ม.นเรศวร เพิ่มสัญญาณ Wi-Fi ห้อง Common Room หอพักอาคาร 1 – 15

เมื่อวันที่ 26 – 27 กันยายน 2565 กองบริการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ได้เข้ามาดำเนินการติดตั้งอุปกรณ์ขยายสัญญาณ Wi-Fi ห้อง Common Room เพิ่มเติม ในหอพักอาคาร 1 – 15 จำนวนอาคารละ 2 จุด ทั้งนี้เพื่อขยายพื้นที่การใช้งาน Wi-Fi ให้มีขอบเขตที่กว้างขึ้น เสถียรขึ้น รวดเร็วขึ้น และครอบคลุมขึ้น นอกจากนั้นแล้วยังช่วยจัดการกับปัญหาของมุมอับสัญญาณต่าง ๆ ภายในอาคารสถานที่ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย โดยการดำเนินการดังกล่าวเป็นการให้บริการ สนับสนุน และพัฒนาการเรียนการสอน การวิจัย และปฏิบัติงานด้านต่างๆ ของนิสิตหอพัก ให้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้นนั่นเอง

ที่มา: กองกิจการนิสิต มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร ประชุมหารือเรื่องการให้บริการสนามกีฬาและสถานที่ออกกำลังกายภายในมหาวิทยาลัย

กองกิจการนิสิต และกองอาคารสถานที่ ประชุมหารือเรื่องการให้บริการสนามกีฬาและสถานที่ออกกำลังกายภายในมหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2565 ณ ห้องประชุมกองกิจการนิสิต

ที่มา: กองกิจการนิสิต มหาวิทยาลัยนเรศวร

ผู้บริหารมหาวิทยาลัยนเรศวร ปี พ.ศ.2564 มอบทุนการศึกษา สมทบกองทุนการศึกษาเพื่อนิสิต มน.

อขอบพระคุณคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยนเรศวร ปี พ.ศ.2564 ที่ได้มอบทุนการศึกษา สมทบกองทุนการศึกษาเพื่อนิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นจำนวนเงิน 21,062 บาท ทั้งนี้ ท่านผู้อำนวยการสำนักงานอธิการบดี นายประจินต์ เมฆสุธีพิทักษ์ เป็นผู้แทนในการส่งมอบ ขอขอบพระคุณทุกท่าน ไว้ ณ โอกาสนี้

ที่มา: กองกิจการนิสิต มหาวิทยาลัยนเรศวร

มหาวิทยาลัยนเรศวร เปิดพื้นที่ให้บริการอย่างเท่าเทียมแก่ผู้พิการทางสายตาเปิดร้านจำหน่ายสินค้าเบ็ดเตล็ด

มหาวิทยาลัยนเรศวร เปิดพื้นที่ให้บริการอย่างเท่าเทียมแก่ผู้พิการทางสายตาเปิดร้านจำหน่ายสินค้าเบ็ดเตล็ด อาทิ กระเป๋าเงิน พวงกุญแจ ตุ๊กตา เป็นต้น เพื่อเป็นการเลี้ยงชีพ ในระหว่างวันที่ 19-23 กันยายน 2565 ณ ศูนย์อาหาร NU Square

ที่มา: กองกิจการนิสิต มหาวิทยาลัยนเรศวร

การให้บริการดูแลรักษาสตรีตั้งครรภ์ ตั้งแต่ระยะก่อนคลอด ระยะคลอดและหลังคลอด

ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา มีภารกิจในด้านการเรียนการสอนและให้บริการดูแลรักษาสตรีตั้งครรภ์ ตั้งแต่ระยะก่อนคลอด ระยะคลอดและหลังคลอด โดยเห็นว่าคลินิกแพทย์แผนไทยประยุกต์ “อาศรมเสลา” คณะสาธารณสุขศาสตร์ มีบริการรักษาโรคฟื้นฟูสุขภาพด้วยทีมแพทย์แผนไทย นวดแผนไทย (แบบราชสำนัก) อบไอน้ำ ประคบสมุนไพร โดยเฉพาะการนวดและประคบหม้อเกลือในสตรีหลังคลอดบุตร ซึ่งมีความสอดคล้องด้านการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมกับ การจัดการเรียนการสอน รายวิชาสุขภาพและโรคของสตรี 1-2 สำหรับนิสิตแพทย์ชั้นปี 4 จึงได้จัดกิจกรรมให้นิสิตแพทย์ชั้นปีที่ 4 เข้าศึกษาดูงาน ณ คลินิกแพทย์แผนไทยประยุกต์ “อาศรมเสลา” คณะสาธารณสุขศาสตร์ เมื่อวันศุกร์ที่ 30 กันยายน 2565

ที่มา: คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

“มหาวิทยาลัยนเรศวร”เดินหน้าเปิดคลินิกกฎหมายนเรศวร เพื่อสิทธิมนุษยชน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ตึกอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร แถลงข่าวการจัดตั้ง “คลินิกกฎหมายนเรศวรเพื่อสิทธิมนุษยชน” มุ่งแก้ปัญหาคนไร้สัญชาติทั่วประเทศ เพื่อให้เข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานที่จำเป็นหลายประการ เช่น สิทธิในการรักษาพยาบาล สิทธิในการศึกษา สิทธิในการเดินทาง รวมถึงสวัสดิการต่างๆ จากรัฐ นำไปสู่การขาดโอกาสในการพัฒนาศักยภาพของตน การถูกเลือกปฏิบัติและการถูกกีดกันจากการมีส่วนร่วมในสังคม ดังนั้น เด็กไร้สัญชาติจึงถือเป็นประชากรกลุ่มเปราะบางซึ่งต้องการความคุ้มครองทางสังคม

ผู้ช่วยศาสตราจารย์กิติวรญา รัตนมณี อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้เปิดเผยว่า สถานะคนไร้รัฐสัญชาติที่เกิดขึ้นกับเด็กและเยาวชนในประเทศเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน แม้จะมีความพยายามร่วมมือจากหลายภาคส่วนเพื่อแก้ไขปัญหานี้ โดยมีแนวนโยบายและกฎหมายที่ครอบคลุม แต่ปัญหาในทางปฏิบัติยังคงเป็นสาเหตุหลักที่ยังไม่สามารถยุติวงจรไร้สัญชาติได้อย่างเด็ดขาด ส่งผลให้ยังมีเด็กที่อยู่ในสถานะไร้รัฐ ไร้สัญชาติอยู่นับแสนๆ คน ในหลายพื้นที่ของประเทศไทย จากข้อมูลจำนวนราษฎรทั้งหมด 66,171,439 คน คิดเป็นร้อยละ 1.47 ซึ่งภาวะไร้สัญชาติ ทำให้เด็กเข้าไม่ถึงสิทธิขั้นพื้นฐานที่จำเป็นหลายประการ เช่น สิทธิในการรักษาพยาบาล สิทธิในการศึกษา สิทธิในการเดินทาง รวมถึงสวัสดิการต่างๆ จากรัฐ นำไปสู่การขาดโอกาสในการพัฒนาศักยภาพของตน การถูกเลือกปฏิบัติและการถูกกีดกันจากการมีส่วนร่วมในสังคม ดังนั้น เด็กไร้สัญชาติ จึงถือเป็นประชากรกลุ่มเปราะบาง ซึ่งต้องการความคุ้มครองทางสังคม

ที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2553-ปัจจุบัน คลินิกกฎหมายนเรศวรเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้ให้ความช่วยเหลือในการให้คำปรึกษาแก่นิสิตไร้สัญชาติในมหาวิทยาลัยนเรศวรทั้งสิ้นประมาณ 27 คน จากคณะสาธารณสุขศาสตร์ คละพยาบาลศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ และคณะมนุษยศาสตร์ นิสิตจบการศึกษาแล้ว 17 คน (มีสัญชาติไทย 13 คน ไร้สัญชาติ 4 คน) และกำลังศึกษาอยู่ 10 คน (ไร้สัญชาติ 10 คน) ช่วยเหลือบุคคลไร้รัฐไร้สัญชาติในพิษณุโลกและจังหวัดอื่นๆ กว่า 200 คน และช่วยให้บุคคลไร้ที่พึ่งในสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งวังทอง อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก 322 คน ไร้รับการถ่ายบัตรประจำตัว ได้รับการตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล

ด้านนางสาวอลิษา นิสิตไร้สัญชาติ ปริญญาโท คณะบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์และการสื่อสาร มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้เปิดเผยถึงความลำบากและปัญหาในการไม่มีสัญชาติไทยว่า การขอทุนการศึกษา เพื่อศึกษาในระดับปริญญาโท ไม่สามารถทำได้ และการเดินทางมาเรียน คนที่ไม่ได้ถือสัญชาติไทยจะต้องขอใบอนุญาตออกนอกพื้นที่ ซึ่งในการไปขอแต่ละครั้งมีความยุ่งยากมาก ซึ่งสัญญาเพียง 1 ปี เมื่อครบสัญญาก็ต้องไปต่อใหม่ และที่สำคัญมากคือเรื่องโอกาสในการสอบบรรจุเป็นข้าราชการครู ปัญหาตรงนี้ทำให้ไม่มีโอกาสแม้กระทั่งสมัครสอบ ก.พ. เนื่องจากไม่มีสัญชาติไทย

มหาวิทยาลัยนเรศวร ให้ความสำคัญการเป็นพลโลก/พลเมืองโลก หรือ Global Citizenship เพราะปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในโลกเรานี้มีความเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน อีกทั้งยังส่งผลต่อการใช้ชีวิตของมนุษย์การเป็นพลโลกไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าคุณเป็นคนชาติใด อาศัยอยู่ที่ไหน ประเทศไหน ปัญหาสำคัญคือทุกคนไม่ได้เกิดมาอย่างเท่าเทียมกัน จึงเป็นความท้าทายของเราในฐานะสถาบันการศึกษาในการจัดเตรียมผู้คนให้มีประสิทธิภาพ และสามารถมีโอกาสที่จะทำงานหรือใช้ชีวิตร่วมกันบนโลกใบนี้ได้ เราจะผลิตบัณฑิตเพื่อประเทศใดประเทศหนึ่งไม่ได้อีกต่อไป แต่ต้องผลิตบัณฑิตที่มีความเป็นพลโลก เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันหรือทำงานร่วมกันได้ ซึ่งท้ายที่สุดจะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน สำหรับผู้ที่สนใจ หรือมีปัญหาสถานะไร้รัฐ ไร้สัญชาติสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เพจ Facebook : คลินิกกฎหมายนเรศวรเพื่อสิทธิมนุษยชน Naresuan Legal Clinic คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เบอร์โทร. 0-5596-1739 ในวันและเวลาราชการ

ที่มา: dailynews

ม.นเรศวร ร่วมเสวนาแลกเปลี่ยนมุมมองประเด็น “อุตสาหกรรมพลังงานทดแทนของ SMEs สู่ธุรกิจชุมชนไทย”

รศ.ดร.พิสิษฏ์ มณีโชติ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนางาน NU SMART CITY SGtech และ ผศ.ดร.ปรีชา ศรีประภาคาร ศิษย์เก่ารหัส 59 สาขาพลังงานทดแทน SGtech เข้าร่วมเสวนาแลกเปลี่ยนมุมมองประเด็น “อุตสาหกรรมพลังงานทดแทนของ SMEs สู่ธุรกิจชุมชนไทย” ในงาน ASEAN Sustainable Energy Week (ASEW) นิทรรศการนานาชาติด้านพลังงานทดแทน เทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม และเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ฯ ในวันที่ 16 กันยายน 2565

– รศ.ดร.พิสิษฏ์ มณีโชติ บรรยายหัวข้อ “แนวโน้มการศึกษาและวิจัยเทคโนโลยีพลังงานทดแทนที่เหมาะสมกับการใช้งานในภาคชุมชน”

– ผศ.ดร.ปรีชา ศรีประภาคาร บรรยายหัวข้อ “การปรับตัวและแสวงหาแนวทางเพิ่มศักยภาพคนในพื้นที่ชุมชนตนเอง”

ที่มา: วิทยาลัยพลังงานทดแทนและสมาร์ตกริดเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร ร่วมผนึกกำลังสร้างภูมิคุ้มกันแลป้องกันยาเสพติดในสถาบันอุดมศึกษาภาคเหนือตอนล่าง

มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัดให้มีกิจกรรมที่ 2 ประชุมสรุปผลการดำเนินงานโครงการสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันยาเสพติดในสถาบันอุดมศึกษา ภาคเหนือตอนล่างปีงบประมาณ 2565 เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2565 ณ โรงแรมหรรษนันท์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก โดย ดร.จรัสดาว คงเมือง รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานิสิต ศิษย์เก่า และศิลปวัฒนธรรม เป็นประธานกล่าวเปิดและมอบเกียรติบัตรให้แก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม โดยมีตัวแทนซึ่งเป็นผู้บริหารและผู้รับผิดชอบโครงการสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันยาเสพติดในสถาบันอุดมศึกษา ภาคเหนือตอนล่าง ของสถาบันเครือข่ายภาคเหนือตอนล่างเข้าร่วมกันอย่างพร้อมเพรียง ซึ่งสถาบันอุดมศึกษาเครือข่ายภาคเหนือตอนล่าง ได้ร่วมแลกเปลี่ยนรูปแบบและแนวทางในการดำเนินงานร่วมกัน อีกทั้งได้ร่วมกันให้ข้อเสนอแนะและตอบข้อซักถาม เพื่อนำไปสู่การพัฒนาการดำเนินของแต่ละสถาบันร่วมถึงพัฒนาความร่วมมือภายในเครือข่ายต่อไป

ที่มา: กองกิจการนิสิต มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร จัดโครงการปลูกรักปลูกเสลา(Your Home Always)

เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2565 กองกิจการนิสิตร่วมกับกองอาคารสถานที่และชมรมอดีตผู้นำนิสิต มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดโครงการปลูกรักปลูกเสลา(Your Home Always) ขึ้นเพื่อสร้างพื้นที่สีเขียวและพื้นที่แห่งความสุขของทุกคน (NU Happy All) ภายในมหาวิทยาลัยนเรศวร บริเวณสระสุริโยทัย โดยได้รับเกียรติจากรองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมทั้งคณะผู้บริหารมหวิทยาลัย คณาจารย์ บุคลากร และศิษย์เก่า ร่วมบริจาคสมทบทุนในการจัดซื้อและร่วมปลูกต้นเสลา ซึ่งเป็นต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัย

ที่มา: กองกิจการนิสิต มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร เปิดเวทีประชุมนานาชาติระเบียงเศรษฐกิจ หลวงพระบาง-อินโดจีน-เมาะลำไย ครั้งที่ 5

เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2566, มหาวิทยาลัยนเรศวรภายใต้การนำของ รองศาสตราจารย์ ดร.วัฒนา พัดเกตุ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ ได้เปิดการประชุมระดับนานาชาติ ระเบียงเศรษฐกิจหลวงพระบาง อินโดจีน และเมาะลำไย ครั้งที่ 5 (The 5th LIMEC Academic International Conference) ซึ่งจัดขึ้นโดย คณะโลจิสติกส์และดิจิทัลซัพพลายเชน เพื่อเสริมสร้างการพัฒนาเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจหลวงพระบาง อินโดจีน และเมาะลำไย การประชุมครั้งนี้ถือเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์จากนักวิจัย คณาจารย์ นักศึกษา และผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขา ที่มารวมตัวกันเพื่อผลักดันการพัฒนาเศรษฐกิจในภูมิภาคตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ซึ่งมีความสำคัญต่อการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)

การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “เทคโนโลยีดิจิทัลด้านโลจิสติกส์สำหรับฐานชีวิตใหม่” (Logistics for New Normal with Digital Technology) ซึ่งสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงในเศรษฐกิจและสังคมที่เกิดขึ้นหลังการระบาดของโรค COVID-19 โดยการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพในการจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน การปรับตัวอย่างรวดเร็วของภาคธุรกิจในภูมิภาคและในระดับโลกหลังวิกฤตได้ผลักดันให้ เทคโนโลยีดิจิทัล กลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่มีบทบาทในการเชื่อมโยงการทำธุรกิจ การค้า และการลงทุน ซึ่งสามารถช่วยพัฒนาเศรษฐกิจให้เติบโตและยั่งยืน

การประชุมครั้งนี้ได้เน้นการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการโลจิสติกส์ข้ามแดน โดยเฉพาะในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจที่มีการเคลื่อนไหวของสินค้าและบริการข้ามประเทศอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการพัฒนา โลจิสติกส์ ได้กลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของภูมิภาค การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลจึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการการขนส่งและการกระจายสินค้าระหว่างประเทศ ซึ่งส่งผลดีต่อ SDG 8 (การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนและการทำงานที่ดี) โดยสามารถสร้างงานและอาชีพใหม่ ๆ และเสริมสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในภูมิภาค

นอกจากนี้ การประชุมครั้งนี้ยังสอดคล้องกับ SDG 1 (การขจัดความยากจน) โดยการส่งเสริมให้เกิดการลงทุนที่สร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจในพื้นที่ชนบทและเขตพื้นที่เศรษฐกิจต่างๆ ซึ่งช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน การพัฒนาภาคธุรกิจในพื้นที่เหล่านี้สามารถช่วยลดความยากจนและเสริมสร้างโอกาสทางการงานสำหรับประชาชนในท้องถิ่น

การประชุม LIMEC ครั้งที่ 5 ยังเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้นักวิจัย คณาจารย์ และนักศึกษาได้แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญในหลายสาขา โดยเฉพาะในด้านโลจิสติกส์ ดิจิทัลซัพพลายเชน และการพัฒนาเศรษฐกิจภาคธุรกิจ การประชุมครั้งนี้สะท้อนถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยในการสนับสนุน SDG 4 (การศึกษาเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต) เนื่องจากเป็นการสร้างโอกาสในการเรียนรู้และพัฒนาทักษะใหม่ ๆ ให้กับบุคลากรในภาคธุรกิจและนักศึกษา

การบรรยายพิเศษและการเสวนาครั้งนี้เน้นการใช้ ดิจิทัลทรานฟอเมชั่น ในการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและการทำงานในโลกหลังการระบาด โดยเฉพาะในการ สร้างความยืดหยุ่นให้กับโซ่อุปทาน ในโลกหลังการระบาดของ COVID-19 ซึ่งสามารถช่วยสร้างความมั่นคงและยั่งยืนในระบบเศรษฐกิจและธุรกิจ การเสวนาเหล่านี้ทำให้ผู้เข้าร่วมได้รับแนวทางในการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่สามารถใช้ในการปรับตัวในสภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและพลิกผัน

การประชุมครั้งนี้ยังเป็นการเปิดโอกาสให้คณะโลจิสติกส์และดิจิทัลซัพพลายเชนของมหาวิทยาลัยนเรศวรเผยแพร่งานวิจัยในระดับสากล โดยการเปิดตัว “1st International Journal & Conference of Logistics and Digital Supply Chain” ซึ่งเป็นวารสารวิชาการนานาชาติที่มุ่งเน้นการเผยแพร่ผลงานวิจัยในด้านโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน การเปิดตัววารสารนี้ช่วยเพิ่มมาตรฐานทางวิชาการและสร้างโอกาสในการเผยแพร่งานวิจัยทางการศึกษาและวิทยาศาสตร์ในวงกว้าง ซึ่งเป็นการสนับสนุน SDG 4 โดยตรงในการส่งเสริมการศึกษาระดับสูงและการวิจัยที่มีคุณภาพ

มหาวิทยาลัยนเรศวรยังคงมุ่งมั่นที่จะเป็นศูนย์กลางของการศึกษาและการวิจัยที่สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในภูมิภาคและระดับโลก โดยการขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษาเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจใน ระเบียงเศรษฐกิจหลวงพระบาง อินโดจีน และเมาะลำไย การประชุมครั้งนี้เป็นการส่งเสริมการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจระหว่างสามประเทศหลักที่อยู่ในเขตระเบียงเศรษฐกิจนี้ และเป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนในพื้นที่

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin