Archives 2025

ม.นเรศวร ถ่ายทอดความรู้การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา ส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน

วันจันทร์ที่ 28 เมษายน 2568 รองศาสตราจารย์ ดร.นิพนธ์ เกตุจ้อย ผู้อำนวยการวิทยาลัยพลังงานทดแทนและสมาร์ตกริดเทคโนโลยี (SGtech) มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นวิทยากรบรรยายหัวข้อ “ความรู้พื้นฐานการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา” ณ โรงแรมเดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ กรุงเทพมหานคร ภายในงานสัมมนาเชิงวิชาการด้านระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ การบรรยายครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการถ่ายทอดองค์ความรู้ทางวิชาการสู่ผู้เข้าร่วมสัมมนา เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการนำพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ผลิตไฟฟ้า และเป็นพื้นฐานสำหรับการพิจารณาประยุกต์ใช้เทคโนโลยีพลังงานทดแทนอย่างเหมาะสม โดยเชื่อมโยงความรู้ด้านพลังงานกับการใช้ประโยชน์จากพื้นที่อาคารและการวางแผนใช้ทรัพยากรให้เกิดประสิทธิภาพ

การสัมมนาจัดโดย สมาคมไฟฟ้าและพลังงานไอทริปเปิลอี (ประเทศไทย) [IEEE Power & Energy Society (Thailand)] ร่วมกับวิทยาลัยพลังงานทดแทนและสมาร์ตกริดเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยนเรศวร ภายใต้หัวข้อ “ระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) และบนพื้น (Solar Farm): นโยบาย ข้อกำหนด การออกแบบ การติดตั้ง การดำเนินงาน การบำรุงรักษา และการประเมินทางเศรษฐศาสตร์” ซึ่งครอบคลุมประเด็นสำคัญตั้งแต่การวางแผนจนถึงการดูแลระบบตลอดการใช้งาน การนำองค์ความรู้หลายด้านมาประกอบกันช่วยให้การพิจารณาพัฒนาระบบผลิตไฟฟ้ามีความรอบด้าน ทั้งด้านความเหมาะสมทางเทคนิค การปฏิบัติตามข้อกำหนด และความคุ้มค่าในการลงทุน อันเป็นพื้นฐานของ การพัฒนาพลังงานสะอาดอย่างมีประสิทธิภาพ

หัวข้อ ความรู้พื้นฐานการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา มีความสำคัญต่อการสร้างความเข้าใจก่อนตัดสินใจนำระบบมาใช้งาน เนื่องจากการพัฒนาระบบผลิตไฟฟ้าควรเริ่มจากการพิจารณาความเหมาะสมของพื้นที่ควบคู่กับความต้องการใช้พลังงาน การมีพื้นฐานความรู้ที่ถูกต้องช่วยให้ผู้สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและหารือกับผู้เชี่ยวชาญได้อย่างตรงประเด็น รวมถึงพิจารณาทางเลือกที่สอดคล้องกับลักษณะอาคารและวัตถุประสงค์การใช้งาน การถ่ายทอดองค์ความรู้ในหัวข้อนี้จึงสนับสนุนการเตรียมความพร้อมสำหรับการใช้เทคโนโลยีพลังงานทดแทน และช่วยให้การวางแผนใช้ พลังงานแสงอาทิตย์ คำนึงถึงประโยชน์ในระยะยาว ทั้งด้านการจัดการพลังงาน การใช้ทรัพยากร และความเหมาะสมของการลงทุน

ในด้านการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน ระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา เป็นแนวทางหนึ่งในการใช้ประโยชน์จากพื้นที่อาคารที่มีอยู่เพื่อผลิตพลังงาน โดยการพิจารณานำระบบมาใช้ควรเชื่อมโยงกับการวางแผนจัดการพลังงานของอาคารอย่างเป็นระบบ ทั้งการสำรวจความต้องการใช้ไฟฟ้า การพิจารณาศักยภาพของพื้นที่ และการกำหนดแนวทางดูแลระบบ การส่งเสริมความรู้จึงมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ผู้ใช้งานเข้าใจว่าการพัฒนาพลังงานสะอาดต้องอาศัยการเตรียมความพร้อมหลายด้านควบคู่กัน เพื่อให้การใช้พื้นที่และทรัพยากรเกิดประโยชน์อย่างเหมาะสม และสนับสนุน การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ตามบริบทและข้อจำกัดของแต่ละอาคาร

ประเด็น การออกแบบ การติดตั้ง การดำเนินงาน และการบำรุงรักษา ที่ปรากฏในกรอบการสัมมนา สะท้อนความสำคัญของการพิจารณาระบบผลิตไฟฟ้าตลอดระยะเวลาการใช้งาน การส่งเสริมพลังงานทดแทนจึงควรให้ความสำคัญกับคุณภาพของการดำเนินงานในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การศึกษาข้อมูลก่อนติดตั้ง การเลือกแนวทางที่เหมาะสม ไปจนถึงการเตรียมความพร้อมในการดูแลรักษา ทั้งนี้ ความรู้ด้านนโยบายและข้อกำหนดยังเป็นองค์ประกอบที่ช่วยให้ผู้เกี่ยวข้องเข้าใจเงื่อนไขในการพัฒนาโครงการ การเรียนรู้ประเด็นเหล่านี้ร่วมกันเป็นพื้นฐานสำหรับการวางแผนระบบพลังงานที่คำนึงถึง ความปลอดภัย ความเหมาะสมทางเทคนิค และการใช้งานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งล้วนเกี่ยวข้องกับความยั่งยืนของการลงทุนด้านพลังงาน

สำหรับ การประเมินทางเศรษฐศาสตร์ เป็นอีกประเด็นสำคัญที่ช่วยประกอบการตัดสินใจพัฒนาระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ โดยควรพิจารณาค่าใช้จ่ายและประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับให้สอดคล้องกับเงื่อนไขการใช้งานจริง การประเมินความคุ้มค่าอย่างรอบด้านช่วยให้ผู้สนใจมีข้อมูลสำหรับเปรียบเทียบทางเลือกและวางแผนงบประมาณได้เหมาะสม รวมถึงคำนึงถึงภาระการดูแลรักษาระบบในระยะยาว การเชื่อมโยงความรู้ทางเทคนิคกับมิติทางเศรษฐศาสตร์จึงสนับสนุน การตัดสินใจลงทุนบนพื้นฐานข้อมูล และการใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ อันเป็นส่วนสำคัญของการขยายการใช้พลังงานสะอาดให้เหมาะสมกับศักยภาพของผู้ใช้งานและบริบทของแต่ละโครงการ

การร่วมจัดสัมมนาและการเป็นวิทยากรของผู้อำนวยการ SGtech ในครั้งนี้ แสดงถึงบทบาทของ มหาวิทยาลัยนเรศวรในการบริการวิชาการและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านพลังงานทดแทน ผ่านความร่วมมือกับองค์กรวิชาชีพด้านไฟฟ้าและพลังงาน การเผยแพร่ความรู้พื้นฐานควบคู่กับประเด็นการพัฒนาระบบผลิตไฟฟ้าอย่างรอบด้าน เป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำความรู้ไปใช้ประกอบการศึกษาและวางแผนด้านพลังงานตามบริบทของตนเอง อีกทั้งยังสนับสนุนการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับทางเลือกในการใช้พลังงานสะอาด การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการพัฒนาโครงการที่คำนึงถึงการดำเนินงานในระยะยาว เพื่อเป็นพื้นฐานของ การพัฒนาพลังงานอย่างยั่งยืน และการนำองค์ความรู้ทางวิชาการไปใช้ประโยชน์ในสังคม

ม.นเรศวร เผยแผนพัฒนาสถานีวิจัยและฝึกอบรมบึงราชนก มุ่งสู่ศูนย์กลางการศึกษาและการเกษตรยั่งยืน

วันจันทร์ที่ 28 เมษายน 2568 รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดี พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศิริชัย ตันรัตนวงศ์ รองอธิการบดีฝ่ายโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีสารสนเทศ และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชนินทร์ อัมพรสถิร รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานอธิการบดี ได้เดินทางไปร่วมประชุมปรึกษาหารือกับผู้บริหารคณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ณ สถานีวิจัยและฝึกอบรมบึงราชนก

การประชุมในครั้งนี้มีคณะผู้บริหารและคณาจารย์จากคณะเกษตรศาสตร์ฯ นำโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรสิทธิ์ โทจำปา และทีมผู้บริหาร ให้การต้อนรับและร่วมหารือ เพื่อกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนพื้นที่ตามแผนยุทธศาสตร์ที่สำคัญ

การดำเนินงานดังกล่าวสอดคล้องกับแผนการพัฒนาพื้นที่สถานีวิจัยและฝึกอบรมบึงราชนก ภายใต้กรอบระยะเวลา พ.ศ. 2567–2573 ในหัวข้อ “การเตรียมความพร้อมสู่การเติบโตและความยั่งยืนของการศึกษา การวิจัย และการบริการวิชาการทางการเกษตร” ของคณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร

เป้าหมายสำคัญของการหารือคือการพัฒนาสถานีวิจัยฯ ให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ที่ครบวงจร รองรับการเรียนการสอนด้านการเกษตร สัตวศาสตร์ และการประมง โดยมุ่งเน้นการบูรณาการองค์ความรู้เพื่อสนับสนุนกระบวนการเรียนรู้ของนิสิต และผลิตนิสิตเพื่อเป็นผู้นำด้านเกษตรยั่งยืน

การยกระดับพื้นที่ดังกล่าวให้เกิดประโยชน์สูงสุด จำเป็นต้องมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและความจำเป็นพื้นฐานที่สำคัญ ได้แก่ การปรับปรุงถนนโดยรอบสถานี การอำนวยความสะดวกด้านการเดินทางและขนส่งเพื่อให้นิสิตสามารถเข้ามาใช้งานพื้นที่ได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ทั้ง ระบบน้ำ และไฟฟ้า ซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักในการทำวิจัยและการจัดการฟาร์ม เพื่อสนับสนุนกระบวนการผลิตและการบริโภคที่รับผิดชอบต่อทรัพยากรในระบบนิเวศ

การบริหารจัดการพื้นที่เพื่อการเรียนรู้ด้านการประมงและสัตวศาสตร์ภายในสถานีวิจัย จะต้องคำนึงถึงความสมดุลทางธรรมชาติและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางน้ำ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศรอบข้าง ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ม.นเรศวร ขับเคลื่อนการจัดการของเสียอันตรายและบริหารจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน มุ่งสร้างมาตรฐานสิ่งแวดล้อมตามนโยบายมหาวิทยาลัย

วันพฤหัสบดีที่ 24 เมษายน 2568 นายรุ่งรัตน์ พระนาค ผู้อำนวยการกองอาคารสถานที่ ได้เป็นประธานกล่าวเปิดโครงการจัดการมลพิษและของเสีย ณ ห้องประชุมชั้น 2 กองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของสถาบัน

มหาวิทยาลัยนเรศวร มุ่งสร้างหลักประกันให้มีรูปแบบการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน ผ่านการขับเคลื่อนนโยบายด้านการผลิตและการบริโภคที่รับผิดชอบและยั่งยืน (Responsible Consumption and Production) ซึ่งให้ความสำคัญกับการมีระบบบริหารจัดการ วัดปริมาณขยะและขยะรีไซเคิลที่เกิดขึ้น เพื่อวางแนวทางลดปริมาณขยะและผลักดันการหมุนเวียนนำกลับมาใช้ใหม่

การจัดโครงการในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างความตื่นตัวและเปิดโอกาสให้บุคลากรจากทุกหน่วยงานในมหาวิทยาลัยเข้ามามีส่วนร่วม โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 80 ชีวิต ประกอบด้วยบุคลากรกองอาคารสถานที่และเครือข่ายตัวแทนด้านอาคารสถานที่จากทุกคณะและหน่วยงาน มาร่วมขับเคลื่อนแผนการดำเนินงานด้านการจัดการของเสียภายในหน่วยงานให้เป็นรูปธรรมและมีทิศทางเดียวกัน

กระบวนการเรียนรู้มุ่งเน้นให้ผู้เข้าร่วมทุกหน่วยงานเจาะลึกรายละเอียดเกี่ยวกับนโยบายและคู่มือจัดการของเสียอันตราย เพื่อร่วมกันลดกิจกรรมที่ก่อให้เกิดมลพิษและของเสียในรูปแบบที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน พร้อมทั้งสร้างความตระหนักในการจัดการสารเคมีและของเสียทุกชนิดให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง

ภายในงานได้รับเกียรติจาก นางสาวกฤติกา กิตติวิโรจน์ ผู้อำนวยการส่วนสิ่งแวดล้อม สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดพิษณุโลก มาทำหน้าที่เป็นวิทยากรบรรยายและนำฝึกปฏิบัติจริง เพื่อถ่ายทอดทักษะกระบวนการทำงานภาคสนามให้แก่ผู้แทนจากทุกหน่วยงานสามารถนำกลับไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง

การฝึกอบรมได้เผยถึงขั้นตอนการปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบ เริ่มตั้งแต่ขั้นตอนคัดแยก จัดเก็บ ขนส่งและกำจัด ของเสียอันตรายตามหลักวิชาการ เพื่อให้ทุกหน่วยงานสามารถนำไปปรับใช้ในการบริหารจัดการหน้างานได้อย่างปลอดภัย ลดความเสี่ยง และมีประสิทธิภาพสูงสุด

ม.นเรศวร จัดค่าย มอนอ อาร์ต แอนด์ คราฟต์ แคมป์ รุ่นที่ 1 ปลูกฝังศิลปะและสิ่งแวดล้อมแก่เยาวชน

วันจันทร์ที่ 31 มีนาคม 2568 กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรม “มอนอ อาร์ต แอนด์ คราฟต์ แคมป์ | Mornor Art & Craft Camp” รุ่นที่ 1 สำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษาตอนปลายในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก ณ หอศิลป์มหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อเปิดพื้นที่แห่งการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์

กิจกรรมเริ่มต้นด้วยการนำเยาวชนเข้าสักการะสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (องค์จำลอง) เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนเข้าชมเส้นทางการเรียนรู้ที่หลากหลาย ซึ่งถือเป็นการส่งเสริม การศึกษาที่ครอบคลุมและมีคุณภาพ ผ่านการเปิดโลกทัศน์และประสบการณ์การเรียนรู้นอกห้องเรียนที่เปิดกว้างสำหรับทุกคน

เยาวชนผู้เข้าร่วมโครงการได้รับโอกาสพิเศษในการเข้าชม นิทรรศการแสดงผลงานศิลปนิพนธ์ประจำปีการศึกษา 2567 ของนิสิตชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาทัศนศิลป์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ศิลปะและการออกแบบ ซึ่งจัดขึ้นภายใต้คอนเซปท์ The Dawn of Aesthetic | รุ่งอรุณแห่งสุนทรียะ

นอกจากนี้ น้อง ๆ ยังได้เดินชม นิทรรศการเชิดชูศิลป์ศิลปินแห่งชาติ x มหาวิทยาลัยนเรศวร รวมไปถึงการจัดแสดงนิทรรศการ Special Event ในหัวข้อ “Falling in love รักคุณเข้าแล้ว” เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและพัฒนาการรับรู้ทางด้านสุนทรียภาพทางศิลปะให้แก่เด็ก ๆ อย่างรอบด้าน

ในส่วนของกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ เยาวชนได้ร่วมสนุกกับการทำ กิจกรรมผ้าเช็ดหน้ามัดย้อมจากสีธรรมชาติ และ กิจกรรมประดิษฐ์ดอกไม้จากริบบิ้น ซึ่งสอดคล้องกับแนวทาง การบริโภคและการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน โดยเน้นการใช้วัสดุที่ปลอดภัยและลดผลกระทบต่อระบบนิเวศ

การเลือกใช้วัสดุจากธรรมชาติในกระบวนการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ ไม่เพียงแต่ช่วยให้เด็ก ๆ ได้ปลดปล่อยจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์กันอย่างเต็มที่ แต่ยังเป็นการปลูกฝังเด็ก ๆ ให้เห็นถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อม และสร้างความตระหนักรู้ถึงการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า

การจัดค่ายศิลปะในครั้งนี้จึงนับเป็นก้าวสำคัญที่ใช้ศิลปะและความสร้างสรรค์เป็นสื่อกลางในการเรียนรู้นอกห้องเรียน ซึ่งช่วยบ่มเพาะให้เยาวชนเติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ มีจิตสำนึกที่ดีต่อสังคม และพร้อมมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนสืบไป

ม.นเรศวร จัดโครงการบริหารจัดการธรรมาภิบาลและจริยธรรม ขับเคลื่อนองค์กรโปร่งใสควบคู่ความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางเพศ

วันศุกร์ที่ 28 มีนาคม 2568 งานบริหารความเสี่ยง สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัด โครงการบริหารจัดการธรรมาภิบาลและจริยธรรม ประจำปีงบประมาณ 2568 ขึ้น ณ ห้องประชุมมหาราช 1 ชั้น 2 ศูนย์แสดงนิทรรศการและการจัดประชุมนานาชาติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (KNECC) เพื่อมุ่งเน้นการส่งเสริมระบบบริหารจัดการภายในที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ตามหลักธรรมาภิบาลสากล พร้อมทั้งสร้างความตระหนักรู้ให้แก่บุคลากรทุกระดับในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต คำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวม และยึดมั่นในคุณธรรมจริยธรรมอันดีงามอันจะเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืนในระยะยาว

พิธีเปิดโครงการในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จรูญ สารินทร์ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการพิเศษ มาเป็นประธานกล่าวเปิดกิจกรรมอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งมอบนโยบายและแนวทางการขับเคลื่อนองค์กรด้วยหลักธรรมาภิบาล เพื่อให้ผู้บริหารและบุคลากรผู้ปฏิบัติงานทุกหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัยได้ตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารงานด้วยความโปร่งใส ปราศจากการคอร์รัปชัน และมีความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างแท้จริง ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดีงามและเป็นแบบอย่างที่ดีในการปฏิบัติงานร่วมกันในรั้วมหาวิทยาลัย

ภายในงานยังได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ (พิเศษ) ดร.นพ.วัชรพล ภูนวล มาเป็นผู้บรรยายพิเศษให้ความรู้ในหัวข้อสำคัญเรื่อง “การเสริมสร้างหลักธรรมาภิบาล จริยธรรม คุณธรรมและความโปร่งใส” โดยการบรรยายดังกล่าวมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และทักษะที่จำเป็นในการนำหลักธรรมาภิบาล จริยธรรม คุณธรรม และความโปร่งใส ไปประยุกต์ใช้จริงในการปฏิบัติงานประจำวันของบุคลากรทุกฝ่าย ซึ่งจะช่วยยกระดับมาตรฐานการทำงาน ป้องกันความเสี่ยงในการดำเนินงาน และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัย

การจัดโครงการในครั้งนี้มีผู้บริหารและบุคลากรจากทุกหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัยให้ความสนใจเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมากถึง 300 คน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวและความร่วมมือร่วมใจของประชาคมชาวมหาวิทยาลัยนเรศวร ในการขับเคลื่อนองค์กรให้ก้าวไปสู่การเป็นหน่วยงานที่มีความโปร่งใส มีความรับผิดชอบ และมีความเป็นเลิศในการบริหารจัดการ พร้อมทั้งมุ่งมั่นที่จะพัฒนาตนเองและหน่วยงานให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์สังคมอุดมศึกษาที่เต็มไปด้วยคุณธรรมและธรรมาภิบาลอย่างยั่งยืนตลอดไป

นอกเหนือจากการมุ่งเน้นพัฒนาด้านธรรมาภิบาลและการบริหารงานด้วยความโปร่งใสแล้ว มหาวิทยาลัยนเรศวรยังให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับ ความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางเพศ ของผู้ปฏิบัติงานและบุคลากรในมหาวิทยาลัย โดยได้กำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติที่ชัดเจนเพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ด้านความเสมอภาคระหว่างเพศและการขจัดความเลือกปฏิบัติทุกรูปแบบ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย ให้เกียรติซึ่งกันและกัน และเปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่โดยไม่มีข้อจำกัดทางเพศ

จากข้อมูลสถิติด้านบุคลากรของมหาวิทยาลัยนเรศวร ทั้งในส่วนของผู้บริหารและบุคลากร ประจำปีการศึกษา 2568 พบว่ามีจำนวนบุคลากรทั้งสิ้น 5,028 คน โดยแบ่งเป็น บุคลากรหญิงจำนวน 3,381 คน คิดเป็นร้อยละ 67.24 และบุคลากรชายจำนวน 1,647 คน คิดเป็นร้อยละ 32.76 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงบทบาทอันสำคัญยิ่งของผู้หญิงในการขับเคลื่อนภารกิจต่างๆ ของมหาวิทยาลัยให้บรรลุผลสำเร็จตามวิสัยทัศน์และพันธกิจที่ได้วางไว้ในทุกมิติอย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ในส่วนของจำนวนนิสิตที่เข้าศึกษาใหม่ประจำปีการศึกษา 2568 มีจำนวนทั้งสิ้น 7,602 คน ซึ่งประกอบด้วยนิสิตหญิงจำนวน 5,007 คน คิดเป็นร้อยละ 65.86 และนิสิตชายจำนวน 2,595 คน คิดเป็นร้อยละ 34.14 ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของมหาวิทยาลัยในการเปิดกว้างทางการศึกษาและการให้โอกาสอย่างเท่าเทียมกันแก่เยาวชนทุกคน โดยไม่เลือกปฏิบัติ ควบคู่ไปกับการดำเนินงานภายใต้หลักธรรมาภิบาลและความโปร่งใส เพื่อสร้างสรรค์สังคมอุดมศึกษาที่เท่าเทียมและยั่งยืนอย่างแท้จริง

การดำเนินงานและการขับเคลื่อนภารกิจต่างๆ ของมหาวิทยาลัยนเรศวร สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ในการบูรณาการหลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และความรับผิดชอบ ควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางเพศในการบริหารจัดการองค์กรและการจัดการศึกษาในทุกระดับ การที่มหาวิทยาลัยมีบุคลากรและนิสิตหญิงคิดเป็นสัดส่วนที่สูงและสะท้อนถึงการให้โอกาสอย่างเท่าเทียมโดยปราศจากการเลือกปฏิบัติ ไม่เพียงแต่ตอกย้ำถึงบทบาทอันทรงคุณค่าของผู้หญิงในการร่วมขับเคลื่อนความสำเร็จของสถาบันเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการสร้างสภาพแวดล้อมและวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้าง ปลอดภัย และเอื้อต่อการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรและนิสิตทุกคนอย่างเต็มกำลัง การผสานจุดสำคัญระหว่างการบริหารงานด้วยหลักคุณธรรมจริยธรรมตามหลักธรรมาภิบาลสากล กับการส่งเสริมความหลากหลายและความเสมอภาคทางเพศ จึงเป็นรากฐานอันมั่นคงที่จะช่วยยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยนเรศวรให้มีความเข้มแข็ง โปร่งใส และเป็นแบบอย่างที่ดีในการสร้างสรรค์สังคมอุดมศึกษาที่มีคุณภาพ เจริญก้าวหน้า พร้อมทั้งขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกมิติของประเทศชาติสืบไปอย่างแท้จริง

ม.นเรศวร พัฒนาสารกำจัดวัชพืชชีวภาพจากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร ยกระดับนวัตกรรมสีเขียวสู่เกษตรกรรมอย่างยั่งยืน

ดร.ณิชากร คอนดี อาจารย์ประจำภาควิชาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร พัฒนานวัตกรรม สารกำจัดวัชพืชชีวภาพ (Bioherbicide) จากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรโดยใช้แบคทีเรียเป็นหัวใจสำคัญของกระบวนการผลิต เพื่อสร้างทางเลือกใหม่ในการจัดการวัชพืชที่มีความปลอดภัย ลดการใช้สารเคมี และสนับสนุนการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน

งานวิจัยดังกล่าวเป็นผลจากความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยนเรศวรกับภาคอุตสาหกรรมเกษตรที่ดำเนินการต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2561 โดยมุ่งนำ วัสดุเหลือทิ้งและผลพลอยได้จากการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร เช่น กากสับปะรด กากถั่วเหลือง เปลือกทุเรียน กากมะพร้าว กากบีบน้ำมันมะพร้าว และกากบีบน้ำมันรำข้าว มาใช้เป็นแหล่งอาหารและพลังงานสำหรับการเพาะเลี้ยงแบคทีเรีย เพื่อผลิตสารลดแรงตึงผิวชีวภาพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

นวัตกรรมนี้ช่วยเปลี่ยนวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรให้กลายเป็น ผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม ลดปริมาณของเสียที่ต้องนำไปเผาหรือฝังกลบ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก พร้อมทั้งสนับสนุนแนวทางการใช้ทรัพยากรหมุนเวียน และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากภาคการเกษตร โดยสอดคล้องกับเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Greenhouse Gas Emissions)

สารกำจัดวัชพืชชีวภาพที่พัฒนาขึ้นอยู่ในรูป ไมโครอิมัลชันระดับนาโน ซึ่งช่วยให้สารสำคัญกระจายตัวได้ดี ลดมุมสัมผัสเมื่อพ่นบนใบวัชพืช ทำให้สารเกาะติดและซึมผ่านเข้าสู่เนื้อเยื่อพืชได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้มีประสิทธิภาพในการควบคุมวัชพืชใกล้เคียงกับสารกำจัดวัชพืชเคมีที่ใช้ในปัจจุบัน อีกทั้งยังสามารถทำงานได้ภายใต้สภาวะที่มีค่าความเป็นกรด-ด่าง อุณหภูมิ และความเค็มที่หลากหลาย

จุดเด่นของเทคโนโลยีนี้คือการใช้ แบคทีเรีย ซึ่งมีอัตราการเจริญเติบโตสูง สามารถเพาะเลี้ยงได้รวดเร็ว และใช้วัสดุเหลือทิ้งต้นทุนต่ำเป็นวัตถุดิบในการผลิต จึงช่วยลดต้นทุนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร และลดการพึ่งพาสารลดแรงตึงผิวที่ผลิตจากปิโตรเลียมหรือสารเคมีสังเคราะห์ ซึ่งอาจก่อให้เกิดการตกค้างในสิ่งแวดล้อมและส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้ใช้และผู้บริโภค

การพัฒนาสารกำจัดวัชพืชชีวภาพครั้งนี้เป็นตัวอย่างของการบูรณาการองค์ความรู้ด้าน เทคโนโลยีชีวภาพ วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม และนวัตกรรมการเกษตร เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การเกษตรสมัยใหม่ ลดการใช้สารเคมี ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และเพิ่มมูลค่าให้วัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร อันเป็นการสนับสนุนการผลิตที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ปัจจุบัน สารกำจัดวัชพืชชีวภาพ (Bioherbicide) มีศักยภาพในการพัฒนาสู่การใช้ประโยชน์ในภาคการเกษตรและพร้อม ส่งเสริมต่อยอดสู่งานวิจัยเชิงพาณิชย์ เพื่อขยายผลสู่การผลิตในระดับอุตสาหกรรมและสร้างนวัตกรรมที่สามารถแข่งขันได้ในตลาด ทั้งยังช่วยยกระดับอุตสาหกรรมเกษตรของประเทศสู่การผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและยั่งยืน

ที่มาภาพและข่าว: สถานีวิทยุกระจายเสียงมหาวิทยาลัยนเรศวร FM 107.25 MHz

ม.นเรศวร จัดอบรมเสริมธรรมาภิบาล ยกระดับคุณธรรม โปร่งใส และนโยบาย No Gift Policy

เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2568 งานบริหารความเสี่ยง สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัดกิจกรรมอบรมเพื่อยกระดับผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 โดยมุ่งหวังให้ผู้บริหารและบุคลากรมหาวิทยาลัยนเรศวรมีความเข้าใจและตระหนักถึงความสำคัญของการดำเนินงานด้วยความซื่อสัตย์และยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาองค์กรให้เป็นแบบอย่างที่ดีในด้านคุณธรรมและจริยธรรม ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการเสริมสร้างสังคมที่โปร่งใสและเป็นธรรม

การอบรมในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นประธานในพิธีเปิดและบรรยายในหัวข้อ “นโยบายและมาตรการป้องกันการทุจริต” และ “นโยบาย No Gift Policy” ณ ห้อง 301 อาคารเอกาทศรถ มหาวิทยาลัยนเรศวร การบรรยายดังกล่าวเน้นถึงแนวทางป้องกันการทุจริตในภาครัฐ การส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่มีความโปร่งใส และการสร้างจิตสำนึกให้บุคลากรทุกระดับมีความรับผิดชอบต่อสังคม พร้อมทั้งสนับสนุนแนวทางปฏิบัติที่ช่วยลดโอกาสในการเกิดพฤติกรรมที่ขัดต่อจริยธรรม

มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับการพัฒนาองค์กรที่มีความหลากหลายทางความคิด เปิดโอกาสให้บุคลากรทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างมีคุณค่าและยั่งยืน โดยการเน้นย้ำถึงหลักความเคารพและความเสมอภาคในที่ทำงาน การให้ความสำคัญกับความคิดเห็นที่แตกต่างอย่างสร้างสรรค์ และการดำเนินงานโดยยึดมั่นในคุณธรรม เพื่อสร้างบรรยากาศการทำงานที่ส่งเสริมศักยภาพของบุคลากรทุกคนอย่างเต็มที่

นอกจากนี้ การเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ยุติธรรมเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่มหาวิทยาลัยนเรศวรมุ่งมั่นดำเนินการ โดยส่งเสริมให้เกิดการบริหารจัดการที่เป็นธรรม ปราศจากอคติ และเคารพสิทธิของทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน รวมถึงการดำเนินงานที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นพื้นฐานที่นำไปสู่การสร้างสังคมที่มั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว

การจัดกิจกรรมครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการพัฒนาองค์กรให้เป็นแบบอย่างของความซื่อสัตย์ ความโปร่งใส และความยุติธรรม ซึ่งไม่เพียงแต่ส่งผลดีต่อบุคลากรภายในมหาวิทยาลัย แต่ยังเป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติในระยะยาว มหาวิทยาลัยนเรศวรจะยังคงเดินหน้าส่งเสริมคุณค่าทางจริยธรรมและยกระดับมาตรฐานการบริหารงานเพื่อสร้างองค์กรที่มีคุณภาพและความยั่งยืนในอนาคต

ม.นเรศวร คว้ารางวัล G-Green ระดับประเทศ ตอกย้ำการบริหารจัดการที่ส่งเสริมความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

วันพุธที่ 26 มีนาคม 2568 นายรุ่งรัตน์ พระนาค ผู้อำนวยการกองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นผู้แทนมหาวิทยาลัยเข้ารับ รางวัลตราสัญลักษณ์ G-Green ระดับประเทศ ภายหลังมหาวิทยาลัยผ่านการประเมินรับรอง Green Office ระดับดีเยี่ยม (ทอง) ประจำปี 2567 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของการประเมินด้านการบริหารสำนักงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จัดโดย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการพัฒนาระบบบริหารจัดการที่ ส่งเสริมความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

พิธีมอบรางวัลจัดขึ้น ณ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร โดยมี นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธี เพื่อเชิดชูหน่วยงานที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่นด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการบริหารจัดการองค์กรตามหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน

การได้รับ รางวัล G-Green เป็นผลจากการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการยกระดับ สำนักงานสีเขียว (Green Office) ผ่านการบริหารจัดการที่ครอบคลุมทั้งการใช้พลังงาน การใช้น้ำ การจัดการของเสีย การจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การควบคุมมลพิษ ตลอดจนการสร้างความตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อมแก่บุคลากรและนิสิตภายในมหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญกับการ ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านมาตรการต่าง ๆ เช่น การลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว การคัดแยกและจัดการขยะอย่างเป็นระบบ การประหยัดพลังงานและน้ำ รวมถึงการส่งเสริมการใช้ทรัพยากรหมุนเวียน เพื่อสร้างรูปแบบการดำเนินงานที่สามารถลดการใช้ทรัพยากรและลดการปล่อยของเสียได้อย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากการบริหารจัดการภายในองค์กรแล้ว มหาวิทยาลัยยังบูรณาการแนวคิดด้าน ความยั่งยืน เข้ากับการเรียนการสอน การวิจัย และการบริการวิชาการ เพื่อสร้างองค์ความรู้และปลูกฝังจิตสำนึกในการใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ ส่งเสริมให้บุคลากร นิสิต และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน มีส่วนร่วมในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมและร่วมกันสร้างสังคมที่ยั่งยืน

ความสำเร็จครั้งนี้ยังสะท้อนถึงความร่วมมือของทุกหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัย ที่ร่วมกันขับเคลื่อนนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การกำหนดมาตรการ การปฏิบัติตามแนวทาง Green Office ไปจนถึงการติดตามและพัฒนาผลการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อยกระดับคุณภาพการบริหารจัดการองค์กรให้เป็นต้นแบบด้าน การบริโภคและการใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ

การได้รับรางวัลในครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของมหาวิทยาลัยนเรศวร และเป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาองค์กรควบคู่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยยึดหลักการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และ ส่งเสริมความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างมหาวิทยาลัยที่เติบโตอย่างสมดุล พร้อมรับมือกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในอนาคต

ที่มา: กองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร จัดนิทรรศการ “เปลี่ยนโลก เปลี่ยนอนาคต” ชูนวัตกรรมและเครือข่ายความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

วันพุธที่ 19 กุมภาพันธ์ 2568 คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรมนิทรรศการ “เปลี่ยนโลก เปลี่ยนอนาคต” ภายใต้รายวิชาการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศและผลกระทบต่อสุขภาพ ณ โถงชั้น 1 อาคารเรียนรวมคณะสาธารณสุขศาสตร์ เพื่อสร้างการเรียนรู้และความตระหนักด้าน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และผลกระทบต่อสุขภาพผ่านกระบวนการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ

กิจกรรมในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พันธ์ทิพย์ หินหุ้มเพ็ชร รองคณบดีฝ่ายวิชาการและประกันคุณภาพการศึกษา เป็นผู้แทนคณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ในการกล่าวเปิดงาน โดยมุ่งเน้นการเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางวิชาการเข้ากับสถานการณ์จริง เพื่อรับมือกับวิกฤตด้าน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่มีต่อสุขภาวะของมนุษย์ทั้งในระดับบุคคล ชุมชน และสังคม

นิทรรศการมุ่งส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วม ซึ่งประกอบด้วย คณาจารย์ นักวิทยาศาสตร์ และนิสิต ได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับปัจจัยที่ส่งผลต่อสภาพแวดล้อมโลก พร้อมทั้งศึกษาและออกแบบแนวทางการปรับตัวที่เหมาะสมในบริบทของสังคมปัจจุบัน เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมและลดความเสี่ยงจากผลกระทบทางธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้น

ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมที่หลากหลาย ทั้งการจัดแสดงนิทรรศการวิชาการ และการนำเสนอผลงานสิ่งประดิษฐ์จากวัสดุเหลือใช้ ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงรูปแบบ การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน ผ่านการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการลดปริมาณของเสียด้วยการออกแบบนวัตกรรมเชิงสร้างสรรค์

นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอผลงานโปสเตอร์เกี่ยวกับสถานการณ์ภูมิอากาศทั่วโลก และกิจกรรม Workshop ที่เปิดโอกาสให้นิสิตได้ลงมือปฏิบัติจริง เพื่อแสดงศักยภาพด้านการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ การประยุกต์ใช้ความรู้ และการสื่อสารผลงานทางวิชาการเพื่อแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมรอบตัว

กิจกรรมดังกล่าวยังถือเป็นเวทีสำคัญในการสร้าง เครือข่ายความร่วมมือ ระหว่างคณาจารย์ นักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ และนิสิต เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวคิดด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม อันเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งทางวิชาการ และผลักดันนวัตกรรมที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ร่วมกันได้จริงในอนาคต

การบูรณาการการเรียนการสอนเข้ากับการวิจัยและการบริการวิชาการในลักษณะนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการพัฒนาบัณฑิตและสร้างองค์ความรู้ที่ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนสังคมให้พร้อมรับมือกับความท้าทาย เป็นมิตรต่อระบบนิเวศ และสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว

ม.นเรศวร ชื่นชมนิสิตสาขาวิชาภาษาเกาหลี คณะมนุษยศาสตร์ คว้า 3 รางวัลเวทีวิชาการระดับชาติ สะท้อนมุมมองสตรีผ่านวรรณกรรม

วันพฤหัสบดีที่ 20 กุมภาพันธ์ 2568 คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ขอแสดงความยินดีกับ นางสาวณัจตินันท์ อินทอน นิสิตชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาภาษาเกาหลี ในโอกาสที่ได้รับคัดเลือกให้นำเสนอบทความวิจัย ในการประชุมวิชาการระดับชาติ “The 3rd Road to Scholar – Korean Studies” ซึ่งจัดขึ้น ณ มหาวิทยาลัยบูรพา

ความสำเร็จในการเข้าร่วมนำเสนอผลงานวิจัยครั้งนี้ เป็นผลงานอันโดดเด่นในหัวข้อ “การวิเคราะห์ตัวละครสตรีและภาพสะท้อนสังคมปิตาธิปไตยในรวมเรื่องสั้น ‘ชื่อของเธอคือ’” ซึ่งผู้ศึกษานำเสนอผ่านมุมมองทางด้านทฤษฎีสตรีนิยม สะท้อนให้เห็นถึงความลึกซึ้งในการศึกษาภาษาและวรรณกรรมเกาหลีเชิงวิเคราะห์

ผลงานวิจัยดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงงานวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาตรี ที่ดำเนินการร่วมกับ นางสาววรณัน นุ่มนวล ภายใต้การดูแลและให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิดจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ศิวัสว์ สุรกิจบวร อาจารย์ประจำหลักสูตร ซึ่งแสดงถึงศักยภาพทางวิชาการและการจัดการเรียนการสอนที่มีคุณภาพของสถาบัน

การนำเสนอบทความวิจัยในเวทีระดับชาติดังกล่าว มุ่งเน้นการศึกษาและวิเคราะห์เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับ บทบาทตัวละครสตรีและภาพสะท้อนสังคมปิตาธิปไตย ซึ่งช่วยกระตุ้นให้เกิดความตระหนักรู้เกี่ยวกับความเสมอภาคทางเพศ และความเข้าใจในมิติทางสังคมผ่านวรรณกรรมร่วมสมัย

จากความทุ่มเทและความสามารถในการศึกษาวิจัย ส่งผลให้นิสิตได้รับรางวัลชนะเลิศอันทรงเกียรติ ประกอบด้วย เงินรางวัล 4,000 บาท พร้อมทั้งได้รับ เกียรติบัตร และความสำเร็จสูงสุดคือ ผลงานได้รับการตีพิมพ์ใน Proceedings ของการประชุมวิชาการ

ความสำเร็จครั้งนี้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ในด้านการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพและการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ ผ่านการสนับสนุนให้นิสิตได้พัฒนาทักษะทางวิชาการ การคิดวิเคราะห์เชิงลึก และการสร้างสรรค์องค์ความรู้ใหม่สู่สังคม

มหาวิทยาลัยนเรศวรยังคงมุ่งมั่นในการส่งเสริมและสนับสนุนให้นิสิตทุกคนแสดงศักยภาพทางวิชาการอย่างเต็มที่ เพื่อเติบโตเป็นบัณฑิตที่มีคุณภาพ มีความรับผิดชอบต่อสังคม และพร้อมขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนสืบไป

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin