ม.นเรศวร จัดโครงการ World Stroke Day 2025 มุ่งยกระดับระบบบริการสุขภาพสู่ศูนย์โรคหลอดเลือดสมองครบวงจร

วันจันทร์ที่ 8 ธันวาคม 2568 คณะแพทยศาสตร์ และ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร จัดโครงการ World Stroke Day 2025 รุ่นที่ 1 ภายใต้หัวข้อ “Think Fast, Act Smart” เพื่อเสริมศักยภาพการดูแลผู้ป่วย Stroke ให้แก่ทีมสหสาขาวิชาชีพ บุคลากรทางการแพทย์ นิสิตแพทย์ และผู้สนใจ เพื่อขับเคลื่อนการดูแลผู้ป่วยอย่างมีคุณภาพ

การดำเนินกิจกรรมในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ผศ.พญ.พิริยา นฤขัตรพิชัย คณบดีคณะแพทยศาสตร์ เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย ผศ.พญ.ดวงนภารุ่งพิบูลย์โสภิษฐ์ หัวหน้าสาขาวิชาประสาทวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ เป็นผู้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ ณ ห้องประชุมเอกาทศรถ 9 ชั้น 3 อาคารสิรินธร โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร

โครงการดังกล่าวจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีโดยคณะกรรมการสหสาขาวิชาชีพโรคหลอดเลือดสมอง และสาขาวิชาประสาทวิทยา เพื่อให้บุคลากรได้รับองค์ความรู้ใหม่ที่ทันสมัยเกี่ยวกับการวินิจฉัยและการดูแลรักษา ซึ่งเป็นการสนับสนุนการสร้างหลักประกันการมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนเพื่อลดความสูญเสียด้านสาธารณสุข

กิจกรรมมุ่งเน้นการเพิ่มศักยภาพบุคลากรให้สามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ภายใต้แนวคิด Think Fast เพื่อให้สามารถวินิจฉัยโรคได้อย่างรวดเร็ว และ Act Smart เพื่อให้บริการตามระบบ Stroke Fast Track อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งกลไกเหล่านี้ช่วยลดอัตราการเสียชีวิตและความพิการในผู้ป่วยอย่างยั่งยืน

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร ได้รับรางวัลทั้งระดับชาติและนานาชาติจากความสำเร็จในการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง โดยมีความพร้อมของทีมอาจารย์แพทย์และทีมสหสาขาวิชาชีพที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ส่งผลให้ระบบการให้บริการมีความครอบคลุมและเกิดผลลัพธ์ที่ดีต่อคนไข้

ปัจจุบัน โรงพยาบาลได้ยกระดับความสามารถด้านการรักษาอย่างต่อเนื่อง โดยมีประสาทศัลยแพทย์อนุสาขารังสีร่วมรักษาเข้าร่วมทีม ช่วยเพิ่มศักยภาพในการให้บริการ Thrombectomy ทำให้โรงพยาบาลมีความพร้อมก้าวสู่การเป็น ศูนย์โรคหลอดเลือดสมองครบวงจร ตามมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข ผ่านความร่วมมือของเครือข่ายสหสาขาวิชาชีพเพื่อรองรับผู้ป่วยในระดับภูมิภาค

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวกำหนดจัดขึ้นจำนวน 2 รุ่น โดยผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมโครงการ World Stroke Day 2025 รุ่นที่ 2 ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 22 ธันวาคม 2568 ถือเป็นการขยายผลการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและการผนึกกำลังเครือข่ายวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์ระบบสาธารณสุขให้มีความมั่นคงต่อไป

ม.นเรศวร ร่วมงาน FoodX 2025 เชื่อมงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์

วันพุธที่ 3 ธันวาคม 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร นำโดยศาสตราจารย์ ดร.เภสัชกรหญิงกรกนก อิงคนินันท์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม พร้อมด้วยนางเจนจิต นาคปรีชา ผู้อำนวยการกองการวิจัยและนวัตกรรม นายภวัต ภาชนะ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการกองการถ่ายทอดเทคโนโลยีและบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา และนักวิจัยมหาวิทยาลัยนเรศวร เข้าร่วมงาน FoodX – Business of Food Forum – Premiumisation Day 2025 ณ ห้องบอลรูม ชั้น 1 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

งานดังกล่าวเป็นเวทีเสริมสร้างศักยภาพอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มสำเร็จรูปครบวงจร โดยถ่ายทอดกลยุทธ์ด้านการเพิ่มมูลค่าและความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่

กองการวิจัยและนวัตกรรมได้นำนักวิจัยมหาวิทยาลัยนเรศวรกว่า 13 คน เข้าร่วมกิจกรรม “Table Talk – R&D For Growth” เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และร่วมค้นหาแนวทางการพัฒนาระหว่างนักวิจัย ผู้ประกอบการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ภายในกิจกรรม มีนักวิจัยชั้นนำกว่า 100 คน จากเครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัยชั้นนำ จำนวน 8 มหาวิทยาลัย ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและสร้างเครือข่ายความร่วมมือ ซึ่งช่วยเชื่อมโยงศักยภาพด้านการวิจัย เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมในระดับประเทศ

กองการถ่ายทอดเทคโนโลยีและบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา ร่วมกับผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณิชากร คอนดี คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เจ้าของผลงาน “Biosurfactant สารลดแรงตึงผิวชีวภาพ” และบริษัท Origgin Ventures ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินงาน Venture Co-Creation ร่วมกับมหาวิทยาลัยนเรศวร ได้หารือกับภาคเอกชนเกี่ยวกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบ

การหารือกับคุณจิรศักดิ์ โรจนวงศ์ เจ้าของธุรกิจบริษัท นาโนโพลิส จำกัด และที่ปรึกษาด้านการจัดการนวัตกรรม มุ่งเน้นการนำผลิตภัณฑ์ต้นแบบไปทดสอบกับกลุ่มลูกค้า เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาประกอบการพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกัน ขณะเดียวกัน ได้หารือกับคุณวศิน รุ่งนิรันดรกุล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนา บริษัท นีโอ แฟคทอรี่ จำกัด และทีมงาน เกี่ยวกับการนำ Biosurfactant ไปทดสอบในผลิตภัณฑ์ของบริษัท

การเชื่อมโยงนักวิจัยกับภาคเอกชนในลักษณะดังกล่าวเป็นการเสริมสร้างระบบนิเวศนวัตกรรม ตั้งแต่การพัฒนาผลงานวิจัย การทดสอบต้นแบบ การรับฟังข้อมูลจากตลาด ไปจนถึงการต่อยอดสู่การผลิตและการใช้ประโยชน์จริง อันช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทย

การเข้าร่วมงาน FoodX 2025 สะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการสร้างความร่วมมือระดับประเทศ เพื่อ ผลักดันงานวิจัยของไทยสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์อย่างแท้จริง สนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านนวัตกรรมอาหาร การสร้างมูลค่าเพิ่มแก่ผลิตภัณฑ์ และการเติบโตของเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง

ม.นเรศวร พัฒนานวัตกรรม I-Sec Technology ยกระดับโปรตีนทางเลือกจากแมงสะดิ้งและไก่ สู่การผลิตอาหารแห่งอนาคตอย่างยั่งยืน

วันพุธที่ 10 ธันวาคม 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร โดย รองศาสตราจารย์ ดร.ขนิษฐา รุตรัตนมงคล ร่วมกับบริษัท ไทย เอนโท ฟู้ด จำกัด พัฒนา I-Sec Technology นวัตกรรมการสกัดโปรตีนจาก แมงสะดิ้ง (Acheta domesticus) และชิ้นส่วนไก่เหลือใช้ เพื่อเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบ ลดของเสียจากอุตสาหกรรมอาหาร และผลิตโปรตีนเข้มข้นที่มีความปลอดภัยและคุณค่าทางโภชนาการสูง รองรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มแห่งอนาคต

การพัฒนานวัตกรรมครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้การสนับสนุนของ คณะกรรมการนโยบายและอำนวยการพัฒนาเพื่อเสริมความมั่นคงของชาติ (นพช.) โดยมีเป้าหมายในการยกระดับจิ้งหรีดและชิ้นส่วนไก่เหลือใช้ให้เป็น “Super Protein” ที่ได้มาตรฐานสากล สอดคล้องกับแนวคิด เศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy) และสามารถตอบโจทย์ความท้าทายด้านความมั่นคงทางอาหารของโลกในอนาคต

หัวใจสำคัญของนวัตกรรมคือ I-Sec Technology ซึ่งเป็นเทคโนโลยีแยกโปรตีนจากจิ้งหรีดและไก่แบบอัตโนมัติครบวงจรแห่งแรกของโลก สามารถควบคุมอุณหภูมิ อัตราการป้อนวัตถุดิบ และค่าการทำงานต่าง ๆ ได้แบบ Real-time ช่วยให้กระบวนการผลิตมีความแม่นยำ ลดความผิดพลาด และรักษาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ให้มีความสม่ำเสมอ พร้อมทั้งใช้กระบวนการอุณหภูมิต่ำและสภาวะออกซิเจนต่ำเพื่อคงคุณค่าทางโภชนาการของโปรตีน

เทคโนโลยีดังกล่าวยังช่วยลดการใช้สารเคมี ประหยัดพลังงาน ลดระยะเวลาในการผลิต และใช้วัตถุดิบได้อย่างคุ้มค่าสูงสุด จนสามารถลดของเสียจากกระบวนการผลิตได้เกือบทั้งหมด สอดคล้องกับแนวคิด เทคโนโลยีสีเขียว และการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเปลี่ยนวัตถุดิบที่เคยเป็นของเหลือให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูงสำหรับอุตสาหกรรมอาหาร

ผลจากการพัฒนางานวิจัยได้นำไปสู่การสร้างผลิตภัณฑ์ Sixtein (ผงโปรตีนจิ้งหรีด) และ Chixtein (ผงโปรตีนไก่) ซึ่งเป็นวัตถุดิบโปรตีนทางเลือกที่สามารถนำไปต่อยอดในการผลิตอาหาร เครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ รองรับความต้องการของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับโภชนาการ ความปลอดภัย และความยั่งยืนของระบบอาหาร

รองศาสตราจารย์ ดร.ขนิษฐา รุตรัตนมงคล กล่าวว่า ประเทศไทยมีฟาร์มเลี้ยงแมลงมากกว่า 10,000 ฟาร์ม กระจายอยู่ทั่วประเทศ จึงมีศักยภาพในการพัฒนาจิ้งหรีดให้เป็นวัตถุดิบมูลค่าสูง โดยเลือกใช้ แมงสะดิ้ง หรือจิ้งหรีดสายพันธุ์ Acheta domesticus ซึ่งเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่ได้รับอนุญาตให้บริโภคในยุโรป ทำให้มีโอกาสต่อยอดสู่ตลาดสากล พร้อมทั้งใช้เทคโนโลยีเชิงลึก (Deep Tech) เพื่อยกระดับวัตถุดิบไทยให้สามารถแข่งขันในอุตสาหกรรมอาหารระดับโลก

ผลงานวิจัยดังกล่าวยังเป็นความสำเร็จของ รองศาสตราจารย์ ดร.ขนิษฐา รุตรัตนมงคล ในฐานะหนึ่งในนักวิจัยโครงการ RAN Top 100 ของเครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย (RUN Office) ซึ่งมุ่งผลักดันผลงานวิจัยที่มีศักยภาพให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง และยกระดับขีดความสามารถของอุตสาหกรรมอาหารไทยผ่านนวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูง พร้อมทั้ง ส่งเสริมต่อยอดสู่งานวิจัยเชิงพาณิชย์ เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการนำเทคโนโลยีไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ สร้างมูลค่าเพิ่มให้ธุรกิจ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมของประเทศอย่างยั่งยืน
ที่มาภาพและข่าว: ไทยโพสต์

ม.นเรศวร เปิดบริการรถไฟฟ้าภายในมหาวิทยาลัย ยกระดับการเดินทางสะดวก ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

กองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมเปิดให้บริการ รถไฟฟ้าภายในมหาวิทยาลัย เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางแก่ นิสิต บุคลากร ผู้มาติดต่อ และประชาชน ให้สามารถเดินทางระหว่างอาคารเรียน หน่วยงาน และพื้นที่สำคัญต่าง ๆ ภายในมหาวิทยาลัยได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย พร้อมยกระดับคุณภาพการให้บริการด้านคมนาคมภายในมหาวิทยาลัย

การให้บริการรถไฟฟ้าภายในมหาวิทยาลัยเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการเรียน การทำงาน และการใช้ชีวิตของประชาคมมหาวิทยาลัย โดยคำนึงถึงความสะดวกในการเข้าถึงพื้นที่ต่าง ๆ การลดระยะเวลาในการเดินทาง และการเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการแก่ผู้ใช้งานทุกกลุ่ม ทั้งนิสิต บุคลากร และผู้มาติดต่อราชการ

มหาวิทยาลัยนเรศวรได้นำ ยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle: EV) มาใช้เป็นระบบขนส่งสาธารณะภายในมหาวิทยาลัย เพื่อช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล ลดมลพิษทางอากาศ และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อันเป็นแนวทางสำคัญในการพัฒนามหาวิทยาลัยสีเขียว และการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพควบคู่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

เพื่อเพิ่มความสะดวกในการใช้งาน มหาวิทยาลัยได้พัฒนา NU Transit Web Application ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้บริการสามารถตรวจสอบตำแหน่งรถแบบเรียลไทม์ ดูเส้นทาง จุดรับ–ส่ง และวางแผนการเดินทางล่วงหน้าได้อย่างสะดวกผ่านระบบออนไลน์ ช่วยลดระยะเวลาการรอคอยและเพิ่มประสิทธิภาพในการเดินทางภายในมหาวิทยาลัย

นอกจากนี้ ยังมีการจัดทำ Line Official Account และเผยแพร่ตารางเวลาเดินรถ เพื่อให้ผู้ใช้บริการสามารถติดตามข้อมูล ข่าวสาร และการเปลี่ยนแปลงของเส้นทางหรือเวลาให้บริการได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้การบริหารจัดการระบบขนส่งภายในมหาวิทยาลัยมีความคล่องตัว และสามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการ ส่งเสริมการพัฒนาระบบขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยีสารสนเทศ และระบบบริการสาธารณะ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาคมมหาวิทยาลัย และสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่สะอาด ปลอดภัย และน่าอยู่

การเปิดให้บริการรถไฟฟ้าภายในมหาวิทยาลัยในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการพัฒนาระบบคมนาคมที่มีประสิทธิภาพ สนับสนุนการเดินทางอย่างปลอดภัย ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสู่การเป็น Green Campus ที่มีคุณภาพ พร้อมรองรับการเติบโตของประชาคมมหาวิทยาลัยและการพัฒนาอย่างยั่งยืนในอนาคต

ม.นเรศวร ส่งเสริมสุขภาพบุคลากรวัยทำงาน ลดความเสี่ยงโรค NCDs

วันพฤหัสบดีที่ 20 พฤศจิกายน 2568 เวลา 09.00 น. คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดโครงการ “วัยทำงานปลอดภัย ไร้โรค NCDs” กิจกรรมที่ 1 อบรมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ร่วมกับกิจกรรมวันเบาหวานโลก ในหัวข้อ “ทำงานสุข ลดทุกความเสี่ยง สุขภาพดี เริ่มที่ทำงาน” ณ ลานกิจกรรมสวนสุภรณ์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์รวิสุต เดียวอิศเรศ รองคณบดีฝ่ายกิจการนิสิต เป็นประธานเปิดโครงการ พร้อมด้วยผู้ช่วยศาสตราจารย์ แพทย์หญิงแพรว สุวรรณศรีสุข กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดโครงการ ซึ่งมุ่งเสริมสร้างความรู้และพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสมแก่บุคลากรและผู้สนใจ

ภายในงานมีการอบรมเชิงปฏิบัติการให้ความรู้เกี่ยวกับโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ แพทย์หญิงศรินยา สัทธานนท์ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ แพทย์หญิงแพรว สุวรรณศรีสุข เพื่อให้ผู้เข้าร่วมเข้าใจปัจจัยเสี่ยง แนวทางป้องกันโรค และการดูแลสุขภาพของตนเองอย่างเหมาะสม

นอกจากนี้ งานบริการปฐมภูมิและสร้างเสริมสุขภาพได้จัดเสวนาเรื่อง “ทำงานสุข ลดทุกความเสี่ยง สุขภาพดี เริ่มที่ทำงาน” เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและแนวทางการสร้างเสริมสุขภาวะในสถานที่ทำงานอย่างรอบด้าน

ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้เรียนรู้ผ่านฐานกิจกรรมที่หลากหลาย อาทิ การใช้แอปพลิเคชันด้านสุขภาพ การนับปริมาณแป้งและพลังงานในอาหาร การสังเกตปริมาณน้ำตาลในเครื่องดื่ม และคำแนะนำในการเลือกผลไม้ให้เหมาะสม เพื่อส่งเสริมการตัดสินใจด้านสุขภาพในชีวิตประจำวัน

กิจกรรมยังประกอบด้วยการบริหารร่างกาย Wake Up & Work Smart และกิจกรรมสะท้อนคิด Reflection & Check in ซึ่งช่วยกระตุ้นให้บุคลากรตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพกายและสุขภาพใจ ควบคู่กับการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

การจัดโครงการครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อลดความเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง สนับสนุนให้บุคลากรสามารถดูแลสุขภาพของตนเอง เพื่อนร่วมงาน และครอบครัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้ง ส่งเสริมการปรับสมดุลชีวิตการทำงาน เพื่อนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดี การทำงานอย่างปลอดภัย และความเข้มแข็งขององค์กรอย่างยั่งยืน

ม.นเรศวร มอบทุนขับขี่ปลอดภัย ส่งเสริมวินัยจราจรในรั้วมหาวิทยาลัย

วันพุธที่ 12 พฤศจิกายน 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร ประกาศรายชื่อผู้ได้รับ “ทุนขับขี่ปลอดภัย” ประจำเดือนพฤศจิกายน 2568 ภายใต้กิจกรรม “ขับขี่ปลอดภัย แค่ใส่หมวกกันน็อก = เท่ + ปลอดภัย + มีลุ้นรับรางวัล” เพื่อยกย่องนิสิตต้นแบบที่สวมหมวกกันน็อกและปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างมีวินัย

กิจกรรมดังกล่าวมุ่งสร้างความตระหนักรู้ให้แก่นิสิตว่า การสวมหมวกกันน็อกทุกครั้งที่ขับขี่เป็นการป้องกันความสูญเสีย และเป็นความรับผิดชอบต่อตนเอง เพื่อนร่วมทาง และส่วนรวม

ผู้ได้รับทุนขับขี่ปลอดภัย จำนวน 4 รางวัล รางวัลละ 500 บาท ได้แก่ รถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน 1 กถ 8663 เพชรบูรณ์, 8 กฐ 260 กรุงเทพมหานคร, 2 กฮ 2475 อุบลราชธานี และ 1 กณ 1119 พิจิตร

ผู้ได้รับรางวัลสามารถติดต่อรับทุนได้ ณ งานพัฒนานิสิต กองกิจการนิสิต อาคารขวัญเมือง ตั้งแต่วันที่ประกาศผลถึงวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 โดยจัดเตรียมสำเนาบัตรประชาชน สำเนาบัตรนิสิตหรือเอกสารลงทะเบียนเรียน และสำเนาหน้าบัญชีธนาคารที่เป็นชื่อตนเอง พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง

การมอบทุนเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างแรงจูงใจเชิงบวก เพื่อสนับสนุนให้นิสิตปฏิบัติตนตามหลักความปลอดภัยบนท้องถนนอย่างต่อเนื่อง และร่วมกันสร้างวัฒนธรรมการเดินทางที่เคารพกฎจราจร

มหาวิทยาลัยนเรศวร ส่งเสริมการขับขี่ปลอดภัย เน้นรณรงค์เชิงรุก ผ่านการสื่อสารและกิจกรรมที่เข้าถึงนิสิต เพื่อให้การสวมหมวกกันน็อกเป็นพฤติกรรมปกติในการใช้รถจักรยานยนต์ภายในมหาวิทยาลัย

การมีวินัยจราจรและขับขี่ด้วยความระมัดระวังช่วยลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ สร้างความปลอดภัยแก่ผู้ใช้ถนนทุกคน และสนับสนุนสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่น่าอยู่และยั่งยืน

ม.นเรศวร เร่งจัดเตรียมชุดยาจำเป็นผ่านโครงการ PharmaSea Project ส่งช่วยผู้ประสบอุทกภัยหาดใหญ่

วันอังคารที่ 25 พฤศจิกายน 2568 คณาจารย์ บุคลากร และนิสิตคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกันคัดแยกและจัดเตรียมยาจำเป็น ภายใต้ โครงการจัดการยาเหลือใช้ (PharmaSea Project) เพื่อส่งมอบให้ผู้ประสบอุทกภัยในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยการดำเนินงานครั้งนี้มุ่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้สามารถเข้าถึงยาที่จำเป็นได้อย่างทันท่วงที พร้อมส่งเสริมการใช้ทรัพยากรทางการแพทย์อย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เภสัชกรดำรงศักดิ์ เป๊กทอง อาจารย์ประจำภาควิชาเภสัชกรรมปฏิบัติ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เปิดเผยว่า โครงการได้ประสานข้อมูลกับทีมแพทย์ พยาบาล และหน่วยงานที่ดูแลผู้ประสบภัยในพื้นที่ เพื่อประเมินความต้องการด้านยาและเวชภัณฑ์ก่อนดำเนินการจัดส่ง โดยยาที่มีความจำเป็นเร่งด่วน ได้แก่ ยากันน้ำกัดเท้า เบตาดีน แอลกอฮอล์ และผงเกลือแร่ รวมถึงยาประจำตัวของผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่จำเป็นต้องใช้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้ที่พักอาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงและไม่สามารถเดินทางกลับบ้านหรือเข้ารับบริการที่โรงพยาบาลได้

การจัดเตรียมยาในครั้งนี้เป็นการนำ ยาเหลือใช้ที่ผ่านการคัดแยกและตรวจสอบคุณภาพ มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยดำเนินการภายใต้หลักการบริหารจัดการยาอย่างถูกต้องและปลอดภัย ช่วยให้ทรัพยากรทางการแพทย์ที่ยังสามารถใช้งานได้ถูกส่งต่อไปยังผู้ที่มีความจำเป็น ลดการสูญเสียทรัพยากร และลดปริมาณของเสียที่อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ตลอดระยะเวลากว่า 5 ปี โครงการ PharmaSea Project ได้ดำเนินการรวบรวมยาเหลือใช้จากประชาชนและหน่วยงานต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ผ่าน 3 ช่องทางหลัก ได้แก่ การรับบริจาคจากประชาชน การลงพื้นที่เก็บยาในชุมชนเพื่อสร้างความรู้ด้านการจัดการยาเหลือใช้ และการติดตั้งกล่องรับบริจาคตามโรงพยาบาล ก่อนนำยามาคัดแยก ตรวจสอบ และจัดเตรียมสำหรับส่งต่อไปยังพื้นที่ที่ขาดแคลนยาและเวชภัณฑ์

ที่ผ่านมา โครงการได้ส่งมอบยาไปช่วยเหลือโรงพยาบาลชายแดน ศูนย์อพยพ และพื้นที่ที่ประสบเหตุภัยพิบัติหลายแห่ง ความพร้อมของคลังยาที่ได้รับการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ ทำให้สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็ว เมื่อเกิดเหตุอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ คณะเภสัชศาสตร์จึงสามารถจัดเตรียมยาและประสานการส่งมอบให้ตรงกับความต้องการของผู้ประสบภัยได้ในเวลาอันรวดเร็ว

การดำเนินงานของโครงการสะท้อนถึง ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย บุคลากรทางการแพทย์ หน่วยงานภาครัฐ จิตอาสา และประชาชน ในการบริหารจัดการยาเหลือใช้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งสนับสนุนการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพของผู้ประสบภัย ลดการสูญเสียทรัพยากรทางการแพทย์ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือเพื่อช่วยเหลือสังคมในสถานการณ์วิกฤติ

คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ขอเชิญชวนประชาชนร่วม ส่งต่อพลังแห่งการแบ่งปัน ด้วยการบริจาคยาเหลือใช้ผ่าน โครงการ PharmaSea Project เพื่อรวบรวม คัดแยก และส่งต่อให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยและพื้นที่ขาดแคลนทั่วประเทศ โดยทุกการบริจาคมีส่วนช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงยาที่จำเป็น ลดการสูญเสียทรัพยากร และสร้างระบบการใช้ทรัพยากรทางการแพทย์ที่เกิดประโยชน์ต่อสังคมอย่างยั่งยืน

ผู้สนใจสามารถบริจาคยาเหลือใช้ได้ที่
โครงการ PharmaSea Project (รับบริจาคยาเหลือใช้)
คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
ตำบลท่าโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก 65000
โทรศัพท์ 0 5596 3747

ม.นเรศวร ส่งต่อยาเหลือใช้ช่วยผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ สนับสนุนการเข้าถึงยาและใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า

วันพุธที่ 26 พฤศจิกายน 2568 คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ส่งต่อ ยาเหลือใช้และผลิตภัณฑ์นิวทริโฟล ภายใต้โครงการ PharmaSea ผ่านทีมงานจิตอาสา “ไอ้เข้สองแคว” เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ และสนับสนุนการดูแลสุขภาพของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภัยพิบัติ

ต่อมาในวันพฤหัสบดีที่ 27 พฤศจิกายน 2568 ยาและผลิตภัณฑ์ทั้งหมดได้ส่งถึง คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยเรียบร้อยแล้ว เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ต่อไป

การส่งมอบครั้งนี้มุ่งสนับสนุน โอกาสในการเข้าถึงยาและสิ่งของจำเป็นของผู้ประสบภัย โดยอาศัยการประสานงานระหว่างมหาวิทยาลัยและเครือข่ายจิตอาสาในการนำทรัพยากรไปยังหน่วยงานปลายทางที่ดำเนินงานช่วยเหลือในพื้นที่ เป็นส่วนหนึ่งของการบรรเทาความเดือดร้อนและดูแลผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือในภาวะฉุกเฉิน

การดำเนินงานผ่านโครงการ PharmaSea ให้ความสำคัญกับ การส่งต่อยาเหลือใช้อย่างถูกต้องและปลอดภัย ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ โดยเชื่อมโยงการจัดการยาเหลือใช้กับการสนับสนุนงานช่วยเหลือสังคม ทั้งนี้ การนำยาไปใช้ประโยชน์ต้องคำนึงถึงคุณภาพและความเหมาะสมเป็นสำคัญ

ในด้านการใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ การจัดการยาเหลือใช้ที่ยังเหมาะสมต่อการใช้ประโยชน์เป็นแนวทางหนึ่งในการ ลดการสูญเสียทรัพยากรและลดของเสียจากยา พร้อมส่งเสริมให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการจัดการยาอย่างเหมาะสม ไม่ปล่อยให้ทรัพยากรที่มีคุณค่าสูญเปล่า

ความช่วยเหลือครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจาก ประชาชน บริษัท และภาคส่วนต่าง ๆ รวมถึงทีมงานจิตอาสาที่ทำหน้าที่ขนส่ง และคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ซึ่งเป็นหน่วยงานรับมอบ ความร่วมมือดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงการแบ่งปันทรัพยากรและความรับผิดชอบร่วมกันในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยข้ามพื้นที่

คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ขอขอบคุณผู้สนับสนุนและผู้ร่วมดำเนินงานทุกฝ่ายที่ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสังคมที่ห่วงใยและยั่งยืน ผ่านการส่งต่อความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบอุทกภัย โดยให้ความสำคัญกับการลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงทรัพยากรจำเป็น และการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมอย่างคุ้มค่า

ม.นเรศวร ขับเคลื่อนต้นแบบการระวังสุขภาพจิตในสถานศึกษา สร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับนิสิต

วันอาทิตย์ที่ 16 พฤศจิกายน 2568 คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดโครงการ “สุขเสลา: ต้นแบบการระวังสุขภาพจิตในสถานศึกษา” ณ ห้อง PHL 203 อาคารปฏิบัติการ เพื่อร่วมสร้างสังคมการศึกษาที่ใส่ใจสุขภาพจิต และสนับสนุนการดูแลนิสิตอย่างเหมาะสม

โครงการมุ่งสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับสุขภาพใจในชีวิตประจำวัน เปิดโอกาสให้นิสิตได้เรียนรู้การสังเกตอารมณ์ ความคิด และความรู้สึกของตนเอง รวมทั้งตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาวะใจควบคู่กับการเรียนและการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัย

กิจกรรมภายในโครงการได้รับการออกแบบ เพื่อเสริมสร้างการตระหนักรู้ด้านสุขภาพใจ ผ่านรูปแบบการเรียนรู้ที่เข้าถึงได้ง่ายและเป็นมิตร ช่วยให้นิสิตสามารถทบทวนตนเอง แลกเปลี่ยนมุมมอง และเห็นแนวทางดูแลใจของตนในสถานการณ์ต่าง ๆ

กิจกรรม “สำรวจใจผ่านปลายปากกา” เป็นกิจกรรมสำคัญที่เปิดพื้นที่ให้นิสิตได้ถ่ายทอดและทบทวนความคิดความรู้สึกผ่านการเขียน ภายใต้บรรยากาศที่ปลอดภัย เป็นกันเอง และเคารพความแตกต่างของแต่ละบุคคล

การมีพื้นที่ให้ผู้เรียนได้สื่อสารกับตนเองอย่างสร้างสรรค์ ช่วยส่งเสริมทักษะการรู้เท่าทันอารมณ์ การจัดการความรู้สึก และการขอความช่วยเหลือเมื่อจำเป็น อันเป็นพื้นฐานสำคัญของการใช้ชีวิตและการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ

โครงการดังกล่าวสะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยในการสร้าง สภาพแวดล้อมการศึกษาที่ปลอดภัยและเอื้อต่อสุขภาวะ โดยให้ความสำคัญกับการป้องกัน การเฝ้าระวัง และการดูแลสุขภาพจิตของนิสิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทุกคนสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงทั้งด้านการศึกษาและชีวิตส่วนตัว

การขับเคลื่อนกิจกรรมด้านสุขภาพจิตเช่นนี้ช่วยเสริมความเข้มแข็งของชุมชนมหาวิทยาลัย ส่งเสริมความเข้าใจ ความเอื้ออาทร และการอยู่ร่วมกันอย่างเคารพซึ่งกันและกัน นำไปสู่สังคมการศึกษาที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และน่าอยู่สำหรับทุกคน

ม.นเรศวร คว้ารางวัล 5 ดาว AUN-HPN ก้าวสู่ผู้นำมหาวิทยาลัยสร้างเสริมสุขภาพอาเซียน

วันพุธที่ 27 พฤศจิกายน 2568 รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร เข้ารับมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ “มหาวิทยาลัยอาเซียนด้านการสร้างเสริมสุขภาพ ระดับ 5 ดาว” จากเครือข่ายมหาวิทยาลัยสร้างเสริมสุขภาพแห่งอาเซียน (AUN-HPN) ซึ่งเป็นผลสำเร็จสำคัญที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการพัฒนาสภาพแวดล้อม ระบบสนับสนุน และการบริหารจัดการสุขภาวะให้มีประสิทธิภาพตามมาตรฐาน Healthy University Rating System (HURS) อันเป็นกรอบการประเมินที่ส่งเสริมให้สถาบันอุดมศึกษาพัฒนาศักยภาพด้านสุขภาวะอย่างยั่งยืน

รางวัลระดับ 5 ดาวดังกล่าวเป็นหลักฐานที่แสดงถึงความก้าวหน้าของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการขับเคลื่อนแนวทางสร้างเสริมสุขภาพเชิงระบบ โดยคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของบุคลากร นิสิต และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกระดับ ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การออกแบบบริการสนับสนุนสุขภาวะ และการขยายระบบบริหารจัดการที่เอื้อต่อคุณภาพชีวิตของสมาชิกในมหาวิทยาลัย ซึ่งล้วนเป็นองค์ประกอบที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี

พิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณจัดขึ้นโดยมีศาสตราจารย์ ดร.ฉัตรเฉลิม อิศรางกูร ณ อยุธยา ประธานคณะทำงานระบบ HURS เป็นผู้มอบรางวัล โดยในปี 2568 มีเพียง 4 มหาวิทยาลัยไทยที่ได้รับการประเมินในระดับสูงสุด 5 ดาว ได้แก่ มหาวิทยาลัยนเรศวร มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งของระบบอุดมศึกษาไทยในการขับเคลื่อนประเด็นสุขภาวะและความยั่งยืนในระดับภูมิภาค

การได้รับรางวัลในครั้งนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการบูรณาการแนวคิดการสร้างเสริมสุขภาพกับการบริหารจัดการมหาวิทยาลัยอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะการส่งเสริมสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาวะ การบริหารจัดการความปลอดภัย การเข้าถึงบริการสุขภาพ และการพัฒนาทักษะด้านสุขภาวะสำหรับนิสิตและบุคลากร ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของมหาวิทยาลัยสุขภาวะแบบยั่งยืน

นอกจากการเข้ารับรางวัลแล้ว รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี ยังได้รับเชิญให้นำเสนอแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practices) ในเวทีเสวนานานาชาติของ AUN-HPN ในหัวข้อ “Sharing Best Practices among Healthy Universities Participating in HURS” ณ Hilton Manila Newport World Resorts สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ การนำเสนอในครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญในการเผยแพร่ประสบการณ์ของมหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ร่วมกับมหาวิทยาลัยในภูมิภาคอาเซียน เพื่อยกระดับการพัฒนามหาวิทยาลัยสุขภาวะในเชิงร่วมมือ

การได้รับเชิญในฐานะวิทยากรระดับนานาชาติ แสดงให้เห็นถึงการยอมรับในศักยภาพของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการเป็นต้นแบบด้านการสร้างเสริมสุขภาพ ตลอดจนการสร้างเวทีการเรียนรู้ร่วมกันกับมหาวิทยาลัยพันธมิตรในอาเซียน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ในระดับภูมิภาค และสอดคล้องกับเป้าหมายด้านการสร้างความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

ความสำเร็จที่เกิดขึ้นทั้งในระดับการประเมินและการเผยแพร่แนวปฏิบัติที่เป็นเลิศในต่างประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการพัฒนานโยบาย โครงสร้างพื้นฐาน และระบบบริหารจัดการที่สนับสนุนสุขภาวะอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งยืนยันบทบาทของมหาวิทยาลัยในฐานะสถาบันที่ให้ความสำคัญต่อสุขภาวะของทุกคน และการสร้างความร่วมมือทางวิชาการที่เข้มแข็งเพื่อผลักดันการพัฒนาในระดับภูมิภาค

ความก้าวหน้าดังกล่าวเป็นแรงขับเคลื่อนที่จะช่วยให้มหาวิทยาลัยนเรศวรสามารถต่อยอดแนวทางการพัฒนามหาวิทยาลัยสุขภาวะแบบองค์รวมให้มีความยั่งยืนยิ่งขึ้น ผ่านการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานภายในและพันธมิตรภายนอก พร้อมขยายผลสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของนิสิต บุคลากร และชุมชนโดยรอบอย่างเป็นรูปธรรม

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin