Archives November 2025

ม.นเรศวร ขับเคลื่อนโครงการเสริมสร้างขีดความสามารถผู้พิการ สู่การพัฒนาเชิงพื้นที่อย่างยั่งยืน

วันจันทร์ที่ 10 พฤศจิกายน 2568 คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ดำเนินการขับเคลื่อนนโยบายเชิงยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่ ผ่านโครงการ “เสริมสร้างขีดความสามารถของผู้พิการ” โดยมุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพของกลุ่มเปราะบางให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณค่าและมีส่วนร่วมในสังคมอย่างเท่าเทียม ภายใต้แนวคิดการพัฒนาที่ครอบคลุมและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

การดำเนินงานดังกล่าวได้รับมอบหมายให้ รองศาสตราจารย์ ดร.พิษณุ อภิสมาจารโยธิน รักษาการในตำแหน่งรองคณบดีฝ่ายแผนและยุทธศาสตร์เพื่อสังคม เป็นผู้แทนคณะเข้าพบและหารือร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ ระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม – 14 พฤศจิกายน 2568 เพื่อ รวบรวมข้อมูลเชิงลึก ด้านการดำเนินงานเกี่ยวกับผู้พิการและผู้สูงอายุ รวมถึงแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการในระดับพื้นที่

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ ได้มีการหารือกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในเขตอำเภอบางระกำ ได้แก่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลท่านางงาม ชุมแสงสงคราม หนองกุลา บ่อทอง และบ้านปรือกระเทียม ตำบลบึงกอก โดยเน้นการรับฟังข้อมูลเกี่ยวกับ ศักยภาพการให้บริการด้านสุขภาพและสังคม รวมถึงข้อจำกัดเชิงระบบที่ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้พิการในพื้นที่

นอกจากนี้ ยังได้ลงพื้นที่ในเขตอำเภอชาติตระการ เพื่อหารือกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านดง บ้านนาตาจูน ชาติตระการ บ่อภาค และบ้านนุชเทียน โดยมุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้าน การพัฒนาระบบบริการและการดูแลแบบองค์รวม เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการเฉพาะของผู้พิการและผู้สูงอายุได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โครงการนี้มีเป้าหมายสำคัญในการ ส่งเสริมศักยภาพและคุณภาพชีวิตของผู้พิการให้สามารถพึ่งพาตนเอง มีโอกาสเข้าถึงบริการพื้นฐานอย่างเท่าเทียม และสามารถมีบทบาทในสังคมได้อย่างเต็มศักยภาพ โดยอาศัยความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายในพื้นที่เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อน

ในมิติของการพัฒนาเชิงระบบ โครงการยังมุ่งเน้นการสร้าง นวัตกรรมทางสังคมและเครือข่ายความร่วมมือ ระหว่างมหาวิทยาลัย หน่วยงานสาธารณสุข และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อยกระดับการบริหารจัดการและเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการแก่กลุ่มเป้าหมายอย่างยั่งยืน

การดำเนินงานครั้งนี้สะท้อนบทบาทของคณะสังคมศาสตร์ในการเป็น กลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาเชิงพื้นที่ ที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ทางวิชาการกับการปฏิบัติจริง อันนำไปสู่การสร้างสังคมแห่งโอกาส ความเท่าเทียม และการพัฒนาที่ยั่งยืนในระยะยาว

ม.นเรศวร ร่วมประชุมวิชาการ APACPH ครั้งที่ 56 ณ เชียงราย แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระดับนานาชาติ

ระหว่างวันที่ 5–7 พฤศจิกายน 2568 คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เข้าร่วมงานประชุมวิชาการระดับนานาชาติ The 56th Asia Pacific Academic Consortium for Public Health Conference (APACPH) ซึ่งจัดขึ้น ณ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย

การเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.นิทรา กิจธีระวุฒิวงษ์ คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร คณาจารย์ และนิสิตของคณะฯ ซึ่งได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเวทีวิชาการระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

ตัวแทนจาก มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้เข้าร่วมฟังการบรรยาย แลกเปลี่ยนประสบการณ์ รวมถึงได้รับเกียรติให้ร่วมเป็นกรรมการตัดสินผลงานวิจัยที่นำเสนอภายในงาน ซึ่งถือเป็นการแสดงศักยภาพทางวิชาการและบทบาทผู้นำด้านสาธารณสุขในระดับนานาชาติ

การประชุม APACPH ครั้งที่ 56 จัดขึ้นภายใต้หัวข้อหลัก “Public Health Challenges in a Disruptive World” โดยได้รับความสนใจอย่างคับคั่ง มีผู้เชี่ยวชาญ นักวิจัย และผู้แทนจากสถาบันการศึกษา รวมไปถึงองค์กรภาครัฐและเอกชนที่ดำเนินงานด้านสาธารณสุขเข้าร่วมกว่า 600 คน จากทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

เวทีนี้นับเป็นโอกาสสำคัญยิ่งในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ที่ทันสมัย นำเสนอผลงานวิจัยนวัตกรรม และหารือแนวทางในการพัฒนาระบบสุขภาพอย่างยั่งยืน เพื่อรับมือกับความท้าทายด้านสาธารณสุขในยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และมุ่งเน้นการส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน

การเข้าร่วมประชุมของคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นการตอกย้ำพันธกิจด้านการสร้างเครือข่ายวิชาการและการวิจัยระดับนานาชาติ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความร่วมมือด้าน Global Health และผนึกกำลังภาคีเครือข่ายในการขับเคลื่อนงานด้านสาธารณสุขสู่อนาคต

มหาวิทยาลัยนเรศวรยังคงมุ่งมั่นที่จะนำองค์ความรู้และเครือข่ายความร่วมมือที่ได้รับ มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา การวิจัย และการบริการวิชาการ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาวะที่ดีอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ควบคู่ไปกับการสร้างความเข้มแข็งให้แก่ระบบสาธารณสุขทั้งในระดับประเทศและระดับสากลต่อไป

ม.นเรศวร โชว์นวัตกรรม “มีตาพยากรณ์โรค” ในงานวันเบาหวานโลก 2025 มุ่งสร้างสังคมสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

วันอาทิตย์ที่ 9 พฤศจิกายน 2568 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยงานบริการปฐมภูมิและสร้างเสริมสุขภาพ เข้าร่วมกิจกรรม “วันเบาหวานโลก 2025 (World Diabetes Day 2025)” ณ ชั้น 1 และ ชั้น 9 อาคาร Siam Scape ภายใต้แนวคิด “Diabetes & Well-being in the Workplace – ทำงานสุข ลดทุกความเสี่ยง สุขภาพดีเริ่มที่ทำงาน” จัดโดยสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ ร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน อาทิ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

กิจกรรมภายในงานมุ่งเน้นการส่งเสริมสุขภาพและการมีภาวะความเป็นอยู่ที่ดี (Well-being) ในสถานที่ทำงาน โดยมีกิจกรรมที่หลากหลาย ประกอบด้วยการเสวนาทางวิชาการ การแนะนำเมนูอาหารสุขภาพ กิจกรรมออกกำลังกาย และนิทรรศการตรวจสุขภาพเบื้องต้น พร้อมให้ความรู้ในการดูแลตนเองเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

ในโอกาสนี้ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร ได้นำนวัตกรรม “มีตาพยากรณ์โรค” (Mee-Ta Predictive Health) ซึ่งเป็น Web Application สำหรับประเมินและพยากรณ์ความเสี่ยงด้านสุขภาพ มาร่วมจัดแสดงและแลกเปลี่ยนในเวทีเสวนา ซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากผู้เข้าร่วมงานและหน่วยงานภาคีเครือข่าย

การนำเสนอนวัตกรรมดังกล่าว สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ที่มุ่งมั่นในการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อสร้าง “สังคมสุขภาพดีอย่างยั่งยืน” โดยเริ่มต้นจากการดูแลสุขภาพของบุคลากรภายในองค์กร เพื่อเป็นต้นแบบและขยายผลความรู้ไปสู่ระดับชุมชนและสังคมในวงกว้าง

สำหรับนวัตกรรม “มีตาพยากรณ์โรค” ถือเป็นต้นแบบนวัตกรรมด้านสุขภาพที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง ได้รับการันตีด้วยรางวัลระดับประเทศ อาทิ รางวัล Healthy Organization Award ประเภทนวัตกรรมการสร้างเสริมสุขภาพ ระดับยอดเยี่ยม และ รางวัล Top Performance 2024 จากเครือข่ายคนไทยไร้พุง และ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ซึ่งแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของเครื่องมือในการส่งเสริมสุขภาพเชิงรุก

ความสำเร็จของนวัตกรรมนี้ ยังปรากฏให้เห็นจากการที่หลายหน่วยงานได้นำไปต่อยอดและใช้งานจริงจนถึงปัจจุบัน ถือเป็นก้าวสำคัญในการสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคอย่างเป็นรูปธรรม โดยอาศัยเทคโนโลยีดิจิทัลมาเป็นเครื่องมือช่วยในการตัดสินใจและวางแผนดูแลสุขภาพ

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ขอขอบคุณสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ ที่ให้โอกาสและมอบพื้นที่ในการเผยแพร่นวัตกรรม “มีตาพยากรณ์โรค” เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการผนึกกำลังระหว่างองค์กรภาคีเครือข่าย ในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ สังคมสุขภาพดีอย่างยั่งยืน ต่อไป

ม.นเรศวร ร่วมจัดแสดงผลงานวิจัยและบริการวิชาการ ในงานประชุมวิชาการและนิทรรศการ อพ.สธ. ครั้งที่ 12 ส่งเสริมการพัฒนาทรัพยากรไทยอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืน

วันอังคารที่ 4 พฤศจิกายน 2568 ศูนย์ประสานงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ (อพ.สธ.) มหาวิทยาลัยนเรศวร เข้าร่วมจัดแสดงผลงานวิจัยและบริการวิชาการใน งานประชุมวิชาการและนิทรรศการ ครั้งที่ 12 “ทรัพยากรไทย : หวนดูทรัพย์สิ่งสินตน” ระหว่างวันที่ 4–10 พฤศจิกายน 2568 ณ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และแสดงศักยภาพของมหาวิทยาลัยในการขับเคลื่อนงานด้านการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรไทยอย่างเหมาะสม

การเข้าร่วมงานครั้งนี้สะท้อนบทบาทของ มหาวิทยาลัยนเรศวร ในการบูรณาการงานวิจัย งานบริการวิชาการ และการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม เข้ากับการพัฒนาประเทศ โดยอาศัยความร่วมมือระหว่างคณะ หน่วยงาน และเครือข่ายภาคี เพื่อ ส่งเสริมต่อการพัฒนาทรัพยากรไทยอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืน ตลอดจนสร้างคุณค่าจากทรัพยากรท้องถิ่นผ่านองค์ความรู้และนวัตกรรม

ภายในงาน มหาวิทยาลัยนเรศวรนำผลงานเข้าร่วมจัดแสดงจำนวน 4 ผลงาน ประกอบด้วย การสืบสานและต่อยอดภูมิปัญญาทอผ้า โดยนายวชิรพงษ์ วงศ์ประสิทธิ์ และคณะทำงานจากกองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม ซึ่งมุ่งอนุรักษ์และต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นให้สามารถสร้างคุณค่าในสังคมร่วมสมัย และ การต่อยอดทรัพยากรสัตว์: จิ้งหรีดสู่ภาคอุตสาหกรรม ภายใต้โครงการ I-SEC TECHNOLOGY โดยรองศาสตราจารย์ ดร.ขนิษฐา รุตรัตนมงคล และคณะ จากคณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่นำทรัพยากรชีวภาพมาพัฒนาสู่การใช้ประโยชน์ในภาคอุตสาหกรรม

อีกสองผลงานที่จัดแสดง ได้แก่ การวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่โครงการประตูระบายน้ำท่าแห จังหวัดพิจิตร โดยรองศาสตราจารย์ ดร.จรัณธร บุญญานุภาพ จากคณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นการใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่เพื่อสนับสนุนการวางแผนการใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสม และ การถ่ายทอดประวัติพระพุทธชินราชในรูปแบบแอนิเมชัน โดยรองศาสตราจารย์ ดร.วิสิฐ จันมา และคณะนักวิจัย จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ศิลปะและการออกแบบ ร่วมกับคณะบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์และการสื่อสาร เพื่อประยุกต์ใช้สื่อดิจิทัลในการเผยแพร่มรดกทางศิลปวัฒนธรรมสู่สาธารณชน

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีพิธีพระราชทานป้ายสนองพระราชดำริ โดย วิทยาลัยอาชีวศึกษานครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ ได้รับพระราชทานป้ายสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 โดย สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี นับเป็นความภาคภูมิใจของเครือข่ายสมาชิก อพ.สธ. และเป็นกำลังสำคัญในการสืบสานงานอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศ

มหาวิทยาลัยนเรศวรยังได้ประสานความร่วมมือกับสมาชิก อพ.สธ. ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อร่วมจัดแสดงนิทรรศการและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประกอบด้วย โรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี จังหวัดพิษณุโลก โรงเรียนสตรีนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ โรงเรียนอุทัยวิทยาคม จังหวัดอุทัยธานี โรงเรียนทุ่งโพวิทยา จังหวัดอุทัยธานี วิทยาลัยอาชีวศึกษานครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ และเทศบาลตำบลบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์ ความร่วมมือดังกล่าวช่วยเสริมสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ระหว่างสถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ และชุมชน เพื่อร่วมกันอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรไทยอย่างมีคุณค่า

การเข้าร่วมงานประชุมวิชาการและนิทรรศการครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ มหาวิทยาลัยนเรศวร ในการขับเคลื่อนงานวิจัย การบริการวิชาการ และการอนุรักษ์มรดกทางธรรมชาติและวัฒนธรรม ผ่านการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ การถ่ายทอดองค์ความรู้ และการพัฒนานวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง อันเป็นการส่งเสริมการพัฒนาทรัพยากรไทยอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืน พร้อมสร้างคุณค่าร่วมให้แก่สังคม ชุมชน และประเทศในระยะยาว

ม.นเรศวร นำเสนอนวัตกรรมชุดสอนแปรงฟันสำหรับผู้บกพร่องทางการมองเห็น

วันอาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน 2568 คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร นำผลงานอนุสิทธิบัตร “ชุดสอนแปรงฟันสำหรับผู้บกพร่องทางการมองเห็น” เข้าร่วมจัดแสดงในงานการประชุมสามัญที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย และสมาคมที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 5/2568 ณ ศูนย์แสดงนิทรรศการและการจัดประชุมสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (KNECC) มหาวิทยาลัยนเรศวร

ผลงานดังกล่าวเป็นผลงานของผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ทันตแพทย์หญิงประวีณา โสภาพรอมร คณะทันตแพทยศาสตร์ ร่วมกับว่าที่ร้อยตรีธานี โกสุม คณะวิศวกรรมศาสตร์ สะท้อนการบูรณาการองค์ความรู้ด้านทันตแพทยศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์เพื่อพัฒนาสื่อการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้

ชุดสอนแปรงฟันสำหรับผู้บกพร่องทางการมองเห็น ได้รับการออกแบบเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ทักษะการดูแลสุขภาพช่องปากให้เหมาะกับผู้มีข้อจำกัดด้านการมองเห็น ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเรียนรู้และฝึกปฏิบัติการแปรงฟันได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น

การดูแลช่องปากอย่างถูกวิธีเป็นพื้นฐานสำคัญของสุขภาพโดยรวม นวัตกรรมนี้จึงมีส่วนช่วยให้ผู้บกพร่องทางการมองเห็นเข้าถึงองค์ความรู้ด้านสุขภาพที่จำเป็นได้อย่างเหมาะสม และสนับสนุนการดูแลตนเองในชีวิตประจำวัน

การนำผลงานมาจัดแสดงในเวทีระดับประเทศเปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างสถาบันการศึกษา หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้สนใจ อันจะนำไปสู่การต่อยอดการใช้ประโยชน์จากผลงานวิจัยเพื่อสังคมในวงกว้าง

ผลงานนี้ยังแสดงถึงความสำคัญของการออกแบบนวัตกรรมที่คำนึงถึงความแตกต่างของผู้ใช้ ลดข้อจำกัดในการเข้าถึงข้อมูลและบริการด้านสุขภาพ และสร้างโอกาสให้ทุกคนได้รับการดูแลสุขภาพช่องปากอย่างเท่าเทียม

คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร มุ่งขับเคลื่อน นวัตกรรมสู่สังคม เพื่อส่งเสริมสุขภาพช่องปากอย่างทั่วถึง และสนับสนุนสังคมที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ผ่านการพัฒนานวัตกรรมที่นำไปใช้ประโยชน์ได้จริง

ม.นเรศวร เดินหน้าติดตั้งโซลาร์เซลล์และโซลาร์ลอยน้ำ ชูพลังงานสะอาดสู่มหาวิทยาลัยสีเขียว

วันศุกร์ที่ 14 ธันวาคม 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร เดินหน้าพัฒนาระบบพลังงานภายในองค์กรอย่างต่อเนื่อง ด้วยการดำเนินการติดตั้ง แผงโซลาร์เซลล์ บนหลังคาอาคารต่าง ๆ และ แผงโซลาร์เซลล์ลอยน้ำ (Floating Solar Panel) บนพื้นที่สระสุริโยทัย ภายในเขตหอพักนิสิต NU Dorm เพื่อยกระดับการบริหารจัดการพลังงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

โครงการดังกล่าวตอกย้ำความมุ่งมั่นในการส่งเสริมการใช้ พลังงานสะอาด อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ลอยน้ำมากกว่า 3,200 แผ่น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนงานระยะแรกที่มุ่งผลิตไฟฟ้ารวมกว่า 12 เมกะวัตต์ ควบคู่ไปกับการติดตั้งระบบ Solar Rooftop บนอาคารเรียนและอาคารปฏิบัติการต่าง ๆ ทั่วทั้งมหาวิทยาลัย

การเลือกใช้เทคโนโลยี แผงโซลาร์เซลล์ลอยน้ำ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าได้อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากผิวน้ำจะช่วยลดอุณหภูมิของแผง ทำให้ระบบทำงานได้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยลดการระเหยของน้ำในบ่อ ซึ่งเป็นการสนับสนุนการบริหารจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติ อย่างคุ้มค่า ลดการใช้พื้นที่บนดิน และไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อกิจกรรมอื่น ๆ ภายในมหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยนเรศวรมีพื้นที่แหล่งน้ำรวมกว่า 225 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 16.24 ของพื้นที่ทั้งหมด ซึ่งถือเป็นศักยภาพที่สำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียน โดยแหล่งน้ำสำคัญ อาทิ สระเอกกษัตรี สระมณีรัตนา สระบรมดิลก สระสุริโยทัย สระสองกษัตริย์ และสระสุพรรณกัลยา ล้วนเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ในการผลิตพลังงานทางเลือกที่สามารถสร้างความสมดุลระหว่างการใช้พื้นที่ภูมิทัศน์และการผลิตไฟฟ้า

การประยุกต์ใช้พลังงานจาก แสงอาทิตย์ ทั้งในรูปแบบ Floating PV และ Solar Rooftop ไม่เพียงแต่ช่วยลดต้นทุนค่าไฟฟ้าของมหาวิทยาลัยได้อย่างมหาศาล แต่ยังเป็นการลดการพึ่งพาพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการลดการปล่อย ก๊าซเรือนกระจก และคาร์บอนไดออกไซด์ สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศ โลกในระยะยาว

มหาวิทยาลัยได้วางแผนบูรณาการ ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ เข้ากับระบบบริหารจัดการพลังงานในอาคาร เพื่อติดตามและควบคุมภาระโหลดไฟฟ้าแบบเรียลไทม์ การผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานทางเลือกนี้ช่วยลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มความมั่นคงทางพลังงาน ในระยะยาว ทำให้สามารถนำงบประมาณที่ประหยัดได้ไปพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาคม

ม.นเรศวร นำเสนอแนวทางรองรับพลังงานหมุนเวียนในระบบไฟฟ้าไทย ณ การประชุม East Asia Summit New Energy Forum

วันอังคารที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มาลินี แก้วปัญหา ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พรทิพย์ เม่นสิน อาจารย์ประจำ SGtech มหาวิทยาลัยนเรศวร เข้าร่วมการประชุม The 11th East Asia Summit New Energy Forum ระหว่างวันที่ 11–12 พฤศจิกายน 2568 ณ เมืองคุนหมิง สาธารณรัฐประชาชนจีน

ในการประชุม ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มาลินี แก้วปัญหา นำเสนอหัวข้อ “Assessment report of future impacts and mitigation measures of high VRE share in Thailand distribution grid” ซึ่งกล่าวถึงการประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นเมื่อระบบจำหน่ายไฟฟ้าของประเทศไทยมีสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนแบบแปรผันเพิ่มสูงขึ้น ตลอดจนแนวทางลดผลกระทบที่เกี่ยวข้อง

พลังงานหมุนเวียนแบบแปรผัน หรือ Variable Renewable Energy (VRE) หมายถึงพลังงานจากแหล่งผลิตที่ปริมาณไฟฟ้าขึ้นอยู่กับสภาพธรรมชาติ เช่น แสงอาทิตย์และลม การเพิ่มสัดส่วนพลังงานประเภทนี้ในระบบไฟฟ้าจึงต้องพิจารณาทั้งศักยภาพในการผลิตและความสามารถของระบบในการรองรับความผันผวน เพื่อให้ประชาชนและภาคส่วนต่าง ๆ ใช้ไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่อง

การนำเสนอประเด็นดังกล่าวช่วยแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับ เสถียรภาพของระบบจำหน่ายไฟฟ้า และการเตรียมความพร้อมสำหรับการใช้พลังงานหมุนเวียนในอนาคต ข้อมูลจากการประเมินผลกระทบสามารถใช้ประกอบการพิจารณาแนวทางบริหารจัดการระบบไฟฟ้า เมื่อการผลิตไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนมีบทบาทมากขึ้น

ภายหลังการประชุม คณะผู้เข้าร่วมจากมหาวิทยาลัยนเรศวรได้เยี่ยมชม ฟาร์มกังหันลมของ CGN New Energy Holdings Co., Ltd. เพื่อศึกษาการดำเนินงานและแนวปฏิบัติด้านพลังงานหมุนเวียน การเยี่ยมชมพื้นที่จริงช่วยให้เห็นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีผลิตไฟฟ้าจากลม และเป็นโอกาสในการแลกเปลี่ยนความรู้กับผู้ปฏิบัติงานในภาคพลังงาน

การเข้าร่วมประชุมและศึกษาดูงานครั้งนี้สนับสนุนการเชื่อมโยง งานวิจัยด้านพลังงาน กับประสบการณ์การดำเนินงานในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเด็นการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนควบคู่กับการรักษาความมั่นคงของระบบไฟฟ้า ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญต่อการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศไทย

การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในระดับภูมิภาคยังช่วยเปิดโอกาสให้มหาวิทยาลัยนเรศวรพัฒนาความร่วมมือทางวิชาการด้าน พลังงานหมุนเวียนและการลดผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศ เพื่อนำความรู้ที่ได้รับไปต่อยอดการศึกษาและวิจัย ตลอดจนสนับสนุนแนวทางการใช้พลังงานอย่างยั่งยืนในอนาคต

ม.นเรศวร พัฒนาผู้ประกอบการร้านค้า ส่งเสริมอาหารปลอดภัย ใส่ใจโภชนาการและการจัดการอย่างยั่งยืน

วันพฤหัสบดีที่ 13 พฤศจิกายน 2568 กองกิจการนิสิต มหาวิทยาลัยนเรศวร จัด โครงการพัฒนาผู้ประกอบการร้านค้า เพื่อเพิ่มพูนความรู้แก่ผู้ประกอบการอาหารและผู้สัมผัสอาหารภายในมหาวิทยาลัย โดยจัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการระหว่างวันที่ 13–14 พฤศจิกายน 2568 ณ ห้องประชุมขวัญเมือง 2 และบริเวณโถงอาคารขวัญเมือง ชั้น 2 มหาวิทยาลัยนเรศวร มุ่งพัฒนามาตรฐานร้านค้าให้ถูกสุขลักษณะ พร้อมส่งเสริมการให้บริการอาหารที่คำนึงถึงสุขภาพของผู้บริโภคและการใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ

การอบรมได้รับความอนุเคราะห์จาก ทีมวิทยากรสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก ร่วมถ่ายทอดความรู้ด้านสุขาภิบาลอาหาร โดยเน้นแนวปฏิบัติในการเตรียม การปรุง และการเก็บรักษาอาหารสำหรับผู้ประกอบการและผู้สัมผัสอาหาร ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับหน่วยงานสาธารณสุขช่วยเชื่อมโยงหลักวิชาการกับการดำเนินงานของร้านค้า เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำความรู้ไปปรับปรุงการให้บริการได้อย่างเหมาะสม

ความปลอดภัยด้านอาหาร เป็นพื้นฐานสำคัญของการดูแลสุขภาพนิสิตและบุคลากร การจัดการร้านค้าอย่างถูกสุขลักษณะจึงต้องครอบคลุมตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบ การดูแลพื้นที่เตรียมอาหาร ภาชนะและอุปกรณ์ ไปจนถึงสุขลักษณะของผู้ปฏิบัติงาน การใส่ใจในแต่ละขั้นตอนช่วยลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อน และสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคที่ใช้บริการร้านค้าภายในมหาวิทยาลัยเป็นประจำ

ควบคู่กับสุขาภิบาลอาหาร การพัฒนาร้านค้ายังให้ความสำคัญกับ หลักโภชนาการและการแนะนำด้านโภชนาการตามแนวทาง “ลดหวาน ลดมัน ลดเค็ม” ผู้ประกอบการสามารถปรับปริมาณน้ำตาล น้ำมัน และเครื่องปรุงรสเค็มให้เหมาะสม พร้อมเพิ่มทางเลือกของเมนูที่มีผักและวัตถุดิบหลากหลาย การพัฒนาเมนูโดยคำนึงถึงคุณค่าทางโภชนาการช่วยให้นิสิตและบุคลากรเข้าถึงอาหารที่ดีต่อสุขภาพ และเลือกบริโภคได้เหมาะกับความต้องการของตน

เนื้อหาการอบรมยังครอบคลุม การจัดหาอาหารและวัตถุดิบด้วยความรับผิดชอบ รวมถึงแนวทางการจัดซื้อจัดจ้างที่ยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพวัตถุดิบและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า การวางแผนจัดซื้อให้สอดคล้องกับปริมาณการจำหน่าย การเก็บรักษาอย่างเหมาะสม และการใช้วัตถุดิบให้เกิดประโยชน์ เป็นแนวทางที่ผู้ประกอบการนำไปปรับใช้เพื่อลดการสูญเสียอาหารและบริหารต้นทุนของร้านค้าได้

การบริหารร้านค้าอย่างยั่งยืนยังครอบคลุม การปฏิบัติต่อคนงานอย่างเท่าเทียมและความปลอดภัยในการทำงาน ตลอดจนการพิจารณาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสังคม การดูแลผู้ปฏิบัติงานควบคู่กับการจัดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมช่วยให้การพัฒนาร้านค้าคำนึงถึงทั้งผู้ให้บริการและผู้บริโภค ขณะที่การจัดการทรัพยากรอย่างรอบคอบเป็นส่วนหนึ่งของการลดผลกระทบจากการดำเนินงานต่อพื้นที่โดยรอบ

โครงการครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการ ส่งเสริมสวัสดิภาพนิสิตและพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ ผ่านความร่วมมือระหว่างกองกิจการนิสิต หน่วยงานสาธารณสุข และผู้ประกอบการ การนำความรู้ไปใช้ในการดำเนินงานประจำวันจะช่วยพัฒนาร้านค้าให้มีมาตรฐาน ทั้งด้านความสะอาด ความปลอดภัย โภชนาการ และการจัดการทรัพยากร เพื่อให้ประชาคมมหาวิทยาลัยเข้าถึงอาหารที่มีคุณภาพ พร้อมส่งเสริมการบริโภคที่รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

ม.นเรศวร เดินหน้ารณรงค์สังคมปลอดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ผ่านกิจกรรม NU Playground Event เพื่อเสริมสร้างสุขภาวะและความร่วมมืออย่างยั่งยืน

วันจันทร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร ในฐานะ สถาบันการศึกษาที่ให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน ได้จัดกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับ โทษของบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ภายในงาน NU Playground Event ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 17 – 19 พฤศจิกายน 2568 เวลา 17.00 – 21.00 น. เพื่อเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับ พิษภัยของการสูบบุหรี่ และสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชน โดยเฉพาะในกลุ่ม เยาวชนและนิสิต ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการเริ่มต้นใช้ผลิตภัณฑ์ยาสูบรูปแบบใหม่

มหาวิทยาลัยนเรศวรได้ประกาศจุดยืนในการ ต่อต้านการใช้บุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า รวมถึง คัดค้านข้อเสนอการยกเลิกการแบนบุหรี่ไฟฟ้า เนื่องจากอาจเพิ่มความเสี่ยงให้ประชาชน โดยเฉพาะเยาวชน เข้าถึงผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้ง่ายขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อ สุขภาพระยะยาว และขัดต่อเป้าหมายการลดปัจจัยเสี่ยงของโรคไม่ติดต่อร้ายแรง อาทิ โรคหัวใจ โรคปอด และโรคมะเร็ง

บุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าเป็น ปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ที่กระทบต่อสุขภาพของประชาชน แม้จะมีการนำเสนอว่าบุหรี่ไฟฟ้ามี ความปลอดภัยมากกว่า แต่ผลการวิจัยหลายชิ้นยืนยันว่าบุหรี่ไฟฟ้า มีสารเคมีอันตราย ที่ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ เพิ่มความเสี่ยงต่อ โรคมะเร็งปอด และสร้างการเสพติด โดยเฉพาะในกลุ่ม วัยรุ่น ซึ่งอยู่ในช่วงการพัฒนาทางร่างกายและสติปัญญา ทำให้บุหรี่ไฟฟ้าเป็น ภัยสุขภาพสมัยใหม่ ที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว

นอกเหนือจากผลกระทบต่อสุขภาพ การยกเลิกการแบนบุหรี่ไฟฟ้ายังอาจทำให้ภาระของระบบ สาธารณสุข เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากจะมีผู้ป่วยจากโรคที่ป้องกันได้เพิ่มสูงขึ้น มหาวิทยาลัยนเรศวรจึงย้ำถึงความจำเป็นในการ รักษามาตรการควบคุมยาสูบอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของผลิตภัณฑ์ยาสูบชนิดใหม่ในกลุ่มเยาวชน และเพื่อสนับสนุนการสร้าง สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ

การลดการบริโภคยาสูบจำเป็นอย่างยิ่งต้องอาศัย ความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน ภาคประชาสังคม สถาบันการศึกษา และประชาชนทั่วไป มหาวิทยาลัยนเรศวรได้ร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อผลักดัน มาตรการควบคุมยาสูบ และจัดกิจกรรม รณรงค์ให้ความรู้ ที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายหลากหลาย พร้อมทั้งส่งเสริมให้ประชาชนเข้าใจผลกระทบและความเสี่ยงจากผลิตภัณฑ์ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

หนึ่งในจุดเด่นของกิจกรรมภายใน NU Playground Event คือการมีส่วนร่วมของ นิสิตชมรมอาสา ซึ่งได้จัดบูธให้ความรู้ พูดคุย ชี้แจงข้อมูล และแจกสื่อความรู้เกี่ยวกับ พิษภัยของบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ให้แก่เยาวชนและประชาชนทั่วไป การมีส่วนร่วมของนิสิตช่วยเสริมสร้าง บทบาทพลเมือง วิชาการเพื่อสังคม และการพัฒนาทักษะการสื่อสารสาธารณะ ตลอดจนช่วยสร้าง เครือข่ายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยและชุมชน

กิจกรรมดังกล่าวยังสอดคล้องกับ นโยบายมหาวิทยาลัยที่มุ่งเป็นสถาบันตัวอย่างในการส่งเสริมสุขภาพ ผ่านการทำงานแบบบูรณาการ ทั้งการวิจัย งานวิชาการ การให้บริการสุขภาพ และการให้คำปรึกษาด้านการเลิกบุหรี่ การดำเนินการในลักษณะนี้เป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาสังคมที่ เข้มแข็ง ยั่งยืน และปราศจากปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดโรค

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin