ม.นเรศวร จัดนิทรรศการ “เปลี่ยนโลก เปลี่ยนอนาคต” ชูนวัตกรรมและเครือข่ายความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

วันพุธที่ 19 กุมภาพันธ์ 2568 คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรมนิทรรศการ “เปลี่ยนโลก เปลี่ยนอนาคต” ภายใต้รายวิชาการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศและผลกระทบต่อสุขภาพ ณ โถงชั้น 1 อาคารเรียนรวมคณะสาธารณสุขศาสตร์ เพื่อสร้างการเรียนรู้และความตระหนักด้าน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และผลกระทบต่อสุขภาพผ่านกระบวนการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ

กิจกรรมในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พันธ์ทิพย์ หินหุ้มเพ็ชร รองคณบดีฝ่ายวิชาการและประกันคุณภาพการศึกษา เป็นผู้แทนคณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ในการกล่าวเปิดงาน โดยมุ่งเน้นการเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางวิชาการเข้ากับสถานการณ์จริง เพื่อรับมือกับวิกฤตด้าน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่มีต่อสุขภาวะของมนุษย์ทั้งในระดับบุคคล ชุมชน และสังคม

นิทรรศการมุ่งส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วม ซึ่งประกอบด้วย คณาจารย์ นักวิทยาศาสตร์ และนิสิต ได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับปัจจัยที่ส่งผลต่อสภาพแวดล้อมโลก พร้อมทั้งศึกษาและออกแบบแนวทางการปรับตัวที่เหมาะสมในบริบทของสังคมปัจจุบัน เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมและลดความเสี่ยงจากผลกระทบทางธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้น

ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมที่หลากหลาย ทั้งการจัดแสดงนิทรรศการวิชาการ และการนำเสนอผลงานสิ่งประดิษฐ์จากวัสดุเหลือใช้ ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงรูปแบบ การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน ผ่านการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการลดปริมาณของเสียด้วยการออกแบบนวัตกรรมเชิงสร้างสรรค์

นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอผลงานโปสเตอร์เกี่ยวกับสถานการณ์ภูมิอากาศทั่วโลก และกิจกรรม Workshop ที่เปิดโอกาสให้นิสิตได้ลงมือปฏิบัติจริง เพื่อแสดงศักยภาพด้านการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ การประยุกต์ใช้ความรู้ และการสื่อสารผลงานทางวิชาการเพื่อแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมรอบตัว

กิจกรรมดังกล่าวยังถือเป็นเวทีสำคัญในการสร้าง เครือข่ายความร่วมมือ ระหว่างคณาจารย์ นักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ และนิสิต เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวคิดด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม อันเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งทางวิชาการ และผลักดันนวัตกรรมที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ร่วมกันได้จริงในอนาคต

การบูรณาการการเรียนการสอนเข้ากับการวิจัยและการบริการวิชาการในลักษณะนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการพัฒนาบัณฑิตและสร้างองค์ความรู้ที่ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนสังคมให้พร้อมรับมือกับความท้าทาย เป็นมิตรต่อระบบนิเวศ และสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว

ม.นเรศวร จัดประกวดนวัตกรรมรักษ์โลก ขับเคลื่อนความร่วมมือสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

วันพฤหัสบดีที่ 20 กุมภาพันธ์ 2568 กองบริการการศึกษา โดยงานจัดการวิชาศึกษาทั่วไป ร่วมกับคณาจารย์วิชาวิทยาศาสตร์ในชีวิตประจำวัน มหาวิทยาลัยนเรศวร ดำเนินการจัดการประกวดผลงานการพัฒนา “นวัตกรรมรักษ์โลก” ณ โถงชั้น 1 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา บรมราชินีนาถ

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมให้นิสิตได้ตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้พัฒนาความคิดสร้างสรรค์ในการคิดค้นนวัตกรรมที่ช่วยลดผลกระทบต่อโลก ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการสร้างรูปแบบการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน

กิจกรรมดังกล่าวมุ่งเน้นให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้แนวทางการพัฒนา เทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ผ่านการแสดงทางวิทยาศาสตร์และกระบวนการคิดอย่างเป็นระบบ ซึ่งตอกย้ำถึงความสำคัญของการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการระหว่างคณาจารย์และนิสิต ในการเผยแพร่องค์ความรู้ด้านการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

ในปีนี้ โครงการได้รับความสนใจและการตอบรับอย่างดีเยี่ยม โดยมีนิสิตเข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 779 คน และมีการส่งผลงานเข้าประกวดทั้งหมด 29 ผลงาน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงพลังของคนรุ่นใหม่ที่มุ่งมั่นจะช่วยลดขยะ ลดการสูญเปล่าของทรัพยากร และบรรเทาภาวะโลกร้อนอย่างเป็นรูปธรรม

สำหรับผลการประกวดที่โดดเด่น รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ผลงาน “บ่อดักไขมัน 2 in1” ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ช่วยลดการปล่อยไขมันลงสู่แหล่งน้ำ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 คือ ผลงาน “Pure Flow ไหลสะอาด ไร้ไขมัน” ที่ออกแบบระบบกรองน้ำมันจากครัวเรือนก่อนปล่อยลงท่อน้ำเสีย และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ผลงาน “ถนนชาร์ทรถ EV ด้วยระบบโซล่าเซลล์” ที่สนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

นอกจากนี้ยังมีผลงานที่ได้รับรางวัลชมเชย ซึ่งส่งเสริมแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน ได้แก่ “Second Life จากของเหลือใช้” และ “กิ๊ฟเซ็ตกระเป๋ารักษ์โลก และเครื่องประดับจากขวดพลาสติก” ที่เปลี่ยนขยะพลาสติกให้เป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าใหม่ รวมถึงผลงาน “บ้านที่หายใจได้” ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มการไหลเวียนของอากาศและลดการใช้พลังงานไฟฟ้า

ความสำเร็จของการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างสรรค์แนวทางใหม่เพื่อการดูแลรักษาโลก ตอกย้ำแนวคิดการพัฒนาองค์กรผ่านนวัตกรรมที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็งเพื่ออนาคตที่ดียิ่งขึ้นของสังคมต่อไป

NU Art & Craft Fun Fair 2025: เทศกาลแห่งศิลปะ ความรัก และกลิ่นหอมของกาแฟ

มหาวิทยาลัยนเรศวรจัดงาน “NU Art & Craft Fun Fair 2025” ซึ่งเป็นโครงการที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ภายใต้แนวคิดที่เชื่อมโยงกันระหว่าง เทศกาลแห่งความรัก ผู้คน ดนตรี และกลิ่นหอมของกาแฟ โดยมี ดร.พิสุทธิ์ อภิชยกุล รองอธิการบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์และการถ่ายทอดเทคโนโลยี เป็นประธานในพิธีเปิด โครงการนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือของหน่วยงานทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย เพื่อทำให้มหาวิทยาลัยนเรศวรเป็น Creative Art Space ที่สำคัญของเมืองพิษณุโลกและเป็นพื้นที่สาธารณะสำหรับการแสดงออกด้านศิลปวัฒนธรรมเชิงสร้างสรรค์

ในปีนี้ งาน NU Art & Craft Fun Fair 2025 ได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรหลายภาคส่วน เช่น วิทยาลัยเพื่อการค้นคว้าระดับรากฐาน ตลาดประชารัฐ กลุ่มผู้ประกอบการร้านกาแฟ และศิลปินผู้สร้างสรรค์งานคราฟท์จากจังหวัดสุโขทัยและพิษณุโลก โดยมีการจัดกิจกรรมหลากหลายที่สะท้อนถึงศิลปะ วัฒนธรรม และความยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็น การแสดง Lanna Fashion โดยนิสิตชมรมสืบสานล้านนา ที่นำเสนอความหลากหลายของอัตลักษณ์การแต่งกายกลุ่มชาติพันธุ์ล้านนา ภายใต้แนวคิด “Flower of ล้านนา” และ การแสดง Upcycled Fashion ที่มุ่งเน้นการออกแบบร่วมสมัยด้วยวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มุ่งสู่เศรษฐกิจแบบยั่งยืน

อีกหนึ่งไฮไลต์ของงานคือ การแสดงดนตรีและศิลปะที่ผสานกันอย่างลงตัว เช่น การแสดง Art & Craft NU Dance โดยนิสิตโครงการลูกพระฆเนศ NU Band และ การแสดง Fingerstyle Guitar x Coffee Painting โดย อาจารย์กวิน ภูศรีเทศ แชมป์ Overdrive Acoustic Guitar Contest 2020 และ คุณพัชรพล เสริมสุข ศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่เต็มไปด้วยอารมณ์และพลัง นอกจากนี้ ยังมีนิทรรศการศิลปะยามค่ำคืน การแสดงดนตรี และกิจกรรมนันทนาการที่เปิดโอกาสให้นิสิตและประชาชนทั่วไปได้มีส่วนร่วมในบรรยากาศแห่งศิลปะและความสุข

วันสุดท้ายของงาน นับเป็นช่วงเวลาที่เปี่ยมไปด้วยบรรยากาศในฝันของใครหลายคน ลานด้านหน้าหอศิลป์มหาวิทยาลัยนเรศวร กลายเป็นพื้นที่ที่ผสมผสาน ความคิดสร้างสรรค์และอิสระ อย่างลงตัว ภายใต้คอนเซ็ปต์ “กาแฟกับงานฝีมือ” ซึ่งได้รับความนิยมจากผู้เข้าร่วมเป็นอย่างมาก ที่นี่เป็นจุดรวมตัวของ ชุมชนศิลปะและงานฝีมือ ที่เปิดโอกาสให้ชาวบ้านจากหลากหลายพื้นที่เข้ามาสอนทักษะศิลปะประดิษฐ์ เช่น การเย็บย่าม เย็บตุ๊กตา และงานวาดภาพ ซึ่งช่วยส่งต่อองค์ความรู้จากรุ่นสู่รุ่น พร้อมทั้งเปิดพื้นที่ให้นิสิตและประชาชนทั่วไปได้เรียนรู้และฝึกฝนฝีมือ

งานนี้ยังเชื่อมโยง ชุมชนกับศิลปะ ผ่านบรรยากาศสบายๆ ที่มี นักดนตรีอาสามาขับกล่อม ควบคู่กับ บูธร้านอาหารและกาแฟจากผู้ประกอบการท้องถิ่น ที่มาประชันรสชาติจากเวทีแข่งขันระดับประเทศ นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้เยาวชน ครอบครัว และตัวแทนชุมชนได้มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสร้างสรรค์ผลงานร่วมกัน รวมถึงการสนับสนุน พ่อค้าแม่ค้ารุ่นใหม่ ที่ต้องการอวดฝีมือด้านอาหารและเครื่องดื่มแปลกใหม่

NU Art & Craft Fun Fair 2025 ไม่เพียงเป็นงานที่มอบความสนุกและแรงบันดาลใจ แต่ยังเป็น ต้นแบบของพื้นที่สร้างสรรค์ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงออกอย่างเสมอภาค สอดคล้องกับ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG 5) ที่ส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศและการมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียมกัน นอกจากนี้ยังตอบโจทย์ SDG 11 ที่ส่งเสริมให้เมืองและชุมชนมีความยั่งยืนผ่านศิลปะ วัฒนธรรม และการมีส่วนร่วมของประชาชน

ที่มา: กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร ร่วมยินดีกับรางวัลวิจัยด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมทางทะเล

วันอาทิตย์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2567 มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยศาสตราจารย์ ดร.กรกนก อิงคนินันท์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม พร้อมด้วยผู้บริหารกองการวิจัยและนวัตกรรม ได้เข้าร่วมแสดงความยินดีแก่นักวิจัยที่ได้รับรางวัลการวิจัยแห่งชาติ ประจำปี 2567 หนึ่งในนั้นคือ ดร.สุชานัน หรรษอุดม ผู้ได้รับรางวัลวิทยานิพนธ์ระดับดี สาขานิติศาสตร์ จากผลงานวิจัยเรื่อง “การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมในการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมทางทะเลจากการพัฒนากังหันลมนอกชายฝั่งในประเทศไทย”

ผลงานวิจัยดังกล่าวถือเป็นการบูรณาการระหว่างกฎหมาย สิ่งแวดล้อม และพลังงานหมุนเวียน เพื่อสร้างแนวทางการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการพัฒนากังหันลมนอกชายฝั่ง ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานสะอาดที่กำลังได้รับความสนใจในประเทศไทยและทั่วโลก แต่ในขณะเดียวกันก็อาจส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศทะเลและการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตใต้ทะเล

การคุ้มครองสิ่งแวดล้อมทางทะเล จึงเป็นหัวใจหลักของงานวิจัย โดยมุ่งเน้นการสร้างสมดุลระหว่างการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเลเพื่อการผลิตพลังงานสะอาด กับการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ งานวิจัยนี้ยังนำเสนอกรอบกฎหมายและมาตรการควบคุมที่ช่วยป้องกันผลกระทบในระยะยาว

นอกจากนี้ยังเป็นงานที่ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของ การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมเชิงรอบด้าน (Holistic EIA) ที่ไม่ได้พิจารณาเพียงด้านวิศวกรรมหรือเศรษฐกิจ แต่ครอบคลุมถึงผลกระทบต่อระบบนิเวศ บริเวณชายฝั่งทะเล และความมั่นคงด้านอาหารของชุมชนชายฝั่งที่พึ่งพาทะเลเป็นแหล่งทำกิน

การศึกษานี้ยังช่วยเสริมสร้างองค์ความรู้ใหม่ทางด้านกฎหมายสิ่งแวดล้อมของไทย โดยเสนอแนวทางปรับปรุงกระบวนการ EIA สำหรับโครงการพลังงานลมในทะเล ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ทั้งในแง่ของการมีส่วนร่วมของประชาชน การตรวจสอบผลกระทบระยะยาว และการกำหนดมาตรการเยียวยา

ผลลัพธ์ของงานวิจัยสามารถเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานรัฐ ภาคธุรกิจพลังงานหมุนเวียน และนักวิชาการ ในการกำหนดนโยบายและแนวทางปฏิบัติที่ลดความขัดแย้งระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจและการรักษาสิ่งแวดล้อมทางทะเล ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนในอนาคต

ในระดับนานาชาติ งานวิจัยนี้ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการขับเคลื่อนพลังงานสะอาดไปพร้อมกับการรักษาทะเลให้คงความอุดมสมบูรณ์ เพื่อให้สังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมก้าวเดินไปด้วยกันอย่างสมดุลและมั่นคง

รางวัลวิทยานิพนธ์ระดับชาติจึงไม่เพียงเป็นเกียรติแก่นักวิจัยเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งความหวังในการพัฒนาประเทศที่ใส่ใจทั้ง พลังงานสะอาดและการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมทางทะเล อย่างแท้จริง

มาทำความรู้จัก NU SDGs “ป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน” กันเถอะ

มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับ การพัฒนาอย่างยั่งยืน ผ่านแนวทาง NU SDGs (Naresuan University Sustainable Development Goals) ซึ่งเป็นการดำเนินงานที่สอดคล้องกับ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) โดยเฉพาะด้าน การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การจัดการทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยมุ่งมั่นเป็นแบบอย่างในการพัฒนาอย่างสมดุล ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการสร้างความตระหนักรู้และปลูกฝังแนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืนให้กับนิสิตและบุคลากร

เพื่อส่งเสริมความเข้าใจเกี่ยวกับ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) มหาวิทยาลัยได้จัดกิจกรรม การให้ความรู้ การอบรม และโครงการรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อม อาทิ โครงการให้ความรู้ด้านพลังงานสะอาด การจัดการขยะอย่างถูกต้อง และการใช้ทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ยังมีการบรรจุเนื้อหาด้านความยั่งยืนเข้าไปในหลักสูตรการเรียนการสอนในรายวิชาต่าง ๆ เพื่อให้นิสิตตระหนักถึงความสำคัญของ SDGs และสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้

มหาวิทยาลัยดำเนินโครงการและกิจกรรมที่ส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง เช่น โครงการปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียว การจัดการขยะอย่างเป็นระบบ และโครงการขยะทำเงิน เพื่อรณรงค์ให้เกิดการลด ใช้ซ้ำ และนำกลับมาใช้ใหม่ (3Rs) รวมถึงส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดในมหาวิทยาลัย ทั้งหมดนี้ได้รับความร่วมมือจาก บุคลากรทุกหน่วยงาน นิสิตที่สนใจ นิสิตจิตอาสา สโมสร และชมรมต่าง ๆ ในการมีส่วนร่วมพัฒนาโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน

การพัฒนาอย่างยั่งยืนของมหาวิทยาลัยนเรศวรไม่ได้จำกัดอยู่แค่ภายในรั้วมหาวิทยาลัยเท่านั้น แต่ยังมีการทำงานร่วมกับชุมชนและหน่วยงานภายนอกในการสร้างเครือข่าย “มหาวิทยาลัยสีเขียว” (Green University) ที่ส่งเสริมการใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและการลดผลกระทบต่อระบบนิเวศ กิจกรรมที่จัดขึ้นมีเป้าหมายเพื่อให้เกิดการเรียนรู้และลงมือปฏิบัติจริง ตลอดจนสร้างแรงบันดาลใจให้กับนิสิตและบุคลากรในการนำหลักการพัฒนาที่ยั่งยืนไปใช้ในชีวิตประจำวัน

นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยยังให้ความสำคัญกับ การวิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน โดยสนับสนุนงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การบริหารจัดการพลังงานสะอาด และการพัฒนาเทคโนโลยีที่ช่วยลดผลกระทบต่อธรรมชาติ ทั้งนี้เพื่อให้มหาวิทยาลัยเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ที่มีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้สังคมเกิดการเปลี่ยนแปลงสู่แนวทางที่ยั่งยืน

การดำเนินงานของมหาวิทยาลัยนเรศวรตามแนวทาง NU SDGs ถือเป็นส่วนหนึ่งของพันธกิจในการเป็นมหาวิทยาลัยที่รับผิดชอบต่อสังคม โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งบุคลากร นิสิต และชุมชน เพื่อร่วมกันสร้างอนาคตที่ดีกว่าและยั่งยืนสำหรับคนรุ่นต่อไป

ที่มา: งานบริการวิชาการ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร เสริมทักษะการช่วยชีวิตเบื้องต้นแก่นิสิตวิศวกรรมศาสตร์

วันจันทร์ที่ 6 มกราคม 2568 ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดการบรรยายพิเศษเรื่อง การปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่ใช้ฟื้นคืนชีพให้ผู้ที่หยุดหายใจหรือหัวใจหยุดเต้น (CPR) สำหรับนิสิตรายวิชา 302202 พื้นฐานอาชีวอนามัย ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม ณ ห้อง EN 617 อาคารเรียนรวม

การบรรยายได้รับเกียรติจากเรืออากาศตรียงยุทธ ยรรยงค์ จากกองบิน 46 เป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ด้านการช่วยเหลือผู้ประสบภาวะฉุกเฉิน เพื่อให้นิสิตมีความเข้าใจเกี่ยวกับการปฐมพยาบาลที่ถูกต้อง

เนื้อหาการเรียนรู้มุ่งเน้นความสำคัญของการประเมินสถานการณ์ การขอความช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว และการปฏิบัติการช่วยฟื้นคืนชีพเบื้องต้นในกรณีที่พบผู้หยุดหายใจหรือหัวใจหยุดเต้น

การมีความรู้ด้าน CPR ช่วยให้นิสิตสามารถตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินได้อย่างมีสติและเหมาะสม อันอาจช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตของผู้ประสบเหตุระหว่างรอการเข้าถึงบริการทางการแพทย์

กิจกรรมดังกล่าวยังเป็นการส่งเสริมความรู้ด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ซึ่งเป็นทักษะจำเป็นสำหรับการใช้ชีวิต การเรียน และการทำงานในอนาคต โดยเฉพาะการตระหนักรู้ถึงความปลอดภัยของตนเองและผู้อื่น

นอกจากนี้ การเรียนรู้ผ่านวิทยากรผู้มีประสบการณ์จากกองบิน 46 ยังสะท้อน ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับหน่วยงานภายนอก ในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และทรัพยากร เพื่อพัฒนาศักยภาพของนิสิตและเสริมสร้างความปลอดภัยแก่สังคม

การจัดการบรรยายพิเศษครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ในการพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ควบคู่กับทักษะชีวิต มีความรับผิดชอบต่อสังคม และร่วมสร้างเครือข่ายความร่วมมือเพื่อสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง

ม.นเรศวร หน่วยทันตกรรมพระราชทาน ส่งเสริมสุขภาพอย่างเท่าเทียม มอบรอยยิ้มแก่ประชาชน

วันอังคารที่ 17 ธันวาคม 2567 หน่วยทันตกรรมพระราชทาน คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ลงพื้นที่ให้บริการใส่ฟันเทียมพระราชทานแก่ประชาชน ณ โรงพยาบาลอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-19 ธันวาคม 2567 รวมผู้รับบริการจำนวนทั้งสิ้น 46 ราย โดยทีมงานประกอบด้วยอาจารย์ทันตแพทย์ นิสิตระดับบัณฑิตศึกษา ผู้ช่วยทันตแพทย์ และช่างทันตกรรม นอกจากนี้ ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ทันตแพทย์หญิง ดร.วิสาขะ ลิ่มวงศ์ อดีตคณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ยังได้ร่วมลงพื้นที่เป็นขวัญและกำลังใจให้กับทีมงานด้วย

การให้บริการครั้งนี้ แบ่งเป็นการใส่ฟันเทียมแบบ Conventional denture จำนวน 26 ราย และ Digital denture จำนวน 20 ราย ซึ่งถือเป็นครั้งที่สองที่นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในหน่วยทันตกรรมพระราชทาน การประยุกต์ Digital denture ทำให้การขึ้นรูปชิ้นงานแม่นยำมากขึ้น ลดการกรอปรับแต่งในช่องปาก และช่วยให้ผู้ป่วยได้รับฟันเทียมที่มีคุณภาพ สวมใส่สบายและพอดี

สิ่งสำคัญของการดำเนินงานครั้งนี้ คือการผสมผสานเทคโนโลยี CAD Design และการพิมพ์สามมิติ (3D Printing) ในการผลิตฟันเทียม โดยทีมทันตแพทย์และนิสิตปริญญาโทสามารถผลิตฟันเทียมได้ครบตามเป้าหมาย 20 รายภายในระยะเวลาอันจำกัด แสดงถึงศักยภาพของบุคลากรรุ่นใหม่ที่สามารถใช้เทคโนโลยีเพื่อยกระดับคุณภาพการรักษา

แม้ว่าการผลิต Digital denture ยังมีข้อจำกัด เช่น เรื่องความสวยงามของชิ้นงานและความรวดเร็วในการขึ้นรูป แต่ความสำเร็จในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนางานด้านทันตกรรมเชิงนวัตกรรม ที่สามารถต่อยอดเพื่อยกระดับบริการสุขภาพช่องปากในอนาคต

โครงการหน่วยทันตกรรมพระราชทานครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการ ส่งเสริมสุขภาพอย่างเท่าเทียม ให้ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลได้รับโอกาสเข้าถึงบริการทางทันตกรรมที่มีคุณภาพ โดยไม่ต้องแบกรับค่าใช้จ่าย ซึ่งเป็นการลดความเหลื่อมล้ำด้านการเข้าถึงบริการสาธารณสุข

นอกจากนี้ การออกหน่วยยังเป็นเวทีให้นิสิตทันตแพทย์ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรง ฝึกปฏิบัติจริงร่วมกับทีมอาจารย์และผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยพัฒนาทักษะวิชาชีพ แต่ยังปลูกฝังจิตสำนึกแห่งการรับผิดชอบต่อสังคม และการมีส่วนร่วมในการสร้างสังคมที่เป็นธรรมและโปร่งใสด้านสุขภาพ

มหาวิทยาลัยนเรศวรยังคงมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าสนับสนุนกิจกรรมด้านการแพทย์และสาธารณสุข เพื่อสร้างสังคมที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ลดความไม่เสมอภาคด้านการเข้าถึงบริการ และร่วมกันขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ

ม.นเรศวร รับเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติ หน่วยงานภาครัฐที่ให้การสนับสนุนงานด้านคนพิการอย่างต่อเนื่อง

วันศุกร์ที่ 20 ธันวาคม 2567 รองศาสตราจารย์ ดร.วัฒนา พัดเกตุ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยนเรศวร และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นภิสา ไวฑูรเกียรติ คณบดีคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เข้ารับเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติ “รางวัลหน่วยงานภาครัฐที่ให้การสนับสนุนงานด้านคนพิการอย่างดีเสมอมา” จากนายทวี เสริมภักดีกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก

พิธีมอบรางวัลจัดขึ้นในงาน “วันคนพิการสากลจังหวัดพิษณุโลก ประจำปี 2567” (International Day of Persons with Disabilities, Phitsanulok Province, year 2024) ภายใต้หัวข้อ “ส่งเสริมการเป็นผู้นำคนพิการเพื่ออนาคตที่ครอบคลุมและยั่งยืน” (Amplifying the leadership of persons with disabilities for an inclusive and sustainable future) ณ ห้องคอนเวนชั่นฮอลล์ ชั้น 5 โรงแรมท็อปแลนด์ จังหวัดพิษณุโลก โดยมีหน่วยงานและองค์กรเครือข่ายด้านคนพิการเข้าร่วมอย่างคับคั่ง

มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญต่อการ สนับสนุนงานด้านคนพิการ มาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในเชิงนโยบายและการปฏิบัติ โดยยึดถือแนวคิดการสร้างโอกาสที่เท่าเทียมให้กับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นการเข้าถึงการศึกษา สิ่งอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน รวมไปถึงการส่งเสริมศักยภาพด้านการเรียนรู้และการทำงาน

รางวัลเชิดชูเกียรติในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการเป็นต้นแบบของสถาบันการศึกษาที่ไม่เพียงผลิตบัณฑิตที่มีความรู้ความสามารถ แต่ยังผลักดันให้สังคมเห็นคุณค่าในความหลากหลาย และร่วมมือสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรต่อผู้พิการ

การสนับสนุนงานด้านคนพิการของมหาวิทยาลัยนเรศวรครอบคลุมทั้งการพัฒนาบริการด้านการเรียนการสอน การวิจัยที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตคนพิการ และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และขับเคลื่อนนโยบายเชิงบูรณาการ

นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยยังจัดกิจกรรมและโครงการต่าง ๆ ที่เปิดโอกาสให้คนพิการได้มีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเป็นการฝึกทักษะ การแนะแนวอาชีพ และการพัฒนาศักยภาพด้านต่าง ๆ เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณค่า และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาสังคม

การได้รับเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติในครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นความภาคภูมิใจของมหาวิทยาลัยนเรศวร แต่ยังเป็นแรงผลักดันให้มหาวิทยาลัยเดินหน้าสนับสนุนและสร้างโอกาสที่เท่าเทียมต่อไป เพื่อร่วมสร้างสังคมที่ลดความเหลื่อมล้ำ และก้าวสู่ความยั่งยืนอย่างแท้จริง

ม.นเรศวร จัด Workshop ประดิษฐ์เครื่องประดับและที่คั่นหนังสือจากฝาขวดพลาสติก

วันพฤหัสบดีที่ 19 ธันวาคม 2567 สำนักหอสมุดมหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรม Workshop: DIY เครื่องประดับและที่คั่นหนังสือจากฝาขวดพลาสติก โดยเชิญบุคลากรกองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม ได้แก่ นางสาววรรณชลี กุลศรีไชย หัวหน้างานศิลปวัฒนธรรม และ นางสาวเยาวทัศน์ อรรถาชิต เป็นวิทยากรสาธิตและบรรยาย

กิจกรรมมีหัวข้อหลักว่า “การประดิษฐ์ของเหลือใช้กลับนำมาใช้ประโยชน์ ลดโลกร้อน” เพื่อให้นิสิตและผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้การใช้ วัสดุเหลือใช้ ให้เกิดคุณค่าใหม่ สร้างสรรค์ เครื่องประดับ และ ที่คั่นหนังสือ ที่สามารถใช้งานได้จริง

การนำ ฝาขวดพลาสติก และ เศษวัสดุอื่น ๆ มาประดิษฐ์เป็นผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ มีส่วนช่วย ลดปริมาณขยะ ทั้งในมหาวิทยาลัยและชุมชน พร้อมเสริมสร้าง ทักษะความคิดสร้างสรรค์ การประยุกต์ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และสามารถต่อยอดเป็น งานอดิเรก หรือ อาชีพเสริม เพื่อสร้างรายได้

นิสิตและผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้เรียนรู้กระบวนการ คัดเลือกวัสดุออกแบบประกอบ, และ ตกแต่ง เครื่องประดับและที่คั่นหนังสือ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการเรียนรู้แบบ บูรณาการ และการศึกษาเพื่อ ความยั่งยืน

กิจกรรมนี้จัดขึ้นในงาน มหกรรมหนังสือ NU Book Fair ครั้งที่ 25 ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา บรมราชินีนาถ (QS) เพื่อให้ผู้เข้าร่วมเกิดความตระหนักเรื่อง การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ, ลดผลกระทบต่อ สิ่งแวดล้อม, และสามารถต่อยอดเป็น รายได้เสริม

การเรียนรู้ผ่าน Workshop ช่วยสนับสนุนเป้าหมายด้านการศึกษาให้ผู้เข้าร่วมมี ความรู้ความสามารถ, และ ทักษะ ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ทั้งด้าน ความคิดสร้างสรรค์การจัดการทรัพยากร, และ การสร้างรายได้เสริม

สำนักหอสมุดมหาวิทยาลัยนเรศวร ยังคงให้ความสำคัญกับการส่งเสริมกิจกรรมที่เชื่อมโยง การเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรม, และ ความยั่งยืน เพื่อสร้างนิสิตและบุคลากรที่ตระหนักถึง ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน พร้อมต่อยอดทักษะไปสู่ รายได้อย่างยั่งยืน และส่งเสริม การเรียนรู้ตลอดชีวิต

ม.นเรศวร ส่งเสริมการสร้างสังคมผู้สูงอายุสุขภาพดี ชราอย่างมีคุณค่าและดำรงชีวิตอย่างสมศักดิ์ศรี

มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ศิษฐ์ภัณฑ์ แคนลา รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการกองส่งเสริมการบริการวิชาการ มอบหมายให้บุคลากรกองส่งเสริมการบริการวิชาการ เข้าร่วมกิจกรรม “โครงการชมรมผู้สูงอายุตำบลท่าโพธิ์เคลื่อนที่ ครั้งที่ 1” ซึ่งจัดขึ้น ณ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลท่าโพธิ์ จังหวัดพิษณุโลก โดยมีนายธวัช สิงหเดช นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าโพธิ์ เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม เพื่อส่งเสริมการสร้างสังคมผู้สูงอายุสุขภาพดี ชราอย่างมีคุณค่าและดำรงชีวิตอย่างสมศักดิ์ศรี

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในชุมชน มุ่งเน้นให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐ มหาวิทยาลัย และชุมชน โดยมหาวิทยาลัยนเรศวรมีบทบาทสำคัญในการบูรณาการองค์ความรู้ด้านสุขภาพและการแพทย์ เพื่อยกระดับสังคมไทยให้พร้อมต่อการก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างมีคุณภาพ

ภายในกิจกรรม ผศ.ดร.ทพญ.สุภาพร แสงอ่วม จากโรงพยาบาลทันตกรรม คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร และทีมงานวิทยากรนำโดย ผศ.ดร.ทพ.อริยะ จันทรมณี ได้ให้ความรู้เรื่อง “การดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ” เน้นให้ผู้สูงอายุเห็นความสำคัญของการดูแลช่องปาก เนื่องจากสุขภาพช่องปากมีผลต่อการรับประทานอาหาร การสื่อสาร และคุณภาพชีวิตในระยะยาว

นอกจากนี้ยังมีการบรรยายโดย อ.ดร.ทพ.กิตติชัย สิรีรัตน์ ในหัวข้อ “การใช้ยาให้ปลอดภัยในผู้สูงวัย” เพื่อให้ผู้สูงอายุเข้าใจหลักการใช้ยาอย่างถูกต้อง ลดความเสี่ยงจากการใช้ยาซ้ำซ้อน หรือการใช้ยาที่อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียง พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้สอบถามข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพและการใช้ยาอย่างปลอดภัย

บรรยากาศในกิจกรรมเต็มไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง มีสมาชิกชมรมผู้สูงอายุตำบลท่าโพธิ์จากหมู่ 1, 2 และ 3 เข้าร่วมกว่า 70 คน ได้ร่วมแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ซึ่งกันและกัน ก่อให้เกิดความเข้าใจร่วมกันในการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

โครงการนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของพันธกิจมหาวิทยาลัยนเรศวรในการส่งเสริมสุขภาวะและคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นกลุ่มประชากรที่มีความสำคัญต่อสังคม การดำเนินโครงการลักษณะนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของมหาวิทยาลัยในการพัฒนาองค์ความรู้และบริการวิชาการเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของสังคมอย่างแท้จริง

นอกจากการให้ความรู้ด้านสุขภาพแล้ว โครงการยังมุ่งสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้สูงอายุสามารถดูแลตนเองได้อย่างต่อเนื่อง มีส่วนร่วมในกิจกรรมชุมชน และมีความสุขในการดำรงชีวิต ส่งผลให้เกิดสังคมแห่งการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างวัย ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน

มหาวิทยาลัยนเรศวรยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนกิจกรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในพื้นที่ต่าง ๆ ต่อไป โดยใช้แนวทางการทำงานแบบมีส่วนร่วม เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ทั้งในด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ และสังคม พร้อมต่อยอดสู่เป้าหมายของการสร้าง “สังคมผู้สูงอายุสุขภาพดี ชราอย่างมีคุณค่าและดำรงชีวิตอย่างสมศักดิ์ศรี” อย่างแท้จริง

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin