Archives November 2025

ม.นเรศวร นำเสนอนวัตกรรมชุดสอนแปรงฟันสำหรับผู้บกพร่องทางการมองเห็น

วันอาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน 2568 คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร นำผลงานอนุสิทธิบัตร “ชุดสอนแปรงฟันสำหรับผู้บกพร่องทางการมองเห็น” เข้าร่วมจัดแสดงในงานการประชุมสามัญที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย และสมาคมที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 5/2568 ณ ศูนย์แสดงนิทรรศการและการจัดประชุมสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (KNECC) มหาวิทยาลัยนเรศวร

ผลงานดังกล่าวเป็นผลงานของผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ทันตแพทย์หญิงประวีณา โสภาพรอมร คณะทันตแพทยศาสตร์ ร่วมกับว่าที่ร้อยตรีธานี โกสุม คณะวิศวกรรมศาสตร์ สะท้อนการบูรณาการองค์ความรู้ด้านทันตแพทยศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์เพื่อพัฒนาสื่อการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้

ชุดสอนแปรงฟันสำหรับผู้บกพร่องทางการมองเห็น ได้รับการออกแบบเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ทักษะการดูแลสุขภาพช่องปากให้เหมาะกับผู้มีข้อจำกัดด้านการมองเห็น ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเรียนรู้และฝึกปฏิบัติการแปรงฟันได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น

การดูแลช่องปากอย่างถูกวิธีเป็นพื้นฐานสำคัญของสุขภาพโดยรวม นวัตกรรมนี้จึงมีส่วนช่วยให้ผู้บกพร่องทางการมองเห็นเข้าถึงองค์ความรู้ด้านสุขภาพที่จำเป็นได้อย่างเหมาะสม และสนับสนุนการดูแลตนเองในชีวิตประจำวัน

การนำผลงานมาจัดแสดงในเวทีระดับประเทศเปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างสถาบันการศึกษา หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้สนใจ อันจะนำไปสู่การต่อยอดการใช้ประโยชน์จากผลงานวิจัยเพื่อสังคมในวงกว้าง

ผลงานนี้ยังแสดงถึงความสำคัญของการออกแบบนวัตกรรมที่คำนึงถึงความแตกต่างของผู้ใช้ ลดข้อจำกัดในการเข้าถึงข้อมูลและบริการด้านสุขภาพ และสร้างโอกาสให้ทุกคนได้รับการดูแลสุขภาพช่องปากอย่างเท่าเทียม

คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร มุ่งขับเคลื่อน นวัตกรรมสู่สังคม เพื่อส่งเสริมสุขภาพช่องปากอย่างทั่วถึง และสนับสนุนสังคมที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ผ่านการพัฒนานวัตกรรมที่นำไปใช้ประโยชน์ได้จริง

ม.นเรศวร ขานรับนโยบายรัฐ เดินหน้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน มุ่งสู่ Net Zero 2050

มหาวิทยาลัยนเรศวร ขานรับและยึดตามแนวนโยบายของรัฐบาลรวมถึง กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม อย่างเป็นรูปธรรม โดยเดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์องค์กรเพื่อตอบสนองต่อวาระแห่งชาติว่าด้วยการจัดการวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ทั้งนี้เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นสังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน

การขับเคลื่อนดังกล่าวสอดรับกับทิศทางการบริหารประเทศ ดังรายละเอียดที่ปรากฏในไฟล์ Screenshot 2569-07-14 at 13.28.28.jpg ซึ่งระบุถึงมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 ที่นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เปิดเผยถึงการเห็นชอบต่อร่างเป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด ฉบับที่ 2 หรือ NDC 3.0 นโยบายนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเร่งรัดเป้าหมาย Net Zero ให้สำเร็จเร็วขึ้นถึง 15 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับเส้นทางควบคุมอุณหภูมิโลกไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียส ตามนโยบายข้อ 13 ของนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ที่มุ่งเน้นการผลักดัน สังคมคาร์บอนต่ำ

เป้าหมายหลักของการยกระดับสู่ NDC 3.0 คือการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ถึงร้อยละ 47 ภายในปี ค.ศ. 2035 เมื่อเทียบกับฐานปี ค.ศ. 2019 โดยครอบคลุมหลากหลายภาคส่วนที่ต้องปรับตัวอย่างเร่งด่วน ทั้งภาคพลังงาน ภาคการขนส่ง ภาคกระบวนการอุตสาหกรรม และภาคการจัดการของเสีย การกำหนดเป้าหมายที่ท้าทายนี้ตอกย้ำถึงความจำเป็นในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจเพื่อรับมือกับสภาวะโลกเดือดที่กำลังส่งผลกระทบในวงกว้าง

ในฐานะสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้บูรณาการเป้าหมายระดับชาติดังกล่าวเข้าสู่การบริหารจัดการภายในองค์กรอย่างเต็มรูปแบบ โดยให้ความสำคัญกับการจัดการทรัพยากรอย่างชาญฉลาด การเพิ่มพื้นที่สีเขียว และการบริหารจัดการของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ การดำเนินการเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม แต่ยังเป็นการสร้างต้นแบบ สถาบันการศึกษาสีเขียว ที่พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้และสร้างจิตสำนึกที่ดีให้แก่นิสิตและบุคลากร

ความสำเร็จในการบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศไม่สามารถเกิดขึ้นได้หากปราศจาก เครือข่ายความร่วมมือ ที่แข็งแกร่ง จึงเกิดการทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการระหว่างสถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนท้องถิ่น การผนึกกำลังในครั้งนี้มุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนทรัพยากร นวัตกรรม และเทคโนโลยี เพื่อร่วมกันออกแบบทิศทางและแนวทางแก้ปัญหาที่เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ พร้อมทั้งนำไปปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม

สถาบันการศึกษายังคงมุ่งมั่นรับบทบาทสำคัญในการเป็นแหล่งบ่มเพาะนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยสนับสนุนให้เกิดการวิเคราะห์ข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมเชิงลึก เพื่อนำมาตรการต่างๆ ไปประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนและการบริหารงาน พร้อมทั้งส่งเสริมต่อยอดสู่งานวิจัยเชิงพาณิชย์ เพื่อให้เกิดการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมเหล่านั้นไปสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ขับเคลื่อนธุรกิจยั่งยืน และสามารถนำไปใช้งานได้จริงในภาคอุตสาหกรรม

การก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยวิสัยทัศน์ที่มุ่งมั่นนี้ จะเป็นรากฐานสำคัญในการพลิกวิกฤตสิ่งแวดล้อมให้เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจและสังคม การตระหนักรู้และร่วมกันลงมือทำอย่างจริงจังของทุกภาคส่วนตั้งแต่วันนี้ จะช่วยปูทางให้ประเทศไทยสามารถเร่งขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย Net Zero 2050 ได้อย่างเต็มศักยภาพ พร้อมทั้งส่งมอบสภาพแวดล้อมที่สมดุลและคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่อนุชนรุ่นหลังต่อไป

ม.นเรศวร เดินหน้ารณรงค์สังคมปลอดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ผ่านกิจกรรม NU Playground Event เพื่อเสริมสร้างสุขภาวะและความร่วมมืออย่างยั่งยืน

วันจันทร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร ในฐานะ สถาบันการศึกษาที่ให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน ได้จัดกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับ โทษของบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ภายในงาน NU Playground Event ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 17 – 19 พฤศจิกายน 2568 เวลา 17.00 – 21.00 น. เพื่อเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับ พิษภัยของการสูบบุหรี่ และสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชน โดยเฉพาะในกลุ่ม เยาวชนและนิสิต ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการเริ่มต้นใช้ผลิตภัณฑ์ยาสูบรูปแบบใหม่

มหาวิทยาลัยนเรศวรได้ประกาศจุดยืนในการ ต่อต้านการใช้บุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า รวมถึง คัดค้านข้อเสนอการยกเลิกการแบนบุหรี่ไฟฟ้า เนื่องจากอาจเพิ่มความเสี่ยงให้ประชาชน โดยเฉพาะเยาวชน เข้าถึงผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้ง่ายขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อ สุขภาพระยะยาว และขัดต่อเป้าหมายการลดปัจจัยเสี่ยงของโรคไม่ติดต่อร้ายแรง อาทิ โรคหัวใจ โรคปอด และโรคมะเร็ง

บุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าเป็น ปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ที่กระทบต่อสุขภาพของประชาชน แม้จะมีการนำเสนอว่าบุหรี่ไฟฟ้ามี ความปลอดภัยมากกว่า แต่ผลการวิจัยหลายชิ้นยืนยันว่าบุหรี่ไฟฟ้า มีสารเคมีอันตราย ที่ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ เพิ่มความเสี่ยงต่อ โรคมะเร็งปอด และสร้างการเสพติด โดยเฉพาะในกลุ่ม วัยรุ่น ซึ่งอยู่ในช่วงการพัฒนาทางร่างกายและสติปัญญา ทำให้บุหรี่ไฟฟ้าเป็น ภัยสุขภาพสมัยใหม่ ที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว

นอกเหนือจากผลกระทบต่อสุขภาพ การยกเลิกการแบนบุหรี่ไฟฟ้ายังอาจทำให้ภาระของระบบ สาธารณสุข เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากจะมีผู้ป่วยจากโรคที่ป้องกันได้เพิ่มสูงขึ้น มหาวิทยาลัยนเรศวรจึงย้ำถึงความจำเป็นในการ รักษามาตรการควบคุมยาสูบอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของผลิตภัณฑ์ยาสูบชนิดใหม่ในกลุ่มเยาวชน และเพื่อสนับสนุนการสร้าง สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ

การลดการบริโภคยาสูบจำเป็นอย่างยิ่งต้องอาศัย ความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน ภาคประชาสังคม สถาบันการศึกษา และประชาชนทั่วไป มหาวิทยาลัยนเรศวรได้ร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อผลักดัน มาตรการควบคุมยาสูบ และจัดกิจกรรม รณรงค์ให้ความรู้ ที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายหลากหลาย พร้อมทั้งส่งเสริมให้ประชาชนเข้าใจผลกระทบและความเสี่ยงจากผลิตภัณฑ์ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

หนึ่งในจุดเด่นของกิจกรรมภายใน NU Playground Event คือการมีส่วนร่วมของ นิสิตชมรมอาสา ซึ่งได้จัดบูธให้ความรู้ พูดคุย ชี้แจงข้อมูล และแจกสื่อความรู้เกี่ยวกับ พิษภัยของบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ให้แก่เยาวชนและประชาชนทั่วไป การมีส่วนร่วมของนิสิตช่วยเสริมสร้าง บทบาทพลเมือง วิชาการเพื่อสังคม และการพัฒนาทักษะการสื่อสารสาธารณะ ตลอดจนช่วยสร้าง เครือข่ายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยและชุมชน

กิจกรรมดังกล่าวยังสอดคล้องกับ นโยบายมหาวิทยาลัยที่มุ่งเป็นสถาบันตัวอย่างในการส่งเสริมสุขภาพ ผ่านการทำงานแบบบูรณาการ ทั้งการวิจัย งานวิชาการ การให้บริการสุขภาพ และการให้คำปรึกษาด้านการเลิกบุหรี่ การดำเนินการในลักษณะนี้เป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาสังคมที่ เข้มแข็ง ยั่งยืน และปราศจากปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดโรค

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin