ม.นเรศวร ต้อนรับคณะศึกษาดูงาน อย. มุ่งพัฒนานวัตกรรมอาหารปลอดภัยสู่ความยั่งยืน

วันจันทร์ที่ 26 พฤษภาคม 2568 ผศ.ดร.วรสิทธิ์ โทจำปา คณบดีคณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและคณาจารย์ประจำภาควิชาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมให้การต้อนรับคณะศึกษาดูงานจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) อย่างเป็นทางการ

การเดินทางมาศึกษาดูงานในครั้งนี้ นำโดย นายแพทย์สุรโชค ต่างวิวัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา พร้อมด้วยคณะทำงาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเข้าเยี่ยมชมศักยภาพของ สถานนวัตกรรมแปรรูปอาหารและผลผลิตทางการเกษตร ภายในคณะเกษตรศาสตร์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางในการรวบรวมองค์ความรู้ด้านการวิจัยและการพัฒนาผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่

นอกจากนี้ คณะศึกษาดูงานยังได้เข้าเยี่ยมชม สถานพัฒนามาตรฐานและเฝ้าระวังการปนเปื้อนสารเคมีกำจัดศัตรูพืชในผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกและสินค้าเกษตรชุมชน ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการควบคุมคุณภาพการผลิต สนับสนุนรูปแบบการบริโภคและการผลิตที่รับผิดชอบ เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับสินค้าทางการเกษตรที่ปลอดภัยและได้มาตรฐานสูงสุด

การเฝ้าระวังและพัฒนามาตรฐานความปลอดภัยทางอาหาร ถือเป็นรากฐานสำคัญในการส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนในทุกช่วงวัย การลดความเสี่ยงจากสารเคมีตกค้างในผลผลิตจะช่วยลดอัตราความเจ็บป่วยและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในสังคมได้อย่างเป็นรูปธรรม

ภายในกิจกรรม ผู้บริหารจากทั้งสองหน่วยงานได้ร่วมรับฟังแนวทางการดำเนินงาน ตลอดจนหารือข้อราชการเพื่อบูรณาการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การสร้างความร่วมมือที่เข้มแข็งและยั่งยืน ระหว่างสถาบันการศึกษาและหน่วยงานภาครัฐ ถือเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนและยกระดับนโยบายสาธารณสุขให้เกิดผลสัมฤทธิ์ระดับชาติ

การเชื่อมโยงศักยภาพด้านการวิจัยและพัฒนาของมหาวิทยาลัยนเรศวร เข้ากับบทบาทการกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา จะช่วยสนับสนุนการให้บริการประชาชนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งเป็นฐานข้อมูลสำคัญในการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์สุขภาพในอนาคต

ความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการสร้างความมั่นคงด้านสุขภาพของประชาชน ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมหรือติดต่อคณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ทางโทรศัพท์ 055-962-710 หรืออีเมล agri@nu.ac.th เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนสังคมแห่งสุขภาวะที่ดีต่อไป

ม.นเรศวร จัดการแข่งขัน Pitching โครงการ ELP#3 ดันนิสิตสู่ผู้ประกอบการระดับโลก

วันศุกร์ที่ 16 พฤษภาคม 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร โดย NU SEED ได้ดำเนินการจัดการแข่งขัน Pitching ในโครงการ “World Class Opportunity With Experiential Learning Program#3 (ELP#3)” (รอบมหาวิทยาลัย) ภายใต้แนวคิด “Prototype your dream – Present your future.” ณ ห้องประชุม 208 ชั้น 2 อาคารเอกาทศรถ

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมนิสิตในการปั้น Startup จากรั้วมหาวิทยาลัยสู่เวทีผู้ประกอบการระดับ Global ซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อมให้แก่นิสิตในการก้าวเข้าสู่โลกธุรกิจจริง และสร้างรากฐานที่มั่นคงสำหรับการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต่อเนื่องและครอบคลุม

ภายในงานได้รับเกียรติจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จรูญ สารินทร์ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการพิเศษ เป็นประธานในการกล่าวเปิดกิจกรรม พร้อมด้วย ดร.ปัญญวัณ ลำเพาพงศ์ รองผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร ที่มาร่วมกล่าวต้อนรับและมอบโอวาทเพื่อเป็นกำลังใจให้แก่นิสิตผู้เข้าแข่งขันทุกคน

กระบวนการตัดสินผลงานดำเนินไปอย่างเข้มข้น โดยได้รับความอนุเคราะห์จากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสาขาวิชา ประกอบด้วย ดร.สราวุธ สัตยากวี จากภาควิชาวิทยาศาสตร์การเกษตร คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้ช่วยศาสตราจารย์ พรธเนศ สีนาค จากคณะสหเวชศาสตร์ และ ดร.สุภรวดี ตรงต่อธรรม จากคณะบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์และการสื่อสาร

นิสิตที่ผ่านการคัดเลือกจากเวทีนี้ จะได้รับสิทธิ์เป็นตัวแทนของมหาวิทยาลัยเพื่อก้าวเข้าสู่การแข่งขันในระดับภูมิภาคและระดับประเทศต่อไป พร้อมทั้งคว้าโอกาสสำคัญในการเป็นตัวแทนประเทศไทย เพื่อเดินทางไปแลกเปลี่ยนประสบการณ์และองค์ความรู้ในเวทีระดับนานาชาติ ร่วมกับเครือข่ายนิสิตนักศึกษาจาก 16 มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ

การผนึกกำลังระหว่างหน่วยงานภายในและเครือข่ายมหาวิทยาลัยทั่วประเทศในครั้งนี้ ถือเป็นการสร้างความร่วมมือระดับสากล เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาศักยภาพของทรัพยากรมนุษย์ และสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่เอื้อต่อการสร้างงานที่มีคุณค่า สนับสนุนการเป็นผู้ประกอบการที่สามารถแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การส่งเสริมผู้ประกอบการรุ่นใหม่ผ่านโครงการดังกล่าว นอกจากจะช่วยสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศแล้ว ยังเป็นการวางรากฐานเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั้งในมิติของการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ที่ตอบโจทย์สังคม และการยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันทางเศรษฐกิจของชาติให้เติบโตอย่างมั่นคง

ม.นเรศวร จัดอบรมความปลอดภัยทางชีวภาพ ยกระดับมาตรฐานการปฏิบัติงานวิจัย

ระหว่างวันพฤหัสบดีที่ 22 ถึงวันศุกร์ที่ 23 พฤษภาคม 2568 คณะกรรมการควบคุมความปลอดภัยทางชีวภาพ มหาวิทยาลัยนเรศวร (Naresuan University Institutional Biosafety Committee: NUIBC) จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตรความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosafety) และการรักษาความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosecurity) สำหรับอาจารย์และบุคลากรมหาวิทยาลัยนเรศวร ประจำปีงบประมาณ 2568 ณ หอประชุมมหาราช 1 ศูนย์แสดงนิทรรศการและการจัดประชุมนานาชาติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (KNECC)

การอบรมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมจำนวน 95 คน จัดขึ้นโดยงานจัดการมาตรฐานและเครือข่าย กองการวิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับคณะกรรมการควบคุมความปลอดภัยทางชีวภาพ มหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และทักษะที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัยและเทคโนโลยีชีวภาพ

เนื้อหาการอบรมมุ่งให้ผู้เข้าร่วมเข้าใจแนวทางปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยทางชีวภาพ ตระหนักถึงการประเมินและจัดการความเสี่ยง ตลอดจนสามารถปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย และรับผิดชอบต่อผู้ปฏิบัติงาน ชุมชน และสิ่งแวดล้อม

การรักษาความปลอดภัยทางชีวภาพเป็นองค์ประกอบสำคัญของการดำเนินงานวิจัยที่มีมาตรฐาน ช่วยให้การจัดเก็บ การใช้ และการควบคุมวัสดุทางชีวภาพเป็นไปอย่างเหมาะสม ลดโอกาสเกิดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการปฏิบัติงาน

ผู้เข้าร่วมได้รับความรู้เกี่ยวกับแนวปฏิบัติและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมความพร้อมต่อการดำเนินงานภายใต้พระราชบัญญัติว่าด้วยความปลอดภัยทางชีวภาพของเทคโนโลยีชีวภาพสมัยใหม่ที่จะมีผลบังคับใช้ในอนาคต

การอบรมช่วยยกระดับศักยภาพของอาจารย์และบุคลากรในการดำเนินงานวิจัยอย่างรอบคอบและเป็นระบบ พร้อมสนับสนุนให้เกิดวัฒนธรรมความปลอดภัยในหน่วยงาน ซึ่งเป็นพื้นฐานของการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานและการเรียนรู้ที่ปลอดภัย

มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับการพัฒนาองค์ความรู้และมาตรฐานด้านความปลอดภัยทางชีวภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การวิจัยและนวัตกรรมเกิดประโยชน์ต่อสังคม ควบคู่กับการดูแลความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงานและสาธารณะอย่างยั่งยืน

ม.นเรศวร แถลงผลวิจัย “ข้าวพระองค์ขาว” นวัตกรรมข้าวสายพันธุ์ใหม่หนุนเกษตรกรสู่ความยั่งยืน

วันพฤหัสบดีที่ 1 พฤษภาคม 2568 ณ แปลงวิจัยการปรับปรุงพันธุ์ข้าว วิชชาลัยข้าวและชาวนา มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดงานแถลงข่าวผลการวิจัยและพัฒนา ข้าวสายพันธุ์ใหม่ ผลผลิตสูง ภายใต้ชื่อ “ข้าวพระองค์ขาว” เพื่อนำเสนอนวัตกรรมทางการเกษตรที่ตอบโจทย์ความต้องการของเกษตรกรและชุมชน

การแถลงข่าวในครั้งนี้นำโดย ดร.ภาวัช วิจารัตน์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์การเกษตร คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นนักวิจัยหลักของโครงการ โดยมี ผศ.ดร.อนุพงศ์ วงค์ตามี รองคณบดีฝ่ายโครงสร้างพื้นฐานและระบบนิเวศ และ รศ.ดร.รังสรรค์ เจริญสุข หัวหน้าภาควิชาวิทยาศาสตร์การเกษตร ร่วมให้การต้อนรับสื่อมวลชนและผู้เข้าร่วมงานอย่างอบอุ่น

สำหรับ ข้าวพระองค์ขาว ถือเป็นผลสำเร็จจากการบูรณาการองค์ความรู้และการพัฒนานวัตกรรมด้านการปรับปรุงพันธุ์พืช โดยเป็นการผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างข้าวหอมสุโขทัย 4 และปทุมธานี 1 การส่งเสริมการวิจัยในลักษณะนี้สะท้อนถึงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคการเกษตรไทยให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น

ลักษณะเด่นของข้าวสายพันธุ์ดังกล่าวคือ มีความสามารถในการแตกกอได้ดีเยี่ยม และให้ผลผลิตเฉลี่ยสูงถึง 900–1,000 กิโลกรัมต่อไร่ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการยกระดับความมั่นคงทางอาหาร ช่วยขจัดความหิวโหย และสนับสนุนให้ประชาชนสามารถเข้าถึงผลผลิตที่มีคุณภาพและมีโภชนาการที่เหมาะสม

นอกจากการเพิ่มปริมาณผลผลิตแล้ว งานวิจัยชิ้นนี้ยังมุ่งเน้นการส่งเสริมรูปแบบการผลิตที่ยั่งยืน การเลือกใช้สายพันธุ์พืชที่ผ่านการปรับปรุงให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม จะช่วยให้เกษตรกรสามารถบริหารจัดการทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่า ลดการใช้ปัจจัยการผลิตที่เกินความจำเป็น และนำไปสู่วิถีเกษตรกรรมที่รับผิดชอบต่อระบบนิเวศ

การกระจายพันธุ์ข้าวคุณภาพดีสู่ชุมชน จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกร ลดความเสี่ยงจากความผันผวนของผลผลิต และสร้างรากฐานที่มั่นคงให้แก่เศรษฐกิจระดับท้องถิ่น เพื่อให้ชุมชนเกษตรกรรมสามารถพึ่งพาตนเองและเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว

มหาวิทยาลัยนเรศวรยังคงเดินหน้าสนับสนุนงานวิจัยที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมอย่างต่อเนื่อง สำหรับเกษตรกรหรือหน่วยงานที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับพันธุ์ข้าวและการเพาะปลูก สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 09-2551-6262 เพื่อนำไปต่อยอดและขยายผลในพื้นที่ทางการเกษตรต่อไป

ม.นเรศวร ลงพื้นที่ให้บริการทันตกรรมฟรีแก่ประชาชน มุ่งลดความเหลื่อมล้ำด้านสุขภาพ

วันอังคารที่ 13 พฤษภาคม 2568 หน่วยทันตกรรมพระราชทานฯ คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้ลงพื้นที่ให้บริการรักษาทางทันตกรรมโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายแก่ประชาชนในเขตภาคเหนือตอนล่าง ณ เทศบาลตำบลพันเสา อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก เพื่อส่งเสริมการดูแลสุขภาพช่องปากของคนในชุมชน

การออกหน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่ในครั้งนี้ ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก โดยมีประชาชนในพื้นที่และบริเวณใกล้เคียงเดินทางมาเข้ารับบริการรวมทั้งสิ้น 160 ราย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวและความต้องการการดูแลรักษาสุขภาพช่องปากในระดับชุมชน

สำหรับรายละเอียดของการให้บริการรักษาทางทันตกรรมแก่ประชาชนทั้ง 160 รายนั้น แบ่งออกเป็นการให้บริการ ถอนฟัน จำนวน 50 ราย การให้บริการ อุดฟัน จำนวน 39 ราย การให้บริการ ขูดหินปูน จำนวน 68 ราย และการให้บริการ ผ่าฟันคุด จำนวน 3 ราย

กิจกรรมดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญของ โรงเรียนทันตแพทย์เพื่อสังคม ที่มุ่งส่งเสริมให้ประชาชนทุกคนมีสุขภาพและสวัสดิภาพที่ดี โดยให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการดูแลสุขภาพช่องปากขั้นพื้นฐาน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการมีสุขภาพกายโดยรวมที่แข็งแรงสมบูรณ์

นอกจากการให้บริการรักษาพยาบาลทางการแพทย์แล้ว ทางคณะฯ ยังมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน ผ่านการให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลช่องปากที่ถูกต้อง และการสร้างโอกาสในการเข้าถึงบริการทางทันตกรรมในชุมชนอย่างทั่วถึง

การดำเนินงานในพื้นที่ชุมชนอย่างต่อเนื่องนี้ ยังเป็นการตอกย้ำถึงความพยายามในการลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพ ทำให้ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลสามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่มีมาตรฐานได้อย่างเท่าเทียมกัน

คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ยังคงตั้งปณิธานและมุ่งมั่นในการสร้างสังคมสุขภาพดี มีคุณภาพ เพื่อตอบสนองความต้องการของสังคมอย่างแท้จริง โดยผู้ที่สนใจสามารถติดตามข่าวสารและการดำเนินงานได้ทางเว็บไซต์ www.dent.nu.ac.th และเฟซบุ๊ก Dentistry Naresuan University

ม.นเรศวร เตรียมความพร้อมการดูแลนิสิต 24 ชั่วโมง ผ่านศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน

วันพฤหัสบดีที่ 8 พฤษภาคม 2568 กองกิจการนิสิต มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เรื่อง “แนวทางการปฏิบัติงานของศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินนิสิต” ณ ห้อง KOMMON by KBank อาคารปราบไตรจักร เพื่อพัฒนาแนวทางการดูแลและช่วยเหลือนิสิตในกรณีจำเป็นหรือเร่งด่วน

กิจกรรมมุ่งเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานได้นำประเด็น ปัญหา และประสบการณ์ที่เคยพบจากการปฏิบัติงานจริงมาร่วมแลกเปลี่ยน เพื่อกำหนดแนวทางการให้ความช่วยเหลือ การส่งต่อ และการติดตามนิสิตอย่างเหมาะสม

สาระสำคัญของการแลกเปลี่ยนครอบคลุมการรับแจ้งเหตุ การประเมินความเร่งด่วนของสถานการณ์ และการประสานผู้เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถให้ความช่วยเหลือนิสิตได้อย่างรวดเร็ว รอบคอบ และคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญ

ผู้เข้าร่วมยังได้ร่วมพิจารณาแนวทางการส่งต่อนิสิตในกรณีจำเป็น ทั้งการประสานภายในมหาวิทยาลัยและการเชื่อมต่อกับผู้เกี่ยวข้องภายนอก เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปตามลักษณะของเหตุและความต้องการของนิสิตแต่ละราย

ในการนี้ ได้รับความอนุเคราะห์จากผู้ประสานงานด้านกิจการนิสิต คณะวิศวกรรมศาสตร์ และคณะศึกษาศาสตร์ ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวปฏิบัติในการดูแลนิสิตกรณีเร่งด่วน ซึ่งช่วยให้เกิดความเข้าใจร่วมกันระหว่างส่วนงาน

การติดตามผลหลังการช่วยเหลือเป็นอีกประเด็นสำคัญที่นำมาหารือ เพื่อให้การดูแลมีความต่อเนื่อง และนิสิตได้รับคำแนะนำหรือการสนับสนุนที่เหมาะสมตามสถานการณ์ โดยครอบคลุมทั้งสุขภาวะทางกายและใจ

กิจกรรมนี้ ส่งเสริมการดูแลนิสิตอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ ผ่านการพัฒนาแนวปฏิบัติร่วมกันของผู้ปฏิบัติงาน ช่วยลดความซ้ำซ้อนในการประสานงาน และเสริมความพร้อมของศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินนิสิตในการรองรับสถานการณ์ต่าง ๆ

มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบดูแลนิสิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้และการใช้ชีวิตที่ปลอดภัย น่าอยู่ และพร้อมดูแลนิสิตในทุกสถานการณ์

ม.นเรศวร จัดค่าย มอนอ อาร์ต แอนด์ คราฟต์ แคมป์ รุ่นที่ 1 ปลูกฝังศิลปะและสิ่งแวดล้อมแก่เยาวชน

วันจันทร์ที่ 31 มีนาคม 2568 กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรม “มอนอ อาร์ต แอนด์ คราฟต์ แคมป์ | Mornor Art & Craft Camp” รุ่นที่ 1 สำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษาตอนปลายในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก ณ หอศิลป์มหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อเปิดพื้นที่แห่งการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์

กิจกรรมเริ่มต้นด้วยการนำเยาวชนเข้าสักการะสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (องค์จำลอง) เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนเข้าชมเส้นทางการเรียนรู้ที่หลากหลาย ซึ่งถือเป็นการส่งเสริม การศึกษาที่ครอบคลุมและมีคุณภาพ ผ่านการเปิดโลกทัศน์และประสบการณ์การเรียนรู้นอกห้องเรียนที่เปิดกว้างสำหรับทุกคน

เยาวชนผู้เข้าร่วมโครงการได้รับโอกาสพิเศษในการเข้าชม นิทรรศการแสดงผลงานศิลปนิพนธ์ประจำปีการศึกษา 2567 ของนิสิตชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาทัศนศิลป์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ศิลปะและการออกแบบ ซึ่งจัดขึ้นภายใต้คอนเซปท์ The Dawn of Aesthetic | รุ่งอรุณแห่งสุนทรียะ

นอกจากนี้ น้อง ๆ ยังได้เดินชม นิทรรศการเชิดชูศิลป์ศิลปินแห่งชาติ x มหาวิทยาลัยนเรศวร รวมไปถึงการจัดแสดงนิทรรศการ Special Event ในหัวข้อ “Falling in love รักคุณเข้าแล้ว” เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและพัฒนาการรับรู้ทางด้านสุนทรียภาพทางศิลปะให้แก่เด็ก ๆ อย่างรอบด้าน

ในส่วนของกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ เยาวชนได้ร่วมสนุกกับการทำ กิจกรรมผ้าเช็ดหน้ามัดย้อมจากสีธรรมชาติ และ กิจกรรมประดิษฐ์ดอกไม้จากริบบิ้น ซึ่งสอดคล้องกับแนวทาง การบริโภคและการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน โดยเน้นการใช้วัสดุที่ปลอดภัยและลดผลกระทบต่อระบบนิเวศ

การเลือกใช้วัสดุจากธรรมชาติในกระบวนการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ ไม่เพียงแต่ช่วยให้เด็ก ๆ ได้ปลดปล่อยจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์กันอย่างเต็มที่ แต่ยังเป็นการปลูกฝังเด็ก ๆ ให้เห็นถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อม และสร้างความตระหนักรู้ถึงการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า

การจัดค่ายศิลปะในครั้งนี้จึงนับเป็นก้าวสำคัญที่ใช้ศิลปะและความสร้างสรรค์เป็นสื่อกลางในการเรียนรู้นอกห้องเรียน ซึ่งช่วยบ่มเพาะให้เยาวชนเติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ มีจิตสำนึกที่ดีต่อสังคม และพร้อมมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนสืบไป

ม.นเรศวร พัฒนาสารกำจัดวัชพืชชีวภาพจากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร ยกระดับนวัตกรรมสีเขียวสู่เกษตรกรรมอย่างยั่งยืน

ดร.ณิชากร คอนดี อาจารย์ประจำภาควิชาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร พัฒนานวัตกรรม สารกำจัดวัชพืชชีวภาพ (Bioherbicide) จากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรโดยใช้แบคทีเรียเป็นหัวใจสำคัญของกระบวนการผลิต เพื่อสร้างทางเลือกใหม่ในการจัดการวัชพืชที่มีความปลอดภัย ลดการใช้สารเคมี และสนับสนุนการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน

งานวิจัยดังกล่าวเป็นผลจากความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยนเรศวรกับภาคอุตสาหกรรมเกษตรที่ดำเนินการต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2561 โดยมุ่งนำ วัสดุเหลือทิ้งและผลพลอยได้จากการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร เช่น กากสับปะรด กากถั่วเหลือง เปลือกทุเรียน กากมะพร้าว กากบีบน้ำมันมะพร้าว และกากบีบน้ำมันรำข้าว มาใช้เป็นแหล่งอาหารและพลังงานสำหรับการเพาะเลี้ยงแบคทีเรีย เพื่อผลิตสารลดแรงตึงผิวชีวภาพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

นวัตกรรมนี้ช่วยเปลี่ยนวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรให้กลายเป็น ผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม ลดปริมาณของเสียที่ต้องนำไปเผาหรือฝังกลบ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก พร้อมทั้งสนับสนุนแนวทางการใช้ทรัพยากรหมุนเวียน และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากภาคการเกษตร โดยสอดคล้องกับเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Greenhouse Gas Emissions)

สารกำจัดวัชพืชชีวภาพที่พัฒนาขึ้นอยู่ในรูป ไมโครอิมัลชันระดับนาโน ซึ่งช่วยให้สารสำคัญกระจายตัวได้ดี ลดมุมสัมผัสเมื่อพ่นบนใบวัชพืช ทำให้สารเกาะติดและซึมผ่านเข้าสู่เนื้อเยื่อพืชได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้มีประสิทธิภาพในการควบคุมวัชพืชใกล้เคียงกับสารกำจัดวัชพืชเคมีที่ใช้ในปัจจุบัน อีกทั้งยังสามารถทำงานได้ภายใต้สภาวะที่มีค่าความเป็นกรด-ด่าง อุณหภูมิ และความเค็มที่หลากหลาย

จุดเด่นของเทคโนโลยีนี้คือการใช้ แบคทีเรีย ซึ่งมีอัตราการเจริญเติบโตสูง สามารถเพาะเลี้ยงได้รวดเร็ว และใช้วัสดุเหลือทิ้งต้นทุนต่ำเป็นวัตถุดิบในการผลิต จึงช่วยลดต้นทุนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร และลดการพึ่งพาสารลดแรงตึงผิวที่ผลิตจากปิโตรเลียมหรือสารเคมีสังเคราะห์ ซึ่งอาจก่อให้เกิดการตกค้างในสิ่งแวดล้อมและส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้ใช้และผู้บริโภค

การพัฒนาสารกำจัดวัชพืชชีวภาพครั้งนี้เป็นตัวอย่างของการบูรณาการองค์ความรู้ด้าน เทคโนโลยีชีวภาพ วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม และนวัตกรรมการเกษตร เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การเกษตรสมัยใหม่ ลดการใช้สารเคมี ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และเพิ่มมูลค่าให้วัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร อันเป็นการสนับสนุนการผลิตที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ปัจจุบัน สารกำจัดวัชพืชชีวภาพ (Bioherbicide) มีศักยภาพในการพัฒนาสู่การใช้ประโยชน์ในภาคการเกษตรและพร้อม ส่งเสริมต่อยอดสู่งานวิจัยเชิงพาณิชย์ เพื่อขยายผลสู่การผลิตในระดับอุตสาหกรรมและสร้างนวัตกรรมที่สามารถแข่งขันได้ในตลาด ทั้งยังช่วยยกระดับอุตสาหกรรมเกษตรของประเทศสู่การผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและยั่งยืน

ที่มาภาพและข่าว: สถานีวิทยุกระจายเสียงมหาวิทยาลัยนเรศวร FM 107.25 MHz

ม.นเรศวร จัดอบรมเสริมธรรมาภิบาล ยกระดับคุณธรรม โปร่งใส และนโยบาย No Gift Policy

เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2568 งานบริหารความเสี่ยง สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัดกิจกรรมอบรมเพื่อยกระดับผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 โดยมุ่งหวังให้ผู้บริหารและบุคลากรมหาวิทยาลัยนเรศวรมีความเข้าใจและตระหนักถึงความสำคัญของการดำเนินงานด้วยความซื่อสัตย์และยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาองค์กรให้เป็นแบบอย่างที่ดีในด้านคุณธรรมและจริยธรรม ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการเสริมสร้างสังคมที่โปร่งใสและเป็นธรรม

การอบรมในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นประธานในพิธีเปิดและบรรยายในหัวข้อ “นโยบายและมาตรการป้องกันการทุจริต” และ “นโยบาย No Gift Policy” ณ ห้อง 301 อาคารเอกาทศรถ มหาวิทยาลัยนเรศวร การบรรยายดังกล่าวเน้นถึงแนวทางป้องกันการทุจริตในภาครัฐ การส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่มีความโปร่งใส และการสร้างจิตสำนึกให้บุคลากรทุกระดับมีความรับผิดชอบต่อสังคม พร้อมทั้งสนับสนุนแนวทางปฏิบัติที่ช่วยลดโอกาสในการเกิดพฤติกรรมที่ขัดต่อจริยธรรม

มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับการพัฒนาองค์กรที่มีความหลากหลายทางความคิด เปิดโอกาสให้บุคลากรทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างมีคุณค่าและยั่งยืน โดยการเน้นย้ำถึงหลักความเคารพและความเสมอภาคในที่ทำงาน การให้ความสำคัญกับความคิดเห็นที่แตกต่างอย่างสร้างสรรค์ และการดำเนินงานโดยยึดมั่นในคุณธรรม เพื่อสร้างบรรยากาศการทำงานที่ส่งเสริมศักยภาพของบุคลากรทุกคนอย่างเต็มที่

นอกจากนี้ การเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ยุติธรรมเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่มหาวิทยาลัยนเรศวรมุ่งมั่นดำเนินการ โดยส่งเสริมให้เกิดการบริหารจัดการที่เป็นธรรม ปราศจากอคติ และเคารพสิทธิของทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน รวมถึงการดำเนินงานที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นพื้นฐานที่นำไปสู่การสร้างสังคมที่มั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว

การจัดกิจกรรมครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการพัฒนาองค์กรให้เป็นแบบอย่างของความซื่อสัตย์ ความโปร่งใส และความยุติธรรม ซึ่งไม่เพียงแต่ส่งผลดีต่อบุคลากรภายในมหาวิทยาลัย แต่ยังเป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติในระยะยาว มหาวิทยาลัยนเรศวรจะยังคงเดินหน้าส่งเสริมคุณค่าทางจริยธรรมและยกระดับมาตรฐานการบริหารงานเพื่อสร้างองค์กรที่มีคุณภาพและความยั่งยืนในอนาคต

ม.นเรศวร คว้ารางวัล G-Green ระดับประเทศ ตอกย้ำการบริหารจัดการที่ส่งเสริมความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

วันพุธที่ 26 มีนาคม 2568 นายรุ่งรัตน์ พระนาค ผู้อำนวยการกองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นผู้แทนมหาวิทยาลัยเข้ารับ รางวัลตราสัญลักษณ์ G-Green ระดับประเทศ ภายหลังมหาวิทยาลัยผ่านการประเมินรับรอง Green Office ระดับดีเยี่ยม (ทอง) ประจำปี 2567 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของการประเมินด้านการบริหารสำนักงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จัดโดย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการพัฒนาระบบบริหารจัดการที่ ส่งเสริมความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

พิธีมอบรางวัลจัดขึ้น ณ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร โดยมี นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธี เพื่อเชิดชูหน่วยงานที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่นด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการบริหารจัดการองค์กรตามหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน

การได้รับ รางวัล G-Green เป็นผลจากการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการยกระดับ สำนักงานสีเขียว (Green Office) ผ่านการบริหารจัดการที่ครอบคลุมทั้งการใช้พลังงาน การใช้น้ำ การจัดการของเสีย การจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การควบคุมมลพิษ ตลอดจนการสร้างความตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อมแก่บุคลากรและนิสิตภายในมหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญกับการ ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านมาตรการต่าง ๆ เช่น การลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว การคัดแยกและจัดการขยะอย่างเป็นระบบ การประหยัดพลังงานและน้ำ รวมถึงการส่งเสริมการใช้ทรัพยากรหมุนเวียน เพื่อสร้างรูปแบบการดำเนินงานที่สามารถลดการใช้ทรัพยากรและลดการปล่อยของเสียได้อย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากการบริหารจัดการภายในองค์กรแล้ว มหาวิทยาลัยยังบูรณาการแนวคิดด้าน ความยั่งยืน เข้ากับการเรียนการสอน การวิจัย และการบริการวิชาการ เพื่อสร้างองค์ความรู้และปลูกฝังจิตสำนึกในการใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ ส่งเสริมให้บุคลากร นิสิต และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน มีส่วนร่วมในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมและร่วมกันสร้างสังคมที่ยั่งยืน

ความสำเร็จครั้งนี้ยังสะท้อนถึงความร่วมมือของทุกหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัย ที่ร่วมกันขับเคลื่อนนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การกำหนดมาตรการ การปฏิบัติตามแนวทาง Green Office ไปจนถึงการติดตามและพัฒนาผลการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อยกระดับคุณภาพการบริหารจัดการองค์กรให้เป็นต้นแบบด้าน การบริโภคและการใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ

การได้รับรางวัลในครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของมหาวิทยาลัยนเรศวร และเป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาองค์กรควบคู่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยยึดหลักการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และ ส่งเสริมความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างมหาวิทยาลัยที่เติบโตอย่างสมดุล พร้อมรับมือกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในอนาคต

ที่มา: กองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin