ม.นเรศวร มอบทุนขับขี่ปลอดภัย ส่งเสริมวินัยจราจรในรั้วมหาวิทยาลัย

วันพุธที่ 12 พฤศจิกายน 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร ประกาศรายชื่อผู้ได้รับ “ทุนขับขี่ปลอดภัย” ประจำเดือนพฤศจิกายน 2568 ภายใต้กิจกรรม “ขับขี่ปลอดภัย แค่ใส่หมวกกันน็อก = เท่ + ปลอดภัย + มีลุ้นรับรางวัล” เพื่อยกย่องนิสิตต้นแบบที่สวมหมวกกันน็อกและปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างมีวินัย

กิจกรรมดังกล่าวมุ่งสร้างความตระหนักรู้ให้แก่นิสิตว่า การสวมหมวกกันน็อกทุกครั้งที่ขับขี่เป็นการป้องกันความสูญเสีย และเป็นความรับผิดชอบต่อตนเอง เพื่อนร่วมทาง และส่วนรวม

ผู้ได้รับทุนขับขี่ปลอดภัย จำนวน 4 รางวัล รางวัลละ 500 บาท ได้แก่ รถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน 1 กถ 8663 เพชรบูรณ์, 8 กฐ 260 กรุงเทพมหานคร, 2 กฮ 2475 อุบลราชธานี และ 1 กณ 1119 พิจิตร

ผู้ได้รับรางวัลสามารถติดต่อรับทุนได้ ณ งานพัฒนานิสิต กองกิจการนิสิต อาคารขวัญเมือง ตั้งแต่วันที่ประกาศผลถึงวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 โดยจัดเตรียมสำเนาบัตรประชาชน สำเนาบัตรนิสิตหรือเอกสารลงทะเบียนเรียน และสำเนาหน้าบัญชีธนาคารที่เป็นชื่อตนเอง พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง

การมอบทุนเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างแรงจูงใจเชิงบวก เพื่อสนับสนุนให้นิสิตปฏิบัติตนตามหลักความปลอดภัยบนท้องถนนอย่างต่อเนื่อง และร่วมกันสร้างวัฒนธรรมการเดินทางที่เคารพกฎจราจร

มหาวิทยาลัยนเรศวร ส่งเสริมการขับขี่ปลอดภัย เน้นรณรงค์เชิงรุก ผ่านการสื่อสารและกิจกรรมที่เข้าถึงนิสิต เพื่อให้การสวมหมวกกันน็อกเป็นพฤติกรรมปกติในการใช้รถจักรยานยนต์ภายในมหาวิทยาลัย

การมีวินัยจราจรและขับขี่ด้วยความระมัดระวังช่วยลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ สร้างความปลอดภัยแก่ผู้ใช้ถนนทุกคน และสนับสนุนสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่น่าอยู่และยั่งยืน

ม.นเรศวร เร่งจัดเตรียมชุดยาจำเป็นผ่านโครงการ PharmaSea Project ส่งช่วยผู้ประสบอุทกภัยหาดใหญ่

วันอังคารที่ 25 พฤศจิกายน 2568 คณาจารย์ บุคลากร และนิสิตคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกันคัดแยกและจัดเตรียมยาจำเป็น ภายใต้ โครงการจัดการยาเหลือใช้ (PharmaSea Project) เพื่อส่งมอบให้ผู้ประสบอุทกภัยในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยการดำเนินงานครั้งนี้มุ่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้สามารถเข้าถึงยาที่จำเป็นได้อย่างทันท่วงที พร้อมส่งเสริมการใช้ทรัพยากรทางการแพทย์อย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เภสัชกรดำรงศักดิ์ เป๊กทอง อาจารย์ประจำภาควิชาเภสัชกรรมปฏิบัติ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เปิดเผยว่า โครงการได้ประสานข้อมูลกับทีมแพทย์ พยาบาล และหน่วยงานที่ดูแลผู้ประสบภัยในพื้นที่ เพื่อประเมินความต้องการด้านยาและเวชภัณฑ์ก่อนดำเนินการจัดส่ง โดยยาที่มีความจำเป็นเร่งด่วน ได้แก่ ยากันน้ำกัดเท้า เบตาดีน แอลกอฮอล์ และผงเกลือแร่ รวมถึงยาประจำตัวของผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่จำเป็นต้องใช้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้ที่พักอาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงและไม่สามารถเดินทางกลับบ้านหรือเข้ารับบริการที่โรงพยาบาลได้

การจัดเตรียมยาในครั้งนี้เป็นการนำ ยาเหลือใช้ที่ผ่านการคัดแยกและตรวจสอบคุณภาพ มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยดำเนินการภายใต้หลักการบริหารจัดการยาอย่างถูกต้องและปลอดภัย ช่วยให้ทรัพยากรทางการแพทย์ที่ยังสามารถใช้งานได้ถูกส่งต่อไปยังผู้ที่มีความจำเป็น ลดการสูญเสียทรัพยากร และลดปริมาณของเสียที่อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ตลอดระยะเวลากว่า 5 ปี โครงการ PharmaSea Project ได้ดำเนินการรวบรวมยาเหลือใช้จากประชาชนและหน่วยงานต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ผ่าน 3 ช่องทางหลัก ได้แก่ การรับบริจาคจากประชาชน การลงพื้นที่เก็บยาในชุมชนเพื่อสร้างความรู้ด้านการจัดการยาเหลือใช้ และการติดตั้งกล่องรับบริจาคตามโรงพยาบาล ก่อนนำยามาคัดแยก ตรวจสอบ และจัดเตรียมสำหรับส่งต่อไปยังพื้นที่ที่ขาดแคลนยาและเวชภัณฑ์

ที่ผ่านมา โครงการได้ส่งมอบยาไปช่วยเหลือโรงพยาบาลชายแดน ศูนย์อพยพ และพื้นที่ที่ประสบเหตุภัยพิบัติหลายแห่ง ความพร้อมของคลังยาที่ได้รับการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ ทำให้สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็ว เมื่อเกิดเหตุอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ คณะเภสัชศาสตร์จึงสามารถจัดเตรียมยาและประสานการส่งมอบให้ตรงกับความต้องการของผู้ประสบภัยได้ในเวลาอันรวดเร็ว

การดำเนินงานของโครงการสะท้อนถึง ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย บุคลากรทางการแพทย์ หน่วยงานภาครัฐ จิตอาสา และประชาชน ในการบริหารจัดการยาเหลือใช้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งสนับสนุนการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพของผู้ประสบภัย ลดการสูญเสียทรัพยากรทางการแพทย์ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือเพื่อช่วยเหลือสังคมในสถานการณ์วิกฤติ

คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ขอเชิญชวนประชาชนร่วม ส่งต่อพลังแห่งการแบ่งปัน ด้วยการบริจาคยาเหลือใช้ผ่าน โครงการ PharmaSea Project เพื่อรวบรวม คัดแยก และส่งต่อให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยและพื้นที่ขาดแคลนทั่วประเทศ โดยทุกการบริจาคมีส่วนช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงยาที่จำเป็น ลดการสูญเสียทรัพยากร และสร้างระบบการใช้ทรัพยากรทางการแพทย์ที่เกิดประโยชน์ต่อสังคมอย่างยั่งยืน

ผู้สนใจสามารถบริจาคยาเหลือใช้ได้ที่
โครงการ PharmaSea Project (รับบริจาคยาเหลือใช้)
คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
ตำบลท่าโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก 65000
โทรศัพท์ 0 5596 3747

ม.นเรศวร ขับเคลื่อนต้นแบบการระวังสุขภาพจิตในสถานศึกษา สร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับนิสิต

วันอาทิตย์ที่ 16 พฤศจิกายน 2568 คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดโครงการ “สุขเสลา: ต้นแบบการระวังสุขภาพจิตในสถานศึกษา” ณ ห้อง PHL 203 อาคารปฏิบัติการ เพื่อร่วมสร้างสังคมการศึกษาที่ใส่ใจสุขภาพจิต และสนับสนุนการดูแลนิสิตอย่างเหมาะสม

โครงการมุ่งสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับสุขภาพใจในชีวิตประจำวัน เปิดโอกาสให้นิสิตได้เรียนรู้การสังเกตอารมณ์ ความคิด และความรู้สึกของตนเอง รวมทั้งตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาวะใจควบคู่กับการเรียนและการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัย

กิจกรรมภายในโครงการได้รับการออกแบบ เพื่อเสริมสร้างการตระหนักรู้ด้านสุขภาพใจ ผ่านรูปแบบการเรียนรู้ที่เข้าถึงได้ง่ายและเป็นมิตร ช่วยให้นิสิตสามารถทบทวนตนเอง แลกเปลี่ยนมุมมอง และเห็นแนวทางดูแลใจของตนในสถานการณ์ต่าง ๆ

กิจกรรม “สำรวจใจผ่านปลายปากกา” เป็นกิจกรรมสำคัญที่เปิดพื้นที่ให้นิสิตได้ถ่ายทอดและทบทวนความคิดความรู้สึกผ่านการเขียน ภายใต้บรรยากาศที่ปลอดภัย เป็นกันเอง และเคารพความแตกต่างของแต่ละบุคคล

การมีพื้นที่ให้ผู้เรียนได้สื่อสารกับตนเองอย่างสร้างสรรค์ ช่วยส่งเสริมทักษะการรู้เท่าทันอารมณ์ การจัดการความรู้สึก และการขอความช่วยเหลือเมื่อจำเป็น อันเป็นพื้นฐานสำคัญของการใช้ชีวิตและการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ

โครงการดังกล่าวสะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยในการสร้าง สภาพแวดล้อมการศึกษาที่ปลอดภัยและเอื้อต่อสุขภาวะ โดยให้ความสำคัญกับการป้องกัน การเฝ้าระวัง และการดูแลสุขภาพจิตของนิสิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทุกคนสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงทั้งด้านการศึกษาและชีวิตส่วนตัว

การขับเคลื่อนกิจกรรมด้านสุขภาพจิตเช่นนี้ช่วยเสริมความเข้มแข็งของชุมชนมหาวิทยาลัย ส่งเสริมความเข้าใจ ความเอื้ออาทร และการอยู่ร่วมกันอย่างเคารพซึ่งกันและกัน นำไปสู่สังคมการศึกษาที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และน่าอยู่สำหรับทุกคน

ม.นเรศวร คว้ารางวัล 5 ดาว AUN-HPN ก้าวสู่ผู้นำมหาวิทยาลัยสร้างเสริมสุขภาพอาเซียน

วันพุธที่ 27 พฤศจิกายน 2568 รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร เข้ารับมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ “มหาวิทยาลัยอาเซียนด้านการสร้างเสริมสุขภาพ ระดับ 5 ดาว” จากเครือข่ายมหาวิทยาลัยสร้างเสริมสุขภาพแห่งอาเซียน (AUN-HPN) ซึ่งเป็นผลสำเร็จสำคัญที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการพัฒนาสภาพแวดล้อม ระบบสนับสนุน และการบริหารจัดการสุขภาวะให้มีประสิทธิภาพตามมาตรฐาน Healthy University Rating System (HURS) อันเป็นกรอบการประเมินที่ส่งเสริมให้สถาบันอุดมศึกษาพัฒนาศักยภาพด้านสุขภาวะอย่างยั่งยืน

รางวัลระดับ 5 ดาวดังกล่าวเป็นหลักฐานที่แสดงถึงความก้าวหน้าของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการขับเคลื่อนแนวทางสร้างเสริมสุขภาพเชิงระบบ โดยคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของบุคลากร นิสิต และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกระดับ ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การออกแบบบริการสนับสนุนสุขภาวะ และการขยายระบบบริหารจัดการที่เอื้อต่อคุณภาพชีวิตของสมาชิกในมหาวิทยาลัย ซึ่งล้วนเป็นองค์ประกอบที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี

พิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณจัดขึ้นโดยมีศาสตราจารย์ ดร.ฉัตรเฉลิม อิศรางกูร ณ อยุธยา ประธานคณะทำงานระบบ HURS เป็นผู้มอบรางวัล โดยในปี 2568 มีเพียง 4 มหาวิทยาลัยไทยที่ได้รับการประเมินในระดับสูงสุด 5 ดาว ได้แก่ มหาวิทยาลัยนเรศวร มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งของระบบอุดมศึกษาไทยในการขับเคลื่อนประเด็นสุขภาวะและความยั่งยืนในระดับภูมิภาค

การได้รับรางวัลในครั้งนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการบูรณาการแนวคิดการสร้างเสริมสุขภาพกับการบริหารจัดการมหาวิทยาลัยอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะการส่งเสริมสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาวะ การบริหารจัดการความปลอดภัย การเข้าถึงบริการสุขภาพ และการพัฒนาทักษะด้านสุขภาวะสำหรับนิสิตและบุคลากร ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของมหาวิทยาลัยสุขภาวะแบบยั่งยืน

นอกจากการเข้ารับรางวัลแล้ว รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี ยังได้รับเชิญให้นำเสนอแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practices) ในเวทีเสวนานานาชาติของ AUN-HPN ในหัวข้อ “Sharing Best Practices among Healthy Universities Participating in HURS” ณ Hilton Manila Newport World Resorts สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ การนำเสนอในครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญในการเผยแพร่ประสบการณ์ของมหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ร่วมกับมหาวิทยาลัยในภูมิภาคอาเซียน เพื่อยกระดับการพัฒนามหาวิทยาลัยสุขภาวะในเชิงร่วมมือ

การได้รับเชิญในฐานะวิทยากรระดับนานาชาติ แสดงให้เห็นถึงการยอมรับในศักยภาพของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการเป็นต้นแบบด้านการสร้างเสริมสุขภาพ ตลอดจนการสร้างเวทีการเรียนรู้ร่วมกันกับมหาวิทยาลัยพันธมิตรในอาเซียน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ในระดับภูมิภาค และสอดคล้องกับเป้าหมายด้านการสร้างความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

ความสำเร็จที่เกิดขึ้นทั้งในระดับการประเมินและการเผยแพร่แนวปฏิบัติที่เป็นเลิศในต่างประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการพัฒนานโยบาย โครงสร้างพื้นฐาน และระบบบริหารจัดการที่สนับสนุนสุขภาวะอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งยืนยันบทบาทของมหาวิทยาลัยในฐานะสถาบันที่ให้ความสำคัญต่อสุขภาวะของทุกคน และการสร้างความร่วมมือทางวิชาการที่เข้มแข็งเพื่อผลักดันการพัฒนาในระดับภูมิภาค

ความก้าวหน้าดังกล่าวเป็นแรงขับเคลื่อนที่จะช่วยให้มหาวิทยาลัยนเรศวรสามารถต่อยอดแนวทางการพัฒนามหาวิทยาลัยสุขภาวะแบบองค์รวมให้มีความยั่งยืนยิ่งขึ้น ผ่านการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานภายในและพันธมิตรภายนอก พร้อมขยายผลสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของนิสิต บุคลากร และชุมชนโดยรอบอย่างเป็นรูปธรรม

ม.นเรศวร ร่วมประชุมวิชาการ APACPH ครั้งที่ 56 ณ เชียงราย แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระดับนานาชาติ

ระหว่างวันที่ 5–7 พฤศจิกายน 2568 คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เข้าร่วมงานประชุมวิชาการระดับนานาชาติ The 56th Asia Pacific Academic Consortium for Public Health Conference (APACPH) ซึ่งจัดขึ้น ณ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย

การเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.นิทรา กิจธีระวุฒิวงษ์ คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร คณาจารย์ และนิสิตของคณะฯ ซึ่งได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเวทีวิชาการระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

ตัวแทนจาก มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้เข้าร่วมฟังการบรรยาย แลกเปลี่ยนประสบการณ์ รวมถึงได้รับเกียรติให้ร่วมเป็นกรรมการตัดสินผลงานวิจัยที่นำเสนอภายในงาน ซึ่งถือเป็นการแสดงศักยภาพทางวิชาการและบทบาทผู้นำด้านสาธารณสุขในระดับนานาชาติ

การประชุม APACPH ครั้งที่ 56 จัดขึ้นภายใต้หัวข้อหลัก “Public Health Challenges in a Disruptive World” โดยได้รับความสนใจอย่างคับคั่ง มีผู้เชี่ยวชาญ นักวิจัย และผู้แทนจากสถาบันการศึกษา รวมไปถึงองค์กรภาครัฐและเอกชนที่ดำเนินงานด้านสาธารณสุขเข้าร่วมกว่า 600 คน จากทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

เวทีนี้นับเป็นโอกาสสำคัญยิ่งในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ที่ทันสมัย นำเสนอผลงานวิจัยนวัตกรรม และหารือแนวทางในการพัฒนาระบบสุขภาพอย่างยั่งยืน เพื่อรับมือกับความท้าทายด้านสาธารณสุขในยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และมุ่งเน้นการส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน

การเข้าร่วมประชุมของคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นการตอกย้ำพันธกิจด้านการสร้างเครือข่ายวิชาการและการวิจัยระดับนานาชาติ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความร่วมมือด้าน Global Health และผนึกกำลังภาคีเครือข่ายในการขับเคลื่อนงานด้านสาธารณสุขสู่อนาคต

มหาวิทยาลัยนเรศวรยังคงมุ่งมั่นที่จะนำองค์ความรู้และเครือข่ายความร่วมมือที่ได้รับ มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา การวิจัย และการบริการวิชาการ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาวะที่ดีอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ควบคู่ไปกับการสร้างความเข้มแข็งให้แก่ระบบสาธารณสุขทั้งในระดับประเทศและระดับสากลต่อไป

ม.นเรศวร โชว์นวัตกรรม “มีตาพยากรณ์โรค” ในงานวันเบาหวานโลก 2025 มุ่งสร้างสังคมสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

วันอาทิตย์ที่ 9 พฤศจิกายน 2568 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยงานบริการปฐมภูมิและสร้างเสริมสุขภาพ เข้าร่วมกิจกรรม “วันเบาหวานโลก 2025 (World Diabetes Day 2025)” ณ ชั้น 1 และ ชั้น 9 อาคาร Siam Scape ภายใต้แนวคิด “Diabetes & Well-being in the Workplace – ทำงานสุข ลดทุกความเสี่ยง สุขภาพดีเริ่มที่ทำงาน” จัดโดยสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ ร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน อาทิ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

กิจกรรมภายในงานมุ่งเน้นการส่งเสริมสุขภาพและการมีภาวะความเป็นอยู่ที่ดี (Well-being) ในสถานที่ทำงาน โดยมีกิจกรรมที่หลากหลาย ประกอบด้วยการเสวนาทางวิชาการ การแนะนำเมนูอาหารสุขภาพ กิจกรรมออกกำลังกาย และนิทรรศการตรวจสุขภาพเบื้องต้น พร้อมให้ความรู้ในการดูแลตนเองเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

ในโอกาสนี้ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร ได้นำนวัตกรรม “มีตาพยากรณ์โรค” (Mee-Ta Predictive Health) ซึ่งเป็น Web Application สำหรับประเมินและพยากรณ์ความเสี่ยงด้านสุขภาพ มาร่วมจัดแสดงและแลกเปลี่ยนในเวทีเสวนา ซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากผู้เข้าร่วมงานและหน่วยงานภาคีเครือข่าย

การนำเสนอนวัตกรรมดังกล่าว สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ที่มุ่งมั่นในการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อสร้าง “สังคมสุขภาพดีอย่างยั่งยืน” โดยเริ่มต้นจากการดูแลสุขภาพของบุคลากรภายในองค์กร เพื่อเป็นต้นแบบและขยายผลความรู้ไปสู่ระดับชุมชนและสังคมในวงกว้าง

สำหรับนวัตกรรม “มีตาพยากรณ์โรค” ถือเป็นต้นแบบนวัตกรรมด้านสุขภาพที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง ได้รับการันตีด้วยรางวัลระดับประเทศ อาทิ รางวัล Healthy Organization Award ประเภทนวัตกรรมการสร้างเสริมสุขภาพ ระดับยอดเยี่ยม และ รางวัล Top Performance 2024 จากเครือข่ายคนไทยไร้พุง และ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ซึ่งแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของเครื่องมือในการส่งเสริมสุขภาพเชิงรุก

ความสำเร็จของนวัตกรรมนี้ ยังปรากฏให้เห็นจากการที่หลายหน่วยงานได้นำไปต่อยอดและใช้งานจริงจนถึงปัจจุบัน ถือเป็นก้าวสำคัญในการสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคอย่างเป็นรูปธรรม โดยอาศัยเทคโนโลยีดิจิทัลมาเป็นเครื่องมือช่วยในการตัดสินใจและวางแผนดูแลสุขภาพ

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ขอขอบคุณสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ ที่ให้โอกาสและมอบพื้นที่ในการเผยแพร่นวัตกรรม “มีตาพยากรณ์โรค” เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการผนึกกำลังระหว่างองค์กรภาคีเครือข่าย ในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ สังคมสุขภาพดีอย่างยั่งยืน ต่อไป

ม.นเรศวร นำเสนอนวัตกรรมชุดสอนแปรงฟันสำหรับผู้บกพร่องทางการมองเห็น

วันอาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน 2568 คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร นำผลงานอนุสิทธิบัตร “ชุดสอนแปรงฟันสำหรับผู้บกพร่องทางการมองเห็น” เข้าร่วมจัดแสดงในงานการประชุมสามัญที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย และสมาคมที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 5/2568 ณ ศูนย์แสดงนิทรรศการและการจัดประชุมสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (KNECC) มหาวิทยาลัยนเรศวร

ผลงานดังกล่าวเป็นผลงานของผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ทันตแพทย์หญิงประวีณา โสภาพรอมร คณะทันตแพทยศาสตร์ ร่วมกับว่าที่ร้อยตรีธานี โกสุม คณะวิศวกรรมศาสตร์ สะท้อนการบูรณาการองค์ความรู้ด้านทันตแพทยศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์เพื่อพัฒนาสื่อการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้

ชุดสอนแปรงฟันสำหรับผู้บกพร่องทางการมองเห็น ได้รับการออกแบบเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ทักษะการดูแลสุขภาพช่องปากให้เหมาะกับผู้มีข้อจำกัดด้านการมองเห็น ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเรียนรู้และฝึกปฏิบัติการแปรงฟันได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น

การดูแลช่องปากอย่างถูกวิธีเป็นพื้นฐานสำคัญของสุขภาพโดยรวม นวัตกรรมนี้จึงมีส่วนช่วยให้ผู้บกพร่องทางการมองเห็นเข้าถึงองค์ความรู้ด้านสุขภาพที่จำเป็นได้อย่างเหมาะสม และสนับสนุนการดูแลตนเองในชีวิตประจำวัน

การนำผลงานมาจัดแสดงในเวทีระดับประเทศเปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างสถาบันการศึกษา หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้สนใจ อันจะนำไปสู่การต่อยอดการใช้ประโยชน์จากผลงานวิจัยเพื่อสังคมในวงกว้าง

ผลงานนี้ยังแสดงถึงความสำคัญของการออกแบบนวัตกรรมที่คำนึงถึงความแตกต่างของผู้ใช้ ลดข้อจำกัดในการเข้าถึงข้อมูลและบริการด้านสุขภาพ และสร้างโอกาสให้ทุกคนได้รับการดูแลสุขภาพช่องปากอย่างเท่าเทียม

คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร มุ่งขับเคลื่อน นวัตกรรมสู่สังคม เพื่อส่งเสริมสุขภาพช่องปากอย่างทั่วถึง และสนับสนุนสังคมที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ผ่านการพัฒนานวัตกรรมที่นำไปใช้ประโยชน์ได้จริง

ม.นเรศวร พัฒนาผู้ประกอบการร้านค้า ส่งเสริมอาหารปลอดภัย ใส่ใจโภชนาการและการจัดการอย่างยั่งยืน

วันพฤหัสบดีที่ 13 พฤศจิกายน 2568 กองกิจการนิสิต มหาวิทยาลัยนเรศวร จัด โครงการพัฒนาผู้ประกอบการร้านค้า เพื่อเพิ่มพูนความรู้แก่ผู้ประกอบการอาหารและผู้สัมผัสอาหารภายในมหาวิทยาลัย โดยจัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการระหว่างวันที่ 13–14 พฤศจิกายน 2568 ณ ห้องประชุมขวัญเมือง 2 และบริเวณโถงอาคารขวัญเมือง ชั้น 2 มหาวิทยาลัยนเรศวร มุ่งพัฒนามาตรฐานร้านค้าให้ถูกสุขลักษณะ พร้อมส่งเสริมการให้บริการอาหารที่คำนึงถึงสุขภาพของผู้บริโภคและการใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ

การอบรมได้รับความอนุเคราะห์จาก ทีมวิทยากรสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก ร่วมถ่ายทอดความรู้ด้านสุขาภิบาลอาหาร โดยเน้นแนวปฏิบัติในการเตรียม การปรุง และการเก็บรักษาอาหารสำหรับผู้ประกอบการและผู้สัมผัสอาหาร ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับหน่วยงานสาธารณสุขช่วยเชื่อมโยงหลักวิชาการกับการดำเนินงานของร้านค้า เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำความรู้ไปปรับปรุงการให้บริการได้อย่างเหมาะสม

ความปลอดภัยด้านอาหาร เป็นพื้นฐานสำคัญของการดูแลสุขภาพนิสิตและบุคลากร การจัดการร้านค้าอย่างถูกสุขลักษณะจึงต้องครอบคลุมตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบ การดูแลพื้นที่เตรียมอาหาร ภาชนะและอุปกรณ์ ไปจนถึงสุขลักษณะของผู้ปฏิบัติงาน การใส่ใจในแต่ละขั้นตอนช่วยลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อน และสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคที่ใช้บริการร้านค้าภายในมหาวิทยาลัยเป็นประจำ

ควบคู่กับสุขาภิบาลอาหาร การพัฒนาร้านค้ายังให้ความสำคัญกับ หลักโภชนาการและการแนะนำด้านโภชนาการตามแนวทาง “ลดหวาน ลดมัน ลดเค็ม” ผู้ประกอบการสามารถปรับปริมาณน้ำตาล น้ำมัน และเครื่องปรุงรสเค็มให้เหมาะสม พร้อมเพิ่มทางเลือกของเมนูที่มีผักและวัตถุดิบหลากหลาย การพัฒนาเมนูโดยคำนึงถึงคุณค่าทางโภชนาการช่วยให้นิสิตและบุคลากรเข้าถึงอาหารที่ดีต่อสุขภาพ และเลือกบริโภคได้เหมาะกับความต้องการของตน

เนื้อหาการอบรมยังครอบคลุม การจัดหาอาหารและวัตถุดิบด้วยความรับผิดชอบ รวมถึงแนวทางการจัดซื้อจัดจ้างที่ยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพวัตถุดิบและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า การวางแผนจัดซื้อให้สอดคล้องกับปริมาณการจำหน่าย การเก็บรักษาอย่างเหมาะสม และการใช้วัตถุดิบให้เกิดประโยชน์ เป็นแนวทางที่ผู้ประกอบการนำไปปรับใช้เพื่อลดการสูญเสียอาหารและบริหารต้นทุนของร้านค้าได้

การบริหารร้านค้าอย่างยั่งยืนยังครอบคลุม การปฏิบัติต่อคนงานอย่างเท่าเทียมและความปลอดภัยในการทำงาน ตลอดจนการพิจารณาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสังคม การดูแลผู้ปฏิบัติงานควบคู่กับการจัดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมช่วยให้การพัฒนาร้านค้าคำนึงถึงทั้งผู้ให้บริการและผู้บริโภค ขณะที่การจัดการทรัพยากรอย่างรอบคอบเป็นส่วนหนึ่งของการลดผลกระทบจากการดำเนินงานต่อพื้นที่โดยรอบ

โครงการครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการ ส่งเสริมสวัสดิภาพนิสิตและพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ ผ่านความร่วมมือระหว่างกองกิจการนิสิต หน่วยงานสาธารณสุข และผู้ประกอบการ การนำความรู้ไปใช้ในการดำเนินงานประจำวันจะช่วยพัฒนาร้านค้าให้มีมาตรฐาน ทั้งด้านความสะอาด ความปลอดภัย โภชนาการ และการจัดการทรัพยากร เพื่อให้ประชาคมมหาวิทยาลัยเข้าถึงอาหารที่มีคุณภาพ พร้อมส่งเสริมการบริโภคที่รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

ม.นเรศวร เดินหน้ารณรงค์สังคมปลอดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ผ่านกิจกรรม NU Playground Event เพื่อเสริมสร้างสุขภาวะและความร่วมมืออย่างยั่งยืน

วันจันทร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร ในฐานะ สถาบันการศึกษาที่ให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน ได้จัดกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับ โทษของบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ภายในงาน NU Playground Event ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 17 – 19 พฤศจิกายน 2568 เวลา 17.00 – 21.00 น. เพื่อเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับ พิษภัยของการสูบบุหรี่ และสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชน โดยเฉพาะในกลุ่ม เยาวชนและนิสิต ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการเริ่มต้นใช้ผลิตภัณฑ์ยาสูบรูปแบบใหม่

มหาวิทยาลัยนเรศวรได้ประกาศจุดยืนในการ ต่อต้านการใช้บุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า รวมถึง คัดค้านข้อเสนอการยกเลิกการแบนบุหรี่ไฟฟ้า เนื่องจากอาจเพิ่มความเสี่ยงให้ประชาชน โดยเฉพาะเยาวชน เข้าถึงผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้ง่ายขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อ สุขภาพระยะยาว และขัดต่อเป้าหมายการลดปัจจัยเสี่ยงของโรคไม่ติดต่อร้ายแรง อาทิ โรคหัวใจ โรคปอด และโรคมะเร็ง

บุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าเป็น ปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ที่กระทบต่อสุขภาพของประชาชน แม้จะมีการนำเสนอว่าบุหรี่ไฟฟ้ามี ความปลอดภัยมากกว่า แต่ผลการวิจัยหลายชิ้นยืนยันว่าบุหรี่ไฟฟ้า มีสารเคมีอันตราย ที่ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ เพิ่มความเสี่ยงต่อ โรคมะเร็งปอด และสร้างการเสพติด โดยเฉพาะในกลุ่ม วัยรุ่น ซึ่งอยู่ในช่วงการพัฒนาทางร่างกายและสติปัญญา ทำให้บุหรี่ไฟฟ้าเป็น ภัยสุขภาพสมัยใหม่ ที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว

นอกเหนือจากผลกระทบต่อสุขภาพ การยกเลิกการแบนบุหรี่ไฟฟ้ายังอาจทำให้ภาระของระบบ สาธารณสุข เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากจะมีผู้ป่วยจากโรคที่ป้องกันได้เพิ่มสูงขึ้น มหาวิทยาลัยนเรศวรจึงย้ำถึงความจำเป็นในการ รักษามาตรการควบคุมยาสูบอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของผลิตภัณฑ์ยาสูบชนิดใหม่ในกลุ่มเยาวชน และเพื่อสนับสนุนการสร้าง สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ

การลดการบริโภคยาสูบจำเป็นอย่างยิ่งต้องอาศัย ความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน ภาคประชาสังคม สถาบันการศึกษา และประชาชนทั่วไป มหาวิทยาลัยนเรศวรได้ร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อผลักดัน มาตรการควบคุมยาสูบ และจัดกิจกรรม รณรงค์ให้ความรู้ ที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายหลากหลาย พร้อมทั้งส่งเสริมให้ประชาชนเข้าใจผลกระทบและความเสี่ยงจากผลิตภัณฑ์ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

หนึ่งในจุดเด่นของกิจกรรมภายใน NU Playground Event คือการมีส่วนร่วมของ นิสิตชมรมอาสา ซึ่งได้จัดบูธให้ความรู้ พูดคุย ชี้แจงข้อมูล และแจกสื่อความรู้เกี่ยวกับ พิษภัยของบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ให้แก่เยาวชนและประชาชนทั่วไป การมีส่วนร่วมของนิสิตช่วยเสริมสร้าง บทบาทพลเมือง วิชาการเพื่อสังคม และการพัฒนาทักษะการสื่อสารสาธารณะ ตลอดจนช่วยสร้าง เครือข่ายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยและชุมชน

กิจกรรมดังกล่าวยังสอดคล้องกับ นโยบายมหาวิทยาลัยที่มุ่งเป็นสถาบันตัวอย่างในการส่งเสริมสุขภาพ ผ่านการทำงานแบบบูรณาการ ทั้งการวิจัย งานวิชาการ การให้บริการสุขภาพ และการให้คำปรึกษาด้านการเลิกบุหรี่ การดำเนินการในลักษณะนี้เป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาสังคมที่ เข้มแข็ง ยั่งยืน และปราศจากปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดโรค

ม.นเรศวร พัฒนาศักยภาพทันตแพทย์ด้านการดูแลผู้มีภาวะนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับ

วันอังคารที่ 28 ตุลาคม 2568 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ทันตแพทย์หญิงจิตติมา พุ่มกลิ่น พร้อมด้วยอาจารย์ทันตแพทย์หญิงธัญญพัทธ์ อิงบุญมีสกุล จากโรงพยาบาลทันตกรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร เข้าร่วมการอบรมเพื่อปรับปรุงองค์ความรู้กับสมาคมโรคจากการหลับแห่งประเทศไทย ณ วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า

การอบรมจัดขึ้นในหัวข้อ “Better Breathing, Better Sleep with Oral Appliance Therapy” และการบรรยายพิเศษ “Beyond Smiles… Caring for Sleep” เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับบทบาทของทันตแพทย์ในการดูแลผู้มีปัญหาการนอนหลับ

เนื้อหาการอบรมมุ่งเน้นการดูแลผู้ที่มีภาวะนอนกรน และภาวะนอนกรนร่วมกับหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย หากไม่ได้รับการประเมินและดูแลอย่างเหมาะสม

องค์ความรู้สำคัญส่วนหนึ่งคือการใช้ Oral Appliance Therapy หรืออุปกรณ์ในช่องปากเพื่อช่วยปรับตำแหน่งขากรรไกรล่าง (Mandibular Advancement Device) ซึ่งเป็นแนวทางหนึ่งในการดูแลผู้ป่วยตามข้อบ่งชี้และดุลยพินิจของทีมผู้เชี่ยวชาญ

การดูแลผู้มีภาวะดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยการทำงานร่วมกันระหว่างทันตแพทย์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคจากการหลับ และบุคลากรสหสาขาวิชาชีพ เพื่อประเมิน วางแผน และติดตามผลการดูแลอย่างครอบคลุม

การเข้าร่วมอบรมครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของโรงพยาบาลทันตกรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร ในการพัฒนาความรู้และทักษะของบุคลากรอย่างต่อเนื่อง พร้อมนำองค์ความรู้ที่ได้รับมาประยุกต์ใช้ในการให้บริการแก่ประชาชนอย่างมีคุณภาพ

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin