ClearKeepGiveShare: ม.นเรศวร ชวนแบ่งปัน ลดความเหลื่อมล้ำ สนับสนุนการศึกษานิสิต

มหาวิทยาลัยนเรศวรได้เดินหน้าสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG 10) ด้านการลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ผ่านโครงการ “ClearKeepGiveShare: ยิ่งให้ยิ่งได้แบ่งปัน” ซึ่งเปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการสร้างความสุขผ่านการแบ่งปัน โดยเชิญชวนอาจารย์ เจ้าหน้าที่ นิสิต และประชาชนทั่วไป ร่วมบริจาคเสื้อผ้ามือสองหรือของใช้สภาพดี

ของบริจาคเหล่านี้จะถูกส่งต่อให้นิสิตที่ขาดแคลน พร้อมทั้งจัดจำหน่ายเพื่อนำรายได้เข้าสมทบกองทุนการศึกษาสำหรับนิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวร โครงการนี้ไม่เพียงช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา แต่ยังปลูกฝังจิตสำนึกแห่งการให้และการแบ่งปันในสังคม

ร่วมบริจาคได้ที่กองกิจการนิสิต อาคารขวัญเมือง ชั้น 1 มหาวิทยาลัยนเรศวร เพราะ “Everything’s better when we’re together” ความร่วมมือเล็กๆ สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ได้!

ม.นเรศวร จัดกิจกรรมวันรักต้นไม้ สนับสนุนการอนุรักษ์และใช้ทรัพยากรดินอย่างยั่งยืน

มหาวิทยาลัยนเรศวรได้แสดงความมุ่งมั่นในการส่งเสริม เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG 15) ซึ่งมุ่งเน้นการอนุรักษ์และใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ผ่านการจัดกิจกรรม วันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ 2566 เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2566 โดยกิจกรรมนี้จัดขึ้นโดย กองอาคารสถานที่ และได้รับการนำโดย นายรุ่งรัตน์ พระนาค ผู้อำนวยการกองอาคารสถานที่ ซึ่งเป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม

ภายในกิจกรรมนี้ บุคลากรจากกองอาคารสถานที่ ได้ร่วมมือกันในการดูแลและบำรุงพื้นที่สีเขียวบริเวณด้านหลังอาคารอุทยานองค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ซึ่งมีการทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การพรวนดิน, การใส่ปุ๋ย, การรดน้ำ, การตัดแต่งกิ่งไม้, และ การกำจัดวัชพืช โดยเฉพาะ ปุ๋ยอินทรีย์ ที่ใช้ในกิจกรรมนี้ผลิตจากวัสดุธรรมชาติ เช่น ใบไม้, กิ่งไม้ และผสมกับ ถ่านชีวภาพ (Biochar) ซึ่งไม่เพียงช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้กับดิน แต่ยังช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและส่งเสริมการหมุนเวียนทรัพยากรในพื้นที่อย่างยั่งยืน

กิจกรรมนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวและเสริมสร้างความหลากหลายทางชีวภาพ แต่ยังสะท้อนถึงความตั้งใจของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการเป็นตัวอย่างที่ดีด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืนและการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว นอกจากนี้ กิจกรรมดังกล่าวยังได้ สร้างการมีส่วนร่วมด้านสิ่งแวดล้อม และการใช้วัสดุที่ยั่งยืนจากความร่วมมือของ บุคลากรทุกหน่วยงาน, นิสิตที่สนใจ, นิสิตจิตอาสา, สโมสร และ ชมรม

ม.นเรศวร ส่งเสริมเกษตรยั่งยืนผ่านกิจกรรมดำนา ปลูกข้าว วิชชาลัยข้าวและชาวนา

มหาวิทยาลัยนเรศวรจัดกิจกรรม “ร่วมแรงร่วมใจ ดำนา ปลูกข้าว วิชชาลัยข้าวและชาวนา” เพื่อส่งเสริมความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับ วิถีเกษตรกรรมแบบดั้งเดิม ควบคู่ไปกับ การพัฒนาเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน ภายในมหาวิทยาลัย กิจกรรมนี้มีเป้าหมายในการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับ ความสำคัญของการผลิตอาหารที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการบริหารจัดการทรัพยากรดินและน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ

ผู้เข้าร่วมกิจกรรม ประกอบด้วย นักศึกษา บุคลากร และชุมชนท้องถิ่น ได้มีโอกาสเรียนรู้และลงมือปฏิบัติจริงในกระบวนการ ปลูกข้าวแบบดั้งเดิม ตั้งแต่ การเตรียมดิน, การดำนา, และการดูแลรักษานาข้าว โดยใช้แนวทางที่ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การลดการใช้สารเคมีทางการเกษตร และ การบำรุงดินด้วยปุ๋ยธรรมชาติ ซึ่งเป็นวิธีที่ช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศและส่งเสริมความสมดุลทางธรรมชาติ

กิจกรรมดังกล่าวไม่เพียงแต่ช่วยเสริมสร้าง ความเข้าใจเกี่ยวกับการผลิตอาหารที่ยั่งยืน และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่เท่านั้น แต่ยังส่งเสริมให้ทุกคนตระหนักถึง บทบาทสำคัญของเกษตรกร ในระบบเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม การเรียนรู้จากประสบการณ์จริงนี้ยังเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้นำ องค์ความรู้และแนวคิดการเกษตรพอเพียง ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน รวมถึงปลูกฝังแนวคิด เศรษฐกิจพอเพียง ให้แพร่หลายมากขึ้น

มหาวิทยาลัยนเรศวรยังคงมุ่งมั่นพัฒนาระบบอาหารภายในมหาวิทยาลัยให้ ปลอดภัยและยั่งยืน โดยนำผลผลิตจากโครงการนี้ไปสนับสนุน โครงการอาหารปลอดภัย พร้อมทั้งขยายแนวคิด การพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ให้ครอบคลุมในระดับชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม

กิจกรรมนี้ยังเป็นเวทีสำหรับการมีส่วนร่วมของบุคลากรทุกหน่วยงาน นิสิตที่สนใจ นิสิตจิตอาสา สโมสร และชมรมต่าง ๆ ในการร่วมกัน อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน โดยมหาวิทยาลัยนเรศวรมุ่งมั่นที่จะเป็นต้นแบบของสถาบันการศึกษาที่ให้ความสำคัญกับ ความสมดุลระหว่างการพัฒนา การศึกษา และสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับสังคม

ที่มา: กองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงาน ภายใต้โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ

วันที่ 26 ตุลาคม 2566 ศูนย์ประสานงาน อพ.สธ.-มหาวิทยาลัยนเรศวร นำโดยดร.พิสุทธิ์ อภิชยกุล รองอธิการบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์และการถ่ายทอดเทคโนโลยี ได้กล่าวต้อนรับและร่วมประชุมกับศูนย์ประสานงาน อพ.สธ.-มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ นำโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พิชัย ใจกล้า รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ ได้จัดการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การดำเนินงาน ภายใต้โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ (อพ.สธ.) โดยสร้างความร่วมมือและเป็นเครือข่ายการทำงานร่วมกันระหว่างศูนย์ประสานงาน การแลกเปลี่ยนวิทยากร การพัฒนาความรู้ รูปแบบการทำงาน เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อน การหนุนเสริม และสนับสนุนความรู้แก่สมาชิก อพ.สธ.ในการดำเนินงานสนองพระราชดำริ อพ.สธ. ณ ห้องประชุมเทาแสด ชั้น 1 อาคารศูนย์แสดงนิทรรศการและการจัดประชุมสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (KNECC) มหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก

ในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน จัดให้มีการประชุมร่วมกับคณะที่ปรึกษาทั้ง 6 ท่านเพื่อสร้างความเข้าใจแนวทางการทำงานร่วมกัน และแผนการดำเนินงานของศูนย์ประสานงาน อพ.สธ.ทั้ง 2 แห่ง รวมถึงการเข้าร่วมงานจัดนิทรรศการสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนและฐานทรัพยากรท้องถิ่น ระดับภูมิภาค ครั้งที่ 7 ปี 2566 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่ ศูนย์แม่ริม และการสร้างความร่วมมือและกำหนดทิศทางการดำเนินงานที่เป็นไปในทิศทางเดียวกันตามกรอบของ อพ.สธ. ในปีงบประมาณ 2567 ต่อไป

ที่มา: ศูนย์ประสานงาน อพ.สธ.-มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร สร้างความร่วมมือในการเป็นแหล่งฝึกภาคปฏิบัติและพัฒนาการเรียนการสอนทางการพยาบาล

เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2566 ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยรองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมด้วยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ยุวยงค์ จันทรวิจิตร คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ เป็นตัวแทนมหาวิทยาลัยนเรศวรในการลงนามในบันทึกการตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (Memorandum of Understanding (MOU) กับ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด โรงพยาบาล และเทศบาลตำบลท่าทอง จำนวน 11 แห่ง ณ ห้องเทพรณรงค์ฤาไชย ชั้น 1 อาคารอุทยานองค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช มีรายนามหน่วยงานดังต่อไปนี้

1. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก
2. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิจิตร
3. โรงพยาบาลสุโขทัย
4. โรงพยาบาลศรีสังวรสุโขทัย
5. โรงพยาบาลพิจิตร
6. โรงพยาบาลกำแพงเพชร
7. โรงพยาบาลเพชรบูรณ์
8. โรงพยาบาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
9. โรงพยาบาลจิตเวชพิษณุโลก
10. โรงพยาบาลพิษณุเวช
11. เทศบาลตำบลท่าทอง

โดย MOU ดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความร่วมมือในการเป็นแหล่งฝึกภาคปฏิบัติและพัฒนาการเรียนการสอนทางการพยาบาล แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันด้านวิชาการและการศึกษาวิจัย ด้านบริการวิชาการ และเพื่อพัฒนาบุคลากรของทุกๆหน่วยงาน รวมถึงคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวรด้วย

ที่มา: คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

นวัตกรรมเชิงระบบ รางวัล ANGELs INNOVATIVE AWARDS 2023

ในวันที่ 29 ตุลาคม 2566 มหาวิทยาลัยนเรศวรได้ร่วมกิจกรรมเพื่อรณรงค์และสร้างความตระหนักเกี่ยวกับ วันหลอดเลือดสมองโลก (#WorldStrokeDay) ภายใต้แนวคิด “ปักหมุดจุดเสี่ยง หลีกเลี่ยงอัมพาต” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริม SDG 3: สุขภาพที่ดีและความเป็นอยู่ที่ดี มุ่งเน้นการป้องกันและลดอัตราการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ซึ่งเป็นหนึ่งในโรคที่สามารถป้องกันได้หากมีการเฝ้าระวังและป้องกันอย่างมีประสิทธิภาพ

การพัฒนานวัตกรรมเชิงระบบในการป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง โรคหลอดเลือดสมองเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการเสียชีวิตและพิการอย่างรุนแรงในผู้ป่วย โดยเฉพาะในผู้สูงอายุและผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน หรือโรคหัวใจ มหาวิทยาลัยนเรศวรได้ร่วมมือกับโรงพยาบาลในพื้นที่และชุมชนในการพัฒนานวัตกรรมเชิงระบบเพื่อ ป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง ผ่านการตรวจคัดกรองและจัดการปัจจัยเสี่ยงที่อาจนำไปสู่การเกิดโรคนี้ โดยมีการใช้เทคโนโลยีและข้อมูลที่ทันสมัยเพื่อวิเคราะห์และติดตามสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ

การพัฒนานวัตกรรมในครั้งนี้มุ่งหวังที่จะให้การบริการด้านสุขภาพเข้าถึงประชาชนได้ง่ายและครอบคลุม โดยมีการนำเอาระบบสุขภาพที่เป็น “นวัตกรรมเชิงระบบ” มาใช้ในการสังเกตและติดตามความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมองในระดับชุมชน ซึ่งนวัตกรรมนี้ได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยได้รับรางวัล “ANGELs INNOVATIVE AWARDS 2023” ในประเภท ชมเชย สำหรับความสำเร็จในการพัฒนาและการนำระบบการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมที่สามารถเข้าถึงผู้ป่วยในพื้นที่ห่างไกล

ความร่วมมือระหว่างโรงพยาบาลและชุมชน โครงการนี้เป็นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยนเรศวร, โรงพยาบาลในพื้นที่, และชุมชน โดยใช้เทคโนโลยีในการตรวจคัดกรองโรคหลอดเลือดสมองในกลุ่มผู้ที่มีความเสี่ยงสูง รวมถึงการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในระดับชุมชนให้สามารถตรวจหาความเสี่ยงจากโรคหลอดเลือดสมองได้ และสามารถให้คำแนะนำในการป้องกันและรักษาโรคหลอดเลือดสมองในระยะเริ่มต้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การพัฒนานวัตกรรมนี้ไม่เพียงแค่เป็นการใช้เทคโนโลยีในการตรวจคัดกรองโรค แต่ยังรวมถึงการให้ความรู้แก่ประชาชนในชุมชนเกี่ยวกับวิธีการ สังเกตอาการเตือนของโรคหลอดเลือดสมอง ตามหลัก FAST (Face, Arms, Speech, Time) เพื่อที่ประชาชนจะสามารถรับรู้และขอความช่วยเหลือจากหน่วยแพทย์ฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นการช่วยเพิ่มโอกาสในการรอดชีวิตและลดอาการพิการจากโรคหลอดเลือดสมอง

การพัฒนานวัตกรรมเชิงระบบในโครงการนี้ได้รับการยอมรับในวงการสุขภาพ และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในระดับชุมชนได้จริง โดยโครงการนี้ได้รับรางวัล “ANGELs INNOVATIVE AWARDS 2023” ในหมวด ชมเชย สำหรับผลงานการพัฒนานวัตกรรมที่มีความสำคัญในการป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง โดยเฉพาะในชุมชนห่างไกลที่มีการเข้าถึงบริการสุขภาพไม่สะดวก

รางวัลนี้เป็นเครื่องยืนยันถึงความสำเร็จและคุณค่าของการพัฒนานวัตกรรมเชิงระบบที่สามารถนำไปใช้จริงในระดับชุมชน ซึ่งตรงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน SDG 3 ที่มุ่งหวังให้ผู้คนในทุกมุมโลกสามารถเข้าถึงสุขภาพที่ดีและการรักษาที่มีประสิทธิภาพ

29 ตุลาคม วันหลอดเลือดสมองโลก

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2566 มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้เข้าร่วมการรณรงค์เพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับ โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืน SDG 3: สุขภาพที่ดีและความเป็นอยู่ที่ดี โดยเฉพาะการลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคที่สามารถป้องกันได้ เช่น โรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งปีนี้ประเทศไทยมีรายงานการพบผู้ป่วยหลอดเลือดสมองกว่า 3 แสนราย และมีผู้เสียชีวิตถึง 3 หมื่นราย

โรคหลอดเลือดสมอง เป็นโรคที่สามารถป้องกันได้ถึง 90% หากได้รับการดูแลสุขภาพที่เหมาะสมและมีการตรวจสอบอาการในระยะเริ่มต้นอย่างทันท่วงที สัญญาณเตือนของโรคหลอดเลือดสมองสามารถสังเกตได้ง่ายผ่านหลักการ F.A.S.T. ซึ่งย่อมาจาก:

  • F (Face) – หน้าตาเบี้ยวหรือผิดรูป
  • A (Arms) – แขนยกไม่ขึ้นหรืออ่อนแรง
  • S (Speech) – พูดลำบาก หรือมีการพูดที่ไม่ชัดเจน
  • T (Time) – เมื่อพบอาการเหล่านี้ต้องโทร 1669 ทันที

การโทรหาหมายเลข 1669 หรือศูนย์การแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติทันทีในกรณีที่สงสัยว่าเป็นโรคหลอดเลือดสมอง จะช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาได้ทันเวลา ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการลดอัตราการเสียชีวิตหรือการพิการจากโรคนี้

การร่วมมือและการสร้างความตระหนักในชุมชน การรณรงค์ในปี 2566 นี้มีหัวข้อหลักคือ “Together we are #GreaterThan Stroke” ซึ่งมุ่งเน้นการร่วมมือกันของภาคส่วนต่างๆ ทั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่น เพื่อป้องกันและลดอัตราการเกิดโรคหลอดเลือดสมองในประเทศไทย มหาวิทยาลัยนเรศวรในฐานะสถาบันการศึกษาที่มีบทบาทในการสร้างความตระหนักรู้ได้มีส่วนร่วมในการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองในกลุ่มนิสิตและชุมชนรอบมหาวิทยาลัย เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และมีความเข้าใจในเรื่องสุขภาพ โดยเฉพาะการตรวจสอบอาการเบื้องต้นและการติดต่อหน่วยงานทางการแพทย์ทันทีเมื่อมีอาการเสี่ยง

การสนับสนุนด้านการศึกษาและการป้องกันโรค นอกจากการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับสัญญาณเตือนและการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองแล้ว มหาวิทยาลัยนเรศวรยังได้สนับสนุนการศึกษาและการฝึกอบรมเกี่ยวกับการช่วยชีวิตเบื้องต้น (First Aid) และการใช้เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ (AED) ซึ่งเป็นทักษะที่สำคัญในการช่วยเหลือผู้ที่ประสบเหตุฉุกเฉินในกรณีโรคหลอดเลือดสมองหรือภาวะหัวใจหยุดเต้น

การดำเนินงานเหล่านี้สอดคล้องกับ SDG 3 ที่มุ่งเน้นการส่งเสริมสุขภาพที่ดีและความเป็นอยู่ที่ดีให้กับประชากรในทุกกลุ่ม โดยเฉพาะการลดความเสี่ยงจากโรคที่สามารถป้องกันได้ เช่น โรคหลอดเลือดสมอง รวมทั้งการสร้างความตระหนักรู้และส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพของตนเอง

ม.นเรศวร จัดกิจกรรม Aggie Green Run NU ฉลองครบรอบ 30 ปี คณะเกษตรศาสตร์ฯ ส่งเสริมสุขภาพและสิ่งแวดล้อมยั่งยืน

วันอาทิตย์ที่ 1 ตุลาคม 2566 คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกับชมรมศิษย์เก่าเกษตรนเรศวร จัดกิจกรรม “Aggie Green Run NU” เนื่องในโอกาสครบรอบ 30 ปี แห่งการสถาปนาคณะฯ (2536-2566) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเชิญชวนคณาจารย์ บุคลากร ศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน ตลอดจนประชาชนทั่วไป เข้าร่วมกิจกรรมวิ่งเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ พร้อมสร้างความสัมพันธ์อันดีกับเครือข่ายทุกภาคส่วน

การวิ่งเพื่อสุขภาพครั้งนี้ได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมกว่า 300 คน บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง กิจกรรมไม่เพียงมุ่งเน้นการมีสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง แต่ยังช่วยสร้างพลังใจและความสามัคคีในสังคม สอดคล้องกับแนวคิดการดูแลสุขภาพของประชาชนควบคู่กับการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

รายได้จากกิจกรรม Aggie Green Run NU หลังหักค่าใช้จ่าย ได้นำไปสมทบเป็น ทุนการศึกษาเพื่อสนับสนุนนิสิตปัจจุบัน ถือเป็นการต่อยอดคุณค่าของกิจกรรมไปสู่การพัฒนาการศึกษาและสร้างโอกาสให้กับเยาวชน ซึ่งเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ

งานในครั้งนี้ยังตอกย้ำบทบาทของคณะเกษตรศาสตร์ฯ ในฐานะผู้ขับเคลื่อนการสร้างความตระหนักด้าน สิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผ่านกิจกรรมวิ่งที่เน้นการใช้พลังงานจากร่างกาย ลดการสร้างมลพิษ และเป็นต้นแบบกิจกรรมที่ผสานแนวคิดการดูแลสุขภาพกับการรักษาสิ่งแวดล้อม

ความร่วมมือระหว่างคณาจารย์ บุคลากร ศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน และประชาชนทั่วไปในกิจกรรมนี้ แสดงให้เห็นถึงพลังของการมีส่วนร่วม ที่ช่วยสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์และความผูกพันอย่างยั่งยืน พร้อมผลักดันให้เกิดชุมชนที่แข็งแรงและใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม

Aggie Green Run NU ยังสะท้อนถึงความสำคัญของการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพควบคู่กับการรักษาธรรมชาติ และเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างจิตสำนึกให้คนรุ่นใหม่เห็นคุณค่าของการดูแลโลก สอดรับกับแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับสากล

ท้ายที่สุด กิจกรรมเฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปีคณะเกษตรศาสตร์ฯ ครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นการรำลึกถึงประวัติศาสตร์ของคณะ แต่ยังเป็นการยืนยันถึงพันธกิจในการสร้างสังคมที่ใส่ใจสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนสนับสนุนการพัฒนาการศึกษาและคุณภาพชีวิตอย่างต่อเนื่อง อันเป็นรากฐานสำคัญสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนในอนาคต

ม.นเรศวร ร่วมอบรมวิชาการด้านความปลอดภัยทางชีวภาพและการรักษาความปลอดภัยทางชีวภาพ” รุ่นที่ 8

บุคลากรสถานสัตว์ทดลองฯ ม.นเรศวร เข้าร่วม การอบรมวิชาการด้านความปลอดภัยทางชีวภาพและการรักษาความปลอดภัยทางชีวภาพ” รุ่นที่ 8

เมื่อวันที่ 2 – 3 ตุลาคม 2566 เวลา 08.00-16.45 น. ณ SHE Training Room ศูนย์บริหารความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทางาน มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา จัดโดย คณะกรรมการควบคุมความปลอดภัยทางชีวภาพมหาวิทยาลัยมหิดล (MU-IBC)

โดยมีผู้เข้าอบรม ดังนี้ 1. สพ.ญ.ศกลวรรณ จินดารักษ์ 2. นายปิยะพงษ์ กลมพุก 2. นางวิลาสินี อริยะวรรณ 3. นางสาวอารีย์ คำจันทร์ และ นายวีรเชษฐ์ สิงหเดช ซึ่งในการอบรมดังกล่าวมีการสอบวัดผลความรู้ โดยนายวีรเชษฐ์ สามารถทำคะแนนสอบได้คะแนนเต็ม

ที่มา: สถานสัตว์ทดลองเพื่อการวิจัย มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร ส่งเสริมใช้งานระบบโครงข่ายไฟฟ้าขนาดเล็กแบบมีการใช้พลังงานสุทธิเป็นศูนย์

วันที่ 10 ตุลาคม 2566 วิทยาลัยพลังงานทดแทนและสมาร์ตกริดเทคโนโลยี (SGtech) ได้จัดงาน ”ประชุมหน่วยงานส่วนราชการที่มีศักยภาพในการส่งเสริมใช้งานระบบโครงข่ายไฟฟ้าขนาดเล็กแบบมีการใช้พลังงานสุทธิเป็นศูนย์” ภายใต้โครงการศึกษาและออกแบบระบบโครงข่ายไฟฟ้าขนาดเล็กแบบมีการใช้พลังงานสุทธิเป็นศูนย์ในพื้นที่ส่วนราชการ โดยมี รศ.ดร.ธวัช สุริวงษ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการและกิจการนิสิต และ ดร.วิสุทธิ์ แช่มสะอาด ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริหารสินทรัพย์ ทีมที่ปรึกษาโครงการ เป็นวิทยากร และดำเนินกิจกรรม ณ โรงแรมโมเดนา บาย เฟรเซอร์ บุรีรัมย์

ที่มา: วิทยาลัยพลังงานทดแทนและสมาร์ตกริดเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยนเรศวร

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin