คณะสหเวชฯ ม.นเรศวร จัดกิจกรรมสร้าง passion ในการทำงาน ด้วยจิตวิทยาเชิงบวก

วันจันทร์ที่ 19 สิงหาคม 2567 คณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรมอบรมพัฒนาบุคลากรสายสนับสนุน ในหัวข้อ “การสร้าง passion ในการทำงาน ด้วยจิตวิทยาเชิงบวก” ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 2 อาคารบริหารและบริการ คณะสหเวชศาสตร์ โดยได้รับเกียรติจากทีมวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์สุขภาพจิตที่ 2 จังหวัดพิษณุโลก มาถ่ายทอดองค์ความรู้และแนวทางการดูแลสุขภาพใจ

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.ไชยยงค์ จรเกตุ รองคณบดีฝ่ายบริหารและพัฒนาทรัพยากร เป็นประธานกล่าวเปิดงานและให้การต้อนรับบุคลากรทั้งภายในและภายนอกคณะ ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของคณะในการพัฒนาทรัพยากรบุคคลอย่างต่อเนื่อง

เนื้อหาของกิจกรรมประกอบด้วยการบรรยาย การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และการพูดคุยเชิงโต้ตอบระหว่างวิทยากรและผู้เข้าร่วม เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับ การสร้าง passion ในการทำงาน และการประยุกต์ใช้จิตวิทยาเชิงบวกในการพัฒนาตนเองและการทำงานร่วมกันในองค์กร

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมตรวจวัดความเครียดและสุขภาพหลอดเลือดด้วยเครื่อง biofeedback ซึ่งผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้รับการแปลผลและคำแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต เพื่อให้เกิดการตระหนักรู้ถึงสภาวะสุขภาพของตนเองและนำไปสู่การดูแลสุขภาพใจที่ดีอย่างยั่งยืน

คณะสหเวชศาสตร์ ขอบคุณทีมวิทยากรจากศูนย์สุขภาพจิตที่ 2 จังหวัดพิษณุโลก ที่ให้เกียรติมาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และให้ข้อแนะนำที่มีคุณค่าต่อการพัฒนาบุคลากรในครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญในการสร้างแรงบันดาลใจและ ส่งเสริมการสร้าง passion ในการทำงาน ให้กับบุคลากรทุกคน

กิจกรรมดังกล่าวยังเป็นโอกาสสำคัญในการปลูกฝังแนวคิดด้าน สุขภาวะที่ดี และการจัดการพลังงานทางอารมณ์ เพื่อให้บุคลากรมีความพร้อมที่จะทำงานด้วยความสุขและประสิทธิภาพ อันจะส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพงานและบรรยากาศการทำงานในองค์กร

การพัฒนาบุคลากรด้วยการเสริมสร้างทัศนคติที่ดีและการมี passion ในการทำงาน ถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของมหาวิทยาลัยนเรศวร ที่มุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพชีวิตการทำงานและสร้างความสมดุลระหว่างงานกับชีวิต เพื่อให้บุคลากรสามารถทำงานอย่างมีคุณค่าและยั่งยืน

ท้ายที่สุด กิจกรรมครั้งนี้ตอกย้ำถึงวิสัยทัศน์ของคณะสหเวชศาสตร์ ที่มุ่งพัฒนาและยกระดับความเป็นเลิศในการสร้างนวัตกรรมและสุขภาวะที่ดีสำหรับสังคม ตลอดจนการสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพ พร้อมร่วมขับเคลื่อนองค์กรและประเทศไปสู่ความยั่งยืนในอนาคต

ม.นเรศวร ถ่ายทอดความรู้ด้านการบำรุงรักษาระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์

วันที่ 20 – 22 สิงหาคม 2567 ดร.คงฤทธิ์ แม้นศิริ และคุณรัฐพร เงินมีศรี จาก งานนวัตกรรมและถ่ายทอดเทคโนโลยี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้รับเชิญจาก การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT) ให้บรรยายและแลกเปลี่ยนความรู้ด้าน การบำรุงรักษาระบบผลิตไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์

การบรรยายครั้งนี้มุ่งเน้นการเสริมสร้างความเข้าใจในเทคโนโลยี พลังงานทดแทน และวิธีการบำรุงรักษาอุปกรณ์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อลดความสูญเสียด้านพลังงานและเพิ่มความมั่นคงในการผลิตไฟฟ้า

นอกจากนี้ ยังมีการแลกเปลี่ยนแนวทางการตรวจสอบและซ่อมบำรุงระบบโซลาร์เซลล์ให้สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาพลังงานสะอาดและการใช้พลังงานอย่างยั่งยืนในระดับประเทศ

กิจกรรมนี้ยังเปิดโอกาสให้นักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญจาก EGAT ได้ร่วมอภิปรายเกี่ยวกับ นวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านพลังงานแสงอาทิตย์ ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในระบบผลิตไฟฟ้าและชุมชนต่าง ๆ

การเข้าร่วมกิจกรรมเป็นการสนับสนุนการสร้าง เครือข่ายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยและหน่วยงานภาครัฐ เพื่อร่วมพัฒนางานวิจัยและเทคโนโลยีพลังงานที่มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

การบรรยายและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการส่งเสริม พลังงานสะอาดและเทคโนโลยีอัจฉริยะ ให้เกิดผลกระทบเชิงบวกต่อการใช้พลังงานอย่างยั่งยืน

งานบริการวิชาการ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ยังคงมุ่งมั่นในการพัฒนาและถ่ายทอดความรู้ด้านพลังงานและนวัตกรรม เพื่อสนับสนุนการสร้างสังคมที่ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
ข้อมูลเพิ่มเติม: งานบริการวิชาการ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
โทรศัพท์: 055-963144 อีเมล: watcharaju@nu.ac.th

ม.นเรศวร จัดกิจกรรมเปิดบ้านเกษตรนเรศวร ส่งเสริมการเรียนรู้การปลูกฝังจิตสำนึกรักษ์โลก

วันพุธที่ 21 สิงหาคม 2567 คณะครู บุคลากร และนักเรียนระดับชั้นอนุบาล 1-3 โรงเรียนอนุบาลและประถมสาธิตมหาวิทยาลัยนเรศวร จำนวน 175 คน ได้เข้าร่วมกิจกรรมศึกษาแหล่งเรียนรู้เพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์ ภายใต้หัวข้อ “ฐานจำลองสิ่งมีชีวิตตามธรรมชาติและความรู้เบื้องต้น วัฏจักรชีวิตการเจริญเติบโตของพืช” ณ คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร ในงานเปิดบ้านเกษตรนเรศวร (Open House)

กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง ทั้งการปลูกต้นไม้และการทำกิจกรรมในฐานความรู้ต่าง ๆ โดยมีนิสิตคณะเกษตรศาสตร์ฯ จากหลายสาขาวิชามาเป็นพี่เลี้ยง ถ่ายทอดความรู้ และสร้างบรรยากาศการเรียนรู้อย่างสนุกสนานและเป็นกันเอง

นักเรียนได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่หลากหลายรูปแบบ อาทิ การจำลองการรีดนมวัว การเรียนรู้การเพาะเลี้ยงปลา การทดลองปลูกพืชในโรงเรือน และการรู้จักผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นจากวัสดุธรรมชาติ กิจกรรมเหล่านี้ไม่เพียงช่วยเปิดโลกการเรียนรู้ แต่ยังปลูกฝังทักษะการสังเกตและการลงมือทำด้วยตนเอง

การลงมือปลูกพืชถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญที่ช่วยให้เด็ก ๆ เข้าใจวงจรชีวิตของพืช และสร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงเช่นนี้ยังช่วยเสริมสร้างความผูกพันระหว่างผู้เรียนกับธรรมชาติอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ กิจกรรมยังเป็นการเชื่อมโยงระหว่างมหาวิทยาลัย โรงเรียน และชุมชน ผ่านการใช้ทรัพยากรและองค์ความรู้ของคณะเกษตรศาสตร์ฯ มาสนับสนุนการเรียนการสอนในระดับปฐมวัย ซึ่งเป็นการบูรณาการความร่วมมือที่ตอบโจทย์ทั้งด้านการศึกษาและสิ่งแวดล้อม

การเข้าร่วมกิจกรรมเปิดบ้านเกษตรนเรศวรครั้งนี้ ทำให้นักเรียนได้เรียนรู้การทำงานเป็นทีม ได้รับแรงบันดาลใจใหม่ ๆ และฝึกฝนทักษะการคิดอย่างเป็นระบบ อีกทั้งยังช่วยเสริมสร้างทักษะชีวิตที่สามารถนำไปปรับใช้ในการเรียนและการใช้ชีวิตประจำวัน

ท้ายที่สุด กิจกรรมนี้ไม่เพียงแต่เป็นการเรียนรู้นอกห้องเรียนสำหรับเด็กปฐมวัย แต่ยังสะท้อนถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการเป็นศูนย์กลางการถ่ายทอดความรู้และสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ที่ยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการ ส่งเสริมการเรียนรู้การปลูกฝังจิตสำนึกรักษ์โลก ให้แก่เยาวชนตั้งแต่ระดับต้น

ม.นเรศวร เดินหน้าโครงการ Lean Processing ลดขั้นตอนกระบวนงาน พัฒนาสู่มหาวิทยาลัยที่ยั่งยืน

มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัดโครงการปรับปรุงและลดขั้นตอนกระบวนงานด้านการออกกฎและคำสั่งมหาวิทยาลัย (Lean Processing) โดยมีหัวข้อสำคัญเกี่ยวกับการจัดทำคำสั่งและการแก้ไขคำสั่งให้ถูกต้องตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ โครงการครั้งนี้จัดโดย กองกฎหมาย มหาวิทยาลัยนเรศวร และได้รับเกียรติจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จรูญ สารินทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานอธิการบดี เป็นประธานเปิดโครงการ พร้อมด้วยการสนับสนุนจาก งานสารบรรณ กองกลาง ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับแบบและขั้นตอนการจัดทำคำสั่งมหาวิทยาลัยตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จรูญ สารินทร์ เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับการปรับปรุงการบริหารจัดการองค์กรให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ผ่านแนวทาง Lean Processing ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยไปสู่ความเป็นองค์กรที่ยั่งยืน กิจกรรมครั้งนี้ช่วยให้บุคลากรมีความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการจัดทำและการแก้ไขคำสั่งให้สอดคล้องกับกฎหมายและระเบียบราชการ รวมถึงช่วยลดขั้นตอนและระยะเวลาในการดำเนินงาน พร้อมทั้งกำหนดมาตรฐานการทำงานที่เป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ นางสาวลัดดาวัลย์ ชูสาย ผู้อำนวยการกองกฎหมาย มหาวิทยาลัยนเรศวร ยังได้กล่าวเสริมว่า โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ชัดเจนในการปรับกระบวนงานด้านการจัดทำและการแก้ไขคำสั่งให้มีความถูกต้องและมีประสิทธิภาพ โดยผู้เข้าร่วมโครงการจะได้แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ร่วมกัน อันจะช่วยเพิ่มทักษะการปฏิบัติงานและสามารถถ่ายทอดองค์ความรู้กลับไปยังหน่วยงานต้นสังกัดได้อย่างมีประสิทธิผล

โครงการ Lean Processing ครั้งนี้ยังมุ่งเน้นการสร้างบรรยากาศการทำงานที่เอื้อต่อความร่วมมือและการเรียนรู้ร่วมกัน ลดความซ้ำซ้อนของกระบวนการ และสร้างมาตรฐานที่เป็นเอกภาพในมหาวิทยาลัย ส่งผลให้เกิดการจัดการที่มีคุณภาพและตอบสนองต่อความต้องการของสังคมและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้ดียิ่งขึ้น

การเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียงของหัวหน้าหน่วยงานและบุคลากรมหาวิทยาลัยนเรศวร แสดงถึงความตระหนักและความตั้งใจที่จะยกระดับมาตรฐานการทำงานด้านกฎหมายและสารบรรณของมหาวิทยาลัยให้ทันสมัยและสอดคล้องกับกรอบกฎหมายของประเทศอย่างต่อเนื่อง

นอกจากการปรับปรุงกระบวนการทำงานแล้ว โครงการยังช่วยสนับสนุนการสร้างความเท่าเทียมในสถานที่ทำงาน โดยเปิดโอกาสให้บุคลากรทุกระดับได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น นับเป็นแนวทางหนึ่งในการลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเข้มแข็งในระบบบริหารจัดการขององค์กร

ท้ายที่สุด โครงการนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพงานเท่านั้น แต่ยังมีส่วนสำคัญในการ ส่งเสริมการทำงานอย่างมีความสุขและมีประสิทธิภาพ ภายในมหาวิทยาลัย อันจะนำไปสู่การพัฒนาที่มั่นคงและยั่งยืน ทั้งในมิติของสุขภาพองค์กรและสังคมโดยรวม

ม.นเรศวร ร่วมจัดการปัญหาขยะล้นเมือง ร่วมใจคัดแยกขยะก่อนทิ้ง เพื่อลดปริมาณอย่างยั่งยืน 

วันอาทิตย์ที่ 25 สิงหาคม 2567 เวลา 07.00 น. นายรุ่งรัตน์ พระนาค ผู้อำนวยการกองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร ลงพื้นที่สำรวจปริมาณขยะและสร้างขวัญกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านการจัดเก็บขยะ พร้อมทั้งประชุมหารือแนวทางในการจัดการปัญหาขยะที่จะเกิดขึ้นในอนาคต จากสถานการณ์ขยะล้นเมืองในจังหวัดพิษณุโลก อันเนื่องมาจากบ่อขยะเอกชนหมดสัญญาและต้องปิดตัวลง ส่งผลให้ไม่สามารถจัดเก็บขยะได้ต่อเนื่องเป็นเวลาร่วม 1 สัปดาห์

มาตรการสำคัญที่ถูกนำมาใช้ทันที คือการประกาศห้ามนำขยะจากภายนอกเข้ามาทิ้งภายในพื้นที่มหาวิทยาลัย หากฝ่าฝืนจะมีโทษปรับเป็นจำนวนเงิน 2,000 บาท โดยเป็นการควบคุมและลดภาระปัญหาขยะสะสมภายในมหาวิทยาลัย พร้อมกำหนดแนวทางการจัดการปัญหาขยะที่เน้นทั้งมาตรการควบคุมและการมีส่วนร่วมของทุกคนในชุมชนมหาวิทยาลัย

แนวทางการจัดการขยะถูกกำหนดให้เริ่มจากการ คัดแยกขยะเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่ ขยะอินทรีย์ ขยะทั่วไป และขยะรีไซเคิล โดยขยะอินทรีย์ เช่น เศษอาหาร เศษผัก เศษเนื้อสัตว์ เปลือกผลไม้ และใบไม้ จะต้องถูกแยกอย่างเป็นระบบ ขยะทั่วไป เช่น ถุงพลาสติก ซองขนม และบรรจุภัณฑ์อาหาร จะถูกจัดเก็บในถังเฉพาะ ส่วนขยะรีไซเคิล ได้แก่ กระดาษ ขวด แก้ว และกระป๋อง จะถูกแยกเก็บเพื่อนำกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล

เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการ ขยะอินทรีย์ได้รับการกำหนดช่วงเวลาการจัดเก็บอย่างชัดเจน คือวันละ 2 รอบ ระหว่างวันจันทร์ถึงวันศุกร์ รอบเช้าเวลา 08.00 น. และรอบบ่ายเวลา 15.00 น. มาตรการดังกล่าวช่วยควบคุมกลิ่น ลดการสะสมของแมลงและสัตว์พาหะ รวมถึงป้องกันปัญหาด้านสุขอนามัยภายในมหาวิทยาลัย

การดำเนินงานในครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ยังเป็นการสร้างระบบจัดการขยะที่มีความยั่งยืน โดยส่งเสริมให้บุคลากรและนิสิตมีส่วนร่วมในการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง เป็นการสร้างความตระหนักรู้และความรับผิดชอบร่วมกันในสังคมมหาวิทยาลัย

มาตรการคัดแยกและจัดการขยะในครั้งนี้ยังเชื่อมโยงกับการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า เนื่องจากขยะรีไซเคิลที่ถูกคัดแยกจะสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ ลดปริมาณของเสีย และลดภาระการกำจัด ขณะเดียวกันขยะอินทรีย์ก็สามารถนำไปใช้ต่อยอด เช่น การผลิตปุ๋ยอินทรีย์สำหรับดูแลต้นไม้และพื้นที่สีเขียวในมหาวิทยาลัย

โครงการดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการ ร่วมจัดการปัญหาขยะ อย่างเป็นระบบและยั่งยืน โดยอาศัยความร่วมมือของบุคลากรและนิสิตทุกคน เพื่อสร้างมหาวิทยาลัยที่สะอาด เป็นระเบียบ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อันเป็นก้าวสำคัญของการขับเคลื่อนสู่สังคมที่มีการบริโภคและการจัดการทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ

ม.นเรศวร จัดบรรยายพิเศษ “ปลูกจิตสำนึกรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มุ่งต่อต้านการทุจริต”

วันพฤหัสบดีที่ 29 สิงหาคม 2567 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้รับเกียรติจาก นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ มาเป็นวิทยากรบรรยายพิเศษในหัวข้อ “ปลูกจิตสำนึกรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มุ่งต่อต้านการทุจริต” ซึ่งเป็นกิจกรรมที่บูรณาการอยู่ในรายวิชากฎหมายพื้นฐานเพื่อคุณภาพชีวิต โดยมีนิสิตเข้าร่วมรับฟังการบรรยายกว่า 373 คน ณ ห้องปราบไตรจักร 43 อาคารเรียนปราบไตรจักร 1

การบรรยายครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญเพื่อสร้างความเข้าใจและตระหนักรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการปลูกฝังแนวคิดด้านคุณธรรมและความโปร่งใสในสังคม ถือเป็นการเสริมสร้างความรู้และคุณค่าที่จำเป็นต่อการพัฒนานิสิตให้มีความรับผิดชอบต่อส่วนรวม

นอกจากการบรรยายในเชิงทฤษฎีแล้ว วิทยากรยังได้ยกตัวอย่างเหตุการณ์จริงในสังคมที่เชื่อมโยงการทำลายสิ่งแวดล้อมกับปัญหาการทุจริต เพื่อให้นิสิตเห็นถึงความสัมพันธ์ของทั้งสองประเด็น ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการทุจริตไม่เพียงแต่กระทบต่อเศรษฐกิจและการเมือง แต่ยังทำลายระบบนิเวศและความยั่งยืนของสังคมด้วย

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ยังมุ่งเน้นไปที่การสร้างนิสิตให้เป็นพลเมืองที่ดี มีความกล้าหาญในการยืนหยัดต่อสู้กับการทุจริต และมีจิตสำนึกในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมรอบตัว ถือเป็นการผสานการเรียนรู้ด้านกฎหมายเข้ากับการใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างสมบูรณ์

มหาวิทยาลัยนเรศวรได้เล็งเห็นความสำคัญของการสร้างสังคมที่เข้มแข็งและโปร่งใส โดยการส่งเสริมการปลูกจิตสำนึกรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมควบคู่กับการต่อต้านการทุจริต เป็นแนวทางในการพัฒนาคุณภาพของนิสิตและสังคมไปพร้อมกัน

นอกจากนี้ การเรียนรู้ในลักษณะนี้ยังถือเป็นการส่งเสริมการศึกษาที่เชื่อมโยงกับการพัฒนาที่ยั่งยืน สร้างพื้นฐานความรู้ที่นิสิตสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในวิชาชีพ และเป็นแรงผลักดันให้นิสิตมีส่วนร่วมในการสร้างสังคมที่มีคุณภาพทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและความยุติธรรม

กิจกรรมครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่มหาวิทยาลัยนเรศวรได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการส่งเสริมการปลูกจิตสำนึกรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งปลูกฝังคุณค่าของความซื่อสัตย์สุจริตให้แก่เยาวชน เพื่อร่วมกันสร้างสังคมที่โปร่งใสและเป็นธรรมอย่างยั่งยืน

ม.นเรศวร เสริมสร้างความรู้ทางการเงินแก่บุคลากรคณะวิทยาศาสตร์

วันพุธที่ 28 สิงหาคม 2567 คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัดกิจกรรมอบรมในหัวข้อ “การให้ความรู้ด้านการเงิน การออม และการลงทุน” เพื่อเสริมสร้างทักษะทางการเงินที่จำเป็นแก่บุคลากรในคณะ โดยกิจกรรมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สัมพันธ์ เนตยานันท์ อาจารย์ประจำภาควิชาบริหารธุรกิจ คณะบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์และการสื่อสาร มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นวิทยากรผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้

การจัดอบรมดังกล่าวเริ่มต้นด้วยการกล่าวต้อนรับและเปิดกิจกรรมโดย ศาสตราจารย์ ดร.เมธา รัตนากรพิทักษ์ รองคณบดีฝ่ายบริหาร คณะวิทยาศาสตร์ ซึ่งได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีความรู้และทักษะด้านการเงินในชีวิตประจำวันและการทำงาน เพื่อให้บุคลากรสามารถนำไปใช้วางแผนทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กิจกรรมอบรมมุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจในด้านการออมและการลงทุน ตลอดจนการจัดการทางการเงินอย่างเป็นระบบ ซึ่งถือเป็นทักษะสำคัญในการลดความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ และการสร้างความมั่นคงในระยะยาว อันสอดคล้องกับ SDG1 ขจัดความยากจน ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาสและการลดความเปราะบางทางการเงินของประชาชน

นอกจากนี้การอบรมยังช่วยยกระดับศักยภาพของบุคลากรในด้านการจัดการทรัพยากรส่วนบุคคล ทำให้สามารถใช้ความรู้ที่ได้รับไปพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเองและครอบครัวได้อย่างยั่งยืน อีกทั้งยังสร้างความตระหนักถึงการลงทุนอย่างมีความรับผิดชอบและมีเป้าหมายที่ชัดเจน

คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร มุ่งหวังว่าการอบรมครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อบุคลากรทุกคนในการปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม รวมทั้งช่วยลดปัญหาความเหลื่อมล้ำที่เกิดจากการขาดโอกาสเข้าถึงองค์ความรู้ด้านการเงิน ซึ่งสอดคล้องกับการพัฒนาที่ยั่งยืนในภาพรวม

การส่งเสริมให้บุคลากรมีความรู้ด้านการเงินไม่เพียงแต่ช่วยสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจแก่บุคคลเท่านั้น แต่ยังเป็นการลงทุนทางสังคมที่สำคัญ ซึ่งจะส่งผลต่อการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพของหน่วยงานและมหาวิทยาลัยในอนาคต

ในอนาคต คณะวิทยาศาสตร์ยังคงมุ่งมั่นที่จะจัดกิจกรรมอบรมและพัฒนาความรู้ในหลากหลายด้านอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรให้พร้อมรับมือกับความท้าทายในยุคปัจจุบัน และร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนทั้งในระดับมหาวิทยาลัยและสังคมโดยรวม

วิศวะ ม.นเรศวร ฉลอง 30 ปี ต่อยอดนวัตกรรม สร้างงานสร้างอาชีพ

วันอังคารที่ 20 สิงหาคม 2567 คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัดงานครบรอบ 30 ปี วันสถาปนา โดยมีรองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดี เป็นประธานเปิดงาน และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กำพล ทรัพย์สมบูรณ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ กล่าวรายงาน งานนี้มุ่งเผยแพร่ผลงานนวัตกรรมของนิสิตและงานวิจัยที่โดดเด่นของคณาจารย์ พร้อมทั้งการบริการวิชาการด้านวิศวกรรม เพื่อยกระดับการศึกษาและการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน

ภายในงานมีการจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมการเรียนรู้และทักษะวิชาชีพ อาทิ การแข่งขัน E-Sport การประกวด Cosplay และการจัด Cover dancing ซึ่งนอกจากจะสร้างความบันเทิงแล้ว ยังเปิดพื้นที่ให้เยาวชนได้แสดงความสามารถและพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยีและความคิดสร้างสรรค์ที่สอดคล้องกับตลาดแรงงานยุคใหม่

การบรรยายและเสวนาที่จัดขึ้น เช่น “การเตรียมความพร้อมสู่อุตสาหกรรม E-Sport แบบมืออาชีพ” และ “การเตรียมความพร้อม และทักษะสำหรับการประกอบอาชีพทางวิศวกรรม” ถือเป็นการให้ความรู้แก่เยาวชนและประชาชนที่สนใจ ช่วยสร้างแนวทางในการพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานจริงในอนาคต อันเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างงานสร้างอาชีพอย่างมั่นคง

นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการ Earth Gallery & Gearlaxy Space รวมถึงการออกบูธแสดงผลงานจากสาขาวิชา ชมรม และสโมสรนิสิต ที่สะท้อนถึงศักยภาพและความก้าวหน้าทางด้านวิศวกรรมและนวัตกรรม ต่อยอดไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมที่ขับเคลื่อนด้วยความรู้และทักษะที่ทันสมัย

กิจกรรมเหล่านี้ไม่เพียงแต่เปิดโอกาสให้เยาวชนได้พัฒนาความรู้และทักษะใหม่ ๆ แต่ยังส่งเสริมให้บุคลากร นิสิต และศิษย์เก่ามีส่วนร่วมในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็ง เพื่อเป็นพลังร่วมกันในการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง

การจัดงานครบรอบครั้งนี้ยังเป็นการตอกย้ำความสำคัญของการพัฒนาทุนมนุษย์ สร้างแรงบันดาลใจให้กับนิสิตในการต่อยอดความรู้และนวัตกรรมสู่การประกอบอาชีพที่มั่นคง ตอบสนองต่อความต้องการของตลาดแรงงาน และเพิ่มโอกาสในการสร้างงานสร้างอาชีพในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ

สุดท้าย งานครบรอบ 30 ปี วันสถาปนาคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นเวทีสำคัญที่เชื่อมโยงระหว่างการศึกษา นวัตกรรม และสังคม ทำให้เกิดการบูรณาการความรู้กับการสร้างสรรค์เศรษฐกิจใหม่ที่ยั่งยืน และเป็นแรงขับเคลื่อนในการสร้างอนาคตที่มั่นคงให้กับเยาวชนและสังคมไทย

อพ.สธ.-ม.นเรศวร ให้คำปรึกษาการดำเนินงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย จ.นครสวรรค์

วันศุกร์ที่ 30 สิงหาคม 2567 ศูนย์ประสานงาน อพ.สธ.-มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้ต้อนรับคณะผู้บริหารและบุคลากรทางการศึกษาจากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย (จิรประวัติ) จังหวัดนครสวรรค์ จำนวน 14 คน ที่เดินทางมาเพื่อขอรับคำปรึกษาและแนวทางการดำเนินงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน ณ กองส่งเสริมการบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ในโอกาสนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ศิษฐ์ภัณฑ์ แคนลา รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการกองส่งเสริมการบริการวิชาการ ได้กล่าวต้อนรับคณะผู้มาเยือน พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการพัฒนาสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนในฐานะพื้นที่การเรียนรู้และการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช ที่สามารถสร้างประโยชน์ให้แก่นักเรียน ชุมชน และสังคมในระยะยาว

การประชุมให้คำปรึกษาครั้งนี้ได้รับเกียรติจากคณะที่ปรึกษาศูนย์ประสานงาน อพ.สธ.-มหาวิทยาลัยนเรศวร จำนวน 5 ท่าน ได้แก่ นางรัชนีนรินทร์ คลังเงินวรากร, นางสาวประนอม รัตนชัย, นางพันทิพา สิงหัษฐิต, นางศิริวัลย์ มะโต และนายเฉลิมพล ขยันกิจ โดยที่ประชุมได้ให้ข้อเสนอแนะเชิงวิชาการและแนวทางการปรับปรุงผลงานตามเกณฑ์มาตรฐานที่ อพ.สธ. กำหนด

โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย (จิรประวัติ) ได้นำเสนอผลการดำเนินงานตามแนวทาง 4 ด้าน 5 องค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับการจัดการสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน ซึ่งคณะที่ปรึกษาได้พิจารณาและให้ข้อชี้แนะเพื่อปรับปรุงคุณภาพการดำเนินงานให้ครบถ้วนและสอดคล้องกับเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อพัฒนาสู่มาตรฐานในระดับสูงขึ้นต่อไป

ความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในฐานะสถาบันวิชาการที่ไม่เพียงทำหน้าที่สนับสนุนการเรียนการสอน แต่ยังขยายบทบาทไปสู่การพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยการ ส่งเสริมการสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชและทรัพยากร ทั้งในระดับสถานศึกษาและชุมชน

กิจกรรมดังกล่าวยังช่วยสร้างความเชื่อมโยงระหว่างโรงเรียนและมหาวิทยาลัย ผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การพัฒนาทักษะ และการยกระดับศักยภาพด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างมีระบบ ถือเป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเฉพาะด้านความหลากหลายทางชีวภาพและการทำงานร่วมกันของภาคส่วนต่าง ๆ

นอกจากนี้ การดำเนินงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนยังมีบทบาทสำคัญในการปลูกฝังความตระหนักรู้ให้แก่นักเรียนในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เรียนรู้การใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า และเข้าใจความเชื่อมโยงระหว่างมนุษย์กับระบบนิเวศ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาสังคมที่มีความยั่งยืน

การให้คำปรึกษาของศูนย์ประสานงาน อพ.สธ.-มหาวิทยาลัยนเรศวร จึงนับเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยผลักดันโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย (จิรประวัติ) จังหวัดนครสวรรค์ ให้สามารถพัฒนาสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนอย่างมีคุณภาพ และเป็นต้นแบบของการบูรณาการการเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมกับการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

ม.นเรศวร ร่วมโครงการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ สร้างพื้นที่สีเขียวเพื่อความยั่งยืน

วันเสาร์ที่ 24 สิงหาคม 2567 รองศาสตราจารย์ ดร.สุขกิจ ยะโสธรศรีกุล คณบดีคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้เข้าร่วมพิธีเปิดโครงการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ พระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ครบ 92 พรรษา 12 สิงหาคม 2567 ภายใต้แนวคิด “TOGETHER WE GROWTH โตไปด้วยกัน จังหวัดพิษณุโลก”

กิจกรรมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24–25 สิงหาคม 2567 ณ โรงเรียนและวัดบ้านพร้าว อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก โดยมีหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนในจังหวัดพิษณุโลกเข้าร่วมกว่า 21 หน่วยงาน ซึ่งสะท้อนถึงพลังความร่วมมือจากหลายภาคส่วนในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและฟื้นฟูพื้นที่ป่าไม้

รองศาสตราจารย์ ดร.สุขกิจ พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ ได้ร่วมกันปลูกต้นไม้หลากหลายชนิดในพื้นที่เป้าหมาย เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ และสร้างความสมดุลให้กับระบบนิเวศ ถือเป็นการ ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ มีส่วนร่วมในการสร้างพื้นที่สีเขียว ที่ช่วยลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืน

โครงการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติครั้งนี้ยังเป็นเวทีแห่งการสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ป่าไม้ในระดับชุมชนและสังคม โดยมีการรณรงค์ให้ประชาชน นักเรียน และเยาวชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกด้านการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมตั้งแต่วัยเยาว์

นอกจากนี้ กิจกรรมยังแสดงให้เห็นถึงการบูรณาการความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย หน่วยงานท้องถิ่น องค์กรเอกชน และชุมชน ในการพัฒนาพื้นที่สีเขียวร่วมกัน ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดการพัฒนาที่เน้นความร่วมมือ (Partnership for Goals) อันเป็นรากฐานสำคัญของการขับเคลื่อนสังคมสู่ความยั่งยืน

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและพลังบวกของผู้เข้าร่วม ทุกคนมีเป้าหมายเดียวกันคือการสร้างป่าที่แข็งแรงและเป็นมรดกทางธรรมชาติให้กับคนรุ่นต่อไป การปลูกต้นไม้ในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียว แต่ยังช่วยสร้างความสมานฉันท์ระหว่างชุมชนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

โครงการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ “TOGETHER WE GROWTH โตไปด้วยกัน จังหวัดพิษณุโลก” จึงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงการมีส่วนร่วมอย่างจริงจังในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การสร้างพื้นที่สีเขียว และการเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือเพื่อพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin