ม.นเรศวร ร่วมสัมมนา Energy Storage แลกเปลี่ยนนวัตกรรมพลังงานสะอาด

วันอังคารที่ 29 ตุลาคม 2567 รองศาสตราจารย์ ดร.นิพนธ์ เกตุจ้อย ผู้อำนวยการวิทยาลัยพลังงานทดแทนและสมาร์ตกริดเทคโนโลยี (SGtech) มหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.ธวัช สุริวงษ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการและกิจการนิสิต และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ยอดธง เม่นสิน รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ ได้เข้าร่วมสัมมนาและศึกษาดูงานด้าน Energy Storage ภายใต้หัวข้อ “Renewable Energy and MicroGrid Technology” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29-30 ตุลาคม 2567

การสัมมนาในครั้งนี้มุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และนวัตกรรมด้านพลังงานหมุนเวียนและระบบไมโครกริด เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมจากหลายหน่วยงานได้เรียนรู้แนวโน้มและเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บพลังงานและการจัดการระบบพลังงานอัจฉริยะ

ภายในงาน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ยอดธง เม่นสิน ได้บรรยายในหัวข้อ “Smart Microgrid Zero Net Energy (ZNE) concept implementation at Naresuan University” โดยเน้นย้ำถึงการพัฒนาแนวคิด Smart Microgrid ที่สามารถนำไปสู่การจัดการพลังงานภายในมหาวิทยาลัยอย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยผลักดันเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ในระยะยาว

การนำเสนอครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมพลังงานสะอาด และการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบในด้านการใช้พลังงานอย่างยั่งยืน โดยไม่เพียงแต่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังสร้างต้นแบบให้กับสถาบันการศึกษาอื่น ๆ ในการพัฒนาระบบพลังงานที่มีความยืดหยุ่นและเป็นมิตรต่อสังคม

นอกจากนี้ การเข้าร่วมสัมมนายังเป็นโอกาสในการสร้างความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับหน่วยงานภายนอก ทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ ผ่านการแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงวิชาการและประสบการณ์จริง เพื่อพัฒนานวัตกรรมและแนวทางใหม่ ๆ ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงในอนาคต

ความร่วมมือดังกล่าวยังช่วยเสริมสร้างศักยภาพของนักวิจัย อาจารย์ และบุคลากรในการขยายผลงานวิจัยด้านพลังงานไปสู่การพัฒนาเชิงพาณิชย์และสังคม โดยเชื่อมโยงการวิจัยเข้ากับการใช้ประโยชน์ในระดับชุมชนและระดับประเทศ เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืนและเป็นรูปธรรม

ในภาพรวม การเข้าร่วมสัมมนาและศึกษาดูงานครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานสะอาด และการสร้างความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ทั้งในด้านพลังงานและความร่วมมือเพื่อการพัฒนาในอนาคต

ที่มา: วิทยาลัยพลังงานทดแทนและสมาร์ตกริดเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร ร่วมสัมมนา Smart Cities เสริมงานวิจัยพลังงานสะอาด

วันอังคารที่ 29 ตุลาคม – วันศุกร์ที่ 1 พฤศจิกายน 2567 ดร.จักรกฤษ เติมฤทธิกุล ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายนวัตกรรมดิจิทัล พร้อมด้วยคุณสรวุฒิ จิตตานนท์ นิสิตหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาสมาร์ตกริดเทคโนโลยี เข้าร่วมสัมมนาวิชาการ The 10th IEEE International Smart Cities Conference ภายใต้หัวข้อ “Smart Cities : Revolution for Mankind” ณ เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี

การเข้าร่วมสัมมนาครั้งนี้เปิดโอกาสให้คณะผู้เข้าร่วมจากมหาวิทยาลัยนเรศวร แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้าน สมาร์ตซิตี้และพลังงานอัจฉริยะ กับนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายประเทศ ซึ่งเป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการและนวัตกรรมระหว่างประเทศ

คุณสรวุฒิ จิตตานนท์ ได้นำเสนอผลงานวิจัยในหัวข้อ “Photovoltaic Surface Environmental Contaminant Detection Based on Saliency Prediction” ซึ่งมุ่งเน้นการตรวจจับสิ่งปนเปื้อนบนพื้นผิวของระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าและยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์

การนำเสนอผลงานวิจัยครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการพัฒนานวัตกรรม พลังงานสะอาดและยั่งยืน เพื่อตอบสนองความต้องการด้านพลังงานของเมืองอัจฉริยะและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

สัมมนาครั้งนี้ยังเน้นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวคิดด้าน เทคโนโลยีสมาร์ตกริด การจัดการพลังงานอัจฉริยะ การใช้ IoT และอุปกรณ์อัจฉริยะ ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้ในเมืองและชุมชนให้เกิดการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ การเข้าร่วมงานยังส่งเสริมการสร้าง ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย ชุมชน และภาคอุตสาหกรรม เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะและระบบพลังงานหมุนเวียนอย่างยั่งยืน ทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาค

การมีส่วนร่วมในสัมมนาครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรมด้านพลังงาน พร้อมต่อยอดสู่การพัฒนาชุมชนและเมืองอัจฉริยะอย่างยั่งยืนในอนาคต

NU SEED ม.นเรศวร ร่วมขับเคลื่อน Startup Thailand League พัฒนานวัตกรรุ่นใหม่สู่การเป็นผู้ประกอบการ

วันพุธที่ 30 ตุลาคม 2567 อุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร (NU SEED) นำโดย ดร.ปัญญวัณ ลำเพาพงศ์ รองผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมด้วยบุคลากร เข้าร่วมการประชุมชี้แจงแผนการดำเนินโครงการ Startup Thailand League ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ณ โรงแรม เดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ

การประชุมครั้งนี้เป็นเวทีสำคัญที่ได้รับความสนใจจากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศกว่า 55 แห่ง ทั้งมหาวิทยาลัยในเครือข่ายที่เข้าร่วมต่อเนื่องและมหาวิทยาลัยใหม่ที่พร้อมก้าวเข้าสู่สนามแห่งนวัตกรรม สะท้อนถึงพลังความร่วมมือและการตื่นตัวด้านการสร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่ในระดับอุดมศึกษา

โครงการ Startup Thailand League มีเป้าหมายหลักเพื่อ ส่งเสริม Startup และยกระดับศักยภาพของเยาวชนในมหาวิทยาลัย ให้มีทั้งทักษะเชิงนวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ และความสามารถในการสร้างธุรกิจที่พร้อมแข่งขันในตลาดจริง การบ่มเพาะเช่นนี้ถือเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างเศรษฐกิจฐานความรู้และนวัตกรรม

สำหรับมหาวิทยาลัยนเรศวร การเข้าร่วมในโครงการนี้สอดคล้องกับพันธกิจในการพัฒนามหาวิทยาลัยสู่การเป็น “มหาวิทยาลัยแห่งการประกอบการ” โดยใช้กลไกของอุทยานวิทยาศาสตร์เป็นตัวขับเคลื่อน พร้อมสนับสนุนให้นิสิตและเยาวชนสามารถเปลี่ยนแนวคิดเชิงนวัตกรรมไปสู่ธุรกิจที่มีศักยภาพจริง

การประชุมครั้งนี้ยังเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อให้การพัฒนาผู้ประกอบการรุ่นใหม่เกิดขึ้นอย่างเป็นระบบ และสามารถต่อยอดเป็นธุรกิจที่มีความยั่งยืน ทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ

โครงการ Startup Thailand League ยังช่วยเปิดพื้นที่ให้นักศึกษาทดลองทำงานในสภาพแวดล้อมที่ใกล้เคียงกับการทำธุรกิจจริง ได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ และเรียนรู้การปรับตัวในสภาวะการแข่งขัน ซึ่งถือเป็นการพัฒนาทักษะที่สำคัญสำหรับการเป็นผู้ประกอบการในอนาคต

การมีส่วนร่วมของ NU SEED ในครั้งนี้จึงเป็นการยืนยันบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการสนับสนุนผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ด้วยการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และการทดลอง พร้อมทั้งพัฒนานวัตกรเยาวชนสู่การเป็น Startup ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีอย่างแท้จริง

ม.นเรศวร เปิดรับสมัครทุนการศึกษานิสิต ปี 2567 เพิ่มโอกาสทางการศึกษา

วันที่ 24 ตุลาคม 2567 – สาขาสังคมศึกษา มหาวิทยาลัยนเรศวรเข้าร่วมประชุมข้ามทวีปกับเครือข่ายนานาชาติ ระหว่างเวลา 14.30 น. ตามเวลาประเทศอิตาลี (19.30 น. ตามเวลาประเทศไทย) จนถึง 21.45 น. ประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมการนำเสนอโครงการความร่วมมือด้านวิจัยและวิชาการทางการศึกษาตลอดชีวิต (LLL)

การประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นระหว่างสาขาสังคมศึกษา สมาคมสังคมศึกษาสัมพันธ์ และเครือข่ายนานาชาติ The International Adult and Continuing Education (IACE) เพื่อสร้างความร่วมมือด้านการศึกษา การวิจัย และการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างประเทศ

กิจกรรมดังกล่าวเน้นการแลกเปลี่ยนแนวคิดและประสบการณ์ในการพัฒนาหลักสูตรการศึกษาตลอดชีวิต รวมถึงการส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาและการเรียนรู้ที่เข้าถึงทุกกลุ่มเป้าหมายอย่างเท่าเทียม

โครงการความร่วมมือด้านการวิจัยและวิชาการนี้ยังมุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายวิชาการระหว่างมหาวิทยาลัยและองค์กรนานาชาติ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพด้านการศึกษา การพัฒนาองค์ความรู้ และการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้แก่ผู้เรียนทุกวัย

การเข้าร่วมประชุมข้ามทวีปครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของสาขาสังคมศึกษา มหาวิทยาลัยนเรศวร ในการพัฒนาความรู้ด้านการศึกษาและสร้างเครือข่ายความร่วมมือระดับสากล เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และนวัตกรรมทางการศึกษาอย่างยั่งยืน

การประชุมครั้งนี้ถือเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับงาน The IACE Hall of Fame 2024 ซึ่งจะจัดขึ้นที่ University of Florence ประเทศอิตาลี ระหว่างวันที่ 7–9 พฤศจิกายน 2567 โดยทีมงานจะนำเสนอโครงการความร่วมมืออย่างเป็นทางการ

สาขาสังคมศึกษา มหาวิทยาลัยนเรศวร ยังคงมุ่งมั่นสร้างโอกาสในการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพด้านการศึกษาอย่างต่อเนื่อง พร้อมส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อให้เกิดการพัฒนาการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างยั่งยืน

ม.นเรศวร จัดโครงการศึกษาดูงานเสริมความรู้ SDGs สู่พลเมืองโลกในสหประชาชาติ

วันพฤหัสบดีที่ 23 ตุลาคม 2567 – มหาวิทยาลัยนเรศวรจัดโครงการศึกษาดูงานเพื่อส่งเสริมความเป็นพลเมืองโลกและความเข้าใจในการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยนิสิตได้เข้าศึกษาดูงานที่คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (UNESCAP) และเยี่ยมชมสถานเอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี รวมถึงสถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย

โครงการนี้มุ่งเน้นการเสริมสร้างความรู้และความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน พร้อมทั้งแสดงบทบาทขององค์กรระหว่างประเทศในระดับสากล นอกจากนี้ยังเน้นการพัฒนาทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษและการเจรจาในบริบทนานาชาติให้แก่นิสิตและบัณฑิต

การเข้าร่วมโครงการเปิดโอกาสให้นิสิตได้เรียนรู้ประสบการณ์ตรงจากการทำงานขององค์กรระหว่างประเทศและสถานทูต ทั้งในด้านการทูต การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และการเสริมสร้างทักษะสำคัญที่จำเป็นต่อการเป็นพลเมืองโลก

โครงการศึกษาดูงานครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยนเรศวรภายใต้โครงการ NU GO UN เพื่อสร้างประสบการณ์การเรียนรู้อย่างเข้มข้นให้แก่นิสิต โดยคณะเภสัชศาสตร์สนับสนุนค่าเบี้ยเลี้ยงและค่าที่พักสำหรับนิสิตจำนวนหนึ่ง

ความร่วมมือและการสนับสนุนดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการสร้างโอกาสให้นิสิตเรียนรู้และเติบโตเป็นพลเมืองโลกที่มีความรู้และทักษะสำคัญในการมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมและสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

มหาวิทยาลัยนเรศวรยังคงมุ่งมั่นดำเนินงานตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเน้นการพัฒนาความรู้และทักษะที่มีคุณค่าให้แก่นิสิต เพื่อนำไปสู่การสร้างสรรค์สังคมที่ดีและยั่งยืนทั้งในระดับประเทศและระดับโลก

โครงการศึกษาดูงานครั้งนี้เป็นตัวอย่างของการบูรณาการความรู้ด้านการศึกษาและการสร้างโอกาสในการเรียนรู้เชิงปฏิบัติจริง สอดคล้องกับแนวคิดความยั่งยืนและการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศ เตรียมความพร้อมให้นิสิตสามารถมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืนในอนาคต

ที่มา: งานกิจการนิสิต คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร เปิดหอศิลป์ จัดนิทรรศการศิลปกรรมแห่งชาติ และศิลปกรรมร่วมสมัยของศิลปินรุ่นเยาว์

วันจันทร์ที่ 16 กันยายน 2567 รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นประธานเปิด นิทรรศการศิลปกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 68 และ นิทรรศการศิลปกรรมร่วมสมัยของศิลปินรุ่นเยาว์ ครั้งที่ 39 ณ หอศิลป์มหาวิทยาลัยนเรศวร การจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจในศิลปะสมัยใหม่ ตลอดถึงส่งเสริมให้มีการแสดงศักยภาพผลงานศิลปะให้มีคุณภาพสูง

นิทรรศการแบ่งการจัดแสดงออกเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่ จิตรกรรม ภาพพิมพ์ และสื่อผสม รวมทั้งสิ้น 64 ชิ้นงาน เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมระหว่างวันที่ 16 กันยายน – 27 ตุลาคม 2567 ตั้งแต่เวลา 08.30 – 16.30 น. ทุกวัน ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ เพื่อให้ประชาชน นักศึกษา และผู้สนใจด้านศิลปะเข้าถึงผลงานได้อย่างกว้างขวาง

การจัดนิทรรศการครั้งนี้สะท้อนถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการ ยกระดับการศึกษาและการเรียนรู้ด้านศิลปะ โดยเปิดพื้นที่หอศิลป์เป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิต ทั้งสำหรับนักศึกษาและประชาชนทั่วไป ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ และช่วยปลูกฝังความเข้าใจเชิงลึกต่อศิลปะสมัยใหม่

การสนับสนุนการจัดแสดงผลงานของศิลปินรุ่นเยาว์ยังช่วยให้เกิดการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างศิลปินต่างรุ่น ตลอดจนสร้างแรงบันดาลใจแก่ผู้ที่กำลังพัฒนาทักษะด้านศิลปะ นับเป็นการส่งเสริมศักยภาพบุคลากรสร้างสรรค์รุ่นใหม่ให้ก้าวสู่การเป็นกำลังสำคัญของสังคมในอนาคต

ด้านการพัฒนาเมืองและชุมชน การเปิดหอศิลป์ให้ประชาชนเข้าชมฟรีในช่วงระยะเวลาหนึ่งเดือนครึ่ง ช่วยสร้างโอกาสให้คนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวเข้าถึงงานศิลป์อย่างทั่วถึง ทำให้มหาวิทยาลัยกลายเป็นศูนย์กลางทางศิลปะที่มีส่วนช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของชุมชนโดยรอบ

นอกจากนี้ การจัดนิทรรศการยังสะท้อนถึง การบูรณาการระหว่างสถาบันการศึกษา หน่วยงานด้านศิลปะ และชุมชน เพื่อสร้างพื้นที่ทางวัฒนธรรมที่ยั่งยืน และเป็นแบบอย่างของการใช้ทรัพยากรของมหาวิทยาลัยเพื่อประโยชน์สาธารณะอย่างแท้จริง

นิทรรศการศิลปกรรมแห่งชาติ และนิทรรศการศิลปกรรมร่วมสมัยของศิลปินรุ่นเยาว์ ณ หอศิลป์มหาวิทยาลัยนเรศวร จึงเป็นทั้งเวทีเผยแพร่ศิลปะคุณภาพสูง และเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเมืองและการศึกษาที่มีคุณภาพ ซึ่งสอดคล้องกับการสร้างสังคมแห่งความรู้และความยั่งยืนในอนาคต

ม.นเรศวร รณรงค์รับบริจาคยาเหลือใช้ ส่งต่อเพื่อประโยชน์แก่สังคม

มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยคณะเภสัชศาสตร์ และเครือข่ายจิตอาสา ได้จัดโครงการรับบริจาค ยาเหลือใช้ เพื่อนำไปคัดกรองและกระจายต่อไปยังโรงพยาบาลที่ขาดแคลน การดำเนินงานครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อ ใช้ยาให้เกิดประโยชน์สูงสุด ลดการสูญเปล่าของทรัพยากรทางการแพทย์ และสร้างโอกาสในการเข้าถึงยาที่มีคุณภาพสำหรับผู้ป่วยในพื้นที่ห่างไกล

โครงการนี้มีจุดเริ่มต้นจากแนวคิดที่ว่า ยาซึ่งถูกทิ้งหรือปล่อยไว้จนเสื่อมคุณภาพยังสามารถสร้างคุณค่าได้ หากถูกนำมาคัดกรองและนำไปใช้ต่อในสถานพยาบาลที่ต้องการ การดำเนินงานจึงไม่เพียงเป็นการช่วยเหลือผู้ป่วย แต่ยังเป็นการจัดการทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ลดปัญหาขยะยา และลดค่าใช้จ่ายโดยรวมของสังคมด้านสาธารณสุข

ขั้นตอนการบริจาคทำได้โดยง่าย เพียงนำยาเหลือใช้มาไว้ที่ จุดรับขยะกำพร้า ภายในมหาวิทยาลัย โดยผู้บริจาคต้องขีดฆ่าชื่อผู้ป่วยบนฉลากเพื่อป้องกันข้อมูลส่วนบุคคล พร้อมแยกยาไว้ต่างหากและแจ้งทีมงานจิตอาสาว่าเป็น “ยาเหลือใช้” จากนั้นทีมงานจะทำการรวบรวมและจัดส่งไปยัง อาจารย์ดำรงค์ศักดิ์ เป๊กทอง คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อเข้าสู่กระบวนการคัดกรอง

ทีมงานคณะเภสัชศาสตร์จะตรวจสอบคุณภาพและจัดหมวดหมู่ยา ก่อนส่งต่อไปยังโรงพยาบาลที่ขาดแคลน เช่น โรงพยาบาลอุ้มผาง จังหวัดตาก รวมทั้งโรงพยาบาลอื่น ๆ ในภูมิภาคที่มีความต้องการยาอย่างเร่งด่วน เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงการรักษาที่จำเป็นได้อย่างทั่วถึงมากขึ้น

สำหรับยา หมดอายุ ประชาชนยังสามารถส่งรวมมากับขยะกำพร้าได้ เพื่อให้ทีมงานดำเนินการกำจัดอย่างถูกวิธี ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของชุมชน การดำเนินงานในรูปแบบนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งของการ จัดการขยะอย่างเป็นระบบ ที่มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญ

นอกจากนี้ ผู้ที่ไม่สะดวกเดินทางมายังจุดรับบริจาค ยังสามารถส่งยาเหลือใช้โดยตรงไปที่ อาจารย์ดำรงค์ศักดิ์ เป๊กทอง คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร 99 ม.9 ตำบลท่าโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก 65000 ซึ่งเป็นช่องทางที่ช่วยให้เครือข่ายจิตอาสาสามารถรวบรวมยาได้จากพื้นที่ทั่วประเทศ

โครงการนี้สะท้อนถึงพลังความร่วมมือของมหาวิทยาลัย ภาคประชาชน และบุคลากรทางการแพทย์ ที่ร่วมกันขับเคลื่อนการจัดการทรัพยากรด้านสุขภาพอย่างยั่งยืน การ ใช้ยาให้เกิดประโยชน์สูงสุด จึงไม่เพียงช่วยเหลือผู้ป่วย แต่ยังเป็นการลดขยะ ป้องกันมลพิษ และสร้างวัฒนธรรมการใช้ทรัพยากรอย่างมีคุณค่า

ท้ายที่สุด การรณรงค์รับบริจาคยาเหลือใช้ของมหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืน ทั้งในมิติสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และสังคม โดยแสดงให้เห็นว่าการจัดการทรัพยากรอย่างรับผิดชอบสามารถสร้างประโยชน์ได้ทั้งต่อผู้คนและต่อโลกใบนี้ในระยะยาว

ทุนการศึกษา จากศิษย์เก่าสู่ศิษย์ปัจจุบัน เติมพลังใจสู่ความสำเร็จ

วันพุธที่ 18 กันยายน 2567 สมาคมนิสิตเก่ามหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกับกองกิจการนิสิต จัดพิธีมอบทุนการศึกษาแก่นิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อสนับสนุนโอกาสทางการศึกษา โดยมี นางจิตมากร รอบบรรเจิด นายกสมาคมฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการสมาคมฯ และผู้มีจิตศรัทธาร่วมเป็นเกียรติในพิธี ณ ห้องนเรศวร 310 ชั้น 3 อาคารสำนักงานอธิการบดี

การจัดมอบทุนการศึกษาในครั้งนี้ มีนิสิตที่ได้รับทุนจำนวน 49 คน รวมมูลค่า 260,000 บาท ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการสำคัญที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายทางการศึกษา และเป็นการสร้างแรงจูงใจให้แก่นิสิตในการมุ่งมั่นเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพของตนเองให้เต็มที่

โครงการดังกล่าวสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน SDG1 ขจัดความยากจน เนื่องจากการศึกษาคือกุญแจสำคัญในการสร้างโอกาสและยกระดับคุณภาพชีวิต การมอบทุนช่วยให้นิสิตที่มีข้อจำกัดทางเศรษฐกิจสามารถเข้าถึงการศึกษาได้อย่างเท่าเทียม และลดความเสี่ยงในการหลุดออกจากระบบการศึกษา

นอกจากนี้ พิธีมอบทุนยังสะท้อนถึงพลังของ ความร่วมมือ (SDG17) ระหว่างศิษย์เก่า มหาวิทยาลัย และภาคีผู้สนับสนุน ที่พร้อมผนึกกำลังเพื่อพัฒนาการศึกษาไทยให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืน ความร่วมแรงร่วมใจในครั้งนี้แสดงถึงเครือข่ายที่เข้มแข็งซึ่งจะเป็นต้นแบบของการสร้างสังคมแห่งการแบ่งปัน

ความสำคัญของทุนการศึกษาไม่ได้อยู่เพียงแค่จำนวนเงิน แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของกำลังใจที่มอบแก่นิสิตผู้รับทุน ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจและแรงบันดาลใจในการพัฒนาตนเอง เพื่อก้าวสู่การเป็นบัณฑิตที่มีคุณภาพและมีความรับผิดชอบต่อสังคม

การจัดกิจกรรมลักษณะนี้ยังช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างนิสิต ศิษย์เก่า และมหาวิทยาลัย อันเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ต่อเนื่องและยั่งยืน ทั้งในระดับสถาบันและสังคมโดยรวม

ท้ายที่สุด การมอบทุนการศึกษาโดยสมาคมนิสิตเก่ามหาวิทยาลัยนเรศวร ถือเป็นการลงทุนที่มีคุณค่าในอนาคตของสังคม เพราะนิสิตที่ได้รับทุนจะกลายเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ สอดคล้องกับพันธกิจของมหาวิทยาลัยนเรศวรที่มุ่งเน้นการสร้างบัณฑิตคุณภาพเพื่อขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืน

ม.นเรศวร พานิสิตเรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงผ่านโครงการนอกห้องเรียนและโครงการพระราชทาน

วันเสาร์ที่ 21 และวันอาทิตย์ที่ 22 กันยายน 2567 มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดโครงการการเรียนการสอนนอกห้องเรียนในรายวิชาศึกษาทั่วไป วิชา 002212 “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อความยั่งยืน” ภาคเรียนต้น ปีการศึกษา 2567 ณ กองทัพภาคที่ 3 อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้นิสิตได้เรียนรู้และเข้าใจแนวทางการดำรงชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

โครงการดังกล่าวมุ่งเน้นการประยุกต์ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในชีวิตประจำวัน ตลอดจนส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) แก่นิสิต ผ่านกิจกรรมและกระบวนการเรียนการสอนแบบ Active Learning เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้และประสบการณ์ไปใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน

มหาวิทยาลัยนเรศวรได้รับความอนุเคราะห์จากแม่ทัพภาคที่ 3 และผู้อำนวยการศูนย์เสริมสร้างความปรองดองสมานฉันท์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 ในการสนับสนุนสถานที่ พร้อมทั้งจัดรถบัสและพลขับสำหรับรับ-ส่งผู้เข้าร่วมโครงการอย่างสะดวกและปลอดภัย

ในโครงการนี้ ยังมีการจัดทีมวิทยากรที่เชี่ยวชาญมาบรรยายและให้คำแนะนำตามแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ แก่นิสิต เพื่อให้เข้าใจเนื้อหาและสามารถตอบคำถามเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในชีวิตประจำวันได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังมีการเรียนรู้โครงการพระราชทาน เช่น ศูนย์ผลิตพันธุ์กบพระราชทาน ศูนย์ผลิตเมล็ดพันธุ์พืชพระราชทาน และโรงครัวพระราชทาน ซึ่งเป็นตัวอย่างการประยุกต์หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในระดับชุมชนและสังคม

โครงการนี้ช่วยสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษาและหน่วยงานภาครัฐในภูมิภาค ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่ดี ตลอดจนสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพนิสิตให้เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ พร้อมรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชน

การจัดโครงการยังสอดคล้องกับการสร้างความเท่าเทียมทางการศึกษา และเปิดโอกาสให้ผู้เรียนทุกคนได้เข้าถึงทรัพยากรด้านความรู้ เพื่อเสริมสร้างความสามารถและความเข้าใจในหลักการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง

มหาวิทยาลัยนเรศวรขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่ให้การสนับสนุน ทั้งในด้านวิทยากร แหล่งเรียนรู้ และการอำนวยความสะดวกแก่นิสิต ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้โครงการประสบความสำเร็จ และส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต พร้อมทั้งสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางการศึกษาที่เข้มแข็งและยั่งยืน

ม.นเรศวร จัดโครงการประกวดผลงานและสัมมนา พัฒนาคุณภาพการศึกษาและท้องถิ่น สู่การศึกษาที่มีคุณภาพและความร่วมมืออย่างยั่งยืน

วันพุธที่ 25 กันยายน 2567 มหาวิทยาลัยนเรศวรจัดงาน โครงการประกวดผลงานและสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้การพัฒนาคุณภาพการศึกษา และการพัฒนาท้องถิ่นโดยมีสถาบันอุดมศึกษาเป็นพี่เลี้ยง เครือข่ายอุดมศึกษาภาคเหนือตอนล่าง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.วัฒนา พัดเกตุ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยนเรศวร ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมทั้งร่วมเป็นกำลังสำคัญในการผลักดัน การศึกษาที่มีคุณภาพ เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

โครงการนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นเวที แลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาการและการพัฒนาท้องถิ่น ระหว่างเครือข่ายอุดมศึกษาภาคเหนือตอนล่าง โดยมุ่งสร้างแรงจูงใจให้อาจารย์ นักวิจัย และบุคลากรจากหลากหลายสถาบันอุดมศึกษาร่วมกันพัฒนาโครงการที่มีคุณภาพ และสามารถขยายผลการดำเนินงานไปสู่สังคมวงกว้างได้อย่างแท้จริง

หนึ่งในเป้าหมายสำคัญของโครงการคือ การยกระดับคุณภาพการศึกษา ที่เชื่อมโยงกับการพัฒนาท้องถิ่น ผ่านการสนับสนุนและการทำงานร่วมกันของมหาวิทยาลัยในฐานะพี่เลี้ยงกับโรงเรียนและชุมชน ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยพัฒนาผู้เรียนในระบบเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างองค์ความรู้ใหม่ที่สามารถนำไปต่อยอดเพื่อแก้ไขปัญหาในระดับพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน

ภายในงานยังมีการนำเสนอผลงานและโครงการที่มีความโดดเด่น เป็นแบบอย่างที่สามารถต่อยอดได้จริง พร้อมการแลกเปลี่ยนมุมมองจากสถาบันเครือข่าย เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกันและสร้างแนวทางในการปรับใช้ให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ การดำเนินงานในลักษณะนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเครือข่ายอุดมศึกษาในการ สนับสนุนการเรียนรู้แบบเปิดและเข้าถึงได้สำหรับทุกกลุ่มในสังคม

สถานที่จัดงาน ณ ห้องประชุมมหาราช 1 ศูนย์แสดงนิทรรศการและการจัดประชุมสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ชั้น 2 มหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก ถูกจัดเตรียมให้เป็นพื้นที่กลางของการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น การบรรยาย และการนำเสนอผลงาน ซึ่งเป็นการรวมพลังของภาคการศึกษา โรงเรียน และชุมชนเข้าด้วยกันเพื่อพัฒนาการศึกษาอย่างรอบด้าน

การดำเนินโครงการในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เน้นการพัฒนาคุณภาพการศึกษาเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับ ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยการสร้างเครือข่ายระหว่างมหาวิทยาลัย โรงเรียน และท้องถิ่น เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่สังคม และเป็นการเสริมสร้างพลังความร่วมมือที่มั่นคงและต่อเนื่อง

กิจกรรมโครงการประกวดผลงานและสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึง ความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรและเครือข่ายอุดมศึกษา ในการส่งเสริมการศึกษาที่มีคุณภาพ สนับสนุนการเรียนรู้ที่เปิดกว้างและเข้าถึงได้ และร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืนทั้งในระดับโรงเรียน ท้องถิ่น และระดับชาติ

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin