน เปิดหรือปิดไฟตามความจำเป็น และใช้แสงธรรมชาติให้มากที่สุดเพื่อประหยัดพลังงาน ซึ่งจะช่วยลดการใช้ไฟฟ้าและส่งเสริมความยั่งยืนในระยะยาว

การปรับอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยลดการใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยแนะนำให้ตั้งอุณหภูมิในช่วง 25-30 องศาเซลเซียส และเปิดพัดลมเพื่อเพิ่มการหมุนเวียนของอากาศภายในห้อง ช่วยให้ความเย็นกระจายทั่วห้องโดยไม่ทำให้แอร์ทำงานหนักเกินไป

การถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าเมื่อไม่ได้ใช้งานก็เป็นอีกวิธีที่สามารถลดการใช้พลังงานได้อย่างมาก เนื่องจากเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายชนิดยังคงใช้พลังงานแม้จะปิดอยู่ การปฏิบัตินี้ยังช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดอัคคีภัยจากไฟฟ้าที่ไม่ได้ใช้งานอย่างปลอดภัย

การเดินบันไดแทนการใช้ลิฟท์ถือเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ง่ายและได้ผล ไม่เพียงแต่ช่วยลดการใช้พลังงานจากลิฟท์เท่านั้น แต่ยังส่งเสริมสุขภาพของบุคลากรและนิสิต เนื่องจากช่วยเพิ่มการเผาผลาญพลังงานและเสริมสร้างสมรรถภาพร่างกาย

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเหล่านี้ไม่เพียงช่วยลดการใช้พลังงานและค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้า แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริม การใช้พลังงานอย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนและการสร้างสังคมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

โดยรวม มหาวิทยาลัยนเรศวรมุ่งมั่นในการสร้างวัฒนธรรมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เชื่อมั่นว่าการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตประจำวันจะนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน และสร้างอนาคตที่ดีขึ้นสำหรับทุกคนในสังคม

ม.นเรศวรเปิดโอกาสการเรียนรู้ตลอดชีวิตผ่านโครงการ “UP Skill & RE Skill” เรียนฟรีกว่า 30 รายวิชา พัฒนาศักยภาพต่อยอดอนาคต

มหาวิทยาลัยนเรศวรเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกกลุ่มได้ เรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) ผ่านโครงการ “UP Skill & RE Skill เรียนรู้ไร้ขีดจำกัด พัฒนาศักยภาพต่อยอดอนาคต” ซึ่งเปิดให้ เรียนฟรี กว่า 30 รายวิชา ผ่านระบบออนไลน์ NU MOOC (https://lifelong.nu.ac.th/NU_MOOC) โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาทักษะและศักยภาพของผู้เรียนในทุกช่วงวัย สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนามหาวิทยาลัยเพื่อความยั่งยืนด้านการศึกษา

โครงการ NU MOOC ของมหาวิทยาลัยนเรศวรถือเป็น แหล่งเรียนรู้สาธารณะดิจิทัล ที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถเข้าศึกษาได้ทุกที่ ทุกเวลา โดยไม่จำกัดเพศ วัย หรืออาชีพ เนื้อหาการเรียนการสอนถูกออกแบบให้เข้าใจง่าย มีความหลากหลาย ครอบคลุมทั้งด้าน ทักษะอาชีพ เทคโนโลยี การสื่อสาร การบริหารจัดการ และพัฒนาตนเอง

ผู้เรียนสามารถเลือกเรียนได้อย่างอิสระตามความสนใจ เช่น รายวิชาเกี่ยวกับ ภาษาอังกฤษเพื่อการทำงาน การสร้างนวัตกรรมดิจิทัล การตลาดออนไลน์ การจัดการธุรกิจ การดูแลสุขภาพ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการพัฒนาทักษะชีวิตในศตวรรษที่ 21 ซึ่งทั้งหมดนี้ออกแบบโดยคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญจากคณะและสถาบันต่าง ๆ ภายในมหาวิทยาลัยนเรศวร

การเปิดเรียนฟรีผ่านระบบ NU MOOC เป็นการตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงของโลกยุคดิจิทัล ที่ต้องการแรงงานและบุคลากรที่มีความรู้รอบด้านและพร้อมปรับตัว โครงการนี้จึงมุ่งเน้นให้ผู้เรียนสามารถ ยกระดับทักษะ (Up Skill) และ ปรับเปลี่ยนทักษะ (Re Skill) เพื่อพัฒนาศักยภาพในการทำงานและการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืน

นอกจากเปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปได้เรียนรู้ฟรีแล้ว NU MOOC ยังเป็นพื้นที่ที่ ส่งเสริมการเรียนรู้ร่วมกัน ระหว่างนิสิต อาจารย์ และประชาชนทั่วไป ผ่านการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ในรูปแบบการเรียนรู้ออนไลน์ ทำให้เกิดการสร้างเครือข่ายแห่งการเรียนรู้ที่เติบโตไปพร้อมกัน

โครงการนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์มหาวิทยาลัยนเรศวรในการเป็น “มหาวิทยาลัยแห่งการเรียนรู้เพื่อสังคม” ที่มุ่งสร้างโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง เพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้พร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคต

การดำเนินงานของ NU MOOC จึงไม่เพียงแต่สนับสนุนการเข้าถึงการศึกษาอย่างทั่วถึงเท่านั้น แต่ยังเป็นการ ส่งเสริมแหล่งความรู้สาธารณะเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต ของทุกคนในสังคม ช่วยให้ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง และต่อยอดองค์ความรู้เพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ที่ยั่งยืนต่อไป

ม.นเรศวร ร่วมประชุม ASGC7 เสริมสร้างความร่วมมืออาเซียน มุ่งสู่อนาคตพลังงานสะอาดที่ยั่งยืน

วันพฤหัสบดีที่ 12 – วันศุกร์ที่ 13 ธันวาคม 2567 รองศาสตราจารย์ ดร.นิพนธ์ เกตุจ้อย ผู้อำนวยการวิทยาลัยพลังงานทดแทนและสมาร์ตกริดเทคโนโลยี (SGtech) มหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.ประพิธาริ์ ธนารักษ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร และนิสิต SGtech เข้าร่วมการประชุม 7th ASEAN Smart Grid Congress (ASGC7): Smart Microgrid for ASEAN ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่

การประชุมครั้งนี้มีผู้เชี่ยวชาญ นักวิจัย และผู้นำจากหลายประเทศในภูมิภาคอาเซียนเข้าร่วม เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ด้าน เทคโนโลยีไมโครกริด (Smart Microgrid) ผ่านการบรรยายพิเศษ การนำเสนอผลงานวิจัย และการจัดปฏิบัติการเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ซึ่งช่วยเสริมสร้างความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับการจัดการพลังงานที่มีประสิทธิภาพ

เวที ASGC7 ถือเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยเปิดโอกาสให้เครือข่ายนักวิชาการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้หารือถึงแนวทาง การพัฒนาระบบไฟฟ้าอัจฉริยะ ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านเทคนิค เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม เพื่อรองรับการเติบโตของภูมิภาคอย่างยั่งยืน

การเข้าร่วมของ SGtech สะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการเป็นผู้นำด้าน พลังงานสะอาดและนวัตกรรมไฟฟ้าอัจฉริยะ ที่สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้สู่นิสิต และขยายผลสู่การประยุกต์ใช้จริงในระดับสังคมและชุมชน ขณะเดียวกันยังเป็นการพัฒนาทักษะบุคลากรและนักศึกษาให้ก้าวทันเทคโนโลยีโลก

หนึ่งในสาระสำคัญที่ถูกย้ำในที่ประชุม คือ ความสำคัญของ การสร้างความร่วมมือระดับภูมิภาค (Partnerships for Sustainable Development) เพื่อบูรณาการงานวิจัยและการพัฒนาระบบพลังงานสะอาดร่วมกันในอาเซียน การทำงานแบบร่วมมือเช่นนี้ จะช่วยยกระดับความมั่นคงทางพลังงานและลดความเหลื่อมล้ำด้านการเข้าถึงพลังงาน

การประชุมยังตอกย้ำว่า เทคโนโลยีไมโครกริดและพลังงานทดแทนมีบทบาทสำคัญต่อ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

ท้ายที่สุด การเข้าร่วม ASGC7 ของ SGtech ไม่เพียงเป็นเวทีถ่ายทอดองค์ความรู้และงานวิจัย แต่ยังเป็นการประกาศเจตนารมณ์ของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการ มุ่งสู่อนาคตพลังงานสะอาดที่ยั่งยืน ผ่านความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน เพื่อสร้างสังคมที่มั่นคงด้านพลังงานและเติบโตไปพร้อมกันอย่างสมดุล

ม.นเรศวร เปิดบูธ ONE STOP OPEN HOUSE 2024 ให้คำแนะนำการศึกษาต่อและแนะแนวอาชีพ

วันที่ 27 พฤศจิกายน ถึง 1 ธันวาคม 2567 คณะและศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกิจกรรม ONE STOP OPEN HOUSE 2024 จัดโดยกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ Hall 2 บูธ B1 เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษาต่อและแนะแนวเส้นทางอาชีพแก่นักเรียนและผู้ปกครองในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

งานครั้งนี้มีศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันของมหาวิทยาลัยนเรศวรเข้าร่วมจำนวนมาก พร้อมให้คำแนะนำและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการศึกษา การเลือกสาขาวิชา และโอกาสการทำงานหลังจบการศึกษา

ในงานมีการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับหลักสูตรและคณะต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยนเรศวร รวมถึงกิจกรรมการเรียนการสอนที่มุ่งเน้นการพัฒนาความรู้ ทักษะ และสมรรถนะที่จำเป็นสำหรับนักเรียนยุคใหม่

กิจกรรมครั้งนี้ยังมีการแนะนำระบบการรับสมัครเข้าศึกษาต่อและแนวทางการเตรียมตัวสำหรับการสอบเข้ามหาวิทยาลัย รวมถึงการให้คำปรึกษาเฉพาะด้านด้านอาชีพ เพื่อให้นักเรียนสามารถวางแผนการศึกษาต่อได้อย่างรอบด้าน

นอกจากนี้ บูธของมหาวิทยาลัยนเรศวรยังมีการจัดแสดงผลงานวิชาการ กิจกรรมเสริมทักษะ และนวัตกรรมต่าง ๆ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและความเข้าใจเกี่ยวกับศักยภาพของนักศึกษาและคณะต่าง ๆ

งาน ONE STOP OPEN HOUSE 2024 เป็นโอกาสสำคัญในการสร้างเครือข่ายระหว่างศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน นักเรียน ครู และผู้ปกครอง เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และการเลือกเส้นทางอาชีพที่เหมาะสมในอนาคต

การจัดกิจกรรมครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการสนับสนุนการศึกษาอย่างยั่งยืน การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการพัฒนาศักยภาพของนักเรียนในทุกระดับ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพในสังคมต่อไป

ม.นเรศวร เสริมแกร่งผู้ประกอบการรุ่นใหม่ผ่าน NU SEED โชว์เคส Thai-BISPA Day 2024

วันที่ 20 พฤศจิกายน 2567 อุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร (NU SEED) ร่วมแสดงศักยภาพในงาน “Thai-BISPA Day 2024” ด้วยการออกบูธโชว์เคสผลิตภัณฑ์จากผู้ประกอบการที่ผ่านการบ่มเพาะจาก NU SEED ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของอุทยานวิทยาศาสตร์ในการสนับสนุนผู้ประกอบการรุ่นใหม่ให้เติบโตและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน

การจัดบูธในครั้งนี้ เน้นการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาผ่านกระบวนการให้คำปรึกษา การฝึกอบรม และการสนับสนุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมของ NU SEED ทำให้ผู้เข้าร่วมงานสามารถเห็นถึงความก้าวหน้าของผู้ประกอบการตั้งแต่แนวคิดธุรกิจไปจนถึงการเข้าสู่ตลาด

หนึ่งในผู้ประกอบการที่ได้รับการสนับสนุนและเข้าร่วมงานคือ บริษัท นวล อนันต์ จินเจอร์ ฟู๊ด จำกัด ซึ่งนำเสนอผลิตภัณฑ์ขิงแปรรูปคุณภาพสูง และได้รับรางวัล “ผู้ประกอบการโดดเด่นสาขา Internationalization” สำหรับการขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศ

บูธโชว์เคสของ NU SEED ยังเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้ช้อป ชม และชิมผลิตภัณฑ์ขิงคุณภาพจากผู้ประกอบการที่ผ่านการพัฒนากระบวนการผลิตอย่างมืออาชีพ ทั้งยังเป็นตัวอย่างของการต่อยอดความคิดสร้างสรรค์สู่การสร้างรายได้และโอกาสทางอาชีพ

NU SEED มุ่งเน้นการสร้างระบบนิเวศผู้ประกอบการที่ครบวงจร ทั้งการฝึกอบรม การสนับสนุนด้านเทคโนโลยี การให้คำปรึกษา การเข้าถึงเครือข่ายธุรกิจ และโอกาสทางการตลาด เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถแข่งขันในตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศได้อย่างมั่นคง

การเข้าร่วมงานครั้งนี้ยังสะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างภาควิชาการและภาคธุรกิจ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมผู้ประกอบการรุ่นใหม่ให้มีความรู้และทักษะที่ตอบโจทย์ตลาดแรงงาน สร้างโอกาสพัฒนาทักษะวิชาชีพ และต่อยอดธุรกิจอย่างยั่งยืน

ด้วยการสนับสนุนจาก NU SEED ผู้ประกอบการสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์และธุรกิจของตน พร้อมทั้งขยายเครือข่ายทางธุรกิจ และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับประเทศและนานาชาติ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนและการสร้างงานในภาคเอกชนอย่างแท้จริง

ม.นเรศวร จับมือ depa ลงนาม MOU ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและ Soft Power ขับเคลื่อนเศรษฐกิจภูมิภาค

วันจันทร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2567 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วันสุรีย์ มาศกรัม รองคณบดีฝ่ายข้อมูลและนวัตกรรมดิจิทัล คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้เข้าร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (Memorandum of Understanding : MOU) ระหว่างสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) และมหาวิทยาลัยนเรศวร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและ Soft Power ในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมระดับภูมิภาค

พิธีลงนามจัดขึ้น ณ อาคารสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล สาขาภาคเหนือตอนล่าง จังหวัดพิษณุโลก โดยมีผู้บริหารระดับสูงจากมหาวิทยาลัยนเรศวรเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน ได้แก่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภาณุ พุทธวงศ์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร ศาสตราจารย์ ดร.เภสัชกรหญิงกรกนก อิงคนินันท์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กำพล ทรัพย์สมบูรณ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยนเรศวร

ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นการบูรณาการระหว่างสถาบันการศึกษาและหน่วยงานด้านเศรษฐกิจดิจิทัล โดยมีเป้าหมายในการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงของสังคมในยุคดิจิทัลและการสร้างโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจให้กับภูมิภาค

ภายในงานยังมีกิจกรรมบรรยายและเสวนาพิเศษในหัวข้อ “Digital Soft Power Forum” ที่มุ่งเน้นการใช้ Soft Power เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภูมิภาค โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ซึ่งได้รับความสนใจจากทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนท้องถิ่น

เวทีเสวนามีผู้เชี่ยวชาญจากหลายสาขาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง เช่น คุณสุวิตา จรัญวงศ์ CEO & Co-Founder ของ Tellscore Co., Ltd. คุณพนธ์ พิลา ผู้ก่อตั้ง PILA Farm Studio คุณธรรมสถิตย์ บูรณเขตต์ ผู้จัดการพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี รองศาสตราจารย์ ดร.ทิพรัตน์ สิทธิวงศ์ อาจารย์คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร และคุณอ้วน เจ้าของเพจ “พิษณุโลกจัดเต็ม” ซึ่งนำเสนอแนวทางการผสานพลังระหว่างเทคโนโลยีและวัฒนธรรมท้องถิ่น

การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวคิดในครั้งนี้ไม่เพียงช่วยสร้างแรงบันดาลใจแก่ผู้เข้าร่วม แต่ยังเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการสร้างความร่วมมือ (Partnership) เพื่อขยายผลการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ Soft Power ไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนในมิติเศรษฐกิจและสังคม

มหาวิทยาลัยนเรศวรและ depa จึงแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันที่จะเดินหน้าสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัล การสร้างสรรค์นวัตกรรม และการใช้ Soft Power เป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภูมิภาค เพื่อสร้างความเข้มแข็งและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในอนาคต

ความร่วมมือดังกล่าวสะท้อนถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในฐานะสถาบันการศึกษาที่ไม่เพียงมุ่งเน้นด้านวิชาการ แต่ยังเป็นกำลังสำคัญในการ ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและ Soft Power ต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ เพื่อประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคมในระดับภูมิภาคและระดับประเทศอย่างแท้จริง

ม.นเรศวร ส่งเสริมสุขภาพประชาชนเนื่องในวันเบาหวานโลก พร้อมตรวจสุขภาพฟรี

วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤศจิกายน 2567 โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร โดยภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จัดกิจกรรม วันเบาหวานโลก (NUH World Diabetes Day) เพื่อส่งเสริมการสร้างความตระหนักเกี่ยวกับอันตรายของโรคเบาหวานในประชาชนทั่วไปและสนับสนุนสุขภาวะที่ดีอย่างยั่งยืน

กิจกรรมดังกล่าวเปิดให้ประชาชนเข้าร่วม ตรวจสุขภาพฟรี เพื่อประเมินความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานและภาวะสุขภาพอื่น ๆ โดยมีการเจาะน้ำตาลปลายนิ้ว ตรวจวัดความดันโลหิต และตรวจโรคอ้วนรวมถึงการวัดรอบเอวและเปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกาย

นอกจากนี้ กิจกรรมยังมี ฐานอาหารสุขภาพดี ซึ่งมุ่งเน้นให้ผู้ร่วมกิจกรรมเรียนรู้เรื่องโภชนาการอย่างสนุกสนาน ผ่านเกมทายหมวดหมู่อาหาร เกมทายน้ำตาลในเครื่องดื่ม และเกมทายพลังงานอาหาร เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการกินที่ดีต่อสุขภาพและลดความเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)

อีกหนึ่งกิจกรรมที่น่าสนใจคือ ฐานแข่งขันอูลาฮูป ที่ผู้เข้าร่วมสามารถฝึกความคล่องตัวและรับของรางวัลที่ระลึก กิจกรรมนี้ช่วยส่งเสริมการออกกำลังกายและความตระหนักในการดูแลร่างกายอย่างสม่ำเสมอ

การจัดกิจกรรมครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของคณะแพทยศาสตร์ รพ.มหาวิทยาลัยนเรศวร ในการสร้าง สังคมสุขภาพดี สนับสนุน SDG3: สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี (Good Health and Well-being) ทั้งในระดับบุคคลและชุมชน

การให้บริการตรวจสุขภาพและให้ความรู้เชิงรุกเช่นนี้ ช่วยให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการป้องกันโรคและปรับพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสม สร้างโอกาสให้ทุกคนสามารถมีชีวิตที่มีคุณภาพและลดภาระต่อระบบสาธารณสุข

โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวรยังยืนยันบทบาท โรงเรียนแพทย์ระดับโลก ที่มุ่งสร้างผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ และร่วมพัฒนาสังคมที่มีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน ทั้งการเรียนการสอน การวิจัย และการให้บริการสุขภาพแก่ประชาชน

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin