Archives 2024

ม.นเรศวร วิศวะรวมพลังสร้างสุขภาพกายใจยั่งยืน เพิ่มความสุขในการทำงานผ่านกิจกรรมแอโรบิคเพื่อบุคลากร

วันพฤหัสบดีที่ 5 กันยายน 2567 คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร นำโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กำพล ทรัพย์สมบูรณ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ พร้อมด้วยคณะกรรมการประจำคณะ อาจารย์ และเจ้าหน้าที่ ร่วมกันจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพบุคลากร ผ่านการออกกำลังกายด้วยการเต้นแอโรบิค ณ บริเวณโถงชั้น 1 อาคารเรียนรวมคณะวิศวกรรมศาสตร์

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างสุขภาพพลานามัยที่แข็งแรงของบุคลากรในคณะ เน้นให้เกิดการดูแลสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจอย่างสมดุล เพราะการออกกำลังกายเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และสร้างความสุขในชีวิตประจำวัน

คณะวิศวกรรมศาสตร์กำหนดให้การเต้นแอโรบิคเป็นกิจกรรมประจำ โดยจัดขึ้นทุกวันจันทร์ อังคาร และพุธ เวลา 16.30 – 17.00 น. เพื่อให้บุคลากรสามารถเข้าร่วมได้อย่างต่อเนื่อง และสร้างวัฒนธรรมการดูแลสุขภาพที่ยั่งยืนภายในองค์กร

การจัดกิจกรรมออกกำลังกายประจำอย่างสม่ำเสมอ ไม่เพียงแต่ช่วยให้บุคลากรมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง แต่ยังช่วยลดความเครียดจากการทำงาน สร้างสมดุลระหว่างชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัว ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ การส่งเสริมสุขภาพของบุคลากรยังสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน ที่มุ่งเน้นให้บุคลากรมีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีความสุขกับการทำงาน ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อการพัฒนาองค์กรในระยะยาว

คณะวิศวกรรมศาสตร์ยังมุ่งหวังให้กิจกรรมดังกล่าวเป็นตัวอย่างที่ดีในการสร้างบรรยากาศการทำงานที่เอื้อต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของบุคลากรในสถาบันการศึกษา รวมทั้งส่งเสริมให้เกิดการสร้างแรงบันดาลใจในการดูแลสุขภาพด้วยตนเองอย่างต่อเนื่อง

ด้วยความมุ่งมั่นในการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีและยั่งยืน กิจกรรมเต้นแอโรบิคเพื่อสุขภาพจึงเป็นมากกว่าการออกกำลังกาย แต่เป็นการสร้างระบบนิเวศที่สนับสนุนทั้งสุขภาพกาย สุขภาพจิต และความก้าวหน้าในสายอาชีพของบุคลากรอย่างแท้จริง

ม.นเรศวร จัดเวทีผู้บริหารพบประชาคม ครั้งที่ 2 ส่งเสริมความโปร่งใส สื่อสารสู่องค์กรยั่งยืน

วันจันทร์ที่ 9 กรกฎาคม 2567 มหาวิทยาลัยนเรศวรได้จัดกิจกรรม เวทีผู้บริหารพบประชาคม ครั้งที่ 2 โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดี พร้อมด้วยรองอธิการบดีทั้ง 6 ท่าน ร่วมรายงานผลการดำเนินงานในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา และเปิดเผยแผนงานในอนาคตต่อประชาคมมหาวิทยาลัย โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 1,000 คน ทั้งแบบออนไลน์และเข้าร่วมในหอประชุมมหาราช

เนื้อหาการรายงานครอบคลุมพันธกิจหลักของมหาวิทยาลัย ได้แก่ การจัดการศึกษา การวิจัย การบริการวิชาการ การทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม และการบริหารจัดการองค์กร ซึ่งสะท้อนถึงการพัฒนามหาวิทยาลัยอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งเป็นโอกาสในการสื่อสารองค์กรและรับฟังความคิดเห็นจากผู้ปฏิบัติงาน เพื่อให้การดำเนินงานเกิดประสิทธิภาพและตอบโจทย์สังคม

หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ถูกนำเสนอ คือ แผนการประหยัดพลังงาน และการเสริมสร้างระบบสวัสดิการบุคลากร ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยลดต้นทุนการบริหารจัดการ แต่ยังเป็นการดำเนินการที่สอดคล้องกับแนวคิดความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของบุคลากรในระยะยาว

นอกจากนี้ กิจกรรมดังกล่าวยังมีเป้าหมายในการ ส่งเสริมความโปร่งใส ในการบริหารจัดการ โดยการเปิดเผยข้อมูลการดำเนินงานและผลการปฏิบัติให้ประชาคมได้รับรู้ ตลอดจนการเปิดพื้นที่ให้บุคลากรได้มีส่วนร่วมในการเสนอความคิดเห็นและแนวทางแก้ไขปัญหา ซึ่งถือเป็นการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม

กิจกรรมเวทีผู้บริหารพบประชาคมจึงเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้าง การมีส่วนร่วม และสร้างความเข้าใจร่วมกันระหว่างผู้บริหารและบุคลากรทุกภาคส่วน ทำให้เกิดการทำงานอย่างสอดประสานและมุ่งไปสู่เป้าหมายเดียวกัน คือการพัฒนามหาวิทยาลัยให้ก้าวหน้าอย่างมั่นคง

ปีนี้ยังนับเป็นโอกาสพิเศษ เนื่องจากในเดือนกรกฎาคม มหาวิทยาลัยนเรศวรจะครบรอบ 34 ปีแห่งการก่อตั้ง ซึ่งกิจกรรมนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างพลังบวกและขับเคลื่อนองค์กรเข้าสู่ปีที่ 35 ด้วยความเข้มแข็ง โปร่งใส และยั่งยืน

ท้ายที่สุด การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงความสำเร็จที่ผ่านมา แต่ยังเป็นเวทีในการประกาศเจตนารมณ์ของมหาวิทยาลัยในการดำเนินงานอย่างมี ธรรมาภิบาล เปิดโอกาสให้บุคลากรมีส่วนร่วม และส่งต่อพลังความคิดสร้างสรรค์เพื่ออนาคตของมหาวิทยาลัยและสังคมไทยโดยรวม

ม.นเรศวร ขับเคลื่อนสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ เสริมพลังความร่วมมือสร้างมหาวิทยาลัยคาร์บอนเป็นกลาง

วันที่ 23 – 25 สิงหาคม 2567 รองศาสตราจารย์ ดร.ประพิธาริ์ ธนารักษ์ คณะทำงานโครงการฯ พร้อมด้วยนิสิตปัจจุบันและศิษย์เก่าของวิทยาลัยฯ เข้าร่วม กิจกรรมการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรท้องถิ่นเพื่อช่วย “ลด” และ “ชดเชย” (lower & offset) การปล่อยคาร์บอนจนเป็นกลาง ของเครือข่าย C-อพ.สธ. สำหรับสถาบันอุดมศึกษาภาคเหนือตอนล่าง เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนสู่การเป็น มหาวิทยาลัยแห่งความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral University) และมุ่งสู่เป้าหมาย การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ผ่านกระบวนการเรียนรู้และการทำงานร่วมกันอย่างยั่งยืน

กิจกรรมนี้จัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจเรื่อง ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และกระบวนการ ลดและชดเชยการปล่อยคาร์บอน (Carbon Offset) โดยเปิดโอกาสให้นิสิตและเครือข่ายได้เรียนรู้แนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมเชิงวิทยาศาสตร์ การประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร การคำนวณปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศ และแนวทางการลดการปล่อยจากกิจกรรมต่าง ๆ ภายในมหาวิทยาลัย เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ในการจัดการคาร์บอนอย่างเป็นระบบ

นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมยังได้เรียนรู้ผ่านการฝึกปฏิบัติจริงเกี่ยวกับ การวัดต้นไม้และการเก็บข้อมูลภาคสนาม เพื่อคำนวณการกักเก็บคาร์บอนของต้นไม้แต่ละชนิด รวมถึงการศึกษาความสามารถของระบบนิเวศป่าไม้และพื้นที่สีเขียวในการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นกระบวนการสำคัญในการลดผลกระทบจากภาวะโลกร้อน และสร้างความเข้าใจในบทบาทของธรรมชาติในการฟื้นฟูสมดุลของสภาพภูมิอากาศ

โครงการนี้ยังเป็นตัวอย่างของ การบูรณาการเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศและเทคโนโลยีอวกาศ เพื่อสนับสนุนการเก็บข้อมูลและประเมินผลการกักเก็บคาร์บอนในพื้นที่ โดยใช้ข้อมูลจากอากาศยานไร้คนขับ (Drone) และภาพถ่ายดาวเทียมในการวิเคราะห์มวลชีวภาพของพื้นที่ป่า การนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้ช่วยให้สามารถติดตามผลได้อย่างต่อเนื่องและมีความแม่นยำทางวิชาการสูง

การดำเนินโครงการเกิดจาก ความร่วมมือของหลายหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัยนเรศวร ได้แก่ SGtech คณะเกษตรศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ สถานภูมิภาคเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศภาคเหนือตอนล่าง กองส่งเสริมการบริการวิชาการ กองพัฒนาคุณภาพการศึกษา กองอาคารสถานที่ และองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) โดยมีเป้าหมายในการสร้างระบบบริหารจัดการคาร์บอนครบวงจร และเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในมหาวิทยาลัย

กิจกรรมดังกล่าวยังส่งเสริมให้เกิด ความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ และภาคประชาสังคม ในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และสร้างนวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อมร่วมกัน เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระดับภูมิภาคและระดับประเทศ การรวมพลังความร่วมมือในลักษณะนี้เป็นรากฐานสำคัญของการสร้างเครือข่ายเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างมีประสิทธิภาพ

โครงการการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรท้องถิ่นเพื่อ “ลด” และ “ชดเชย” การปล่อยคาร์บอนในครั้งนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการขับเคลื่อนเป้าหมาย ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ด้วยการผสานองค์ความรู้ เทคโนโลยี และพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม อันจะนำไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำและอนาคตที่ยั่งยืนของประเทศ

นิสิต ม.นเรศวร คว้า 3 รางวัล “เหรียญเงิน” การประกวดนวัตกรรมสายอุดมศึกษา จากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ

กองการวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมแสดงความยินดีกับนิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวร ที่สามารถสร้างชื่อเสียงให้แก่มหาวิทยาลัยด้วยการคว้ารางวัล “เหรียญเงิน” จำนวน 3 รางวัล จากการประกวดผลงานนวัตกรรมสายอุดมศึกษา จัดโดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)

หนึ่งในผลงานที่ได้รับรางวัล คือ “สารสกัดที่มีฤทธิ์ทางชีวภาพจากกะลาแมคคาเดเมีย เพื่อใช้ประโยชน์ในการพัฒนายาและเครื่องสำอาง” ผลงานของนายเขมชาติ ปานสุขสาร นิสิตคณะเภสัชศาสตร์ ภายใต้การดูแลของทีมอาจารย์ที่ปรึกษา ได้แก่ ผศ.ดร.ภญ.สุภาวดี พาหิระ, รศ.ดร.ปิยะรัตน์ ศรีสว่าง, ผศ.ดร.นารีลักษณ์ นาแก้ว และผศ.ดร.ภก.ดำรงศักดิ์ เป๊กทอง

อีกหนึ่งผลงานที่ได้รับรางวัล “เหรียญเงิน” คือ “การพัฒนาสารสกัดจากเปลือกต้นรักเพื่อใช้เป็นสมุนไพรการแพทย์ทางเลือกในการป้องกันการเกิดมะเร็งตับ” โดยนายเสกสรรค์ โป้เปิด นิสิตคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ ภายใต้การดูแลของทีมอาจารย์ที่ปรึกษา รศ.ดร.ปิยะรัตน์ ศรีสว่าง, ผศ.ดร.ภญ.สุภาวดี พาหิระ, ผศ.พญ.จุลินทร สำราญ และผศ.ดร.ภก.ดำรงศักดิ์ เป๊กทอง

ขณะเดียวกันยังมีผลงานจากนิสิตคณะสหเวชศาสตร์ ที่คว้ารางวัลในหัวข้อ “การพัฒนามอร์ตาร์ป้องกันรังสีแบบใหม่สำหรับใช้ในทางการแพทย์” โดยนางสาวเจนจิรา เก่งกล้า นายปุณยวิษณ์ ทุนอินทร์ และนางสาวกฤษณา กันทะวงค์ ที่นำเสนอแนวทางใหม่ในการพัฒนาวัสดุเพื่อการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัย

ความสำเร็จของนิสิตทั้ง 3 ทีมสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพด้านการวิจัยและความคิดสร้างสรรค์ในการนำองค์ความรู้มาต่อยอดเป็นนวัตกรรม ซึ่งไม่เพียงเป็นประโยชน์ต่อวงการการแพทย์และสุขภาพ แต่ยังสามารถต่อยอดไปสู่เชิงพาณิชย์และสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจในอนาคต

การได้รับรางวัลในครั้งนี้ยังเป็นผลลัพธ์จากการบูรณาการระหว่างการเรียนการสอนและการวิจัยที่เข้มแข็งของมหาวิทยาลัยนเรศวร ที่มุ่งเน้นให้นิสิตได้ฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และการสร้างผลงานที่มีคุณค่าทางวิชาการและสามารถนำไปใช้ได้จริง

มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับการ ส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ เพื่อสนับสนุนให้ผลงานวิจัยของนิสิตและคณาจารย์ก้าวข้ามขีดจำกัดจากห้องแล็บไปสู่การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ด้วยผลงานที่ได้รับการยอมรับในระดับประเทศในครั้งนี้ มหาวิทยาลัยนเรศวรยังคงตอกย้ำพันธกิจในการเป็นศูนย์กลางการวิจัยและนวัตกรรม ที่พร้อมผลักดันเยาวชนไทยให้ก้าวสู่การเป็นนักวิจัยและนักนวัตกรรมรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพและสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล

ม.นเรศวร จัดงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ ครั้งที่ 35 ประจำปี 2567

มหาวิทยาลัยนเรศวรจัดงาน สัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ ครั้งที่ 35 ประจำปี 2567 ส่วนภูมิภาค เขตภาคเหนือตอนล่าง ซึ่งจัดขึ้นจนถึงวันที่ 21 สิงหาคม 2567 ภายใต้หัวข้อหลัก “วิทยาศาสตร์เพื่อชีวิต สิ่งแวดล้อมและสังคม BCG” และหัวข้อย่อย “เรียน – เล่น – งาน – อาชีพ ด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี” โดยมีการจัดกิจกรรมหลากหลายทั้งในรูปแบบ Onsite ที่คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร และรูปแบบ Online ผ่านช่องทางต่างๆ เช่น เพจ Facebook: Scienceweek Nu และทาง Youtube: Sci-PR Naresuan University

ภายในงานมีการจัดกิจกรรมมากมาย เช่น การประกวดสิ่งประดิษฐ์ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, การแสดงโครงงานวิทยาศาสตร์, กิจกรรมดนตรีสากล, การแข่งขันวาดภาพการ์ตูนและภาพจินตนาการทางวิทยาศาสตร์, การตอบปัญหาคณิตศาสตร์, การประกวดสิ่งประดิษฐ์ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, การประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์, การตอบปัญหาวิทยาศาสตร์, และการแข่งขันจรวดขวดน้ำ ซึ่งได้รับความสนใจจากนักเรียนโรงเรียนต่างๆ ในภูมิภาคนำนักเรียนมาศึกษาดูงานจำนวนมาก

มหาวิทยาลัยนเรศวรในฐานะสถาบันอุดมศึกษาในกลุ่มมหาวิทยาลัยที่มุ่งเน้นการวิจัยระดับแนวหน้าของโลก (Global and Frontier Research University) และมีวิสัยทัศน์ “มหาวิทยาลัยเพื่อสังคมของผู้ประกอบการ” (University For Entrepreneurial Society) มุ่งมั่นตามพันธกิจการผลิตบัณฑิต การวิจัย การบริการวิชาการ และการทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม เพื่อเป็นกำลังหลักในการพัฒนาประเทศชาติ

มหาวิทยาลัยนเรศวรจัดกิจกรรม สัปดาห์วิทยาศาสตร์ ประจำปีเพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนจากโรงเรียนห่างไกลได้เข้าถึงการเรียนรู้ โดยนำเสนอองค์ความรู้จากหลากหลายด้านผ่านกิจกรรมติวเตอร์ที่น่าสนใจ เช่น การทดลองทางวิทยาศาสตร์, ความรู้ด้านการแพทย์, และการสำรวจท้องฟ้าจำลอง. กิจกรรมนี้ช่วยเสริมสร้างประสบการณ์และแรงบันดาลใจในการเรียนรู้ให้กับผู้เข้าร่วมอย่างมีประสิทธิภาพ

การจัดงาน สัปดาห์วิทยาศาสตร์ นี้มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความรู้และทักษะทางวิทยาศาสตร์แก่เยาวชน โดยนำเสนอความรู้ที่หลากหลายและสร้างแรงบันดาลใจในการเรียนรู้ให้กับนักเรียนจากโรงเรียนต่างๆ โดยเฉพาะนักเรียนจากพื้นที่ห่างไกลที่มีโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาและกิจกรรมการเรียนรู้ การจัดกิจกรรมนี้ยังสอดคล้องกับการส่งเสริม การเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนและบุคคลทั่วไปได้พัฒนาทักษะและเรียนรู้ในหลากหลายด้านต่อไป

มหาวิทยาลัยนเรศวรยังคงมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาทักษะทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อเสริมสร้างอนาคตของเยาวชน โดยผ่านการจัดกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้และแสดงความสามารถของตนเอง ทั้งในด้านวิทยาศาสตร์และการประดิษฐ์เทคโนโลยี เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการเป็นผู้ประกอบการในอนาคต นอกจากนี้ยังสอดคล้องกับ SDG 4 (การศึกษาที่มีคุณภาพ) โดยการจัดกิจกรรมให้ความรู้ทางด้านสุขภาพและการดูแลร่างกายที่เหมาะสมกับการใช้ชีวิตประจำวันที่ดีและยั่งยืน

ม.นเรศวร ร่วมมือชุมชนท้องถิ่น รักษาระบบนิเวศและพัฒนาป่าชุมชนอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2567 มหาวิทยาลัยนเรศวร โดย ผศ.ศิษฐ์ภัณฑ์ แคนลา รักษาการผู้อำนวยการกองส่งเสริมการบริการวิชาการ ได้มอบหมายให้บุคลากรกองส่งเสริมการบริการวิชาการ เข้าร่วมประชุมผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในกิจกรรมส่งเสริมการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และสร้างระบบนิเวศในนิคมสร้างตนเองบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ครั้งที่ 3/2567

ภายในที่ประชุม รศ.ดร.ศศิมา เจริญกิจ จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ศิลปะและการออกแบบ ได้นำเสนอแผนพัฒนาป่าชุมชน เพื่อสนับสนุนการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ป่าชุมชนอย่างยั่งยืน ทั้งในแง่การอนุรักษ์ระบบนิเวศและการเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ การนำเสนอนี้ยังครอบคลุมถึงการพัฒนาป่านิเวศชุมชนให้เป็นแหล่งเรียนรู้และทรัพยากรที่ชุมชนสามารถใช้ร่วมกัน

การประชุมครั้งนี้มี นายสุริชาติ จงจิตต์ ผู้ปกครองนิคมสร้างตนเองบางระกำ เป็นประธาน พร้อมด้วยผู้แทนจากบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น และชุมชนกว่า 30 คน ที่ได้ร่วมวางแผนและจัดทำร่างแผนปฏิบัติการสำหรับปีงบประมาณ 2568

มหาวิทยาลัยนเรศวรยังคงมุ่งมั่นสนับสนุนการพัฒนาป่าชุมชนผ่านการประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อให้ระบบนิเวศและทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ได้รับการอนุรักษ์และพัฒนาร่วมกันอย่างยั่งยืน

ม.นเรศวร ร่วมมือแม่ตาวคลินิก พัฒนาความรู้สุขภาพประชาชนชายแดน

วันที่ 23-25 สิงหาคม 2567 คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรมบริการวิชาการด้านสุขภาพชายแดน ภายใต้หัวข้อ “Essential Public Health Issues” ณ แม่ตาวคลินิก Training Center อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้และความตระหนักด้านสุขภาพให้กับประชาชนในพื้นที่ชายแดน

โครงการนำทีมโดย รศ.ดร.นิทรา กิจธีระวุฒิวงษ์ คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ และ ดร.รมย์นลิน เขียนจูม ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ พร้อมด้วยคณาจารย์และนิสิตหลักสูตรปริญญาตรี มหาวิทยาลัยนเรศวร ให้บริการวิชาการอย่างใกล้ชิดกับประชาชนในพื้นที่

การจัดกิจกรรมมุ่งเน้นการให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันโรคติดต่อจากน้ำและอาหาร สุขาภิบาล และสุขวิทยาส่วนบุคคล เพื่อเสริมสร้างสุขภาวะที่ดีแก่ประชาชนชายแดน ตลอดจนส่งเสริมความเข้าใจเรื่องอาหารและโภชนาการที่เหมาะสม

อีกทั้งยังครอบคลุมหัวข้ออนามัยแม่และเด็ก การป้องกันโรคติดต่อนำโดยแมลง และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เพื่อให้ประชาชนมีข้อมูลและทักษะในการดูแลสุขภาพตนเองและครอบครัวอย่างมีประสิทธิภาพ

โครงการนี้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน SDG3 ด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี โดยเน้นการสร้างโอกาสในการเข้าถึงบริการสุขภาพและความรู้ด้านสุขภาวะให้แก่กลุ่มประชากรชายขอบหรือผู้อพยพที่อาจมีข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์

นอกจากนี้ กิจกรรมยังสอดคล้องกับ SDG10 ด้านลดความเหลื่อมล้ำ เนื่องจากให้บริการและความรู้ด้านสุขภาพแก่ประชาชนชาวพม่าที่อาศัยอยู่ในเขตชายแดนแม่สอด ซึ่งเป็นกลุ่มประชากรที่มีข้อจำกัดด้านสวัสดิการสุขภาพและการเข้าถึงข้อมูลบริการทางสาธารณสุข

โครงการบริการวิชาการสุขภาพชายแดนครั้งนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร และแม่ตาวคลินิก โดยได้รับการสนับสนุนจาก The Asia Foundation เพื่อสร้างความร่วมมือและส่งเสริมสุขภาวะที่ยั่งยืนในพื้นที่ชายแดน

ม.นเรศวร ฝึกทบทวน อผศ.มน. เสริมสร้างศักยภาพด้านความปลอดภัย

วันอังคารที่ 27 สิงหาคม 2567 เวลา 9.00 น. นายรุ่งรัตน์ พระนาค ผู้อำนวยการกองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมทบทวนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เพื่อยกระดับการทำงานด้านความปลอดภัยของมหาวิทยาลัย โดยการฝึกครั้งนี้ประกอบด้วยการซ้อมดับเพลิงเบื้องต้น การกู้ชีพเบื้องต้น และการระงับเหตุในหลากหลายรูปแบบ ณ อาคารอเนกประสงค์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

วันอังคารที่ 12 มีนาคม 2567 เวลา 9.00 น. มหาวิทยาลัยนเรศวรยังได้จัดการฝึกทบทวนเพิ่มเติม โดยมีนายรุ่งรัตน์ พระนาค และนางสาวภทรพร สูงตรง รองหัวหน้าส่วนผสมผสานความปลอดภัยและโลจิสติกส์ ร่วมเป็นประธานเปิดการอบรมขององค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกประจำหน่วยมหาวิทยาลัยนเรศวร ณ ลานจอดรถมหาวิทยาลัย การจัดการฝึกนี้มุ่งเน้นการเพิ่มศักยภาพและการเตรียมความพร้อมด้านรักษาความปลอดภัยอย่างรอบด้าน

การฝึกทบทวนครั้งนี้ช่วยเสริมสร้างทักษะที่จำเป็นต่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย โดยจำลองสถานการณ์ฉุกเฉินที่ใกล้เคียงกับเหตุการณ์จริง เพื่อให้สามารถปฏิบัติได้อย่างมั่นใจ รวดเร็ว และถูกต้อง ทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นต่อชีวิตและทรัพย์สินภายในมหาวิทยาลัย

การยกระดับมาตรการความปลอดภัยในครั้งนี้ไม่เพียงตอบโจทย์การบริหารจัดการพื้นที่การศึกษาเท่านั้น แต่ยังสอดคล้องกับการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน เพราะมหาวิทยาลัยถือเป็นพื้นที่สาธารณะที่มีการใช้งานหลากหลาย การสร้างระบบความปลอดภัยที่เข้มแข็งจึงเป็นปัจจัยสำคัญต่อความมั่นคงของชุมชนโดยรอบ

หัวข้อการซ้อมดับเพลิงและการกู้ชีพเบื้องต้นที่ถูกรวมอยู่ในการฝึก ถือเป็นการบูรณาการด้านความปลอดภัยที่ครบวงจร ทั้งยังสร้างความรู้และทักษะที่สามารถต่อยอดสู่การปฏิบัติในชีวิตประจำวันของเจ้าหน้าที่และบุคลากรในมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างสังคมที่ปลอดภัยและยั่งยืน

นอกจากนี้ การจัดฝึกอย่างต่อเนื่องยังแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้พร้อมรับมือสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเป็นระบบ ทั้งยังช่วยสร้างความมั่นใจแก่ผู้ใช้พื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษา บุคลากร หรือผู้มาติดต่อราชการ ว่ามีมาตรการดูแลที่รัดกุม

กิจกรรมฝึกทบทวน อผศ.มน. จึงไม่ใช่เพียงการสร้างความพร้อมด้านรักษาความปลอดภัย แต่ยังเป็นการสะท้อนภาพลักษณ์ของมหาวิทยาลัยที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของผู้คนและความมั่นคงของชุมชน ซึ่งเชื่อมโยงโดยตรงกับการพัฒนาเมืองที่มีความยั่งยืนและปลอดภัยในระยะยาว

ม.นเรศวร ผนึกกำลังเครือข่าย RUN ร่วมจัดแสดงผลงานวิจัยในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2567

วันจันทร์ที่ 26 สิงหาคม 2567 มหาวิทยาลัยนเรศวร นำโดย ศาสตราจารย์ ดร.กรกนก อิงคนินันท์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม พร้อมด้วย ดร.ยุทธพงษ์ ทองพบ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม ผู้อำนวยการกองการวิจัยและนวัตกรรม หัวหน้างานเผยแพร่และสื่อสารการวิจัย บุคลากร นักวิจัย และนิสิต เข้าร่วมพิธีเปิดบูธนิทรรศการของเครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย (Research University Network, RUN) ในงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2567” ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ

เครือข่าย RUN ประกอบด้วยมหาวิทยาลัยชั้นนำ 8 แห่ง ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และมหาวิทยาลัยนเรศวร โดยปีนี้จัดขึ้นภายใต้ธีม “RUN TOWARDS IMPACT” เพื่อตอกย้ำบทบาทงานวิจัยที่สามารถสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม

มหาวิทยาลัยนเรศวรได้นำผลงานวิจัยที่มีความโดดเด่นเข้าร่วมจัดแสดงในบูธนิทรรศการ RUN โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มธีมสำคัญ ได้แก่ Health and Well-Being, Food for Future และ Soft Power เพื่อสะท้อนถึงการพัฒนางานวิจัยที่ตอบโจทย์อนาคตอย่างรอบด้าน

ในกลุ่ม Health and Well-Being ม.นเรศวรนำเสนอผลงานวิจัยเรื่อง เม็ดเคี้ยวผลกล้วยไข่ผสมน้ำมันเมล็ดกัญชง เพื่อป้องกันผิวหนังเสื่อมสภาพจากแสงแดด โดย ศาสตราจารย์ ดร.จารุภา วิโยชน์ และคณะ จากคณะเภสัชศาสตร์ ซึ่งเป็นการพัฒนานวัตกรรมที่ผสมผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นกับองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์

สำหรับกลุ่ม Food for Future ได้จัดแสดงผลงานวิจัย I-Sec Technology: เทคโนโลยีการสกัดโปรตีนจากจิ้งหรีดแบบอัตโนมัติในระดับอุตสาหกรรมเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน โดย รองศาสตราจารย์ ดร.ขนิษฐา รุตรัตนมงคล จากคณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตอบสนองต่อความมั่นคงทางอาหารในอนาคตและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า

ในด้าน Soft Power ได้นำเสนอผลงาน “ย่านเก่าเล่าเรื่อง” เมืองเรียนรู้ตลอดชีวิต เทศบาลนครพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก โดย อาจารย์ธนวัฒน์ ขวัญบุญ และคณะ จากคณะบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์และการสื่อสาร ที่เน้นการใช้พลังวัฒนธรรมและพื้นที่ชุมชนเป็นเครื่องมือในการสร้างเมืองแห่งการเรียนรู้

การเข้าร่วมงานในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการ ส่งเสริมความร่วมมือด้านการวิจัย ทั้งในระดับชาติและนานาชาติ โดยการเชื่อมโยงองค์ความรู้และทรัพยากรระหว่างมหาวิทยาลัยพันธมิตรเพื่อสร้างผลงานวิจัยที่มีคุณค่าและสามารถนำไปใช้ได้จริง

ด้วยการผนึกกำลังของ RUN งานวิจัยที่เกิดขึ้นไม่เพียงเป็นการขับเคลื่อนความก้าวหน้าทางวิชาการ แต่ยังเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับการพัฒนาประเทศในมิติของนวัตกรรมและการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถาบันอุดมศึกษา

ม.นเรศวร จัดเวิร์กช็อปออกแบบระบบพลังงานแสงอาทิตย์ เสริมความยั่งยืน

วันที่ 22 สิงหาคม 2567 รศ.ดร.นิพนธ์ เกตุจ้อย ผู้อำนวยการ SGtech พร้อมด้วยคณะทำงาน เข้าร่วมเป็นวิทยากรในหลักสูตร Workshop การอบรมการใช้งานโปรแกรม PVsyst

การบรรยายเน้นหัวข้อ ความรู้พื้นฐานการออกแบบระบบผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ทั้งแบบติดตั้งบนหลังคาและแบบบนพื้นดิน และ การออกแบบระบบผลิตไฟฟ้าด้วยโปรแกรม PVsyst เพื่อพัฒนาความรู้ด้านการผลิตพลังงานสะอาด

กิจกรรมนี้จัดขึ้นในงาน สัมมนาเชิงวิชาการระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) และบนพื้น (Solar Farm) ครอบคลุมนโยบาย ข้อกำหนด การออกแบบ การติดตั้ง การดำเนินงาน การบำรุงรักษา และการประเมินทางเศรษฐศาสตร์

การจัดอบรมครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง สมาคมไฟฟ้าและพลังงานไอทริปเปิลอี (ประเทศไทย) กับ วิทยาลัยพลังงานทดแทนและสมาร์ตกริดเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อเสริมสร้างความรู้และทักษะด้านพลังงานทดแทนอย่างยั่งยืน

เนื้อหาการบรรยายและการฝึกอบรมมุ่งเน้นการสนับสนุน พลังงานสะอาด ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ให้เหมาะสมกับการประยุกต์ใช้ในชุมชน อุตสาหกรรม และภาคส่วนต่าง ๆ

เวิร์กช็อปครั้งนี้ยังเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และสร้าง เครือข่ายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย อุตสาหกรรม และหน่วยงานภาครัฐ เพื่อขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมด้านพลังงานอย่างยั่งยืน

ผู้สนใจติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรมและงานวิจัยด้านพลังงานทดแทนและสมาร์ตกริดเทคโนโลยีได้ที่ เว็บไซต์ SGtech และ Facebook SGtech NU

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin