ม.นเรศวร คำนึงความสำคัญของคนเดินเท้าและผู้ใช้ถนนในมหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยนเรศวรได้ดำเนินการติดตั้ง สัญญาณไฟจราจรสำหรับคนข้ามถนน บริเวณทางม้าลายหลายจุดภายในมหาวิทยาลัย เพื่อเพิ่มมาตรการความปลอดภัยในการสัญจร และสร้างสภาพแวดล้อมการเดินทางที่เหมาะสมสำหรับนิสิต บุคลากร และประชาชนทั่วไปที่เข้ามาใช้พื้นที่

การติดตั้งสัญญาณไฟจราจรดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อ ลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ และสร้างวินัยในการใช้ถนนร่วมกัน โดยเน้นให้ผู้ขับขี่รถทุกประเภทหยุดรถเมื่อถึงสัญญาณไฟแดงและมีผู้ต้องการข้ามถนน เพื่อสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยแก่ผู้สัญจรทางเท้า

สำหรับผู้ที่ต้องการข้ามถนน ได้มีการติดตั้งปุ่มกดเรียกสัญญาณไฟ เพื่อให้รถหยุดทั้งสองฝั่งก่อนที่จะเดินข้ามถนนอย่างปลอดภัย ซึ่งเป็นการปลูกฝังให้ทุกคน เคารพกฎจราจร และให้ความสำคัญกับชีวิตของผู้สัญจรทางเท้าเป็นอันดับแรก

มหาวิทยาลัยยังได้รณรงค์ให้นิสิต บุคลากร และผู้ที่ใช้ถนนภายในพื้นที่ ขับขี่ด้วยความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการใช้ความเร็วเกินกำหนด ปฏิบัติตามสัญญาณไฟอย่างเคร่งครัด และแสดงน้ำใจต่อผู้ใช้ถนนด้วยกัน เพื่อสร้างวัฒนธรรมการจราจรที่มีความปลอดภัยและเป็นมิตร

อีกหนึ่งมาตรการสำคัญคือการรณรงค์ให้ ผู้ขับขี่และผู้โดยสารรถจักรยานยนต์สวมหมวกนิรภัยทุกครั้ง เมื่อใช้ถนนภายในมหาวิทยาลัย การสวมหมวกนิรภัยไม่เพียงช่วยลดความรุนแรงของการบาดเจ็บเมื่อเกิดอุบัติเหตุ แต่ยังเป็นการสร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัยและความรับผิดชอบร่วมกัน

มาตรการด้านความปลอดภัยเหล่านี้สอดคล้องกับการพัฒนา เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน โดยการออกแบบพื้นที่ที่ให้ความสำคัญกับคนเดินเท้าและผู้ใช้ถนนทุกประเภท พร้อมทั้งลดความเสี่ยงจากพฤติกรรมการขับขี่ที่ไม่ปลอดภัย ซึ่งมีส่วนช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของทุกคนในมหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยนเรศวรส่งเสริมความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ผ่านการติดตั้งสัญญาณไฟจราจร การรณรงค์การขับขี่อย่างมีวินัย และการส่งเสริมการสวมหมวกนิรภัยอย่างต่อเนื่อง นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการสร้างสังคมการเดินทางที่ปลอดภัยและยั่งยืน

ภาพโดย: คณะสังคมศาสตร์​ มหา​วิทยาลัย​นเรศวร

ม.นเรศวร ติดตั้งกังหันพลังงานแสงอาทิตย์ บำบัดน้ำเสีย ลดใช้พลังงานไฟฟ้า

วันที่ 22 สิงหาคม 2567 มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับการพัฒนาที่ยั่งยืนโดยมุ่งเน้นการจัดการน้ำสะอาดและสุขาภิบาล ตามเป้าหมาย SDG 6 ขององค์การสหประชาชาติ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในพันธกิจสำคัญที่มหาวิทยาลัยมุ่งมั่นดำเนินการเพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนและปลอดภัย

โครงการเครื่องเติมอากาศกังหันตีน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar-Powered Aerator) เป็นหนึ่งในโครงการเด่นที่สะท้อนความมุ่งมั่นนี้ กองอาคารสถานที่ของมหาวิทยาลัยนเรศวรได้ติดตั้งเครื่องเติมอากาศที่ใช้พลังงานสะอาดจากแสงอาทิตย์ เพื่อเพิ่มออกซิเจนในน้ำ บำบัดน้ำเสีย และลดปัญหาน้ำเน่าเสียภายในพื้นที่มหาวิทยาลัย

เครื่องเติมอากาศพลังงานแสงอาทิตย์ใช้แทนมอเตอร์ AC 2 แรงม้า ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดวัน ช่วยลดต้นทุนพลังงานได้อย่างชัดเจน หากเปรียบเทียบกับการใช้มอเตอร์ AC วันละ 5-7 ชั่วโมง เครื่องเติมอากาศพลังงานแสงอาทิตย์สามารถช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าได้ประมาณ 9,000 – 12,000 บาทต่อปีต่อเครื่อง

ปัจจุบันมีการติดตั้งเครื่องเติมอากาศทั้งหมด 16 เครื่อง ครอบคลุมพื้นที่น้ำสำคัญ ได้แก่ สระสองกษัตริย์ สระบรมดิลก สระเอกกษัตริย์ สระมณีรัตนา และสระน้ำประตู 6 ซึ่งช่วยปรับปรุงคุณภาพน้ำและสร้างระบบนิเวศน้ำที่สมดุลภายในมหาวิทยาลัย

โครงการนี้ไม่เพียงช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน แต่ยังเสริมสร้างความตระหนักถึงการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน แสดงให้เห็นถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสีเขียวในภาคการศึกษา และเป็นตัวอย่างที่ดีของการพัฒนาสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการเรียนการสอน

มหาวิทยาลัยนเรศวรยังมุ่งเน้นการสร้างความรู้ความเข้าใจให้บุคลากรและนิสิตเห็นคุณค่าของการอนุรักษ์น้ำและพลังงาน พร้อมสนับสนุนให้เกิดการมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่สร้างเสริมความยั่งยืน ทั้งในด้านการจัดการน้ำสะอาด การประหยัดพลังงาน และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

การดำเนินโครงการเครื่องเติมอากาศพลังงานแสงอาทิตย์เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของมหาวิทยาลัยในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน และแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการขับเคลื่อนสังคมสู่ความยั่งยืนและความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องในอนาคต

ตรวจสุขภาพตามความเสี่ยง เสริมสร้างคุณภาพชีวิตและป้องกันโรคในที่ทำงาน

ในแง่ของการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs 3) ซึ่งมุ่งเน้นการส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีแก่ทุกคนในทุกช่วงวัย มหาวิทยาลัยนเรศวรได้ดำเนินโครงการและกิจกรรมที่มีความสำคัญอย่างยิ่งเพื่อเสริมสร้างสุขภาพของบุคลากรและประชาชนในพื้นที่ ซึ่งหนึ่งในโครงการที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการส่งเสริมสุขภาพของบุคลากรคือ โครงการตรวจสุขภาพตามความเสี่ยงจากการทำงาน กิจกรรมที่ 2 ซึ่งจัดขึ้นโดย คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ แพทย์หญิงพิริยา นฤขัตรพิชัย คณบดีคณะแพทยศาสตร์และรักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นประธานเปิดโครงการ

วัตถุประสงค์ของโครงการ: การป้องกันโรคจากการทำงาน โครงการนี้มีจุดประสงค์หลักในการให้ความรู้และส่งเสริมการป้องกันโรคที่เกิดจากการทำงาน โดยเฉพาะโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบกล้ามเนื้อและกระดูก (ออฟฟิศซินโดรม) ซึ่งเป็นปัญหาหลักที่เกิดจากการทำงานที่มีลักษณะซ้ำซากหรือท่าทางที่ไม่เหมาะสมในการทำงาน เช่น การนั่งทำงานในท่าทางที่ผิดปกติ การยกของหนัก หรือการทำงานในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม การให้คำแนะนำในการออกกำลังกายและการเสริมสมรรถภาพทางกายจึงมีความสำคัญในการลดความเสี่ยงจากโรคเหล่านี้

โครงการนี้มุ่งเน้นการให้ความรู้กับบุคลากรในหน่วยงานที่มีความเสี่ยงจากปัญหาด้านการยศาสตร์ และการให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการป้องกันและการเสริมสร้างสมรรถภาพทางกาย เพื่อช่วยให้บุคลากรสามารถป้องกันและลดความเสี่ยงในการเกิดโรคที่มีผลต่อคุณภาพชีวิต

การตรวจสุขภาพและประเมินสมรรถภาพทางกาย โครงการตรวจสุขภาพตามความเสี่ยงจากการทำงานนี้มีการจัดกิจกรรม การตรวจสมรรถภาพทางกาย ซึ่งช่วยให้บุคลากรทราบข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพและการทำงานของร่างกายที่สัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมการทำงานของตนเอง โดยผ่านการประเมินสภาพทางกายและการแนะนำวิธีการดูแลสุขภาพที่เหมาะสม เพื่อช่วยลดอาการเจ็บป่วยจากการทำงานที่ยืดเยื้อและป้องกันปัญหาสุขภาพในอนาคต เช่น ปัญหาจากท่าทางการนั่งทำงานที่ไม่เหมาะสม หรือการยกของหนัก

การตรวจสมรรถภาพทางกายจะช่วยให้บุคลากรทราบข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับสุขภาพของตนเอง และสามารถปรับพฤติกรรมการทำงานให้มีความปลอดภัยและเหมาะสมกับสภาพร่างกายของตนมากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้เรียนรู้วิธีการป้องกันอาการเจ็บป่วยจากการทำงานที่สามารถเกิดขึ้นได้ในระยะยาว

การอบรมและการสาธิต หนึ่งในกิจกรรมสำคัญของโครงการคือ การอบรมเกี่ยวกับอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งให้ความรู้ในการปฏิบัติตนอย่างถูกต้องในการทำงานเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เกิดจากการทำงาน ทั้งในด้านสุขภาพร่างกายและจิตใจ นอกจากนี้ยังมี การสาธิตการออกกำลังกายที่เหมาะสม เพื่อเสริมสร้างสุขภาพและป้องกันโรคทางกระดูกและกล้ามเนื้อ เช่น โรคปวดหลังหรือออฟฟิศซินโดรม ซึ่งจะช่วยให้บุคลากรสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้

การสนับสนุนตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โครงการนี้สอดคล้องกับ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะ SDG 3 “การมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี” ซึ่งมุ่งเน้นการส่งเสริมสุขภาพที่ดีในทุกกลุ่มประชากร การลดอัตราการเจ็บป่วยจากการทำงาน และการส่งเสริมความยั่งยืนในสังคมที่มีสุขภาพดีขึ้น การสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการป้องกันโรคที่เกิดจากการทำงานและการส่งเสริมความปลอดภัยในการทำงานมีส่วนช่วยในการสร้างสังคมที่มีสุขภาพดีขึ้นอย่างยั่งยืน

ผลกระทบทางสุขภาพและเศรษฐกิจ จากรายงานของ สำนักงานประกันสังคม ระหว่างปี 2562-2566 พบว่าโรคที่เกิดจากการทำงานในประเทศไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะโรคที่เกี่ยวข้องกับกระดูกและกล้ามเนื้อ เช่น โรคปวดหลังจากการยกของหนักหรือการนั่งทำงานในท่าทางที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งส่งผลกระทบทั้งในด้านสุขภาพของบุคลากรและผลผลิตทางเศรษฐกิจ ในกรณีนี้การลงทุนในการป้องกันโรคจากการทำงานถือเป็นการลดความเสี่ยงในการเจ็บป่วยที่สามารถป้องกันได้ และยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลในอนาคต

การสร้างสังคมสุขภาพดีและยั่งยืน การดำเนินโครงการนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคในที่ทำงาน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการสร้างสังคมที่มีสุขภาพดีและยั่งยืน โดยโครงการนี้มีเป้าหมายในการยกระดับคุณภาพชีวิตของบุคลากร และลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลในอนาคต นอกจากนี้ยังเป็นตัวอย่างที่ดีของความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยและหน่วยงานต่าง ๆ ในการสร้างสังคมที่มีสุขภาพดีในระยะยาว

มหาวิทยาลัยนเรศวรจึงขอเชิญชวนบุคลากรทุกท่านเข้าร่วมกิจกรรมนี้เพื่อเสริมสร้างสุขภาพที่ดีในทุกช่วงวัย และร่วมกันพัฒนาสังคมที่มีสุขภาพดีและยั่งยืนไปพร้อมกัน

หากท่านสนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ ห้องประชุมเอกาทศรถ 9 อาคารสิรินธร โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากหน่วยอาชีวอนามัยและส่งเสริมสุขภาพนิสิตที่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร.

ที่มา: คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร ร่วมสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ใส่ใจสุขภาพ

วันอังคารที่ 6 สิงหาคม 2567 สาขาวิชาอนามัยสิ่งแวดล้อม คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร นำโดย ดร.กนกทิพย์ จักษุ ผู้รับผิดชอบโครงการฯ ร่วมกับคณาจารย์และนิสิตชั้นปีที่ 4 ได้ดำเนินโครงการบริการวิชาการตรวจติดตามคุณภาพสิ่งแวดล้อม ณ โรงเรียนอนุบาลและประถมสาธิตมหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก

โครงการดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของพันธกิจด้านบริการวิชาการของมหาวิทยาลัย และยังเป็นความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษาและหน่วยงานท้องถิ่น โดยมีเป้าหมายหลักในการยกระดับคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาลในสถานศึกษา เพื่อส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของนักเรียนและบุคลากรในโรงเรียน

กิจกรรมสำคัญที่ดำเนินการ ได้แก่ การตรวจสุขาภิบาลทั่วไปภายในโรงเรียน การประเมินสุขาภิบาลอาหารและน้ำดื่มน้ำใช้ การตรวจสอบสุขาภิบาลห้องส้วม ตลอดจนการจัดการขยะและการควบคุมสัตว์นำโรค กิจกรรมเหล่านี้เป็นพื้นฐานสำคัญที่ช่วยให้โรงเรียนมีข้อมูลที่เป็นระบบเพื่อนำไปใช้ในการปรับปรุงและจัดการสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสมกับการเรียนรู้ของนักเรียน

ผลลัพธ์ที่ได้รับไม่เพียงแต่เป็นข้อมูลเชิงวิชาการที่สามารถนำไปใช้ปรับปรุงสิ่งแวดล้อมโรงเรียนเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างความตระหนักรู้แก่คณะครู นักเรียน และผู้ปกครอง ในการร่วมกันรักษาสุขาภิบาลและสิ่งแวดล้อมให้ปลอดภัยและยั่งยืน เพื่อเป็นการป้องกันโรคและเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนในระยะยาว

การดำเนินโครงการนี้สอดคล้องกับ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG3: Good Health and Well-being) ที่มุ่งเน้นการสร้างสุขภาพที่ดีและคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนแก่ทุกคน โดยมหาวิทยาลัยนเรศวรได้ตอกย้ำบทบาทของตนในการขับเคลื่อนองค์ความรู้สู่ชุมชน และพัฒนาสังคมไทยไปสู่ความยั่งยืนอย่างแท้จริง

ม.นเรศวร เปิดโอกาสการศึกษาเท่าเทียม จัดทำสัญญา กยศ. ให้นิสิตกว่า 3,200 คน

วันเสาร์ที่ 3 สิงหาคม 2567 มหาวิทยาลัยนเรศวร โดย กองบริการการศึกษา ได้ดำเนินการจัด โครงการทำสัญญากองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ประจำปีการศึกษา 2567 ณ ห้อง 32 และ 52 ชั้น 2 อาคารปราบไตรจักร 1 มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยมีนิสิตเข้าร่วมทำสัญญาทั้งสิ้น 3,223 คน โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสทางการศึกษาให้กับนิสิตที่ต้องการความช่วยเหลือด้านการเงิน และเป็นส่วนหนึ่งของการ ส่งเสริมโอกาสการศึกษาเท่าเทียม สำหรับเยาวชนทุกคน

การดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึง ความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการสร้างความเท่าเทียมทางการศึกษา โดยมุ่งลดช่องว่างทางเศรษฐกิจและสังคมที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญกับการสร้างระบบสนับสนุนทางการเงินที่โปร่งใส ยุติธรรม และเข้าถึงได้ง่าย เพื่อให้ทุกคนมีโอกาสเรียนต่ออย่างเท่าเทียมโดยไม่ถูกจำกัดด้วยฐานะทางการเงิน

โครงการทำสัญญากยศ. ประจำปีนี้ยังเป็นกลไกสำคัญในการ สนับสนุนการศึกษาที่มีคุณภาพ ผ่านการให้กู้ยืมอย่างมีระบบและมีมาตรฐาน เพื่อให้นิสิตสามารถตั้งใจศึกษาได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย การลดภาระทางการเงินของนิสิตจึงเป็นอีกหนึ่งวิธีในการสร้างแรงจูงใจให้เยาวชนมุ่งมั่นพัฒนาตนเองและต่อยอดความรู้สู่การทำงานที่มีคุณค่าในอนาคต

นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยนเรศวรยังได้ ส่งเสริมความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการกองทุนเงินให้กู้ยืม เพื่อให้กระบวนการดำเนินงานมีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งในด้านความสะดวก รวดเร็ว และความถูกต้อง โดยมุ่งเน้นให้การช่วยเหลือเข้าถึงผู้ที่มีความจำเป็นอย่างแท้จริง นับเป็นแบบอย่างของการสร้างระบบการศึกษาและสวัสดิการที่เอื้อต่อการลดความเหลื่อมล้ำในสังคม

การดำเนินโครงการในครั้งนี้ไม่ได้เพียงมุ่งเน้นเรื่องการเงินเท่านั้น แต่ยังเน้นสร้างความตระหนักรู้ให้นิสิตเห็นถึงความสำคัญของ ความรับผิดชอบต่อสังคมและการคืนทุนการศึกษาในอนาคต เพื่อให้ระบบการกู้ยืมสามารถหมุนเวียนไปช่วยเหลือนักศึกษารุ่นต่อ ๆ ไปได้อย่างยั่งยืน เป็นการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และจิตสำนึกในการอยู่ร่วมกันอย่างมีความรับผิดชอบ

มหาวิทยาลัยนเรศวรยังคงดำเนินนโยบาย สนับสนุนการเข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียม อย่างต่อเนื่อง ด้วยการพัฒนาโครงการและกิจกรรมที่ช่วยให้นิสิตทุกกลุ่มได้รับโอกาสเรียนรู้ตามศักยภาพ ไม่ว่าจะเป็นโครงการทุนการศึกษา การแนะแนวอาชีพ หรือกิจกรรมส่งเสริมทักษะชีวิต เพื่อสร้างรากฐานของการพัฒนาที่ยั่งยืนทั้งในระดับบุคคลและสังคม

โดยภาพรวม โครงการทำสัญญากยศ. ประจำปีการศึกษา 2567 เป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการขับเคลื่อนภารกิจด้านการศึกษาเพื่อสังคม ด้วยการสร้างระบบสนับสนุนที่ครอบคลุมทั้งด้านการเงินและคุณภาพชีวิตของนิสิต ซึ่งช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางโอกาสและส่งเสริมให้เยาวชนทุกคนสามารถเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพได้อย่างเท่าเทียมและยั่งยืน

NU Hackathon 2024 เสริมศักยภาพนิสิตด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย

วันเสาร์ที่ 3 สิงหาคม 2567 อุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร (NU SciPark) จัดกิจกรรม BOOTCAMP ภายใต้โครงการ “NU Hackathon 2024” เพื่อพัฒนาเครื่องมือ Performance Test โดยใช้เทคโนโลยี Cloud, AI และ Machine Learning ความร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นจากการบูรณาการของคณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ คณะบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์และการสื่อสาร กองกิจการนิสิต กองกลาง และอุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร

กิจกรรมได้รับเกียรติจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมลักษณ์ วรรณฤมล กีเยลาโรว่า ผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นประธานเปิดงาน และคุณณัฐพล กล้าหาญ ผู้บริหารบริษัทเอ็กช์โตซอฟท์ จำกัด กล่าวต้อนรับนิสิต พร้อมทั้งมีผู้บริหารจากหลายคณะและหน่วยงานร่วมพิธีเปิด ณ ห้อง SC5-213 อาคารภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

การจัด BOOTCAMP ในครั้งนี้ มุ่งเน้นการถ่ายทอดองค์ความรู้และทักษะการปฏิบัติจริงให้แก่นิสิต ผ่านการอบรมเชิงลึกกับวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากบริษัท EXTOSOFT โดยครอบคลุมทั้งแนวคิดการทดสอบซอฟต์แวร์ การใช้เครื่องมือ JMeter การประยุกต์ AI และ Machine Learning ในการตรวจสอบและพยากรณ์ระบบโครงสร้างพื้นฐาน ไปจนถึงเทคโนโลยี Docker และการนำเสนอผลงานด้วย Pitch Desk Template

เวิร์กชอปแต่ละหัวข้อถูกออกแบบให้ตอบโจทย์ทักษะที่จำเป็นในโลกเทคโนโลยีปัจจุบัน โดยเฉพาะการนำ AI มาใช้ในการตรวจสอบประสิทธิภาพและคาดการณ์โครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งเป็นทักษะที่ภาคอุตสาหกรรมต้องการ และช่วยให้นิสิตสามารถพัฒนาความรู้สู่การประยุกต์ใช้จริง

นอกจากการพัฒนาทักษะเฉพาะทางแล้ว กิจกรรมยังเน้นกระบวนการ Hackathon ที่ส่งเสริมการทำงานเป็นทีม การคิดวิเคราะห์ปัญหา และการนำเสนอนวัตกรรมใหม่ ๆ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการเตรียมความพร้อมให้นิสิตก้าวสู่การเป็นกำลังคนคุณภาพในอนาคต

ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับบริษัทเอกชนครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงการบูรณาการองค์ความรู้และประสบการณ์จากทั้งสองภาคส่วน อันจะนำไปสู่การสร้างระบบนิเวศด้านนวัตกรรมที่เข้มแข็ง และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่มีศักยภาพตอบโจทย์อุตสาหกรรมยุคดิจิทัล

การจัดงาน NU Hackathon 2024 จึงไม่เพียงเป็นเวทีการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยี แต่ยังเป็นก้าวสำคัญของการส่งเสริมทักษะด้านการคิดค้นนวัตกรรมของนิสิต ที่สามารถต่อยอดเป็นผลงานจริงและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

มหาวิทยาลัยนเรศวร โดย NU SciPark ยังคงเดินหน้าสนับสนุนกิจกรรมลักษณะนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ ทักษะ และความสามารถด้านเทคโนโลยี พร้อมทั้งเป็นสะพานเชื่อมความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยและภาคอุตสาหกรรม เพื่อสร้างสังคมแห่งนวัตกรรมในอนาคต

ม.นเรศวร ส่งเสริมการศึกษาเท่าเทียม จัดทำสัญญา กยศ. สนับสนุนนิสิตขาดแคลนทุนทรัพย์

มหาวิทยาลัยนเรศวรตอกย้ำพันธกิจด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเฉพาะในเป้าหมายการศึกษาที่เท่าเทียมและการเรียนรู้ตลอดชีวิต (SDG 4) ผ่านโครงการที่ช่วยสนับสนุนนิสิตขาดแคลนทุนทรัพย์ให้สามารถเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาได้อย่างเท่าเทียม

เมื่อวันที่ 3-4 สิงหาคม 2567 กองบริการการศึกษาได้จัดโครงการทำสัญญากองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ประจำปีการศึกษา 2567 ณ ห้อง 32, 52 ชั้น 2 อาคารปราบไตรจักร 1 ภายในมหาวิทยาลัยนเรศวร โดยมีนิสิตเข้าร่วมทำสัญญาจำนวน 3,223 ราย

โครงการนี้ถือเป็นกลไกสำคัญในการช่วยเหลือนิสิตที่มีข้อจำกัดทางการเงินให้สามารถเรียนต่อในระดับอุดมศึกษาได้ โดยมหาวิทยาลัยนเรศวรมุ่งมั่นสนับสนุนการสร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงการศึกษา พร้อมทั้งส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อพัฒนาศักยภาพนิสิตในทุกมิติ

การดำเนินงานครั้งนี้สะท้อนถึงความตั้งใจของมหาวิทยาลัยในการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถพัฒนาตนเอง เพื่อร่วมสร้างอนาคตที่ยั่งยืนร่วมกัน

ที่มา: งานส่งเสริมการจัดการศึกษา กองบริการการศึกษา มหาวิทยาลัยนเรศวร

โรงเรียนมัธยมสาธิต ม.นเรศวร จัดโครงการเชิดชู รู้คุณค่าภาษาไทย

วันพุธที่ 31 กรกฎาคม 2567 ศาสตราจารย์ ดร.ปกรณ์ ประจันบาน คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารคณะศึกษาศาสตร์ ให้เกียรติเป็นประธานเปิดโครงการ มัธยมสาธิตฯ เชิดชู รู้คุณค่าภาษาไทย ณ โดมอเนกประสงค์ โรงเรียนมัธยมสาธิตมหาวิทยาลัยนเรศวร โดยโครงการในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “วรรณคดีมีชีวิตในสายธารเศรษฐกิจสร้างสรรค์” (Creative Economy) ที่มุ่งเน้นการนำวรรณคดีและวัฒนธรรมไทยมาเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจยุคใหม่

การจัดกิจกรรมครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อสร้างความตระหนักถึงคุณค่าของภาษาและวรรณคดีไทย ตลอดจนการพัฒนาศักยภาพนักเรียนให้สามารถใช้ความคิดสร้างสรรค์มาพัฒนาเป็นผลงานเชิงเศรษฐกิจ โดยยึดรากฐานของ ทุนทางวัฒนธรรม ที่มีอยู่แล้วในสังคมไทย เป็นการผสมผสานการเรียนรู้เข้ากับการประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง

ภายในโครงการมีการจัดกิจกรรมทางวิชาการหลากหลายรูปแบบ ทั้งการประกวดแข่งขันด้านวิชาการ การจัดแสดงนิทรรศการ และการนำเสนอผลงานสร้างสรรค์ที่ต่อยอดจากวรรณคดีไทย อาทิ ผลิตภัณฑ์และของที่ระลึกที่สะท้อนถึงอัตลักษณ์ความเป็นไทย สอดคล้องกับแนวทางการสร้าง เศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) ที่กำลังได้รับความสนใจในระดับประเทศและระดับนานาชาติ

หนึ่งในกิจกรรมที่โดดเด่นคือการแสดงลิเกวรรณคดีไทย เรื่อง “พระอภัยมณี ตอน พระอภัยมณีหนีนางผีเสื้อสมุทร” โดยคณะครูและนักเรียนโรงเรียนมัธยมสาธิตมหาวิทยาลัยนเรศวร ที่สร้างบรรยากาศคึกคักและเต็มไปด้วยสีสันทางศิลปวัฒนธรรม นับเป็นการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาผสมผสานกับการเรียนการสอนอย่างสร้างสรรค์

โครงการดังกล่าวยังเป็นพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันระหว่างนักเรียน ครู อาจารย์ และผู้ปกครอง โดยเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมทุกฝ่ายได้มีส่วนร่วมในกระบวนการเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมไทยอย่างมีคุณค่า และสามารถนำไปต่อยอดสู่การสร้างองค์ความรู้ใหม่ที่เหมาะสมกับสังคมยุคปัจจุบัน

การดำเนินโครงการนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของโรงเรียนมัธยมสาธิตมหาวิทยาลัยนเรศวรในการ ส่งเสริมอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย ผ่านการบูรณาการวรรณคดีเข้ากับการศึกษา สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนด้านการศึกษาที่มีคุณภาพ และการสร้างชุมชนที่รักษาอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมควบคู่กับความทันสมัย

นอกจากนี้ การจัดกิจกรรมยังช่วยพัฒนาทักษะสำคัญของนักเรียนทั้งในด้านการคิดวิเคราะห์ การทำงานเป็นทีม ความคิดสร้างสรรค์ และการสื่อสารเชิงวัฒนธรรม ซึ่งล้วนเป็นทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 และยังช่วยสร้างรากฐานความภาคภูมิใจในความเป็นไทยให้คงอยู่ต่อไป

ม.นเรศวร สร้างความพร้อมอาจารย์ที่ปรึกษาในการดูแลนิสิต

วันพฤหัสบดีที่ 25 กรกฎาคม 2567 โรงเรียนและคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรม อบรมให้ความรู้ด้านสุขภาวะจิต ภายใต้หัวข้อ “ขั้นตอนการประเมินและให้คำปรึกษากับนิสิต” โดยเชิญอาจารย์ที่ปรึกษานิสิตทุกชั้นปีและบุคลากรที่สนใจเข้าร่วม เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และทักษะการดูแลสุขภาพจิตของนิสิตอย่างเป็นระบบ

กิจกรรมอบรมครั้งนี้ดำเนินการที่ ห้อง SC5-213 ชั้น 2 ภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยมีเวลาอบรมตั้งแต่ 13.30 – 15.30 น. เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้รับความรู้เชิงปฏิบัติที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์จริงในการดูแลนิสิต

การอบรมครั้งนี้มี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เชาวนี ล่องชูผล อาจารย์ประจำคณะพยาบาลศาสตร์ เป็นวิทยากรให้ความรู้เกี่ยวกับ ขั้นตอนการประเมินสภาวะจิตใจของนิสิตและการให้คำปรึกษาอย่างเหมาะสม เพื่อสนับสนุนการสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่เอื้อต่อสุขภาพจิตของนิสิต

ผู้เข้าร่วมอบรมได้เรียนรู้ เทคนิคและแนวทางปฏิบัติ ทั้งการสังเกตพฤติกรรม ความเครียด ความวิตกกังวล รวมถึงวิธีการสนับสนุนและแนะนำให้นิสิตสามารถจัดการกับความเครียดและปัญหาสุขภาพจิตเบื้องต้นได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย

การจัดกิจกรรมครั้งนี้สอดคล้องกับ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน SDG3 ด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี (Good Health and Well-being) โดยเน้นการสร้างความตระหนักเรื่องสุขภาพจิตและสนับสนุนการดูแลสุขภาพจิตในเชิงป้องกันสำหรับนิสิต

นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้บุคลากรและอาจารย์ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวทางการดูแลนิสิต ทำให้เกิด เครือข่ายสนับสนุนสุขภาวะจิต ที่เข้มแข็งภายในคณะและสถาบัน สามารถตอบสนองต่อความต้องการด้านสุขภาพจิตของนิสิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผู้ที่สนใจสามารถ ลงทะเบียนเข้าร่วมอบรม ผ่านลิงก์ที่เปิดให้บริการ และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ งานกิจการนิสิตและศิษย์เก่าสัมพันธ์ คณะวิทยาศาสตร์ โทร 3150-2 เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมเสริมสร้างความรู้ด้านสุขภาพจิตและส่งเสริมคุณภาพชีวิตของนิสิตให้ยั่งยืน

ม.นเรศวร ร่วมมือ อบต. ท่าโพธิ์ ยกระดับมาตรฐานร้านอาหารรอบชุมชน สู่ความปลอดภัยยั่งยืน

วันพฤหัสบดีที่ 25 กรกฎาคม 2567 กลุ่มสาขาวิชาอนามัยสิ่งแวดล้อม คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลท่าโพธิ์ จัดพิธีปิดโครงการ “พัฒนามาตรฐานร้านอาหารและแผงลอยจำหน่ายอาหารรอบมหาวิทยาลัยนเรศวร” โดยมีการสรุปผลการดำเนินงาน และประกาศรางวัลร้านค้าที่ได้รับการคัดเลือกเป็นร้านดีเด่น จำนวนทั้งสิ้น 33 ร้าน ซึ่งได้รับป้ายช้างลิมิเต็ดตามสโลแกน “Quality you can taste, Plate you can trust – คุณภาพที่สัมผัสได้ จานที่คุณไว้ใจ” พร้อมใบประกาศนียบัตรเชิดชูเกียรติ

โครงการนี้ยังได้มอบ ป้าย Clean Food Good Taste ให้แก่ผู้ประกอบการร้านอาหารที่ผ่านหลักสูตรการอบรมและการพัฒนามาตรฐานร้านอาหาร รวมจำนวน 100 ร้าน เพื่อเป็นการยกระดับคุณภาพการบริหารจัดการด้านสุขาภิบาลอาหารในพื้นที่รอบมหาวิทยาลัยนเรศวร ให้มีมาตรฐานอาหารที่สะอาดและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

ภายในพิธีได้รับเกียรติจาก นายธวัช สิงหเดช นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าโพธิ์ และประธานกองทุนหลักประกันสุขภาพ อบต.ท่าโพธิ์ พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.นิทรา กิจธีระวุฒิวงษ์ คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นผู้มอบประกาศนียบัตรและป้ายรับรองคุณภาพแก่ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมในโครงการ

โครงการพัฒนามาตรฐานร้านอาหารและแผงลอยจำหน่ายอาหารในครั้งนี้ มุ่งเน้นให้ผู้ประกอบการตระหนักถึงความสำคัญของความสะอาด ปลอดภัย และคุณภาพอาหาร ทั้งในด้านกายภาพและชีวภาพ รวมถึงการเสริมสร้างทักษะในการดูแลสุขาภิบาลร้านอาหารให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อให้เกิดความมั่นใจต่อผู้บริโภค

นอกจากการพัฒนาความรู้และทักษะแล้ว โครงการยังเป็นเวทีในการสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้ประกอบการร้านอาหารและแผงลอยในการยกระดับมาตรฐานธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันเชิงพาณิชย์ และตอบโจทย์ต่อการสร้างระบบอาหารที่ปลอดภัยอย่างยั่งยืน

การดำเนินงานยังแสดงถึงบทบาทสำคัญของความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้ประกอบการในชุมชน ที่ร่วมกันผลักดันให้เกิดมาตรฐานอาหารสะอาดและปลอดภัยในระดับพื้นที่ ซึ่งเป็นต้นแบบการทำงานเชิงบูรณาการที่สามารถขยายผลไปยังพื้นที่อื่นได้ในอนาคต

การจัดโครงการครั้งนี้ไม่เพียงสร้างผลลัพธ์ด้านคุณภาพอาหาร แต่ยังสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนในตำบลท่าโพธิ์ ด้วยการสนับสนุนผู้ประกอบการให้พัฒนาศักยภาพ และเพิ่มคุณค่าของร้านค้าและแผงลอยในพื้นที่อย่างมีระบบและมาตรฐานที่ยั่งยืน

โครงการ พัฒนามาตรฐานร้านอาหารและแผงลอยจำหน่ายอาหาร จึงเป็นกลไกสำคัญที่เชื่อมโยงการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ผ่านการสร้างความมั่นใจด้านอาหารปลอดภัย และการยกระดับมาตรฐานร้านอาหารและแผงลอยให้ก้าวสู่ความยั่งยืนในระยะยาว

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin