ม.นเรศวร ร่วมกับ รพ.สต. คัดกรองจอประสาทตาเสื่อมในผู้ป่วยเบาหวาน ลดความเหลื่อมล้ำด้านสุขภาพ

หน่วยเวชปฏิบัติชุมชน งานบริการปฐมภูมิและสร้างเสริมสุขภาพ ร่วมกับภาควิชาจักษุวิทยา โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบลในเครือข่าย ได้จัดโครงการ “ตรวจคัดกรองจอประสาทตาเสื่อมในผู้ป่วยโรคเบาหวาน” ณ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบล (รพ.สต.) วังนาคู ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการส่งเสริมสุขภาพประชาชนและลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน

โดยโครงการนี้มีแพทย์และบุคลากรจากภาควิชาจักษุวิทยา ร่วมกับบุคลากรทางการแพทย์จากงานบริการปฐมภูมิและทีมงานจากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบลในเครือข่ายเป็นผู้ให้บริการตรวจคัดกรองจอประสาทตาเสื่อม ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่มักพบในผู้ป่วยโรคเบาหวาน และสามารถนำไปสู่การสูญเสียการมองเห็นได้หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

ในการดำเนินโครงการครั้งนี้ มีผู้ป่วยโรคเบาหวานจากชุมชนเข้ามารับการตรวจคัดกรองจำนวนทั้งสิ้น 96 คน ซึ่งเป็นการมุ่งเน้นการส่งเสริมสุขภาพในระดับชุมชนตามแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะเป้าหมายที่ 3 (Good Health and Well-Being) ที่มุ่งเน้นการดูแลสุขภาพและป้องกันโรค โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวานที่มีความเสี่ยงสูงต่อภาวะแทรกซ้อนทางตา

การตรวจคัดกรองในครั้งนี้มีความสำคัญในการคัดกรองโรคจอประสาทตาเสื่อมในระยะเริ่มต้น ซึ่งสามารถทำการรักษาและป้องกันการสูญเสียการมองเห็นในผู้ป่วยได้ หากตรวจพบแต่เนิ่นๆ นอกจากนี้ยังเป็นการยกระดับการเข้าถึงบริการสุขภาพขั้นพื้นฐานให้แก่ชุมชนในพื้นที่ห่างไกล โดยไม่ต้องเดินทางไกลไปโรงพยาบาลใหญ่ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนที่ 10 (Reduced Inequality) ในการลดความเหลื่อมล้ำทางการเข้าถึงบริการสุขภาพ

โครงการนี้ยังได้มีการสร้างความร่วมมือระหว่างโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบล และชุมชน ซึ่งเป็นรูปแบบการดูแลสุขภาพที่ยั่งยืนและมีประสิทธิภาพในการส่งเสริมการเข้าถึงการรักษาและการป้องกันโรคในระดับชุมชนตามแนวทางของ SDGs.

วันที 4 มิถุนายน 2567 หน่วยเวชปฏิบัติชุมชน งานบริการปฐมภูมิและสร้างเสริมสุขภาพ ร่วมกับภาควิชา
จักษุวิทยา โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบลในเครือข่าย จัดโครงการตรวจคัดกรองจอประสาทตาเสือมในผู้ปวยโรคเบาหวาน ณ รพ.สต. บ้านเสาหิน โดยมีแพทย์ บุคลากรจากภาควิชาจักษุวิทยา บุคลากรปฐมภูมิฯ และรพ.สต. ในเครือข่ายร่วมให้บริการ โดยมีผู้ปวยโรคเบาหวานเข้ามารับบริการตรวจคัดกรองจอประสาทตาเสือมทังหมด 146 คน

ม.นเรศวร ออกประกาศสำคัญ “ห้ามนิสิตเกี่ยวข้องกับการพนันฟุตบอล” เพื่อสร้างสังคมปลอดภัยห่างไกลการพนัน

มหาวิทยาลัยนเรศวรออก ประกาศสำคัญ เรื่อง “ห้ามนิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวรเกี่ยวข้องกับการพนันฟุตบอล” เพื่อย้ำเตือนและสร้างความตระหนักให้กับนิสิตทุกคนถึง โทษและผลกระทบจากการพนันในทุกรูปแบบ โดยเฉพาะการพนันฟุตบอล ซึ่งเป็นปัญหาที่ส่งผลต่อ พฤติกรรม จิตใจ และการเรียนรู้ของเยาวชนในสถานศึกษา รวมถึงอาจนำไปสู่ปัญหาทางสังคมในวงกว้าง มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญกับการ ส่งเสริมการเฝ้าระวังการเล่นพนันภายในมหาวิทยาลัย เพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ที่ปลอดภัยและมีคุณธรรม

ตามที่ กระทรวงศึกษาธิการ ได้กำหนดแนวทางให้สถานศึกษาทุกแห่งเป็น พื้นที่ปลอดการพนัน และมุ่งเน้นการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมแก่นักศึกษา มหาวิทยาลัยนเรศวรจึงได้ดำเนินการออกประกาศดังกล่าว เพื่อป้องกันไม่ให้นิสิตเข้าไปมีส่วนร่วม หรือสนับสนุนกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการพนันฟุตบอลในทุกกรณี ไม่ว่าจะเป็นการเล่น การชักชวน หรือการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการพนันในพื้นที่ของมหาวิทยาลัย

ประกาศฉบับนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ประกาศเป็นต้นไป โดยได้ยกเลิกประกาศเดิมเมื่อปี พ.ศ. 2558 พร้อมกำหนดแนวทางการดำเนินงานที่ชัดเจน ทั้งด้าน การป้องกัน การให้ความรู้ และการลงโทษผู้ฝ่าฝืน เพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยและสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ปลอดภัยและมีคุณธรรม

มหาวิทยาลัยนเรศวรได้กำหนด โทษทางวินัย สำหรับนิสิตที่ฝ่าฝืนเข้าร่วมกิจกรรมการพนันฟุตบอล โดยผู้ที่กระทำผิดจะได้รับโทษตามระเบียบของมหาวิทยาลัย ซึ่งอาจรวมถึง การภาคทัณฑ์ การพักการศึกษา หรือการพิจารณาให้ออกจากการเป็นนิสิต ทั้งนี้เพื่อยับยั้งพฤติกรรมที่อาจส่งผลเสียต่อชื่อเสียงของนิสิตเองและของสถาบัน

ในด้านการป้องกันเชิงรุก มหาวิทยาลัยยังได้จัดกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับ โทษของการพนัน และสร้างจิตสำนึกในหมู่นิสิตให้ตระหนักถึงผลเสียทั้งทางกาย จิตใจ และเศรษฐกิจ ผ่านกิจกรรมบรรยาย การรณรงค์ และนิทรรศการ เพื่อส่งเสริมให้เกิดการใช้เวลาว่างอย่างสร้างสรรค์ และห่างไกลจากพฤติกรรมเสี่ยง

มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับการ สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ที่ปลอดภัยและมีคุณธรรม โดยเชื่อว่าการปลูกฝังวินัยและความรับผิดชอบต่อตนเองเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนานิสิตให้เติบโตเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพและเป็นพลเมืองดี การห้ามเล่นการพนันจึงไม่ใช่เพียงการควบคุมพฤติกรรม แต่ยังเป็นการสร้าง ภูมิคุ้มกันทางจิตใจและคุณธรรมร่วมกัน

การออกประกาศ “ห้ามเล่นการพนันฟุตบอลในมหาวิทยาลัย” สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการ พัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อให้พื้นที่การศึกษาเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ปลอดภัย ส่งเสริมสุขภาวะทางกายและใจ และสร้างสังคมที่สงบสุข ปราศจากการพนัน โดยเชิญชวนนิสิตทุกคนร่วมมือกัน งดเว้นจากการพนันทุกรูปแบบ เพื่ออนาคตที่ดีของตนเองและสังคมโดยรวม

ม.นเรศวร ผลักดันงานวิจัยสุขภาพสู่เวทีนานาชาติ ในงานประชุมสุดยอดสุขภาพพิภพโลก PHAM2024

วันจันทร์ที่ 15 เมษายน 2567 คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้เข้าร่วมงานประชุมสุดยอดสุขภาพพิภพโลก The 2024 Planetary Health Summit (PHAM2024) ณ Sunway University กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15 – 20 เมษายน 2567 โดยมีนักวิจัยจากทั่วโลกเข้าร่วมนำเสนอผลงานเพื่อสร้างความร่วมมือทางวิชาการด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

ผลงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยนเรศวร เรื่อง Microplastic contamination in rivers: a survey from the Nan River, Thailand โดย ดร.สุดาวดี ยะสะกะ ได้รับคัดเลือกให้นำเสนอแบบ Oral Presentation ในเวทีนานาชาติครั้งนี้ และเป็น 1 ใน 27 ผลงานที่ได้รับโอกาสดังกล่าว นับเป็นความสำเร็จที่ตอกย้ำบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการสร้างองค์ความรู้ใหม่ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและสิ่งแวดล้อมของสังคม

นอกจากนี้ บทคัดย่อของงานวิจัยดังกล่าวยังได้รับการตีพิมพ์ในวารสารระดับนานาชาติ Lancet Planetary Health โดยมี DOI: https://doi.org/10.1016/S2542-5196(24)00084-6 ซึ่งถือเป็นการเผยแพร่ผลงานวิจัยของมหาวิทยาลัยสู่สังคมวิชาการระดับโลก และเพิ่มโอกาสในการนำผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์เชิงนโยบายด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

พร้อมกันนี้ ยังมีผลงานวิจัยอีก 2 เรื่อง จากคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ที่ได้รับคัดเลือกให้นำเสนอในรูปแบบ Poster Presentation ได้แก่ เรื่อง Micro Formalin Contamination in Fresh Vegetables: A Health Assessment among University Students in Thailand โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พันธ์ทิพย์ หินหุ้มเพ็ชร และเรื่อง Phosphate Adsorption from Aqueous Solutions by Composite Media Derived from Water Treatment Sludge and Spent Coffee Ground โดย อาจารย์ณัฐพงศ์ โปรยสุรินทร์

การเข้าร่วมนำเสนอผลงานวิจัยในครั้งนี้ ไม่เพียงแสดงถึงศักยภาพของนักวิจัยมหาวิทยาลัยนเรศวรในเวทีนานาชาติ แต่ยังเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและสิ่งแวดล้อมร่วมกับนักวิจัยจากทั่วโลก อันเป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการที่แข็งแกร่ง

มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับการบูรณาการสุขภาพและสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกัน เพื่อรับมือกับความท้าทายใหม่ของสังคมโลก ทั้งในด้านมลพิษ ไมโครพลาสติก สารเคมีตกค้าง และการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน โดยมุ่งผลักดันให้งานวิจัยสามารถต่อยอดไปสู่การแก้ปัญหาที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชนและประเทศ

การมีส่วนร่วมของมหาวิทยาลัยนเรศวรในเวทีระดับโลกครั้งนี้ สะท้อนถึงการทำงานเชิงรุกที่เน้นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับองค์กรนานาชาติ เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ใหม่ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและสิ่งแวดล้อม และเพื่อผลักดันให้งานวิจัยจากประเทศไทยมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับโลก

มหาวิทยาลัยนเรศวรจึงเดินหน้าผลักดันงานวิจัยด้านสุขภาพที่มีคุณภาพสูง ควบคู่กับการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระดับนานาชาติ เพื่อบรรลุเป้าหมายในการพัฒนาสังคมให้มีสุขภาพที่ดีขึ้น และเพื่อเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาความรู้ที่นำไปสู่สังคมโลกที่ยั่งยืนและเป็นธรรม

ม.นเรศวร เปิดพื้นที่สีเขียวสร้างสุขภาวะและคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน

มหาวิทยาลัยนเรศวร เปิดตัว สนามหญ้า พื้นที่สีเขียวแห่งใหม่บริเวณหน้าหอพักนิสิต เพื่อเป็นแหล่งพักผ่อนและทำกิจกรรมสำหรับนิสิต บุคลากร และประชาชนทั่วไป โดยมีเป้าหมายในการสร้าง เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน พร้อมทั้งใช้ประโยชน์จากพื้นที่สีเขียวในการเสริมสร้างสุขภาพกายและสุขภาพใจ

พื้นที่สีเขียวแห่งใหม่นี้ถูกออกแบบให้รองรับกิจกรรมที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย ปั่นจักรยาน เล่นสเก็ตบอร์ด นั่งอ่านหนังสือ ร้องเพลง หรือแม้แต่การนั่งพูดคุยแลกเปลี่ยนกับเพื่อนฝูงในบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติ ถือเป็นพื้นที่ที่ช่วยลดความเครียดและสร้างสมดุลในการใช้ชีวิตประจำวัน

นอกจากนี้ยังเปิดกว้างสำหรับผู้ที่ต้องการทำกิจกรรมร่วมกับสัตว์เลี้ยง เช่น การพาน้องหมา น้องแมว มาวิ่งเล่นหรือพักผ่อนร่วมกัน โดยมหาวิทยาลัยส่งเสริมให้ทุกคนร่วมมือกันดูแลความสะอาดและความเป็นระเบียบ เพื่อให้พื้นที่นี้คงความน่าใช้งานและเป็นมิตรกับทั้งคนและสัตว์ไปพร้อมกัน

การจัดตั้งพื้นที่สีเขียวดังกล่าวสะท้อนถึงความใส่ใจของมหาวิทยาลัยนเรศวรต่อการสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะที่ดี ตลอดจนการสร้าง เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม และยังเป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศบนบก

ในด้านการสนับสนุนสุขภาพจิตและความเป็นอยู่ที่ดี มหาวิทยาลัยยังมี ศูนย์สุขภาวะนิสิต เปิดให้บริการทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ เวลา 08.30 – 20.00 น. เพื่อเป็นแหล่งพึ่งพิงและให้คำปรึกษาแก่ผู้ที่ต้องการคลายความกังวลหรือหาเพื่อนรับฟัง โดยสามารถติดต่อได้ที่โทรศัพท์ 0-5596-1273 หรือเพจศูนย์สุขภาวะนิสิต มหาวิทยาลัยนเรศวร

พื้นที่สีเขียวและการบริการด้านสุขภาวะเหล่านี้ไม่เพียงช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของนิสิตและบุคลากร แต่ยังช่วยสร้างความผูกพันระหว่างมหาวิทยาลัยกับชุมชนโดยรอบ ถือเป็นตัวอย่างของการใช้ประโยชน์จากพื้นที่สีเขียวเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนทั้งทางกาย จิตใจ และสิ่งแวดล้อม

มหาวิทยาลัยนเรศวรจึงไม่เพียงเป็นสถานศึกษา แต่ยังเป็น พื้นที่ความสุขของผู้คนทุกช่วงวัย ที่ทุกคนสามารถเข้ามาใช้เวลาเพื่อสร้างรอยยิ้ม ความสุข และความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน พร้อมร่วมกันดูแลพื้นที่นี้ให้คงอยู่เป็นแหล่งพักผ่อนและการเรียนรู้ตลอดไป

ม.นเรศวร จัดกิจกรรมใส่ฟันเทียมฟรี! บริการประชาชนพื้นที่ห่างไกล เชียงราย เพิ่มคุณภาพชีวิตและความมั่นใจ

วันที่ 2-4 เมษายน 2567 ที่ผ่านมา คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัดกิจกรรมให้บริการใส่ฟันเทียมทั้งปากฟรีแก่ประชาชนในพื้นที่อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย โดยมีผู้รับบริการรวมทั้งหมด 35 ราย ณ โรงพยาบาลพาน การให้บริการในครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ประสบปัญหาการสูญเสียฟันอย่างรุนแรง จนกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน เช่น การรับประทานอาหาร การพูดคุย หรือการแสดงออกทางอารมณ์ ทำให้ขาดความมั่นใจในตนเอง

การดำเนินการในโครงการนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะในด้าน การส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี (SDG 3) และ การลดความเหลื่อมล้ำในสังคม (SDG 10) ซึ่งการให้บริการฟันเทียมนี้ไม่เพียงแค่ช่วยให้ประชาชนมีสุขภาพปากและฟันที่ดีขึ้น แต่ยังส่งผลให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอีกด้วย

ร่วมกันสร้างรอยยิ้มแห่งความสุข กิจกรรมนี้ยังเป็นการสร้างความสุขและรอยยิ้มให้กับผู้รับบริการ โดยที่ประชาชนที่ได้รับการใส่ฟันเทียมสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติสุขอีกครั้ง รวมทั้งเป็นการส่งเสริมการเข้าถึงบริการทันตกรรมที่มีคุณภาพ สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกลจากโรงพยาบาลหรือคลินิกทันตกรรม

สำหรับประชาชนที่มีปัญหาการขาดฟันและต้องการขอรับบริการใส่ฟันเทียม สามารถประสานงานไปยังหน่วยทันตกรรมพระราชทานในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งมีทีมทันตแพทย์จากคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมให้การช่วยเหลือในการรักษา สามารถติดต่อได้ผ่านเว็บไซต์ www.dent.nu.ac.th หรือทางทีมหน่วยใส่ฟันเทียมพระราชทาน

การให้บริการในครั้งนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้รับบริการ แต่ยังสะท้อนถึงการร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและภาคประชาสังคมในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทที่ขาดแคลนบริการด้านทันตกรรม

ที่มา: งานประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร ได้รับการประเมิน “มหาวิทยาลัยสร้างเสริมสุขภาพระดับ 4 ดาว” จากเครือข่าย AUN-HPN

วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม 2567 มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้รับการประเมินในระดับ 4 ดาว จาก เครือข่ายมหาวิทยาลัยสร้างเสริมสุขภาพแห่งอาเซียน (ASEAN University Network – Health Promotion Network : AUN-HPN) ภายใต้เกณฑ์ Healthy University Rating System (HURS) ซึ่งเป็นการยืนยันถึงความสำเร็จของมหาวิทยาลัยในการดำเนินงานเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีต่อการเรียนรู้และการทำงาน รวมถึงการส่งเสริมสุขภาพของนิสิตและบุคลากรในทุกมิติอย่างต่อเนื่อง การได้รับรางวัลในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ มหาวิทยาลัยนเรศวร ในการพัฒนาและยกระดับสุขภาพกายและจิตของชุมชนมหาวิทยาลัยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน

การได้รับการประเมินเป็น “มหาวิทยาลัยสร้างเสริมสุขภาพระดับ 4 ดาว” ถือเป็นรางวัลอันทรงคุณค่า และเป็นเครื่องยืนยันถึงความสำเร็จของมหาวิทยาลัยในการส่งเสริมสุขภาวะของนิสิตและบุคลากร โดยเน้นทั้งด้าน สุขภาพกาย สุขภาพจิต และคุณภาพชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย ให้มีความสมดุลและปลอดภัย สิ่งนี้สะท้อนถึงการบริหารจัดการที่ให้ความสำคัญต่อมนุษย์เป็นศูนย์กลาง ซึ่งเป็นหัวใจของการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระดับสถาบันอุดมศึกษา

ในโอกาสที่ได้รับการประเมินครั้งนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.อรรถกร ทองทา ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิชาการ ได้เป็นผู้แทนของมหาวิทยาลัยเข้าร่วม การประชุมวิชาการมหาวิทยาลัยสร้างเสริมสุขภาพระดับชาติ ครั้งที่ 2 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21 – 22 มีนาคม 2567 ณ ห้องราชมณเฑียร แกรนด์ บอลรูม โรงแรมมณเฑียร สุรวงศ์ กรุงเทพมหานคร เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ แนวทาง และประสบการณ์การดำเนินงานด้านการสร้างเสริมสุขภาพในสถาบันอุดมศึกษา

ในการประชุมวิชาการดังกล่าว ได้มีการอภิปรายและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นสำคัญเกี่ยวกับ การพัฒนาสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมสุขภาพในมหาวิทยาลัย รวมถึงแนวทางการจัดการสุขภาพจิตและสุขภาพกายของนักศึกษาและบุคลากร โดยมีเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนการสร้างเสริมสุขภาพให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาค อันเป็นการสนับสนุนแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านสุขภาพของประชาคมอาเซียน

รางวัล Healthy University Rating System (HURS) เป็นระบบการประเมินที่มุ่งเน้นการยกระดับมหาวิทยาลัยให้เป็น “มหาวิทยาลัยส่งเสริมสุขภาพ (Healthy University)” โดยให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพจิต การจัดกิจกรรมเพื่อสุขภาพ และการสร้างสิ่งแวดล้อมการเรียนรู้ที่เอื้อต่อการดำเนินชีวิตอย่างมีสุขภาวะ การที่มหาวิทยาลัยนเรศวรได้รับการประเมินในระดับ 4 ดาว จึงเป็นหลักฐานแสดงถึงการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพและต่อเนื่องในการส่งเสริมสุขภาพของชุมชนมหาวิทยาลัย

การส่งเสริมสุขภาพในระดับสถาบันอุดมศึกษาเป็นพันธกิจสำคัญของมหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งได้ดำเนินงานอย่างจริงจังผ่านการจัดโครงการ กิจกรรม และนโยบายต่าง ๆ ที่มุ่งเน้นการสร้างสังคมแห่งสุขภาวะในรั้วมหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนการออกกำลังกาย การส่งเสริมโภชนาการที่เหมาะสม การจัดพื้นที่สีเขียว และการดูแลสุขภาพจิตของนิสิตและบุคลากรอย่างต่อเนื่อง

มหาวิทยาลัยส่งเสริมสุขภาพ ของมหาวิทยาลัยนเรศวรจึงไม่เพียงเป็นแนวคิดเชิงนโยบาย แต่เป็นการลงมือปฏิบัติจริงที่มีผลลัพธ์ชัดเจนในระดับประเทศและระดับอาเซียน การได้รับการประเมินระดับ 4 ดาว ในครั้งนี้ ถือเป็นแรงผลักดันสำคัญให้มหาวิทยาลัยเดินหน้าพัฒนาสู่การเป็นสถาบันการศึกษาที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม และเป็นต้นแบบของการจัดการสุขภาพในสถาบันอุดมศึกษาอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ การได้รับรางวัลยังสะท้อนถึง ความร่วมมือทางวิชาการระหว่างมหาวิทยาลัยในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน ที่มุ่งสร้างเครือข่ายการเรียนรู้และการวิจัยร่วมกันเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาคมในวงกว้าง ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการพัฒนาและขับเคลื่อนสังคมสู่สุขภาวะที่ดีอย่างยั่งยืน

ม.นเรศวร เข้าร่วมประชุมวิชาการสร้างเสริมสุขภาพระดับชาติ ครั้งที่ 2 และรับรางวัล Healthy University Rating System 2023 ระดับ 4 ดาว

เมื่อวันที่ 21-22 มีนาคม 2567 คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ รศ.ดร.นิทรา กิจธีระวุฒิวงษ์ พร้อมด้วย ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ ดร.รมย์นลิน เขียนจูม ได้เข้าร่วม การประชุมวิชาการมหาวิทยาลัยสร้างเสริมสุขภาพระดับชาติ ครั้งที่ 2 ซึ่งจัดขึ้นภายใต้ความร่วมมือของ เครือข่าย Thai University Network – Health Promotion Network (TUN-HPN) ในหัวข้อสำคัญ “Building a Culture of Health Promotion: Fostering Mental Health Awareness and Support on Campus” ณ ห้องราชมณเฑียร แกรนด์ บอลรูม โรงแรมมณเฑียร สุรวงศ์ กรุงเทพฯ

การประชุมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในการ ส่งเสริมสุขภาพ ภายในมหาวิทยาลัย ซึ่งเน้นการสร้างความตระหนักรู้ในเรื่องของ สุขภาพจิต โดยเฉพาะในกลุ่มนิสิตและบุคลากรทางการศึกษา รวมถึงการพัฒนาแนวทางการสนับสนุนด้านสุขภาพจิตในแคมปัส โดยมีการแชร์ประสบการณ์และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างมหาวิทยาลัยต่างๆ ในประเทศไทยและอาเซียนที่มีส่วนร่วมในเครือข่าย.

การจัดงานประชุมวิชาการในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และจัดขึ้นโดย สำนักงานเลขาธิการเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียนด้านการสร้างเสริมสุขภาพ (ASEAN University Network-Health Promotion Network AUN-HPN) ภายใต้ความร่วมมือของมหาวิทยาลัยแกนนำในประเทศไทย โดยมีเป้าหมายหลักในการพัฒนาศักยภาพด้านการสร้างเสริมสุขภาพในมหาวิทยาลัยในภูมิภาคอาเซียน รวมถึงการเสริมสร้างความเข้มแข็งทางวิชาการของเครือข่ายมหาวิทยาลัยทั้งในประเทศไทยและอาเซียน

หัวข้อสำคัญของการประชุมในปีนี้ คือ “การสร้างวัฒนธรรมการส่งเสริมสุขภาพ: การส่งเสริมความตระหนักและการสนับสนุนสุขภาพจิตในแคมปัส” ซึ่งสะท้อนถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพจิตในชุมชนมหาวิทยาลัย การสร้างพื้นที่ปลอดภัยและสนับสนุนด้านจิตใจสำหรับนักศึกษาและบุคลากรถือเป็นการดำเนินงานที่สอดคล้องกับ SDG 3 (Good Health and Well-being) ที่มุ่งเน้นให้ผู้คนมีสุขภาพดีและการดูแลสุขภาพจิตเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมสุขภาพในระดับสากล โดยในการประชุมครั้งนี้ ได้มีการพูดถึงแนวทางการปรับปรุงนโยบายและการนำเสนอแผนงานที่สามารถส่งเสริมสุขภาพจิตในหมู่นักศึกษาและบุคลากรในสถาบันการศึกษาอย่างยั่งยืน

ในงานนี้ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้รับเกียรติในการรับ รางวัล Healthy University Rating System (HURS) 2023 ในระดับ 4 ดาว ซึ่งถือเป็นการยอมรับถึงความสำเร็จในการส่งเสริมสุขภาพและการดูแลความเป็นอยู่ของนิสิตและบุคลากรในมหาวิทยาลัย คณะสาธารณสุขศาสตร์และคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมแสดงความยินดีและขอแสดงความขอบคุณทีมงานที่ทำงานร่วมกันจนสามารถบรรลุเป้าหมายสำคัญนี้ได้ โดย รศ.ดร.อรรถกร ทองทา ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิชาการของมหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นตัวแทนในการรับมอบรางวัลดังกล่าว

การได้รับ รางวัล Healthy University Rating System (HURS) ในระดับ 4 ดาว นั้นเป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการดำเนินงานเพื่อสร้าง ชุมชนสุขภาพ ที่ดีและยั่งยืนในมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะในด้านการดูแลสุขภาพจิต การส่งเสริมสุขภาพกาย และการสนับสนุนในด้านการพัฒนาแหล่งทรัพยากรมนุษย์ที่มีสุขภาพดี การพัฒนานี้สามารถส่งผลบวกต่อทั้งนิสิตและบุคลากรในระยะยาว

นอกจากนี้ รางวัลนี้ยังเป็นการยืนยันถึงความร่วมมือในระดับ SDGs 17 (Partnerships for the Goals) ซึ่งเน้นการสร้างพันธมิตรและความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยและองค์กรต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกมิติ โดยเฉพาะในเรื่องของ สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ซึ่งเป็นการดำเนินการที่ต่อเนื่องในทุกๆ ปี.

การเข้าร่วม ประชุมวิชาการมหาวิทยาลัยสร้างเสริมสุขภาพระดับชาติ ครั้งที่ 2 ของเครือข่าย TUN-HPN และการได้รับรางวัล Healthy University Rating System (HURS) 2023 ในระดับ 4 ดาว ของมหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นการสะท้อนถึงความสำเร็จในด้านการส่งเสริมสุขภาพในมหาวิทยาลัย ทั้งในด้านสุขภาพกายและสุขภาพจิต ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน SDG 3 และ SDG 17 นอกจากนี้ ยังเป็นการส่งเสริมการสร้าง พันธมิตรทางวิชาการและการร่วมมือระหว่างประเทศ ในการพัฒนาสุขภาพของนักศึกษาและบุคลากรในระดับสากล.

ม.นเรศวร ขับเคลื่อนนวัตกรรม “อาหารเพื่อสุขภาพ” จากวัตถุดิบท้องถิ่น สู่การพัฒนาอาหารสำหรับผู้สูงอายุและผู้ป่วย NCDs อย่างยั่งยืน

วันเสาร์ที่ 23 มีนาคม 2567 คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรม “Innovative Local Food for NCDs” ภายใต้โครงการ การขยายผลและเพิ่มขีดความสามารถการผลิตอาหารพื้นบ้านภาคเหนือสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะเคี้ยวกลืนลำบากและกลุ่มโรค NCDs สู่การผลิตเชิงพาณิชย์ โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมอาหารเพื่อสุขภาพที่ตอบโจทย์กลุ่มประชากรเปราะบาง และสนับสนุนการยกระดับเศรษฐกิจชุมชนผ่านการใช้วัตถุดิบท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

บรรยากาศกิจกรรม “Innovative Local Food for NCDs” เป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (KM Platform) ที่เปิดโอกาสให้นักวิชาการ ผู้ประกอบการ และชุมชน ได้ร่วมกันพัฒนาเมนู อาหารเพื่อสุขภาพ โดยใช้วัตถุดิบท้องถิ่น เช่น ธัญพืช ผักพื้นบ้าน และโปรตีนทางเลือก เพื่อต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์อาหารสำหรับผู้สูงอายุ ผู้ที่มีภาวะเคี้ยวกลืนลำบาก และผู้ป่วยกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) กิจกรรมครั้งนี้จึงถือเป็นกลไกสำคัญในการบูรณาการองค์ความรู้ด้านโภชนาการ นวัตกรรม และการแพทย์ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว

ภาคเช้าของงาน ประกอบด้วยการบรรยายให้ความรู้เชิงวิชาการในหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารยุคใหม่ โดยเริ่มจากหัวข้อ “การต่อยอดนวัตกรรมอาหารสู่การเป็นผู้ประกอบนวัตกรรมยุค New Normal” โดย ศาสตราจารย์ ดร.ภาวิณี ชินะโชติ ที่มุ่งเน้นให้เห็นถึงความสำคัญของการสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัตถุดิบในท้องถิ่น และการปรับตัวของผู้ประกอบการอาหารในยุคเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อให้เกิดความยั่งยืนทั้งในเชิงเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม

ต่อมาเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในหัวข้อ “อาหารท้องถิ่นสู่อาหารผู้สูงอายุเชิงพาณิชย์” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.ยุทธนา พิมลศิริผล ซึ่งกล่าวถึงกระบวนการพัฒนาเมนูอาหารที่สอดคล้องกับหลักโภชนาการสำหรับผู้สูงอายุ พร้อมแนวทางการพัฒนาให้สามารถผลิตในเชิงพาณิชย์ได้จริง สร้างความมั่นคงทางอาหารและรายได้ให้แก่ชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

ในหัวข้อสุดท้ายของภาคเช้า รองศาสตราจารย์ ดร.นิติพงศ์ จิตรีโภชน์ ได้บรรยายเกี่ยวกับ ระบบนิเวศด้านอุตสาหกรรมอาหาร (Food Industry Ecosystem) ที่เชื่อมโยงการผลิตอาหารปลอดภัยกับนวัตกรรมการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์ เพื่อยกระดับมาตรฐานของผลิตภัณฑ์อาหารไทยให้สามารถแข่งขันในระดับนานาชาติได้ โดยยังคงรักษาความเป็นเอกลักษณ์ของอาหารท้องถิ่น

ภาคบ่ายของงานเป็นกิจกรรม Workshop การสร้างสรรค์อาหารพื้นถิ่นเพื่อสุขภาพ นำโดย คุณศศิกานต์ ศรีสังข์ และ คุณเอกวัฒน์ พันธาสุ ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้ลงมือปฏิบัติจริงในการพัฒนาเมนูอาหารสำหรับผู้สูงอายุและผู้ป่วย NCDs โดยใช้วัตถุดิบท้องถิ่นที่สามารถหาได้ง่ายในชุมชน ทั้งนี้ได้เน้นกระบวนการผลิตที่ปลอดภัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และคำนึงถึงคุณค่าทางโภชนาการในทุกขั้นตอน

กิจกรรมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร.กรกนก อิงคนินันท์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นประธานกล่าวเปิดงาน โดยกล่าวถึงความสำคัญของการสร้างนวัตกรรมอาหารที่ไม่เพียงตอบโจทย์สุขภาพ แต่ยังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภค และส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างยั่งยืนผ่านการพัฒนาองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีอาหาร

กิจกรรม “Innovative Local Food for NCDs” จัดขึ้นโดยความร่วมมือของหลายหน่วยงาน ได้แก่ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.), มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, มหาวิทยาลัยนเรศวร, ศูนย์นวัตกรรมอาหารและบรรจุภัณฑ์ (Food Innovation and Packaging Center: FIN), โครงการพัฒนาเทคโนโลยีเกษตรอินทรีย์ (Organic Tech Accelerator Platform: OTAP NU) และเมืองนวัตกรรมอาหาร (Food Innopolis) จากทั้งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่และมหาวิทยาลัยนเรศวร

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ไม่เพียงเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางวิชาการ แต่ยังเป็นการขับเคลื่อนแนวทางการพัฒนาอาหารเพื่อสุขภาพที่ยั่งยืนของประเทศไทย ผ่านการเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางโภชนาการ วิทยาศาสตร์การอาหาร และการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อสร้างระบบอาหารที่เข้มแข็ง ปลอดภัย และเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพของประชาชนทุกช่วงวัยในอนาคต

ม.นเรศวร ลงนาม MOU ร่วมกับภาคีเครือข่ายพัฒนาคุณภาพบริการสุขภาพ AACI ส่งเสริมมาตรฐาน GHA เพื่อยกระดับบริการสุขภาพ

เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2567 รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร ได้เป็นประธานในพิธีลงนามข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) กับภาคีเครือข่ายในการพัฒนาคุณภาพบริการสุขภาพ (AACI) โดยมี ผศ.พญ.พิริยา นฤขัตรพิชัย คณบดีคณะแพทยศาสตร์, นพ.สมพร คำผง กรรมการบริหารสถาบัน AACI, รองประธานอาวุโส AACI อเมริกา และคุณเรวัต เด่นจักรวาฬ กรรมการผู้จัดการ AACI เอเชียแปซิฟิก ร่วมลงนามในครั้งนี้ ณ บริเวณโถงชั้น 4 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา 2

วัตถุประสงค์ของการจัดโครงการ โครงการสัมมนามาตรฐานภาคีเครือข่ายในการพัฒนาคุณภาพบริการสุขภาพ (AACI) และการลงนามข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) มีวัตถุประสงค์หลักในการส่งเสริมให้ผู้บริหารและบุคลากรของคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร รวมถึงผู้บริหารจากคณะอื่นๆ ในมหาวิทยาลัย ได้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรฐาน GHA (Global Health Accreditation) และ AACI (Asian Association for Clinical Improvement) ซึ่งเป็นมาตรฐานที่สำคัญในการพัฒนาคุณภาพบริการสุขภาพ

การลงนามใน MOU ครั้งนี้ จะช่วยส่งเสริมความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยนเรศวรและภาคีเครือข่ายต่างๆ เช่น GHA, AACI และ Planetree ในการพัฒนาคุณภาพการบริการสุขภาพอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการยกระดับบริการทางการแพทย์และสุขภาพในมหาวิทยาลัยนเรศวรและชุมชนในระดับประเทศ

กิจกรรมภายในโครงการ โครงการสัมมนาครั้งนี้มีการจัดอบรมเพื่อให้ผู้บริหารและบุคลากรของคณะแพทยศาสตร์ ได้เรียนรู้ถึงมาตรฐาน AACI และ GHA ซึ่งจะช่วยในการพัฒนาคุณภาพการบริการสุขภาพในด้านต่างๆ เช่น การปรับปรุงกระบวนการทำงานของโรงพยาบาล การยกระดับมาตรฐานการรักษาผู้ป่วย และการสร้างความยั่งยืนในระบบบริการสุขภาพ

นอกจากนี้ยังมีการถ่ายทอดข้อมูลและแนวทางการพัฒนาคุณภาพบริการสุขภาพผ่านการอบรมออนไลน์ทาง Zoom Meeting ซึ่งมีผู้บริหารและบุคลากรจากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร รวมถึงคณะอื่นๆ และบุคลากรสายสนับสนุนที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 150 คน

ความสำคัญและการส่งเสริม SDGs 3 และ 17 การลงนาม MOU และการจัดสัมมนาครั้งนี้สอดคล้องกับ SDG 3: การมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ซึ่งมุ่งเน้นการเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพและการพัฒนาบริการทางการแพทย์ให้มีประสิทธิภาพและครอบคลุมทุกกลุ่มประชากร โดยเฉพาะในด้านการพัฒนาคุณภาพบริการสุขภาพที่สามารถเข้าถึงและตอบสนองความต้องการของผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิผล นอกจากนี้ยังเกี่ยวข้องกับ SDG 17: การสร้างความร่วมมือเพื่อการพัฒนา ซึ่งเน้นการสร้างความร่วมมือระหว่างภาคีเครือข่ายต่างๆ ทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและบริการสุขภาพอย่างยั่งยืน โดยการลงนามข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นการสร้างความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยนเรศวรและภาคีเครือข่ายต่างๆ เพื่อการพัฒนาคุณภาพการบริการสุขภาพในระยะยาว

การลงนามข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) นี้เป็นก้าวสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการบริการสุขภาพและส่งเสริมการทำงานร่วมกันระหว่างองค์กรต่างๆ ซึ่งจะมีผลกระทบต่อการพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะในด้านสุขภาพ ซึ่งเป็นเป้าหมายที่สำคัญในวาระการพัฒนาที่ยั่งยืนของมหาวิทยาลัยนเรศวร.

ม.นเรศวร จัดอบรมการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน เตรียมความพร้อมบุคลากรทันตกรรมรับมือภาวะฉุกเฉิน

วันจันทร์ที่ 18 มีนาคม 2567 โรงพยาบาลทันตกรรม คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ การช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน (BLS Provider) เรื่อง “การดูแลผู้ป่วยในภาวะการแพ้รุนแรงเฉียบพลัน (Anaphylaxis)” โดยมี อาจารย์ นพ.ทพ.สุรัตน์ แสงจินดา เป็นวิทยากร เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และทักษะด้านการดูแลผู้ป่วยในภาวะฉุกเฉินให้แก่บุคลากรของโรงพยาบาลทันตกรรม

โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ เตรียมความพร้อมในกรณีที่อาจเกิดเหตุอันไม่พึงประสงค์หรือภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ ภายในหน่วยบริการ โดยเฉพาะภาวะการแพ้รุนแรงเฉียบพลัน ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้กับผู้รับบริการทุกกลุ่ม การเรียนรู้วิธีการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลผู้ป่วยและลดความเสี่ยงต่อการสูญเสีย

กิจกรรมจัดขึ้นระหว่างเวลา 09.00 – 12.00 น. ณ ห้องเรียนบรรยายชั้น 2 DT3227 (ห้องสโลป) โรงพยาบาลทันตกรรม คณะทันตแพทยศาสตร์ โดยมีบุคลากรเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง แสดงถึงความตระหนักและความร่วมมือในการยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัยและคุณภาพการบริการ

เนื้อหาการอบรม ประกอบด้วยทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ครอบคลุมหลักการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน การประเมินอาการผู้ป่วยในภาวะฉุกเฉิน การใช้เครื่องกระตุ้นหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ (AED) และแนวทางการดูแลเมื่อเกิดภาวะการแพ้รุนแรงเฉียบพลัน เพื่อให้บุคลากรสามารถตอบสนองต่อเหตุการณ์ได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ

ในช่วงภาคปฏิบัติ ผู้เข้าร่วมอบรมได้ฝึกใช้ทักษะกับหุ่นจำลองภายใต้การแนะนำของวิทยากร เพื่อสร้างความคุ้นเคยและความมั่นใจในการช่วยชีวิตจริงในสถานการณ์ฉุกเฉิน การฝึกปฏิบัติในลักษณะนี้ช่วยให้บุคลากรสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้จริง และเพิ่มขีดความสามารถในการปฏิบัติงานอย่างมืออาชีพ

การจัดอบรมดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึง ความมุ่งมั่นของคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการแพทย์ฉุกเฉิน รวมถึงการส่งเสริมสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย เพื่อให้โรงพยาบาลทันตกรรมเป็นพื้นที่ให้บริการที่มีคุณภาพและใส่ใจต่อสุขภาวะของทั้งบุคลากรและผู้ป่วย

กิจกรรมนี้ยังถือเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสู่ การพัฒนาที่ยั่งยืนด้านสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชน ผ่านการสร้างองค์ความรู้ การส่งเสริมสุขภาวะ และการเตรียมความพร้อมของบุคลากรในการเผชิญเหตุการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งจะช่วยเสริมความเชื่อมั่นในมาตรฐานการบริการของมหาวิทยาลัยนเรศวรในระยะยาว

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin