ม.นเรศวร โชว์นวัตกรรมเครื่องทำปุ๋ยเศษอาหารพลังงานแสงอาทิตย์ ขับเคลื่อนการจัดการขยะอินทรีย์สู่เศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างยั่งยืน

วันจันทร์ที่ 29 ธันวาคม 2568 ดร.สุดาวดี ยะสะกะ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิชาการและประกันคุณภาพการศึกษา และอาจารย์ประจำกลุ่มสาขาวิชาอนามัยสิ่งแวดล้อม คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านสถานีวิทยุกระจายเสียงมหาวิทยาลัยนเรศวร FM 107.25 MHz ในรายการสุขกาย สบายใจ ดำเนินรายการโดย นายอดิเรก มีบุญ นักประชาสัมพันธ์ ถึงความสำเร็จในการพัฒนานวัตกรรม เครื่องทำปุ๋ยจากเศษอาหารพลังงานแสงอาทิตย์ใช้ในครัวเรือน ซึ่งปัจจุบันได้ดำเนินการยื่นจดอนุสิทธิบัตรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

การขับเคลื่อนนวัตกรรมชิ้นนี้มุ่งตอบโจทย์การ เพิ่มมูลค่า ให้กับวัสดุเหลือใช้ โดยเฉพาะ ขยะครัวเรือน และ ขยะจากโรงอาหาร ซึ่งเป็นปัญหาท้าทายในระดับชุมชนและสถานศึกษา โดยทีมวิจัยได้ผสานเทคโนโลยีพลังงานสะอาดเข้ากับกระบวนการจัดการ เพื่อมุ่งเน้นการ ลดการสูญเสียด้วยนวัตกรรมและพลังงานสะอาด พร้อมทั้งยกระดับประสิทธิภาพการจัดการทรัพยากรตามแนวทางการผลิตและการบริโภคที่รับผิดชอบ

ด้านประสิทธิภาพเชิงเทคนิค ตัวถังหมักได้รับการออกแบบให้มีความจุ 160 ลิตร โดดเด่นด้วยระบบ 2 ช่องแยกกัน (Dual Chamber) เพื่อสลับใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง รองรับน้ำหนักวัสดุหมักสูงสุดประมาณ 70 กิโลกรัมต่อรอบ เมื่อใส่เศษอาหารร่วมกับเศษใบไม้แห้ง กระบวนการย่อยสลายทางธรรมชาติจะช่วยลดปริมาตรลง 80-90% และให้น้ำหนักปุ๋ยหมักสำเร็จรูปประมาณ 15 ถึง 25 กิโลกรัมต่อการหมักเต็มถังหนึ่งรอบ

ศักยภาพของนวัตกรรมนี้สอดคล้องโดยตรงกับปริมาณขยะอินทรีย์และขยะเศษอาหารที่เกิดขึ้นภายในมหาวิทยาลัยนเรศวรตลอดปีพ.ศ. 2568 ซึ่งมีตัวเลขรวมสูงถึง 308.74 ตัน (โดยเฉพาะในเดือนสิงหาคมที่มีปริมาณขยะอินทรีย์พุ่งสูงถึง 40.03 ตัน) หากมีการนำเครื่องทำปุ๋ยพลังงานแสงอาทิตย์นี้ไปต่อยอดและขยายผลอย่างเต็มรูปแบบ จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับและแปรรูปขยะอินทรีย์จำนวนมหาศาลเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

การต่อยอดโครงการผ่านการนำเศษอาหารจากหอพักภายในมหาวิทยาลัยมาเข้าสู่ระบบหมักด้วยพลังงานสะอาด ช่วยเปลี่ยนขยะอาหารให้กลายเป็นปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง ซึ่งที่ผ่านมาได้พิสูจน์ผลสัมฤทธิ์ด้วยการนำไปใช้บำรุงแปลงเกษตรของมหาวิทยาลัย จนได้ผลผลิตทางการเกษตรที่เจริญเติบโตงอกงาม และสามารถเก็บเกี่ยวออกจำหน่ายเป็นผลผลิตฝีมือของนิสิตได้จริง

การขยายผลการใช้งานนวัตกรรมดังกล่าวจึงเป็นก้าวสำคัญที่ไม่เพียงแต่ช่วยลดภาระการกำจัดขยะอินทรีย์และขยะเศษอาหารภายในมหาวิทยาลัยเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้าง มูลค่าเพิ่ม ลดการสูญเสียทรัพยากร และสร้างวงจรเศรษฐกิจหมุนเวียนแบบปิดภายในรั้วสถาบัน พร้อมทั้งทำหน้าที่เป็นต้นแบบในการขับเคลื่อน มหาวิทยาลัยนเรศวร สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม

ความมุ่งมั่นในการวิจัยและพัฒนาของคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ในครั้งนี้ ถือเป็นเครื่องยืนยันถึงบทบาทของสถาบันอุดมศึกษาในการสร้างสรรค์เทคโนโลยีสะอาดที่ตอบโจทย์ปัญหาจริง พร้อมทั้งสร้างผลกระทบเชิงบวก (Impact) เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมของสังคมอย่างยั่งยืน

ม.นเรศวร จัดโครงการ World Stroke Day 2025 มุ่งยกระดับระบบบริการสุขภาพสู่ศูนย์โรคหลอดเลือดสมองครบวงจร

วันจันทร์ที่ 8 ธันวาคม 2568 คณะแพทยศาสตร์ และ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร จัดโครงการ World Stroke Day 2025 รุ่นที่ 1 ภายใต้หัวข้อ “Think Fast, Act Smart” เพื่อเสริมศักยภาพการดูแลผู้ป่วย Stroke ให้แก่ทีมสหสาขาวิชาชีพ บุคลากรทางการแพทย์ นิสิตแพทย์ และผู้สนใจ เพื่อขับเคลื่อนการดูแลผู้ป่วยอย่างมีคุณภาพ

การดำเนินกิจกรรมในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ผศ.พญ.พิริยา นฤขัตรพิชัย คณบดีคณะแพทยศาสตร์ เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย ผศ.พญ.ดวงนภารุ่งพิบูลย์โสภิษฐ์ หัวหน้าสาขาวิชาประสาทวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ เป็นผู้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ ณ ห้องประชุมเอกาทศรถ 9 ชั้น 3 อาคารสิรินธร โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร

โครงการดังกล่าวจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีโดยคณะกรรมการสหสาขาวิชาชีพโรคหลอดเลือดสมอง และสาขาวิชาประสาทวิทยา เพื่อให้บุคลากรได้รับองค์ความรู้ใหม่ที่ทันสมัยเกี่ยวกับการวินิจฉัยและการดูแลรักษา ซึ่งเป็นการสนับสนุนการสร้างหลักประกันการมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนเพื่อลดความสูญเสียด้านสาธารณสุข

กิจกรรมมุ่งเน้นการเพิ่มศักยภาพบุคลากรให้สามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ภายใต้แนวคิด Think Fast เพื่อให้สามารถวินิจฉัยโรคได้อย่างรวดเร็ว และ Act Smart เพื่อให้บริการตามระบบ Stroke Fast Track อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งกลไกเหล่านี้ช่วยลดอัตราการเสียชีวิตและความพิการในผู้ป่วยอย่างยั่งยืน

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร ได้รับรางวัลทั้งระดับชาติและนานาชาติจากความสำเร็จในการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง โดยมีความพร้อมของทีมอาจารย์แพทย์และทีมสหสาขาวิชาชีพที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ส่งผลให้ระบบการให้บริการมีความครอบคลุมและเกิดผลลัพธ์ที่ดีต่อคนไข้

ปัจจุบัน โรงพยาบาลได้ยกระดับความสามารถด้านการรักษาอย่างต่อเนื่อง โดยมีประสาทศัลยแพทย์อนุสาขารังสีร่วมรักษาเข้าร่วมทีม ช่วยเพิ่มศักยภาพในการให้บริการ Thrombectomy ทำให้โรงพยาบาลมีความพร้อมก้าวสู่การเป็น ศูนย์โรคหลอดเลือดสมองครบวงจร ตามมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข ผ่านความร่วมมือของเครือข่ายสหสาขาวิชาชีพเพื่อรองรับผู้ป่วยในระดับภูมิภาค

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวกำหนดจัดขึ้นจำนวน 2 รุ่น โดยผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมโครงการ World Stroke Day 2025 รุ่นที่ 2 ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 22 ธันวาคม 2568 ถือเป็นการขยายผลการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและการผนึกกำลังเครือข่ายวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์ระบบสาธารณสุขให้มีความมั่นคงต่อไป

ม.นเรศวร ร่วมงาน FoodX 2025 เชื่อมงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์

วันพุธที่ 3 ธันวาคม 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร นำโดยศาสตราจารย์ ดร.เภสัชกรหญิงกรกนก อิงคนินันท์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม พร้อมด้วยนางเจนจิต นาคปรีชา ผู้อำนวยการกองการวิจัยและนวัตกรรม นายภวัต ภาชนะ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการกองการถ่ายทอดเทคโนโลยีและบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา และนักวิจัยมหาวิทยาลัยนเรศวร เข้าร่วมงาน FoodX – Business of Food Forum – Premiumisation Day 2025 ณ ห้องบอลรูม ชั้น 1 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

งานดังกล่าวเป็นเวทีเสริมสร้างศักยภาพอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มสำเร็จรูปครบวงจร โดยถ่ายทอดกลยุทธ์ด้านการเพิ่มมูลค่าและความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่

กองการวิจัยและนวัตกรรมได้นำนักวิจัยมหาวิทยาลัยนเรศวรกว่า 13 คน เข้าร่วมกิจกรรม “Table Talk – R&D For Growth” เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และร่วมค้นหาแนวทางการพัฒนาระหว่างนักวิจัย ผู้ประกอบการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ภายในกิจกรรม มีนักวิจัยชั้นนำกว่า 100 คน จากเครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัยชั้นนำ จำนวน 8 มหาวิทยาลัย ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและสร้างเครือข่ายความร่วมมือ ซึ่งช่วยเชื่อมโยงศักยภาพด้านการวิจัย เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมในระดับประเทศ

กองการถ่ายทอดเทคโนโลยีและบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา ร่วมกับผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณิชากร คอนดี คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เจ้าของผลงาน “Biosurfactant สารลดแรงตึงผิวชีวภาพ” และบริษัท Origgin Ventures ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินงาน Venture Co-Creation ร่วมกับมหาวิทยาลัยนเรศวร ได้หารือกับภาคเอกชนเกี่ยวกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบ

การหารือกับคุณจิรศักดิ์ โรจนวงศ์ เจ้าของธุรกิจบริษัท นาโนโพลิส จำกัด และที่ปรึกษาด้านการจัดการนวัตกรรม มุ่งเน้นการนำผลิตภัณฑ์ต้นแบบไปทดสอบกับกลุ่มลูกค้า เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาประกอบการพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกัน ขณะเดียวกัน ได้หารือกับคุณวศิน รุ่งนิรันดรกุล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนา บริษัท นีโอ แฟคทอรี่ จำกัด และทีมงาน เกี่ยวกับการนำ Biosurfactant ไปทดสอบในผลิตภัณฑ์ของบริษัท

การเชื่อมโยงนักวิจัยกับภาคเอกชนในลักษณะดังกล่าวเป็นการเสริมสร้างระบบนิเวศนวัตกรรม ตั้งแต่การพัฒนาผลงานวิจัย การทดสอบต้นแบบ การรับฟังข้อมูลจากตลาด ไปจนถึงการต่อยอดสู่การผลิตและการใช้ประโยชน์จริง อันช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทย

การเข้าร่วมงาน FoodX 2025 สะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการสร้างความร่วมมือระดับประเทศ เพื่อ ผลักดันงานวิจัยของไทยสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์อย่างแท้จริง สนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านนวัตกรรมอาหาร การสร้างมูลค่าเพิ่มแก่ผลิตภัณฑ์ และการเติบโตของเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง

ม.นเรศวร พัฒนานวัตกรรม I-Sec Technology ยกระดับโปรตีนทางเลือกจากแมงสะดิ้งและไก่ สู่การผลิตอาหารแห่งอนาคตอย่างยั่งยืน

วันพุธที่ 10 ธันวาคม 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร โดย รองศาสตราจารย์ ดร.ขนิษฐา รุตรัตนมงคล ร่วมกับบริษัท ไทย เอนโท ฟู้ด จำกัด พัฒนา I-Sec Technology นวัตกรรมการสกัดโปรตีนจาก แมงสะดิ้ง (Acheta domesticus) และชิ้นส่วนไก่เหลือใช้ เพื่อเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบ ลดของเสียจากอุตสาหกรรมอาหาร และผลิตโปรตีนเข้มข้นที่มีความปลอดภัยและคุณค่าทางโภชนาการสูง รองรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มแห่งอนาคต

การพัฒนานวัตกรรมครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้การสนับสนุนของ คณะกรรมการนโยบายและอำนวยการพัฒนาเพื่อเสริมความมั่นคงของชาติ (นพช.) โดยมีเป้าหมายในการยกระดับจิ้งหรีดและชิ้นส่วนไก่เหลือใช้ให้เป็น “Super Protein” ที่ได้มาตรฐานสากล สอดคล้องกับแนวคิด เศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy) และสามารถตอบโจทย์ความท้าทายด้านความมั่นคงทางอาหารของโลกในอนาคต

หัวใจสำคัญของนวัตกรรมคือ I-Sec Technology ซึ่งเป็นเทคโนโลยีแยกโปรตีนจากจิ้งหรีดและไก่แบบอัตโนมัติครบวงจรแห่งแรกของโลก สามารถควบคุมอุณหภูมิ อัตราการป้อนวัตถุดิบ และค่าการทำงานต่าง ๆ ได้แบบ Real-time ช่วยให้กระบวนการผลิตมีความแม่นยำ ลดความผิดพลาด และรักษาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ให้มีความสม่ำเสมอ พร้อมทั้งใช้กระบวนการอุณหภูมิต่ำและสภาวะออกซิเจนต่ำเพื่อคงคุณค่าทางโภชนาการของโปรตีน

เทคโนโลยีดังกล่าวยังช่วยลดการใช้สารเคมี ประหยัดพลังงาน ลดระยะเวลาในการผลิต และใช้วัตถุดิบได้อย่างคุ้มค่าสูงสุด จนสามารถลดของเสียจากกระบวนการผลิตได้เกือบทั้งหมด สอดคล้องกับแนวคิด เทคโนโลยีสีเขียว และการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเปลี่ยนวัตถุดิบที่เคยเป็นของเหลือให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูงสำหรับอุตสาหกรรมอาหาร

ผลจากการพัฒนางานวิจัยได้นำไปสู่การสร้างผลิตภัณฑ์ Sixtein (ผงโปรตีนจิ้งหรีด) และ Chixtein (ผงโปรตีนไก่) ซึ่งเป็นวัตถุดิบโปรตีนทางเลือกที่สามารถนำไปต่อยอดในการผลิตอาหาร เครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ รองรับความต้องการของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับโภชนาการ ความปลอดภัย และความยั่งยืนของระบบอาหาร

รองศาสตราจารย์ ดร.ขนิษฐา รุตรัตนมงคล กล่าวว่า ประเทศไทยมีฟาร์มเลี้ยงแมลงมากกว่า 10,000 ฟาร์ม กระจายอยู่ทั่วประเทศ จึงมีศักยภาพในการพัฒนาจิ้งหรีดให้เป็นวัตถุดิบมูลค่าสูง โดยเลือกใช้ แมงสะดิ้ง หรือจิ้งหรีดสายพันธุ์ Acheta domesticus ซึ่งเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่ได้รับอนุญาตให้บริโภคในยุโรป ทำให้มีโอกาสต่อยอดสู่ตลาดสากล พร้อมทั้งใช้เทคโนโลยีเชิงลึก (Deep Tech) เพื่อยกระดับวัตถุดิบไทยให้สามารถแข่งขันในอุตสาหกรรมอาหารระดับโลก

ผลงานวิจัยดังกล่าวยังเป็นความสำเร็จของ รองศาสตราจารย์ ดร.ขนิษฐา รุตรัตนมงคล ในฐานะหนึ่งในนักวิจัยโครงการ RAN Top 100 ของเครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย (RUN Office) ซึ่งมุ่งผลักดันผลงานวิจัยที่มีศักยภาพให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง และยกระดับขีดความสามารถของอุตสาหกรรมอาหารไทยผ่านนวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูง พร้อมทั้ง ส่งเสริมต่อยอดสู่งานวิจัยเชิงพาณิชย์ เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการนำเทคโนโลยีไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ สร้างมูลค่าเพิ่มให้ธุรกิจ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมของประเทศอย่างยั่งยืน
ที่มาภาพและข่าว: ไทยโพสต์

ม.นเรศวร มอบใบประกาศนียบัตรเชิดชูเกียรติบุคลากรที่ได้รับการแต่งตั้งทางวิชาการและวิชาชีพ พร้อมชูบทบาทสำคัญของผู้หญิงในการขับเคลื่อนความสำเร็จอย่างยั่งยืน

วันจันทร์ที่ 15 ธันวาคม 2568 รศ. ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นประธานกล่าวเปิด โครงการประชุมรายงานความก้าวหน้ายกย่องเชิดชูเกียรติ และแสดงความยินดี กับบุคลากรที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ และดำรงตำแหน่งทางวิชาชีพ พร้อมทั้งให้เกียรติ มอบใบประกาศนียบัตรแสดงความยินดีกับบุคลากรที่ได้รับการแต่งตั้ง ณ ห้องประชุม 308 อาคารสำนักงานอธิการบดี ชั้น 3 มหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจแก่บุคลากรผู้ทุ่มเทปฏิบัติงานจนประสบความสำเร็จในเส้นทางวิชาชีพ

การจัดโครงการในครั้งนี้มีบุคลากรสายวิชาการที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการเข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 10 ท่าน และมีบุคลากรสายสนับสนุนที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาชีพในระดับที่สูงขึ้นเข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 7 ท่าน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบุคลากรในการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับมาตรฐานการปฏิบัติงานและการจัดการศึกษาของสถาบันให้มีความเป็นเลิศในทุกๆ ด้านอย่างแท้จริง

มหาวิทยาลัยนเรศวรได้เล็งเห็นถึงความสำคัญอย่างยิ่งในการสนับสนุนการขอตำแหน่งทางวิชาการของบุคลากรสายวิชาการและการขอตำแหน่งทางวิชาชีพของบุคลากรสายสนับสนุน ซึ่งถือเป็น ปัจจัยสำคัญของความสำเร็จในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา และการพัฒนาศักยภาพของมหาวิทยาลัยให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้นในระดับสากล เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางการเจริญเติบโตและการแข่งขันทางวิชาการในยุคปัจจุบัน

จากความสำคัญดังกล่าว มหาวิทยาลัยจึงได้กำหนด นโยบายในการติดตามความก้าวหน้าการขอตำแหน่งทางวิชาการ ของบุคลากรสายวิชาการและการขอตำแหน่งทางวิชาชีพของบุคลากรสายสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การบริหารงานภายในองค์กรสอดคล้องกับวิสัยทัศน์และพันธกิจในด้านต่างๆ ของมหาวิทยาลัย พร้อมทั้งขับเคลื่อนสถาบันให้สามารถแข่งขันทางด้านวิชาการได้ทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติอย่างมั่นคง

การดำเนินงานและการพัฒนาศักยภาพบุคลากรทุกกลุ่มยังเชื่อมโยงกับการขับเคลื่อนพันธกิจด้านความยั่งยืน โดยเฉพาะการให้ความสำคัญกับการจ้างงานที่มีคุณค่า การเติบโตทางเศรษฐกิจ และการสร้างความเท่าเทียม การส่งเสริมศักยภาพและการเปิดโอกาสให้บุคลากรทุกเพศสามารถเติบโตในสายอาชีพได้อย่างเท่าเทียม จึงเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งและการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับองค์กร

สอดคล้องกับข้อมูลสถิติด้านบุคลากรของมหาวิทยาลัยนเรศวร ทั้งในส่วนของผู้บริหารและบุคลากร ประจำปีการศึกษา 2568 ที่มีจำนวนบุคลากรทั้งสิ้น 5,028 คน (แบ่งเป็นบุคลากรหญิง 3,381 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 67.24 และบุคลากรชาย 1,647 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 32.76) ซึ่งในจำนวนนี้ประกอบด้วย บุคลากรสายวิชาการจำนวน 1,491 คน โดยมีผู้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ 828 คน และเมื่อเจาะลึกเฉพาะกลุ่มที่มีตำแหน่งทางวิชาการระดับ ศ., รศ., ผศ. พบว่าเป็น บุคลากรเพศหญิงจำนวน 473 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 54.8 ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึง บทบาทสำคัญของผู้หญิง ในการร่วมขับเคลื่อนภารกิจด้านวิชาการและการพัฒนาวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยให้บรรลุผลสำเร็จ

ความสำเร็จของบุคลากรทุกท่านในวันนี้ ไม่เพียงแต่เป็นความภาคภูมิใจส่วนบุคคลเท่านั้น แต่ยังตอกย้ำถึงศักยภาพอันทรงคุณค่าและการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความทุ่มเท ซึ่งสะท้อนผ่าน บทบาทของบุคลากรหญิง ในการร่วมขับเคลื่อนภารกิจของมหาวิทยาลัยให้บรรลุผลสำเร็จตามวิสัยทัศน์และพันธกิจที่ได้วางไว้ในทุกมิติอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อร่วมกันพัฒนาสังคมอุตสาหกรรม การศึกษา และประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืนสืบไป

ม.นเรศวร ชื่นชมความสำเร็จผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ชูนวัตกรรมเพิ่มคุณค่า ขับเคลื่อนสังคมยั่งยืน

วันจันทร์ที่ 24 พฤศจิกายน 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยงานบริการวิชาการ คณะวิทยาศาสตร์ ร่วมแสดงความยินดีกับความสำเร็จของนิสิตและคณาจารย์ผู้พัฒนานวัตกรรม ซึ่งได้รับการพิจารณาสนับสนุนทุนจากโครงการยุววิสาหกิจเริ่มต้น มูลค่ารวม 100,000 บาท ในพิธีมอบทุนและแถลงความสำเร็จของโครงการ ณ ห้องลุมพินี แกรนด์ ฮอลล์ ชั้น 10 โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ลุมพินี กรุงเทพมหานคร

การผลักดันผลงานวิจัยสู่การเป็นผู้ประกอบการรุ่นใหม่นี้ เป็นการส่งเสริม การเติบโตทางเศรษฐกิจ ที่ครอบคลุมและยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการสร้างงานที่มีคุณค่าและการสนับสนุนวิสาหกิจเริ่มต้นให้มีศักยภาพในการแข่งขันระดับสากล ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจของประเทศด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม

ความสำเร็จในครั้งนี้ยังสะท้อนถึงการสร้าง เครือข่ายความร่วมมือ ที่เข้มแข็งระหว่างสถาบันการศึกษาและกองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อร่วมกันสนับสนุนทรัพยากรและองค์ความรู้ทางวิชาการ อันจะนำไปสู่การพัฒนาระบบนิเวศทางธุรกิจที่เอื้อต่อการสร้างสรรค์เทคโนโลยีใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผลงานนวัตกรรมชิ้นแรกที่ได้รับการสนับสนุนคือ หนังเทียมจากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร ซึ่งเป็นการคิดค้นและพัฒนาโดย นางสาวโศรยา แก้วเพีย นายภัคนันท์ เอี่ยมพิ้ง และนางสาวกุลธิดา ปรางเลิศ ภายใต้การให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิดจาก ผศ.ดร.ศรารัตน์ มหาศรานนท์ และ รศ.ดร.สุกัญญา รอส จากภาควิชาเคมี

นวัตกรรมดังกล่าวมีจุดเด่นในการนำหลักการ เศรษฐกิจหมุนเวียน มาประยุกต์ใช้ เพื่อลดปริมาณขยะอินทรีย์และเพิ่มมูลค่าให้กับวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร โดยตอบโจทย์กระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่าสูงสุด

ผลงานชิ้นที่สองคือ สัตว์แก้บนย่อยสลายได้ ซึ่งเป็นของไหว้ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พัฒนาโดยทีมนิสิต ประกอบด้วย นางสาวพรรษา รักลาย นางสาวปภาดา ดีประเสริฐ และนายณพฤทธิ์ บัวนพคุณ โดยมี ผศ.ดร.ศุภัตรา ประทุมชาติ จากภาควิชาเคมี เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาในการดำเนินโครงการ

การพัฒนารูปแบบเครื่องสักการะนี้ช่วยลดปัญหาขยะสะสมที่เกิดจากพิธีกรรมตามความเชื่อ และสนับสนุนการใช้วัสดุที่สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ การส่งเสริมนวัตกรรมทั้งสองผลงานนี้ล้วนเป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการสร้างสรรค์องค์ความรู้เพื่อขับเคลื่อนสังคมยั่งยืน อย่างเป็นรูปธรรม

ม.นเรศวร สร้างความเข้มแข็งการมีส่วนร่วมของบุคลากรผ่านสภาอาจารย์ หนุนบทบาทองค์กรตัวแทนคุ้มครองสิทธิเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

วันจันทร์ที่ 24 พฤศจิกายน 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดประชุมสภาอาจารย์ ณ ห้องประชุม 310 อาคารสำนักงานอธิการบดี ชั้น 3 โดยที่ประชุมมีมติเลือก ดร.ปริญญา สร้อยทอง อาจารย์ประจำคณะสังคมศาสตร์ ให้ดำรงตำแหน่งประธานสภาอาจารย์ ซึ่งทางมหาวิทยาลัยได้ออกประกาศแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 จนถึงวันที่ 14 พฤศจิกายน 2570

การจัดตั้งสภาอาจารย์ของมหาวิทยาลัยนเรศวรมีรากฐานทางกฎหมายที่ชัดเจน โดยพัฒนาต่อเนื่องมาจากสภาอาจารย์มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พิษณุโลก ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2522 ก่อนจะได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. 2533 หมวด 2 มาตรา 22 ซึ่งกำหนดให้จัดตั้งสภาอาจารย์ขึ้นตามกฎหมาย

สำหรับที่มาของตัวแทนบุคลากรในสภาอาจารย์ มาจากการที่คณาจารย์ประจำของมหาวิทยาลัยร่วมกันคัดเลือกและลงคะแนนเลือกตั้งกรรมการเข้ามาทำหน้าที่ เพื่อเป็นกระบอกเสียงและเป็นตัวแทนของคณาจารย์ทั้งหมดในการขับเคลื่อนกิจการภายในมหาวิทยาลัย

ในด้านการทำหน้าที่พิทักษ์สิทธิและการปฏิบัติงานจริง สภาอาจารย์มีบทบาทสำคัญในการให้คำปรึกษาและข้อเสนอแนะแก่อธิการบดี รวมถึงปฏิบัติภารกิจตามที่อธิการบดีหรือสภามหาวิทยาลัยมอบหมาย โดยยึดมั่นในปรัชญาการทำงานที่มุ่งเน้นการรู้จักและเข้าใจความต้องการของประชาชน เพื่อนำความรู้ไปให้ความช่วยเหลืออย่างแท้จริง

นอกจากสภาอาจารย์แล้ว มหาวิทยาลัยยังให้การรับรององค์กรตัวแทนบุคลากรและนิสิตส่วนอื่นๆ ควบคู่กันไป ได้แก่ สภาข้าราชการ พนักงานและลูกจ้าง มหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการประสานงาน เป็นตัวแทนของบุคลากรสายสนับสนุนในการพิทักษ์สิทธิประโยชน์ พร้อมทั้งให้ข้อเสนอแนะต่อผู้บริหารเพื่อการบริหารงานบุคคลที่เป็นธรรม

ขณะเดียวกัน ยังมีสภานิสิตที่มีบทบาทชัดเจนในการเป็นตัวแทนและการมีส่วนร่วมของนิสิตอย่างแข็งขัน ในการสะท้อนเสียงความต้องการและข้อเสนอแนะต่างๆ ของกลุ่มผู้เรียน เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมในกิจกรรมและการพัฒนาคุณภาพชีวิตภายในมหาวิทยาลัย

การขับเคลื่อนผ่านองค์กรตัวแทนที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการเหล่านี้ สะท้อนถึงการส่งเสริมการจ้างงานที่มีคุณค่าและการสร้างสถาบันที่มีความโปร่งใสตรวจสอบได้ ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อร่วมกันพัฒนามหาวิทยาลัยนเรศวรให้ก้าวหน้าต่อไป

ม.นเรศวร ส่งเสริมสุขภาพบุคลากรวัยทำงาน ลดความเสี่ยงโรค NCDs

วันพฤหัสบดีที่ 20 พฤศจิกายน 2568 เวลา 09.00 น. คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดโครงการ “วัยทำงานปลอดภัย ไร้โรค NCDs” กิจกรรมที่ 1 อบรมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ร่วมกับกิจกรรมวันเบาหวานโลก ในหัวข้อ “ทำงานสุข ลดทุกความเสี่ยง สุขภาพดี เริ่มที่ทำงาน” ณ ลานกิจกรรมสวนสุภรณ์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์รวิสุต เดียวอิศเรศ รองคณบดีฝ่ายกิจการนิสิต เป็นประธานเปิดโครงการ พร้อมด้วยผู้ช่วยศาสตราจารย์ แพทย์หญิงแพรว สุวรรณศรีสุข กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดโครงการ ซึ่งมุ่งเสริมสร้างความรู้และพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสมแก่บุคลากรและผู้สนใจ

ภายในงานมีการอบรมเชิงปฏิบัติการให้ความรู้เกี่ยวกับโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ แพทย์หญิงศรินยา สัทธานนท์ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ แพทย์หญิงแพรว สุวรรณศรีสุข เพื่อให้ผู้เข้าร่วมเข้าใจปัจจัยเสี่ยง แนวทางป้องกันโรค และการดูแลสุขภาพของตนเองอย่างเหมาะสม

นอกจากนี้ งานบริการปฐมภูมิและสร้างเสริมสุขภาพได้จัดเสวนาเรื่อง “ทำงานสุข ลดทุกความเสี่ยง สุขภาพดี เริ่มที่ทำงาน” เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและแนวทางการสร้างเสริมสุขภาวะในสถานที่ทำงานอย่างรอบด้าน

ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้เรียนรู้ผ่านฐานกิจกรรมที่หลากหลาย อาทิ การใช้แอปพลิเคชันด้านสุขภาพ การนับปริมาณแป้งและพลังงานในอาหาร การสังเกตปริมาณน้ำตาลในเครื่องดื่ม และคำแนะนำในการเลือกผลไม้ให้เหมาะสม เพื่อส่งเสริมการตัดสินใจด้านสุขภาพในชีวิตประจำวัน

กิจกรรมยังประกอบด้วยการบริหารร่างกาย Wake Up & Work Smart และกิจกรรมสะท้อนคิด Reflection & Check in ซึ่งช่วยกระตุ้นให้บุคลากรตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพกายและสุขภาพใจ ควบคู่กับการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

การจัดโครงการครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อลดความเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง สนับสนุนให้บุคลากรสามารถดูแลสุขภาพของตนเอง เพื่อนร่วมงาน และครอบครัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้ง ส่งเสริมการปรับสมดุลชีวิตการทำงาน เพื่อนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดี การทำงานอย่างปลอดภัย และความเข้มแข็งขององค์กรอย่างยั่งยืน

ม.นเรศวร มอบทุนขับขี่ปลอดภัย ส่งเสริมวินัยจราจรในรั้วมหาวิทยาลัย

วันพุธที่ 12 พฤศจิกายน 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร ประกาศรายชื่อผู้ได้รับ “ทุนขับขี่ปลอดภัย” ประจำเดือนพฤศจิกายน 2568 ภายใต้กิจกรรม “ขับขี่ปลอดภัย แค่ใส่หมวกกันน็อก = เท่ + ปลอดภัย + มีลุ้นรับรางวัล” เพื่อยกย่องนิสิตต้นแบบที่สวมหมวกกันน็อกและปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างมีวินัย

กิจกรรมดังกล่าวมุ่งสร้างความตระหนักรู้ให้แก่นิสิตว่า การสวมหมวกกันน็อกทุกครั้งที่ขับขี่เป็นการป้องกันความสูญเสีย และเป็นความรับผิดชอบต่อตนเอง เพื่อนร่วมทาง และส่วนรวม

ผู้ได้รับทุนขับขี่ปลอดภัย จำนวน 4 รางวัล รางวัลละ 500 บาท ได้แก่ รถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน 1 กถ 8663 เพชรบูรณ์, 8 กฐ 260 กรุงเทพมหานคร, 2 กฮ 2475 อุบลราชธานี และ 1 กณ 1119 พิจิตร

ผู้ได้รับรางวัลสามารถติดต่อรับทุนได้ ณ งานพัฒนานิสิต กองกิจการนิสิต อาคารขวัญเมือง ตั้งแต่วันที่ประกาศผลถึงวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 โดยจัดเตรียมสำเนาบัตรประชาชน สำเนาบัตรนิสิตหรือเอกสารลงทะเบียนเรียน และสำเนาหน้าบัญชีธนาคารที่เป็นชื่อตนเอง พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง

การมอบทุนเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างแรงจูงใจเชิงบวก เพื่อสนับสนุนให้นิสิตปฏิบัติตนตามหลักความปลอดภัยบนท้องถนนอย่างต่อเนื่อง และร่วมกันสร้างวัฒนธรรมการเดินทางที่เคารพกฎจราจร

มหาวิทยาลัยนเรศวร ส่งเสริมการขับขี่ปลอดภัย เน้นรณรงค์เชิงรุก ผ่านการสื่อสารและกิจกรรมที่เข้าถึงนิสิต เพื่อให้การสวมหมวกกันน็อกเป็นพฤติกรรมปกติในการใช้รถจักรยานยนต์ภายในมหาวิทยาลัย

การมีวินัยจราจรและขับขี่ด้วยความระมัดระวังช่วยลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ สร้างความปลอดภัยแก่ผู้ใช้ถนนทุกคน และสนับสนุนสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่น่าอยู่และยั่งยืน

ม.นเรศวร เร่งจัดเตรียมชุดยาจำเป็นผ่านโครงการ PharmaSea Project ส่งช่วยผู้ประสบอุทกภัยหาดใหญ่

วันอังคารที่ 25 พฤศจิกายน 2568 คณาจารย์ บุคลากร และนิสิตคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกันคัดแยกและจัดเตรียมยาจำเป็น ภายใต้ โครงการจัดการยาเหลือใช้ (PharmaSea Project) เพื่อส่งมอบให้ผู้ประสบอุทกภัยในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยการดำเนินงานครั้งนี้มุ่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้สามารถเข้าถึงยาที่จำเป็นได้อย่างทันท่วงที พร้อมส่งเสริมการใช้ทรัพยากรทางการแพทย์อย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เภสัชกรดำรงศักดิ์ เป๊กทอง อาจารย์ประจำภาควิชาเภสัชกรรมปฏิบัติ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เปิดเผยว่า โครงการได้ประสานข้อมูลกับทีมแพทย์ พยาบาล และหน่วยงานที่ดูแลผู้ประสบภัยในพื้นที่ เพื่อประเมินความต้องการด้านยาและเวชภัณฑ์ก่อนดำเนินการจัดส่ง โดยยาที่มีความจำเป็นเร่งด่วน ได้แก่ ยากันน้ำกัดเท้า เบตาดีน แอลกอฮอล์ และผงเกลือแร่ รวมถึงยาประจำตัวของผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่จำเป็นต้องใช้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้ที่พักอาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงและไม่สามารถเดินทางกลับบ้านหรือเข้ารับบริการที่โรงพยาบาลได้

การจัดเตรียมยาในครั้งนี้เป็นการนำ ยาเหลือใช้ที่ผ่านการคัดแยกและตรวจสอบคุณภาพ มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยดำเนินการภายใต้หลักการบริหารจัดการยาอย่างถูกต้องและปลอดภัย ช่วยให้ทรัพยากรทางการแพทย์ที่ยังสามารถใช้งานได้ถูกส่งต่อไปยังผู้ที่มีความจำเป็น ลดการสูญเสียทรัพยากร และลดปริมาณของเสียที่อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ตลอดระยะเวลากว่า 5 ปี โครงการ PharmaSea Project ได้ดำเนินการรวบรวมยาเหลือใช้จากประชาชนและหน่วยงานต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ผ่าน 3 ช่องทางหลัก ได้แก่ การรับบริจาคจากประชาชน การลงพื้นที่เก็บยาในชุมชนเพื่อสร้างความรู้ด้านการจัดการยาเหลือใช้ และการติดตั้งกล่องรับบริจาคตามโรงพยาบาล ก่อนนำยามาคัดแยก ตรวจสอบ และจัดเตรียมสำหรับส่งต่อไปยังพื้นที่ที่ขาดแคลนยาและเวชภัณฑ์

ที่ผ่านมา โครงการได้ส่งมอบยาไปช่วยเหลือโรงพยาบาลชายแดน ศูนย์อพยพ และพื้นที่ที่ประสบเหตุภัยพิบัติหลายแห่ง ความพร้อมของคลังยาที่ได้รับการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ ทำให้สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็ว เมื่อเกิดเหตุอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ คณะเภสัชศาสตร์จึงสามารถจัดเตรียมยาและประสานการส่งมอบให้ตรงกับความต้องการของผู้ประสบภัยได้ในเวลาอันรวดเร็ว

การดำเนินงานของโครงการสะท้อนถึง ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย บุคลากรทางการแพทย์ หน่วยงานภาครัฐ จิตอาสา และประชาชน ในการบริหารจัดการยาเหลือใช้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งสนับสนุนการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพของผู้ประสบภัย ลดการสูญเสียทรัพยากรทางการแพทย์ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือเพื่อช่วยเหลือสังคมในสถานการณ์วิกฤติ

คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ขอเชิญชวนประชาชนร่วม ส่งต่อพลังแห่งการแบ่งปัน ด้วยการบริจาคยาเหลือใช้ผ่าน โครงการ PharmaSea Project เพื่อรวบรวม คัดแยก และส่งต่อให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยและพื้นที่ขาดแคลนทั่วประเทศ โดยทุกการบริจาคมีส่วนช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงยาที่จำเป็น ลดการสูญเสียทรัพยากร และสร้างระบบการใช้ทรัพยากรทางการแพทย์ที่เกิดประโยชน์ต่อสังคมอย่างยั่งยืน

ผู้สนใจสามารถบริจาคยาเหลือใช้ได้ที่
โครงการ PharmaSea Project (รับบริจาคยาเหลือใช้)
คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
ตำบลท่าโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก 65000
โทรศัพท์ 0 5596 3747

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin