ม.นเรศวร จัดโครงการ World Stroke Day 2025 มุ่งยกระดับระบบบริการสุขภาพสู่ศูนย์โรคหลอดเลือดสมองครบวงจร
วันจันทร์ที่ 8 ธันวาคม 2568 คณะแพทยศาสตร์ และ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร จัดโครงการ World Stroke Day 2025 รุ่นที่ 1 ภายใต้หัวข้อ “Think Fast, Act Smart” เพื่อเสริมศักยภาพการดูแลผู้ป่วย Stroke ให้แก่ทีมสหสาขาวิชาชีพ บุคลากรทางการแพทย์ นิสิตแพทย์ และผู้สนใจ เพื่อขับเคลื่อนการดูแลผู้ป่วยอย่างมีคุณภาพ
การดำเนินกิจกรรมในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ผศ.พญ.พิริยา นฤขัตรพิชัย คณบดีคณะแพทยศาสตร์ เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย ผศ.พญ.ดวงนภารุ่งพิบูลย์โสภิษฐ์ หัวหน้าสาขาวิชาประสาทวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ เป็นผู้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ ณ ห้องประชุมเอกาทศรถ 9 ชั้น 3 อาคารสิรินธร โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร
โครงการดังกล่าวจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีโดยคณะกรรมการสหสาขาวิชาชีพโรคหลอดเลือดสมอง และสาขาวิชาประสาทวิทยา เพื่อให้บุคลากรได้รับองค์ความรู้ใหม่ที่ทันสมัยเกี่ยวกับการวินิจฉัยและการดูแลรักษา ซึ่งเป็นการสนับสนุนการสร้างหลักประกันการมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนเพื่อลดความสูญเสียด้านสาธารณสุข
กิจกรรมมุ่งเน้นการเพิ่มศักยภาพบุคลากรให้สามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ภายใต้แนวคิด Think Fast เพื่อให้สามารถวินิจฉัยโรคได้อย่างรวดเร็ว และ Act Smart เพื่อให้บริการตามระบบ Stroke Fast Track อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งกลไกเหล่านี้ช่วยลดอัตราการเสียชีวิตและความพิการในผู้ป่วยอย่างยั่งยืน
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร ได้รับรางวัลทั้งระดับชาติและนานาชาติจากความสำเร็จในการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง โดยมีความพร้อมของทีมอาจารย์แพทย์และทีมสหสาขาวิชาชีพที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ส่งผลให้ระบบการให้บริการมีความครอบคลุมและเกิดผลลัพธ์ที่ดีต่อคนไข้
ปัจจุบัน โรงพยาบาลได้ยกระดับความสามารถด้านการรักษาอย่างต่อเนื่อง โดยมีประสาทศัลยแพทย์อนุสาขารังสีร่วมรักษาเข้าร่วมทีม ช่วยเพิ่มศักยภาพในการให้บริการ Thrombectomy ทำให้โรงพยาบาลมีความพร้อมก้าวสู่การเป็น ศูนย์โรคหลอดเลือดสมองครบวงจร ตามมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข ผ่านความร่วมมือของเครือข่ายสหสาขาวิชาชีพเพื่อรองรับผู้ป่วยในระดับภูมิภาค
ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวกำหนดจัดขึ้นจำนวน 2 รุ่น โดยผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมโครงการ World Stroke Day 2025 รุ่นที่ 2 ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 22 ธันวาคม 2568 ถือเป็นการขยายผลการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและการผนึกกำลังเครือข่ายวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์ระบบสาธารณสุขให้มีความมั่นคงต่อไป
