ม.นเรศวร ส่งต่อรอยยิ้มสู่ชุมชน นำนิสิตทันตแพทย์ลงพื้นที่โรงเรียนบ้านมุงเพื่อความยั่งยืน

วันเสาร์ที่ 20 ธันวาคม 2568 นิสิตคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้เดินทางลงพื้นที่เพื่อเข้าร่วม กิจกรรมชุมชนสัมพันธ์สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน โดยดำเนินการให้บริการด้านสุขภาพช่องปากและฟันแก่ประชาชนในระดับชุมชน

การออกหน่วยให้บริการในครั้งนี้ จัดขึ้นภายใต้การดำเนินงานของ โครงการค่ายบูรณาการ 6 ณ โรงเรียนบ้านมุง อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเป็นพื้นที่เป้าหมายในการกระจายโอกาสการเข้าถึงบริการสาธารณสุขเชิงรุก

กิจกรรมดังกล่าวเปิดโอกาสให้นิสิตได้นำองค์ความรู้ทางวิชาชีพมาปฏิบัติจริง เพื่อดูแลสุขภาพและสวัสดิภาพของคนในท้องถิ่น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างชุมชนที่มีสุขภาวะที่ดีและมีคุณภาพชีวิตที่สมบูรณ์

การกระจายการบริการทางการแพทย์และการให้ความรู้สู่พื้นที่ห่างไกล ถือเป็นกลไกสำคัญเพื่อส่งเสริมสุขภาวะและลดความเหลื่อมล้ำด้านสุขภาพช่องปากอย่างยั่งยืน ทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการดูแลรักษาที่มีมาตรฐานได้อย่างเท่าเทียมกัน

การดำเนินโครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงเจตนารมณ์ของ โรงเรียนทันตแพทย์เพื่อตอบสนองความต้องการของสังคม ที่สนับสนุนให้นิสิตเรียนรู้ผ่านการลงพื้นที่จริง เพื่อทำความเข้าใจบริบทและช่วยบรรเทาปัญหาของชุมชน

นอกเหนือจากการให้บริการทางทันตกรรม นิสิตที่เข้าร่วมกิจกรรมยังได้รับการปลูกฝังจิตสำนึกสาธารณะ การเสียสละ และทักษะการทำงานร่วมกับชุมชน ซึ่งเป็นคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของบุคลากรทางการแพทย์

คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จะยังคงสานต่อภารกิจด้านการบริการวิชาการแก่สังคมต่อไป เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการยกระดับมาตรฐานระบบสาธารณสุข และร่วมสร้างสังคมที่ทุกคนมีสุขภาพช่องปากที่ดีควบคู่ไปกับการพัฒนาประเทศอย่างมั่นคง

ม.นเรศวร ซ้อมแผนรับอุบัติภัยหมู่ เสริมความพร้อมรับเหตุฉุกเฉินช่วงเทศกาล

วันศุกร์ที่ 19 ธันวาคม 2568 เวลา 14.00 น. โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร จัดการจำลองสถานการณ์อุบัติภัยหมู่แบบเสมือนจริง ณ แผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉิน เพื่อทดสอบความพร้อมของระบบรับผู้ป่วยฉุกเฉินและการปฏิบัติงานของทีมที่เกี่ยวข้อง

การซ้อมแผนจัดขึ้นเพื่อ ส่งเสริมความพร้อมของบุคลากรทางการแพทย์ในการรับมือเหตุฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเทศกาล รวมทั้งทบทวนบทบาท หน้าที่ และแนวทางปฏิบัติของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อเกิดเหตุอุบัติภัยหมู่

บุคลากรจากหน่วยงานต่าง ๆ ได้ฝึกปฏิบัติตามบทบาทในสถานการณ์จำลอง ตั้งแต่การคัดแยกผู้ป่วย การดูแลรักษาเบื้องต้น และการจัดระบบบริการ เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบเหตุเป็นไปอย่างรวดเร็วและทันท่วงที

การฝึกซ้อมยังครอบคลุมการเตรียมเครื่องมือ เวชภัณฑ์ และยา ตลอดจนการบริหารจัดการทรัพยากรทางการแพทย์ให้เพียงพอและเหมาะสมกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีผู้ได้รับผลกระทบจำนวนมาก

นอกจากนี้ ยังเน้นการติดต่อสื่อสารและการประสานงานระหว่างทีมภายในโรงพยาบาลกับเครือข่ายภายนอก รวมถึงทีมกู้ชีพฉุกเฉิน เพื่อให้การส่งต่อและช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติภัยดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ

การจำลองสถานการณ์ช่วยเสริมทักษะ ความมั่นใจ และความแม่นยำในการตัดสินใจของบุคลากร เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องตามขั้นตอนและมาตรฐานเมื่อเกิดเหตุการณ์จริง

การซ้อมแผนครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวรในการยกระดับความปลอดภัยด้านสุขภาพ สร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายบริการฉุกเฉิน และให้ประชาชนได้รับบริการที่ปลอดภัยและมีคุณภาพ

ม.นเรศวร จับมือ WelO ส่งเสริมการเดินทางด้วยมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า สู่มหาวิทยาลัยและเมืองที่ยั่งยืน

วันพุธที่ 18 มิถุนายน 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกับ WelO แพลตฟอร์มมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าสาธารณะ เปิดให้บริการยานพาหนะทางเลือกภายในมหาวิทยาลัย เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเดินทางของนิสิต บุคลากร และประชาชนทั่วไป พร้อมส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการเดินทางในชีวิตประจำวัน

มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า WelO เปิดให้บริการ ตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีจุดจอด มากกว่า 300 จุด ครอบคลุมพื้นที่ภายในมหาวิทยาลัย ผู้ใช้งานสามารถเลือกจุดรับและคืนรถให้เหมาะกับเส้นทางของตน ช่วยเชื่อมต่อการเดินทางระหว่างอาคารเรียน สำนักงาน และพื้นที่ให้บริการต่าง ๆ ได้สะดวกยิ่งขึ้น

บริการดังกล่าวเป็นอีกทางเลือกสำหรับการเดินทางระยะสั้นภายในมหาวิทยาลัย โดยผู้ใช้งานไม่ต้องเติมน้ำมันหรือชาร์จแบตเตอรี่ด้วยตนเอง การมีระบบยานพาหนะสาธารณะที่เข้าถึงได้ยังช่วยลดความจำเป็นในการนำรถส่วนบุคคลเข้ามาใช้ในบางเส้นทาง และเพิ่มทางเลือกในการจัดการค่าเดินทางประจำวัน

การใช้มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าช่วยส่งเสริมการเดินทางที่ ไม่สร้างมลพิษจากท่อไอเสียขณะใช้งาน จึงมีส่วนช่วยลดการปล่อยควันและฝุ่นละอองในพื้นที่มหาวิทยาลัย ทั้งยังสอดคล้องกับแนวทางลดการใช้เชื้อเพลิงน้ำมันและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคการขนส่ง

ความร่วมมือนี้สนับสนุนแนวทางของมหาวิทยาลัยในการบริหารจัดการการเดินทางและพื้นที่จอดรถให้เหมาะสม เมื่อมีทางเลือกในการเดินทางภายในพื้นที่เพิ่มขึ้น มหาวิทยาลัยสามารถส่งเสริมการใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่า และพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียน การทำงาน และการใช้ชีวิตร่วมกัน

นอกจากนี้ การเปิดให้บริการแก่ประชาชนทั่วไปยังช่วยให้ระบบเดินทางภายในมหาวิทยาลัยเชื่อมโยงกับการเดินทางของผู้มาใช้บริการจากภายนอก ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับภาคเอกชนจึงเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนารูปแบบการเดินทางที่ตอบโจทย์ทั้งผู้ใช้งานและการดูแลสิ่งแวดล้อมในพื้นที่

การมีบริการมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องยังเปิดโอกาสให้นิสิตและบุคลากรปรับพฤติกรรมการเดินทาง โดยพิจารณาใช้ยานพาหนะร่วมกันในเส้นทางที่เหมาะสม ควบคู่กับการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ แนวทางดังกล่าวช่วยสร้างความตระหนักถึงผลกระทบของการเดินทางต่อคุณภาพอากาศและสภาพภูมิอากาศ

มหาวิทยาลัยนเรศวรมุ่งส่งเสริมระบบการเดินทางที่สะดวก เข้าถึงได้ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การให้บริการ WelO จึงเป็นอีกก้าวของการพัฒนาพื้นที่มหาวิทยาลัยให้รองรับวิถีชีวิตที่ยั่งยืน พร้อมเป็นแนวทางสำหรับการขยายความร่วมมือด้านการเดินทางสะอาดในระดับชุมชนและเมืองต่อไป

ม.นเรศวร จัดกิจกรรมจิตอาสาคัดแยกยาส่งต่อความช่วยเหลือผู้ประสบภัยชายแดนไทย–กัมพูชา

วันเสาร์ที่ 20 ธันวาคม 2568 คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร นำโดยผู้บริหาร คณาจารย์ และบุคลากร ได้ร่วมแรงร่วมใจดำเนินกิจกรรมจิตอาสาคัดแยกยาเหลือใช้ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับนำไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์อย่างสูงสุด

การดำเนินงานในครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญเพื่อรวบรวมและจัดหมวดหมู่เวชภัณฑ์ที่ยังมีคุณภาพดี เพื่อเตรียมนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งกำลังได้รับผลกระทบอย่างหนักและต้องอพยพหนีภัยการสู้รบออกจากที่อยู่อาศัย

เวชภัณฑ์ที่ผ่านกระบวนการคัดกรองอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ จะถูกนำไปมอบให้กับศูนย์พักพิงชั่วคราวในเขตพื้นที่ จังหวัดศรีสะเกษ โดยได้รับการสนับสนุนจาก ทีมงานอาสาเมืองสองแคว ที่ให้ความอนุเคราะห์เป็นตัวแทนในการขนส่งทรัพยากรไปยังพื้นที่เป้าหมาย

การปฏิบัติภารกิจนี้ถือเป็นการสนับสนุนระบบสาธารณสุขเชิงรุก เพื่อสร้างหลักประกันว่าประชาชนที่อยู่ในภาวะวิกฤตจะสามารถเข้าถึงยารักษาโรคที่จำเป็น อันเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนและส่งเสริมสุขภาวะที่ดีให้แก่ผู้ประสบภัย

พร้อมกันนี้ การกระจายทรัพยากรทางการแพทย์สู่พื้นที่ห่างไกลยังเป็นกลไกสำคัญในการลดช่องว่างด้านสาธารณสุข ทำให้กลุ่มผู้เปราะบางและผู้อพยพได้รับการดูแลรักษาสุขภาพขั้นพื้นฐานอย่างเท่าเทียมและเหมาะสมตามหลักมนุษยธรรม

คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ขอเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองในการส่งมอบกำลังใจและความช่วยเหลือสู่สังคม โดยมุ่งเน้นการใช้ความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพมาบูรณาการเป็นพันธกิจบริการวิชาการ เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินของประเทศ

การหลอมรวมพลังความสามัคคีในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงปณิธานอันแน่วแน่ของหน่วยงาน ที่พร้อมขับเคลื่อนเจตนารมณ์ “เภสัชกรรมเพื่อสังคม ห่วงใย เคียงข้าง ในทุกวิกฤต” เพื่อสร้างความยั่งยืนด้านสุขภาพให้แก่ประชาชนต่อไป

ม.นเรศวร ส่งนิสิตทันตแพทย์ลงพื้นที่ส่งเสริมสุขภาพช่องปากแก่ชุมชน

วันเสาร์ที่ 20 ธันวาคม 2568 นิสิตคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เข้าร่วมกิจกรรม ชุมชนสัมพันธ์สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ภายใต้โครงการค่ายบูรณาการ 6 ณ โรงเรียนบ้านมุง อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก เพื่อให้บริการด้านสุขภาพช่องปากแก่ประชาชนในพื้นที่

กิจกรรมดังกล่าวมุ่งให้นิสิตได้นำความรู้และทักษะทางทันตแพทยศาสตร์ไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานจริง ร่วมเรียนรู้บริบทของชุมชน และสร้างความเข้าใจถึงปัจจัยที่มีผลต่อสุขภาพช่องปากของประชาชนในแต่ละพื้นที่

การลงพื้นที่ให้บริการสุขภาพช่องปากช่วยสนับสนุนให้ประชาชนได้รับคำแนะนำและการดูแลสุขภาพเบื้องต้นอย่างเหมาะสม รวมทั้งสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลช่องปาก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการมีสุขภาพที่ดีในระยะยาว

โครงการค่ายบูรณาการ 6 ยังเปิดโอกาสให้นิสิตได้พัฒนาทักษะการสื่อสาร การทำงานเป็นทีม และความรับผิดชอบต่อสังคม ผ่านการทำงานร่วมกับชุมชนและหน่วยงานในพื้นที่อย่างใกล้ชิด

การดำเนินกิจกรรมสะท้อนแนวทางของ โรงเรียนทันตแพทย์เพื่อตอบสนองความต้องการของสังคม ที่มุ่งนำองค์ความรู้และทรัพยากรของมหาวิทยาลัยไปสนับสนุนการดูแลสุขภาพของประชาชน โดยคำนึงถึงความต้องการและบริบทของชุมชนเป็นสำคัญ

นอกจากนี้ การเข้าถึงบริการและความรู้ด้านสุขภาพช่องปากในพื้นที่ชุมชน ยังเป็นการสร้างโอกาสให้ประชาชนได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง ลดข้อจำกัดด้านการเข้าถึงบริการสุขภาพ และส่งเสริมการป้องกันปัญหาสุขภาพช่องปากตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

กิจกรรมครั้งนี้จึงเป็นอีกส่วนสำคัญในการ ส่งเสริมสุขภาวะและลดความเหลื่อมล้ำด้านสุขภาพช่องปากอย่างยั่งยืน พร้อมปลูกฝังให้นิสิตมีจิตสำนึกในการใช้ความรู้วิชาชีพเพื่อประโยชน์ของสังคมและชุมชนต่อไป

ม.นเรศวร ชวนใช้รถไฟฟ้าภายในมหาวิทยาลัย เดินทางสะดวก ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน

วันจันทร์ที่ 1 ธันวาคม 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร ขอแนะนำบริการ รถไฟฟ้าภายในมหาวิทยาลัยสำหรับนิสิต บุคลากร ผู้มาติดต่อ และประชาชนทั่วไป เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางระหว่างอาคารเรียน หน่วยงาน และพื้นที่ให้บริการต่าง ๆ บนพื้นที่มหาวิทยาลัยกว่า 1,500 ไร่ พร้อมส่งเสริมการใช้ระบบขนส่งส่วนรวมในการเดินทางระยะสั้น

กองอาคารสถานที่ดำเนินการให้บริการรถไฟฟ้าเพื่อรองรับการเดินทางในชีวิตประจำวัน ทั้งการไปเรียน การทำงาน และการติดต่อหน่วยงาน ผู้ใช้บริการสามารถวางแผนการเดินทางได้ผ่าน NU Transit Web Application ซึ่งแสดง ตำแหน่งรถแบบเรียลไทม์ เส้นทาง และจุดรับ–ส่ง พร้อมติดตามตารางเวลาและข่าวสารการเดินรถผ่าน Line Official Account

โดยมหาวิทยาลัยนเรศวร มีเส้นทางรถไฟฟ้า 3 สาย ได้แก่ สายสีแดง สายสีเหลือง และสายสีน้ำเงิน โดยสายสีแดงและสายสีเหลืองระบุช่วงเวลาให้บริการ 07.00–19.30 น. ส่วนสายสีน้ำเงินให้บริการในช่วงเวลาเร่งด่วน เนื่องจากข้อมูลดังกล่าวมาจากเอกสารปี 2566 ผู้โดยสารควรตรวจสอบเส้นทางและเวลาเดินรถปัจจุบันก่อนใช้บริการ

เพื่อให้เห็นขนาดของการให้บริการ หากสายสีแดงและสายสีเหลืองออกทุก 10 นาที ตลอดช่วงเวลา 12 ชั่วโมง 30 นาที จะมีรถประมาณ 75 เที่ยวต่อสายต่อวัน รวมสองสายประมาณ 150 เที่ยวต่อวัน หรือ 3,300 เที่ยวต่อ 22 วันเรียน โดยยังไม่รวมสายสีน้ำเงิน ทั้งนี้ จำนวนเที่ยวดังกล่าวเป็นการประมาณการจากช่วงเวลาและความถี่ที่กำหนดสำหรับการคำนวณ

หากแต่ละเที่ยวมีผู้โดยสารเฉลี่ย 20 คน รถไฟฟ้าสองสายหลักจะรองรับการเดินทางได้ประมาณ 66,000 เที่ยวโดยสารต่อเดือน แสดงให้เห็นว่ารถส่วนรวมสามารถเชื่อมต่อการเดินทางของผู้ใช้พื้นที่มหาวิทยาลัยจำนวนมากได้ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องเดินทางระหว่างอาคารหลายแห่งในแต่ละวัน

รถไฟฟ้า ไม่มีการปล่อยไอเสียจากท่อรถขณะวิ่ง การใช้บริการแทนรถจักรยานยนต์หรือรถยนต์ใช้น้ำมันจึงช่วยลดควันในพื้นที่สัญจร และมีส่วนช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงสำหรับการเดินทางภายในมหาวิทยาลัย

หากการเดินทางตามประมาณการ 66,000 เที่ยวโดยสาร ใช้รถไฟฟ้าแทนรถจักรยานยนต์ใช้น้ำมันในระยะทางเฉลี่ยเที่ยวละ 2 กิโลเมตร จะเทียบเท่ากับการหลีกเลี่ยงการใช้น้ำมันประมาณ 3,300 ลิตรต่อเดือน หรือการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากน้ำมันประมาณ 6.6 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า โดยคำนวณจากอัตราสิ้นเปลือง 40 กิโลเมตรต่อลิตร และค่าการปล่อยของน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E10 ประมาณ 2.01 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อลิตร ผลการลดการปล่อยสุทธิจะขึ้นอยู่กับวิธีเดินทางเดิมของผู้โดยสารและปริมาณไฟฟ้าที่ใช้เดินรถด้วย

บริการรถไฟฟ้าช่วยเพิ่มทางเลือกให้ผู้เดินทางภายในมหาวิทยาลัย ขณะที่ข้อมูลตำแหน่งรถและเส้นทางช่วยให้วางแผนเวลาได้สะดวกขึ้น เมื่อมีการใช้รถส่วนรวมในเส้นทางที่เหมาะสม ก็สามารถลดความจำเป็นในการนำรถส่วนบุคคลไปยังแต่ละอาคาร และสนับสนุนการจัดการพื้นที่สัญจรและพื้นที่จอดรถให้มีประสิทธิภาพ

มหาวิทยาลัยนเรศวรเชิญชวนนิสิต บุคลากร ผู้มาติดต่อ และประชาชนทั่วไป ตรวจสอบเส้นทางและใช้บริการรถไฟฟ้าภายในมหาวิทยาลัย เพื่อความสะดวกในการเดินทาง พร้อมร่วมลดการใช้เชื้อเพลิงและดูแลคุณภาพอากาศภายในมหาวิทยาลัย

ม.นเรศวร จับมือภาคีเครือข่ายสาธารณสุข วางแนวทางดูแลสุขภาพจิตนิสิต มุ่งสร้างสังคมแห่งสุขภาวะที่ยั่งยืน

วันเสาร์ที่ 19 ธันวาคม 2569 กองกิจการนิสิต มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกับ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก และ ศูนย์สุขภาพจิตที่ 2 จัดการประชุมหารือเพื่อกำหนดแนวทางการดูแลสุขภาพจิตของนิสิตอย่างบูรณาการ โดยมี นายกัณต์กวี วิมุติ รักษาการผู้อำนวยการกองกิจการนิสิต เป็นประธานการประชุม ณ ห้องประชุมนเรศวร 301 อาคารสำนักงานอธิการบดี

การประชุมในครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายสำคัญเพื่อวางระบบการดูแลสวัสดิภาพทางอารมณ์และจิตใจของนักศึกษาให้มีประสิทธิภาพและครอบคลุมในทุกมิติ ซึ่งสอดคล้องกับการส่งเสริม การมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของทุกคน โดยให้ความสำคัญกับการจัดการความเครียดและปัญหาสุขภาพจิตที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างการศึกษา

แนวทางการดำเนินงานที่ได้หารือร่วมกันนั้น ครอบคลุมตั้งแต่ การดูแลเชิงป้องกัน ซึ่งเป็นการสร้างความตระหนักรู้และเตรียมความพร้อมให้แก่นิสิตในการรับมือกับสภาวะความกดดันต่าง ๆ ก่อนที่จะลุกลามเป็นปัญหาด้านสุขภาพจิตที่รุนแรง

นอกจากนี้ยังมุ่งเน้น การส่งเสริมสุขภาพและทักษะการจัดการอารมณ์ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งทางจิตใจให้แก่นิสิต สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ในรั้วมหาวิทยาลัย และมีภูมิคุ้มกันในการเผชิญกับความท้าทายทั้งในด้านการเรียนและการใช้ชีวิตประจำวัน

ในส่วนของการช่วยเหลือเมื่อเกิดวิกฤต ที่ประชุมได้วางมาตรการด้าน การให้คำปรึกษาและช่วยเหลือด้านจิตวิทยา โดยมุ่งเน้นการสร้าง สภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและครอบคลุม ภายในสถานศึกษา เพื่อให้นิสิตทุกคนสามารถเข้าถึงแหล่งสนับสนุนทางอารมณ์และเครือข่ายวิชาชีพด้านสุขภาพจิตได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว

ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างมหาวิทยาลัยและหน่วยงานสาธารณสุขระดับจังหวัดในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้เรียน เพื่อรับประกันว่านิสิตจะสามารถใช้ชีวิตและเรียนรู้ได้อย่างมีคุณภาพ ภายใต้การดูแลที่เหมาะสมและได้มาตรฐานจากผู้เชี่ยวชาญ

การบูรณาการความร่วมมือดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นตั้งใจของมหาวิทยาลัยนเรศวร ในการดูแลสวัสดิภาพของนิสิตอย่างรอบด้าน พร้อมทั้งเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้เกิดระบบสนับสนุนด้านสุขภาพจิตที่ยั่งยืน เพื่อสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ที่มีความสุขและพร้อมเติบโตเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพของสังคมต่อไป

ม.นเรศวร ต้อนรับนิสิตสาธารณสุขศาสตร์ ศึกษาดูงานระบบจัดการน้ำ ยกระดับอนามัยสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

วันพุธที่ 17 ธันวาคม 2568 กองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้ให้การต้อนรับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธนัช กนกเทศ อาจารย์ผู้รับผิดชอบรายวิชา 551161 อนามัยสิ่งแวดล้อมในงานสาธารณสุข พร้อมด้วยนิสิตสาขาอนามัยชุมชน ชั้นปีที่ 1 คณะสาธารณสุขศาสตร์ รวมจำนวน 175 คน ในการเข้าศึกษาดูงานภายในมหาวิทยาลัย

การศึกษาดูงานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจด้านการจัดการทรัพยากรน้ำและสุขาภิบาล ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญในการสร้างเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของทุกคนในสังคม การมีน้ำอุปโภคบริโภคที่ปลอดภัยและการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ได้มาตรฐานคือรากฐานของการป้องกันโรคและยกระดับคุณภาพชีวิต

คณะศึกษาดูงานได้เข้าเยี่ยมชมและศึกษาขั้นตอนการดำเนินงานของระบบสาธารณูปโภคภายในมหาวิทยาลัย โดยเริ่มต้นจากการเรียนรู้ เทคโนโลยีการผลิตน้ำประปาของมหาวิทยาลัย เพื่อทำความเข้าใจกระบวนการปรับปรุงคุณภาพน้ำดิบให้กลายเป็นน้ำประปาที่สะอาด ปลอดภัย และได้มาตรฐานสำหรับการใช้งานของบุคลากรและนิสิต

จากนั้น นิสิตได้ลงพื้นที่ศึกษาการทำงานของ สถานีบำบัดน้ำเสียและระบบจัดการคุณภาพน้ำ ซึ่งมหาวิทยาลัยได้ให้ความสำคัญกับการบำบัดน้ำทิ้งอย่างเป็นระบบก่อนปล่อยคืนสู่แหล่งน้ำธรรมชาติหรือนำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและดูแลสุขอนามัยของชุมชนโดยรอบ

ภายในกิจกรรมได้มีการร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้าน การบริหารจัดการน้ำสะอาดและน้ำเสีย ระหว่างวิทยากรประจำหน่วยงานและกลุ่มนิสิต เพื่อให้เกิดความเข้าใจเชิงปฏิบัติอย่างถ่องแท้ และสามารถนำทฤษฎีในห้องเรียนมาเชื่อมโยงกับกระบวนการทำงานจริงในระดับองค์กร

การลงพื้นที่ปฏิบัติการจริงในครั้งนี้ ช่วยยกระดับทักษะด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมอย่างรอบด้านให้แก่นิสิตสาขาอนามัยชุมชน ซึ่งจะเป็นการเตรียมความพร้อมและสร้างแรงบันดาลใจให้แก่นิสิตในการเติบโตเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนงานด้านสาธารณสุขของประเทศในอนาคต

กองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร ขอขอบคุณคณาจารย์และนิสิตที่ให้เกียรติเข้าศึกษาดูงาน พร้อมทั้งหวังเป็นอย่างยิ่งว่าองค์ความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับจากการเยี่ยมชมระบบปฏิบัติการจริง จะเป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้และการพัฒนาวิชาชีพด้านสาธารณสุขต่อไป

ม.นเรศวร ต้อนรับคณะศึกษาดูงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม เรียนรู้ระบบผลิตน้ำประปาและบำบัดน้ำเสียเพื่อการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน

วันศุกร์ที่ 24 ตุลาคม 2568 รองศาสตราจารย์ ดร.พนัส นัถฤทธิ์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีสารสนเทศ พร้อมด้วย นายรุ่งรัตน์ พระนาค ผู้อำนวยการกองอาคารสถานที่ และคณะ ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการติดตั้ง ระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell) บริเวณดาดฟ้า หลังคาอาคาร และพื้นที่รอบสระสุริโยทัย ภายในมหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อผลิตพลังงานสะอาดสำหรับใช้ภายในมหาวิทยาลัย อันเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

การดำเนินโครงการดังกล่าวสะท้อนความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการส่งเสริม พลังงานสะอาดและพลังงานทดแทน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมยกระดับมหาวิทยาลัยสู่การเป็น มหาวิทยาลัยสีเขียว (Green University) และมหาวิทยาลัยที่ขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งภายในมหาวิทยาลัยจะช่วยเพิ่มสัดส่วนการใช้ พลังงานหมุนเวียน ในการดำเนินงานขององค์กร สนับสนุนการบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดต้นทุนด้านพลังงานไฟฟ้าในระยะยาว และเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงานของมหาวิทยาลัย ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด

นอกจากการใช้ประโยชน์ด้านพลังงานแล้ว โครงการยังเป็น แหล่งเรียนรู้ด้านพลังงานสะอาดและการจัดการสิ่งแวดล้อม สำหรับนิสิต คณาจารย์ และนักวิจัย โดยสามารถนำข้อมูลจากระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ในการศึกษา วิเคราะห์ และพัฒนาองค์ความรู้ด้านพลังงานหมุนเวียน การอนุรักษ์พลังงาน และการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อยกระดับการเรียนการสอนและการวิจัยของมหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยนเรศวรยังให้ความสำคัญกับการบูรณาการองค์ความรู้และการดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายวิชาการ เพื่อแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี นวัตกรรม และแนวปฏิบัติที่ดีด้านพลังงานสะอาด ตลอดจนร่วมกันพัฒนาแนวทางการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความร่วมมือเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

การติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ยังช่วยสนับสนุนการพัฒนาองค์ความรู้ด้านพลังงานหมุนเวียน เปิดโอกาสให้เกิดการศึกษาและติดตามประสิทธิภาพของระบบในสภาพแวดล้อมจริง รวมทั้งเป็นต้นแบบการบริหารจัดการพลังงานที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาอาคารและพื้นที่ของมหาวิทยาลัยให้มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น

การขับเคลื่อนโครงการพลังงานสะอาดจากแสงอาทิตย์ของมหาวิทยาลัยนเรศวร แสดงให้เห็นถึงการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการพลังงาน ควบคู่กับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสร้างต้นแบบมหาวิทยาลัยที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานสะอาดเพื่อประโยชน์ของสังคมและประเทศในระยะยาว

ม.นเรศวร เดินหน้าพัฒนาระบบพลังงานสะอาดด้วยโครงการโซลาร์เซลล์ลอยน้ำ ยกระดับศักยภาพพลังงานหมุนเวียนสู่มหาวิทยาลัยสีเขียว

วันจันทร์ที่ 29 ธันวาคม 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวรเดินหน้าพัฒนาระบบพลังงานภายในมหาวิทยาลัยด้วยการติดตั้ง แผงโซลาร์เซลล์ลอยน้ำ (Floating Solar Panel หรือ Floating PV) บนพื้นที่สระสุริโยทัย ภายในเขตหอพักนิสิต NU Dorm โดยมีจำนวนแผงมากกว่า 3,200 แผ่น เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าสำหรับใช้ในมหาวิทยาลัย และเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนแนวทาง ส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งอยู่ในแผนงานเฟสแรกที่ มุ่งผลิตไฟฟ้ารวมกว่า 12 เมกะวัตต์ โดยประกอบด้วย Floating Solar Panel และ Solar Rooftop ที่ติดตั้งบนอาคารเรียนและอาคารปฏิบัติการต่าง ๆ

การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ลอยน้ำนี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้า เพราะผิวน้ำช่วยลดอุณหภูมิของแผง ทำให้แผงทำงานได้ดีขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดการระเหยของน้ำในบ่อ เป็นผลลัพธ์เชิงสิ่งแวดล้อมที่สนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่า ทั้งยังลดการใช้พื้นที่บนดินและไม่กระทบต่อกิจกรรมภายในมหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยนเรศวรมีพื้นที่แหล่งน้ำรวมกว่า 225 ไร่ คิดเป็น 16.24% ของพื้นที่ทั้งหมด ทำให้มีศักยภาพอย่างมากในการพัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียน โดยใช้ทรัพยากรจากแหล่งน้ำที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โครงการนี้จึงเป็นตัวอย่างของการบริหารพื้นที่อย่างสมดุลระหว่างการใช้งานจริงและการผลิตพลังงานทางเลือก

แหล่งน้ำสำคัญภายในพื้นที่มหาวิทยาลัย ได้แก่ สระเอกกษัตรี (ข้างอาคารจอดรถ ซ้ายมือทางเข้าหอสมุด), สระมณีรัตนา (บริเวณเทเลทับบี้ ตรงข้ามอาคารเอกประสงค์), สระบรมดิลก (ตรงข้ามคณะแพทยศาสตร์), สระสุริโยทัย (พื้นที่หอพักนิสิต NU Dorm), สระสองกษัตริย์ (บริเวณหอพระเทพรัตน์) และ สระสุพรรณกัลยา (ข้างสระว่ายน้ำสุพรรณกัลยา) ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นศักยภาพสำคัญในการพัฒนาระบบพลังงานสะอาดในอนาคต

การใช้พลังงานจาก แสงอาทิตย์ ทั้งในรูปแบบ Floating PV และ Solar Rooftop ไม่เพียงช่วยลดต้นทุนค่าไฟฟ้าของมหาวิทยาลัย แต่ยังลดการพึ่งพาพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล ส่งผลให้ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสอดคล้องกับแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่มุ่งเน้นการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

นอกจากนี้ การนำเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนเข้ามาใช้ในพื้นที่การศึกษา ยังช่วยสร้างแบบอย่างที่ดีให้กับนิสิต บุคลากร และสังคม ช่วยเสริมสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์พลังงาน การจัดการทรัพยากร และความสำคัญของการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด ซึ่งเป็นทิศทางสำคัญต่อการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

การเดินหน้าโครงการนี้ยังเป็นการวางรากฐานสู่การขยายศักยภาพด้านพลังงานหมุนเวียนในอนาคต ทั้งในด้านการวิจัย การเรียนการสอน และการพัฒนาพื้นที่ของมหาวิทยาลัยนเรศวรให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้าน พลังงานสะอาดและเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ที่สามารถรองรับการเติบโตของสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin