ม.นเรศวร มุ่งมั่นขับเคลื่อนสังคมแห่งความเสมอภาค หนุนความหลากหลายทางเพศผ่านนโยบายการศึกษาที่เท่าเทียม

วันจันทร์ที่ 16 มิถุนายน 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร มุ่งมั่นขับเคลื่อนพันธกิจในการสร้างสรรค์สังคมแห่งความเสมอภาค พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับเทศกาลความหลากหลายทางเพศหรือ Pride Month ผ่านการยกย่องและให้ความสำคัญกับการอนุญาตประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของสถาบัน

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม 2552 ซึ่งทางมหาวิทยาลัยได้พิจารณาอนุมัติคำร้องขอแต่งกายด้วยชุดนิสิตหญิงเพื่อเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร ประจำปีการศึกษา 2551 ให้แก่บัณฑิตสตรีข้ามเพศ หรือเจ้าของเพจ วีเจนมสด (นายทัฐสรางค์วอร มีสุข) ผู้สำเร็จการศึกษาด้วยเกียรตินิยมอันดับ 2 สาขาวิชาคณิตศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์

การตัดสินใจในครั้งนั้นสะท้อนถึงบทบาทเชิงรุกและการทำหน้าที่ของสถาบันอุดมศึกษาในการเปิดกว้างรับฟังเสียงสะท้อนของนิสิต ผ่านกระบวนการพิจารณาด้วยความเข้าใจอันดีจากผู้บริหารและคณาจารย์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการและการให้คุณค่ากับความรู้ความสามารถของนิสิตอย่างเท่าเทียม

การอนุญาตดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นการให้โอกาสแก่บัณฑิตผู้มีความมุ่งมั่นตั้งใจศึกษาเล่าเรียนเท่านั้น แต่ยังเป็นการวางรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนพันธกิจของมหาวิทยาลัย ในการสร้าง สังคมที่มีความเสมอภาค และลดข้อจำกัดทางเพศสภาพในระบบระเบียบราชการอย่างเป็นรูปธรรม

บทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในเหตุการณ์นี้ ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้าง พื้นที่ปลอดภัยสำหรับทุกความหลากหลายทางเพศ ซึ่งช่วยเปิดประตูโอกาสและสร้างบรรยากาศแห่งการยอมรับให้สตรีข้ามเพศรุ่นต่อ ๆ ได้รับสิทธิและการปฏิบัติที่เท่าเทียมกันในการเข้าร่วมพิธีสำคัญของชีวิต

การดำเนินงานเชิงนโยบายและการสร้างความเข้าใจในระดับสถาบัน ถือเป็นกลไกสำคัญที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ในการบรรลุความเสมอภาคระหว่างเพศ และการเสริมสร้างพลังให้กับกลุ่มผู้มีความหลากหลายในทุกมิติของสังคมอย่างแท้จริง

มหาวิทยาลัยนเรศวรยังคงยึดมั่นในการทำหน้าที่ส่งเสริมสภาพแวดล้อมทางการศึกษาที่ปราศจากการกีดกัน พร้อมทั้งสนับสนุนสิทธิเสรีภาพและความเท่าเทียม เพื่อหล่อหลอมให้นิสิตทุกคนเติบโตขึ้นเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ ท่ามกลางสังคมที่โอบกอดทุกความแตกต่างด้วยความเคารพซึ่งกันและกันอย่างยั่งยืนสืบไป

ม.นเรศวร จัดกิจกรรม NU Pride & Rainbow Crossing ครั้งที่ 4 ทาสีทางม้าลายสายรุ้ง หนุนความเท่าเทียมและพื้นที่ปลอดภัย

วันศุกร์ที่ 13 มิถุนายน 2568 รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร บุคลากร และนิสิต มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมมือร่วมใจกันดำเนินกิจกรรม “ทาสีม้าลายสายรุ้ง” บริเวณหน้าอาคารขวัญเมืองและหอพักนิสิต NU Dorm ภายใต้โครงการ NU Pride & Rainbow Crossing ครั้งที่ 4

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิดที่ว่าโลกนี้งดงามด้วยความหลากหลาย โดยมุ่งเน้นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์เพื่อประกาศจุดยืนในการสนับสนุนสิทธิความเท่าเทียมทางเพศ และการสร้างสภาพแวดล้อมภายในสถาบันให้เป็น พื้นที่ปลอดภัยสำหรับทุกความหลากหลายทางเพศ อย่างแท้จริง

กิจกรรมการทาสีทางม้าลายสายรุ้งไม่เพียงแต่เป็นการสร้างสีสันให้กับภูมิทัศน์ภายในมหาวิทยาลัย แต่ยังเป็นกระบวนการสำคัญในการ ส่งเสริมการยอมรับและอยู่ร่วมกันอย่างเคารพและภาคภูมิใจ ระหว่างสมาชิกทุกกลุ่มในประชาคมมหาวิทยาลัยนเรศวร

การขับเคลื่อนสังคมภายในรั้วมหาวิทยาลัยให้มีความเท่าเทียม สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในการสร้างเมืองและชุมชนให้มีความครอบคลุม ปลอดภัย ยืดหยุ่น และยั่งยืน ซึ่งเริ่มต้นจากการสร้างความตระหนักรู้และการเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานอย่างเสมอภาค

ทุกสีสันของสายรุ้งที่ถูกแต่งแต้มลงบนพื้นผิวถนน เปรียบเสมือนสัญลักษณ์แทนพลังแห่งความหวังและการมองโลกในแง่บวก ที่เปิดกว้างรับทุกตัวตนและความแตกต่างของเพื่อนมนุษย์โดยไม่มีการกีดกันทางสังคม

ทุกย่างก้าวที่เดินข้ามทางม้าลายสายรุ้งแห่งนี้ จึงถือเป็นก้าวสำคัญของการเปลี่ยนแปลงทางความคิด ที่จะช่วยหล่อหลอมให้นิสิตและบุคลากรเติบโตเป็นพลเมืองที่มีความเข้าใจ เห็นอกเห็นใจ และเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น

มหาวิทยาลัยนเรศวรยังคงมุ่งมั่นที่จะดำเนินกิจกรรมสร้างสรรค์สังคมในลักษณะนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ของการเป็นมหาวิทยาลัยแห่งความสุข (Happy Campus Life) ที่โอบรับทุกความหลากหลาย และพร้อมก้าวไปข้างหน้าด้วยความสามัคคีและเท่าเทียมกันอย่างยั่งยืน

ม.นเรศวร ศึกษาการสะสมของโลหะหนักในปลาแม่น้ำกก สนับสนุนการบริหารจัดการคุณภาพน้ำและทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

วันจันทร์ที่ 2 มิถุนายน 2568 รองศาสตราจารย์ ดร.ธนพล เพ็ญรัตน์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมคณะนักวิจัย ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างน้ำ ตะกอน และปลา จากแม่น้ำกก เพื่อนำไปวิเคราะห์การสะสมของโลหะหนักในห้องปฏิบัติการ โดยมีเป้าหมายเพื่อศึกษาสถานการณ์คุณภาพสิ่งแวดล้อมและสนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติบนพื้นฐานของข้อมูลทางวิทยาศาสตร์

การศึกษาครั้งนี้มุ่งเน้นการตรวจสอบการสะสมของโลหะหนักในสิ่งแวดล้อมและสิ่งมีชีวิต โดยใช้การวิเคราะห์ตัวอย่างน้ำ ตะกอน และปลา เพื่อประเมินระดับการปนเปื้อนและความเชื่อมโยงของสารมลพิษในระบบนิเวศ ข้อมูลที่ได้จะช่วยสะท้อนสถานะของคุณภาพน้ำและความสมบูรณ์ของระบบนิเวศในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่น้ำกก

นอกจากการประเมินการสะสมของโลหะหนักแล้ว คณะนักวิจัยยังดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของแหล่งกำเนิดมลพิษ โดยตรวจสอบข้อมูลที่อาจบ่งชี้ถึงแหล่งกำเนิดมลพิษ ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับกิจกรรมการทำเหมืองทองและเหมืองแรร์เอิร์ธในพื้นที่ต้นน้ำ ทั้งนี้ ผลการศึกษาจะเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการเฝ้าระวังคุณภาพสิ่งแวดล้อม การติดตามการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศ และการกำหนดมาตรการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างเหมาะสม

การดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการนำองค์ความรู้ด้านวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม การวิเคราะห์คุณภาพน้ำ และการตรวจสอบสารปนเปื้อน มาประยุกต์ใช้ในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม ผ่านการวิจัยภาคสนามควบคู่กับการวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ เพื่อสร้างฐานข้อมูลที่มีความถูกต้อง น่าเชื่อถือ และสามารถใช้สนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผลการศึกษาจะเป็นประโยชน์ต่อการติดตามคุณภาพแหล่งน้ำ การอนุรักษ์ระบบนิเวศ และการคุ้มครองความหลากหลายทางชีวภาพของแม่น้ำกก ตลอดจนช่วยประเมินความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นต่อประชาชนและชุมชนที่พึ่งพาทรัพยากรน้ำและสัตว์น้ำในการดำรงชีวิต โดยอาศัยข้อมูลเชิงประจักษ์เป็นพื้นฐานในการวางแผนจัดการด้านสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ การบูรณาการองค์ความรู้จากภาควิชาวิศวกรรมโยธาเข้ากับการวิจัยด้านคุณภาพน้ำและการจัดการมลพิษ ยังช่วยยกระดับศักยภาพด้านการวิจัยของมหาวิทยาลัย และสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อร่วมกันเฝ้าระวังคุณภาพสิ่งแวดล้อม พัฒนาองค์ความรู้ และสนับสนุนการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

การศึกษาของทีมนักวิจัยมหาวิทยาลัยนเรศวรเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการนำองค์ความรู้ทางวิชาการมาสนับสนุนการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการสร้างข้อมูลด้านคุณภาพน้ำ การติดตามการสะสมของโลหะหนักในระบบนิเวศ และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อสนับสนุนการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรน้ำอย่างสมดุล ควบคู่กับการรักษาความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศในระยะยาว โดยผลการดำเนินงานดังกล่าวได้รับการเผยแพร่ผ่านรายการข่าวค่ำ สถานีโทรทัศน์ Thai PBS เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2568

ม.นเรศวร เผยข้อมูลการรับเข้านิสิตปี 68 พร้อมใช้ระบบ AGM ติดตามความเสมอภาคทางการศึกษาของนิสิตหญิง

วันจันทร์ที่ 2 มิถุนายน 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร เปิดเผยข้อมูลสถิติจำนวนนิสิตที่เข้าศึกษาใหม่ประจำปีการศึกษา 2568 ทั้งสิ้น 7,602 คน ซึ่งประกอบด้วยนิสิตหญิงจำนวน 5,007 คน คิดเป็นร้อยละ 65.86 และนิสิตชายจำนวน 2,595 คน คิดเป็นร้อยละ 34.14 โดยบรรยากาศภายในมหาวิทยาลัยเต็มไปด้วยความคึกคักและความอบอุ่นจากภาพบรรยากาศการรายงานตัวเพื่อขึ้นทะเบียนเป็นนิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวร ประจำปีการศึกษา 2568 ณ อาคารอุทยานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช มหาวิทยาลัยนเรศวร ที่สะท้อนถึงรอยยิ้ม ความตื่นเต้น และความพร้อมของนิสิตใหม่ในการก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย พร้อมทั้งมุ่งมั่นในการดูแลและส่งเสริมให้นิสิตทุกคนสามารถเข้าถึงการศึกษาระดับอุดมศึกษาได้อย่างราบรื่น

เพื่อขับเคลื่อนเรื่องนี้อย่างเป็นรูปธรรม กองพัฒนาคุณภาพการศึกษา หรือ EQDD ได้พัฒนานวัตกรรมระบบติดตามข้อมูลที่มีชื่อว่า Access and Graduation Monitor หรือ AGM ขึ้นมา เพื่อใช้ในการติดตามอัตราการเข้าถึงและการสำเร็จการศึกษาของนิสิตภายในมหาวิทยาลัยอย่างใกล้ชิด ระบบดังกล่าวถูกออกแบบมาเพื่อช่วยรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลเชิงสถิติ ทำให้มหาวิทยาลัยสามารถมองเห็นภาพรวมของการจัดการศึกษาและการกระจายตัวของนิสิตในแต่ละหลักสูตรได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น ผู้สนใจสามารถเข้าชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ระบบ AGM มหาวิทยาลัยนเรศวร : https://www.qs.nu.ac.th/agm/

ระบบ AGM ดังกล่าวมีความสามารถในการติดตามข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับนิสิตหญิง รวมถึงการเจาะลึกไปยังกลุ่มสาขาวิชาที่มีสัดส่วนของนิสิตหญิงเรียนอยู่ค่อนข้างน้อย เพื่อให้มหาวิทยาลัยมองเห็นภาพรวมและแนวโน้มที่เกิดขึ้นได้อย่างชัดเจน ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถตรวจสอบความเท่าเทียมทางเพศในทุกหลักสูตร และช่วยป้องกันหรือแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำที่อาจเกิดขึ้นในกระบวนการศึกษาได้อย่างทันท่วงที

การดำเนินงานด้านข้อมูลนี้อาศัยการบูรณาการทำงานร่วมกับกองบริการการศึกษา หรือ ACAD ในการเชื่อมโยงและประสานข้อมูลการรับเข้าศึกษาทั้งหมด นำมาประมวลผลเป็นผลลัพธ์และรายงานสถิติที่เป็นระบบ ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานทั้งสองช่วยให้ฐานข้อมูลของมหาวิทยาลัยมีความสมบูรณ์ ครอบคลุม และพร้อมใช้งานสำหรับการตรวจสอบย้อนหลัง รวมถึงการนำไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาในระยะยาว

ข้อมูลและสถิติที่ได้จากระบบติดตามนี้ ถูกนำไปส่งต่อให้ผู้บริหารระดับมหาวิทยาลัยและคณะ ใช้เป็นฐานข้อมูลสำคัญในการประกอบการวางแผนพัฒนา และนำไปกำหนดแนวทางหรือกิจกรรมส่งเสริมที่เหมาะสมต่อไป การมีข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันช่วยให้ผู้บริหารสามารถตัดสินใจเชิงนโยบายได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของนิสิตและสอดคล้องกับสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป

กระบวนการดำเนินงานทั้งหมดของสถาบันยึดมั่นภายใต้หลักการที่ว่า ผู้หญิงไม่เคยถูกเลือกปฏิบัติในกระบวนการรับสมัคร และมหาวิทยาลัยพร้อมให้การสนับสนุนอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะเป็นการให้คำแนะนำ การดูแลช่วยเหลือ หรือการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเอื้อต่อความสำเร็จ เพื่อให้มั่นใจว่านิสิตหญิงทุกคนจะได้รับโอกาสในการพัฒนาตนเองอย่างเต็มศักยภาพเทียบเท่ากับนิสิตทั่วไป

การพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อตรวจสอบและส่งเสริมความหลากหลายทางเพศในครั้งนี้ สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในการสร้างความเสมอภาคระหว่างเพศ และการเสริมสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับผู้หญิงในทุกมิติอย่างยั่งยืน มหาวิทยาลัยนเรศวรยังคงเดินหน้าพัฒนามาตรการและระบบสนับสนุนต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอกย้ำความเป็นสถาบันการศึกษาที่โอบรับความหลากหลายและให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของนิสิตทุกคนอย่างแท้จริง

ม.นเรศวร เปิดงาน Med NU Medical Expo 2025 ยกระดับคุณภาพการรักษาและสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางการแพทย์อย่างยั่งยืน

วันพฤหัสบดีที่ 22 พฤษภาคม 2568 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ แพทย์หญิงพิริยา นฤขัตรพิชัย คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการประชุมบริการวิชาการ Med NU Medical Expo 2025 อย่างเป็นทางการ ภายใต้หัวข้อ “Current & Pitfall Review for Better Quality คุณภาพความปลอดภัยในการรักษา คือคุณค่าที่คู่ควร” ณ โรงแรม ท็อปแลนด์ แอนด์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ จังหวัดพิษณุโลก โดยมีบุคลากรทางการแพทย์กว่า 400 คน จากโรงพยาบาลในเขตสุขภาพที่ 2 และ 3 เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

การจัดงานในครั้งนี้ถือเป็นวาระพิเศษในโอกาสครบรอบ 31 ปี แห่งการก่อตั้ง คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร และ 19 ปี โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเผยแพร่ความก้าวหน้าทางวิชาการและเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย รวมทั้งส่งเสริมเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างคณะแพทยศาสตร์ ศิษย์เก่า และผู้ประกอบการในวงการแพทย์ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการสร้างความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ผ่านการสร้างเครือข่ายที่เข้มแข็งและเอื้อต่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตของบุคลากรทางการแพทย์

กิจกรรมภายในงานประกอบด้วยการบรรยายวิชาการที่เข้มข้น และการประกวดผลงานพัฒนาคุณภาพและนวัตกรรม โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิระดับชาติ อาทิ แพทย์หญิงปิยวรรณ ลิ้มปัญญาเลิศ ผู้อำนวยการสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (สรพ.) นายแพทย์อนุวัฒน์ ศุภชุติกุล ที่ปรึกษาคณะกรรมการ สรพ. และ เภสัชกรสงกรานต์ มีชูนึก ผู้เยี่ยมสำรวจ สรพ. ร่วมด้วยคณาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากภาควิชาต่าง ๆ เช่น อายุรศาสตร์ โสต ศอ นาสิกวิทยา จิตเวชศาสตร์ กุมารเวชศาสตร์ วิสัญญีวิทยา และศัลยศาสตร์

นอกจากการบรรยายทางวิชาการ ยังมีการประกวดผลงานพัฒนาคุณภาพและนวัตกรรม โดยมีผลงานผ่านเข้ารอบสุดท้ายจำนวน 10 เรื่อง จากโรงพยาบาลต่าง ๆ ในเขตสุขภาพที่ 2 และ 3 ภายใต้การตัดสินของคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ พันเอกหญิง ดร.มลฤดี โภคศิริ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัฐกฤษฏ์ ธรรมกวินวงศ์ ซึ่งการส่งเสริมความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต่อเนื่องและทั่วถึง การจ้างงานเต็มที่และมีผลิตภาพ และการมีงานที่สมควรสำหรับทุกคน เป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและนวัตกรรมทางการแพทย์ในภูมิภาค

ในยุคที่เทคโนโลยีทางการแพทย์มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว ประกอบกับความซับซ้อนของโรคใหม่และวิธีการรักษาที่เพิ่มมากขึ้น งาน Med NU Medical Expo 2025 นับเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถอดบทเรียนจากประสบการณ์จริง ซึ่งจะนำไปสู่การยกระดับมาตรฐานการดูแลรักษาในภูมิภาค ให้มีความปลอดภัยและมีคุณภาพเทียบเท่าระดับชาติและนานาชาติอย่างยั่งยืน

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ยังคงมุ่งมั่นในการทำหน้าที่เป็นโรงเรียนแพทย์ระดับโลก เพื่อสร้างสังคมที่มีสุขภาพที่ดี ผ่านการจัดกิจกรรมบริการวิชาการที่ตอบสนองต่อความต้องการของสังคมและส่งเสริมการมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนอย่างทั่วถึง

ม.นเรศวร โดยคณะวิทยาศาสตร์ จัดกิจกรรม Summer Research Camp ครั้งที่ 2 หนุนศักยภาพนิสิตสู่การเป็นนวัตกรรุ่นใหม่

วันพุธที่ 28 พฤษภาคม 2568 คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรม Summer Research Camp ครั้งที่ 2 ประจำปี 2568 ภายใต้โครงการ Youth Innovator Incubator for SCINU ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการส่งเสริมการสร้างนวัตกรและทักษะทางธุรกิจ เพื่อพัฒนาศักยภาพนิสิตในการสร้างนวัตกรรม พร้อมเตรียมความพร้อมรอบด้าน

พิธีเปิดและกล่าวต้อนรับวิทยากรในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศรารัตน์ มหาศรานนท์ รองคณบดีฝ่ายนวัตกรรมและถ่ายทอดเทคโนโลยี มาเป็นประธานในพิธี เพื่อเปิดพื้นที่การเรียนรู้และสร้างแรงบันดาลใจให้กับนิสิตผู้เข้าร่วมโครงการทุกคน

สำหรับกิจกรรมในช่วงเช้า นิสิตได้รับความรู้ผ่านการบรรยายพิเศษในหัวข้อ “การวิเคราะห์ด้านการเงินและการลงทุน” โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สัมพันธ์ เนตยานันท์ จากคณะบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์และการสื่อสาร ซึ่งมาถ่ายทอดองค์ความรู้และแนวคิดการวางแผนการเงินเพื่อการต่อยอดงานวิจัยและนวัตกรรม

การอบรมในช่วงเช้ายังเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งการเรียนรู้ที่สนุกสนาน โดยมีการสอดแทรกสาระผ่าน กิจกรรมตอบคำถามในเกม Kahoot! ซึ่งช่วยกระตุ้นการมีส่วนร่วมและทดสอบความเข้าใจของนิสิตในเรื่องการบริหารจัดการการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในช่วงบ่าย เป็นกิจกรรมการพัฒนาทักษะการสื่อสารทางธุรกิจ โดยได้รับเกียรติจาก ดร.เกตน์สิรี ศรีภูธร เจ้าของร้านบัวแก้ว – Buakaew Better มาเป็นวิทยากร ถ่ายทอดประสบการณ์ในการพัฒนาทักษะการนำเสนอไอเดียธุรกิจ (Pitching) อย่างมืออาชีพ เพื่อให้วนิสิตสามารถนำเสนอผลงานของตนเองได้อย่างน่าสนใจ

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้มุ่งหวังให้นิสิตได้เรียนรู้ทั้งด้านวิชาการและการลงมือปฏิบัติจริงควบคู่กันไป เพื่อก้าวสู่การเป็นนวัตกรรุ่นใหม่ที่สามารถนำองค์ความรู้ไปขับเคลื่อนสังคมด้วยความคิดสร้างสรรค์ ตลอดจนการพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการเติบโตในอนาคต

ความสำเร็จของการจัดโครงการดังกล่าว สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการส่งเสริมการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพ และการสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน ผ่านการพัฒนาทรัพยากรบุคคลให้มีความพร้อมทั้งด้านวิทยาศาสตร์และทักษะผู้ประกอบการ

ม.นเรศวร ร่วมยกระดับและขับเคลื่อนสมัชชาสภาการศึกษา หนุนเครือข่ายความร่วมมือทุกภาคส่วนสร้างการเติบโตและพัฒนาการศึกษาเชิงพื้นที่อย่างยั่งยืน

วันพฤหัสบดีที่ 22 พฤษภาคม 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร นำโดยผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และนิสิต ได้เข้าร่วมการประชุมยกระดับกลไกการมีส่วนร่วม สมัชชาการศึกษาระดับภูมิภาค (Regional Education Assembly) ครั้งที่ 3 ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันตก : จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งจัดโดยสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ณ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ วิทยาลัยอาชีวศึกษาพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก

การประชุมในครั้งนี้มีผู้แทนระดับสูงเข้าร่วมขับเคลื่อน โดยได้รับเกียรติจาก นายนิสิต สวัสดิเทพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานเปิดการประชุม และได้รับเกียรติจาก นางโชติกา วรรณบุรี ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานการศึกษาและพัฒนาการเรียนรู้ กล่าวรายงาน โดยมีภาคีเครือข่ายจากหลากหลายภาคส่วนร่วมประชุมอย่างคับคั่ง อาทิ ศึกษาธิการภาค ศึกษาธิการจังหวัด ผู้แทนหน่วยงานด้านการศึกษา ภาคีเครือข่ายสมัชชาสภาการศึกษาจังหวัดในพื้นที่ ผู้แทนภาคประชาชน ภาคเอกชน ภาควิชาชีพ และนักเรียนนักศึกษา

ในส่วนของมหาวิทยาลัยนเรศวร มีผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วมขับเคลื่อนอย่างพร้อมเพรียง นำโดย ศ. ดร.ปกรณ์ ประจัญบาน คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ ผศ. ดร.อนุชา กอนพ่วง รองคณบดีคณะศึกษาศาสตร์ และ นางภัทริกา สิงห์สถิต รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการกองบริการการศึกษา พร้อมด้วยบุคลากรและนิสิต ซึ่งสะท้อนถึงการให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของบุคลากรผ่านกลไกการขับเคลื่อนองค์กรและการดำเนินงานด้าน Employment practice unions ที่เปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้ร่วมแสดงทัศนะและร่วมมือกันอย่างเข้มแข็ง

ภายในงานยังมีการเปิดพื้นที่สำคัญให้กลุ่มนิสิตได้เข้ามา มีส่วนร่วม บทบาท และแสดงความคิดเห็นของนิสิต อย่างเต็มที่ เพื่อสะท้อนมุมมองของคนรุ่นใหม่ต่อทิศทางการพัฒนาการศึกษาเชิงพื้นที่ ซึ่งถือเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงและการสร้างนวัตกรรมทางการศึกษาที่ตอบโจทย์อนาคตได้อย่างแท้จริง

พร้อมกันนี้ รศ. ดร.วศิน ปัญญาวุธตระกูล อาจารย์คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้ร่วมเสวนาในหัวข้อ “Growth Together : คิดนอกกรอบ ร่วมลงมือทำ ปั้นอนาคตการศึกษาพื้นที่ เติบโต – ยั่งยืน” ซึ่งมุ่งเน้นการสร้างสรรค์นวัตกรรมทางความคิดและการปฏิบัติจริงเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาในระดับพื้นที่ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคปัจจุบัน

การจัดประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อสร้างเวทีพัฒนาเครือข่ายและกลไกการมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ ตลอดจนส่งเสริมและสนับสนุนบทบาทการมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาของทุกภาคส่วนในระดับภูมิภาค พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้ ใช้สิทธิการเป็นตัวแทน ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลความก้าวหน้าการดำเนินงานของสมัชชาการศึกษาสภาการศึกษาและภาคีเครือข่าย

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังร่วมกันจัดทำข้อเสนอแนวทางการพัฒนาการศึกษาในมุมมองฉากทัศน์อนาคต พร้อมทั้งปรับปรุงประเด็นและมติของสมัชชาการศึกษาระดับภูมิภาค เพื่อนำเสนอเป็นระเบียบวาระสำคัญในการประชุมสมัชชาสภาการศึกษาระดับชาติต่อไป ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในการสร้างความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนและการส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจและการจ้างงานที่มีคุณค่า

ความร่วมมือและการขับเคลื่อนผ่านสมัชชาการศึกษาระดับภูมิภาคในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการประสานพลังกับทุกภาคีเครือข่าย เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์ระบบการศึกษาที่มีคุณภาพ ยืดหยุ่น และตอบสนองต่อความต้องการของการพัฒนาประเทศอย่างแท้จริง พร้อมทั้งมุ่งมั่นผลักดันให้เกิดการพัฒนาการศึกษาเชิงพื้นที่ที่เติบโตและยั่งยืนร่วมกันต่อไปในอนาคต

ม.นเรศวร รณรงค์เขตปลอดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า 100%

วันเสาร์ที่ 31 พฤษภาคม 2568 งานกิจการนิสิตและศิษย์เก่าสัมพันธ์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมรณรงค์เนื่องในวันงดสูบบุหรี่โลก โดยขอความร่วมมือประชาคมมหาวิทยาลัยปฏิบัติตามมาตรการ เขตปลอดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า 100% เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน

วันงดสูบบุหรี่โลกตรงกับวันที่ 31 พฤษภาคมของทุกปี เป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความตระหนักรู้ถึงผลกระทบของบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าต่อสุขภาพของผู้สูบ ผู้ที่ได้รับควันบุหรี่มือสอง รวมถึงบุคคลในพื้นที่โดยรอบ

มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับการจัดสภาพแวดล้อมภายในมหาวิทยาลัยที่เอื้อต่อการเรียนรู้ การทำงาน และการใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย โดยส่งเสริมให้บุคลากร นิสิต และผู้มาติดต่อร่วมกันเคารพสิทธิของผู้อื่น

การงดสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าภายในพื้นที่มหาวิทยาลัย ช่วยลดความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพจากควันบุหรี่และสารเคมี ตลอดจนสนับสนุนการป้องกันโรคที่เกี่ยวเนื่องกับการสูบบุหรี่ในระยะยาว

มาตรการดังกล่าวยังช่วยพัฒนาพื้นที่มหาวิทยาลัยให้มีความสะอาด ปลอดภัย และน่าอยู่ ลดผลกระทบต่อคุณภาพอากาศและสิ่งแวดล้อม อันเป็นพื้นฐานของการสร้างชุมชนการศึกษาที่มีคุณภาพ

ผู้ฝ่าฝืนการสูบบุหรี่ในเขตปลอดบุหรี่มีโทษปรับตามกฎหมายไม่เกิน 5,000 บาท จึงขอความร่วมมือทุกภาคส่วนปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบของมหาวิทยาลัยอย่างเคร่งครัด

การรณรงค์ครั้งนี้สะท้อนความร่วมมือของประชาคมมหาวิทยาลัยนเรศวรในการ ส่งเสริมสุขภาวะที่ดี และร่วมสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ที่ปลอดภัย น่าอยู่ และยั่งยืนสำหรับทุกคน

ม.นเรศวร จัดอบรมปฐมพยาบาลและ CPR ยกระดับความปลอดภัยชุมชน

วันอังคารที่ 20 พฤษภาคม 2568 ภาควิชาเทคโนโลยีหัวใจและทรวงอก คณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกับ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ่อทอง อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ดำเนินการจัดกิจกรรมสร้างความตระหนักด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ภายใต้ โครงการการป้องกันอุบัติเหตุบนท้องถนนในชุมชนตำบลบ่อทอง ปีงบประมาณ 2568 โดยมีผู้นำชุมชน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน และประชาชนในพื้นที่ตำบลบ่อทองเข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีเป้าหมายหลักเพื่อส่งเสริมความปลอดภัยบนท้องถนน และเพิ่มความพร้อมในการช่วยเหลือเบื้องต้นเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการป้องกันและลดความรุนแรงจากการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้นจากอุบัติเหตุจราจรในชีวิตประจำวันของคนในท้องถิ่น

ภายในงานได้มีการจัดการบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับ การปฐมพยาบาลเบื้องต้น ซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อมให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมมีความเข้าใจที่ถูกต้องในการประเมินสถานการณ์ การป้องกันอันตรายซ้ำซ้อน และการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ณ จุดเกิดเหตุ ก่อนที่ระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินจะเดินทางมาถึง

นอกจากการให้ความรู้ทางทฤษฎีแล้ว ยังมีการสาธิตและฝึกปฏิบัติจริงในเรื่อง การช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR) อย่างถูกวิธี โดยผู้เข้าร่วมโครงการทุกคนได้มีโอกาสลงมือปฏิบัติเพื่อฝึกทักษะกับหุ่นจำลอง เป็นการสร้างความมั่นใจและความชำนาญในการนำไปประยุกต์ใช้ช่วยเหลือผู้อื่นในยามวิกฤตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กิจกรรมดังกล่าวเป็นการขับเคลื่อนที่สอดคล้องกับการส่งเสริม การมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของทุกคน โดยมุ่งเน้นการสร้างภูมิคุ้มกันทางความรู้ด้านสุขภาพและการแพทย์ฉุกเฉินให้แก่ประชาชน เพื่อให้ชุมชนสามารถดูแลรักษาสุขภาพและรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้อย่างทันท่วงที

พร้อมกันนี้ การรณรงค์เรื่องความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ยังเป็นการสนับสนุนการสร้าง เมืองและชุมชนที่ปลอดภัยและยั่งยืน โดยเริ่มต้นจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม สร้างจิตสำนึกที่ดีระดับบุคคล ขยายผลไปสู่การจัดการสภาพแวดล้อมบนท้องถนนในท้องถิ่นให้มีความปลอดภัยสำหรับผู้สัญจรทุกคน

ความสำเร็จของการดำเนินงานในระดับชุมชนเกิดจากการบูรณาการความรู้และทรัพยากร สร้างเครือข่าย ความร่วมมือเพื่อการพัฒนา ระหว่างสถาบันการศึกษาและหน่วยบริการสุขภาพในพื้นที่ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในสังคมให้มีความมั่นคงและปลอดภัยอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

ม.นเรศวร ถ่ายทอดความรู้ด้านพลังงานทดแทน พร้อมพัฒนาอุปกรณ์ไฟฟ้าให้โรงเรียนบ้านคลองหนองเหล็ก

วันพฤหัสบดีที่ 29 พฤษภาคม 2568 รองศาสตราจารย์ ดร.นิพนธ์ เกตุจ้อย ผู้อำนวยการวิทยาลัยพลังงานทดแทนและสมาร์ตกริดเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมด้วยบุคลากร ศิษย์ปัจจุบัน และศิษย์เก่า ร่วมจัดกิจกรรม ถ่ายทอดความรู้ด้านพลังงานทดแทนและสมาร์ตกริดเทคโนโลยี ณ โรงเรียนบ้านคลองหนองเหล็ก อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก โดยกิจกรรมดำเนินระหว่างวันที่ 27–29 พฤษภาคม 2568

กิจกรรมมุ่งนำองค์ความรู้ของมหาวิทยาลัยไปเผยแพร่แก่โรงเรียนและชุมชน เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับ พลังงานทดแทน และแนวทางใช้พลังงานอย่างเหมาะสม การถ่ายทอดความรู้ในพื้นที่ช่วยเชื่อมโยงเรื่องพลังงานเข้ากับการเรียนรู้และการใช้ชีวิตประจำวันของครู นักเรียน และคนในชุมชน

อีกประเด็นหนึ่งของกิจกรรมคือ การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วมเห็นความสำคัญของการดูแลอุปกรณ์ไฟฟ้าและการใช้ไฟฟ้าอย่างคุ้มค่า ความรู้ดังกล่าวสามารถนำไปปรับใช้ทั้งในโรงเรียนและที่บ้าน และช่วยสร้างความตระหนักถึงความสัมพันธ์ระหว่างการใช้พลังงานกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

นอกจากการถ่ายทอดความรู้ คณะผู้จัดกิจกรรมยังได้ ซ่อมแซมและติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าเพิ่มเติม ภายในโรงเรียน การซ่อมแซมอุปกรณ์ที่ยังสามารถใช้งานได้เป็นแนวทางหนึ่งในการยืดอายุการใช้งาน ลดความจำเป็นในการจัดหาอุปกรณ์ใหม่ และใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์มากขึ้น

กิจกรรมดังกล่าวยังส่งเสริมความรู้และทักษะในการ ดูแลรักษาอุปกรณ์ไฟฟ้า เพื่อให้โรงเรียนสามารถใช้งานและบำรุงรักษาอุปกรณ์ได้อย่างต่อเนื่อง การเรียนรู้จากการดำเนินงานจริงช่วยให้ผู้เกี่ยวข้องเห็นแนวทางปฏิบัติที่นำไปใช้ประโยชน์ได้ในพื้นที่

การมีส่วนร่วมของบุคลากร ศิษย์ปัจจุบัน และศิษย์เก่า สะท้อนการนำความรู้จากสถาบันการศึกษาไปสนับสนุนชุมชน ขณะเดียวกัน ผู้เข้าร่วมจากมหาวิทยาลัยได้เรียนรู้ความต้องการของพื้นที่ผ่านการทำกิจกรรมร่วมกับโรงเรียน โดยมี พันจ่าเอก สัณฐิต สมัครธัญกิจ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านคลองหนองเหล็ก พร้อมด้วยคณะครูและนักเรียนให้การต้อนรับ

การส่งเสริมความรู้เรื่องพลังงานทดแทนควบคู่กับการใช้ไฟฟ้าอย่างคุ้มค่า มีส่วนช่วยสร้างพื้นฐานสำหรับการเลือกใช้พลังงานอย่างรับผิดชอบ เมื่อโรงเรียนและชุมชนมีความเข้าใจมากขึ้น ก็สามารถนำความรู้ไปประกอบการตัดสินใจเกี่ยวกับการใช้พลังงานและการดูแลทรัพยากรในระยะยาว

กิจกรรมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของบทบาทมหาวิทยาลัยนเรศวรในการ ถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ชุมชน ผ่านการเรียนรู้และการลงมือปฏิบัติร่วมกัน ทั้งด้านพลังงาน การดูแลอุปกรณ์ไฟฟ้า และการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิตและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin