ม.นเรศวร ปลูกฝังนิสัยรักสุขภาพช่องปากแก่น้อง ๆ ผ่านกิจกรรม Dent NU Engagement

วันจันทร์ที่ 8 กันยายน 2568 คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ดำเนินการจัดกิจกรรม Dent NU Engagement กิจกรรมที่ 3 ร่วมกับนิสิตหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต (ทันตกรรมสำหรับเด็ก) ลงพื้นที่ ณ โรงเรียนวัดคุ้งวารี (อำพันอุปถัมภ์) เพื่อจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพช่องปากเชิงรุกแก่เด็กนักเรียน

กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานตามภารกิจ โรงเรียนทันตแพทย์เพื่อตอบสนองความต้องการของสังคม ที่มุ่งเน้นการบูรณาการองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยสู่ชุมชน โดยรูปแบบกิจกรรมได้รับการออกแบบให้เหมาะสมกับช่วงวัย เน้นการเรียนรู้ผ่าน เกมสนุก ๆ ที่สร้างความกระตือรือร้นในการเข้าร่วมและช่วยกระตุ้นนิสิตในการเรียนรู้รูปแบบ Quality Education

วัตถุประสงค์สำคัญของโครงการนี้คือ เพื่อสร้างค่านิยมการดูแลสุขภาพช่องปากและลดความกลัวหมอฟัน ตั้งแต่ยังเยาว์วัย การปรับทัศนคติของเด็กนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 และ 2 ในเชิงบวกต่อการดูแลช่องปากและผู้ให้บริการทางการแพทย์ ถือเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างนิสัยรักการดูแลตนเองที่ยั่งยืน

ทีมทันตแพทย์และนิสิตได้สอดแทรก เคล็ดลับการแปรงฟัน ที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการดูแลสุขภาวะที่จำเป็นต่อการพัฒนาด้านอื่น ๆ ของเด็กนักเรียน ได้แก่ การแปรงฟันอย่างน้อยนาน 2 นาที และทำเป็นประจำอย่างน้อย วันละ 2 ครั้ง คือช่วงเช้าและก่อนนอน

นอกเหนือจากวิธีการดูแลขั้นพื้นฐาน กิจกรรมยังเน้นย้ำถึงบทบาทของความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปาก โดยสอนให้เด็ก ๆ เข้าใจว่า ฟลูออไรด์ คือองค์ประกอบสำคัญในการช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของเคลือบฟันและป้องกันฟันผุ พร้อมสอนเทคนิคการ ถุยฟองไม่บ้วนน้ำ ภายหลังการแปรงฟัน เพื่อรักษาฟลูออไรด์ให้ทำงานบนผิวฟันอย่างยาวนานที่สุด

โครงการ Dent NU Engagement นี้ มีแผนการดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่องตลอดเดือนสิงหาคม–กันยายน 2568 โดยจัดกิจกรรมต่อเนื่องทั้งหมด 5 ครั้ง เพื่อปลูกฝังนิสัยการดูแลสุขภาพช่องปากอย่างมีประสิทธิภาพและให้เกิดความคุ้นเคยจนกลายเป็นพฤติกรรมถาวร

การดำเนินโครงการดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ในการสร้างภาคีเครือข่ายความร่วมมือกับสถานศึกษาในชุมชน เพื่อสนับสนุนสุขภาวะที่ดีให้กับเยาวชน ซึ่งจะนำไปสู่กระบวนการเรียนรู้ที่มีคุณภาพและ การมีสุขภาพช่องปากที่ดีอย่างยั่งยืน ต่อไปในอนาคต

ม.นเรศวร รณรงค์วินัยจราจร สร้างความปลอดภัยในรั้วมหาวิทยาลัย

วันพุธที่ 10 กันยายน 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร ขอความร่วมมือผู้ใช้รถใช้ถนนภายในมหาวิทยาลัย ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะบริเวณถนนหน้าอาคารคณะนิติศาสตร์–คณะสังคมศาสตร์ เพื่อความปลอดภัยของนิสิต อาจารย์ บุคลากร และผู้มาเยือนทุกคน

พื้นที่ดังกล่าวกำหนดให้เดินรถทางเดียว จึงขอความร่วมมือผู้ขับขี่งดการขับขี่ย้อนศร และปฏิบัติตามป้ายจราจรอย่างเคร่งครัด เพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดอุบัติเหตุและการกีดขวางการสัญจร

การฝ่าฝืนกฎจราจร แม้เป็นเพียงการกระทำเล็กน้อย อาจนำไปสู่อันตรายร้ายแรงต่อผู้ใช้เส้นทางร่วมกัน โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มีการสัญจรหนาแน่นของนิสิตและบุคลากร

มหาวิทยาลัยขอให้ผู้ขับขี่ใช้ถนนด้วยความมีวินัย เคารพสิทธิของเพื่อนร่วมทาง และขับขี่ด้วยความเร็วที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ เพื่อให้ทุกคนสามารถเดินทางภายในมหาวิทยาลัยได้อย่างปลอดภัย

ผู้ขับขี่ควรเปิดไฟเลี้ยวทุกครั้งเมื่อเปลี่ยนทิศทาง ชะลอความเร็วบริเวณทางแยกและพื้นที่ที่มีคนเดินเท้า รวมทั้งเพิ่มความระมัดระวังต่อรถจักรยานยนต์และยานพาหนะทุกประเภท

การปฏิบัติตามกฎจราจรเป็นส่วนสำคัญของการสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ปลอดภัย อบอุ่น และน่าอยู่ โดยอาศัยความร่วมมือของทุกคนในการดูแลพื้นที่ส่วนรวม

มหาวิทยาลัยนเรศวรจึงขอเชิญชวนประชาคมมหาวิทยาลัยร่วม ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เพื่อส่งเสริมความปลอดภัยบนท้องถนนและร่วมสร้าง NU Safe Zone ที่ความปลอดภัยเป็นของทุกคนอย่างยั่งยืน

ม.นเรศวร ส่งเสริมภูมิปัญญาสมุนไพรไทย ผ่านการเรียนรู้การทำแชมพูและสบู่สมุนไพร

วันจันทร์ที่ 8 กันยายน 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดการเรียนการสอนรายวิชาเลือกเสรี การบำบัดสุขภาพด้วยสมุนไพรชุมชน ในหัวข้อ การทำแชมพูและสบู่สมุนไพร เพื่อเปิดโอกาสให้นิสิตได้เรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง และนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน

กิจกรรมการเรียนรู้ครอบคลุมตั้งแต่การเตรียมวัตถุดิบสมุนไพร การคัดเลือกส่วนประกอบที่เหมาะสม ตลอดจนขั้นตอนการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์แชมพูและสบู่สมุนไพร โดยมุ่งเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับคุณค่าของพืชสมุนไพรและการใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสม

การจัดการเรียนการสอนครั้งนี้ช่วยพัฒนาทักษะเชิงปฏิบัติให้แก่นิสิต ทั้งด้านการเตรียมวัตถุดิบ การผลิตผลิตภัณฑ์ และการคำนึงถึงความสะอาดปลอดภัยในกระบวนการผลิต อันเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการนำความรู้ไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ กิจกรรมยังเป็นส่วนหนึ่งของการ ส่งเสริมภูมิปัญญาสมุนไพรไทย โดยเชื่อมโยงองค์ความรู้ท้องถิ่นกับการเรียนรู้ในมหาวิทยาลัย ทำให้นิสิตเห็นถึงคุณค่าและศักยภาพของสมุนไพรไทยในการดูแลสุขภาพและพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ได้จริง

การใช้สมุนไพรจากชุมชนเป็นวัตถุดิบยังช่วยสนับสนุนการใช้ทรัพยากรท้องถิ่นอย่างคุ้มค่า ลดการพึ่งพาผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมี และส่งเสริมแนวคิดการผลิตและการบริโภคที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

นิสิตสามารถนำความรู้จากกิจกรรมไปต่อยอดเป็นแนวทางลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ผ่านการผลิตแชมพูและสบู่สมุนไพรใช้เองอย่างเหมาะสม รวมทั้งประยุกต์ใช้ในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ตอบสนองต่อความต้องการของชุมชนในอนาคต

การเรียนรู้ดังกล่าวสะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการพัฒนานิสิตให้มีความรู้ ทักษะ และความตระหนักในการใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ ควบคู่กับการอนุรักษ์และต่อยอดองค์ความรู้ด้านสมุนไพรไทยให้เกิดประโยชน์อย่างยั่งยืน

ม.นเรศวร ใช้เทคโนโลยีพิมพ์ไทเทเนียม 3 มิติ รักษาผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่แห่งแรกของไทย

วันพุธที่ 3 กันยายน 2568 ศูนย์พัฒนลักษณ์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกับบริษัท เมติคูลี่ จำกัด และเครือข่ายหน่วยงานภาครัฐในจังหวัดพิษณุโลก แถลงข่าวความสำเร็จการผ่าตัดรักษาผู้ป่วยภาวะปากแหว่งเพดานโหว่วัยผู้ใหญ่ ด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์ไทเทเนียมสามมิติออกแบบเฉพาะบุคคล นับเป็นแห่งแรกของประเทศไทย

ศูนย์พัฒนลักษณ์เป็นชื่อที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระราชทานแก่สถานรักษาแก้ไขภาวะปากแหว่งเพดานโหว่และความผิดปกติของศีรษะและใบหน้า มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยมีความหมายว่า “ศูนย์ซึ่งเสริมสร้างลักษณะอันเจริญ”

การรักษาใช้เทคโนโลยี Patient-specific 3D-printed titanium surgical guides and implants สำหรับการผ่าตัดศัลยกรรมกระดูกขากรรไกร หรือ Orthognathic surgery ซึ่งพัฒนาขึ้นโดยทีมนักวิจัยจากศูนย์พัฒนลักษณ์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกับบริษัท เมติคูลี่ จำกัด

กระบวนการรักษาเริ่มจากการวางแผนร่วมกับทันตแพทย์จัดฟัน การถ่ายภาพรังสีเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สามมิติแบบเคลื่อนย้ายได้ MobiiScan เพื่อสร้างแบบจำลองกายวิภาคของผู้ป่วย ก่อนที่ทีมแพทย์และวิศวกรจะวางแผนการผ่าตัดด้วยระบบคอมพิวเตอร์

จากนั้น มีการออกแบบอุปกรณ์ให้เหมาะกับโครงสร้างขากรรไกรของผู้ป่วยแต่ละราย ได้แก่ แบบพิมพ์ตัดกระดูกและแผ่นยึดกระดูกไทเทเนียมเฉพาะบุคคล ก่อนผลิตด้วยเครื่องพิมพ์โลหะสามมิติทางการแพทย์ ทำให้อุปกรณ์มีความพอดีกับผู้ป่วยรายนั้นโดยเฉพาะ

อุปกรณ์ดังกล่าวช่วยเพิ่มความแม่นยำในการกำหนดตำแหน่งรอยตัดและการยึดกระดูกในตำแหน่งใหม่ตามแผนการรักษา ช่วยลดระยะเวลาการผ่าตัดและการดมยาสลบ รวมถึงลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน ปัจจุบัน การผ่าตัดด้วยวิธีนี้ประสบความสำเร็จแล้ว 9 ราย

ผลการรักษาช่วยปรับโครงสร้างใบหน้าและการสบฟันให้เหมาะสม ส่งเสริมการเคี้ยวอาหารและการพูด ตลอดจนช่วยเพิ่มความมั่นใจของผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของโครงสร้างใบหน้าจากภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ตั้งแต่กำเนิด

ความร่วมมือระหว่างทีมแพทย์ นักวิจัย วิศวกร และภาคเอกชน สะท้อนการนำองค์ความรู้และนวัตกรรมการผลิตขั้นสูงมาใช้พัฒนาการรักษาเฉพาะบุคคล เพื่อยกระดับมาตรฐานบริการสุขภาพและขีดความสามารถด้านนวัตกรรมทางการแพทย์ของประเทศ

ศูนย์พัฒนลักษณ์ มหาวิทยาลัยนเรศวร มุ่ง “คืนรอยยิ้ม คืนคุณภาพชีวิตในผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่” ผ่านการรักษาที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ป่วยแต่ละราย ช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และสามารถใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมั่นใจ

ม.นเรศวร อบรมการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานและการปฐมพยาบาลเบื้องต้นแก่นิสิต

วันเสาร์ที่ 6 กันยายน 2568 หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การแพทย์ คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรมอบรมการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน (Basic Life Support) การใช้เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ (AED) และการปฐมพยาบาลเบื้องต้น สำหรับนิสิตชั้นปีที่ 3 ณ ห้อง MD 233 คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์

ในการนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.สุขกิจ ยะโสธรศรีกุล คณบดีคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นประธานเปิดกิจกรรมและกล่าวต้อนรับคณะวิทยากร พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของการเตรียมความพร้อมด้านทักษะสุขภาพสำหรับนิสิตในสายวิชาชีพวิทยาศาสตร์การแพทย์

การอบรมมุ่งให้นิสิตได้รับความรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ โดยมีการสาธิตขั้นตอนการช่วยเหลือผู้ประสบภาวะฉุกเฉิน การใช้เครื่อง AED และแนวทางการปฐมพยาบาลที่เหมาะสม เพื่อให้นิสิตเข้าใจลำดับการปฏิบัติและสามารถนำไปใช้ได้อย่างถูกต้อง

นิสิตได้ฝึกปฏิบัติจากสถานการณ์จำลอง ซึ่งช่วยให้เกิดความคุ้นเคยกับอุปกรณ์และขั้นตอนการช่วยเหลือเบื้องต้น การเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริงยังช่วยเสริมความมั่นใจในการตัดสินใจและการตอบสนองเมื่อพบเหตุฉุกเฉิน

กิจกรรมนี้ ส่งเสริมความรู้ในการปฐมพยาบาลเบื้องต้น และการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน อันเป็นทักษะสำคัญที่สามารถประยุกต์ใช้ได้ทั้งในชีวิตประจำวันและการปฏิบัติงานในอนาคต โดยมีเป้าหมายเพื่อลดความสูญเสียและเพิ่มโอกาสในการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุได้อย่างทันท่วงที

การอบรมได้รับความอนุเคราะห์จากทีมวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลพิษณุเวช ซึ่งร่วมถ่ายทอดประสบการณ์และความรู้จากการปฏิบัติงานจริง พร้อมด้วยผู้บริหารและคณาจารย์ประจำหลักสูตรที่เข้าร่วมสนับสนุนและให้กำลังใจนิสิตตลอดกิจกรรม

ความร่วมมือระหว่างคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์และโรงพยาบาลพิษณุเวชช่วยให้การจัดการเรียนรู้มีความเข้มแข็ง เชื่อมโยงองค์ความรู้ทางวิชาการกับประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อพัฒนานิสิตให้มีความพร้อมต่อการดูแลสุขภาพและความปลอดภัยของผู้อื่น

มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับการพัฒนานิสิตให้มีความรู้ ทักษะ และจิตสำนึกในการช่วยเหลือสังคม เพื่อร่วมสร้างสังคมที่ปลอดภัย มีคุณภาพชีวิตที่ดี และพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างเหมาะสม

ม.นเรศวร จัดบรรยายพิเศษด้านการดำเนินคดีสิ่งแวดล้อม เสริมศักยภาพนักกฎหมายเพื่อความยั่งยืน

วันศุกร์ที่ 5 กันยายน 2568 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรมบรรยายพิเศษในหัวข้อ “การดำเนินคดีสิ่งแวดล้อมในศาลปกครอง” ให้แก่นิสิตหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต ชั้นปีที่ 4 เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้และทักษะวิชาชีพทางกฎหมายที่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

กิจกรรมทางวิชาการในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก ดร.ชาญวิทย์ ชัยกันย์ ตุลาการศาลปกครองระยอง มาเป็นวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิในการบรรยายถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ตรง เพื่อเตรียมความพร้อมแก่นิสิตในการก้าวสู่การปฏิบัติงานจริง

การจัดบรรยายดังกล่าว เป็นส่วนสำคัญของการจัดการเรียนการสอนในรายวิชา กฎหมายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งมุ่งเน้นการบูรณาการความรู้ทางด้านทฤษฎีและแนวทางการปฏิบัติเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ

วัตถุประสงค์หลักของการจัดกิจกรรม มุ่งเน้นให้นิสิตได้ทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึง บทบาทของศาลปกครองในการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ตลอดจนกระบวนการยุติธรรมที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นกลไกหลักในการสร้างสถาบันที่เข้มแข็ง โปร่งใส และตรวจสอบได้

ผู้เข้าร่วมกิจกรรมยังได้เรียนรู้ แนวทางปฏิบัติจริงในการดำเนินคดี ที่เกี่ยวข้องกับข้อพิพาทด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อนำหลักกฎหมายไปใช้ในการสนับสนุนให้เกิดการบริหารจัดการและการใช้ทรัพยากรอย่างมีความรับผิดชอบ

การบรรยายยังช่วยเสริมสร้างความตระหนักรู้ในประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม โดยเน้นย้ำถึงสิทธิและหน้าที่ในการปกป้องระบบนิเวศ เพื่อป้องกันผลกระทบเชิงลบที่จะเกิดขึ้นต่อสุขภาพของประชาชนและชุมชนส่วนรวม

การเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญโดยตรงในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสอันดีในการพัฒนาศักยภาพนิสิตให้มีความพร้อมต่อการทำงานจริง และสามารถนำองค์ความรู้ทางกฎหมายไปประยุกต์ใช้เพื่อส่งเสริมการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน ต่อไปในอนาคต

ม.นเรศวร จัดอบรม Active Listening และ CBT เสริมทักษะอาจารย์ดูแลสุขภาวะนิสิต

วันพุธที่ 10 กันยายน 2568 คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ดำเนินการจัดโครงการ “พัฒนาทักษะการให้คำปรึกษาด้านสุขภาวะ” ภายใต้หัวข้อ “ฟังอย่างไรให้เข้า (ถึง) ใจนิสิต ด้วยเทคนิค Active Listening และ Cognitive Behavioral Therapy (CBT)” ณ ห้องจัดกิจกรรม ชั้น 3 อาคารสุขวิทยาสถิตย์ เพื่อส่งเสริมศักยภาพของบุคลากรสายวิชาการ

การจัดงานในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กานต์พิชชา เกียรติกิจโรจน์ รองคณบดีฝ่ายบริหารและวางแผน เป็นประธานกล่าวเปิดงาน โดยมี อาจารย์ณัฐพงศ์ โปรยสุรินทร์ รองคณบดีฝ่ายกิจการนิสิต เป็นผู้กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรมที่มุ่งเน้นการดูแลสวัสดิภาพของนักศึกษาอย่างรอบด้าน

ภายในงานได้รับความอนุเคราะห์จาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เชาวนี ล่องชูผล จากคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร มาเป็นวิทยากรบรรยายพิเศษ เพื่อถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ให้แก่ ตัวแทนคณาจารย์จากแต่ละสาขา รวมจำนวน 20 ท่าน ที่เข้าร่วมอบรมเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการดูแลผู้เรียน

เนื้อหาสำคัญของการอบรมมุ่งเน้นการให้ความรู้เกี่ยวกับเทคนิค Active Listening หรือการฟังเชิงลึก และ Cognitive Behavioral Therapy (CBT) ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้อาจารย์สามารถทำความเข้าใจปัญหาสุขภาวะและสภาวะอารมณ์ของนิสิตได้อย่างแท้จริง อันจะนำไปสู่การให้คำปรึกษาเชิงสร้างสรรค์

การพัฒนาทักษะด้านสุขภาวะและการดูแลจิตใจของนิสิต ถือเป็นพันธกิจที่สำคัญในการส่งเสริมสุขภาพและสวัสดิภาพที่ดี โดยกิจกรรมนี้ช่วยสร้างความพร้อมให้แก่อาจารย์ในการเป็นที่ปรึกษา ช่วยให้นิสิตสามารถรับมือกับความเครียดและปรับตัวกับการใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยได้อย่างราบรื่น

นอกจากการให้คำปรึกษาในเบื้องต้นแล้ว โครงการนี้ยังมุ่งสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับระบบกลไกการสนับสนุนของมหาวิทยาลัย เพื่อให้อาจารย์สามารถประเมินสถานการณ์และดำเนินการส่งต่อการช่วยเหลือผู้เรียนเข้าสู่ระบบการรักษาทางการแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม

การขับเคลื่อนกระบวนการเรียนรู้ควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาวะ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการสร้างสภาพแวดล้อมทางการศึกษาที่มีคุณภาพ การสนับสนุนให้ผู้เรียนเติบโตอย่างสมดุลทั้งร่างกายและจิตใจ เป็นการเสริมสร้างสังคมการเรียนรู้ที่เข้มแข็ง ปลอดภัย และมีความสุขอย่างยั่งยืน

ม.นเรศวร เจ้าภาพจัดประชุมวิชาการ CGCM ด้านการแพทย์แผนจีนครั้งแรกในประเทศไทย ส่งเสริมสุขภาพและความร่วมมือวิจัยระดับโลก

วันอังคารที่ 19 สิงหาคม 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นเจ้าภาพหลักในการจัดการประชุมวิชาการนานาชาติ The 21st CGCM Meeting ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ระหว่างวันที่ 19 – 21 สิงหาคม 2568 ณ ศูนย์แสดงนิทรรศการและการจัดประชุมนานาชาติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (KNECC) จังหวัดพิษณุโลก โดยมีศาสตราจารย์ ดร.เภสัชกรหญิงกรกนก อิงคนินันท์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวต้อนรับ และศาสตราจารย์ ดร.เภสัชกรหญิงจารุภา วิโยชน์ เลขาธิการฝ่ายจัดงาน กล่าวรายงานต่อ Prof. Dr. Yung-Chi Cheng ประธาน Consortium for Globalization of Chinese Medicine (CGCM) ผู้กล่าวเปิดการประชุมอย่างเป็นทางการ

การประชุม CGCM เป็นเวทีระดับนานาชาติที่สำคัญในการ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และงานวิจัยด้านการแพทย์แผนจีน (Traditional Chinese Medicine: TCM) โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนายาสมุนไพรจีนและผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อมนุษยชาติ องค์กร CGCM ซึ่งก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 2003 ปัจจุบันมีสมาชิก 166 สถาบัน และภาคอุตสาหกรรมที่ร่วมเครือข่าย 29 แห่งจากทั่วโลก สะท้อนถึงพลังของความร่วมมือที่ครอบคลุมทั้งสถาบันการศึกษา หน่วยงานกำกับดูแล และอุตสาหกรรม

สำหรับการประชุมในครั้งนี้ มีการนำเสนอหัวข้อที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้ง การฝังเข็ม ชีวสารสนเทศศาสตร์ การวิจัยทางคลินิก ทรัพยากรยาสมุนไพร ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ กลไกทางเคมี กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง และความร่วมมือระหว่างภูมิภาค โดยเน้นย้ำการประยุกต์ใช้ความรู้ร่วมกันระหว่างภาควิชาการและภาคอุตสาหกรรม อันจะนำไปสู่การสร้างมาตรฐานและการพัฒนาที่ตอบสนองต่อปัญหาสุขภาพระดับโลก

การประชุมยังเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ นักวิชาการ นักวิจัย และนิสิตนักศึกษา ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกกับผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายประเทศ สร้างเครือข่ายการวิจัยใหม่ ๆ ที่สามารถนำไปต่อยอดในด้านการแพทย์แผนจีน การแพทย์พื้นบ้าน และผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ ซึ่งจะช่วยขยายโอกาสของการทำงานร่วมกันในระดับนานาชาติ

นอกจากการนำเสนอผลงานวิจัยแล้ว การประชุมครั้งนี้ยังมีความสำคัญในมิติของ การพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการแพทย์และสุขภาพ ทั้งในด้านวิชาการและการปฏิบัติจริง ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อการส่งเสริมสุขภาพของประชาชนในสังคม ผ่านการประยุกต์ใช้องค์ความรู้และนวัตกรรมให้เกิดประโยชน์เชิงปฏิบัติ

มหาวิทยาลัยนเรศวรในฐานะเจ้าภาพหลัก ได้แสดงบทบาทสำคัญในการผลักดันความร่วมมือระดับโลกด้านการแพทย์และการวิจัย เพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่และเสริมสร้างศักยภาพของประเทศไทยในเวทีนานาชาติ ตอกย้ำพันธกิจของมหาวิทยาลัยในการเชื่อมโยง งานวิจัยกับการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม

ท้ายที่สุด การประชุมวิชาการ CGCM Meeting ครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่ไม่เพียงแต่สนับสนุนการวิจัยด้านการแพทย์แผนจีน แต่ยังสร้างเครือข่ายความร่วมมือระดับโลก อันจะช่วยเสริมสร้างสังคมที่เข้มแข็งในการรับมือความท้าทายด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม นำไปสู่การพัฒนาที่มั่นคงและยั่งยืนในอนาคต

ม.นเรศวร เปิดตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบบีและซี ส่งเสริมการป้องกันโรคตับ

วันพุธที่ 27 สิงหาคม 2569 ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดโครงการรณรงค์ให้ความรู้และตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบบีและซี เนื่องในวันตับอักเสบโลก ประจำปี 2569 ณ โถงกิจกรรม ชั้น 1 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา 1 โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร

กิจกรรมเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ารับการตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบบีและซีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย จำนวน 300 ราย เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงบริการสุขภาพเชิงป้องกันอย่างทั่วถึง

ผู้เข้าร่วมที่ตรวจพบเชื้อได้รับการตรวจเพิ่มเติมด้วยการอัลตราซาวนด์ตับและการตรวจวัดความยืดหยุ่นของตับ เพื่อประเมินภาวะสุขภาพและวางแผนการดูแลรักษาร่วมกับทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างเหมาะสม

ภายในงานยังมีการให้ความรู้เกี่ยวกับไวรัสตับอักเสบบีและซี รวมถึงโรคมะเร็งตับ โดยนิสิตแพทย์ชั้นปีที่ 4 และชั้นปีที่ 6 ซึ่งเป็นการพัฒนาทักษะการสื่อสารสุขภาพและการเรียนรู้จากการปฏิบัติงานจริง

นอกจากนี้ อาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้บรรยายวิชาการเรื่อง “ไวรัสตับอักเสบบี ซี และโรคมะเร็งตับ” เพื่อให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยง การป้องกันโรค และแนวทางดูแลสุขภาพตับ

การตรวจคัดกรองควบคู่กับการให้ความรู้ช่วยให้ประชาชนตระหนักถึงความเสี่ยงของโรค และสามารถตัดสินใจดูแลสุขภาพของตนเองได้อย่างเหมาะสม ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการป้องกันภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว

โครงการนี้มุ่ง ส่งเสริมการค้นหาความเสี่ยงตั้งแต่ระยะแรก และนำไปสู่การดูแลรักษาอย่างเหมาะสม ควบคู่กับ การสร้างเสริมสุขภาพ (Health Promotion) ผ่านการให้ความรู้ การป้องกันโรค และการเข้าถึงบริการตรวจคัดกรอง ช่วยให้ประชาชนดูแลสุขภาพตับของตนเองได้อย่างต่อเนื่อง และมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน

ม.นเรศวร นำร่องชุมชนท่าโพธิ์ แลกเปลี่ยนเรียนรู้การจัดการขยะ มุ่งลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์เพื่อสังคมยั่งยืน

วันพฤหัสบดีที่ 28 สิงหาคม 2568 คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.นิทรา กิจธีระวุฒิวงษ์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและบุคลากร ดำเนินการจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภายใต้หัวข้อ “ลดการปลดปล่อยคาร์บอนฟุตพริ้นท์ เพื่อสังคมที่ยั่งยืนด้วยการจัดการขยะ” ณ อาคารอเนกประสงค์ประปาหมู่บ้าน หมู่ 2 ตำบลท่าโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก

ภายในกิจกรรมดังกล่าว ได้รับเกียรติจาก ผศ.ดร.กานต์พิชชา เกียรติกิจโรจน์ และ ดร.รมย์นลิน เขียนจูม ทำหน้าที่เป็นวิทยากรหลักในการถ่ายทอดองค์ความรู้ โดยมีผู้นำชุมชนและประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อร่วมกันแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์ด้าน การจัดการขยะอย่างยั่งยืน ในระดับชุมชน

กิจกรรมนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริม การจัดการขยะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมทั้งสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชนถึงความสำคัญของการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ตามแนวทางการบริโภคและการผลิตที่รับผิดชอบ

กระบวนการเรียนรู้ถูกจัดขึ้นผ่านรูปแบบการลงพื้นที่ศึกษาบริบทจริงของชุมชน รวมถึงการถอดบทเรียนความสำเร็จ อุปสรรค และความท้าทายที่ผ่านมา เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะนำไปสู่การปรับปรุงและพัฒนาแผนการจัดการสิ่งแวดล้อมในระดับท้องถิ่นให้มีประสิทธิภาพและเข้าถึงง่าย

การขับเคลื่อนโครงการนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความยั่งยืนและความผาสุกของชุมชน โดยมุ่งเน้นการเสริมสร้างศักยภาพให้เกิดรูปแบบ ครัวเรือนพึ่งตนเอง ในการคัดแยกและลดปริมาณขยะตั้งแต่ต้นทาง เพราะการจัดการขยะอย่างมีระบบ ช่วยลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ได้อย่างแท้จริงและก่อให้เกิดประโยชน์ต่อระบบนิเวศในระยะยาว

ในโอกาสนี้ ทางคณะสาธารณสุขศาสตร์ ยังได้รับเกียรติจาก Dr. Snorri Bjorn Rafnsson, Associate Professor จาก Geller Institute of Ageing and Memory (GIAM), School of Medicine and Biosciences, University of West London เข้าร่วมสังเกตการณ์และแลกเปลี่ยนมุมมองในระดับนานาชาติ เพื่อบูรณาการองค์ความรู้ระดับสากลเข้ากับวิถีชีวิตของชุมชนไทย

การมีส่วนร่วมอย่างเข้มแข็งของทุกภาคส่วน ทั้งจากสถาบันการศึกษา ผู้นำชุมชน และประชาชน ถือเป็นพลังสำคัญในการสร้างสังคมที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม การบูรณาการความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนพื้นที่เป้าหมาย สู่ความสำเร็จด้านการพัฒนาชุมชนสีเขียวที่ยั่งยืนต่อไป

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin