ม.นเรศวร ถ่ายทอดความรู้การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา ส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน
วันจันทร์ที่ 28 เมษายน 2568 รองศาสตราจารย์ ดร.นิพนธ์ เกตุจ้อย ผู้อำนวยการวิทยาลัยพลังงานทดแทนและสมาร์ตกริดเทคโนโลยี (SGtech) มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นวิทยากรบรรยายหัวข้อ “ความรู้พื้นฐานการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา” ณ โรงแรมเดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ กรุงเทพมหานคร ภายในงานสัมมนาเชิงวิชาการด้านระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ การบรรยายครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการถ่ายทอดองค์ความรู้ทางวิชาการสู่ผู้เข้าร่วมสัมมนา เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการนำพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ผลิตไฟฟ้า และเป็นพื้นฐานสำหรับการพิจารณาประยุกต์ใช้เทคโนโลยีพลังงานทดแทนอย่างเหมาะสม โดยเชื่อมโยงความรู้ด้านพลังงานกับการใช้ประโยชน์จากพื้นที่อาคารและการวางแผนใช้ทรัพยากรให้เกิดประสิทธิภาพ
การสัมมนาจัดโดย สมาคมไฟฟ้าและพลังงานไอทริปเปิลอี (ประเทศไทย) [IEEE Power & Energy Society (Thailand)] ร่วมกับวิทยาลัยพลังงานทดแทนและสมาร์ตกริดเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยนเรศวร ภายใต้หัวข้อ “ระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) และบนพื้น (Solar Farm): นโยบาย ข้อกำหนด การออกแบบ การติดตั้ง การดำเนินงาน การบำรุงรักษา และการประเมินทางเศรษฐศาสตร์” ซึ่งครอบคลุมประเด็นสำคัญตั้งแต่การวางแผนจนถึงการดูแลระบบตลอดการใช้งาน การนำองค์ความรู้หลายด้านมาประกอบกันช่วยให้การพิจารณาพัฒนาระบบผลิตไฟฟ้ามีความรอบด้าน ทั้งด้านความเหมาะสมทางเทคนิค การปฏิบัติตามข้อกำหนด และความคุ้มค่าในการลงทุน อันเป็นพื้นฐานของ การพัฒนาพลังงานสะอาดอย่างมีประสิทธิภาพ
หัวข้อ ความรู้พื้นฐานการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา มีความสำคัญต่อการสร้างความเข้าใจก่อนตัดสินใจนำระบบมาใช้งาน เนื่องจากการพัฒนาระบบผลิตไฟฟ้าควรเริ่มจากการพิจารณาความเหมาะสมของพื้นที่ควบคู่กับความต้องการใช้พลังงาน การมีพื้นฐานความรู้ที่ถูกต้องช่วยให้ผู้สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและหารือกับผู้เชี่ยวชาญได้อย่างตรงประเด็น รวมถึงพิจารณาทางเลือกที่สอดคล้องกับลักษณะอาคารและวัตถุประสงค์การใช้งาน การถ่ายทอดองค์ความรู้ในหัวข้อนี้จึงสนับสนุนการเตรียมความพร้อมสำหรับการใช้เทคโนโลยีพลังงานทดแทน และช่วยให้การวางแผนใช้ พลังงานแสงอาทิตย์ คำนึงถึงประโยชน์ในระยะยาว ทั้งด้านการจัดการพลังงาน การใช้ทรัพยากร และความเหมาะสมของการลงทุน
ในด้านการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน ระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา เป็นแนวทางหนึ่งในการใช้ประโยชน์จากพื้นที่อาคารที่มีอยู่เพื่อผลิตพลังงาน โดยการพิจารณานำระบบมาใช้ควรเชื่อมโยงกับการวางแผนจัดการพลังงานของอาคารอย่างเป็นระบบ ทั้งการสำรวจความต้องการใช้ไฟฟ้า การพิจารณาศักยภาพของพื้นที่ และการกำหนดแนวทางดูแลระบบ การส่งเสริมความรู้จึงมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ผู้ใช้งานเข้าใจว่าการพัฒนาพลังงานสะอาดต้องอาศัยการเตรียมความพร้อมหลายด้านควบคู่กัน เพื่อให้การใช้พื้นที่และทรัพยากรเกิดประโยชน์อย่างเหมาะสม และสนับสนุน การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ตามบริบทและข้อจำกัดของแต่ละอาคาร
ประเด็น การออกแบบ การติดตั้ง การดำเนินงาน และการบำรุงรักษา ที่ปรากฏในกรอบการสัมมนา สะท้อนความสำคัญของการพิจารณาระบบผลิตไฟฟ้าตลอดระยะเวลาการใช้งาน การส่งเสริมพลังงานทดแทนจึงควรให้ความสำคัญกับคุณภาพของการดำเนินงานในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การศึกษาข้อมูลก่อนติดตั้ง การเลือกแนวทางที่เหมาะสม ไปจนถึงการเตรียมความพร้อมในการดูแลรักษา ทั้งนี้ ความรู้ด้านนโยบายและข้อกำหนดยังเป็นองค์ประกอบที่ช่วยให้ผู้เกี่ยวข้องเข้าใจเงื่อนไขในการพัฒนาโครงการ การเรียนรู้ประเด็นเหล่านี้ร่วมกันเป็นพื้นฐานสำหรับการวางแผนระบบพลังงานที่คำนึงถึง ความปลอดภัย ความเหมาะสมทางเทคนิค และการใช้งานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งล้วนเกี่ยวข้องกับความยั่งยืนของการลงทุนด้านพลังงาน
สำหรับ การประเมินทางเศรษฐศาสตร์ เป็นอีกประเด็นสำคัญที่ช่วยประกอบการตัดสินใจพัฒนาระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ โดยควรพิจารณาค่าใช้จ่ายและประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับให้สอดคล้องกับเงื่อนไขการใช้งานจริง การประเมินความคุ้มค่าอย่างรอบด้านช่วยให้ผู้สนใจมีข้อมูลสำหรับเปรียบเทียบทางเลือกและวางแผนงบประมาณได้เหมาะสม รวมถึงคำนึงถึงภาระการดูแลรักษาระบบในระยะยาว การเชื่อมโยงความรู้ทางเทคนิคกับมิติทางเศรษฐศาสตร์จึงสนับสนุน การตัดสินใจลงทุนบนพื้นฐานข้อมูล และการใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ อันเป็นส่วนสำคัญของการขยายการใช้พลังงานสะอาดให้เหมาะสมกับศักยภาพของผู้ใช้งานและบริบทของแต่ละโครงการ
การร่วมจัดสัมมนาและการเป็นวิทยากรของผู้อำนวยการ SGtech ในครั้งนี้ แสดงถึงบทบาทของ มหาวิทยาลัยนเรศวรในการบริการวิชาการและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านพลังงานทดแทน ผ่านความร่วมมือกับองค์กรวิชาชีพด้านไฟฟ้าและพลังงาน การเผยแพร่ความรู้พื้นฐานควบคู่กับประเด็นการพัฒนาระบบผลิตไฟฟ้าอย่างรอบด้าน เป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำความรู้ไปใช้ประกอบการศึกษาและวางแผนด้านพลังงานตามบริบทของตนเอง อีกทั้งยังสนับสนุนการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับทางเลือกในการใช้พลังงานสะอาด การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการพัฒนาโครงการที่คำนึงถึงการดำเนินงานในระยะยาว เพื่อเป็นพื้นฐานของ การพัฒนาพลังงานอย่างยั่งยืน และการนำองค์ความรู้ทางวิชาการไปใช้ประโยชน์ในสังคม














