ม.นเรศวร จับมือ WelO เดินหน้าระบบขนส่งสีเขียว หนุนเมืองยั่งยืน ลดโลกร้อน

วันพุธที่ 18 ธันวาคม 2567 มหาวิทยาลัยนเรศวร จับมือกับ WelO แพลตฟอร์มมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าสาธารณะ เปิดให้บริการยานพาหนะทางเลือกเพื่อสิ่งแวดล้อมภายในมหาวิทยาลัย โดยมุ่งเน้นการเดินทางที่ ไม่สร้างมลพิษ ลดการพึ่งพารถยนต์และจักรยานยนต์ส่วนบุคคล พร้อมทั้งวางเป้าหมายสู่การเป็น เมืองยั่งยืน ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

บริการมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า WelO เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง รองรับการใช้งานของนิสิต บุคลากร และประชาชนทั่วไป จุดเด่นสำคัญคือความสะดวกสบาย ไม่ต้องกังวลเรื่องการเติมน้ำมันหรือการชาร์จแบตเตอรี่เอง โดยมี จุดจอดมากกว่า 300 จุด ครอบคลุมพื้นที่ในมหาวิทยาลัย รองรับการเดินทางที่สะดวกและรวดเร็ว

นอกจากจะช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการเดินทางแล้ว บริการ WelO ยังช่วย ลดค่าใช้จ่าย ในชีวิตประจำวันของผู้ใช้งาน และมีส่วนสำคัญในการ ลดโลกร้อน เนื่องจากลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 การใช้พลังงานไฟฟ้าแทนน้ำมันจึงเป็นการเดินทางที่ทั้งคุ้มค่าและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

การนำมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า WelO มาให้บริการยังสอดคล้องกับแนวทางของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการ ลดพื้นที่จอดรถส่วนบุคคล ภายในมหาวิทยาลัย เพื่อลดจำนวนการใช้รถยนต์และจักรยานยนต์ที่ใช้น้ำมัน และปรับสมดุลการใช้พื้นที่ให้เหมาะสมต่อการเป็นมหาวิทยาลัยสีเขียว

ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยนเรศวรกับ WelO ยังเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของ การมีส่วนร่วม ระหว่างภาคการศึกษาและภาคเอกชน ในการพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์ความยั่งยืน ไม่เพียงเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้งาน แต่ยังสามารถต่อยอดไปสู่การขยายผลในระดับชุมชนและเมือง

โครงการนี้ยังเป็นการสร้างวัฒนธรรมใหม่ของการเดินทางที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมในหมู่นิสิตและบุคลากร โดยการเลือกใช้ยานพาหนะที่สะอาดและปลอดภัย สะท้อนถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

ด้วยระบบขนส่งที่ไม่สร้างมลพิษ บวกกับการจัดการพื้นที่ภายในที่สอดคล้องกับแนวคิดสีเขียว มหาวิทยาลัยนเรศวรตอกย้ำบทบาทของตนในการเป็นมหาวิทยาลัยต้นแบบด้านการพัฒนา เมืองยั่งยืน ลดโลกร้อน และส่งเสริมความร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ เพื่ออนาคตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง

ม.นเรศวร ส่งเสริมกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้น้ำแก่นักศึกษาและชุมชน

วันพุธที่ 18 ธันวาคม 2567 บุคลากรกองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้ให้การต้อนรับคณะศึกษาดูงานจากนิสิตคณะสาธารณสุขศาสตร์ ชั้นปีที่ 1 นำโดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เสน่ห์ แสงเงิน อาจารย์ผู้รับผิดชอบรายวิชาอนามัยสิ่งแวดล้อมในงานสาธารณสุข เพื่อเข้าศึกษาดูงานระบบการผลิตน้ำประปาและการบำบัดน้ำเสียของมหาวิทยาลัยนเรศวร

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อ ส่งเสริมกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้น้ำแก่นักศึกษาและชุมชน โดยให้นิสิตได้เรียนรู้กระบวนการผลิตน้ำประปาที่สะอาดและปลอดภัยต่อสุขภาพ รวมถึงการบำบัดน้ำเสียก่อนปล่อยกลับคืนสู่สิ่งแวดล้อมอย่างถูกต้องตามมาตรฐาน

ภายในกิจกรรม มีการบรรยายและสาธิตกระบวนการผลิตน้ำประปา ตั้งแต่การรับน้ำดิบเข้าสู่ระบบ การกรอง การฆ่าเชื้อ ไปจนถึงการกระจายน้ำสะอาดไปใช้ในพื้นที่มหาวิทยาลัย เพื่อให้นักศึกษาเห็นภาพรวมของการบริหารจัดการน้ำที่มีคุณภาพและปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน

นอกจากนี้ยังได้พาเยี่ยมชม สถานีบำบัดน้ำเสียส่วนกลาง ซึ่งทำหน้าที่สำคัญในการจัดการน้ำทิ้งจากอาคารและกิจกรรมภายในมหาวิทยาลัย โดยผ่านกระบวนการบำบัดที่ทันสมัย ช่วยลดมลพิษและฟื้นฟูคุณภาพน้ำให้สามารถกลับคืนสู่ธรรมชาติได้อย่างปลอดภัย

กิจกรรมดังกล่าวไม่เพียงแต่เพิ่มพูนความรู้ด้านวิชาการแก่นักศึกษาเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์น้ำและสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมให้ตระหนักถึงคุณค่าของน้ำในฐานะทรัพยากรที่มีจำกัดและจำเป็นต่อการดำรงชีวิต

ในมิติด้านความยั่งยืน การจัดการระบบน้ำประปาและน้ำเสียของมหาวิทยาลัยนเรศวรถือเป็นตัวอย่างที่ดีของการจัดการน้ำในระดับชุมชน ที่สามารถปรับใช้ในพื้นที่อื่น ๆ เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงน้ำสะอาดและการจัดการสุขาภิบาลที่ดี

การเรียนรู้ครั้งนี้ยังช่วยต่อยอดองค์ความรู้ของนิสิตด้านสาธารณสุขศาสตร์ ให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการทำงานจริงในอนาคต ทั้งในด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ การป้องกันโรคที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำ และการส่งเสริมสุขภาพชุมชนอย่างยั่งยืน

บรรยากาศการศึกษาดูงานเต็มไปด้วยความน่ารักและความอบอุ่น สะท้อนถึงความตั้งใจของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรน้ำที่มีคุณภาพ เพื่อร่วมกันสร้างสังคมที่ตระหนักถึงความสำคัญของน้ำและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า

ม.นเรศวร จัดทำแผนที่พรรณไม้ สนับสนุนการใช้ระบบนิเวศอย่างยั่งยืน

มหาวิทยาลัยนเรศวร โดย กองอาคารสถานที่ ได้ดำเนินโครงการสำคัญเพื่อส่งเสริมความรู้และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ภายใต้แนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยได้จัดทำ แผนที่แสดงพรรณไม้ในมหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งรวบรวมข้อมูลต้นไม้กว่า 119 ชนิด พร้อมจำนวนต้นไม้แต่ละประเภทอย่างละเอียด เพื่อให้เป็นฐานข้อมูลสำคัญสำหรับการศึกษา ค้นคว้า และอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ของมหาวิทยาลัย

โครงการนี้ถือเป็นการบูรณาการองค์ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมกับเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยการพัฒนา ระบบแผนที่ออนไลน์ ที่ประชาชน นักศึกษา และนักวิจัยสามารถเข้าถึงได้ง่าย ผ่านเว็บไซต์ https://center.office.nu.ac.th/nubotany/index.php?p=map ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้สนใจได้เรียนรู้ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของต้นไม้แต่ละชนิด รวมถึงข้อมูลด้าน ปริมาณการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) ของแต่ละต้นอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้

การจัดทำแผนที่พรรณไม้ในครั้งนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของ ระบบนิเวศบนบก ที่เชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันของทุกคน มหาวิทยาลัยมุ่งหวังให้แผนที่ดังกล่าวกลายเป็นแหล่งเรียนรู้กลางแจ้งสำหรับนิสิตและประชาชนทั่วไป เพื่อให้เกิดความเข้าใจในคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติรอบตัวและร่วมกันรักษาไว้

ในด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม กองอาคารสถานที่ได้ดำเนินการ เก็บข้อมูลต้นไม้ในพื้นที่มหาวิทยาลัยอย่างเป็นระบบ เพื่อใช้ในการเฝ้าติดตามการเปลี่ยนแปลงทางนิเวศวิทยาในระยะยาว ข้อมูลเหล่านี้ไม่เพียงช่วยสนับสนุนการอนุรักษ์พันธุ์ไม้ท้องถิ่น แต่ยังช่วยให้สามารถวางแผนการดูแลต้นไม้และพื้นที่สีเขียวได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

นอกจากนี้ โครงการยังส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมของนิสิต บุคลากร และชุมชนโดยรอบมหาวิทยาลัย ผ่านกิจกรรมการเรียนรู้และการสำรวจต้นไม้ร่วมกัน เพื่อสร้างความเข้าใจเรื่องการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ และกระตุ้นให้เกิดจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมในวงกว้าง อันจะนำไปสู่การ จัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน ภายในพื้นที่ของสถาบัน

โครงการนี้ยังมีเป้าหมายเพื่อขยายผลสู่การสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และพัฒนาฐานข้อมูลพรรณไม้ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น อันจะเป็นประโยชน์ต่อการวิจัย การศึกษา และการวางนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมในระดับมหาวิทยาลัยและระดับประเทศ

มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับการ สนับสนุนการใช้ระบบนิเวศบนบกอย่างยั่งยืน ผ่านการอนุรักษ์และบริหารจัดการพื้นที่สีเขียวอย่างรอบคอบ แผนที่พรรณไม้จึงไม่เพียงเป็นเครื่องมือด้านวิชาการเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการรักษาสมดุลของธรรมชาติ เพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีให้กับคนรุ่นปัจจุบันและอนาคตอย่างมั่นคง

ม.นเรศวร เดินหน้าติดตั้งโซลาร์เซลล์ สร้างพลังงานสะอาดสู่มหาวิทยาลัยสีเขียว

มหาวิทยาลัยนเรศวร ดำเนินการติดตั้ง แผงโซลาร์เซลล์ บนหลังคาอาคารต่าง ๆ ภายในพื้นที่มหาวิทยาลัย รวมถึงบริเวณ สระสุริโยทัย เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ โดยคาดว่าจะมีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมกว่า 12 เมกะวัตต์ สำหรับใช้ภายในมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนนโยบายสู่การเป็น มหาวิทยาลัยสีเขียว ที่เน้นการใช้ พลังงานสะอาด และการจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

การดำเนินโครงการนี้เป็นความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัยและพันธมิตรทางพลังงาน เพื่อเพิ่มสัดส่วนการใช้ พลังงานหมุนเวียน ลดการพึ่งพา พลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล และลดการปล่อย ก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของภาวะโลกร้อน การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ยังเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การพัฒนาที่ยั่งยืนของมหาวิทยาลัยนเรศวร ที่มุ่งสร้างระบบพลังงานที่ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และคุ้มค่าในระยะยาว

นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยนเรศวรยังได้วางแผนบูรณาการ ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ เข้ากับระบบบริหารจัดการพลังงานในอาคาร เพื่อควบคุมการใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ โดยระบบดังกล่าวจะช่วยให้สามารถ ติดตามการใช้พลังงานแบบเรียลไทม์ และบริหารจัดการภาระโหลดไฟฟ้าได้อย่างเหมาะสม เป็นการ ส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด และลดต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของมหาวิทยาลัยในระยะยาว

ในด้านสิ่งแวดล้อม การใช้ พลังงานจากแสงอาทิตย์ ช่วยลดปริมาณการปล่อย คาร์บอนไดออกไซด์ สู่บรรยากาศ ซึ่งเป็นการสนับสนุนเป้าหมายของการลดผลกระทบต่อ สภาพภูมิอากาศโลก และเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติ อย่างยั่งยืน โครงการนี้ยังสอดคล้องกับแนวทางของประเทศในการเปลี่ยนผ่านสู่ สังคมคาร์บอนต่ำ และการใช้ เทคโนโลยีสะอาด เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน

ในมิติของการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยนเรศวรมีเป้าหมายที่จะใช้พื้นที่ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เป็น แหล่งเรียนรู้ด้านพลังงานหมุนเวียน สำหรับนิสิต นักวิจัย และบุคลากร ตลอดจนเป็นต้นแบบให้กับหน่วยงานภายนอกที่สนใจด้านพลังงานทางเลือก การนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในพื้นที่จริงจะช่วย ส่งเสริมการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ และพัฒนานวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อมในอนาคต

โครงการดังกล่าวยังสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจโดยตรงให้กับมหาวิทยาลัย จากการ ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน และเพิ่มความ มั่นคงทางพลังงาน ในระยะยาว การผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์จะช่วยให้มหาวิทยาลัยสามารถบริหารจัดการทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ และนำงบประมาณส่วนที่ประหยัดได้ไปใช้พัฒนา โครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของนิสิตและบุคลากร

การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ในครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นการพัฒนาเชิงโครงสร้างพื้นฐานเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึง ความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวร ในการเป็นผู้นำด้าน พลังงานสะอาด และการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ เป็นอีกหนึ่ง “มุมของความยั่งยืนที่มอนอ” ที่แสดงให้เห็นถึงการใช้ เทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อม และความพร้อมของมหาวิทยาลัยในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคต

ม.นเรศวร ติดตั้งมาตรวัดน้ำครอบคลุมทุกอาคารภายในมหาวิทยาลัย ขับเคลื่อนการจัดการน้ำอย่างยั่งยืน

มหาวิทยาลัยนเรศวร ดำเนินการติดตั้ง มาตรวัดน้ำประปา จำนวน 108 จุด ครอบคลุมทุกอาคารภายในมหาวิทยาลัย เพื่อใช้ในการ ติดตามและรายงานปริมาณการใช้น้ำ อย่างเป็นระบบ ซึ่งข้อมูลที่ได้จะถูกนำมาประกอบการวางแผนการใช้น้ำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และ ส่งเสริมการใช้น้ำประปาให้เกิดประโยชน์คุ้มค่า ตามแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนของมหาวิทยาลัย

โครงการนี้จัดทำขึ้นภายใต้นโยบายของมหาวิทยาลัยที่มุ่งเน้นการเป็น มหาวิทยาลัยที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม (Green University) โดยเฉพาะในด้านการจัดการน้ำ ซึ่งถือเป็นทรัพยากรสำคัญต่อการดำเนินกิจกรรมทางการศึกษา การวิจัย และการใช้ชีวิตประจำวันของนิสิตและบุคลากร การติดตั้งมาตรวัดน้ำในทุกอาคารช่วยให้สามารถ ตรวจสอบและควบคุมการใช้น้ำได้อย่างแม่นยำ ลดการสูญเสียน้ำจากการรั่วไหลหรือใช้อย่างสิ้นเปลือง

นอกจากการติดตั้งมาตรวัดน้ำแล้ว มหาวิทยาลัยยังได้พัฒนาระบบ ฐานข้อมูลกลางสำหรับการรายงานผลการใช้น้ำแบบเรียลไทม์ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถติดตามสถิติการใช้น้ำได้อย่างต่อเนื่อง และนำข้อมูลไปใช้ในการวิเคราะห์แนวโน้มการใช้น้ำของแต่ละพื้นที่ในมหาวิทยาลัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังเป็นข้อมูลสำคัญในการวางแผน การอนุรักษ์น้ำในระยะยาว

การดำเนินงานนี้ยังช่วยให้มหาวิทยาลัยสามารถบริหารงบประมาณด้านค่าน้ำประปาได้อย่างคุ้มค่า โดยการระบุจุดที่มีการใช้น้ำสูงผิดปกติหรือเกิดการรั่วซึม เพื่อให้สามารถเข้าดำเนินการแก้ไขได้ทันท่วงที ซึ่งเป็นการ ลดการสูญเสียทรัพยากรน้ำและลดค่าใช้จ่ายขององค์กร ไปพร้อมกัน ถือเป็นการผสานแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมเข้ากับการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ

ในมิติด้านการเรียนรู้และการวิจัย มหาวิทยาลัยนเรศวรมีแนวทางในการนำข้อมูลจากการติดตามการใช้น้ำไปใช้ในการพัฒนานวัตกรรมด้าน ระบบตรวจวัดและบริหารจัดการน้ำอัจฉริยะ (Smart Water Management) ซึ่งจะช่วยให้นิสิตและนักวิจัยสามารถเรียนรู้จากข้อมูลจริง และนำไปต่อยอดในงานวิจัยเพื่อการอนุรักษ์น้ำและพัฒนาเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

โครงการติดตั้งมาตรวัดน้ำในครั้งนี้ยังส่งเสริมให้เกิด การมีส่วนร่วมของบุคลากรและนิสิต ในการตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า ผ่านกิจกรรมและการรณรงค์ลดการใช้น้ำในชีวิตประจำวัน ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของการสร้าง วัฒนธรรมองค์กรที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และความรับผิดชอบต่อสังคม

การบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนถือเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญของมหาวิทยาลัยนเรศวร การดำเนินการติดตั้งมาตรวัดน้ำทั่วพื้นที่มหาวิทยาลัยไม่เพียงช่วยให้การจัดการทรัพยากรน้ำมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสู่การเป็นต้นแบบของสถาบันการศึกษาที่มี การจัดการน้ำอย่างชาญฉลาดและยั่งยืน เพื่อรองรับการเติบโตของสังคมและสิ่งแวดล้อมในอนาคต

30

ม.นเรศวร มอบรางวัล VDOContent นิสิตร่วมขับเคลื่อน SDGs สู่ความยั่งยืน

รองศาสตราจารย์ ดร.วัฒนา พัดเกตุ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.อรรถกร ทองทา ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิชาการ และนางจิระประภา ศรีปัตตา ผู้อำนวยการกองพัฒนาคุณภาพการศึกษา ร่วมมอบรางวัลและแสดงความยินดีกับนิสิตผู้ได้รับรางวัลจากการประกวด VDO Content การมีส่วนร่วมในการพัฒนาเป้าหมายความยั่งยืน จัดขึ้นเพื่อสร้างความตระหนักรู้และกระตุ้นให้นิสิตเห็นความสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืน พร้อมทั้ง ส่งเสริมความเข้าใจในเป้าหมาย SDGs ทั้ง 17 เป้าหมาย อย่างลึกซึ้งและนำไปสู่การปฏิบัติจริงภายในสังคมและมหาวิทยาลัย

การประกวดครั้งนี้มีนิสิตที่ได้รับรางวัล ได้แก่
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้รับเงินรางวัล 4,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร ได้แก่ นายภัทรพงศ์ เชียงลา, นายชัยภัทร ชวดอ่วม และนายอนันทพร ปอใหม (ทีมบุญชู)
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้รับเงินรางวัล 3,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร ได้แก่ นางสาวณวริณ จันธง, ณวริณ จันธง และนางสาวดารัณ วรเชษฐบัญชา (ทีม Tri-O)
รางวัลชมเชย ได้รับเกียรติบัตร ได้แก่ นางสาวสุภัชญาดา โมเหล็ก (ทีม Cocosolo กับใต้ตาคล้ำๆ)

กิจกรรมจัดขึ้น ณ บริเวณหน้าห้องประชุมสุพรรณกัลยา ชั้น 2 สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยมีการดำเนินงานจาก กองพัฒนาคุณภาพการศึกษา ที่มุ่งสนับสนุนการเรียนรู้เพื่อความยั่งยืนต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 แสดงถึงความตั้งใจของมหาวิทยาลัยในการผลักดันการพัฒนาศักยภาพนิสิตให้เติบโตเป็นบุคลากรที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม

หัวข้อที่นิสิตนำเสนอสะท้อนมุมมองด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างครอบคลุม ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม พร้อมเน้น การศึกษาที่มีคุณภาพ และ ความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ อันเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับการเสริมสร้างศักยภาพของผู้เรียนและความร่วมมือเพื่อการพัฒนาในระดับมหาวิทยาลัยและชุมชน

การประกวด VDO Content เปิดพื้นที่ให้นิสิตได้ฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร และการสร้างสรรค์สื่ออย่างมีคุณภาพ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ต่อยอดสู่การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ที่เน้น การเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม และการผลิตองค์ความรู้ที่มีประโยชน์ต่อส่วนรวม

ในมิติของความยั่งยืน กิจกรรมดังกล่าวช่วยปลูกฝังความเข้าใจเกี่ยวกับความสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืนในมุมมองที่เชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันและชุมชน นิสิตสามารถนำเสนอแนวทางแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ที่สนับสนุน การพัฒนาองค์ความรู้ การสร้างความตระหนัก และการร่วมมือเพื่อความยั่งยืน ผ่านเนื้อหาในรูปแบบวีดิทัศน์ที่เข้าถึงผู้ชมได้ง่ายและมีอิทธิพลต่อความคิด

อีกทั้งกิจกรรมยังเป็นเวทีที่เสริมสร้างความร่วมมือระหว่างนิสิต คณาจารย์ และหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัย ตอกย้ำบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในฐานะ ศูนย์กลางความร่วมมือด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน และเป็นตัวอย่างที่ดีของการผสานงานด้านวิชาการ การบริหาร และการมีส่วนร่วมของเยาวชนเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาในระดับประเทศ

ด้วยกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน นิสิตได้รับทั้งประสบการณ์และแรงบันดาลใจในการนำหลักคิดด้านความยั่งยืนไปประยุกต์ใช้ในการศึกษาและการดำเนินชีวิต สะท้อนให้เห็นถึงการเสริมสร้างพลเมืองรุ่นใหม่ที่ตระหนักถึงความสำคัญของ การศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน และร่วมเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมไปสู่อนาคตที่สมดุลและมั่นคง

วันจันทร์ที่ 30 มิถุนายน 2568 รองศาสตราจารย์ ดร.วัฒนา พัดเกตุ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.อรรถกร ทองทา ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิชาการ และนางจิระประภา ศรีปัตตา ผู้อำนวยการกองพัฒนาคุณภาพการศึกษา ร่วมมอบรางวัลและแสดงความยินดีกับนิสิตผู้ได้รับรางวัลจากการประกวด VDO Content การมีส่วนร่วมในการพัฒนาเป้าหมายความยั่งยืน จัดขึ้นเพื่อสร้างความตระหนักรู้และกระตุ้นให้นิสิตเห็นความสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืน พร้อมทั้ง ส่งเสริมความเข้าใจในเป้าหมาย SDGs ทั้ง 17 เป้าหมาย อย่างลึกซึ้งและนำไปสู่การปฏิบัติจริงภายในสังคมและมหาวิทยาลัย

การประกวดครั้งนี้มีนิสิตที่ได้รับรางวัล ได้แก่
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้รับเงินรางวัล 4,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร ได้แก่ นายภัทรพงศ์ เชียงลา, นายชัยภัทร ชวดอ่วม และนายอนันทพร ปอใหม (ทีมบุญชู)
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้รับเงินรางวัล 3,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร ได้แก่ นางสาวณวริณ จันธง, ณวริณ จันธง และนางสาวดารัณ วรเชษฐบัญชา (ทีม Tri-O)
รางวัลชมเชย ได้รับเกียรติบัตร ได้แก่ นางสาวสุภัชญาดา โมเหล็ก (ทีม Cocosolo กับใต้ตาคล้ำๆ)

กิจกรรมจัดขึ้น ณ บริเวณหน้าห้องประชุมสุพรรณกัลยา ชั้น 2 สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยมีการดำเนินงานจาก กองพัฒนาคุณภาพการศึกษา ที่มุ่งสนับสนุนการเรียนรู้เพื่อความยั่งยืนต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 แสดงถึงความตั้งใจของมหาวิทยาลัยในการผลักดันการพัฒนาศักยภาพนิสิตให้เติบโตเป็นบุคลากรที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม

หัวข้อที่นิสิตนำเสนอสะท้อนมุมมองด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างครอบคลุม ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม พร้อมเน้น การศึกษาที่มีคุณภาพ และ ความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ อันเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับการเสริมสร้างศักยภาพของผู้เรียนและความร่วมมือเพื่อการพัฒนาในระดับมหาวิทยาลัยและชุมชน

การประกวด VDO Content เปิดพื้นที่ให้นิสิตได้ฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร และการสร้างสรรค์สื่ออย่างมีคุณภาพ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ต่อยอดสู่การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ที่เน้น การเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม และการผลิตองค์ความรู้ที่มีประโยชน์ต่อส่วนรวม

ในมิติของความยั่งยืน กิจกรรมดังกล่าวช่วยปลูกฝังความเข้าใจเกี่ยวกับความสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืนในมุมมองที่เชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันและชุมชน นิสิตสามารถนำเสนอแนวทางแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ที่สนับสนุน การพัฒนาองค์ความรู้ การสร้างความตระหนัก และการร่วมมือเพื่อความยั่งยืน ผ่านเนื้อหาในรูปแบบวีดิทัศน์ที่เข้าถึงผู้ชมได้ง่ายและมีอิทธิพลต่อความคิด

อีกทั้งกิจกรรมยังเป็นเวทีที่เสริมสร้างความร่วมมือระหว่างนิสิต คณาจารย์ และหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัย ตอกย้ำบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในฐานะ ศูนย์กลางความร่วมมือด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน และเป็นตัวอย่างที่ดีของการผสานงานด้านวิชาการ การบริหาร และการมีส่วนร่วมของเยาวชนเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาในระดับประเทศ

ด้วยกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน นิสิตได้รับทั้งประสบการณ์และแรงบันดาลใจในการนำหลักคิดด้านความยั่งยืนไปประยุกต์ใช้ในการศึกษาและการดำเนินชีวิต สะท้อนให้เห็นถึงการเสริมสร้างพลเมืองรุ่นใหม่ที่ตระหนักถึงความสำคัญของ การศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน และร่วมเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมไปสู่อนาคตที่สมดุลและมั่นคง

ม.นเรศวร จัดประชุมวิชาการเครือข่ายปรัชญาสังคมศาสตร์ไทย ครั้งที่ 2

วันศุกร์ที่ 26 กรกฎาคม 2567 ภาควิชารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกับเครือข่ายปรัชญาสังคมศาสตร์ไทย (Thai Network for the Philosophy of Social Sciences: TNPOSS) ได้จัดการประชุมวิชาการเครือข่ายปรัชญาสังคมศาสตร์ไทย ครั้งที่ 2 ภายใต้หัวข้อ “ปรัชญาสำหรับสังคมศาสตร์และสังคมศาสตร์สำหรับปรัชญา” ณ ห้อง Main Conferences อาคารกองบริการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก

เครือข่ายปรัชญาสังคมศาสตร์ไทยถูกก่อตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมการศึกษาและการวิจัยด้านปรัชญาสังคมศาสตร์ในประเทศไทย โดยมุ่งเสริมสร้างความเข้าใจที่ลึกซึ้งในประเด็นสังคม การเมือง และเศรษฐกิจ ผ่านมุมมองทางปรัชญา และเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างนักวิชาการทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งช่วยขยายความร่วมมือและสร้างเครือข่ายวิชาการที่แข็งแกร่ง

การจัดประชุมครั้งนี้มีรูปแบบที่หลากหลาย ทั้งการสัมมนา การบรรยาย และการนำเสนอผลงานวิจัย โดยเปิดโอกาสให้นักวิจัย นิสิตระดับบัณฑิตศึกษา และผู้สนใจ ได้ร่วมเสนอผลงานบทความวิชาการ ซึ่งช่วยให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเชิงวิพากษ์และมุมมองใหม่ ๆ อันเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาความรู้ด้านสังคมศาสตร์

ภายในงานยังมีการปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “Organisations as Actors: Microfoundations of Organisational Intentionality” โดย Professor Daniel Little จาก University of Michigan-Dearborn ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้อธิบายถึงบทบาทขององค์กรที่เกิดขึ้นจากการทำงานร่วมกันของบุคคลภายใน ผ่านกระบวนการที่เรียกว่าพื้นฐานระดับจุลภาค (Microfoundations) โดยเน้นว่าการตัดสินใจขององค์กรล้วนต้องอาศัยการเก็บข้อมูล การวิเคราะห์ และการกำหนดเป้าหมายเพื่อให้บรรลุภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การประชุมครั้งนี้ยังนำเสนอผลงานที่น่าสนใจจากนักวิชาการและนิสิตระดับบัณฑิตศึกษาจากหลายสถาบันทั่วประเทศ หัวข้อที่หลากหลายครอบคลุมทั้งด้านปรัชญาสังคมศาสตร์ ประเด็นร่วมสมัย และการประยุกต์ใช้แนวคิดปรัชญาในการแก้ปัญหาสังคมที่ซับซ้อน ซึ่งทำให้เกิดองค์ความรู้ใหม่และการแลกเปลี่ยนมุมมองในวงกว้าง

การประชุมวิชาการดังกล่าวถือเป็นเวทีสำคัญในการขยายเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการระดับชาติและนานาชาติ ซึ่งสอดคล้องกับการสร้าง สังคมที่ยั่งยืน ผ่านการส่งเสริมองค์ความรู้ การพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางวิชาการ และการเชื่อมโยงประเด็นทางสังคมศาสตร์กับการพัฒนาประเทศ

นอกจากนี้ การจัดงานยังสะท้อนถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และการสร้างเวทีวิชาการที่สามารถตอบสนองต่อความท้าทายของโลกยุคปัจจุบัน พร้อมทั้งสร้างแรงบันดาลใจให้นักวิจัยรุ่นใหม่มุ่งมั่นพัฒนาความรู้เพื่อสังคมที่เป็นธรรม ครอบคลุม และยั่งยืน

ม.นเรศวร เปิดคอร์สออนไลน์ “สุขภาพทางเพศวัยรุ่น” ส่งเสริมสุขภาพที่ดีและการเรียนรู้อย่างยั่งยืน

มหาวิทยาลัยนเรศวร โดย กองบริการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (CITCOMS) ได้เปิดคอร์สเรียนออนไลน์ เรื่อง “สุขภาพทางเพศวัยรุ่น Sexual Health for Adolescence” ซึ่งเป็นหนึ่งในรายวิชาภายใต้ NU MOOC เพื่อส่งเสริมสุขภาพทางเพศวัยรุ่น และสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการดูแลตนเองทั้งด้านร่างกายและจิตใจ

คอร์สเรียนนี้มุ่งเน้นการถ่ายทอด แนวคิดสุขภาพทางเพศ ที่เหมาะสมกับวัยรุ่นและเยาวชน รวมถึงการเรียนรู้เรื่อง การคุมกำเนิด และการป้องกัน การตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต การศึกษา และอนาคตของเยาวชน การให้ความรู้ในเชิงป้องกันถือเป็นหัวใจสำคัญของการแก้ไขปัญหาในระยะยาว

เนื้อหาในคอร์สยังครอบคลุมถึง โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ซึ่งยังคงเป็นความท้าทายที่พบได้ในกลุ่มวัยรุ่น การเรียนรู้ที่รอบด้านช่วยให้ผู้เรียนสามารถตระหนักถึงความเสี่ยงและเรียนรู้วิธีการป้องกันอย่างเหมาะสม อันจะช่วยลดปัญหาด้านสาธารณสุขและสร้างสังคมที่มีคุณภาพมากขึ้น

อีกประเด็นสำคัญคือ พระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559 ที่เกี่ยวข้องกับสิทธิของวัยรุ่นในการเข้าถึงบริการสุขภาพและการป้องกันการตั้งครรภ์ที่ไม่พร้อม การเรียนรู้ด้านกฎหมายจะช่วยสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง และส่งเสริมให้เยาวชนสามารถตัดสินใจได้อย่างรับผิดชอบต่อสุขภาพและชีวิตของตนเอง

คอร์สเรียนนี้มีระยะเวลา 5 ชั่วโมง ถ่ายทอดโดย ดร.ศิริกนก กลั่นขจร อาจารย์ประจำภาควิชาพยาบาลศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพวัยรุ่น เนื้อหาถูกออกแบบให้เหมาะสมกับผู้เรียนทุกกลุ่ม ทั้งนักเรียน นักศึกษา บุคลากรด้านการศึกษา บุคลากรด้านสุขภาพ และประชาชนทั่วไปที่สนใจ

ผู้สนใจสามารถสมัครเข้าเรียนได้ที่ lifelong.nu.ac.th ขั้นตอนการลงทะเบียนมีความสะดวก ตั้งแต่การสมัครสมาชิก การยืนยันตัวตนด้วยรหัส OTP จนถึงการเลือกและลงทะเบียนเรียน ซึ่งทำให้ผู้เรียนสามารถเริ่มต้นการเรียนรู้ได้ทันที คอร์สเรียนออนไลน์ใน NU MOOC เปิดโอกาสให้ทุกคนเข้าถึงองค์ความรู้ได้ฟรีและต่อเนื่อง

โครงการนี้สะท้อนถึงการให้ความสำคัญของมหาวิทยาลัยนเรศวรต่อการส่งเสริมสุขภาพที่ดีของวัยรุ่นและเยาวชน และแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นตามนโยบายของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข และองค์การอนามัยโลก ทั้งยังมุ่งสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ที่เป็นกรอบความร่วมมือระดับโลก

ม.นเรศวร เดินหน้าพัฒนาระบบพลังงานสะอาดด้วยโครงการโซลาร์เซลล์ลอยน้ำ ยกระดับศักยภาพพลังงานหมุนเวียนสู่มหาวิทยาลัยสีเขียว

มหาวิทยาลัยนเรศวรเดินหน้าพัฒนาระบบพลังงานภายในมหาวิทยาลัยด้วยการติดตั้ง แผงโซลาร์เซลล์ลอยน้ำ (Floating Solar Panel หรือ Floating PV) บนพื้นที่สระสุริโยทัย ภายในเขตหอพักนิสิต NU Dorm โดยมีจำนวนแผงมากกว่า 3,200 แผ่น เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าสำหรับใช้ในมหาวิทยาลัย และเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนแนวทาง ส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งอยู่ในแผนงานเฟสแรกที่ มุ่งผลิตไฟฟ้ารวมกว่า 12 เมกะวัตต์ โดยประกอบด้วย Floating Solar Panel และ Solar Rooftop ที่ติดตั้งบนอาคารเรียนและอาคารปฏิบัติการต่าง ๆ

การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ลอยน้ำนี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้า เพราะผิวน้ำช่วยลดอุณหภูมิของแผง ทำให้แผงทำงานได้ดีขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดการระเหยของน้ำในบ่อ เป็นผลลัพธ์เชิงสิ่งแวดล้อมที่สนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่า ทั้งยังลดการใช้พื้นที่บนดินและไม่กระทบต่อกิจกรรมภายในมหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยนเรศวรมีพื้นที่แหล่งน้ำรวมกว่า 225 ไร่ คิดเป็น 16.24% ของพื้นที่ทั้งหมด ทำให้มีศักยภาพอย่างมากในการพัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียน โดยใช้ทรัพยากรจากแหล่งน้ำที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โครงการนี้จึงเป็นตัวอย่างของการบริหารพื้นที่อย่างสมดุลระหว่างการใช้งานจริงและการผลิตพลังงานทางเลือก

แหล่งน้ำสำคัญภายในพื้นที่มหาวิทยาลัย ได้แก่ สระเอกกษัตรี (ข้างอาคารจอดรถ ซ้ายมือทางเข้าหอสมุด), สระมณีรัตนา (บริเวณเทเลทับบี้ ตรงข้ามอาคารเอกประสงค์), สระบรมดิลก (ตรงข้ามคณะแพทยศาสตร์), สระสุริโยทัย (พื้นที่หอพักนิสิต NU Dorm), สระสองกษัตริย์ (บริเวณหอพระเทพรัตน์) และ สระสุพรรณกัลยา (ข้างสระว่ายน้ำสุพรรณกัลยา) ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นศักยภาพสำคัญในการพัฒนาระบบพลังงานสะอาดในอนาคต

การใช้พลังงานจาก แสงอาทิตย์ ทั้งในรูปแบบ Floating PV และ Solar Rooftop ไม่เพียงช่วยลดต้นทุนค่าไฟฟ้าของมหาวิทยาลัย แต่ยังลดการพึ่งพาพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล ส่งผลให้ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสอดคล้องกับแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่มุ่งเน้นการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

นอกจากนี้ การนำเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนเข้ามาใช้ในพื้นที่การศึกษา ยังช่วยสร้างแบบอย่างที่ดีให้กับนิสิต บุคลากร และสังคม ช่วยเสริมสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์พลังงาน การจัดการทรัพยากร และความสำคัญของการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด ซึ่งเป็นทิศทางสำคัญต่อการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

การเดินหน้าโครงการนี้ยังเป็นการวางรากฐานสู่การขยายศักยภาพด้านพลังงานหมุนเวียนในอนาคต ทั้งในด้านการวิจัย การเรียนการสอน และการพัฒนาพื้นที่ของมหาวิทยาลัยนเรศวรให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้าน พลังงานสะอาดและเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ที่สามารถรองรับการเติบโตของสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

ม.นเรศวร ส่งเสริมเป็นมหาวิทยาลัยแนวหน้าด้านเทคโนโลยีการอาหาร

มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยหลักสูตรปริญญาตรี สาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร ภาควิชาอุตสาหกรรมเกษตร คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้รับการอนุมัติรับรองหลักสูตรมาตรฐานระดับนานาชาติจาก Institute of Food Technologists (IFT), USA ถือเป็นก้าวสำคัญของมหาวิทยาลัยไทยในการยกระดับคุณภาพการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหารสู่มาตรฐานสากล

การรับรองดังกล่าวมีผลระหว่างปี ค.ศ. 2025-2030 โดยหลักสูตรนี้เป็นหนึ่งในเพียง 4 สถาบันของประเทศไทยที่ผ่านเกณฑ์การรับรองจาก IFT ซึ่งเป็นองค์กรนานาชาติที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร รวมถึงการสร้างเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารทั่วโลก

หลักสูตรที่ได้รับการรับรองนี้สะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพและมาตรฐานที่สูงของการเรียนการสอน และยังเป็นการยืนยันถึงศักยภาพของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ด้านวิทยาศาสตร์อาหาร ที่สามารถสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมเพื่อ ส่งเสริมความมั่นคงทางอาหาร และความยั่งยืนในอนาคต

การเรียนการสอนในหลักสูตรเน้นการบูรณาการองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์การอาหารกับการประยุกต์ใช้จริง เพื่อให้นักศึกษามีทักษะพร้อมปฏิบัติ สามารถก้าวสู่ตลาดแรงงานทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติได้อย่างมั่นใจ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนา การศึกษาที่มีคุณภาพ ให้ทันต่อความเปลี่ยนแปลงในระดับโลก

คณะกรรมการประเมินจาก IFT ได้ทำการตรวจสอบคุณภาพหลักสูตรในหลายมิติ ทั้งด้านโครงสร้างการเรียนการสอน การวิจัย การสนับสนุนจากหน่วยงานภายนอก ตลอดจนการพัฒนาศักยภาพของนักศึกษา ซึ่งผลลัพธ์สะท้อนให้เห็นถึงความเข้มแข็งของหลักสูตรและการทำงานอย่างเป็นระบบของคณาจารย์และบุคลากร

ความสำเร็จครั้งนี้ยังเกิดจากความร่วมมือของทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นคณาจารย์ พนักงาน ศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน ผู้บริหารมหาวิทยาลัย รวมถึงหน่วยงานภายนอกทั้งภาครัฐและเอกชน ที่มีส่วนสำคัญในการสนับสนุนและผลักดันให้หลักสูตรมีความเข้มแข็งและสามารถแข่งขันได้ในระดับนานาชาติ

การได้รับการรับรองหลักสูตรในครั้งนี้ จึงไม่เพียงแต่เป็นความภาคภูมิใจของคณะเกษตรศาสตร์ฯ เท่านั้น แต่ยังเป็นการยกระดับบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการ ส่งเสริมเป็นมหาวิทยาลัยแนวหน้าด้านเทคโนโลยีการอาหาร เพื่อสร้างกำลังคนที่สามารถตอบสนองต่อความท้าทายด้านความมั่นคงทางอาหาร และสนับสนุนการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนในอนาคต


Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin