ม.นเรศวร ต้อนรับคณะศึกษาดูงานด้านเทคโนโลยีการบำบัดน้ำเสีย เสริมสร้างองค์ความรู้ด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

วันอังคารที่ 23 กันยายน 2568 กองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร ให้การต้อนรับนิสิตชั้นปีที่ 3 คณะเกษตรศาสตร์ ภาควิชาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จำนวน 32 คน เข้าศึกษาดูงาน ณ สถานีบำบัดน้ำเสียส่วนกลาง มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณิชากร คอนดี อาจารย์ผู้รับผิดชอบรายวิชา 118305 เทคโนโลยีการบำบัดน้ำเสีย พร้อมด้วย นางสาวพรสวรรค์ กลมกลิ้ง นักวิทยาศาสตร์ นำคณะเข้าร่วมกิจกรรม

การศึกษาดูงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้นิสิตได้เรียนรู้ กระบวนการจัดการน้ำเสียและเทคโนโลยีการบำบัดน้ำเสีย จากการดำเนินงานจริงของมหาวิทยาลัย โดยเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางทฤษฎีกับการปฏิบัติ เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจด้านการจัดการทรัพยากรน้ำและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ

ภายในกิจกรรม คณะศึกษาดูงานได้เยี่ยมชมกระบวนการทำงานของสถานีบำบัดน้ำเสีย ตั้งแต่การรวบรวมน้ำเสีย การบำบัดในแต่ละขั้นตอน การควบคุมคุณภาพน้ำ และการติดตามประสิทธิภาพของระบบ เพื่อให้การบำบัดน้ำเสียเป็นไปตามมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม และลดผลกระทบต่อแหล่งน้ำและระบบนิเวศโดยรอบ

นอกจากนี้ นิสิตยังได้เรียนรู้การประยุกต์ใช้ เทคโนโลยีด้านสิ่งแวดล้อม ในการบริหารจัดการน้ำเสีย รวมถึงการนำข้อมูลจากการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำมาใช้ประกอบการวางแผนและพัฒนาระบบบำบัดน้ำเสียให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

กิจกรรมดังกล่าวยังเปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างบุคลากรกองอาคารสถานที่ คณาจารย์ และนิสิต ผ่านการอภิปรายและซักถามเกี่ยวกับการออกแบบ การบริหารจัดการ และการพัฒนาระบบบำบัดน้ำเสีย ช่วยเสริมสร้างประสบการณ์การเรียนรู้จากสถานที่ปฏิบัติงานจริง และพัฒนาทักษะด้านวิชาชีพของนิสิตให้พร้อมต่อการทำงานในอนาคต

การศึกษาดูงานครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่าง กองอาคารสถานที่ และ คณะเกษตรศาสตร์ ภาควิชาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในการบูรณาการการเรียนการสอนกับการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมของมหาวิทยาลัย ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ พร้อมทั้งเสริมสร้างความเข้าใจด้านการจัดการทรัพยากรน้ำ การบำบัดน้ำเสีย และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมบนพื้นฐานของการเรียนรู้จากสถานการณ์จริง

การดำเนินกิจกรรมของกองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร แสดงให้เห็นถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยในการเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการจัดการน้ำและสิ่งแวดล้อม ที่สนับสนุนการเรียนการสอน การบริการวิชาการ และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน เพื่อพัฒนาศักยภาพของนิสิต บุคลากร และสังคม พร้อมร่วมขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

ม.นเรศวร ย้ำจุดยืนองค์กรเพื่อความเท่าเทียม พร้อมขับเคลื่อนสวัสดิการ “ศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัย” หนุนบุคลากรที่กำลังศึกษาและปฏิบัติงานสร้างสมดุลชีวิตครอบครัวอย่างยั่งยืน

วันจันทร์ที่ 15 กันยายน 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร ย้ำจุดยืนในการเป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของบุคลากรอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะบุคลากรที่กำลังศึกษาที่มีบุตร ซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัย ให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ราชการและการศึกษาควบคู่ไปกับบทบาทสำคัญในการเป็นมารดาได้อย่างเต็มศักยภาพ ผ่านการดำเนินงานและจัดตั้งสวัสดิการสนับสนุนที่ครอบคลุม เพื่อลดภาระความเครียดและความกังวลในการใช้ชีวิตและการศึกษา

การดำเนินการนี้เป็นการยืนยันเจตนารมณ์ของมหาวิทยาลัยในการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานและการเรียนรู้ที่เอื้ออาทรและสนับสนุนความมั่นคงในชีวิตของประชาคมชาวมหาวิทยาลัย โดยตระหนักดีว่ากลุ่มบุคลากรที่กำลังศึกษาที่มีบุตรซึ่งต้องแบ่งเวลามาศึกษา มักจะต้องเผชิญกับความท้าทายและความกดดันรอบด้าน การมีระบบสนับสนุนที่เข้มแข็งจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการช่วยแบ่งเบาภาระและสร้างขวัญกำลังใจให้สามารถก้าวผ่านอุปสรรคต่างๆ ไปได้ด้วยดี

ความเสมอภาคในการเข้าถึงสวัสดิการและการสนับสนุนนี้ ถือเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างความผาสุกและสมดุลระหว่างชีวิตการทำงาน การเรียน และครอบครัว และยังสอดคล้องโดยตรงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในประเด็นการบรรลุความเสมอภาคทางเพศและการเสริมสร้างพลังให้แก่สตรี การเปิดโอกาสให้คุณแม่สามารถบริหารจัดการเวลาได้อย่างลงตัว จะช่วยส่งเสริมให้เกิดความเท่าเทียมในการพัฒนาตนเองและการเข้าถึงโอกาสทางสังคมอย่างแท้จริง

นอกเหนือจากการดูแลด้านเวลาแล้ว มหาวิทยาลัยนเรศวรยังก้าวไปอีกขั้นด้วยการสนับสนุนสวัสดิการเพื่อการเลี้ยงดูบุตรในระยะยาว ผ่านการจัดตั้ง ศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัย คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งตั้งอยู่ภายในบริเวณคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร (ตำบลท่าโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก) เพื่อให้บริการดูแลเด็กอายุตั้งแต่ 3 เดือน ถึง 3 ปี เพื่อเป็นสวัสดิการแก่บุคลากรของมหาวิทยาลัย และเปิดกว้างให้บุคลากรที่กำลังศึกษาที่มีบุตร สามารถนำบุตรหลานมาฝากดูแลเพื่อเสริมพัฒนาการได้อย่างปลอดภัยในระหว่างวัน

รายละเอียดและเงื่อนไขการให้บริการของศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัย:

  • เวลาทำการ: เปิดให้บริการในวันและเวลาราชการ (วันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 08:30 น. – 16:30 น.)
  • เงื่อนไขการให้บริการ: ให้บริการรับเลี้ยงและดูแลเด็กปฐมวัยที่มีอายุตั้งแต่ 3 เดือน ถึง 3 ปี โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมพัฒนาการรอบด้านตามวัยอย่างเหมาะสม มีพยาบาลวิชาชีพและพี่เลี้ยงเด็กผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ความช่วยเหลือด้านสุขอนามัยและความปลอดภัยสูงสุด

บริการช่วยดูแลเด็กช่วยให้บุคลากรที่กำลังศึกษาที่มีบุตรและอยู่ในช่วงทำงาน สามารถคลายความกังวลใจลงไปได้อย่างมาก ช่วยลดภาระและความเครียดที่ต้องแบกรับ ทำให้สามารถทุ่มเทสมาธิกับการปฏิบัติงานและการเรียนได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดทั้งในบทบาทของการเป็นผู้เรียน ผู้ปฏิบัติงาน และการเป็นมารดาที่ดีของครอบครัว

ที่สำคัญ ศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งนี้ยังตั้งอยู่ภายในบริเวณมหาวิทยาลัย ทำให้คุณแม่สามารถเดินทางมาเยี่ยมหรือดูแลบุตรที่ศูนย์ฯ ได้อย่างสะดวกสบายในระหว่างวันทำงานหรือระหว่างพักการเรียน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนให้บุคลากรที่กำลังศึกษาที่มีบุตรสามารถเลี้ยงดูบุตรได้อย่างใกล้ชิด สอดคล้องกับแนวทางการส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีและการสร้างสายสัมพันธ์อันอบอุ่นภายในครอบครัว

ศูนย์แห่งนี้ไม่เพียงแต่เป็นสวัสดิการที่ช่วยสร้างขวัญและกำลังใจแก่บุคลากรเท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งเรียนรู้และประโยชน์ทางวิชาการ ที่เอื้อต่อการศึกษาวิจัยและการเรียนการสอน เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ด้านการดูแลและการพัฒนาเด็กปฐมวัยให้มีมาตรฐาน มหาวิทยาลัยนเรศวรยังคงมุ่งมั่นพัฒนามาตรการสนับสนุนและสวัสดิการต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอกย้ำความเป็นสถาบันการศึกษาที่โอบรับความหลากหลายและดูแลประชาคมทุกคนอย่างเท่าเทียม

ม.นเรศวร จัดกิจกรรม Social Entrepreneurship for Change ปั้นไอเดียสร้างอาชีพผู้พิการและผู้สูงอายุสู่ความยั่งยืน

วันอาทิตย์ที่ 7 กันยายน 2568 คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรมโครงการ “Social Entrepreneurship for Change: ปั้นไอเดียสร้างอาชีพคนพิการ ผู้สูงอายุที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ และคนดูแล” ณ โรงละคร อาคารเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษาบรมราชินีนาถ โดยมีเป้าหมายในการขับเคลื่อนการพัฒนาเชิงเศรษฐกิจและสังคมผ่านแนวคิดผู้ประกอบการทางสังคม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของกลุ่มเปราะบางในจังหวัดพิษณุโลก

กิจกรรมนี้มุ่งเน้นการ ส่งเสริมและสนับสนุนการจ้างงาน การสร้างอาชีพ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้พิการและผู้สูงอายุ รวมถึงการพัฒนาศักยภาพของผู้ดูแลให้สามารถมีบทบาทในการสร้างรายได้และความมั่นคงทางเศรษฐกิจ อันเป็นกลไกสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำและสร้างโอกาสทางอาชีพอย่างเท่าเทียม

ในช่วงเช้า ได้มีการบรรยายพิเศษในหัวข้อ “แนวทางการทำงานกับผู้พิการฯ ในชุมชน” โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ธีรพงษ์ บัวหล้า ซึ่งได้ถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการทำงานร่วมกับผู้พิการในมิติของชุมชน เน้นการสร้างการมีส่วนร่วม การพัฒนาเครือข่าย และการออกแบบกิจกรรมที่ตอบโจทย์บริบทพื้นที่อย่างยั่งยืน

ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้รับความรู้และแนวคิดที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาโครงการหรือกิจกรรมในชุมชน โดยเฉพาะการสร้าง ระบบสนับสนุนทางสังคมและเศรษฐกิจ ที่เอื้อต่อการดำรงชีวิตของผู้พิการและครอบครัว พร้อมทั้งเปิดโอกาสในการต่อยอดสู่การพัฒนาอาชีพและธุรกิจเพื่อสังคม

ช่วงสำคัญของงานคือการนำเสนอผลงาน Pitching จาก 6 ทีมสุดท้าย ที่ผ่านการคัดเลือกจากทั้งหมด 59 กลุ่ม โดยนำเสนอแนวคิดนวัตกรรมที่สามารถพัฒนาเป็นอาชีพจริงและสร้างรายได้อย่างยั่งยืน ภายใต้การพิจารณาของคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานภาครัฐและภาคีเครือข่ายในพื้นที่

ทีมที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ ได้แก่ “แก้วกัลยา – ขนมหินฝนทอง” “หมอนหลอดหอมสมุนไพรเพื่อสุขภาพ สร้างอาชีพอย่างยั่งยืน” “หมอนสมุนไพรเปลี่ยนเสียง” “Punch for Hope ปักความหวัง สร้างอนาคต” “ร้านค้าไร้เสียง” และ “น้ำพริกครัวหลังบ้าน: โครงการพัฒนาอาชีพสร้างรายได้เพื่อคนพิการและผู้สูงอายุ” ซึ่งล้วนสะท้อนถึงความคิดสร้างสรรค์และศักยภาพของนิสิตในการออกแบบนวัตกรรมเพื่อสังคม

ผลการตัดสินปรากฏว่า ทีม “แก้วกัลยา – ขนมหินฝนทอง” ได้รับรางวัลชนะเลิศ รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ “หมอนหลอดหอมสมุนไพรเพื่อสุขภาพ สร้างอาชีพอย่างยั่งยืน” และรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ “น้ำพริกครัวหลังบ้าน: โครงการพัฒนาอาชีพสร้างรายได้เพื่อคนพิการและผู้สูงอายุ” ซึ่งเป็นตัวอย่างของการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ

กิจกรรมครั้งนี้สะท้อนถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยในการเป็น พื้นที่บ่มเพาะนวัตกรรมทางสังคม และสร้างโอกาสให้เกิดการเชื่อมโยงระหว่างนิสิต ชุมชน และหน่วยงานภายนอก เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างมีส่วนร่วม อันนำไปสู่การสร้างความมั่นคงทางอาชีพ ลดความเหลื่อมล้ำ และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้พิการและผู้สูงอายุในระยะยาว

ม.นเรศวร ปลูกฝังนิสัยรักสุขภาพช่องปากแก่น้อง ๆ ผ่านกิจกรรม Dent NU Engagement

วันจันทร์ที่ 8 กันยายน 2568 คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ดำเนินการจัดกิจกรรม Dent NU Engagement กิจกรรมที่ 3 ร่วมกับนิสิตหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต (ทันตกรรมสำหรับเด็ก) ลงพื้นที่ ณ โรงเรียนวัดคุ้งวารี (อำพันอุปถัมภ์) เพื่อจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพช่องปากเชิงรุกแก่เด็กนักเรียน

กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานตามภารกิจ โรงเรียนทันตแพทย์เพื่อตอบสนองความต้องการของสังคม ที่มุ่งเน้นการบูรณาการองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยสู่ชุมชน โดยรูปแบบกิจกรรมได้รับการออกแบบให้เหมาะสมกับช่วงวัย เน้นการเรียนรู้ผ่าน เกมสนุก ๆ ที่สร้างความกระตือรือร้นในการเข้าร่วมและช่วยกระตุ้นนิสิตในการเรียนรู้รูปแบบ Quality Education

วัตถุประสงค์สำคัญของโครงการนี้คือ เพื่อสร้างค่านิยมการดูแลสุขภาพช่องปากและลดความกลัวหมอฟัน ตั้งแต่ยังเยาว์วัย การปรับทัศนคติของเด็กนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 และ 2 ในเชิงบวกต่อการดูแลช่องปากและผู้ให้บริการทางการแพทย์ ถือเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างนิสัยรักการดูแลตนเองที่ยั่งยืน

ทีมทันตแพทย์และนิสิตได้สอดแทรก เคล็ดลับการแปรงฟัน ที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการดูแลสุขภาวะที่จำเป็นต่อการพัฒนาด้านอื่น ๆ ของเด็กนักเรียน ได้แก่ การแปรงฟันอย่างน้อยนาน 2 นาที และทำเป็นประจำอย่างน้อย วันละ 2 ครั้ง คือช่วงเช้าและก่อนนอน

นอกเหนือจากวิธีการดูแลขั้นพื้นฐาน กิจกรรมยังเน้นย้ำถึงบทบาทของความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปาก โดยสอนให้เด็ก ๆ เข้าใจว่า ฟลูออไรด์ คือองค์ประกอบสำคัญในการช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของเคลือบฟันและป้องกันฟันผุ พร้อมสอนเทคนิคการ ถุยฟองไม่บ้วนน้ำ ภายหลังการแปรงฟัน เพื่อรักษาฟลูออไรด์ให้ทำงานบนผิวฟันอย่างยาวนานที่สุด

โครงการ Dent NU Engagement นี้ มีแผนการดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่องตลอดเดือนสิงหาคม–กันยายน 2568 โดยจัดกิจกรรมต่อเนื่องทั้งหมด 5 ครั้ง เพื่อปลูกฝังนิสัยการดูแลสุขภาพช่องปากอย่างมีประสิทธิภาพและให้เกิดความคุ้นเคยจนกลายเป็นพฤติกรรมถาวร

การดำเนินโครงการดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ในการสร้างภาคีเครือข่ายความร่วมมือกับสถานศึกษาในชุมชน เพื่อสนับสนุนสุขภาวะที่ดีให้กับเยาวชน ซึ่งจะนำไปสู่กระบวนการเรียนรู้ที่มีคุณภาพและ การมีสุขภาพช่องปากที่ดีอย่างยั่งยืน ต่อไปในอนาคต

ม.นเรศวร รณรงค์วินัยจราจร สร้างความปลอดภัยในรั้วมหาวิทยาลัย

วันพุธที่ 10 กันยายน 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร ขอความร่วมมือผู้ใช้รถใช้ถนนภายในมหาวิทยาลัย ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะบริเวณถนนหน้าอาคารคณะนิติศาสตร์–คณะสังคมศาสตร์ เพื่อความปลอดภัยของนิสิต อาจารย์ บุคลากร และผู้มาเยือนทุกคน

พื้นที่ดังกล่าวกำหนดให้เดินรถทางเดียว จึงขอความร่วมมือผู้ขับขี่งดการขับขี่ย้อนศร และปฏิบัติตามป้ายจราจรอย่างเคร่งครัด เพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดอุบัติเหตุและการกีดขวางการสัญจร

การฝ่าฝืนกฎจราจร แม้เป็นเพียงการกระทำเล็กน้อย อาจนำไปสู่อันตรายร้ายแรงต่อผู้ใช้เส้นทางร่วมกัน โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มีการสัญจรหนาแน่นของนิสิตและบุคลากร

มหาวิทยาลัยขอให้ผู้ขับขี่ใช้ถนนด้วยความมีวินัย เคารพสิทธิของเพื่อนร่วมทาง และขับขี่ด้วยความเร็วที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ เพื่อให้ทุกคนสามารถเดินทางภายในมหาวิทยาลัยได้อย่างปลอดภัย

ผู้ขับขี่ควรเปิดไฟเลี้ยวทุกครั้งเมื่อเปลี่ยนทิศทาง ชะลอความเร็วบริเวณทางแยกและพื้นที่ที่มีคนเดินเท้า รวมทั้งเพิ่มความระมัดระวังต่อรถจักรยานยนต์และยานพาหนะทุกประเภท

การปฏิบัติตามกฎจราจรเป็นส่วนสำคัญของการสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ปลอดภัย อบอุ่น และน่าอยู่ โดยอาศัยความร่วมมือของทุกคนในการดูแลพื้นที่ส่วนรวม

มหาวิทยาลัยนเรศวรจึงขอเชิญชวนประชาคมมหาวิทยาลัยร่วม ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เพื่อส่งเสริมความปลอดภัยบนท้องถนนและร่วมสร้าง NU Safe Zone ที่ความปลอดภัยเป็นของทุกคนอย่างยั่งยืน

ม.นเรศวร ส่งเสริมภูมิปัญญาสมุนไพรไทย ผ่านการเรียนรู้การทำแชมพูและสบู่สมุนไพร

วันจันทร์ที่ 8 กันยายน 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดการเรียนการสอนรายวิชาเลือกเสรี การบำบัดสุขภาพด้วยสมุนไพรชุมชน ในหัวข้อ การทำแชมพูและสบู่สมุนไพร เพื่อเปิดโอกาสให้นิสิตได้เรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง และนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน

กิจกรรมการเรียนรู้ครอบคลุมตั้งแต่การเตรียมวัตถุดิบสมุนไพร การคัดเลือกส่วนประกอบที่เหมาะสม ตลอดจนขั้นตอนการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์แชมพูและสบู่สมุนไพร โดยมุ่งเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับคุณค่าของพืชสมุนไพรและการใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสม

การจัดการเรียนการสอนครั้งนี้ช่วยพัฒนาทักษะเชิงปฏิบัติให้แก่นิสิต ทั้งด้านการเตรียมวัตถุดิบ การผลิตผลิตภัณฑ์ และการคำนึงถึงความสะอาดปลอดภัยในกระบวนการผลิต อันเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการนำความรู้ไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ กิจกรรมยังเป็นส่วนหนึ่งของการ ส่งเสริมภูมิปัญญาสมุนไพรไทย โดยเชื่อมโยงองค์ความรู้ท้องถิ่นกับการเรียนรู้ในมหาวิทยาลัย ทำให้นิสิตเห็นถึงคุณค่าและศักยภาพของสมุนไพรไทยในการดูแลสุขภาพและพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ได้จริง

การใช้สมุนไพรจากชุมชนเป็นวัตถุดิบยังช่วยสนับสนุนการใช้ทรัพยากรท้องถิ่นอย่างคุ้มค่า ลดการพึ่งพาผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมี และส่งเสริมแนวคิดการผลิตและการบริโภคที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

นิสิตสามารถนำความรู้จากกิจกรรมไปต่อยอดเป็นแนวทางลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ผ่านการผลิตแชมพูและสบู่สมุนไพรใช้เองอย่างเหมาะสม รวมทั้งประยุกต์ใช้ในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ตอบสนองต่อความต้องการของชุมชนในอนาคต

การเรียนรู้ดังกล่าวสะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการพัฒนานิสิตให้มีความรู้ ทักษะ และความตระหนักในการใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ ควบคู่กับการอนุรักษ์และต่อยอดองค์ความรู้ด้านสมุนไพรไทยให้เกิดประโยชน์อย่างยั่งยืน

ม.นเรศวร ใช้เทคโนโลยีพิมพ์ไทเทเนียม 3 มิติ รักษาผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่แห่งแรกของไทย

วันพุธที่ 3 กันยายน 2568 ศูนย์พัฒนลักษณ์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกับบริษัท เมติคูลี่ จำกัด และเครือข่ายหน่วยงานภาครัฐในจังหวัดพิษณุโลก แถลงข่าวความสำเร็จการผ่าตัดรักษาผู้ป่วยภาวะปากแหว่งเพดานโหว่วัยผู้ใหญ่ ด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์ไทเทเนียมสามมิติออกแบบเฉพาะบุคคล นับเป็นแห่งแรกของประเทศไทย

ศูนย์พัฒนลักษณ์เป็นชื่อที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระราชทานแก่สถานรักษาแก้ไขภาวะปากแหว่งเพดานโหว่และความผิดปกติของศีรษะและใบหน้า มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยมีความหมายว่า “ศูนย์ซึ่งเสริมสร้างลักษณะอันเจริญ”

การรักษาใช้เทคโนโลยี Patient-specific 3D-printed titanium surgical guides and implants สำหรับการผ่าตัดศัลยกรรมกระดูกขากรรไกร หรือ Orthognathic surgery ซึ่งพัฒนาขึ้นโดยทีมนักวิจัยจากศูนย์พัฒนลักษณ์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกับบริษัท เมติคูลี่ จำกัด

กระบวนการรักษาเริ่มจากการวางแผนร่วมกับทันตแพทย์จัดฟัน การถ่ายภาพรังสีเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สามมิติแบบเคลื่อนย้ายได้ MobiiScan เพื่อสร้างแบบจำลองกายวิภาคของผู้ป่วย ก่อนที่ทีมแพทย์และวิศวกรจะวางแผนการผ่าตัดด้วยระบบคอมพิวเตอร์

จากนั้น มีการออกแบบอุปกรณ์ให้เหมาะกับโครงสร้างขากรรไกรของผู้ป่วยแต่ละราย ได้แก่ แบบพิมพ์ตัดกระดูกและแผ่นยึดกระดูกไทเทเนียมเฉพาะบุคคล ก่อนผลิตด้วยเครื่องพิมพ์โลหะสามมิติทางการแพทย์ ทำให้อุปกรณ์มีความพอดีกับผู้ป่วยรายนั้นโดยเฉพาะ

อุปกรณ์ดังกล่าวช่วยเพิ่มความแม่นยำในการกำหนดตำแหน่งรอยตัดและการยึดกระดูกในตำแหน่งใหม่ตามแผนการรักษา ช่วยลดระยะเวลาการผ่าตัดและการดมยาสลบ รวมถึงลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน ปัจจุบัน การผ่าตัดด้วยวิธีนี้ประสบความสำเร็จแล้ว 9 ราย

ผลการรักษาช่วยปรับโครงสร้างใบหน้าและการสบฟันให้เหมาะสม ส่งเสริมการเคี้ยวอาหารและการพูด ตลอดจนช่วยเพิ่มความมั่นใจของผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของโครงสร้างใบหน้าจากภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ตั้งแต่กำเนิด

ความร่วมมือระหว่างทีมแพทย์ นักวิจัย วิศวกร และภาคเอกชน สะท้อนการนำองค์ความรู้และนวัตกรรมการผลิตขั้นสูงมาใช้พัฒนาการรักษาเฉพาะบุคคล เพื่อยกระดับมาตรฐานบริการสุขภาพและขีดความสามารถด้านนวัตกรรมทางการแพทย์ของประเทศ

ศูนย์พัฒนลักษณ์ มหาวิทยาลัยนเรศวร มุ่ง “คืนรอยยิ้ม คืนคุณภาพชีวิตในผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่” ผ่านการรักษาที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ป่วยแต่ละราย ช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และสามารถใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมั่นใจ

ม.นเรศวร อบรมการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานและการปฐมพยาบาลเบื้องต้นแก่นิสิต

วันเสาร์ที่ 6 กันยายน 2568 หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การแพทย์ คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรมอบรมการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน (Basic Life Support) การใช้เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ (AED) และการปฐมพยาบาลเบื้องต้น สำหรับนิสิตชั้นปีที่ 3 ณ ห้อง MD 233 คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์

ในการนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.สุขกิจ ยะโสธรศรีกุล คณบดีคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นประธานเปิดกิจกรรมและกล่าวต้อนรับคณะวิทยากร พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของการเตรียมความพร้อมด้านทักษะสุขภาพสำหรับนิสิตในสายวิชาชีพวิทยาศาสตร์การแพทย์

การอบรมมุ่งให้นิสิตได้รับความรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ โดยมีการสาธิตขั้นตอนการช่วยเหลือผู้ประสบภาวะฉุกเฉิน การใช้เครื่อง AED และแนวทางการปฐมพยาบาลที่เหมาะสม เพื่อให้นิสิตเข้าใจลำดับการปฏิบัติและสามารถนำไปใช้ได้อย่างถูกต้อง

นิสิตได้ฝึกปฏิบัติจากสถานการณ์จำลอง ซึ่งช่วยให้เกิดความคุ้นเคยกับอุปกรณ์และขั้นตอนการช่วยเหลือเบื้องต้น การเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริงยังช่วยเสริมความมั่นใจในการตัดสินใจและการตอบสนองเมื่อพบเหตุฉุกเฉิน

กิจกรรมนี้ ส่งเสริมความรู้ในการปฐมพยาบาลเบื้องต้น และการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน อันเป็นทักษะสำคัญที่สามารถประยุกต์ใช้ได้ทั้งในชีวิตประจำวันและการปฏิบัติงานในอนาคต โดยมีเป้าหมายเพื่อลดความสูญเสียและเพิ่มโอกาสในการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุได้อย่างทันท่วงที

การอบรมได้รับความอนุเคราะห์จากทีมวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลพิษณุเวช ซึ่งร่วมถ่ายทอดประสบการณ์และความรู้จากการปฏิบัติงานจริง พร้อมด้วยผู้บริหารและคณาจารย์ประจำหลักสูตรที่เข้าร่วมสนับสนุนและให้กำลังใจนิสิตตลอดกิจกรรม

ความร่วมมือระหว่างคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์และโรงพยาบาลพิษณุเวชช่วยให้การจัดการเรียนรู้มีความเข้มแข็ง เชื่อมโยงองค์ความรู้ทางวิชาการกับประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อพัฒนานิสิตให้มีความพร้อมต่อการดูแลสุขภาพและความปลอดภัยของผู้อื่น

มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับการพัฒนานิสิตให้มีความรู้ ทักษะ และจิตสำนึกในการช่วยเหลือสังคม เพื่อร่วมสร้างสังคมที่ปลอดภัย มีคุณภาพชีวิตที่ดี และพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างเหมาะสม

ม.นเรศวร จัดบรรยายพิเศษด้านการดำเนินคดีสิ่งแวดล้อม เสริมศักยภาพนักกฎหมายเพื่อความยั่งยืน

วันศุกร์ที่ 5 กันยายน 2568 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรมบรรยายพิเศษในหัวข้อ “การดำเนินคดีสิ่งแวดล้อมในศาลปกครอง” ให้แก่นิสิตหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต ชั้นปีที่ 4 เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้และทักษะวิชาชีพทางกฎหมายที่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

กิจกรรมทางวิชาการในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก ดร.ชาญวิทย์ ชัยกันย์ ตุลาการศาลปกครองระยอง มาเป็นวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิในการบรรยายถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ตรง เพื่อเตรียมความพร้อมแก่นิสิตในการก้าวสู่การปฏิบัติงานจริง

การจัดบรรยายดังกล่าว เป็นส่วนสำคัญของการจัดการเรียนการสอนในรายวิชา กฎหมายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งมุ่งเน้นการบูรณาการความรู้ทางด้านทฤษฎีและแนวทางการปฏิบัติเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ

วัตถุประสงค์หลักของการจัดกิจกรรม มุ่งเน้นให้นิสิตได้ทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึง บทบาทของศาลปกครองในการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ตลอดจนกระบวนการยุติธรรมที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นกลไกหลักในการสร้างสถาบันที่เข้มแข็ง โปร่งใส และตรวจสอบได้

ผู้เข้าร่วมกิจกรรมยังได้เรียนรู้ แนวทางปฏิบัติจริงในการดำเนินคดี ที่เกี่ยวข้องกับข้อพิพาทด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อนำหลักกฎหมายไปใช้ในการสนับสนุนให้เกิดการบริหารจัดการและการใช้ทรัพยากรอย่างมีความรับผิดชอบ

การบรรยายยังช่วยเสริมสร้างความตระหนักรู้ในประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม โดยเน้นย้ำถึงสิทธิและหน้าที่ในการปกป้องระบบนิเวศ เพื่อป้องกันผลกระทบเชิงลบที่จะเกิดขึ้นต่อสุขภาพของประชาชนและชุมชนส่วนรวม

การเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญโดยตรงในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสอันดีในการพัฒนาศักยภาพนิสิตให้มีความพร้อมต่อการทำงานจริง และสามารถนำองค์ความรู้ทางกฎหมายไปประยุกต์ใช้เพื่อส่งเสริมการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน ต่อไปในอนาคต

ม.นเรศวร จัดอบรม Active Listening และ CBT เสริมทักษะอาจารย์ดูแลสุขภาวะนิสิต

วันพุธที่ 10 กันยายน 2568 คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ดำเนินการจัดโครงการ “พัฒนาทักษะการให้คำปรึกษาด้านสุขภาวะ” ภายใต้หัวข้อ “ฟังอย่างไรให้เข้า (ถึง) ใจนิสิต ด้วยเทคนิค Active Listening และ Cognitive Behavioral Therapy (CBT)” ณ ห้องจัดกิจกรรม ชั้น 3 อาคารสุขวิทยาสถิตย์ เพื่อส่งเสริมศักยภาพของบุคลากรสายวิชาการ

การจัดงานในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กานต์พิชชา เกียรติกิจโรจน์ รองคณบดีฝ่ายบริหารและวางแผน เป็นประธานกล่าวเปิดงาน โดยมี อาจารย์ณัฐพงศ์ โปรยสุรินทร์ รองคณบดีฝ่ายกิจการนิสิต เป็นผู้กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรมที่มุ่งเน้นการดูแลสวัสดิภาพของนักศึกษาอย่างรอบด้าน

ภายในงานได้รับความอนุเคราะห์จาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เชาวนี ล่องชูผล จากคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร มาเป็นวิทยากรบรรยายพิเศษ เพื่อถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ให้แก่ ตัวแทนคณาจารย์จากแต่ละสาขา รวมจำนวน 20 ท่าน ที่เข้าร่วมอบรมเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการดูแลผู้เรียน

เนื้อหาสำคัญของการอบรมมุ่งเน้นการให้ความรู้เกี่ยวกับเทคนิค Active Listening หรือการฟังเชิงลึก และ Cognitive Behavioral Therapy (CBT) ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้อาจารย์สามารถทำความเข้าใจปัญหาสุขภาวะและสภาวะอารมณ์ของนิสิตได้อย่างแท้จริง อันจะนำไปสู่การให้คำปรึกษาเชิงสร้างสรรค์

การพัฒนาทักษะด้านสุขภาวะและการดูแลจิตใจของนิสิต ถือเป็นพันธกิจที่สำคัญในการส่งเสริมสุขภาพและสวัสดิภาพที่ดี โดยกิจกรรมนี้ช่วยสร้างความพร้อมให้แก่อาจารย์ในการเป็นที่ปรึกษา ช่วยให้นิสิตสามารถรับมือกับความเครียดและปรับตัวกับการใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยได้อย่างราบรื่น

นอกจากการให้คำปรึกษาในเบื้องต้นแล้ว โครงการนี้ยังมุ่งสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับระบบกลไกการสนับสนุนของมหาวิทยาลัย เพื่อให้อาจารย์สามารถประเมินสถานการณ์และดำเนินการส่งต่อการช่วยเหลือผู้เรียนเข้าสู่ระบบการรักษาทางการแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม

การขับเคลื่อนกระบวนการเรียนรู้ควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาวะ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการสร้างสภาพแวดล้อมทางการศึกษาที่มีคุณภาพ การสนับสนุนให้ผู้เรียนเติบโตอย่างสมดุลทั้งร่างกายและจิตใจ เป็นการเสริมสร้างสังคมการเรียนรู้ที่เข้มแข็ง ปลอดภัย และมีความสุขอย่างยั่งยืน

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin