ม.นเรศวร ร่วมมือ อบต. ท่าโพธิ์ ยกระดับมาตรฐานร้านอาหารรอบชุมชน สู่ความปลอดภัยยั่งยืน

วันพฤหัสบดีที่ 25 กรกฎาคม 2567 กลุ่มสาขาวิชาอนามัยสิ่งแวดล้อม คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลท่าโพธิ์ จัดพิธีปิดโครงการ “พัฒนามาตรฐานร้านอาหารและแผงลอยจำหน่ายอาหารรอบมหาวิทยาลัยนเรศวร” โดยมีการสรุปผลการดำเนินงาน และประกาศรางวัลร้านค้าที่ได้รับการคัดเลือกเป็นร้านดีเด่น จำนวนทั้งสิ้น 33 ร้าน ซึ่งได้รับป้ายช้างลิมิเต็ดตามสโลแกน “Quality you can taste, Plate you can trust – คุณภาพที่สัมผัสได้ จานที่คุณไว้ใจ” พร้อมใบประกาศนียบัตรเชิดชูเกียรติ

โครงการนี้ยังได้มอบ ป้าย Clean Food Good Taste ให้แก่ผู้ประกอบการร้านอาหารที่ผ่านหลักสูตรการอบรมและการพัฒนามาตรฐานร้านอาหาร รวมจำนวน 100 ร้าน เพื่อเป็นการยกระดับคุณภาพการบริหารจัดการด้านสุขาภิบาลอาหารในพื้นที่รอบมหาวิทยาลัยนเรศวร ให้มีมาตรฐานอาหารที่สะอาดและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

ภายในพิธีได้รับเกียรติจาก นายธวัช สิงหเดช นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าโพธิ์ และประธานกองทุนหลักประกันสุขภาพ อบต.ท่าโพธิ์ พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.นิทรา กิจธีระวุฒิวงษ์ คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นผู้มอบประกาศนียบัตรและป้ายรับรองคุณภาพแก่ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมในโครงการ

โครงการพัฒนามาตรฐานร้านอาหารและแผงลอยจำหน่ายอาหารในครั้งนี้ มุ่งเน้นให้ผู้ประกอบการตระหนักถึงความสำคัญของความสะอาด ปลอดภัย และคุณภาพอาหาร ทั้งในด้านกายภาพและชีวภาพ รวมถึงการเสริมสร้างทักษะในการดูแลสุขาภิบาลร้านอาหารให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อให้เกิดความมั่นใจต่อผู้บริโภค

นอกจากการพัฒนาความรู้และทักษะแล้ว โครงการยังเป็นเวทีในการสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้ประกอบการร้านอาหารและแผงลอยในการยกระดับมาตรฐานธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันเชิงพาณิชย์ และตอบโจทย์ต่อการสร้างระบบอาหารที่ปลอดภัยอย่างยั่งยืน

การดำเนินงานยังแสดงถึงบทบาทสำคัญของความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้ประกอบการในชุมชน ที่ร่วมกันผลักดันให้เกิดมาตรฐานอาหารสะอาดและปลอดภัยในระดับพื้นที่ ซึ่งเป็นต้นแบบการทำงานเชิงบูรณาการที่สามารถขยายผลไปยังพื้นที่อื่นได้ในอนาคต

การจัดโครงการครั้งนี้ไม่เพียงสร้างผลลัพธ์ด้านคุณภาพอาหาร แต่ยังสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนในตำบลท่าโพธิ์ ด้วยการสนับสนุนผู้ประกอบการให้พัฒนาศักยภาพ และเพิ่มคุณค่าของร้านค้าและแผงลอยในพื้นที่อย่างมีระบบและมาตรฐานที่ยั่งยืน

โครงการ พัฒนามาตรฐานร้านอาหารและแผงลอยจำหน่ายอาหาร จึงเป็นกลไกสำคัญที่เชื่อมโยงการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ผ่านการสร้างความมั่นใจด้านอาหารปลอดภัย และการยกระดับมาตรฐานร้านอาหารและแผงลอยให้ก้าวสู่ความยั่งยืนในระยะยาว

ม.นเรศวร จัดบรรยายพิเศษ “Thai Democratization in Historical Perspective” ส่งเสริมประชาธิปไตย

วันพุธที่ 24 กรกฎาคม 2567 งานวิจัยและบริการวิชาการ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัดโครงการบริการวิชาการแก่สังคม ในรูปแบบการบรรยายหัวข้อ “Thai Democratization in Historical Perspective” โดยได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.กุลลดา เกษบุญชู มี้ด อดีตอาจารย์ประจำภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นวิทยากรบรรยาย

การดำเนินรายการจัดโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อรไท โสภารัตน์ รองคณบดีฝ่ายพัฒนานิสิตและส่งเสริมพหุวัฒนธรรม และ Dr. Paul Wesley Chambers อาจารย์ประจำสถานประชาคมอาเซียนศึกษา คณะสังคมศาสตร์ ซึ่งทำให้การบรรยายมีความหลากหลายทั้งเชิงวิชาการและเชิงประสบการณ์ สอดคล้องกับเป้าหมายของมหาวิทยาลัยในการสร้างพื้นที่การเรียนรู้เพื่อส่งเสริมประชาธิปไตย

การบรรยายครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้รับความรู้และความเข้าใจในกระบวนการประชาธิปไตยของประเทศไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยมุ่งนำเสนอผ่านมุมมองทางประวัติศาสตร์การเมืองไทย เหตุการณ์สำคัญ บุคคลสำคัญ และปัจจัยทางสังคม เศรษฐกิจ และการเปลี่ยนแปลงที่มีผลต่อการพัฒนาการเมืองไทย

ผู้เข้าร่วมได้รับประโยชน์จากการบรรยายทั้งในแง่การสร้างพื้นฐานความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับประวัติศาสตร์การเมืองไทย และการเสริมสร้างทักษะการวิเคราะห์สถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบัน ความรู้นี้ยังช่วยสนับสนุนการพัฒนาความคิดเชิงวิพากษ์และการเชื่อมโยงเหตุการณ์ประวัติศาสตร์เข้ากับการแก้ไขปัญหาสังคมร่วมสมัย

กิจกรรมนี้ยังเป็นเวทีสำคัญสำหรับการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ระหว่างผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ นิสิต และผู้สนใจทั่วไป การเปิดโอกาสให้เกิดการถกเถียงเชิงสร้างสรรค์ถือเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมประชาธิปไตยในสังคม และสร้างการเรียนรู้ร่วมกันอย่างมีคุณภาพ

นอกจากนี้ การจัดบรรยายยังสะท้อนถึงความร่วมมือทางวิชาการที่เข้มแข็ง ทั้งภายในมหาวิทยาลัยและกับเครือข่ายนักวิชาการจากสถาบันอื่น ๆ การสร้างความร่วมมือเช่นนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาองค์ความรู้และขับเคลื่อนประชาธิปไตยอย่างยั่งยืนในระดับชาติและนานาชาติ

โครงการดังกล่าวไม่เพียงเป็นกิจกรรมบริการวิชาการแก่สังคม แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาสังคมที่เน้นการสร้าง ความรู้ ความเข้าใจ และความร่วมมือ ในการผลักดันกระบวนการประชาธิปไตยให้มีความมั่นคง โปร่งใส และสอดคล้องกับการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน

การจัดกิจกรรมครั้งนี้มีขึ้น ณ ห้องประชุม Main Conference ชั้น 1 อาคารกองบริการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (CITCOMS) มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยได้รับการตอบรับจากผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก แสดงถึงความสนใจในประเด็นประชาธิปไตยและความตั้งใจที่จะร่วมสร้างสังคมที่โปร่งใสและเข้มแข็งต่อไป

ม.นเรศวร จัดประชุมวิชาการ TNDR Conference เสริมความยืดหยุ่นรับภัยพิบัติ และสร้างความร่วมมือระดับเครือข่ายเพื่อสังคมที่ยั่งยืน

วันศุกร์ที่ 12 กรกฎาคม 2567 มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกับมหาวิทยาลัยในเครือข่ายพัฒนาความเข้มแข็งต่อภัยพิบัติไทย จัดการประชุมวิชาการวิจัยระดับชาติและนานาชาติ The 2nd TNDR Conference (National & International) ภายใต้หัวข้อ “ความยืดหยุ่นรับภัยพิบัติเพื่อสังคมที่ดีขึ้น (Be Better: Disaster Resilience for Better Society)” ณ ศูนย์แสดงนิทรรศการและการประชุมนเรศวรมหาราช (KNECC) โดยมี ดร.พิจิตต รัตตกุล ประธานเครือข่าย TNDR เป็นประธานเปิดงาน

การประชุมครั้งนี้ประกอบด้วยเวทีเสวนาที่หลากหลาย เริ่มจากประเด็น “ระบบนิเวศของการสนับสนุนการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์” โดยผู้ทรงคุณวุฒิจากหลายภาคส่วน ทั้งภาคการศึกษา ภาครัฐ และภาคเอกชน เช่น ดร.พิจิตต รัตตกุล, รศ.ดร.อภิชาต โสภาแดง, คุณเอกพงศ์ มุสิกะเจริญ และดร.ก่อศักดิ์ โตวรรธกวณิชย์ ซึ่งได้แลกเปลี่ยนมุมมองการนำองค์ความรู้ไปต่อยอดสู่การสร้างเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม

อีกหนึ่งประเด็นที่ได้รับความสนใจคือการเสวนาเครือข่าย TNDR ในหัวข้อ “โลกเดือด-สุดขั้วภัยพิบัติ จัดการน้ำอย่างไรให้รอด!!!” โดยผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการน้ำจากหลายองค์กร ทั้งภาครัฐและภาคธุรกิจ เช่น สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์กรมหาชน) บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) องค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ และมหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งร่วมกันแลกเปลี่ยนแนวทางการจัดการทรัพยากรน้ำเพื่อลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

นอกจากการเสวนาแล้ว ยังมีการนำเสนอผลงานวิจัยทั้งระดับชาติและนานาชาติ ที่สะท้อนถึงการสร้างองค์ความรู้ใหม่ในการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยพิบัติ รวมถึงการจัดนิทรรศการโปสเตอร์และบูธจากเครือข่าย TNDR ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้และสร้างเครือข่ายวิชาการและวิชาชีพที่เข้มแข็ง

การประชุมครั้งนี้เป็นเวทีสำคัญในการเสริมสร้างศักยภาพด้าน การรับมือภัยพิบัติ โดยเชื่อมโยงงานวิจัยกับการปฏิบัติจริง และผลักดันให้เกิดการบูรณาการความร่วมมือทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ เพื่อเตรียมความพร้อมในการเผชิญกับความท้าทายใหม่ ๆ จากวิกฤตสิ่งแวดล้อมและภัยธรรมชาติ

มหาวิทยาลัยนเรศวรในฐานะเจ้าภาพ ได้ตอกย้ำบทบาทของตนในการเป็นศูนย์กลางองค์ความรู้ด้านภัยพิบัติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยไม่เพียงเน้นการผลิตงานวิจัยเชิงวิชาการ แต่ยังให้ความสำคัญกับการนำไปใช้ประโยชน์จริงในการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจให้เข้มแข็งขึ้น

ความร่วมมือจากเครือข่าย TNDR ซึ่งประกอบด้วยมหาวิทยาลัย หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน แสดงถึงพลังการทำงานร่วมกันที่เป็นรูปธรรม เพื่อพัฒนากลไกการจัดการภัยพิบัติที่มีประสิทธิภาพ และสร้างความยั่งยืนให้กับสังคมในระยะยาว

ท้ายที่สุด การประชุม TNDR Conference ครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการสร้างสังคมที่มีความยืดหยุ่นต่อภัยพิบัติ ควบคู่กับการสร้างความร่วมมือระดับเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของชุมชน เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม นำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนในอนาคต

ม.นเรศวร ร่วมลงนามความร่วมมือเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ มุ่งลดความไม่เสมอภาคในสังคม

วันศุกร์ที่ 12 กรกฎาคม 2567 ดร.จรัสดาว คงเมือง รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานิสิต ศิษย์เก่า และศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้เข้าร่วมพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือทางวิชาการเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ระหว่างกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) กับสถาบันการศึกษา หน่วยงาน และองค์กรเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกว่า 90 แห่ง

พิธีดังกล่าวจัดขึ้นในงานสัมมนาวิชาการระดับชาติด้านคนพิการ ครั้งที่ 16 ประจำปี 2567 (The 16th National Conference on Persons with Disabilities – NCPD 2024) ภายใต้หัวข้อ “นวัตกรรมขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตคนพิการสู่สังคมไทยอย่างยั่งยืน” เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครบ 6 รอบ 72 พรรษา โดยมี พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรี ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน

นอกจากนี้ยังได้รับเกียรติจากนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “คุณภาพชีวิตคนพิการสู่สังคมไทยอย่างยั่งยืน” โดยมีผู้บริหารระดับสูงจากกระทรวง พม. ผู้แทนจากสถาบันการศึกษา และองค์กรเครือข่ายด้านคนพิการ เข้าร่วมงานจำนวนมาก รวมทั้งนักวิชาการ นักศึกษา ผู้พิการ และภาคีเครือข่ายกว่า 1,600 คน

การเข้าร่วมของมหาวิทยาลัยนเรศวรในครั้งนี้ เป็นการแสดงถึงบทบาทเชิงรุกในการสนับสนุนสิทธิและโอกาสของคนพิการ เพื่อ ลดความไม่เสมอภาค และสร้างระบบสังคมที่เปิดกว้างสำหรับทุกคน มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญกับการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และการใช้ชีวิตของคนพิการทั้งในระดับการศึกษาและชุมชน

การลงนามบันทึกความร่วมมือครั้งนี้ยังเปิดโอกาสในการพัฒนาองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ โดยการทำงานร่วมกันของสถาบันการศึกษาและองค์กรที่เกี่ยวข้อง จะช่วยให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และสามารถนำไปปรับใช้ได้จริงในเชิงปฏิบัติ

มหาวิทยาลัยนเรศวรยังคงยึดมั่นในพันธกิจการพัฒนาสังคมที่เสมอภาค ด้วยการผลักดันกิจกรรมและโครงการที่สร้างความตระหนักรู้ และสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของคนพิการในทุกมิติ ทั้งการศึกษา อาชีพ และการมีส่วนร่วมทางสังคม

ความร่วมมือที่เกิดขึ้นไม่เพียงแต่เป็นการสร้างเครือข่ายที่แข็งแรงระหว่างมหาวิทยาลัย หน่วยงานรัฐ และภาคีต่าง ๆ แต่ยังเป็นการวางรากฐานของการสร้างสังคมที่เท่าเทียม และยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับศักดิ์ศรีและคุณค่าของคนพิการ

การที่มหาวิทยาลัยนเรศวรมีบทบาทร่วมในเวทีระดับชาติครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะเป็นสถาบันการศึกษาที่ไม่เพียงสร้างความรู้ แต่ยังสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีแก่ทุกคน เพื่อผลักดันสังคมไทยไปสู่ความเสมอภาคและการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง

คณะเกษตรฯ ม.นเรศวร จัดประชุมวิชาการดินและปุ๋ยแห่งชาติ ครั้งที่ 8 “ฟื้นชีวิตดินเพื่อเกษตรและสิ่งแวดล้อม”

วันพฤหัสบดีที่ 11 กรกฎาคม 2567 คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้รับเกียรติจากสมาคมดินและปุ๋ยแห่งประเทศไทยให้เป็นเจ้าภาพร่วมการประชุมวิชาการดินและปุ๋ยแห่งชาติ ครั้งที่ 8 ภายใต้หัวข้อ “ฟื้นชีวิตดินเพื่อเกษตรและสิ่งแวดล้อม” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-12 กรกฎาคม 2567 ณ อาคารศูนย์แสดงนิทรรศการและการจัดประชุมนานาชาติ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช (KNECC) มหาวิทยาลัยนเรศวร

การประชุมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และนวัตกรรมใหม่ ๆ แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการ โดยมุ่งสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการจัดการดินและการใช้ปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อยกระดับศักยภาพการแข่งขันด้านการเกษตรของประเทศ และเพิ่มขีดความสามารถในการปรับตัวท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก

ภายในงานได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นประธานเปิดงาน โดยย้ำถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในฐานะมหาวิทยาลัยสหสาขา (Comprehensive University) ที่มุ่งกระจายโอกาสทางการศึกษาและสร้างองค์ความรู้เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในภาคเหนือตอนล่าง พร้อมทั้งสนับสนุนการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

กิจกรรมในงานประกอบด้วยการบรรยายพิเศษจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ การจัดแสดงนิทรรศการจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน การนำเสนอผลงานวิจัยด้านดินและปุ๋ย และการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการให้แก่เกษตรกรในหัวข้อที่สอดคล้องกับปัญหาและความต้องการในปัจจุบัน

การจัดงานในครั้งนี้ถือเป็นเวทีสำคัญในการเผยแพร่ผลงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูทรัพยากรดิน เพื่อสร้างระบบการผลิตทางการเกษตรที่มีมาตรฐาน ปลอดภัย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตลอดจนช่วยลดต้นทุนการผลิต เพิ่มผลผลิต และสร้างรายได้ที่มั่นคงแก่เกษตรกร

อีกทั้งยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการใช้ปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพ การลดขยะและสิ่งเหลือใช้ทางการเกษตร และการสร้างระบบเกษตรที่สามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศได้อย่างยั่งยืน อันจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและรักษาความสมดุลของทรัพยากรดินในระยะยาว

การประชุมวิชาการดินและปุ๋ยแห่งชาติ ครั้งที่ 8 จึงไม่เพียงเป็นเวทีวิชาการ แต่ยังเป็นกลไกเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างนักวิจัย ภาครัฐ เอกชน และเกษตรกร เพื่อนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้จริงในพื้นที่การเกษตรและชุมชนต่าง ๆ

การจัดงานครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงพันธกิจของมหาวิทยาลัยนเรศวรและภาคีเครือข่ายที่มุ่งมั่นในการพัฒนาการเกษตรไทยให้ยั่งยืน โดยการ ส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรดินให้เกิดความสมดุลและยั่งยืน เพื่อรองรับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจของประเทศในอนาคต

โรงพยาบาลทันตกรรม ม.นเรศวร ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงการร่วมเป็นสถานพยาบาลในการให้บริการทางทันตกรรมไม่ต้องสำรองจ่าย

รองศาสตราจารย์ ดร.ทันตแพทย์หญิงพีรยา ภูอภิชาติดำรง คณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมด้วย ผศ.ดร.ทพญ.จิตติมา พุ่มกลิ่น รักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลทันตกรรม ได้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับสำนักงานประกันสังคมจังหวัดพิษณุโลก ภายใต้โครงการให้บริการทางทันตกรรมโดยไม่ต้องสำรองจ่ายแก่ผู้ประกันตน ในการใช้สิทธิ์ 900 บาทต่อปี

การลงนามในครั้งนี้มีขึ้นที่สำนักงานประกันสังคมจังหวัดพิษณุโลก โดยมี นางอาภรณ์ แว่วสอน ประกันสังคมจังหวัดพิษณุโลก เป็นผู้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงร่วมกัน ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมได้รับสิทธิในการใช้บริการทันตกรรมโดยไม่ต้องสำรองจ่าย ซึ่งเป็นการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการดูแลสุขภาพช่องปากที่มีคุณภาพ โดยสามารถใช้สิทธิ์นี้ได้ทุกปี ในวงเงิน 900 บาท

โครงการนี้สอดคล้องกับ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะในด้าน SDG 3: การมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ซึ่งมุ่งเน้นการให้ทุกคนเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพและสามารถจ่ายได้ ไม่ว่าจะเป็นการดูแลสุขภาพทั่วไปหรือการรักษาเฉพาะทาง รวมถึงการลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการบริการสุขภาพระหว่างชนชั้นและกลุ่มประชากรต่างๆ

การที่มหาวิทยาลัยนเรศวรและโรงพยาบาลทันตกรรมเข้าร่วมโครงการนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการเสริมสร้างการเข้าถึงบริการสุขภาพช่องปากที่มีคุณภาพ แต่ยังเป็นการสนับสนุนให้คนในชุมชนได้รับการดูแลสุขภาพที่ดีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการส่งเสริมความยั่งยืนในด้านสุขภาพของสังคมในระยะยาว

สำหรับผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมที่สนใจสามารถใช้สิทธิ์ในการรับบริการทันตกรรมได้ที่โรงพยาบาลทันตกรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งได้รับการรับรองให้เป็นสถานพยาบาลในการให้บริการตามโครงการนี้ และสามารถใช้สิทธิ์ได้ตามข้อกำหนดที่ระบุในบันทึกข้อตกลง.

การประชุมวิชาการวิจัยระดับชาติและนานาชาติ “ความยืดหยุ่นรับภัยพิบัติเพื่อสังคมที่ดีขึ้น

การประชุมวิชาการวิจัยระดับชาติและนานาชาติ:The 2nd TNDR Conference (National & International) “ความยืดหยุ่นรับภัยพิบัติเพื่อสังคมที่ดีขึ้น (Be Better: Disaster Resilience for Better Society)” จัดโดย มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกับ มหาวิทยาลัยในเครือข่ายพัฒนาความเข้มแข็งต่อภัยพิบัติไทย ในวันที่ 12 กรกฎาคม 2567 ณ ศูนย์แสดงนิทรรศการ การจัดประชุมนเรศวรมหาราช (KNECC) มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยได้รับเกียรติจากดร.พิจิตต รัตตกุล ประธานเครือข่ายพัฒนาความเข้มแข็งต่อภัยพิบัติไทย (TNDR) เป็นประธานในการเปิดการประชุม

หลังจากนั้นมีการเสวนาที่น่าสนใจ
1 ประเด็น “ระบบนิเวศของการสนับสนุนการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ “
1. ดร.พิจิตต รัตตกุล ประธานเครือข่ายพัฒนาความเข้มแข็งต่อภัยพิบัติไทย
2. รศ.ดร.อภิชาต โสภาแดง คณบดีวิทยาลัยพหุวิทยาการและสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
3. คุณเอกพงศ์ มุสิกะเจริญ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและประสานเพื่อประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม (กปว.)
4. ดร.ก่อศักดิ์ โตวรรธกวณิชย์ ผู้จัดการแพล็ตฟอร์มสร้างธุรกิจนวัตกรรม ศูนย์ธุรกิจระหว่างประเทศ บจม.พีทีที โกลบอล เคมิคัล ผู้ดำเนินรายการ: ดร.พิสุทธิ์ อภิชยกุล รองอธิการบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์และการถ่ายทอดเทคโนโลยี

2. เสวนาเครือข่าย TNDR ประเด็น “โลกเดือด-สุดขั้วภัยพิบัติ จัดการน้ำอย่างไรให้รอด!!!”
1. คุณวรรธนศักดิ์ สุปะกิ่ง ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและสารสนเทศ ทรัพยากรน้ำ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์กรมหาชน)
2. คุณสุขธวัช พัทธวรากร ผู้อำนวยการทรัพยากรธรรมชาติและพันธกิจสังคม บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน)
3. คุณวีฤทธิ กวยะปาณิก หัวหน้าศูนย์บริหารจัดการน้ำ องค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่
4. รศ.ดร.เดช วัฒนชัยยิ่งเจริญ นักวิชาการด้านการบริหารจัดการน้ำ มหาวิทยาลัยนเรศวร ผู้ดำเนินรายการ: นายสมคิด สะเภาคำ ผู้อำนวยการศูนย์อุทกวิทยาชลประทานภาคเหนือตอนล่าง

นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอผลงานวิจัยระดับชาติ และนานาชาติ พร้อมทั้งนิทรรศการโปสเตอร์และบูธเครือข่าย TNDR

ม.นเรศวร จัดสัมภาษณ์และมอบทุนการศึกษา พัฒนาศักยภาพนิสิต

วันพุธที่ 10 กรกฎาคม 2567 สมาคมนิสิตเก่ามหาวิทยาลัยนเรศวร ระดมทุนการศึกษาให้แก่นิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวร จำนวน 46 ทุน รวมเป็นเงิน 230,000 บาท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาและเสริมสร้างศักยภาพของนิสิตที่มีความประพฤติดีและขาดแคลนทุนทรัพย์

กองกิจการนิสิต มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัดสัมภาษณ์นิสิตที่สมัครขอทุนการศึกษา เพื่อคัดเลือกผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมและพร้อมที่จะนำความรู้ไปพัฒนาตนเองและชุมชนอย่างยั่งยืน

การสัมภาษณ์ดำเนินการโดยคณะกรรมการสมาคมนิสิตเก่ามหาวิทยาลัยนเรศวร นำโดย นางจิตมากร รอบบรรเจิด นายกสมาคม พร้อมด้วยกรรมการสมาคมฯ ซึ่งได้ประเมินความสามารถ ความประพฤติ และความจำเป็นทางการเงินของนิสิตแต่ละคนอย่างรอบคอบ

นิสิตที่ได้รับการคัดเลือกทั้ง 46 คน จะได้รับทุนการศึกษาทุนละ 5,000 บาท ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญในการสนับสนุนการเรียนรู้และพัฒนาทักษะด้านวิชาการ ส่งผลให้สามารถดำเนินชีวิตและการศึกษาต่อไปได้อย่างมั่นคง

การมอบทุนการศึกษานี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดภาระทางการเงินของนิสิต แต่ยังสร้างแรงจูงใจให้เกิดการตั้งใจเรียนและพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อสามารถมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนและสังคมในระยะยาว

นอกจากนี้ กิจกรรมดังกล่าวยังสะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยและสมาคมนิสิตเก่า ในการส่งเสริมการศึกษาและสร้างเครือข่ายการสนับสนุนที่เข้มแข็ง เป็นการเชื่อมโยงทรัพยากรและองค์ความรู้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม

งานสัมภาษณ์และมอบทุนการศึกษาดังกล่าวจัดขึ้น ณ ห้องขวัญเมือง 2 อาคารขวัญเมือง มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยเป็นตัวอย่างของการพัฒนาศักยภาพนิสิตและสนับสนุนการเข้าถึงการศึกษาที่เท่าเทียมและยั่งยืน

คณะสังคมศาสตร์ ม.นเรศวร ผนึกกำลังภาคีเครือข่าย พัฒนากิจกรรมเสริมสร้างศักยภาพผู้พิการ

คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้เริ่มต้นโครงการ เสริมสร้างศักยภาพผู้พิการ ภายใต้พันธกิจการพัฒนาเชิงพื้นที่ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างสังคมที่เสมอภาคและยั่งยืน ผ่านการบูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน กิจกรรมดังกล่าวถือเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาและอาชีพสำหรับคนพิการในจังหวัดพิษณุโลก

ในช่วงเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน รองศาสตราจารย์ ดร.พิษนุ อภิสมาจารโยธิน รองคณบดีฝ่ายแผนและยุทธศาสตร์เพื่อสังคม ได้เข้าพบ นางอรนุช ชัยชาญ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพิษณุโลก และนางพิชญา ศรีสวัสดิ์ ผู้อำนวยการศูนย์บริการคนพิการจังหวัดพิษณุโลก การหารือครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจข้อมูลเบื้องต้นและแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนากิจกรรมสำหรับคนพิการ ถือเป็นก้าวแรกของการสร้างเครือข่ายที่เข้มแข็งเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาสังคมในเชิงรูปธรรม

นอกจากนี้ ยังได้เข้าพบกับนายอรรถพล ขาวแจ่ม นายกสมาคมคนพิการจังหวัดพิษณุโลก และคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ เพื่อหารือประเด็นความต้องการที่แท้จริงของคนพิการในพื้นที่ การพูดคุยดังกล่าวช่วยสะท้อนมิติของปัญหาและโอกาสในการพัฒนา ทั้งด้านการศึกษา การมีงานทำ และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ในเดือนกรกฎาคม รองศาสตราจารย์ ดร.พิษนุ อภิสมาจารโยธิน ได้ขยายวงหารือไปยังหน่วยงานด้านแรงงานและการปกครองท้องถิ่น ได้แก่ นายพงษ์ศักดิ์ ศรีนามนต์ จัดหางานจังหวัดพิษณุโลก นางปรางค์มาศ ศรีรัตนะ กลุ่มงานส่งเสริมการมีงานทำ นายวิวัฒน์ เหลืองตระกูล นักวิชาการแรงงาน ตลอดจน นายธวัช สิงหเดช นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าโพธิ์ และนายสมภพ ขวัญเงิน ผู้อำนวยการกองสวัสดิการสังคม การประชุมดังกล่าวเป็นการวางแนวทางการดำเนินกิจกรรมที่เน้นการส่งเสริมศักยภาพอาชีพและการศึกษาแบบครอบคลุม (Inclusive Education)

ความร่วมมือในครั้งนี้แสดงถึงความมุ่งมั่นของคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ที่จะผลักดันให้คนพิการได้รับการพัฒนาอย่างรอบด้าน ทั้งด้านการศึกษา การประกอบอาชีพ และการมีส่วนร่วมในสังคมอย่างเท่าเทียม การบูรณาการกับภาคีเครือข่ายถือเป็นการเสริมพลังเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน

กิจกรรมที่ดำเนินการจะเน้นการพัฒนาความรู้และทักษะที่เหมาะสมกับบริบทของคนพิการในพื้นที่ เพื่อให้สามารถนำไปใช้สร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิต การดำเนินการดังกล่าวยังเป็นการต่อยอดความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย หน่วยงานท้องถิ่น และองค์กรภาคประชาชนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

การพัฒนาสังคมที่ยั่งยืนจำเป็นต้องเกิดจากการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน คณะสังคมศาสตร์จึงให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของคนพิการ ครอบครัว และชุมชน ผ่านกิจกรรมที่หลากหลายและเข้าถึงได้จริง ซึ่งไม่เพียงช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต แต่ยังเป็นการสร้างสังคมที่ให้ความสำคัญกับศักดิ์ศรีและศักยภาพของทุกคน

คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ยังคงยืนยันเจตนารมณ์ในการขับเคลื่อนการพัฒนาสังคมที่เสมอภาค โดยใช้ความร่วมมือเชิงเครือข่ายเป็นเครื่องมือสำคัญ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง ตลอดจนสร้างแรงบันดาลใจและความหวังให้แก่คนพิการในจังหวัดพิษณุโลกและพื้นที่อื่น ๆ ทั่วประเทศ

มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดการประชุมวิชาการระดับชาติ “นเรศวรวิจัยและนวัตกรรม” ครั้งที่ 20

วันพฤหัสบดีที่ 11 กรกฎาคม 2567 มหาวิทยาลัยนเรศวรได้จัดการประชุมวิชาการระดับชาติ “นเรศวรวิจัยและนวัตกรรม” ครั้งที่ 20 ภายใต้หัวข้อ Innovation & Technology for Sustainable Society ณ อาคารศูนย์แสดงนิทรรศการและการจัดประชุมนานาชาติ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช (KNECC) มหาวิทยาลัยนเรศวร

การประชุมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานเปิดการประชุม พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวต้อนรับ และ ศาสตราจารย์ ดร.เภสัชกรหญิงกรกนก อิงคนินันท์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม กล่าวรายงานการจัดงาน

ตลอดการประชุม มีการนำเสนอผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่ครอบคลุมหลายสาขา ทั้งวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิศวกรรมศาสตร์ เกษตรกรรม ดิจิทัล และสังคมศาสตร์ โดยมีผู้เข้าร่วมจากหลากหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน นักวิชาการ นักวิจัย และนิสิตนักศึกษาจากทั่วประเทศ

นอกจากการนำเสนอผลงานในรูปแบบ Oral และ Poster Presentation แล้ว ยังมีการจัดแสดงนิทรรศการและออกบูธจากหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อสื่อสารองค์ความรู้และนวัตกรรมไปสู่สาธารณชน สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย หน่วยงานรัฐ เอกชน และชุมชนวิชาการ

การประชุม “นเรศวรวิจัยและนวัตกรรม” ครั้งที่ 20 ยังเป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้นักวิจัยรุ่นใหม่ได้เรียนรู้และแสดงศักยภาพ ผ่านการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้ทรงคุณวุฒิทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ สอดคล้องกับการ ส่งเสริมด้านการวิจัยและนวัตกรรม เพื่อตอบโจทย์สังคมและเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลง

การประชุมครั้งนี้ไม่เพียงช่วยยกระดับคุณภาพงานวิจัย แต่ยังสร้างเครือข่ายความร่วมมือในระดับสากล เชื่อมโยงองค์ความรู้ไปสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์และเชิงสังคม ซึ่งจะช่วยผลักดันให้มหาวิทยาลัยนเรศวรและพันธมิตรทางวิชาการ ก้าวสู่การเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin