ม.นเรศวร ขอเชิญนิสิตศึกษาข้อมูล “7 วิธีหลีกเลี่ยงหายนะจากการพนัน”

มหาวิทยาลัยนเรศวร ขอเชิญนิสิต บุคลากร และประชาคมมหาวิทยาลัย ศึกษาข้อมูลจาก กรมสุขภาพจิต เรื่อง “7 วิธีหลีกเลี่ยงหายนะจากการพนัน” เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ ผลกระทบด้านลบของการพนัน และแนวทางในการป้องกันตนเอง พร้อมร่วมกัน สร้างสังคมที่ปลอดภัยห่างไกลการพนัน

ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยนเรศวรได้ออก ประกาศสำคัญ เรื่อง “ห้ามนิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวรเกี่ยวข้องกับการพนันฟุตบอล” เพื่อย้ำเตือนและสร้างความตระหนักให้กับนิสิตทุกคนถึง โทษและผลกระทบจากการพนันในทุกรูปแบบ ตลอดจนเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีวินัย การเคารพกฎระเบียบ และการดำเนินชีวิตด้วยความซื่อสัตย์สุจริต

การพนันเป็นปัญหาที่ส่งผลต่อสุขภาพจิต ความสัมพันธ์ในครอบครัว และความมั่นคงทางเศรษฐกิจ การเข้าใจอันตรายของการพนันจึงเป็นก้าวแรกของการป้องกัน โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชนที่อาจถูกชักจูงได้ง่าย หากขาดการดูแลเอาใจใส่จากครอบครัวและชุมชนที่เข้มแข็ง

กรมสุขภาพจิตได้เสนอแนวทาง “7 วิธีหลีกเลี่ยงหายนะจากการพนัน” เพื่อให้ทุกภาคส่วนร่วมกันสร้างภูมิคุ้มกันและลดปัจจัยเสี่ยงของการเล่นพนัน เช่น การสร้างความอบอุ่นในครอบครัว การช่วยกันแก้ปัญหาเมื่อลูกหลานมีพฤติกรรมเสี่ยง การส่งเสริมกิจกรรมสร้างสรรค์แทนการพนัน และการเข้ารับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญเมื่อจำเป็น

มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับการสร้าง สภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ส่งเสริมสุขภาวะทางกายและใจ โดยจัดกิจกรรมรณรงค์และให้ความรู้แก่นิสิตเกี่ยวกับโทษของการพนัน เพื่อพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การตัดสินใจอย่างมีเหตุผล และการรับผิดชอบต่อสังคม

สำหรับผู้ที่ประสบปัญหาหรือได้รับผลกระทบจากการพนัน สามารถขอรับคำปรึกษาได้จาก สายด่วนสุขภาพจิต โทร. 1323 ซึ่งเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตโดยตรง

มหาวิทยาลัยนเรศวรขอเชิญชวนทุกคนร่วมมือกันเรียนรู้ ทำความเข้าใจ และเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับผลกระทบของการพนัน เพื่อร่วมกันสร้างสังคมที่มี ความสุข ปลอดภัย และยั่งยืน ห่างไกลจากการพนัน

ม.นเรศวร จัดกิจกรรม “ใจแห่งการให้” น้อมรำลึกรัชกาลที่ 9 ส่งเสริมการแบ่งปันและรักษ์สิ่งแวดล้อม

วันจันทร์ที่ 13 ตุลาคม 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรม “น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ รัชกาลที่ 9” ภายใต้ชื่อกิจกรรม “ใจแห่งการให้” เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ณ บริเวณหน้าอาคารขวัญเมือง มหาวิทยาลัยนเรศวร

ภายในกิจกรรมได้มีการจัดซุ้มแจกจ่ายอาหารเพื่อสร้างบรรยากาศแห่งการแบ่งปัน โดยมีการแจก ข้าวไข่เจียว ส้มตำ ตลอดจนอาหารพร้อมเครื่องดื่มอื่น ๆ ให้กับนิสิตและบุคลากร ซึ่งเป็นการส่งเสริมการเข้าถึงอาหารและโภชนาการที่ดี ขจัดความหิวโหยและสร้างความมั่นคงทางอาหารให้เกิดขึ้นในระดับชุมชน

กิจกรรมในครั้งนี้เกิดจากพลังแห่งความสามัคคีและได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจาก สมาคมนิสิตเก่ามหาวิทยาลัยนเรศวร คณาจารย์ บุคลากร และผู้มีจิตศรัทธา ที่ร่วมกันบริจาคข้าวสาร ไข่เจียว ไอศกรีม น้ำดื่ม และอุปกรณ์ต่าง ๆ อย่างพร้อมเพรียงและอบอุ่น

การร่วมแรงร่วมใจจัดเตรียมอาหารและส่งมอบสิ่งของเหล่านี้ สะท้อนให้เห็นถึงพลังแห่งการให้และจิตอาสาของประชาคมมหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อปลูกฝังคุณค่าความเอื้อเฟื้อ แบ่งปัน และส่งเสริมความมีน้ำใจต่อเพื่อนร่วมสังคมให้เกิดความเกื้อกูลกันอย่างยั่งยืน

นอกจากการแบ่งปันอาหารแล้ว ภายในงานยังได้ส่งเสริมแนวคิด การใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการบริโภคที่รับผิดชอบ โดยคณะผู้จัดงานได้รณรงค์และเชิญชวนให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมนำภาชนะส่วนตัวมารับอาหารและเครื่องดื่ม

การรณรงค์ให้ใช้ภาชนะส่วนตัว ถือเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วย ลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว และลดปริมาณขยะมูลฝอยที่เกิดขึ้นจากการจัดกิจกรรม ซึ่งเป็นการขับเคลื่อนประชาคมให้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสังคมที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม

กิจกรรม “ใจแห่งการให้” จึงไม่เพียงแต่เป็นเวทีแห่งการแสดงความจงรักภักดี แต่ยังเป็นการน้อมนำหลักปรัชญาการดำเนินชีวิตอย่างพอเพียงมาประยุกต์ใช้ ซึ่งเป็นแนวทางที่พระองค์ทรงสอนไว้ให้คนไทยดำเนินชีวิตอย่างสมดุล รักษ์โลก และดูแลสังคมสืบไป

ม.นเรศวร พัฒนา Banana Powder Shots Sun Protection ยกระดับกล้วยไข่ไทยสู่นวัตกรรมอาหารมูลค่าสูง

ตุลาคม 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร โดย ศาสตราจารย์ ดร.เภสัชกรหญิงจารุภา วิโยชน์ อาจารย์ประจำภาควิชาเทคโนโลยีเภสัชกรรม คณะเภสัชศาสตร์ พร้อมคณะนักวิจัย ร่วมกับ บริษัท เนเจอร์ พาวเวอร์ จำกัด พัฒนาผลิตภัณฑ์ Banana Powder Shots Sun Protection จากกล้วยไข่ไทย โดยได้รับการสนับสนุนจาก หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) เพื่อผลักดันงานวิจัยสู่ผลิตภัณฑ์อาหารมูลค่าสูงและการใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์

งานวิจัยดังกล่าวต่อยอดจากการศึกษาคุณสมบัติของ กล้วยไข่ ซึ่งเป็นผลไม้เศรษฐกิจที่สามารถปลูกได้ในหลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยพบว่ากล้วยไข่มีปริมาณ เบต้าแคโรทีน สูง และมีศักยภาพในการนำมาพัฒนาเป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์นิวทริคอสเมติกส์ หรือผลิตภัณฑ์อาหารที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพและความงามจากภายใน

ก่อนหน้านี้ คณะนักวิจัยได้พัฒนา ผลิตภัณฑ์นิวตราซูติคอลเม็ดเคี้ยวกล้วยไข่ผสมน้ำมันเมล็ดกัญชง โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) และนำองค์ความรู้จากผลิตภัณฑ์ต้นแบบมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์รูปแบบ Powder Shots ซึ่งรับประทานได้สะดวกและตอบสนองพฤติกรรมของผู้บริโภคมากขึ้น

การพัฒนา Banana Powder Shots Sun Protection ให้ความสำคัญกับการคัดเลือกวัตถุดิบ ตั้งแต่สายพันธุ์ของกล้วยไข่ ระดับความสุก ความหวาน และช่วงเวลาการเก็บเกี่ยว เพื่อให้ได้ปริมาณเบต้าแคโรทีนที่เหมาะสม รวมถึงการควบคุมแสงและความร้อนระหว่างกระบวนการผลิต เนื่องจากเบต้าแคโรทีนเป็นสารที่สลายตัวได้ง่าย

นอกจากนี้ ทีมนักวิจัยและภาคเอกชนยังร่วมกันพัฒนาคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ให้ผงกล้วยละลายในปากได้ดี ลดการติดค้างบริเวณฟันและช่องปาก และมีรสชาติเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค โดยมุ่งใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติและลดการใช้สารสังเคราะห์ เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและเหมาะสมต่อการผลิตในระดับอุตสาหกรรม

โครงการอยู่ระหว่างการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบและการทดสอบการดูดซึมเบต้าแคโรทีน รวมถึงการทดสอบกับอาสาสมัคร การประเมินทางคลินิก และการทดสอบความพึงพอใจของผู้บริโภค ก่อนเข้าสู่กระบวนการผลิตในระดับ Pilot Scale และการขอรับรองมาตรฐานจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการผลิตและวางจำหน่ายจริง

การใช้กล้วยไข่เป็นวัตถุดิบหลักช่วยสนับสนุน เกษตรกรและผลผลิตทางการเกษตรของไทย เพิ่มมูลค่าให้วัตถุดิบภายในประเทศ และสร้างโอกาสในการพัฒนากล้วยไข่เป็นวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรมอาหารเพื่อสุขภาพ นอกจากนี้ หากผลิตภัณฑ์ได้รับการตอบรับที่ดี ยังสามารถพัฒนาเป็นวัตถุดิบสำหรับจำหน่ายให้แก่ผู้ประกอบการรายอื่น และขยายผลสู่อุตสาหกรรม Functional Food และ Nutricosmetics ได้

ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยนเรศวร บริษัท เนเจอร์ พาวเวอร์ จำกัด และ บพข. แสดงให้เห็นถึงบทบาทของเครือข่ายภาครัฐ มหาวิทยาลัย และภาคเอกชน ในการเชื่อมโยงองค์ความรู้จากห้องปฏิบัติการเข้าสู่กระบวนการผลิตจริง พร้อมเปิดโอกาสให้นักวิจัยนำข้อเสนอแนะจากผู้ประกอบการและผู้บริโภคมาปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ตลาดมากยิ่งขึ้น

การพัฒนา Banana Powder Shots Sun Protection จึงเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการสร้างความมั่นคงและมูลค่าเพิ่มให้ระบบอาหารของประเทศ ผ่านการใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมในการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร พร้อมทั้ง ส่งเสริมต่อยอดสู่งานวิจัยเชิงพาณิชย์ ยกระดับความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย และสร้างเครือข่ายความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารมูลค่าสูงทั้งในประเทศและตลาดสากล

ที่มาภาพและข่าว: SALIKA

ม.นเรศวร ประกาศมาตรการเด็ดขาดงดใช้พลาสติกและโฟมทุกโรงอาหาร พร้อมขยายผลรณรงค์ในทุกกิจกรรมและอีเว้นท์ พลิกวิกฤตปิดบ่อขยะจังหวัดสู่ต้นแบบความยั่งยืน

วันจันทร์ที่ 6 ตุลาคม 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวรประกาศมาตรการเชิงรุกครั้งสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายด้านการผลิตและการบริโภคที่รับผิดชอบและยั่งยืน เพื่อรับมือกับวิกฤตการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม

สืบเนื่องจากสถานการณ์วิกฤตบ่อกำจัดขยะภายในจังหวัดพิษณุโลกได้ปิดให้บริการ ซึ่งได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบการจัดการขยะของมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยนเรศวรจึงได้ยกระดับมาตรการบริหารจัดการทรัพยากร ด้วยการประกาศขอความร่วมมือและงดใช้ถุงพลาสติก กล่องพลาสติก และโฟม ทุกโรงอาหารภายในมหาวิทยาลัยอย่างจริงจัง

มาตรการดังกล่าวครอบคลุมถึงการลดสิ่งของใช้ครั้งเดียวทิ้งอย่างรอบด้าน มากกว่าเพียงแค่พลาสติกทั่วไป แต่ยังครอบคลุมถึงแก้วกระดาษ จาน ช้อน และบรรจุภัณฑ์ต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาที่ต้นทางและลดปริมาณขยะสะสมภายในสถาบันอย่างยั่งยืน

นอกจากมาตรการภายในโรงอาหารแล้ว ทางมหาวิทยาลัยยังได้ขยายผลการดำเนินงานไปยังกิจกรรมและอีเว้นท์ต่างๆ ภายในมหาวิทยาลัย โดยมีการรณรงค์อย่างต่อเนื่องให้นิสิตและบุคลากรพกพาภาชนะส่วนตัวมาใช้ในทุกงานกิจกรรม เพื่อสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกและสร้างแรงจูงใจให้กับประชาคม ทางมหาวิทยาลัยได้เชิญชวนให้ทุกท่านหันมาใช้ภาชนะของโรงอาหารสำหรับการรับประทานอาหารภายในพื้นที่ หรือพกพาภาชนะส่วนตัว เช่น กล่องใส่อาหาร ถุงผ้า และแก้วน้ำ มาใช้ในการบรรจุอาหารและเครื่องดื่มตามอัธยาศัย

ความสำเร็จของมาตรการนี้เกิดขึ้นได้จากพลังของความร่วมมือและการสร้างจิตสำนึกรักษ์โลกของทุกภาคส่วน ทั้งผู้ประกอบการ ร้านค้า ประชาคมมหาวิทยาลัย และชุมชนบริเวณรอบมหาวิทยาลัย ที่พร้อมใจกันปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดปริมาณขยะและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

นอกจากนี้ ร้านค้าภายในโรงอาหารยังได้ร่วมมือกับนโยบายดังกล่าวผ่านกิจกรรมพิเศษ เช่น การให้ส่วนลดเงินสดทันที 2 บาท สำหรับผู้ที่นำภาชนะส่วนตัวมาเอง ซึ่งช่วยสร้างแรงจูงใจและกระตุ้นการมีส่วนร่วมของนิสิตและบุคลากรในชีวิตประจำวันได้อย่างยอดเยี่ยม

ความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและบริหารจัดการทรัพยากรภายใต้แนวคิดรักษ์โลกนี้ จึงเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนสถาบันสู่วิถีชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเป็นต้นแบบในการสร้างความยั่งยืนให้กับสังคมในระยะยาว

ม.นเรศวร ต้อนรับคณะศึกษาดูงานด้านการจัดการน้ำเสีย เสริมสร้างการเรียนรู้ระบบบำบัดน้ำเสียเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

วันอังคารที่ 8 ตุลาคม 2568 กองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร ให้การต้อนรับคณะศึกษาดูงานจากคณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หลักสูตรวิทยาศาสตร์การประมง ภาควิชาวิทยาศาสตร์การเกษตร นำโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุพัฒน์ พลซา รองคณบดีฝ่ายวิชาการและประกันคุณภาพ ปฏิบัติราชการแทนคณบดี พร้อมด้วยอาจารย์ผู้สอนรายวิชา 122354 เทคโนโลยีการจัดการของเสียทางการประมง และนิสิตจำนวน 30 คน เข้าศึกษาดูงาน ณ สถานีบำบัดน้ำเสียส่วนกลาง มหาวิทยาลัยนเรศวร

การศึกษาดูงานครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “ระบบการบำบัดน้ำเสียทางกายภาพ เคมี และชีวภาพ” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้นิสิตได้เรียนรู้หลักการ กระบวนการ และเทคโนโลยีที่ใช้ในการบำบัดน้ำเสียอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การรวบรวมน้ำเสีย การบำบัดในแต่ละขั้นตอน ไปจนถึงการควบคุมคุณภาพน้ำก่อนปล่อยกลับคืนสู่สิ่งแวดล้อม

ภายในกิจกรรม คณะศึกษาดูงานได้เยี่ยมชมการดำเนินงานของ สถานีบำบัดน้ำเสียส่วนกลาง พร้อมรับฟังการบรรยายเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้กระบวนการบำบัดน้ำเสียทางกายภาพ เคมี และชีวภาพ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกำจัดมลพิษ ลดผลกระทบต่อแหล่งน้ำ และสนับสนุนการใช้ทรัพยากรน้ำอย่างคุ้มค่าและมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

นอกจากการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีแล้ว ยังมีการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เกี่ยวกับ การบริหารจัดการสถานีบำบัดน้ำเสีย การติดตามคุณภาพน้ำ การบริหารระบบสาธารณูปโภคด้านสิ่งแวดล้อม และแนวทางการพัฒนาระบบให้รองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต ซึ่งช่วยให้นิสิตได้เห็นการเชื่อมโยงระหว่างองค์ความรู้ทางวิชาการกับการปฏิบัติงานจริง

กิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริม การเรียนรู้นอกห้องเรียน ที่เปิดโอกาสให้นิสิตได้ศึกษาจากสถานที่ปฏิบัติงานจริง เรียนรู้จากผู้ปฏิบัติงาน และพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ไขปัญหา และการประยุกต์ใช้ความรู้ด้านการจัดการของเสียและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการประกอบวิชาชีพในอนาคต

การศึกษาดูงานครั้งนี้ยังสะท้อนถึงความร่วมมือระหว่าง กองอาคารสถานที่ และ คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในการบูรณาการการเรียนการสอนกับการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมของมหาวิทยาลัย ผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านการจัดการน้ำเสีย การใช้เทคโนโลยีการบำบัดน้ำ และการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ เพื่อเสริมสร้างความรู้และประสบการณ์ให้แก่นิสิตจากสถานการณ์จริง

การดำเนินกิจกรรมของกองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร สะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยในการเป็นแหล่งเรียนรู้และศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม สนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของนิสิตผ่านการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง สร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน และร่วมขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

ม.นเรศวร เปิดสถานีบำบัดน้ำเสียต้อนรับคณะศึกษาดูงาน เสริมสร้างการเรียนรู้การจัดการน้ำเสียอย่างยั่งยืน

วันพุธที่ 1 ตุลาคม 2568 กองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร ให้การต้อนรับ ดร.ศิริวัฒน์ คูเจริญไพบูลย์ อาจารย์ประจำภาควิชาจุลชีววิทยาสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยนิสิตคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ จำนวน 30 คน เข้าศึกษาดูงานระบบบำบัดน้ำเสียส่วนกลางของมหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อเรียนรู้กระบวนการบริหารจัดการน้ำเสียและการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำจากการดำเนินงานจริง

การศึกษาดูงานครั้งนี้มุ่งเน้นการถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับ ระบบบำบัดน้ำเสีย ตั้งแต่กระบวนการรวบรวมน้ำเสีย การบำบัด การควบคุมคุณภาพน้ำ และการบริหารจัดการระบบให้เป็นไปตามมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อให้นิสิตได้เข้าใจหลักการจัดการน้ำเสียที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการเรียนและการปฏิบัติงานด้านวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมและสาธารณสุข

ภายในกิจกรรม คณะศึกษาดูงานได้เยี่ยมชมกระบวนการทำงานของสถานีบำบัดน้ำเสียส่วนกลาง พร้อมรับฟังการบรรยายเกี่ยวกับเทคโนโลยีและแนวทางการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยในการจัดการน้ำเสียอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้นการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การใช้ทรัพยากรน้ำอย่างคุ้มค่า และการรักษาคุณภาพของแหล่งน้ำภายในมหาวิทยาลัย

นอกจากนี้ ยังมีการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างบุคลากรกองอาคารสถานที่ คณาจารย์ และนิสิต ในประเด็นด้าน การบริหารจัดการน้ำเสียอย่างยั่งยืน การติดตามคุณภาพน้ำ และบทบาทของระบบบำบัดน้ำเสีย ในการสนับสนุนการพัฒนามหาวิทยาลัยที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งช่วยเสริมสร้างความเข้าใจเชิงปฏิบัติและมุมมองด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างรอบด้าน

กิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริม การเรียนรู้จากสถานที่ปฏิบัติงานจริง ที่เปิดโอกาสให้นิสิตได้สัมผัสกระบวนการดำเนินงานของระบบสาธารณูปโภคด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การประยุกต์ใช้ความรู้ทางวิชาการ และการเรียนรู้ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งเป็นการยกระดับคุณภาพการเรียนรู้และเตรียมความพร้อมสู่การประกอบวิชาชีพในอนาคต

การศึกษาดูงานครั้งนี้ยังสะท้อนถึงความร่วมมือระหว่าง กองอาคารสถานที่ และ คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ ในการบูรณาการองค์ความรู้ด้านวิชาการกับการปฏิบัติงานจริง สร้างเครือข่ายการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรน้ำ พร้อมทั้งส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีการบำบัดน้ำเสีย การจัดการคุณภาพน้ำ และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

การดำเนินงานของกองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร แสดงให้เห็นถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยในการเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมที่เชื่อมโยงการเรียนการสอน การบริการวิชาการ และความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน เพื่อพัฒนาศักยภาพของนิสิต สร้างองค์ความรู้ด้านการจัดการทรัพยากรน้ำ และสนับสนุนการใช้ทรัพยากรอย่างมีความรับผิดชอบควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ม.นเรศวร จัดโครงการ Next Gen Well-Being สร้างพื้นที่เรียนรู้เพื่อสุขภาวะคนรุ่นใหม่

วันพุธที่ 17 กันยายน 2568 ภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดโครงการสาระพัฒน์เพื่อสังคมที่ยั่งยืน ปีที่ 2 ภายใต้หัวข้อ “Next Gen Well-Being: สุขภาวะแห่งเจนเนอเรชันใหม่” ณ โถงกิจกรรมชั้น 1 อาคารคณะสังคมศาสตร์ เพื่อสร้างพื้นที่แห่งความคิดสร้างสรรค์และการเรียนรู้สำหรับนิสิตและผู้สนใจ

โครงการดำเนินงานโดยนิสิตสาขาวิชาพัฒนาสังคม ชั้นปีที่ 3 ซึ่งร่วมกันวางแผน ออกแบบ และบริหารกิจกรรมทุกขั้นตอน เป็นการเรียนรู้เชิงปฏิบัติที่เชื่อมโยงองค์ความรู้จากห้องเรียนสู่การลงมือทำจริง พร้อมพัฒนาทักษะการทำงานเป็นทีม การสื่อสาร และความรับผิดชอบต่อสังคม

กิจกรรมภายในงานประกอบด้วยการประกวด Next Gen Speech for Well-being เปิดโอกาสให้นิสิตถ่ายทอดมุมมองและแนวคิดเกี่ยวกับการสร้างสุขภาวะ การบรรยายพิเศษหัวข้อ “น้ำแทนน้ำตาล ทางเลือกวัยรุ่นยุคใหม่” เพื่อให้ความรู้ด้านโภชนาการและการเลือกบริโภคเครื่องดื่มอย่างเหมาะสม

นอกจากนี้ ยังมีการประกวด Healthy Beat Cover Dance ซึ่งผสานดนตรีเข้ากับการออกกำลังกาย การประกวด Well-Being Ambassador เพื่อค้นหาตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และบุคลิกภาพที่สะท้อนการมีสุขภาวะที่ดี รวมถึงนิทรรศการภาพวาด “สายเส้นบำบัด” ที่สื่อถึงบทบาทของศิลปะในการผ่อนคลายจิตใจและส่งเสริมสมาธิ

ผู้เข้าร่วมงานยังได้เรียนรู้ผ่านบูธกิจกรรมสร้างพลังบวก ได้แก่ บูธข้อความฮีลใจที่ส่งต่อกำลังใจแก่ผู้ร่วมงาน และบูธ DrinkWellU ที่ชวนทำเครื่องดื่มด้วยตนเอง ควบคู่กับการฝึกอ่านฉลากโภชนาการและการกำหนดเป้าหมายการดื่มเพื่อสุขภาพ

การจัดโครงการครั้งนี้ ส่งเสริมการดูแลสุขภาวะของคนรุ่นใหม่ในทุกมิติ ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสังคม โดยนำเสนอเนื้อหาในรูปแบบที่เข้าถึงได้ง่ายและสอดคล้องกับวิถีชีวิตของนิสิต ช่วยให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการดูแลตนเองในชีวิตประจำวัน

โครงการยังเปิดพื้นที่ให้นิสิตได้แสดงออกอย่างสร้างสรรค์ เคารพความหลากหลาย และเรียนรู้การทำงานร่วมกับผู้อื่นอย่างเท่าเทียม อันเป็นพื้นฐานสำคัญของการอยู่ร่วมกันในสังคมที่ให้คุณค่ากับศักดิ์ศรีและโอกาสของทุกคน

มหาวิทยาลัยนเรศวรเดินหน้าสนับสนุนการเรียนรู้ที่พัฒนาผู้เรียนอย่างรอบด้าน ผ่านกิจกรรมที่บูรณาการความรู้ ทักษะชีวิต และความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อสร้างคนรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพ มีสุขภาวะที่ดี และร่วมขับเคลื่อนสังคมอย่างสร้างสรรค์

ม.นเรศวร จัดเวิร์กชอป “D.I.Y. เพียรสาน งานศิลป์” ชุบชีวิตเศษผ้าสู่ตะกร้าจักสานรักษ์โลก

วันศุกร์ที่ 19 กันยายน 2568 กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกับ พิพิธภัณฑ์ผ้า มหาวิทยาลัยนเรศวร (Textile Museum) ดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการหรือ Workshop ภายใต้ชื่อ “D.I.Y. เพียรสาน งานศิลป์” เพื่อเปิดพื้นที่แห่งการเรียนรู้และสร้างสรรค์ให้กับผู้ที่สนใจงานหัตถศิลป์

กิจกรรมดังกล่าวเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้ร่วมเรียนรู้ทักษะ การตกแต่งตะกร้าจักสาน อย่างถูกวิธี โดยเน้นการนำ เศษผ้าที่ไม่ใช้แล้ว มาประยุกต์และสร้างสรรค์เพื่อสร้างลวดลายสวยงามและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวบนชิ้นงาน ซึ่งถือเป็นการผสมผสานงานศิลปะเข้ากับวิถีชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว

การจัดการเรียนรู้ในรูปแบบเชิงปฏิบัติการนี้นับเป็นการส่งเสริมการศึกษาที่ครอบคลุมและมีคุณภาพ โดยเปิดกว้างให้ประชาชนและผู้ที่สนใจสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ด้านงานศิลปะประดิษฐ์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาทักษะชีวิตและการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่สามารถนำไปปรับใช้ได้จริง

นอกเหนือจากความสวยงามของชิ้นงานแล้ว กิจกรรมนี้ยังมุ่งเน้นการรณรงค์ให้เกิดรูปแบบการผลิตและการบริโภคที่รับผิดชอบ โดยการนำวัสดุเหลือใช้อย่างเศษผ้ากลับมาสร้างมูลค่าใหม่ ซึ่งมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการช่วย ลดขยะสิ่งทอ และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากอุตสาหกรรมแฟชั่น

การฝึกฝนทักษะงานฝีมือจากวัสดุเหลือใช้อย่างเป็นระบบ ไม่เพียงแต่ทำให้ผู้เข้าร่วมได้งานฝีมือที่งดงามกลับไปชื่นชม แต่ยังเป็นการต่อยอดสู่อาชีพ และสร้างรายได้ ให้แก่ตนเองและครอบครัว ตลอดจนช่วยสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจในระดับชุมชนฐานราก

การบูรณาการศิลปวัฒนธรรมเข้ากับการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ถือเป็นการส่งเสริมแนวคิดด้าน ความยั่งยืน อย่างเป็นรูปธรรม กิจกรรมนี้สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยในการเป็นผู้นำด้านการสร้างจิตสำนึกรักษ์โลก และการประยุกต์ใช้องค์ความรู้เพื่อแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม

สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมหรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ สามารถติดต่อได้ที่ คุณอนงค์ วงศ์สุวรรณ์ หมายเลขโทรศัพท์ 0-5596-1207 หรือติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ของ กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม และ พิพิธภัณฑ์ผ้า มหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนสังคมแห่งการเรียนรู้ต่อไป

ม.นเรศวร เข้าร่วมสัมมนาวิชาการระดับชาติด้านคนพิการ ครั้งที่ 17 เสริมโอกาสทางการศึกษาและอาชีพอย่างยั่งยืน

วันอังคารที่ 22 กันยายน 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร นำโดย ดร.จรัสดาว คงเมือง รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานิสิต ศิษย์เก่า และศิลปวัฒนธรรม เข้าร่วม สัมมนาวิชาการระดับชาติด้านคนพิการ ครั้งที่ 17 ณ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่ดีในการพัฒนาศักยภาพของคนพิการในมิติการศึกษาและการประกอบอาชีพอย่างยั่งยืน

การจัดงานครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยเชียงใหม่และ กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ภายใต้หัวข้อ “แนวปฏิบัติที่ดีและนวัตกรรมในการสร้างโอกาสทางการศึกษาและอาชีพสำหรับคนพิการ” ซึ่งมุ่งเน้นการสร้างพื้นที่ทางวิชาการสำหรับการนำเสนอผลงาน วิจัย และนวัตกรรมที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม

ภายในงานมีการนำเสนอแนวคิดและกรณีศึกษาที่สะท้อนถึง การเข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียม รวมถึงการพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานในยุคปัจจุบัน โดยเน้นการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ของคนพิการอย่างมีประสิทธิภาพ

ในโอกาสนี้ นายกัณต์กวี วิมุติ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการกองกิจการนิสิตและบุคลากร ได้นำนิสิตพิการของมหาวิทยาลัยนเรศวรเข้าร่วมกิจกรรม ประกอบด้วย นางสาวสิริยากร หมันบุญ นายอภิชาต เจริญสุบรุ่งเรียน และนายนนทวัฒน์ ขันทอง เพื่อเปิดโอกาสในการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกับเครือข่ายระดับประเทศ

การมีส่วนร่วมของนิสิตในเวทีดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการ พัฒนาศักยภาพผู้เรียนทุกกลุ่มอย่างครอบคลุม พร้อมทั้งสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับสิทธิ ความเสมอภาค และบทบาทของคนพิการในสังคมและตลาดแรงงาน

นอกจากนี้ ภายในพิธีเปิดได้รับเกียรติจากนายโชคชัย วิเชียรชัยยะ อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เป็นประธานในพิธี ซึ่งได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการ ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ สร้างอาชีพ และยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน

การเข้าร่วมสัมมนาครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการขับเคลื่อน การศึกษาเพื่อทุกคน การจ้างงานที่มีคุณค่า และการลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ผ่านการสร้างเครือข่ายความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในระดับชาติ

ม.นเรศวร ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สิ่งแวดล้อมเชิงบูรณาการ ดำเนินนโยบายลดขยะฝังกลบ ลดการใช้พลาสติก และควบคุมบรรจุภัณฑ์ใช้ครั้งเดียวทิ้งเพื่อความยั่งยืน

วันศุกร์ที่ 26 กันยายน 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยการดำเนินงานของคณะสาธารณสุขศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ สำนักหอสมุด และเครือข่ายประชาคม ได้บูรณาการภารกิจเชิงรุกเพื่อขับเคลื่อนมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมและการจัดการทรัพยากรภายในสถาบันอย่างเป็นรูปธรรม ให้สอดคล้องกับกรอบการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน

การดำเนินงานด้านการจัดการของเสียของสถาบันได้ถูกยกระดับผ่านการกำหนดมาตรการและแนวทางที่ชัดเจน ซึ่งครอบคลุมถึงการ วัดปริมาณขยะที่ส่งฝังกลบและรีไซเคิล เพื่อติดตามและประเมินประสิทธิภาพของการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งการขับเคลื่อน นโยบายลดการใช้พลาสติก และการควบคุมปริมาณขยะตั้งแต่ต้นทางผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่าง ธนาคารขยะ NU Zero Waste รวมถึงกิจกรรมรณรงค์คัดแยกขยะอย่างยั่งยืน

มหาวิทยาลัยยังได้ขยายขอบเขตการดำเนินงานให้ครอบคลุมมากกว่าพลาสติก ด้วยการดำเนิน นโยบายลดสิ่งของใช้ครั้งเดียวทิ้ง ซึ่งครอบคลุมถึงการลดการใช้ แก้วกระดาษ จาน ช้อน และบรรจุภัณฑ์ ชนิดต่างๆ ภายในพื้นที่มหาวิทยาลัย เพื่อลดปริมาณขยะมูลฝอยและส่งเสริมให้ประชาคมตระหนักถึงความสำคัญของการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าในชีวิตประจำวัน

นอกจากนี้ ยังมีการต่อยอดนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมผ่านผลงานวิจัย เช่น NU Bio Bags ถุงพลาสติกชีวภาพที่ย่อยสลายได้ ซึ่งพัฒนาโดยคณะวิทยาศาสตร์เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ทดแทนพลาสติกแบบดั้งเดิม ตลอดจนการสร้างสรรค์นวัตกรรมรักษ์โลกอย่าง “ไก่แก้บน” จากวัสดุธรรมชาติ ที่สามารถย่อยสลายได้เองภายใน 2 เดือน เพื่อแก้ไขปัญหาขยะตกค้างบริเวณศาสนสถานและพื้นที่โดยรอบ

ในมิติของการส่งต่อทรัพยากรและการหมุนเวียนการใช้ประโยชน์ มหาวิทยาลัยได้ดำเนิน โครงการโอนครุภัณฑ์ที่ไม่ใช้แล้ว ให้แก่หน่วยงานภาครัฐและสถานศึกษาตามระเบียบทางราชการ รวมถึง โครงการ PharmaSea โดยคณะเภสัชศาสตร์ในการส่งต่อยาเหลือใช้เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ซึ่งช่วยลดการสูญเสียทรัพยากรและสนับสนุนการเข้าถึงสิ่งของจำเป็นอย่างเท่าเทียม

การขยายผลองค์ความรู้ยังถูกถ่ายทอดสู่ชุมชนรอบข้าง ผ่านการดำเนินโครงการในพื้นที่ ชุมชนท่าโพธิ์ เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้การจัดการขยะและการ ลดการปลดปล่อยคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ร่วมกับผู้นำชุมชนและประชาชน ซึ่งเป็นการผสานองค์ความรู้ทางวิชาการเข้ากับการปฏิบัติจริงในระดับท้องถิ่นเพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็ง

ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร นิสิต และเครือข่ายภาคประชาชน ถือเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้ มหาวิทยาลัยนเรศวร สามารถขับเคลื่อนนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมและการจัดการทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้เกิดการลดปริมาณขยะฝังกลบ การส่งเสริม เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และการพัฒนาสถาบันสู่การเป็นมหาวิทยาลัยสีเขียวอย่างยั่งยืน

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin