Archives 2025

ม.นเรศวร ศึกษาการสะสมของโลหะหนักในปลาแม่น้ำกก สนับสนุนการบริหารจัดการคุณภาพน้ำและทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

วันจันทร์ที่ 2 มิถุนายน 2568 รองศาสตราจารย์ ดร.ธนพล เพ็ญรัตน์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมคณะนักวิจัย ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างน้ำ ตะกอน และปลา จากแม่น้ำกก เพื่อนำไปวิเคราะห์การสะสมของโลหะหนักในห้องปฏิบัติการ โดยมีเป้าหมายเพื่อศึกษาสถานการณ์คุณภาพสิ่งแวดล้อมและสนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติบนพื้นฐานของข้อมูลทางวิทยาศาสตร์

การศึกษาครั้งนี้มุ่งเน้นการตรวจสอบการสะสมของโลหะหนักในสิ่งแวดล้อมและสิ่งมีชีวิต โดยใช้การวิเคราะห์ตัวอย่างน้ำ ตะกอน และปลา เพื่อประเมินระดับการปนเปื้อนและความเชื่อมโยงของสารมลพิษในระบบนิเวศ ข้อมูลที่ได้จะช่วยสะท้อนสถานะของคุณภาพน้ำและความสมบูรณ์ของระบบนิเวศในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่น้ำกก

นอกจากการประเมินการสะสมของโลหะหนักแล้ว คณะนักวิจัยยังดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของแหล่งกำเนิดมลพิษ โดยตรวจสอบข้อมูลที่อาจบ่งชี้ถึงแหล่งกำเนิดมลพิษ ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับกิจกรรมการทำเหมืองทองและเหมืองแรร์เอิร์ธในพื้นที่ต้นน้ำ ทั้งนี้ ผลการศึกษาจะเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการเฝ้าระวังคุณภาพสิ่งแวดล้อม การติดตามการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศ และการกำหนดมาตรการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างเหมาะสม

การดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการนำองค์ความรู้ด้านวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม การวิเคราะห์คุณภาพน้ำ และการตรวจสอบสารปนเปื้อน มาประยุกต์ใช้ในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม ผ่านการวิจัยภาคสนามควบคู่กับการวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ เพื่อสร้างฐานข้อมูลที่มีความถูกต้อง น่าเชื่อถือ และสามารถใช้สนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผลการศึกษาจะเป็นประโยชน์ต่อการติดตามคุณภาพแหล่งน้ำ การอนุรักษ์ระบบนิเวศ และการคุ้มครองความหลากหลายทางชีวภาพของแม่น้ำกก ตลอดจนช่วยประเมินความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นต่อประชาชนและชุมชนที่พึ่งพาทรัพยากรน้ำและสัตว์น้ำในการดำรงชีวิต โดยอาศัยข้อมูลเชิงประจักษ์เป็นพื้นฐานในการวางแผนจัดการด้านสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ การบูรณาการองค์ความรู้จากภาควิชาวิศวกรรมโยธาเข้ากับการวิจัยด้านคุณภาพน้ำและการจัดการมลพิษ ยังช่วยยกระดับศักยภาพด้านการวิจัยของมหาวิทยาลัย และสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อร่วมกันเฝ้าระวังคุณภาพสิ่งแวดล้อม พัฒนาองค์ความรู้ และสนับสนุนการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

การศึกษาของทีมนักวิจัยมหาวิทยาลัยนเรศวรเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการนำองค์ความรู้ทางวิชาการมาสนับสนุนการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการสร้างข้อมูลด้านคุณภาพน้ำ การติดตามการสะสมของโลหะหนักในระบบนิเวศ และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อสนับสนุนการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรน้ำอย่างสมดุล ควบคู่กับการรักษาความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศในระยะยาว โดยผลการดำเนินงานดังกล่าวได้รับการเผยแพร่ผ่านรายการข่าวค่ำ สถานีโทรทัศน์ Thai PBS เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2568

ม.นเรศวร พัฒนาสารกำจัดวัชพืชชีวภาพจากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร ยกระดับนวัตกรรมสีเขียวสู่เกษตรกรรมอย่างยั่งยืน

ดร.ณิชากร คอนดี อาจารย์ประจำภาควิชาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร พัฒนานวัตกรรม สารกำจัดวัชพืชชีวภาพ (Bioherbicide) จากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรโดยใช้แบคทีเรียเป็นหัวใจสำคัญของกระบวนการผลิต เพื่อสร้างทางเลือกใหม่ในการจัดการวัชพืชที่มีความปลอดภัย ลดการใช้สารเคมี และสนับสนุนการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน

งานวิจัยดังกล่าวเป็นผลจากความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยนเรศวรกับภาคอุตสาหกรรมเกษตรที่ดำเนินการต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2561 โดยมุ่งนำ วัสดุเหลือทิ้งและผลพลอยได้จากการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร เช่น กากสับปะรด กากถั่วเหลือง เปลือกทุเรียน กากมะพร้าว กากบีบน้ำมันมะพร้าว และกากบีบน้ำมันรำข้าว มาใช้เป็นแหล่งอาหารและพลังงานสำหรับการเพาะเลี้ยงแบคทีเรีย เพื่อผลิตสารลดแรงตึงผิวชีวภาพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

นวัตกรรมนี้ช่วยเปลี่ยนวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรให้กลายเป็น ผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม ลดปริมาณของเสียที่ต้องนำไปเผาหรือฝังกลบ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก พร้อมทั้งสนับสนุนแนวทางการใช้ทรัพยากรหมุนเวียน และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากภาคการเกษตร โดยสอดคล้องกับเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Greenhouse Gas Emissions)

สารกำจัดวัชพืชชีวภาพที่พัฒนาขึ้นอยู่ในรูป ไมโครอิมัลชันระดับนาโน ซึ่งช่วยให้สารสำคัญกระจายตัวได้ดี ลดมุมสัมผัสเมื่อพ่นบนใบวัชพืช ทำให้สารเกาะติดและซึมผ่านเข้าสู่เนื้อเยื่อพืชได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้มีประสิทธิภาพในการควบคุมวัชพืชใกล้เคียงกับสารกำจัดวัชพืชเคมีที่ใช้ในปัจจุบัน อีกทั้งยังสามารถทำงานได้ภายใต้สภาวะที่มีค่าความเป็นกรด-ด่าง อุณหภูมิ และความเค็มที่หลากหลาย

จุดเด่นของเทคโนโลยีนี้คือการใช้ แบคทีเรีย ซึ่งมีอัตราการเจริญเติบโตสูง สามารถเพาะเลี้ยงได้รวดเร็ว และใช้วัสดุเหลือทิ้งต้นทุนต่ำเป็นวัตถุดิบในการผลิต จึงช่วยลดต้นทุนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร และลดการพึ่งพาสารลดแรงตึงผิวที่ผลิตจากปิโตรเลียมหรือสารเคมีสังเคราะห์ ซึ่งอาจก่อให้เกิดการตกค้างในสิ่งแวดล้อมและส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้ใช้และผู้บริโภค

การพัฒนาสารกำจัดวัชพืชชีวภาพครั้งนี้เป็นตัวอย่างของการบูรณาการองค์ความรู้ด้าน เทคโนโลยีชีวภาพ วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม และนวัตกรรมการเกษตร เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การเกษตรสมัยใหม่ ลดการใช้สารเคมี ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และเพิ่มมูลค่าให้วัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร อันเป็นการสนับสนุนการผลิตที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ปัจจุบัน สารกำจัดวัชพืชชีวภาพ (Bioherbicide) มีศักยภาพในการพัฒนาสู่การใช้ประโยชน์ในภาคการเกษตรและพร้อม ส่งเสริมต่อยอดสู่งานวิจัยเชิงพาณิชย์ เพื่อขยายผลสู่การผลิตในระดับอุตสาหกรรมและสร้างนวัตกรรมที่สามารถแข่งขันได้ในตลาด ทั้งยังช่วยยกระดับอุตสาหกรรมเกษตรของประเทศสู่การผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและยั่งยืน

ที่มาภาพและข่าว: สถานีวิทยุกระจายเสียงมหาวิทยาลัยนเรศวร FM 107.25 MHz

ม.นเรศวร จัดอบรมเสริมธรรมาภิบาล ยกระดับคุณธรรม โปร่งใส และนโยบาย No Gift Policy

เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2568 งานบริหารความเสี่ยง สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัดกิจกรรมอบรมเพื่อยกระดับผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 โดยมุ่งหวังให้ผู้บริหารและบุคลากรมหาวิทยาลัยนเรศวรมีความเข้าใจและตระหนักถึงความสำคัญของการดำเนินงานด้วยความซื่อสัตย์และยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาองค์กรให้เป็นแบบอย่างที่ดีในด้านคุณธรรมและจริยธรรม ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการเสริมสร้างสังคมที่โปร่งใสและเป็นธรรม

การอบรมในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นประธานในพิธีเปิดและบรรยายในหัวข้อ “นโยบายและมาตรการป้องกันการทุจริต” และ “นโยบาย No Gift Policy” ณ ห้อง 301 อาคารเอกาทศรถ มหาวิทยาลัยนเรศวร การบรรยายดังกล่าวเน้นถึงแนวทางป้องกันการทุจริตในภาครัฐ การส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่มีความโปร่งใส และการสร้างจิตสำนึกให้บุคลากรทุกระดับมีความรับผิดชอบต่อสังคม พร้อมทั้งสนับสนุนแนวทางปฏิบัติที่ช่วยลดโอกาสในการเกิดพฤติกรรมที่ขัดต่อจริยธรรม

มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับการพัฒนาองค์กรที่มีความหลากหลายทางความคิด เปิดโอกาสให้บุคลากรทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างมีคุณค่าและยั่งยืน โดยการเน้นย้ำถึงหลักความเคารพและความเสมอภาคในที่ทำงาน การให้ความสำคัญกับความคิดเห็นที่แตกต่างอย่างสร้างสรรค์ และการดำเนินงานโดยยึดมั่นในคุณธรรม เพื่อสร้างบรรยากาศการทำงานที่ส่งเสริมศักยภาพของบุคลากรทุกคนอย่างเต็มที่

นอกจากนี้ การเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ยุติธรรมเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่มหาวิทยาลัยนเรศวรมุ่งมั่นดำเนินการ โดยส่งเสริมให้เกิดการบริหารจัดการที่เป็นธรรม ปราศจากอคติ และเคารพสิทธิของทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน รวมถึงการดำเนินงานที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นพื้นฐานที่นำไปสู่การสร้างสังคมที่มั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว

การจัดกิจกรรมครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการพัฒนาองค์กรให้เป็นแบบอย่างของความซื่อสัตย์ ความโปร่งใส และความยุติธรรม ซึ่งไม่เพียงแต่ส่งผลดีต่อบุคลากรภายในมหาวิทยาลัย แต่ยังเป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติในระยะยาว มหาวิทยาลัยนเรศวรจะยังคงเดินหน้าส่งเสริมคุณค่าทางจริยธรรมและยกระดับมาตรฐานการบริหารงานเพื่อสร้างองค์กรที่มีคุณภาพและความยั่งยืนในอนาคต

ม.นเรศวร คว้ารางวัล G-Green ระดับประเทศ ตอกย้ำการบริหารจัดการที่ส่งเสริมความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

วันพุธที่ 26 มีนาคม 2568 นายรุ่งรัตน์ พระนาค ผู้อำนวยการกองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นผู้แทนมหาวิทยาลัยเข้ารับ รางวัลตราสัญลักษณ์ G-Green ระดับประเทศ ภายหลังมหาวิทยาลัยผ่านการประเมินรับรอง Green Office ระดับดีเยี่ยม (ทอง) ประจำปี 2567 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของการประเมินด้านการบริหารสำนักงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จัดโดย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการพัฒนาระบบบริหารจัดการที่ ส่งเสริมความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

พิธีมอบรางวัลจัดขึ้น ณ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร โดยมี นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธี เพื่อเชิดชูหน่วยงานที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่นด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการบริหารจัดการองค์กรตามหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน

การได้รับ รางวัล G-Green เป็นผลจากการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการยกระดับ สำนักงานสีเขียว (Green Office) ผ่านการบริหารจัดการที่ครอบคลุมทั้งการใช้พลังงาน การใช้น้ำ การจัดการของเสีย การจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การควบคุมมลพิษ ตลอดจนการสร้างความตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อมแก่บุคลากรและนิสิตภายในมหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญกับการ ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านมาตรการต่าง ๆ เช่น การลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว การคัดแยกและจัดการขยะอย่างเป็นระบบ การประหยัดพลังงานและน้ำ รวมถึงการส่งเสริมการใช้ทรัพยากรหมุนเวียน เพื่อสร้างรูปแบบการดำเนินงานที่สามารถลดการใช้ทรัพยากรและลดการปล่อยของเสียได้อย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากการบริหารจัดการภายในองค์กรแล้ว มหาวิทยาลัยยังบูรณาการแนวคิดด้าน ความยั่งยืน เข้ากับการเรียนการสอน การวิจัย และการบริการวิชาการ เพื่อสร้างองค์ความรู้และปลูกฝังจิตสำนึกในการใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ ส่งเสริมให้บุคลากร นิสิต และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน มีส่วนร่วมในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมและร่วมกันสร้างสังคมที่ยั่งยืน

ความสำเร็จครั้งนี้ยังสะท้อนถึงความร่วมมือของทุกหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัย ที่ร่วมกันขับเคลื่อนนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การกำหนดมาตรการ การปฏิบัติตามแนวทาง Green Office ไปจนถึงการติดตามและพัฒนาผลการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อยกระดับคุณภาพการบริหารจัดการองค์กรให้เป็นต้นแบบด้าน การบริโภคและการใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ

การได้รับรางวัลในครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของมหาวิทยาลัยนเรศวร และเป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาองค์กรควบคู่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยยึดหลักการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และ ส่งเสริมความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างมหาวิทยาลัยที่เติบโตอย่างสมดุล พร้อมรับมือกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในอนาคต

ที่มา: กองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร จัดนิทรรศการ “เปลี่ยนโลก เปลี่ยนอนาคต” ชูนวัตกรรมและเครือข่ายความร่วมมือเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

วันพุธที่ 19 กุมภาพันธ์ 2568 คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดนิทรรศการ “เปลี่ยนโลก เปลี่ยนอนาคต” ภายใต้รายวิชา การเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศและผลกระทบต่อสุขภาพ โดยได้รับเกียรติจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พันธ์ทิพย์ หินหุ้มเพ็ชร รองคณบดีฝ่ายวิชาการและประกันคุณภาพการศึกษา เป็นผู้แทนคณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์กล่าวเปิดงาน ณ โถงชั้น 1 อาคารเรียนรวมคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อสร้างการเรียนรู้และความตระหนักด้าน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และผลกระทบต่อสุขภาพผ่านกระบวนการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ

นิทรรศการครั้งนี้มุ่งส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วม ซึ่งประกอบด้วย คณาจารย์ นักวิทยาศาสตร์ และนิสิต ได้เชื่อมโยงองค์ความรู้ทางวิชาการกับสถานการณ์จริง โดยนำเสนอผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีต่อสุขภาพของมนุษย์ ทั้งในระดับบุคคล ชุมชน และสังคม พร้อมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับปัจจัยที่ส่งผลต่อสภาพภูมิอากาศ และแนวทางการปรับตัวที่เหมาะสมในบริบทของสังคมปัจจุบัน

ภายในงานประกอบด้วย นิทรรศการวิชาการ การจัดแสดงผลงานสิ่งประดิษฐ์จากวัสดุเหลือใช้ การนำเสนอผลงานโปสเตอร์เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั่วโลก และกิจกรรม Workshop ที่เปิดโอกาสให้นิสิตได้แสดงศักยภาพด้านการคิดวิเคราะห์ การออกแบบนวัตกรรม และการประยุกต์ใช้ความรู้เพื่อแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างสร้างสรรค์ ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้สะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยในการสนับสนุน นวัตกรรม การวิจัย และการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืน โดยส่งเสริมให้นิสิตพัฒนาผลงานจากองค์ความรู้ในห้องเรียนสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรมที่สามารถตอบโจทย์ปัญหาสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของสังคม พร้อมทั้งสร้างทักษะด้านการคิดเชิงระบบ การแก้ปัญหา และการสื่อสารผลงานทางวิชาการ

นอกจากนี้ กิจกรรมยังเป็นเวทีสำคัญในการสร้าง เครือข่ายความร่วมมือ ระหว่างคณาจารย์ นักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ และนิสิต เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวคิดด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการพัฒนานวัตกรรมที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ร่วมกันในอนาคต อันเป็นการเสริมสร้างความร่วมมือทางวิชาการทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับการบูรณาการ การเรียนการสอน การวิจัย และการบริการวิชาการ เพื่อสร้างองค์ความรู้ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบต่อสุขภาพ พร้อมส่งเสริมการประยุกต์ใช้ความรู้และนวัตกรรมในการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการสร้างความร่วมมือในการพัฒนาสังคมที่มีความยั่งยืน

การจัดนิทรรศการ “เปลี่ยนโลก เปลี่ยนอนาคต” นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สะท้อนความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการพัฒนาบัณฑิตและสร้างองค์ความรู้ที่ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ ผ่านการสร้างนวัตกรรม การพัฒนาศักยภาพบุคลากร และการสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนสังคมสู่การพัฒนาที่สมดุล เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และยั่งยืนในระยะยาว

ม.นเรศวร จัดประกวดผลงานการพัฒนา “นวัตกรรมรักษ์โลก”

เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2568 กองบริการการศึกษา โดยงานจัดการวิชาศึกษาทั่วไป ร่วมกับคณาจารย์วิชาวิทยาศาสตร์ในชีวิตประจำวัน ได้จัดการประกวดผลงานการพัฒนา “นวัตกรรมรักษ์โลก” เพื่อส่งเสริมให้นิสิตได้ตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ในการคิดค้นนวัตกรรมที่ช่วยลดผลกระทบต่อโลกอย่างยั่งยืน ลดขยะ ลดการสูญเปล่า และช่วยบรรเทาภาวะโลกร้อน

กิจกรรมนี้มุ่งเน้นให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้แนวทางการพัฒนาเทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ผ่านการแสดงทางวิทยาศาสตร์และกระบวนการคิดอย่างเป็นระบบ ซึ่งช่วยให้เกิดการเผยแพร่องค์ความรู้ด้านการอนุรักษ์พลังงาน การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และการลดของเสียที่เกิดจากการบริโภคเกินความจำเป็น ในปีนี้มีนิสิตเข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 779 คน และส่งผลงานเข้าประกวดทั้งหมด 29 ผลงาน ณ โถงชั้น 1 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา บรมราชินีนาถ มหาวิทยาลัยนเรศวร

มหาวิทยาลัยนเรศวรขอแสดงความยินดีกับนิสิตที่ได้รับรางวัลในการประกวดนวัตกรรมรักษ์โลก ดังนี้
🥇 รางวัลชนะเลิศ: ผลงาน “บ่อดักไขมัน 2 in1” ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ช่วยลดการปล่อยไขมันลงสู่แหล่งน้ำ ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมทางน้ำให้สะอาดขึ้น
🥈 รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1: ผลงาน “Pure Flow ไหลสะอาด ไร้ไขมัน” ที่ออกแบบระบบกรองน้ำมันจากครัวเรือนก่อนปล่อยลงท่อน้ำเสีย ช่วยลดมลพิษทางน้ำ
🥉 รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2: ผลงาน “ถนนชาร์ทรถ EV ด้วยระบบโซล่าเซลล์” ที่นำพลังงานสะอาดมาใช้ในการขับเคลื่อนรถยนต์ไฟฟ้า สนับสนุนการลดการใช้พลังงานฟอสซิล และช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
🎖 รางวัลชมเชย:

  • “Second Life จากของเหลือใช้” นำวัสดุเหลือใช้มาสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ลดขยะ ลดการสูญเปล่า และส่งเสริมการใช้ทรัพยากรหมุนเวียน
  • “บ้านที่หายใจได้” ออกแบบบ้านที่ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของอากาศ ลดการใช้พลังงานไฟฟ้าและปรับอากาศตามธรรมชาติ ช่วยลดการใช้ทรัพยากรที่ไม่จำเป็น
  • “กิ๊ฟเซ็ตกระเป๋ารักษ์โลก และเครื่องประดับจากขวดพลาสติก” เปลี่ยนขยะพลาสติกให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่า ช่วยลดปัญหาขยะพลาสติก ลดการสูญเปล่า และส่งเสริมแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน

กิจกรรมนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างสรรค์แนวทางใหม่ ๆ ในการดูแลรักษาโลกของเรา ตอกย้ำแนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืนผ่านนวัตกรรมที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ลดขยะ ลดการสูญเปล่า และช่วยบรรเทาภาวะโลกร้อน เพื่ออนาคตที่ดียิ่งขึ้นของโลกเรา

ที่มา: งานประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

NU Art & Craft Fun Fair 2025: เทศกาลแห่งศิลปะ ความรัก และกลิ่นหอมของกาแฟ

มหาวิทยาลัยนเรศวรจัดงาน “NU Art & Craft Fun Fair 2025” ซึ่งเป็นโครงการที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ภายใต้แนวคิดที่เชื่อมโยงกันระหว่าง เทศกาลแห่งความรัก ผู้คน ดนตรี และกลิ่นหอมของกาแฟ โดยมี ดร.พิสุทธิ์ อภิชยกุล รองอธิการบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์และการถ่ายทอดเทคโนโลยี เป็นประธานในพิธีเปิด โครงการนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือของหน่วยงานทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย เพื่อทำให้มหาวิทยาลัยนเรศวรเป็น Creative Art Space ที่สำคัญของเมืองพิษณุโลกและเป็นพื้นที่สาธารณะสำหรับการแสดงออกด้านศิลปวัฒนธรรมเชิงสร้างสรรค์

ในปีนี้ งาน NU Art & Craft Fun Fair 2025 ได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรหลายภาคส่วน เช่น วิทยาลัยเพื่อการค้นคว้าระดับรากฐาน ตลาดประชารัฐ กลุ่มผู้ประกอบการร้านกาแฟ และศิลปินผู้สร้างสรรค์งานคราฟท์จากจังหวัดสุโขทัยและพิษณุโลก โดยมีการจัดกิจกรรมหลากหลายที่สะท้อนถึงศิลปะ วัฒนธรรม และความยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็น การแสดง Lanna Fashion โดยนิสิตชมรมสืบสานล้านนา ที่นำเสนอความหลากหลายของอัตลักษณ์การแต่งกายกลุ่มชาติพันธุ์ล้านนา ภายใต้แนวคิด “Flower of ล้านนา” และ การแสดง Upcycled Fashion ที่มุ่งเน้นการออกแบบร่วมสมัยด้วยวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มุ่งสู่เศรษฐกิจแบบยั่งยืน

อีกหนึ่งไฮไลต์ของงานคือ การแสดงดนตรีและศิลปะที่ผสานกันอย่างลงตัว เช่น การแสดง Art & Craft NU Dance โดยนิสิตโครงการลูกพระฆเนศ NU Band และ การแสดง Fingerstyle Guitar x Coffee Painting โดย อาจารย์กวิน ภูศรีเทศ แชมป์ Overdrive Acoustic Guitar Contest 2020 และ คุณพัชรพล เสริมสุข ศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่เต็มไปด้วยอารมณ์และพลัง นอกจากนี้ ยังมีนิทรรศการศิลปะยามค่ำคืน การแสดงดนตรี และกิจกรรมนันทนาการที่เปิดโอกาสให้นิสิตและประชาชนทั่วไปได้มีส่วนร่วมในบรรยากาศแห่งศิลปะและความสุข

วันสุดท้ายของงาน นับเป็นช่วงเวลาที่เปี่ยมไปด้วยบรรยากาศในฝันของใครหลายคน ลานด้านหน้าหอศิลป์มหาวิทยาลัยนเรศวร กลายเป็นพื้นที่ที่ผสมผสาน ความคิดสร้างสรรค์และอิสระ อย่างลงตัว ภายใต้คอนเซ็ปต์ “กาแฟกับงานฝีมือ” ซึ่งได้รับความนิยมจากผู้เข้าร่วมเป็นอย่างมาก ที่นี่เป็นจุดรวมตัวของ ชุมชนศิลปะและงานฝีมือ ที่เปิดโอกาสให้ชาวบ้านจากหลากหลายพื้นที่เข้ามาสอนทักษะศิลปะประดิษฐ์ เช่น การเย็บย่าม เย็บตุ๊กตา และงานวาดภาพ ซึ่งช่วยส่งต่อองค์ความรู้จากรุ่นสู่รุ่น พร้อมทั้งเปิดพื้นที่ให้นิสิตและประชาชนทั่วไปได้เรียนรู้และฝึกฝนฝีมือ

งานนี้ยังเชื่อมโยง ชุมชนกับศิลปะ ผ่านบรรยากาศสบายๆ ที่มี นักดนตรีอาสามาขับกล่อม ควบคู่กับ บูธร้านอาหารและกาแฟจากผู้ประกอบการท้องถิ่น ที่มาประชันรสชาติจากเวทีแข่งขันระดับประเทศ นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้เยาวชน ครอบครัว และตัวแทนชุมชนได้มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสร้างสรรค์ผลงานร่วมกัน รวมถึงการสนับสนุน พ่อค้าแม่ค้ารุ่นใหม่ ที่ต้องการอวดฝีมือด้านอาหารและเครื่องดื่มแปลกใหม่

NU Art & Craft Fun Fair 2025 ไม่เพียงเป็นงานที่มอบความสนุกและแรงบันดาลใจ แต่ยังเป็น ต้นแบบของพื้นที่สร้างสรรค์ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงออกอย่างเสมอภาค สอดคล้องกับ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG 5) ที่ส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศและการมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียมกัน นอกจากนี้ยังตอบโจทย์ SDG 11 ที่ส่งเสริมให้เมืองและชุมชนมีความยั่งยืนผ่านศิลปะ วัฒนธรรม และการมีส่วนร่วมของประชาชน

ที่มา: กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร ร่วมยินดีกับรางวัลวิจัยด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมทางทะเล

วันอาทิตย์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2567 มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยศาสตราจารย์ ดร.กรกนก อิงคนินันท์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม พร้อมด้วยผู้บริหารกองการวิจัยและนวัตกรรม ได้เข้าร่วมแสดงความยินดีแก่นักวิจัยที่ได้รับรางวัลการวิจัยแห่งชาติ ประจำปี 2567 หนึ่งในนั้นคือ ดร.สุชานัน หรรษอุดม ผู้ได้รับรางวัลวิทยานิพนธ์ระดับดี สาขานิติศาสตร์ จากผลงานวิจัยเรื่อง “การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมในการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมทางทะเลจากการพัฒนากังหันลมนอกชายฝั่งในประเทศไทย”

ผลงานวิจัยดังกล่าวถือเป็นการบูรณาการระหว่างกฎหมาย สิ่งแวดล้อม และพลังงานหมุนเวียน เพื่อสร้างแนวทางการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการพัฒนากังหันลมนอกชายฝั่ง ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานสะอาดที่กำลังได้รับความสนใจในประเทศไทยและทั่วโลก แต่ในขณะเดียวกันก็อาจส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศทะเลและการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตใต้ทะเล

การคุ้มครองสิ่งแวดล้อมทางทะเล จึงเป็นหัวใจหลักของงานวิจัย โดยมุ่งเน้นการสร้างสมดุลระหว่างการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเลเพื่อการผลิตพลังงานสะอาด กับการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ งานวิจัยนี้ยังนำเสนอกรอบกฎหมายและมาตรการควบคุมที่ช่วยป้องกันผลกระทบในระยะยาว

นอกจากนี้ยังเป็นงานที่ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของ การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมเชิงรอบด้าน (Holistic EIA) ที่ไม่ได้พิจารณาเพียงด้านวิศวกรรมหรือเศรษฐกิจ แต่ครอบคลุมถึงผลกระทบต่อระบบนิเวศ บริเวณชายฝั่งทะเล และความมั่นคงด้านอาหารของชุมชนชายฝั่งที่พึ่งพาทะเลเป็นแหล่งทำกิน

การศึกษานี้ยังช่วยเสริมสร้างองค์ความรู้ใหม่ทางด้านกฎหมายสิ่งแวดล้อมของไทย โดยเสนอแนวทางปรับปรุงกระบวนการ EIA สำหรับโครงการพลังงานลมในทะเล ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ทั้งในแง่ของการมีส่วนร่วมของประชาชน การตรวจสอบผลกระทบระยะยาว และการกำหนดมาตรการเยียวยา

ผลลัพธ์ของงานวิจัยสามารถเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานรัฐ ภาคธุรกิจพลังงานหมุนเวียน และนักวิชาการ ในการกำหนดนโยบายและแนวทางปฏิบัติที่ลดความขัดแย้งระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจและการรักษาสิ่งแวดล้อมทางทะเล ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนในอนาคต

ในระดับนานาชาติ งานวิจัยนี้ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการขับเคลื่อนพลังงานสะอาดไปพร้อมกับการรักษาทะเลให้คงความอุดมสมบูรณ์ เพื่อให้สังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมก้าวเดินไปด้วยกันอย่างสมดุลและมั่นคง

รางวัลวิทยานิพนธ์ระดับชาติจึงไม่เพียงเป็นเกียรติแก่นักวิจัยเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งความหวังในการพัฒนาประเทศที่ใส่ใจทั้ง พลังงานสะอาดและการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมทางทะเล อย่างแท้จริง

มาทำความรู้จัก NU SDGs “ป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน” กันเถอะ

มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับ การพัฒนาอย่างยั่งยืน ผ่านแนวทาง NU SDGs (Naresuan University Sustainable Development Goals) ซึ่งเป็นการดำเนินงานที่สอดคล้องกับ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) โดยเฉพาะด้าน การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การจัดการทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยมุ่งมั่นเป็นแบบอย่างในการพัฒนาอย่างสมดุล ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการสร้างความตระหนักรู้และปลูกฝังแนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืนให้กับนิสิตและบุคลากร

เพื่อส่งเสริมความเข้าใจเกี่ยวกับ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) มหาวิทยาลัยได้จัดกิจกรรม การให้ความรู้ การอบรม และโครงการรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อม อาทิ โครงการให้ความรู้ด้านพลังงานสะอาด การจัดการขยะอย่างถูกต้อง และการใช้ทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ยังมีการบรรจุเนื้อหาด้านความยั่งยืนเข้าไปในหลักสูตรการเรียนการสอนในรายวิชาต่าง ๆ เพื่อให้นิสิตตระหนักถึงความสำคัญของ SDGs และสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้

มหาวิทยาลัยดำเนินโครงการและกิจกรรมที่ส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง เช่น โครงการปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียว การจัดการขยะอย่างเป็นระบบ และโครงการขยะทำเงิน เพื่อรณรงค์ให้เกิดการลด ใช้ซ้ำ และนำกลับมาใช้ใหม่ (3Rs) รวมถึงส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดในมหาวิทยาลัย ทั้งหมดนี้ได้รับความร่วมมือจาก บุคลากรทุกหน่วยงาน นิสิตที่สนใจ นิสิตจิตอาสา สโมสร และชมรมต่าง ๆ ในการมีส่วนร่วมพัฒนาโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน

การพัฒนาอย่างยั่งยืนของมหาวิทยาลัยนเรศวรไม่ได้จำกัดอยู่แค่ภายในรั้วมหาวิทยาลัยเท่านั้น แต่ยังมีการทำงานร่วมกับชุมชนและหน่วยงานภายนอกในการสร้างเครือข่าย “มหาวิทยาลัยสีเขียว” (Green University) ที่ส่งเสริมการใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและการลดผลกระทบต่อระบบนิเวศ กิจกรรมที่จัดขึ้นมีเป้าหมายเพื่อให้เกิดการเรียนรู้และลงมือปฏิบัติจริง ตลอดจนสร้างแรงบันดาลใจให้กับนิสิตและบุคลากรในการนำหลักการพัฒนาที่ยั่งยืนไปใช้ในชีวิตประจำวัน

นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยยังให้ความสำคัญกับ การวิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน โดยสนับสนุนงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การบริหารจัดการพลังงานสะอาด และการพัฒนาเทคโนโลยีที่ช่วยลดผลกระทบต่อธรรมชาติ ทั้งนี้เพื่อให้มหาวิทยาลัยเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ที่มีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้สังคมเกิดการเปลี่ยนแปลงสู่แนวทางที่ยั่งยืน

การดำเนินงานของมหาวิทยาลัยนเรศวรตามแนวทาง NU SDGs ถือเป็นส่วนหนึ่งของพันธกิจในการเป็นมหาวิทยาลัยที่รับผิดชอบต่อสังคม โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งบุคลากร นิสิต และชุมชน เพื่อร่วมกันสร้างอนาคตที่ดีกว่าและยั่งยืนสำหรับคนรุ่นต่อไป

ที่มา: งานบริการวิชาการ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin