ม.นเรศวร จับมือ มช. ลงนาม MOU ความร่วมมือวิจัยเพื่อการลดก๊าซเรือนกระจกในภาคพลังงาน

วันพุธที่ 20 มีนาคม 2567 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยนเรศวร ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือด้านการศึกษาและการพัฒนางานวิจัยเพื่อส่งเสริมการลดก๊าซเรือนกระจกในภาคพลังงานของประเทศ พิธีลงนามจัดขึ้น ณ ห้องประชุมตะวัน กังวานพงศ์ อาคารยุทธศาสตร์ สำนักงานมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยมีผู้บริหารและผู้แทนทั้งสองสถาบันเข้าร่วมเป็นสักขีพยานอย่างพร้อมเพรียง

การลงนามครั้งนี้ นำโดย ศาสตราจารย์ ดร.นายแพทย์พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของสองมหาวิทยาลัยในการบูรณาการองค์ความรู้และศักยภาพด้านวิชาการเพื่อแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ท้าทายในปัจจุบัน

บันทึกความร่วมมือ (MOU) ฉบับนี้ให้ความสำคัญกับการ ศึกษาและพัฒนางานวิจัยด้านการลดก๊าซเรือนกระจก โดยเฉพาะในภาคพลังงาน ซึ่งเป็นภาคส่วนที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปริมาณสูงและส่งผลโดยตรงต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การร่วมมือดังกล่าวจะช่วยสนับสนุนการพัฒนาองค์ความรู้ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์จริงทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ

ภายใต้กรอบความร่วมมือ ทั้งสองมหาวิทยาลัยจะมีการ ประสานงานและแลกเปลี่ยนข้อมูล ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการสร้างเครือข่ายวิจัยที่เข้มแข็งเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมด้านพลังงานสะอาดและการลดการปล่อยคาร์บอน ความร่วมมือนี้มีระยะเวลา 3 ปี ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาสำคัญในการสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

ในพิธีลงนามได้รับเกียรติจากผู้บริหารมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เข้าร่วม ได้แก่ รองศาสตราจารย์ประเสริฐ ฤกษ์เกรียงไกร รองอธิการบดี, รองศาสตราจารย์ ดร.วินิตา บุณโยดม รองอธิการบดี, ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.สัญชัย จตุรสิทธา, และ รองศาสตราจารย์วงกต วงศ์อภัย ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยพหุศาสตร์ รวมทั้งคณะผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้องที่เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน

การร่วมมือครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของสถาบันอุดมศึกษาของไทยในการมีบทบาทเชิงรุกต่อการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคพลังงาน ที่สอดคล้องกับนโยบายพลังงานสะอาดและการพัฒนาที่ยั่งยืน การบูรณาการงานวิจัยจึงไม่เพียงแต่สนับสนุนด้านวิชาการ แต่ยังช่วยสร้างต้นแบบในการจัดการพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยเชียงใหม่และมหาวิทยาลัยนเรศวรยังเป็น การสร้างความร่วมมือเชิงพันธมิตรของมหาวิทยาลัยในภูมิภาคเดียวกัน ที่มุ่งสร้างพลังร่วมในการพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม ความร่วมมือนี้ไม่เพียงมุ่งหวังผลประโยชน์เฉพาะสถาบัน แต่ยังเป็นกลไกสนับสนุนการดำเนินงานตามพันธกรณีของประเทศและความร่วมมือระดับโลกในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

โครงการความร่วมมือนี้จึงเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการเชื่อมโยงการวิจัยและการจัดการพลังงานเข้ากับเป้าหมายความยั่งยืนของโลก โดยเน้นทั้งการ ลดก๊าซเรือนกระจก และการสร้าง เครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการในระดับภูมิภาค เพื่อสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมของประเทศในระยะยาว

ม.นเรศวร ลงนาม MOU ความร่วมมือทางวิชาการกับกลุ่มโรงแรมระดับ Luxury เพื่อพัฒนาศักยภาพนิสิตสู่ตลาดแรงงานคุณภาพ

วันจันทร์ที่ 11 มีนาคม 2567 คณะบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์และการสื่อสาร มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) ร่วมกับกลุ่มโรงแรมระดับ Luxury hotel จำนวน 4 แห่ง ณ ห้อง Convention Hall ชั้น 6 คณะบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์และการสื่อสาร มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยมีผู้บริหาร คณาจารย์ และนิสิตภาควิชาการท่องเที่ยวเข้าร่วมเป็นสักขีพยานอย่างพร้อมเพรียง

พิธีลงนามได้รับเกียรติกล่าวเปิดโดย รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร และกล่าวรายงานโดย รองศาสตราจารย์ ดร.วิชญานัน รัตนวิบูลย์สม คณบดีคณะบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์และการสื่อสาร ซึ่งตอกย้ำถึงความสำคัญของการสร้างความร่วมมือทางวิชาการระหว่างสถาบันการศึกษาและภาคอุตสาหกรรมในการ ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนการสอน เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาและการพัฒนาศักยภาพบัณฑิต

ความร่วมมือในครั้งนี้ประกอบด้วยโรงแรมในเครือชั้นนำ ได้แก่ เครือ Marriott International ประเทศไทย ซึ่งเปิดโอกาสให้นิสิตเข้าร่วมฝึกประสบการณ์กับโรงแรมกว่า 50 แห่งทั่วประเทศ โดยมีแนวทางหลักในการพัฒนาทรัพยากรบุคคลอย่างยั่งยืน เน้นการดูแลผู้คนเป็นอันดับแรก และสนับสนุนการเติบโตของคนไทยให้สามารถพัฒนาตนเองได้อย่างเต็มศักยภาพ

อีกทั้งยังมี โรงแรมโรสวูด แบงคอก และโรงแรมโรสวูด ภูเก็ต ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนกับผู้คนและสังคม เชื่อว่าทรัพยากรมนุษย์คือคุณค่าที่เหนือกว่าผลกำไรเชิงพาณิชย์ พร้อมทั้งดำเนินงานที่สอดคล้องกับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ถือเป็นพันธกิจที่ช่วยส่งเสริมการพัฒนาอย่างรอบด้าน

นอกจากนี้ยังมี กลุ่มโรงแรมเครือกะตะธานีคอลเลคชั่น ที่เข้าร่วมเป็นภาคีเครือข่าย โดยเน้นการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการท่องเที่ยวและการโรงแรม เพื่อสนับสนุนความต้องการของตลาดแรงงานและยกระดับคุณภาพการบริการของอุตสาหกรรมโรงแรมไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล

การลงนาม MOU ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้นิสิตภาควิชาการท่องเที่ยวและภาควิชาที่เกี่ยวข้องได้เข้าร่วม การฝึกงานและสหกิจศึกษา โดยตรงกับสถานประกอบการจริง ซึ่งเป็นการบูรณาการการเรียนรู้กับการปฏิบัติงานจริงอย่างเป็นระบบ ช่วยพัฒนาทักษะวิชาชีพ การบริการ และการจัดการที่จำเป็นต่อการทำงานในอนาคต

ความร่วมมือนี้ยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างมหาวิทยาลัยกับภาคอุตสาหกรรมที่เอื้อต่อการ พัฒนาคุณภาพการศึกษา (Quality Education) และการ ส่งเสริมโอกาสการทำงานที่มีคุณค่า (Decent Work Opportunities) ซึ่งสอดคล้องกับการพัฒนาที่ยั่งยืนทั้งด้านการผลิตบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ และการสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ

โครงการดังกล่าวจึงเป็นก้าวสำคัญของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการยกระดับการเรียนการสอนให้ทันสมัย เชื่อมโยงกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม และตอบโจทย์การพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเฉพาะการสร้างบัณฑิตที่มีความพร้อมเข้าสู่ตลาดแรงงานอย่างมีคุณภาพ และเป็นกำลังสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมในอนาคต

ม.นเรศวร ร่วมกับ บพท. เปิดตัวโครงการวิจัย ‘แก้ปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จในภาคเหนือตอนล่าง’

โครงการวิจัย “การศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำภาคเหนือตอนล่าง: กรณีศึกษาจังหวัดพิษณุโลก” ซึ่งจัดโดย หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยนเรศวร ถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการนำวิจัยและนวัตกรรมมาใช้ในการแก้ไขปัญหาความยากจนในระดับท้องถิ่น โครงการนี้มีเป้าหมายสำคัญในการศึกษาปัญหาความยากจนในภาคเหนือตอนล่าง โดยเฉพาะในจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งมีความท้าทายทางเศรษฐกิจและสังคมที่ซับซ้อน โครงการนี้ไม่เพียงแต่ตอบสนองต่อการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ แต่ยังสอดคล้องกับหลายเป้าหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะในด้าน SDG 1 (การขจัดความยากจน), SDG 10 (ลดความเหลื่อมล้ำ), และ SDG 8 (การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนและการทำงานที่ดี)

1. แก้ไขปัญหาความยากจน: มุมมองจากโครงการวิจัย: การดำเนินโครงการวิจัยนี้มีจุดมุ่งหมายหลักในการพัฒนากลยุทธ์การแก้ไขปัญหาความยากจนในภาคเหนือตอนล่าง โดยเฉพาะในจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความท้าทายหลายด้าน ทั้งความไม่เสมอภาคในการเข้าถึงโอกาสทางเศรษฐกิจ การขาดแคลนทรัพยากร และขาดทักษะในการสร้างอาชีพที่ยั่งยืน การศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาความยากจนในครั้งนี้จึงมุ่งเน้นการพัฒนานโยบายและกลยุทธ์ที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในพื้นที่ โดยมองปัญหาความยากจนในหลายมิติ ทั้งในด้านเศรษฐกิจ การศึกษา การเสริมสร้างทักษะ และการเข้าถึงบริการพื้นฐานที่จำเป็น เช่น น้ำ, พลังงาน, และการดูแลสุขภาพ

2. การสอดคล้องกับ SDG 1: การขจัดความยากจน: โครงการวิจัยนี้มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาความยากจนในระดับพื้นที่ผ่านการให้ความรู้และทักษะแก่ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มที่มีรายได้น้อยหรือขาดโอกาสในการพัฒนาอาชีพและการศึกษา การพัฒนากลยุทธ์ที่สามารถแก้ไขปัญหาความยากจนอย่างเบ็ดเสร็จและแม่นยำนั้น เป็นการช่วยเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจและการพัฒนาอาชีพที่เหมาะสมกับบริบทของท้องถิ่น ซึ่งจะทำให้ชุมชนสามารถพัฒนาความสามารถในการสร้างรายได้อย่างยั่งยืน การออกแบบแนวทางการแก้ไขความยากจนที่มีประสิทธิภาพนี้ เป็นการดำเนินงานที่สอดคล้องกับ SDG 1: การขจัดความยากจน ซึ่งมุ่งหวังให้ทุกคนมีชีวิตที่ดีขึ้นและเข้าถึงโอกาสที่เท่าเทียมกัน

การพัฒนาในรูปแบบนี้จะช่วยให้กลุ่มผู้มีรายได้น้อยสามารถเข้าถึงการศึกษา ทักษะการประกอบอาชีพ และแหล่งทรัพยากรที่จำเป็นต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต ซึ่งสามารถนำไปสู่การยุติความยากจนในระดับชุมชนได้อย่างยั่งยืน

3. การลดความเหลื่อมล้ำ: SDG 10: โครงการวิจัยนี้ยังเชื่อมโยงกับ SDG 10: ลดความเหลื่อมล้ำ โดยมุ่งเน้นการลดช่องว่างระหว่างกลุ่มคนที่มีฐานะทางเศรษฐกิจแตกต่างกันในพื้นที่ การศึกษาและวิเคราะห์ปัจจัยที่ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำในด้านต่าง ๆ เช่น การศึกษาไม่เท่าเทียม การขาดทักษะทางวิชาชีพ หรือการขาดแคลนโอกาสในการเข้าถึงทรัพยากรพื้นฐานที่จำเป็น เช่น น้ำ, พลังงาน, การดูแลสุขภาพ, การศึกษา และการมีงานทำ เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำในชุมชน

การสร้างโอกาสในการพัฒนาโดยการให้ความรู้และทักษะ การส่งเสริมโอกาสทางการศึกษา และการเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ต่าง ๆ จะช่วยลดช่องว่างเหล่านี้และทำให้ทุกคนสามารถมีชีวิตที่มีคุณภาพและมีโอกาสที่เท่าเทียมกัน การลดความเหลื่อมล้ำในสังคมถือเป็นส่วนสำคัญในการสร้างสังคมที่ยุติธรรมและยั่งยืน

4. การเสริมสร้างเศรษฐกิจที่ยั่งยืน: SDG 8: การวิจัยและผลลัพธ์จากโครงการนี้ยังมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างเศรษฐกิจที่ยั่งยืนในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง โดยการออกแบบแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจที่สอดคล้องกับทรัพยากรท้องถิ่นและความสามารถของชุมชน การพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืนเป็นการส่งเสริมอาชีพที่ยั่งยืนและการสร้างงานในชุมชน ถือเป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืนในระดับท้องถิ่น

การวิจัยนี้ไม่เพียงแต่สนับสนุนการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของชุมชนท้องถิ่น แต่ยังช่วยให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ ลดการพึ่งพิงจากภายนอก และสามารถเติบโตได้ด้วยตัวเองอย่างยั่งยืน SDG 8: การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนและการทำงานที่ดี ได้รับการขับเคลื่อนอย่างมีประสิทธิภาพผ่านการสนับสนุนการพัฒนาอาชีพที่เหมาะสมกับทรัพยากรในพื้นที่

5. บทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืน: มหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาหลักในภาคเหนือตอนล่าง มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการวิจัยและการพัฒนาในพื้นที่ ศาสตราจารย์ ดร.จิรวัฒน์ พิระสันต์ หัวหน้าโครงการวิจัย ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการใช้ข้อมูลวิจัยที่มีความแม่นยำในการออกแบบนโยบายการแก้ไขปัญหาความยากจน โดยระบุว่า “การใช้วิจัยในเชิงลึกเป็นเครื่องมือในการพัฒนาที่ยั่งยืน จะช่วยให้เราเข้าใจปัญหาความยากจนในแต่ละพื้นที่ได้ดีขึ้น และสามารถออกแบบมาตรการที่ตรงกับความต้องการของชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

การทำงานร่วมกับ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) และการนำองค์ความรู้ทางวิชาการมาใช้ในการพัฒนาชุมชน ถือเป็นการขับเคลื่อน SDG 17: การสร้างพันธมิตรเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยการสร้างความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย, หน่วยงานภาครัฐ, และภาคเอกชน เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนและส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

โครงการวิจัยนี้จึงเป็นการนำวิจัยและนวัตกรรมมาใช้ในการแก้ไขปัญหาความยากจนในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นมิตรกับบริบทท้องถิ่น ถือเป็นการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกด้าน

SciPark ม.นเรศวร ร่วมกิจกรรม Train the Trainer เสริมแกร่งผู้ประกอบการรุ่นใหม่ สร้างงานสร้างอาชีพสู่เศรษฐกิจยั่งยืน

วันจันทร์ที่ 11 มีนาคม 2567 บุคลากรงานบ่มเพาะธุรกิจ อุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร (NU SciPark) ได้เข้าร่วมกิจกรรม Train the Trainer ภาคเหนือ ครั้งที่ 4 ณ โรงแรมฟลอร่า ครีก จังหวัดเชียงใหม่ โดยมี ดร.ชาญวิทย์ ตรีเดช ผู้จัดการกองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (TED Fund) เป็นประธานกล่าวต้อนรับ พร้อมบรรยายถึงนโยบายในการสนับสนุนและผลักดันผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมของประเทศไทย

กิจกรรม Train the Trainer มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างองค์ความรู้ให้แก่ผู้พัฒนาผู้ประกอบการ (TED Fellow) ในการสรรหา คัดกรอง และบ่มเพาะผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้มีความพร้อมในการขอรับการสนับสนุนทุนจาก TED Fund ซึ่งถือเป็นการบูรณาการความร่วมมือที่สำคัญระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา

ในครั้งนี้มีหน่วยงานเครือข่ายร่วมพัฒนาผู้ประกอบการ (TED Fellow) เข้าร่วมกิจกรรมรวม 11 หน่วยงาน อาทิ มหาวิทยาลัยนเรศวร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (STeP) มหาวิทยาลัยแม่โจ้ มหาวิทยาลัยพะเยา มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ ศูนย์นวัตกรรมอาหารและบรรจุภัณฑ์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (FIN) บริษัท แบ๊คสเตอร์ จำกัด และบริษัท อินโนเวชั่น เทคโนโลยี เชียงใหม่ จำกัด

ภายในงานมีการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ที่ครอบคลุมหลายประเด็นสำคัญ อาทิ แนวทางการบ่มเพาะโครงการ TED Youth Startup ปี 2567, การจัดทำสัญญาสนับสนุนทุนโครงการ TED Youth Startup ขั้นตอนการเบิกจ่ายเงินสนับสนุน รวมถึงวิธีการติดตามและประเมินผลโครงการ เพื่อสร้างความเข้าใจและทักษะที่จำเป็นสำหรับการบริหารจัดการทุนวิจัยและการพัฒนาธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ

การเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ของ NU SciPark เป็นการตอกย้ำบทบาทในฐานะศูนย์กลางการบ่มเพาะธุรกิจด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่พร้อมขับเคลื่อนผู้ประกอบการรุ่นใหม่เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจยุคใหม่อย่างมีคุณภาพ และเป็นการสร้างงานสร้างอาชีพที่ยั่งยืนให้กับสังคม

โครงการยังเปิดโอกาสให้นิสิต นักวิจัย และผู้ประกอบการท้องถิ่นได้เข้าถึงองค์ความรู้และการสนับสนุนจากหน่วยงานระดับประเทศ สร้างแรงบันดาลใจและเพิ่มโอกาสในการต่อยอดนวัตกรรมสู่เชิงพาณิชย์ ซึ่งจะช่วยยกระดับความสามารถในการแข่งขันของภูมิภาคเหนือและประเทศไทยในภาพรวม

ท้ายที่สุด การร่วมมือระหว่าง NU SciPark และ TED Fund ผ่านกิจกรรม Train the Trainer ครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการพัฒนาทุนมนุษย์และสนับสนุนเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม อันจะนำไปสู่การสร้างระบบนิเวศผู้ประกอบการที่แข็งแรง พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทยสู่ความยั่งยืนในอนาคต

ม.นเรศวร ถ่ายทอดความรู้ด้านการบำรุงรักษาระบบโซลาร์เซลล์

วันจันทร์ที่ 11 – วันศุกร์ที่ 15 มีนาคม 2567 ไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) เขต ก.2 ได้เชิญ ดร.คงฤทธิ์ แม้นศิริ และนายรัฐพร เงินมีศรี จาก งานนวัตกรรมและถ่ายทอดเทคโนโลยี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.ฉัตรชัย ศิริสัมพันธ์วงษ์ และทีมงาน เข้าร่วมเป็นวิทยากรในหัวข้อ PV System Operation and Maintenance

การอบรมครั้งนี้มุ่งเน้นการเสริมสร้างความรู้และทักษะด้าน การบำรุงรักษาระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อต่อยอดธุรกิจและสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดในระดับชุมชนและอุตสาหกรรม

ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้รับความรู้เกี่ยวกับการตรวจสอบระบบโซลาร์เซลล์ การบำรุงรักษาอุปกรณ์ และการวิเคราะห์ประสิทธิภาพของระบบผลิตไฟฟ้า ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดการสูญเสียพลังงาน

นอกจากนี้ การอบรมยังสร้างโอกาสในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่าง นักวิจัย มหาวิทยาลัย และ PEA เพื่อพัฒนานวัตกรรมด้านพลังงานทดแทนและเทคโนโลยีอัจฉริยะ

กิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุน พลังงานยั่งยืน และการใช้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคการศึกษา

การฝึกอบรมด้าน PV System ยังช่วยส่งเสริมการสร้าง เครือข่ายความร่วมมือด้านพลังงาน และการพัฒนาความสามารถของบุคลากรเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสู่ระบบพลังงานสะอาดอย่างต่อเนื่อง

งานบริการวิชาการ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ยังคงมุ่งมั่นในการพัฒนาและถ่ายทอดความรู้ด้านพลังงานและนวัตกรรม เพื่อสนับสนุนการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
ข้อมูลเพิ่มเติม: งานบริการวิชาการ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
โทรศัพท์: 055-963144 อีเมล: watcharaju@nu.ac.th

ม.นเรศวร ต้อนรับคณะศึกษาดูงาน กฟน. แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านพลังงานอัจฉริยะ

วันศุกร์ที่ 8 มีนาคม 2567 รศ.ดร.นิพนธ์ เกตุจ้อย ผู้อำนวยการ SGtech มหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมด้วยผู้บริหาร อาจารย์ และบุคลากร ให้การต้อนรับคณะศึกษาดูงานจาก ฝ่ายธุรกิจขนส่งและผลิตภัณฑ์ การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.)

ในการศึกษาดูงานครั้งนี้ ผศ.ดร.ยอดธง เม่นสิน รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ และ ผศ.ดร.พรทิพย์ เม่นสิน ได้บรรยายแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับ ระบบโครงข่ายไฟฟ้าขนาดเล็ก (Microgrid System) บนแนวคิด Net Zero Energy ซึ่งเป็นการบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

นอกจากนี้ยังมีการนำเสนอเรื่อง Energy Trading Platform และการบริหารจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ซึ่งช่วยให้สามารถตรวจสอบและจัดการการใช้พลังงานในระบบไฟฟ้าได้อย่างชาญฉลาดและยั่งยืน

การแลกเปลี่ยนความรู้ครั้งนี้สร้างโอกาสในการต่อยอด งานวิจัยและนวัตกรรมด้านพลังงานอัจฉริยะ ระหว่างมหาวิทยาลัยและการไฟฟ้านครหลวง โดยมุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีที่สนับสนุนการใช้พลังงานหมุนเวียนและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ความร่วมมือในครั้งนี้ยังสะท้อนถึงความสำคัญของ การสร้างเครือข่ายระหว่างสถาบันการศึกษาและหน่วยงานภาครัฐ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาระบบพลังงานอัจฉริยะและเมืองอัจฉริยะอย่างยั่งยืน

การต้อนรับและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในครั้งนี้ไม่เพียงช่วยเพิ่มพูนความรู้ด้านเทคโนโลยีพลังงานเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งเสริม ความร่วมมือทางวิชาการและนวัตกรรม เพื่อขับเคลื่อนการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพในระดับประเทศและระดับภูมิภาค

คณะศึกษาดูงานและ SGtech มุ่งหวังว่าการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้นี้จะช่วยขยายผล นวัตกรรมและการวิจัยพลังงานสะอาด ต่อยอดไปสู่การพัฒนาชุมชนและสังคมที่ยั่งยืนในอนาคต

ม.นเรศวร นำเสนอผลงานวิจัยแก้จน สร้างโอกาสและความยั่งยืน

วันอังคารที่ 19 มีนาคม 2567 มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกับ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) จัดงาน “ผลงานวิจัยแก้ไขปัญหาความยากจนจังหวัดพิษณุโลก” ภายใต้โครงการศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำภาคเหนือตอนล่าง ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพิษณุโลก โดยมีพิธีเปิดในเวลา 17.00 น. งานนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการสนับสนุน SDG1 ขจัดความยากจนและ SDG17 การสร้างความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

งานดังกล่าวจัดแสดงผลงานวิจัยที่มุ่งเน้นการเสริมสร้างอาชีพและรายได้ให้กับผู้มีรายได้น้อย โดยใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่เพื่อระบุปัญหาความยากจนและออกแบบแนวทางแก้ไขอย่างแม่นยำ ซึ่งช่วยให้ครัวเรือนเปราะบางสามารถเข้าถึงโอกาสในการประกอบอาชีพและสร้างรายได้อย่างมั่นคง

หนึ่งในกิจกรรมสำคัญของงานคือ “ตลาดนัดแรงงานจากผู้มีรายได้น้อย” ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานสามารถพบปะและซื้อขายผลิตภัณฑ์หรือบริการจากผู้ประกอบการรายย่อย ส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนและลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ตรงกับเป้าหมาย SDG10 การลดความเหลื่อมล้ำทั้งในและระหว่างประเทศ

นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงผลิตภัณฑ์และบริการที่สนับสนุนผู้มีรายได้น้อย เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจและการตลาด รวมถึงเพิ่มความรู้และทักษะการบริหารจัดการรายได้ของผู้ประกอบการขนาดเล็กและครัวเรือนเปราะบาง ซึ่งถือเป็นการลงทุนทางสังคมที่ตอบโจทย์ SDG1 และ SDG17

งานนี้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวทางปฏิบัติระหว่างนักวิจัย เจ้าหน้าที่รัฐ และภาคส่วนเอกชน เพื่อสร้างความร่วมมือเชิงนโยบายและพัฒนากลไกสนับสนุนที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริงในพื้นที่ ทำให้การแก้ไขปัญหาความยากจนมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

คณะผู้จัดงานเน้นย้ำว่าการร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย หน่วยงานรัฐ และภาคประชาสังคม จะช่วยสร้างเครือข่ายสนับสนุนที่เข้มแข็ง ทำให้นิสิต นักวิจัย และประชาชนในพื้นที่สามารถเข้าถึงความรู้และทรัพยากรในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเอง

การจัดงานในครั้งนี้จึงไม่เพียงแต่เป็นการนำเสนอผลงานวิจัยเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีสำคัญในการสร้างความตระหนักและแรงบันดาลใจให้กับชุมชน ผู้ประกอบการรายย่อย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันสร้างสังคมที่มีความเท่าเทียม เข้าถึงโอกาส และสามารถพัฒนาความยั่งยืนได้อย่างเป็นรูปธรรม

ม.นเรศวร ส่งเสริมการเรียนรู้และสร้างโอกาสผู้ประกอบการผ่านพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ

มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการเรียนรู้และสร้างโอกาสในการเป็นผู้ประกอบการแก่ทั้งนิสิตและบุคลากร โดยมุ่งเน้นการร่วมมือกับเครือข่ายพันธมิตรทั้งภายในและต่างประเทศเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาในด้านนี้อย่างยั่งยืน

ล่าสุด ดร.ปัญญวัณ ลำเพาพงศ์ รองผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมคณะ ได้เข้าร่วมกิจกรรม Knowledge Sharing ในโครงการ “การเรียนรู้จากประสบการณ์เพื่อเร่งการเป็นผู้ประกอบการจากสถาบันอุดมศึกษาร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรระหว่างประเทศ” ณ อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (STeP) โดยได้รับเกียรติจากคุณพันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี ผู้อำนวยการกลุ่มภารกิจยุทธศาสตร์ สป.อว. กล่าวเปิดกิจกรรม พร้อมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (สกสว.)

กิจกรรมในครั้งนี้ได้เน้นการแบ่งปันประสบการณ์จากนักศึกษาที่ได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงทั้งในประเทศ (Inbound) และต่างประเทศ (Outbound) ซึ่งจะช่วยพัฒนาทักษะในการเป็นผู้ประกอบการในอนาคต พร้อมทั้งสนับสนุนการสร้างโอกาสในการจ้างงานอย่างยั่งยืน โดยความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยให้การเรียนรู้ด้านการทำธุรกิจสามารถขยายและพัฒนาได้ต่อเนื่องในระดับนานาชาติ

ม.นเรศวร ขับเคลื่อนผู้ประกอบการภูมิภาคสู่ตลาดโลก ผ่านโครงการ REGIONAL TO GLOBAL (R2G2024)

อุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร เปิดรับสมัครผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการ REGIONAL TO GLOBAL (R2G2024) เพื่อเชื่อมโยงผู้ประกอบการในระดับภูมิภาคสู่ลูกค้าในระดับโลก ผ่านการ ส่งเสริมและยกระดับศักยภาพด้านการตลาด เทคโนโลยี และนวัตกรรม ด้วยเครือข่ายความร่วมมือของอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคทั่วประเทศ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างผู้ประกอบการนวัตกรรมไทยให้สามารถแข่งขันในตลาดต่างประเทศได้อย่างยั่งยืน

โครงการ R2G2024 ถือเป็นกิจกรรมสำคัญที่มุ่ง พัฒนาและผลักดันผู้ประกอบการธุรกิจฐานวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมในภูมิภาค ให้มีความพร้อมในการขยายตลาดออกสู่ระดับโลก (Global Market Expansion) ผ่านกระบวนการอบรมแบบ Boot Camp ที่เข้มข้น โดยได้รับการถ่ายทอดความรู้จากผู้เชี่ยวชาญด้านการส่งออก (Export Training) การสร้างกลยุทธ์การตลาดระหว่างประเทศ (International Marketing Strategy) และการพัฒนาแบรนด์สินค้าให้เป็นที่ยอมรับในตลาดโลก (Global Branding)

ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับโอกาสในการเรียนรู้เทคนิคการส่งออกอย่างมืออาชีพ รวมถึงการวางแผนธุรกิจที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดต่างประเทศ เพื่อให้สามารถสร้างรายได้อย่างมั่นคงและลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจในภูมิภาค ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการ สร้างระบบนิเวศธุรกิจนวัตกรรมที่ยั่งยืน (Sustainable Innovation Ecosystem) และส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก

กลุ่มเป้าหมายของโครงการประกอบด้วยผู้ประกอบการนิติบุคคลที่มีรายได้จากการดำเนินธุรกิจในระดับภูมิภาคมาแล้ว หรือเคยผ่านกระบวนการบ่มเพาะธุรกิจนวัตกรรม เช่น TBI, UBI หรือโครงการนักธุรกิจเทคโนโลยีรุ่นใหม่ (New Gen Technopreneur) โดยเฉพาะผู้ที่มี ผลิตภัณฑ์หรือบริการที่พร้อมต่อการขยายตลาดไปยังต่างประเทศ (Export-Ready Products and Services) และมีทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี รวมทั้งสามารถสื่อสารภาษาต่างประเทศได้ในระดับเบื้องต้น

การดำเนินโครงการนี้ยังเน้นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่าง ภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา (Public-Private-Academic Partnership) เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านการตลาด เทคโนโลยี และนวัตกรรม โดยมหาวิทยาลัยนเรศวรทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ประกอบการในภูมิภาค เพื่อ ส่งเสริมต่อยอดการขยายตลาดไปยังต่างประเทศ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในเวทีโลก

โครงการ R2G2024 ยังช่วยเสริมสร้างศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว ด้วยการพัฒนา ผู้ประกอบการฐานนวัตกรรม (Innovation-Based Entrepreneurs) ให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน รวมถึงส่งเสริมให้เกิดการสร้างงาน การกระจายรายได้ และการใช้เทคโนโลยีเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในภูมิภาคภาคเหนือตอนล่าง ซึ่งสอดคล้องกับแนวทาง เศรษฐกิจนวัตกรรม (Innovation Economy)

มหาวิทยาลัยนเรศวรจึงขอเชิญผู้ประกอบการที่มีความพร้อมและต้องการขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศ เข้าร่วมโครงการ REGIONAL TO GLOBAL (R2G2024) ซึ่งเปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 15 มีนาคม 2567 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 084-8869405 เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อน เศรษฐกิจนวัตกรรมสู่ความยั่งยืน (Innovative and Sustainable Economy) และสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการไทยสู่ระดับนานาชาติ

#มหาวิทยาลัยนเรศวร #อุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร #R2G2024 #RegionaltoGlobal #ผู้ประกอบการนวัตกรรม #ExportReady #GlobalMarket #InnovationEconomy #NaresuanUniversity #NU #NUSDGs

มนุษยศาสตร์ ม.นเรศวร ร่วมขับเคลื่อนโครงการเสริมสร้างบ้านเมืองสุจริตภายใต้ระบอบประชาธิปไตย

วันศุกร์ที่ 8 มีนาคม 2567 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นภิสา ไวฑูรเกียรติ คณบดีคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้รับมอบหมายให้เป็นตัวแทนมหาวิทยาลัย เข้าร่วมพิธีเปิดโครงการ เสริมสร้างบ้านเมืองสุจริตภายใต้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ณ ศูนย์วัฒนธรรมภาคเหนือตอนล่าง วังจันทร์ ริเวอร์วิว มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม จังหวัดพิษณุโลก

การเข้าร่วมในครั้งนี้ มีนิสิตคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นตัวแทนเข้ารับฟังบรรยายและร่วมกิจกรรมเสริมสร้างความรู้ด้านประชาธิปไตย หัวข้อสำคัญ ได้แก่ “บทบาทเยาวชนกับสื่อเพื่อประชาธิปไตย” โดย นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง และคุณฐปณีย์ เอียดศรีไชย ผู้ประกาศข่าวและผู้ก่อตั้งเพจ The Reporters ซึ่งได้ถ่ายทอดแนวทางการใช้พลังของสื่อและเยาวชนในการสร้างสังคมที่โปร่งใส

กิจกรรมยังได้จัดเวิร์กช็อปเชิงปฏิบัติการ “Do and Don’t บนโลกออนไลน์ เพื่อเสริมสร้างบ้านเมืองสุจริต” ที่มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและสื่อออนไลน์อย่างรับผิดชอบ สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงทางสังคมดิจิทัลและแนวทางการพัฒนาเยาวชนให้สามารถแยกแยะข้อมูลที่ถูกต้อง อันจะช่วยลดความขัดแย้งและปัญหาข่าวปลอมในสังคม

อีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญคือ Interactive Workshop – Design Thinking โดยอาจารย์พองาม เหลี่ยมศิริวัฒนา อดีตผู้ช่วยผู้อำนวยการวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยนเรศวร และทีมงาน ที่เน้นกระบวนการคิดเชิงสร้างสรรค์และการแก้ไขปัญหาอย่างมีระบบ เปิดโอกาสให้นิสิตได้มีส่วนร่วมในการออกแบบแนวคิดเพื่อขับเคลื่อนประชาธิปไตยเชิงสร้างสรรค์

การจัดโครงการในครั้งนี้มีความสำคัญต่อการพัฒนาเยาวชนให้มีความรู้ ความเข้าใจ และความตระหนักในหน้าที่พลเมือง อีกทั้งยังสร้างทักษะการมีส่วนร่วมในกระบวนการประชาธิปไตยอย่างมีคุณภาพ ซึ่งเป็นหัวใจหลักของการ เสริมสร้างบ้านเมืองสุจริตภายใต้ระบอบประชาธิปไตย

ความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษา หน่วยงานรัฐ และภาคประชาสังคม ผ่านกิจกรรมเชิงวิชาการและเวิร์กช็อป ถือเป็นตัวอย่างของการบูรณาการความรู้และการปฏิบัติจริง เพื่อยกระดับคุณภาพพลเมืองรุ่นใหม่ให้พร้อมเผชิญความท้าทายในสังคมปัจจุบัน

โครงการดังกล่าวยังสะท้อนถึงความสำคัญของการทำงานร่วมกัน (Partnerships) ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งในด้านการศึกษา การเมือง และสังคม เพื่อร่วมกันผลักดันประชาธิปไตยที่โปร่งใส เข้มแข็ง และยั่งยืนในระยะยาว

การเข้าร่วมของมหาวิทยาลัยนเรศวรในครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นการสร้างโอกาสทางการเรียนรู้แก่นิสิตเท่านั้น แต่ยังเป็นการยืนยันบทบาทของมหาวิทยาลัยในการสนับสนุนการพัฒนาประชาธิปไตยที่มีคุณธรรม สอดคล้องกับพันธกิจการสร้างพลเมืองคุณภาพและการขับเคลื่อนสังคมไปสู่ความยั่งยืน

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin