คณะวิศวกรรมศาสตร์ร่วมงานประชุมวิชาการ “นเรศวรวิจัยและนวัตกรรม” ครั้งที่ 20

วันพฤหัสบดีที่ 11 กรกฎาคม 2567 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กำพล ทรัพย์สมบูรณ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร อาจารย์ และเจ้าหน้าที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้เข้าร่วมการประชุมวิชาการระดับชาติและนานาชาติ “นเรศวรวิจัยและนวัตกรรม” ครั้งที่ 20 ภายใต้หัวข้อ “Innovation & Technology for Sustainable Society” ณ ศูนย์แสดงนิทรรศการและการจัดประชุมสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (KNECC) มหาวิทยาลัยนเรศวร

การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-12 กรกฎาคม 2567 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีนำเสนอผลงานวิจัยและนวัตกรรมระดับชาติและนานาชาติ อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้นักวิจัย อาจารย์ นิสิต และผู้ประกอบการ ได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อสังคมได้อย่างแท้จริง

ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมหลากหลาย เช่น การปาฐกถาพิเศษ การบรรยายจากผู้ทรงคุณวุฒิทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการเสวนาวิชาการที่มุ่งเน้นประเด็นด้านการพัฒนานวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน ตลอดจนเป็นเวทีสำคัญในการสร้างความร่วมมือทางวิชาการและการวิจัยในระดับสากล

นอกจากนี้ยังมีการนำเสนอผลงานวิจัยในรูปแบบ Oral และ Poster Presentation ที่เปิดโอกาสให้นักวิจัยและนิสิตได้แสดงศักยภาพการทำงานวิจัยอย่างสร้างสรรค์ รวมถึงการจัดนิทรรศการที่นำเสนอผลงานเด่นของคณะวิศวกรรมศาสตร์และหน่วยงานอื่น ๆ เพื่อสื่อสารผลการดำเนินงานสู่สาธารณชน

ในพิธีมอบรางวัลด้านการวิจัยและนวัตกรรม ประจำปี 2567 ของมหาวิทยาลัยนเรศวร ยังสะท้อนถึงการให้ความสำคัญกับการ ส่งเสริมด้านการวิจัยและนวัตกรรม ที่สามารถนำไปต่อยอดเชิงพาณิชย์และสังคม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานความรู้

การเข้าร่วมของคณะวิศวกรรมศาสตร์ในครั้งนี้ยังเป็นการแสดงศักยภาพของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการพัฒนางานวิจัยที่สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยผลงานที่จัดแสดงมีทั้งด้านวิศวกรรม เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อม

การประชุมวิชาการ “นเรศวรวิจัยและนวัตกรรม” ครั้งที่ 20 จึงไม่เพียงเป็นเวทีในการนำเสนอผลงาน แต่ยังเป็นพื้นที่สร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างนักวิจัย สถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อร่วมกัน ส่งเสริมด้านการวิจัยและนวัตกรรม ที่มีศักยภาพในการขับเคลื่อนประเทศไปสู่สังคมที่มั่นคงและยั่งยืน

กองอาคารสถานที่ ม.นเรศวร “ซ้อมหนีไฟ” เสริมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย

วันพฤหัสบดีที่ 27 มิถุนายน 2567 เวลา 08.30 น. นายรุ่งรัตน์ พระนาค ผู้อำนวยการกองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นประธานเปิดโครงการ ฝึกอบรมป้องกันอัคคีภัยและฝึกซ้อมดับเพลิง โดยมีบุคลากรกองอาคารสถานที่เข้าร่วมโครงการอย่างพร้อมเพรียง เพื่อเสริมสร้างทักษะและความพร้อมในการรับมือเหตุฉุกเฉิน

การอบรมครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจาก สิบเอก ชาติชาย สิงเดช เจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยชำนาญงาน พร้อมด้วยบุคลากรจากงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย องค์การบริหารส่วนตำบลท่าโพธิ์ ที่มาร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และจัดการฝึกปฏิบัติจริง เพื่อให้ผู้เข้าร่วมเข้าใจแนวทางการรับมืออัคคีภัยอย่างถูกต้อง

การฝึกซ้อมเน้นทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ เช่น การใช้ถังดับเพลิงอย่างถูกวิธี การอพยพหนีไฟตามเส้นทางที่กำหนด และการรวมพลในจุดปลอดภัย ซึ่งช่วยเสริมสร้างทักษะที่จำเป็นต่อบุคลากรให้สามารถปฏิบัติได้จริงในสถานการณ์ฉุกเฉิน

โครงการดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนา วัฒนธรรมด้านความปลอดภัยในองค์กร เพราะอาคารสถานที่เป็นพื้นที่ที่มีผู้คนใช้งานจำนวนมาก การเตรียมความพร้อมจึงมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงและป้องกันการสูญเสีย ทั้งในระดับบุคคลและระดับชุมชนโดยรอบมหาวิทยาลัย

นอกจากนี้ยังสะท้อนถึง ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยและหน่วยงานภาครัฐในท้องถิ่น ในการบูรณาการความรู้และประสบการณ์ เพื่อเสริมสร้างระบบการจัดการความปลอดภัยที่เข้มแข็ง และเป็นแบบอย่างของการพัฒนาที่อาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน

การซ้อมหนีไฟไม่เพียงเป็นกิจกรรมเพื่อฝึกทักษะ แต่ยังเป็นการสร้างความตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยให้หยั่งรากในมหาวิทยาลัย สอดคล้องกับแนวคิดการสร้างเมืองที่ปลอดภัยและยั่งยืน โดยการพัฒนาพื้นที่การศึกษาที่มีความมั่นคงและพร้อมรับมือวิกฤต

มหาวิทยาลัยนเรศวรส่งเสริมด้านความปลอดภัย ผ่านโครงการฝึกอบรมและซ้อมหนีไฟอย่างต่อเนื่อง เป็นการตอกย้ำถึงความรับผิดชอบต่อบุคลากร นักศึกษา และชุมชนโดยรอบ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและยั่งยืนในทุกมิติ

ม.นเรศวร ร่วมยกระดับมาตรฐานอาหารปลอดภัย เชื่อมความร่วมมือสถาบันการศึกษาและท้องถิ่น

วันอังคารที่ 18 มิถุนายน 2567 กลุ่มสาขาวิชาอนามัยสิ่งแวดล้อม คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัดโครงการพัฒนามาตรฐานร้านอาหารและแผงลอยจำหน่ายอาหารรอบมหาวิทยาลัยนเรศวร โดยได้รับการสนับสนุนจากกองทุนหลักประกันสุขภาพตำบลท่าโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก กิจกรรมนี้จัดขึ้นเพื่อยกระดับมาตรฐานอาหารปลอดภัย และสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างภาคการศึกษา ภาคท้องถิ่น และชุมชน

โครงการครั้งนี้ได้รับเกียรติจากนายธวัช สิงห์เดช นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าโพธิ์ และรองศาสตราจารย์ ดร.นิทรา กิจธีระวุฒิวงษ์ คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมเป็นประธานเปิดโครงการ ณ ห้อง Main Conference อาคารบริการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ซึ่งเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการร้านอาหารและอาสาสมัครสาธารณสุขได้เข้ามาเรียนรู้และพัฒนาทักษะร่วมกัน

การดำเนินงานในครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมกว่า 150 คน ประกอบด้วยผู้ประกอบการร้านอาหารจำนวน 100 ร้านค้า และอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) อีก 50 คน ซึ่งเป็นกลุ่มสำคัญในการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในชุมชน ทั้งในด้านคุณภาพอาหารและสุขอนามัย

โครงการเน้นการอบรมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับสุขาภิบาลอาหาร การเลือกใช้วัตถุดิบที่สะอาดปลอดภัย การคัดแยกและการจัดเก็บอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ รวมถึงการจัดการภาชนะและพื้นที่ปรุงอาหารให้ถูกต้องตามหลักอนามัย ซึ่งช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถนำไปปรับใช้ในร้านค้าได้จริง

นอกจากการอบรมแล้ว ยังมีการประเมินคุณภาพร้านอาหารและแผงลอยโดยใช้เกณฑ์มาตรฐานที่กรมอนามัยกำหนด เพื่อให้มั่นใจได้ว่าผู้บริโภคจะได้รับอาหารที่สะอาดและปลอดภัยต่อสุขภาพ ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการยังได้รับคำแนะนำในการพัฒนาร้านให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อลดปัญหาขยะและของเสียจากการประกอบอาหาร

การมีส่วนร่วมของอาสาสมัครสาธารณสุขถือเป็นอีกหนึ่งจุดแข็งของโครงการ เนื่องจาก อสม. เป็นกำลังสำคัญในการสื่อสารและเผยแพร่ความรู้สู่ชุมชน การเข้ามามีบทบาทในการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในครั้งนี้ ช่วยให้แนวทางการพัฒนาอาหารปลอดภัยขยายผลได้อย่างกว้างขวางและต่อเนื่อง

การเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย หน่วยงานท้องถิ่น ผู้ประกอบการ และภาคประชาชนในครั้งนี้ เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการทำงานแบบบูรณาการ ที่ไม่เพียงแต่ยกระดับมาตรฐานร้านอาหารรอบมหาวิทยาลัย แต่ยังช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภค และตอบโจทย์การพัฒนาสุขภาพและโภชนาการในระดับชุมชน

การจัดโครงการพัฒนามาตรฐานร้านอาหารและแผงลอยจำหน่ายอาหารรอบมหาวิทยาลัยนเรศวรครั้งนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการยกระดับมาตรฐานอาหารปลอดภัย และสร้างความยั่งยืนทางโภชนาการ ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง

ม.นเรศวร ร่วมมือ GIZ จัดประชุมพัฒนานโยบาย Agrivoltaics เสริมพลังงานสะอาดระดับนานาชาติ

วันพฤหัสบดีที่ 27 มิถุนายน 2567 วิทยาลัยพลังงานทดแทนและสมาร์ตกริดเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกับโครงการ Clean, Affordable and Secure Energy for Southeast Asia (CASE) ภายใต้องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ได้จัดการประชุมกลุ่มย่อยเพื่อรวบรวมความคิดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่อการพัฒนานโยบายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการปลูกพืชร่วมกับแผงเซลล์แสงอาทิตย์ หรือที่เรียกว่า Agrivoltaics

การประชุมในครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้โครงการ Recommended policy and regulation pertaining Agrivoltaics in Thailand ซึ่งเป็นการต่อยอดจากการศึกษาแนวทางปฏิบัติ “Agrivoltaics in Thailand” ภายใต้โครงการ Thai-German Energy Dialogue (TGED) ที่จัดขึ้นในปี 2566 การดำเนินการนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของทุกฝ่ายในการสร้างแนวทางเชิงนโยบายที่สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมและความต้องการพลังงานของประเทศ

Agrivoltaics ถือเป็นแนวทางสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ที่ดิน โดยการผสานการผลิตพลังงานจากแสงอาทิตย์เข้ากับการเกษตรกรรม การประชุมดังกล่าวจึงเป็นเวทีสำคัญในการหารือ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และรวบรวมข้อเสนอแนะจากภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อนำไปใช้ในการกำหนดนโยบายและกฎระเบียบที่เหมาะสมและสามารถปฏิบัติได้จริง

มหาวิทยาลัยนเรศวรในฐานะสถาบันการศึกษาที่มีบทบาทในการวิจัยและพัฒนาพลังงานทดแทน มุ่งเน้นการผลักดัน Agrivoltaics ให้เป็นหนึ่งในแนวทางที่สนับสนุนทั้งการสร้างพลังงานสะอาดและการพัฒนาการเกษตรที่ยั่งยืน ตอบสนองต่อความท้าทายด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมที่ประเทศกำลังเผชิญ

การร่วมมือกับ GIZ และโครงการ CASE ในครั้งนี้ยังสะท้อนถึงการเชื่อมโยงในระดับนานาชาติที่ช่วยสร้างความเข้มแข็งด้านนโยบายและการปฏิบัติ เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม การพัฒนานโยบายที่มีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนจะทำให้เกิดการยอมรับและการนำไปใช้ที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

การประชุมดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นการแลกเปลี่ยนความรู้และข้อเสนอเชิงนโยบาย แต่ยังเป็นเวทีที่ช่วยผลักดันให้เกิดความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อเดินหน้าสู่ระบบพลังงานสะอาดที่สามารถเข้าถึงได้ และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

ทั้งนี้ ผลการประชุมและข้อเสนอแนะที่ได้รับจะถูกนำไปใช้ในการกำหนดทิศทางการพัฒนา นโยบายและกฎระเบียบด้าน Agrivoltaics ของประเทศไทยในอนาคต ซึ่งจะช่วย ส่งเสริมการพัฒนานโยบายและกฎระเบียบ ที่ตอบโจทย์ความมั่นคงด้านพลังงาน การใช้ที่ดินอย่างมีประสิทธิภาพ และการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ

ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการและความเคลื่อนไหวด้านพลังงานสะอาดและ Agrivoltaics ได้ที่ SGTech Naresuan University, Instagram SGTech และ Facebook SGTech NU

ม.นเรศวร ร่วมกิจกรรม “From We to World เพาะความสุข ปลูกความยั่งยืน”

วันศุกร์ที่ 21 มิถุนายน 2567 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรสิทธิ์ โทจำปา คณบดีคณะเกษตรศาสตร์ฯ รองศาสตราจารย์ ดร.จรัณธร บุญญานุภาพ อาจารย์ประจำภาควิชาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ศิษฐ์ภัณฑ์ แคนลา รักษาการผู้อำนวยการกองส่งเสริมการบริการวิชาการ และรองศาสตราจารย์ ดร.ศศิมา เจริญกิจ อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ศิลปะ และการออกแบบ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้เข้าร่วมปลูกป่าในกิจกรรม “From We to World เพาะความสุข ปลูกความยั่งยืน” ณ พื้นที่นิคมสร้างตนเองบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 39 ปี บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. โดยมีเป้าหมายในการสร้างพื้นที่สีเขียวเพื่อสนับสนุนการบรรลุเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2593 การเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ถือเป็นแนวทางสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและฟื้นฟูระบบนิเวศ

ในกิจกรรมครั้งนี้ มีการปลูกไม้ยืนต้นหลายชนิด จำนวนกว่า 434 ต้น นำโดยนายศรายุทธ เนียมฤทธิ์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายปฏิบัติการผลิต โครงการเอส 1 ปตท.สผ. พร้อมด้วยคุณสุรชาติ จงจิตต์ ผู้ปกครองนิคมสร้างตนเองบางระกำ และมีผู้นำท้องถิ่น หน่วยงานราชการ พนักงาน ปตท.สผ. บริษัทผู้รับเหมา ประชาชน และนักวิชาการ เข้าร่วมรวมกว่า 200 คน

ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการบูรณาการระหว่างภาคเอกชน ชุมชน และสถาบันการศึกษา เพื่อขับเคลื่อนการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน การปลูกป่าไม่เพียงเพิ่มพื้นที่สีเขียว แต่ยังช่วยฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ และสร้างระบบนิเวศที่สมบูรณ์ในระยะยาว

ในโอกาสเดียวกัน รองศาสตราจารย์ ดร.สิทธิชัย ชูสำโรง รองคณบดีฝ่ายสารสนเทศและกิจการนิสิต พร้อมด้วยดร.นพรัตน์ อินถา อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์การเกษตร และคณะนิสิต ได้ร่วมสนับสนุนการดำเนินงานด้วยการใช้อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) เพื่อตรวจเก็บข้อมูลภาพถ่ายทางอากาศสำหรับใช้จัดทำแผนที่การพัฒนาป่าชุมชนในอนาคต

การใช้เทคโนโลยีโดรนร่วมกับการปลูกป่าเป็นตัวอย่างของการบูรณาการนวัตกรรมเข้ากับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อให้สามารถติดตามความเปลี่ยนแปลงของพื้นที่สีเขียวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนใช้ข้อมูลดังกล่าวเป็นฐานในการวางแผนพัฒนาที่สอดคล้องกับความต้องการของพื้นที่จริง

นอกจากนี้ กิจกรรมปลูกป่ายังช่วยสร้างความตระหนักแก่ประชาชนในชุมชนและผู้เข้าร่วมงาน เกี่ยวกับความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมระดับโลกผ่านการลงมือทำในระดับท้องถิ่น

ท้ายที่สุด การเข้าร่วมปลูกป่าในครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการเฉลิมฉลองวาระสำคัญของ ปตท.สผ. เท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และถือเป็นตัวอย่างที่ดีของการสร้างหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนา โดยมีเป้าหมายร่วมกันคือการ ร่วมปลูกป่า เพื่อสร้างความยั่งยืนแก่ชุมชนและสังคมในระยะยาว

ม.นเรศวร ขับเคลื่อนโครงการ “กำจัดยาที่ถูกต้อง” สร้างความร่วมมือเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน

วันพุธที่ 19 มิถุนายน 2567 นิสิตคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัดโครงการ “กำจัดยาที่ถูกต้องเพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อม” (Safeguarding the Environment through Proper Medicine Disposal) ณ โรงเรียนเนินมะปรางวิทยา อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความตระหนักถึงปัญหาที่เกิดจากการทิ้งยาอย่างไม่เหมาะสม ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพในมิติ One Health

โครงการดังกล่าวถือเป็นการบูรณาการความรู้และการปฏิบัติ โดยนิสิตแกนนำได้รับการพัฒนาทักษะด้านการสื่อสารและภาวะผู้นำ ควบคู่ไปกับการสร้างวัฒนธรรมการทำงานร่วมกันระหว่างสาขาวิชาชีพ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกันและสามารถประยุกต์ใช้ในการแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนของสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การจัดกิจกรรมครั้งนี้ยังมุ่งเน้นการสร้างความร่วมมือระหว่างเครือข่ายหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานด้านการศึกษา การสาธารณสุข และชุมชนท้องถิ่น เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และการสนับสนุนซึ่งกันและกัน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาแนวทางการจัดการยาที่ถูกต้องและยั่งยืน

ภายในกิจกรรม มีการให้ความรู้แก่นักเรียนและชุมชนเกี่ยวกับผลกระทบของการทิ้งยาอย่างไม่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการปนเปื้อนในแหล่งน้ำ ดิน หรือการสร้างความเสี่ยงต่อสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ การตระหนักรู้ในประเด็นเหล่านี้จะช่วยลดพฤติกรรมเสี่ยงและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการกำจัดยา

นอกจากการรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว โครงการยังเน้นการมีส่วนร่วมของเยาวชนในการเป็นพลังขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง โดยเยาวชนจะมีบทบาทสำคัญในการเผยแพร่ความรู้สู่ครอบครัวและชุมชน ช่วยต่อยอดการสร้างสังคมที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพร่วมกัน

โครงการนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากเครือข่ายมหาวิทยาลัยไทยด้านสุขภาพหนึ่งเดียว (Thailand One Health University Network : THOHUN) ซึ่งเป็นการยืนยันถึงพลังความร่วมมือในระดับประเทศที่เข้ามาช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับการดำเนินงานในครั้งนี้

กิจกรรมกำจัดยาที่ถูกต้องเพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อม จึงเป็นทั้งการสร้างองค์ความรู้ การพัฒนาศักยภาพนิสิต และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ ที่เชื่อมโยงทุกภาคส่วนเข้าด้วยกัน ตอกย้ำพันธกิจของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และการทำงานเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน สู่สังคมที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

คณะสหเวชศาสตร์ ม.นเรศวร จัดประชุมวิชาการครบรอบ 28 ปี ส่งเสริมสุขภาพ สร้างความร่วมมือสู่สังคมที่ยั่งยืน

วันพุธที่ 5 มิถุนายน 2567 คณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดงานประชุมวิชาการเนื่องในโอกาสครบรอบ 28 ปี แห่งการสถาปนาคณะ ณ โรงแรมท็อปแลนด์ จังหวัดพิษณุโลก โดยมี รศ.ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยนเรศวร ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก นายแพทย์รัฐภูมิ ชามพูนท รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพ และผู้อำนวยการโรงพยาบาลพิษณุเวช รวมถึงผู้บริหารในกลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยนเรศวร เข้าร่วมพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ

งานประชุมวิชาการครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Care For Health: Make a Better Society” ที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างสังคมที่ดีขึ้นผ่านการส่งเสริมสุขภาพและการดูแลประชาชน โดยคำว่า “CARE” ยังเป็นค่านิยมหลักของคณะสหเวชศาสตร์ ซึ่งประกอบด้วย Creativity, Adaptability, Responsibility และ Empathy ที่มุ่งเน้นทั้งการสร้างสรรค์ การปรับตัว ความรับผิดชอบ และความเข้าใจผู้อื่น

กิจกรรมภายในงานครอบคลุมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางวิชาการและวิชาชีพ ผ่านการปาฐกถาพิเศษ การประชุมกลุ่มวิชาชีพสหเวชศาสตร์ และการนำเสนองานวิจัยด้านสุขภาพ รวมถึงนิทรรศการ “In the Hall of Recollection” ที่จัดแสดงภาพและเรื่องราว 28 ความทรงจำสำคัญ พร้อมการจัดแสดงผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมทางการแพทย์จากบริษัทชั้นนำ

การประชุมในครั้งนี้ยังเป็นเวทีสร้างความร่วมมือระหว่าง มหาวิทยาลัย หน่วยงานด้านสาธารณสุข และภาคเอกชน เพื่อร่วมกันพัฒนาระบบบริการสุขภาพ ต่อยอดผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปสู่การใช้ประโยชน์เชิงปฏิบัติ ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนและเตรียมความพร้อมในการรับมือกับความท้าทายด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป

นอกจากการเสริมสร้างความรู้แล้ว งานนี้ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของ การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ กับศิษย์เก่าและพันธมิตรต่าง ๆ ที่มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนและขับเคลื่อนพันธกิจของคณะสหเวชศาสตร์ อันจะนำไปสู่การสร้างชุมชนที่มีสุขภาวะดีและมีความเข้มแข็งในการรับมือกับภัยสุขภาพ

การจัดงานประชุมวิชาการครบรอบ 28 ปี ยังเป็นเครื่องยืนยันถึงความต่อเนื่องในการพัฒนาบุคลากรและองค์ความรู้ด้านสุขภาพของคณะสหเวชศาสตร์ ตลอดจนการทำงานร่วมกันระหว่างหลายภาคส่วน เพื่อสร้างระบบสุขภาพที่ทันสมัยและตอบสนองต่อสังคมได้อย่างแท้จริง

ท้ายที่สุด กิจกรรมครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการเฉลิมฉลองความสำเร็จของคณะสหเวชศาสตร์ในรอบ 28 ปี แต่ยังเป็นการวางรากฐานเพื่อการพัฒนาที่เชื่อมโยง การส่งเสริมสุขภาพ การรับมือความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อนำไปสู่สังคมที่เข้มแข็งและยั่งยืนในอนาคต

ม.นเรศวร รวมพลังชุมชน ส่งเสริมความรู้ สุขภาพ และภูมิปัญญาท้องถิ่น

วันอังคารที่ 11 มิถุนายน 2567 ภาควิชาจุลชีววิทยาและปรสิตวิทยา นำโดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธวัชชัย สุ่มประดิษฐ หัวหน้าภาควิชา พร้อมด้วยบุคลากรประจำภาควิชา คณาจารย์จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ บุคลากรจากภาควิชากายวิภาคศาสตร์ สำนักงานเลขานุการฯ สถานบริการวิชาการด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ และนิสิตระดับปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษา จัดกิจกรรมออกหน่วยบริการวิชาการให้ความรู้แก่ประชาชน นักเรียน และผู้ประกอบการในชุมชน

กิจกรรมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการบูรณาการวิชาการแก่สังคม และโครงการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และการบำเพ็ญประโยชน์ โดยจัดขึ้น ณ อาคารอเนกประสงค์วิสาหกิจชุมชนบ้านคลองซับรัง ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านเขาดิน และวัดถ้ำผาหลวง ตำบลไทรย้อย อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก

การจัดกิจกรรมมุ่งเน้นส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้แก่ชุมชน โดยมีการให้บริการตรวจสมรรถภาพร่างกายพื้นฐานและตรวจสุขภาพทั่วไป เพื่อสร้างความรู้ด้านสุขภาพและการป้องกันโรคในชุมชน

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติบำบัด โดยเน้นเห็ดและสมุนไพรสู่สุขภาพ การใช้สมุนไพรบำบัดโรค พร้อมสาธิตการทำขมิ้นดองน้ำผึ้ง และการใช้ยาสามัญประจำบ้านอย่างถูกต้อง เพื่อเสริมสร้างความรู้ในการดูแลสุขภาพด้วยตนเอง

กิจกรรมด้านเกษตรและสิ่งแวดล้อมมีการบรรยายการกำจัดแมลงวันทองอย่างยั่งยืน พร้อมสาธิตการทำกับดักแมลงวัน รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการแปรรูปอาหาร และสาธิตการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของวิสาหกิจชุมชนคลองซับรัง เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจชุมชน

เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน ภาควิชาฯ จัดกิจกรรมให้คำแนะนำในการพัฒนาฉลากผลิตภัณฑ์และช่องทางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในตลาดออนไลน์ เช่น น้ำมะม่วงเข้มข้นและน้ำมะม่วงพร้อมดื่ม พร้อมกิจกรรมแลกเปลี่ยนภูมิปัญญาท้องถิ่นโดยปราชญ์ชาวบ้าน

ด้านสังคมและศาสนา กิจกรรมได้รวมการทำบุญถวายสังฆทานชุดยาสามัญประจำบ้านแด่พระภิกษุสงฆ์ ณ วัดถ้ำผาหลวง สะท้อนความรับผิดชอบต่อสังคมและการมีส่วนร่วมในชุมชนอย่างยั่งยืน ภาควิชาจุลชีววิทยาและปรสิตวิทยาขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมมือในการจัดกิจกรรมให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

ม.นเรศวร ลงพื้นที่ติดตามการบำรุงรักษาและซ่อมแซมระบบโซลาร์เซลล์ โรงเรียนภูขัดรวมไทยพัฒนา

วันพฤหัสบดีที่ 6 มิถุนายน 2567 นายวิกานต์ วันสูงเนิน เจ้าหน้าที่วิจัย วิทยาลัยพลังงานทดแทนและสมาร์ตกริดเทคโนโลยี (SGtech) มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้เป็นตัวแทน SGtech ร่วมกับสำนักงานพลังงานจังหวัดพิษณุโลก และองค์การบริหารส่วนตำบลนาบัว ลงพื้นที่ ติดตามการบำรุงรักษาและซ่อมแซมระบบโซลาร์เซลล์ ณ โรงเรียนภูขัดรวมไทยพัฒนา อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก

การลงพื้นที่ครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อประเมินสภาพการทำงานของระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งในโรงเรียน ตรวจสอบประสิทธิภาพของอุปกรณ์ รวมถึงแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อให้ระบบกลับมาทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ช่วยสนับสนุนการใช้ไฟฟ้าในโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง

ระบบโซลาร์เซลล์ที่ได้รับการติดตั้งถือเป็นพลังงานสะอาดที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของโรงเรียน และยังเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความมั่นคงทางพลังงานในพื้นที่ชนบท การ บำรุงรักษาและซ่อมแซมระบบโซลาร์เซลล์ จึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อยืดอายุการใช้งานและรักษาคุณภาพการผลิตไฟฟ้าให้คงที่

การดำเนินการในครั้งนี้ยังเป็นการสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ชุมชนและบุคลากรในพื้นที่เกี่ยวกับการดูแลรักษาระบบพลังงานทดแทน โดยเน้นการใช้และบำรุงรักษาอย่างถูกวิธี เพื่อให้เกิดการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่าและยั่งยืนในระยะยาว

นอกจากนี้ การทำงานร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัย หน่วยงานภาครัฐ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ยังสะท้อนถึงความสำคัญของ การมีส่วนร่วมในระดับพื้นที่ ที่ช่วยให้การใช้พลังงานทดแทนเกิดประโยชน์สูงสุด และสามารถขยายผลไปยังพื้นที่อื่นได้อย่างเป็นรูปธรรม

การมีไฟฟ้าใช้อย่างเพียงพอจากพลังงานสะอาดไม่เพียงตอบโจทย์ด้านพลังงานเท่านั้น แต่ยังสนับสนุนคุณภาพการเรียนรู้ของนักเรียน สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการศึกษา และช่วยลดความเหลื่อมล้ำด้านโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ห่างไกล

การลงพื้นที่ติดตามในครั้งนี้สะท้อนถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการผลักดันการใช้ พลังงานสะอาดเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยการบำรุงรักษาและซ่อมแซมระบบโซลาร์เซลล์ ไม่เพียงช่วยให้ระบบผลิตไฟฟ้าดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อเนื่อง แต่ยังเป็นการนำเทคโนโลยีสะอาดมาต่อยอดเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตในชุมชน และสร้างความมั่นคงด้านพลังงานหมุนเวียนให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืนในอนาคต

ม.นเรศวร ร่วมกับ รพ.สต. คัดกรองจอประสาทตาเสื่อมในผู้ป่วยเบาหวาน ลดความเหลื่อมล้ำด้านสุขภาพ

หน่วยเวชปฏิบัติชุมชน งานบริการปฐมภูมิและสร้างเสริมสุขภาพ ร่วมกับภาควิชาจักษุวิทยา โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบลในเครือข่าย ได้จัดโครงการ “ตรวจคัดกรองจอประสาทตาเสื่อมในผู้ป่วยโรคเบาหวาน” ณ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบล (รพ.สต.) วังนาคู ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการส่งเสริมสุขภาพประชาชนและลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน

โดยโครงการนี้มีแพทย์และบุคลากรจากภาควิชาจักษุวิทยา ร่วมกับบุคลากรทางการแพทย์จากงานบริการปฐมภูมิและทีมงานจากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบลในเครือข่ายเป็นผู้ให้บริการตรวจคัดกรองจอประสาทตาเสื่อม ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่มักพบในผู้ป่วยโรคเบาหวาน และสามารถนำไปสู่การสูญเสียการมองเห็นได้หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

ในการดำเนินโครงการครั้งนี้ มีผู้ป่วยโรคเบาหวานจากชุมชนเข้ามารับการตรวจคัดกรองจำนวนทั้งสิ้น 96 คน ซึ่งเป็นการมุ่งเน้นการส่งเสริมสุขภาพในระดับชุมชนตามแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะเป้าหมายที่ 3 (Good Health and Well-Being) ที่มุ่งเน้นการดูแลสุขภาพและป้องกันโรค โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวานที่มีความเสี่ยงสูงต่อภาวะแทรกซ้อนทางตา

การตรวจคัดกรองในครั้งนี้มีความสำคัญในการคัดกรองโรคจอประสาทตาเสื่อมในระยะเริ่มต้น ซึ่งสามารถทำการรักษาและป้องกันการสูญเสียการมองเห็นในผู้ป่วยได้ หากตรวจพบแต่เนิ่นๆ นอกจากนี้ยังเป็นการยกระดับการเข้าถึงบริการสุขภาพขั้นพื้นฐานให้แก่ชุมชนในพื้นที่ห่างไกล โดยไม่ต้องเดินทางไกลไปโรงพยาบาลใหญ่ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนที่ 10 (Reduced Inequality) ในการลดความเหลื่อมล้ำทางการเข้าถึงบริการสุขภาพ

โครงการนี้ยังได้มีการสร้างความร่วมมือระหว่างโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบล และชุมชน ซึ่งเป็นรูปแบบการดูแลสุขภาพที่ยั่งยืนและมีประสิทธิภาพในการส่งเสริมการเข้าถึงการรักษาและการป้องกันโรคในระดับชุมชนตามแนวทางของ SDGs.

วันที 4 มิถุนายน 2567 หน่วยเวชปฏิบัติชุมชน งานบริการปฐมภูมิและสร้างเสริมสุขภาพ ร่วมกับภาควิชา
จักษุวิทยา โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบลในเครือข่าย จัดโครงการตรวจคัดกรองจอประสาทตาเสือมในผู้ปวยโรคเบาหวาน ณ รพ.สต. บ้านเสาหิน โดยมีแพทย์ บุคลากรจากภาควิชาจักษุวิทยา บุคลากรปฐมภูมิฯ และรพ.สต. ในเครือข่ายร่วมให้บริการ โดยมีผู้ปวยโรคเบาหวานเข้ามารับบริการตรวจคัดกรองจอประสาทตาเสือมทังหมด 146 คน

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin