ม.นเรศวร แถลงผลวิจัย “ข้าวพระองค์ขาว” นวัตกรรมข้าวสายพันธุ์ใหม่หนุนเกษตรกรสู่ความยั่งยืน
วันพฤหัสบดีที่ 1 พฤษภาคม 2568 ณ แปลงวิจัยการปรับปรุงพันธุ์ข้าว วิชชาลัยข้าวและชาวนา มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดงานแถลงข่าวผลการวิจัยและพัฒนา ข้าวสายพันธุ์ใหม่ ผลผลิตสูง ภายใต้ชื่อ “ข้าวพระองค์ขาว” เพื่อนำเสนอนวัตกรรมทางการเกษตรที่ตอบโจทย์ความต้องการของเกษตรกรและชุมชน
การแถลงข่าวในครั้งนี้นำโดย ดร.ภาวัช วิจารัตน์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์การเกษตร คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นนักวิจัยหลักของโครงการ โดยมี ผศ.ดร.อนุพงศ์ วงค์ตามี รองคณบดีฝ่ายโครงสร้างพื้นฐานและระบบนิเวศ และ รศ.ดร.รังสรรค์ เจริญสุข หัวหน้าภาควิชาวิทยาศาสตร์การเกษตร ร่วมให้การต้อนรับสื่อมวลชนและผู้เข้าร่วมงานอย่างอบอุ่น
สำหรับ ข้าวพระองค์ขาว ถือเป็นผลสำเร็จจากการบูรณาการองค์ความรู้และการพัฒนานวัตกรรมด้านการปรับปรุงพันธุ์พืช โดยเป็นการผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างข้าวหอมสุโขทัย 4 และปทุมธานี 1 การส่งเสริมการวิจัยในลักษณะนี้สะท้อนถึงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคการเกษตรไทยให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น
ลักษณะเด่นของข้าวสายพันธุ์ดังกล่าวคือ มีความสามารถในการแตกกอได้ดีเยี่ยม และให้ผลผลิตเฉลี่ยสูงถึง 900–1,000 กิโลกรัมต่อไร่ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการยกระดับความมั่นคงทางอาหาร ช่วยขจัดความหิวโหย และสนับสนุนให้ประชาชนสามารถเข้าถึงผลผลิตที่มีคุณภาพและมีโภชนาการที่เหมาะสม
นอกจากการเพิ่มปริมาณผลผลิตแล้ว งานวิจัยชิ้นนี้ยังมุ่งเน้นการส่งเสริมรูปแบบการผลิตที่ยั่งยืน การเลือกใช้สายพันธุ์พืชที่ผ่านการปรับปรุงให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม จะช่วยให้เกษตรกรสามารถบริหารจัดการทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่า ลดการใช้ปัจจัยการผลิตที่เกินความจำเป็น และนำไปสู่วิถีเกษตรกรรมที่รับผิดชอบต่อระบบนิเวศ
การกระจายพันธุ์ข้าวคุณภาพดีสู่ชุมชน จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกร ลดความเสี่ยงจากความผันผวนของผลผลิต และสร้างรากฐานที่มั่นคงให้แก่เศรษฐกิจระดับท้องถิ่น เพื่อให้ชุมชนเกษตรกรรมสามารถพึ่งพาตนเองและเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว
มหาวิทยาลัยนเรศวรยังคงเดินหน้าสนับสนุนงานวิจัยที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมอย่างต่อเนื่อง สำหรับเกษตรกรหรือหน่วยงานที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับพันธุ์ข้าวและการเพาะปลูก สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 09-2551-6262 เพื่อนำไปต่อยอดและขยายผลในพื้นที่ทางการเกษตรต่อไป
