ม.นเรศวร จัดงานสัมมนา Planetary Health มุ่งขยายเครือข่ายความร่วมมือเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน

วันจันทร์ที่ 14 กรกฎาคม 2568 คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดงานสัมมนาวิชาการ PHNU 2nd Planetary Health Seminar 2025 ภายใต้แนวคิด “From Public Health to Planetary Health: Bridging Science and Society for a Sustainable Future” หรือ “จากการสาธารณสุขสู่สุขภาพพิภพโลก: สะพานเชื่อมระหว่างวิทยาศาสตร์และสังคมเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน”

กิจกรรมทางวิชาการในครั้งนี้ได้เปิดมุมมองใหม่สู่การพัฒนาสุขภาพที่ครอบคลุมทั้งมนุษย์และโลกใบนี้ โดยมุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพการศึกษาและการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ที่จำเป็นในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและสุขภาวะของมวลมนุษยชาติ

ภายในงานเป็นการบูรณาการองค์ความรู้ข้ามศาสตร์อย่างแท้จริง โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรและผู้เข้าร่วมที่มาจากหลากหลายสาขาวิชาชีพ ทั้งด้านสาธารณสุข การออกแบบเมือง คณิตศาสตร์ ภูมิสารสนเทศ กฎหมายและการพัฒนาสังคม รวมถึงด้านสุขภาพโลกและสิ่งแวดล้อม เพื่อร่วมกันแลกเปลี่ยนทรรศนะและนำเสนอทางออกที่สร้างสรรค์

ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับวิกฤตการณ์ทางสิ่งแวดล้อมที่ทวีความรุนแรงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มลพิษทางอากาศ หรือการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ การทำความเข้าใจถึงความเชื่อมโยงระหว่างสุขภาพของมนุษย์และความสมบูรณ์ของระบบนิเวศจึงเป็นวาระเร่งด่วนที่ทุกภาคส่วนต้องให้ความสำคัญ

กิจกรรมไฮไลต์ที่ได้รับความสนใจอย่างมากคือการเสวนาเข้มข้นว่าด้วยความท้าทายของ Planetary Health ซึ่งเป็นการนำเสนอข้อมูลเชิงลึกและแบ่งปันประสบการณ์จริงจากวิทยากร เพื่อร่วมกันวิเคราะห์และค้นหาแนวทางรับมือกับวิกฤตการณ์ทางสุขภาพและนิเวศวิทยาในปัจจุบันอย่างเป็นระบบ

ผู้เข้าร่วมงานยังได้ร่วมกันถกประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการสื่อสารวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นกระบวนการสำคัญในการแปลงเนื้อหาเชิงวิชาการให้เข้าถึงง่าย อันจะนำไปสู่การมีส่วนร่วมของสังคมในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ระดับชุมชนไปจนถึงระดับประเทศ รวมถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ การสัมมนายังเป็นเวทีสำคัญในการพัฒนาศักยภาพของนิสิต นักวิชาการ และผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ ให้มีทักษะความรู้ที่ทันสมัย สามารถนำแนวคิดด้านสุขภาพพิภพโลกไปประยุกต์ใช้ในการวางแผนนโยบาย หรือการดำเนินโครงการต่างๆ ที่ส่งเสริมสุขภาวะของคนในชุมชนควบคู่ไปกับการฟื้นฟูธรรมชาติ

การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในเวทีนี้ยังมุ่งเน้นการสร้างความร่วมมือระหว่างภาคส่วน ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขยายเครือข่ายพันธมิตรทั้งจากหน่วยงานวิชาการ ภาครัฐ และภาคประชาสังคม เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาความยั่งยืนให้เกิดขึ้นจริงอย่างเป็นรูปธรรมในทุกมิติ

ความสำเร็จของการจัดงานในวันนี้เกิดขึ้นจากการผนึกกำลังของทุกภาคส่วน โดยทางคณะผู้จัดงานหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การเชื่อมโยงระหว่างผู้คน องค์ความรู้ และโลกใบนี้ จะยังคงเติบโตและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นรากฐานในการสร้างสรรค์สังคมและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนต่อไป