ม.นเรศวร เปิดโอกาสการศึกษาเท่าเทียม จัดทำสัญญา กยศ. ให้นิสิตกว่า 3,200 คน

วันเสาร์ที่ 3 สิงหาคม 2567 มหาวิทยาลัยนเรศวร โดย กองบริการการศึกษา ได้ดำเนินการจัด โครงการทำสัญญากองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ประจำปีการศึกษา 2567 ณ ห้อง 32 และ 52 ชั้น 2 อาคารปราบไตรจักร 1 มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยมีนิสิตเข้าร่วมทำสัญญาทั้งสิ้น 3,223 คน โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสทางการศึกษาให้กับนิสิตที่ต้องการความช่วยเหลือด้านการเงิน และเป็นส่วนหนึ่งของการ ส่งเสริมโอกาสการศึกษาเท่าเทียม สำหรับเยาวชนทุกคน

การดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึง ความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการสร้างความเท่าเทียมทางการศึกษา โดยมุ่งลดช่องว่างทางเศรษฐกิจและสังคมที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญกับการสร้างระบบสนับสนุนทางการเงินที่โปร่งใส ยุติธรรม และเข้าถึงได้ง่าย เพื่อให้ทุกคนมีโอกาสเรียนต่ออย่างเท่าเทียมโดยไม่ถูกจำกัดด้วยฐานะทางการเงิน

โครงการทำสัญญากยศ. ประจำปีนี้ยังเป็นกลไกสำคัญในการ สนับสนุนการศึกษาที่มีคุณภาพ ผ่านการให้กู้ยืมอย่างมีระบบและมีมาตรฐาน เพื่อให้นิสิตสามารถตั้งใจศึกษาได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย การลดภาระทางการเงินของนิสิตจึงเป็นอีกหนึ่งวิธีในการสร้างแรงจูงใจให้เยาวชนมุ่งมั่นพัฒนาตนเองและต่อยอดความรู้สู่การทำงานที่มีคุณค่าในอนาคต

นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยนเรศวรยังได้ ส่งเสริมความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการกองทุนเงินให้กู้ยืม เพื่อให้กระบวนการดำเนินงานมีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งในด้านความสะดวก รวดเร็ว และความถูกต้อง โดยมุ่งเน้นให้การช่วยเหลือเข้าถึงผู้ที่มีความจำเป็นอย่างแท้จริง นับเป็นแบบอย่างของการสร้างระบบการศึกษาและสวัสดิการที่เอื้อต่อการลดความเหลื่อมล้ำในสังคม

การดำเนินโครงการในครั้งนี้ไม่ได้เพียงมุ่งเน้นเรื่องการเงินเท่านั้น แต่ยังเน้นสร้างความตระหนักรู้ให้นิสิตเห็นถึงความสำคัญของ ความรับผิดชอบต่อสังคมและการคืนทุนการศึกษาในอนาคต เพื่อให้ระบบการกู้ยืมสามารถหมุนเวียนไปช่วยเหลือนักศึกษารุ่นต่อ ๆ ไปได้อย่างยั่งยืน เป็นการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และจิตสำนึกในการอยู่ร่วมกันอย่างมีความรับผิดชอบ

มหาวิทยาลัยนเรศวรยังคงดำเนินนโยบาย สนับสนุนการเข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียม อย่างต่อเนื่อง ด้วยการพัฒนาโครงการและกิจกรรมที่ช่วยให้นิสิตทุกกลุ่มได้รับโอกาสเรียนรู้ตามศักยภาพ ไม่ว่าจะเป็นโครงการทุนการศึกษา การแนะแนวอาชีพ หรือกิจกรรมส่งเสริมทักษะชีวิต เพื่อสร้างรากฐานของการพัฒนาที่ยั่งยืนทั้งในระดับบุคคลและสังคม

โดยภาพรวม โครงการทำสัญญากยศ. ประจำปีการศึกษา 2567 เป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการขับเคลื่อนภารกิจด้านการศึกษาเพื่อสังคม ด้วยการสร้างระบบสนับสนุนที่ครอบคลุมทั้งด้านการเงินและคุณภาพชีวิตของนิสิต ซึ่งช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางโอกาสและส่งเสริมให้เยาวชนทุกคนสามารถเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพได้อย่างเท่าเทียมและยั่งยืน

NU Hackathon 2024 เสริมศักยภาพนิสิตด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย

วันเสาร์ที่ 3 สิงหาคม 2567 อุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร (NU SciPark) จัดกิจกรรม BOOTCAMP ภายใต้โครงการ “NU Hackathon 2024” เพื่อพัฒนาเครื่องมือ Performance Test โดยใช้เทคโนโลยี Cloud, AI และ Machine Learning ความร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นจากการบูรณาการของคณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ คณะบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์และการสื่อสาร กองกิจการนิสิต กองกลาง และอุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร

กิจกรรมได้รับเกียรติจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมลักษณ์ วรรณฤมล กีเยลาโรว่า ผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นประธานเปิดงาน และคุณณัฐพล กล้าหาญ ผู้บริหารบริษัทเอ็กช์โตซอฟท์ จำกัด กล่าวต้อนรับนิสิต พร้อมทั้งมีผู้บริหารจากหลายคณะและหน่วยงานร่วมพิธีเปิด ณ ห้อง SC5-213 อาคารภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

การจัด BOOTCAMP ในครั้งนี้ มุ่งเน้นการถ่ายทอดองค์ความรู้และทักษะการปฏิบัติจริงให้แก่นิสิต ผ่านการอบรมเชิงลึกกับวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากบริษัท EXTOSOFT โดยครอบคลุมทั้งแนวคิดการทดสอบซอฟต์แวร์ การใช้เครื่องมือ JMeter การประยุกต์ AI และ Machine Learning ในการตรวจสอบและพยากรณ์ระบบโครงสร้างพื้นฐาน ไปจนถึงเทคโนโลยี Docker และการนำเสนอผลงานด้วย Pitch Desk Template

เวิร์กชอปแต่ละหัวข้อถูกออกแบบให้ตอบโจทย์ทักษะที่จำเป็นในโลกเทคโนโลยีปัจจุบัน โดยเฉพาะการนำ AI มาใช้ในการตรวจสอบประสิทธิภาพและคาดการณ์โครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งเป็นทักษะที่ภาคอุตสาหกรรมต้องการ และช่วยให้นิสิตสามารถพัฒนาความรู้สู่การประยุกต์ใช้จริง

นอกจากการพัฒนาทักษะเฉพาะทางแล้ว กิจกรรมยังเน้นกระบวนการ Hackathon ที่ส่งเสริมการทำงานเป็นทีม การคิดวิเคราะห์ปัญหา และการนำเสนอนวัตกรรมใหม่ ๆ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการเตรียมความพร้อมให้นิสิตก้าวสู่การเป็นกำลังคนคุณภาพในอนาคต

ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับบริษัทเอกชนครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงการบูรณาการองค์ความรู้และประสบการณ์จากทั้งสองภาคส่วน อันจะนำไปสู่การสร้างระบบนิเวศด้านนวัตกรรมที่เข้มแข็ง และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่มีศักยภาพตอบโจทย์อุตสาหกรรมยุคดิจิทัล

การจัดงาน NU Hackathon 2024 จึงไม่เพียงเป็นเวทีการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยี แต่ยังเป็นก้าวสำคัญของการส่งเสริมทักษะด้านการคิดค้นนวัตกรรมของนิสิต ที่สามารถต่อยอดเป็นผลงานจริงและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

มหาวิทยาลัยนเรศวร โดย NU SciPark ยังคงเดินหน้าสนับสนุนกิจกรรมลักษณะนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ ทักษะ และความสามารถด้านเทคโนโลยี พร้อมทั้งเป็นสะพานเชื่อมความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยและภาคอุตสาหกรรม เพื่อสร้างสังคมแห่งนวัตกรรมในอนาคต

ม.นเรศวร ร่วมมือ อบต. ท่าโพธิ์ ยกระดับมาตรฐานร้านอาหารรอบชุมชน สู่ความปลอดภัยยั่งยืน

วันพฤหัสบดีที่ 25 กรกฎาคม 2567 กลุ่มสาขาวิชาอนามัยสิ่งแวดล้อม คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลท่าโพธิ์ จัดพิธีปิดโครงการ “พัฒนามาตรฐานร้านอาหารและแผงลอยจำหน่ายอาหารรอบมหาวิทยาลัยนเรศวร” โดยมีการสรุปผลการดำเนินงาน และประกาศรางวัลร้านค้าที่ได้รับการคัดเลือกเป็นร้านดีเด่น จำนวนทั้งสิ้น 33 ร้าน ซึ่งได้รับป้ายช้างลิมิเต็ดตามสโลแกน “Quality you can taste, Plate you can trust – คุณภาพที่สัมผัสได้ จานที่คุณไว้ใจ” พร้อมใบประกาศนียบัตรเชิดชูเกียรติ

โครงการนี้ยังได้มอบ ป้าย Clean Food Good Taste ให้แก่ผู้ประกอบการร้านอาหารที่ผ่านหลักสูตรการอบรมและการพัฒนามาตรฐานร้านอาหาร รวมจำนวน 100 ร้าน เพื่อเป็นการยกระดับคุณภาพการบริหารจัดการด้านสุขาภิบาลอาหารในพื้นที่รอบมหาวิทยาลัยนเรศวร ให้มีมาตรฐานอาหารที่สะอาดและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

ภายในพิธีได้รับเกียรติจาก นายธวัช สิงหเดช นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าโพธิ์ และประธานกองทุนหลักประกันสุขภาพ อบต.ท่าโพธิ์ พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.นิทรา กิจธีระวุฒิวงษ์ คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นผู้มอบประกาศนียบัตรและป้ายรับรองคุณภาพแก่ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมในโครงการ

โครงการพัฒนามาตรฐานร้านอาหารและแผงลอยจำหน่ายอาหารในครั้งนี้ มุ่งเน้นให้ผู้ประกอบการตระหนักถึงความสำคัญของความสะอาด ปลอดภัย และคุณภาพอาหาร ทั้งในด้านกายภาพและชีวภาพ รวมถึงการเสริมสร้างทักษะในการดูแลสุขาภิบาลร้านอาหารให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อให้เกิดความมั่นใจต่อผู้บริโภค

นอกจากการพัฒนาความรู้และทักษะแล้ว โครงการยังเป็นเวทีในการสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้ประกอบการร้านอาหารและแผงลอยในการยกระดับมาตรฐานธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันเชิงพาณิชย์ และตอบโจทย์ต่อการสร้างระบบอาหารที่ปลอดภัยอย่างยั่งยืน

การดำเนินงานยังแสดงถึงบทบาทสำคัญของความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้ประกอบการในชุมชน ที่ร่วมกันผลักดันให้เกิดมาตรฐานอาหารสะอาดและปลอดภัยในระดับพื้นที่ ซึ่งเป็นต้นแบบการทำงานเชิงบูรณาการที่สามารถขยายผลไปยังพื้นที่อื่นได้ในอนาคต

การจัดโครงการครั้งนี้ไม่เพียงสร้างผลลัพธ์ด้านคุณภาพอาหาร แต่ยังสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนในตำบลท่าโพธิ์ ด้วยการสนับสนุนผู้ประกอบการให้พัฒนาศักยภาพ และเพิ่มคุณค่าของร้านค้าและแผงลอยในพื้นที่อย่างมีระบบและมาตรฐานที่ยั่งยืน

โครงการ พัฒนามาตรฐานร้านอาหารและแผงลอยจำหน่ายอาหาร จึงเป็นกลไกสำคัญที่เชื่อมโยงการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ผ่านการสร้างความมั่นใจด้านอาหารปลอดภัย และการยกระดับมาตรฐานร้านอาหารและแผงลอยให้ก้าวสู่ความยั่งยืนในระยะยาว

ม.นเรศวร จัดบรรยายพิเศษ “Thai Democratization in Historical Perspective” ส่งเสริมประชาธิปไตย

วันพุธที่ 24 กรกฎาคม 2567 งานวิจัยและบริการวิชาการ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัดโครงการบริการวิชาการแก่สังคม ในรูปแบบการบรรยายหัวข้อ “Thai Democratization in Historical Perspective” โดยได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.กุลลดา เกษบุญชู มี้ด อดีตอาจารย์ประจำภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นวิทยากรบรรยาย

การดำเนินรายการจัดโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อรไท โสภารัตน์ รองคณบดีฝ่ายพัฒนานิสิตและส่งเสริมพหุวัฒนธรรม และ Dr. Paul Wesley Chambers อาจารย์ประจำสถานประชาคมอาเซียนศึกษา คณะสังคมศาสตร์ ซึ่งทำให้การบรรยายมีความหลากหลายทั้งเชิงวิชาการและเชิงประสบการณ์ สอดคล้องกับเป้าหมายของมหาวิทยาลัยในการสร้างพื้นที่การเรียนรู้เพื่อส่งเสริมประชาธิปไตย

การบรรยายครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้รับความรู้และความเข้าใจในกระบวนการประชาธิปไตยของประเทศไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยมุ่งนำเสนอผ่านมุมมองทางประวัติศาสตร์การเมืองไทย เหตุการณ์สำคัญ บุคคลสำคัญ และปัจจัยทางสังคม เศรษฐกิจ และการเปลี่ยนแปลงที่มีผลต่อการพัฒนาการเมืองไทย

ผู้เข้าร่วมได้รับประโยชน์จากการบรรยายทั้งในแง่การสร้างพื้นฐานความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับประวัติศาสตร์การเมืองไทย และการเสริมสร้างทักษะการวิเคราะห์สถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบัน ความรู้นี้ยังช่วยสนับสนุนการพัฒนาความคิดเชิงวิพากษ์และการเชื่อมโยงเหตุการณ์ประวัติศาสตร์เข้ากับการแก้ไขปัญหาสังคมร่วมสมัย

กิจกรรมนี้ยังเป็นเวทีสำคัญสำหรับการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ระหว่างผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ นิสิต และผู้สนใจทั่วไป การเปิดโอกาสให้เกิดการถกเถียงเชิงสร้างสรรค์ถือเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมประชาธิปไตยในสังคม และสร้างการเรียนรู้ร่วมกันอย่างมีคุณภาพ

นอกจากนี้ การจัดบรรยายยังสะท้อนถึงความร่วมมือทางวิชาการที่เข้มแข็ง ทั้งภายในมหาวิทยาลัยและกับเครือข่ายนักวิชาการจากสถาบันอื่น ๆ การสร้างความร่วมมือเช่นนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาองค์ความรู้และขับเคลื่อนประชาธิปไตยอย่างยั่งยืนในระดับชาติและนานาชาติ

โครงการดังกล่าวไม่เพียงเป็นกิจกรรมบริการวิชาการแก่สังคม แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาสังคมที่เน้นการสร้าง ความรู้ ความเข้าใจ และความร่วมมือ ในการผลักดันกระบวนการประชาธิปไตยให้มีความมั่นคง โปร่งใส และสอดคล้องกับการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน

การจัดกิจกรรมครั้งนี้มีขึ้น ณ ห้องประชุม Main Conference ชั้น 1 อาคารกองบริการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (CITCOMS) มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยได้รับการตอบรับจากผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก แสดงถึงความสนใจในประเด็นประชาธิปไตยและความตั้งใจที่จะร่วมสร้างสังคมที่โปร่งใสและเข้มแข็งต่อไป

ม.นเรศวร จัดประชุมวิชาการ TNDR Conference เสริมความยืดหยุ่นรับภัยพิบัติ และสร้างความร่วมมือระดับเครือข่ายเพื่อสังคมที่ยั่งยืน

วันศุกร์ที่ 12 กรกฎาคม 2567 มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกับมหาวิทยาลัยในเครือข่ายพัฒนาความเข้มแข็งต่อภัยพิบัติไทย จัดการประชุมวิชาการวิจัยระดับชาติและนานาชาติ The 2nd TNDR Conference (National & International) ภายใต้หัวข้อ “ความยืดหยุ่นรับภัยพิบัติเพื่อสังคมที่ดีขึ้น (Be Better: Disaster Resilience for Better Society)” ณ ศูนย์แสดงนิทรรศการและการประชุมนเรศวรมหาราช (KNECC) โดยมี ดร.พิจิตต รัตตกุล ประธานเครือข่าย TNDR เป็นประธานเปิดงาน

การประชุมครั้งนี้ประกอบด้วยเวทีเสวนาที่หลากหลาย เริ่มจากประเด็น “ระบบนิเวศของการสนับสนุนการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์” โดยผู้ทรงคุณวุฒิจากหลายภาคส่วน ทั้งภาคการศึกษา ภาครัฐ และภาคเอกชน เช่น ดร.พิจิตต รัตตกุล, รศ.ดร.อภิชาต โสภาแดง, คุณเอกพงศ์ มุสิกะเจริญ และดร.ก่อศักดิ์ โตวรรธกวณิชย์ ซึ่งได้แลกเปลี่ยนมุมมองการนำองค์ความรู้ไปต่อยอดสู่การสร้างเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม

อีกหนึ่งประเด็นที่ได้รับความสนใจคือการเสวนาเครือข่าย TNDR ในหัวข้อ “โลกเดือด-สุดขั้วภัยพิบัติ จัดการน้ำอย่างไรให้รอด!!!” โดยผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการน้ำจากหลายองค์กร ทั้งภาครัฐและภาคธุรกิจ เช่น สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์กรมหาชน) บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) องค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ และมหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งร่วมกันแลกเปลี่ยนแนวทางการจัดการทรัพยากรน้ำเพื่อลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

นอกจากการเสวนาแล้ว ยังมีการนำเสนอผลงานวิจัยทั้งระดับชาติและนานาชาติ ที่สะท้อนถึงการสร้างองค์ความรู้ใหม่ในการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยพิบัติ รวมถึงการจัดนิทรรศการโปสเตอร์และบูธจากเครือข่าย TNDR ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้และสร้างเครือข่ายวิชาการและวิชาชีพที่เข้มแข็ง

การประชุมครั้งนี้เป็นเวทีสำคัญในการเสริมสร้างศักยภาพด้าน การรับมือภัยพิบัติ โดยเชื่อมโยงงานวิจัยกับการปฏิบัติจริง และผลักดันให้เกิดการบูรณาการความร่วมมือทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ เพื่อเตรียมความพร้อมในการเผชิญกับความท้าทายใหม่ ๆ จากวิกฤตสิ่งแวดล้อมและภัยธรรมชาติ

มหาวิทยาลัยนเรศวรในฐานะเจ้าภาพ ได้ตอกย้ำบทบาทของตนในการเป็นศูนย์กลางองค์ความรู้ด้านภัยพิบัติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยไม่เพียงเน้นการผลิตงานวิจัยเชิงวิชาการ แต่ยังให้ความสำคัญกับการนำไปใช้ประโยชน์จริงในการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจให้เข้มแข็งขึ้น

ความร่วมมือจากเครือข่าย TNDR ซึ่งประกอบด้วยมหาวิทยาลัย หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน แสดงถึงพลังการทำงานร่วมกันที่เป็นรูปธรรม เพื่อพัฒนากลไกการจัดการภัยพิบัติที่มีประสิทธิภาพ และสร้างความยั่งยืนให้กับสังคมในระยะยาว

ท้ายที่สุด การประชุม TNDR Conference ครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการสร้างสังคมที่มีความยืดหยุ่นต่อภัยพิบัติ ควบคู่กับการสร้างความร่วมมือระดับเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของชุมชน เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม นำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนในอนาคต

ม.นเรศวร ร่วมลงนามความร่วมมือเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ มุ่งลดความไม่เสมอภาคในสังคม

วันศุกร์ที่ 12 กรกฎาคม 2567 ดร.จรัสดาว คงเมือง รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานิสิต ศิษย์เก่า และศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้เข้าร่วมพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือทางวิชาการเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ระหว่างกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) กับสถาบันการศึกษา หน่วยงาน และองค์กรเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกว่า 90 แห่ง

พิธีดังกล่าวจัดขึ้นในงานสัมมนาวิชาการระดับชาติด้านคนพิการ ครั้งที่ 16 ประจำปี 2567 (The 16th National Conference on Persons with Disabilities – NCPD 2024) ภายใต้หัวข้อ “นวัตกรรมขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตคนพิการสู่สังคมไทยอย่างยั่งยืน” เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครบ 6 รอบ 72 พรรษา โดยมี พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรี ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน

นอกจากนี้ยังได้รับเกียรติจากนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “คุณภาพชีวิตคนพิการสู่สังคมไทยอย่างยั่งยืน” โดยมีผู้บริหารระดับสูงจากกระทรวง พม. ผู้แทนจากสถาบันการศึกษา และองค์กรเครือข่ายด้านคนพิการ เข้าร่วมงานจำนวนมาก รวมทั้งนักวิชาการ นักศึกษา ผู้พิการ และภาคีเครือข่ายกว่า 1,600 คน

การเข้าร่วมของมหาวิทยาลัยนเรศวรในครั้งนี้ เป็นการแสดงถึงบทบาทเชิงรุกในการสนับสนุนสิทธิและโอกาสของคนพิการ เพื่อ ลดความไม่เสมอภาค และสร้างระบบสังคมที่เปิดกว้างสำหรับทุกคน มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญกับการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และการใช้ชีวิตของคนพิการทั้งในระดับการศึกษาและชุมชน

การลงนามบันทึกความร่วมมือครั้งนี้ยังเปิดโอกาสในการพัฒนาองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ โดยการทำงานร่วมกันของสถาบันการศึกษาและองค์กรที่เกี่ยวข้อง จะช่วยให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และสามารถนำไปปรับใช้ได้จริงในเชิงปฏิบัติ

มหาวิทยาลัยนเรศวรยังคงยึดมั่นในพันธกิจการพัฒนาสังคมที่เสมอภาค ด้วยการผลักดันกิจกรรมและโครงการที่สร้างความตระหนักรู้ และสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของคนพิการในทุกมิติ ทั้งการศึกษา อาชีพ และการมีส่วนร่วมทางสังคม

ความร่วมมือที่เกิดขึ้นไม่เพียงแต่เป็นการสร้างเครือข่ายที่แข็งแรงระหว่างมหาวิทยาลัย หน่วยงานรัฐ และภาคีต่าง ๆ แต่ยังเป็นการวางรากฐานของการสร้างสังคมที่เท่าเทียม และยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับศักดิ์ศรีและคุณค่าของคนพิการ

การที่มหาวิทยาลัยนเรศวรมีบทบาทร่วมในเวทีระดับชาติครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะเป็นสถาบันการศึกษาที่ไม่เพียงสร้างความรู้ แต่ยังสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีแก่ทุกคน เพื่อผลักดันสังคมไทยไปสู่ความเสมอภาคและการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง

คณะเกษตรฯ ม.นเรศวร จัดประชุมวิชาการดินและปุ๋ยแห่งชาติ ครั้งที่ 8 “ฟื้นชีวิตดินเพื่อเกษตรและสิ่งแวดล้อม”

วันพฤหัสบดีที่ 11 กรกฎาคม 2567 คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้รับเกียรติจากสมาคมดินและปุ๋ยแห่งประเทศไทยให้เป็นเจ้าภาพร่วมการประชุมวิชาการดินและปุ๋ยแห่งชาติ ครั้งที่ 8 ภายใต้หัวข้อ “ฟื้นชีวิตดินเพื่อเกษตรและสิ่งแวดล้อม” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-12 กรกฎาคม 2567 ณ อาคารศูนย์แสดงนิทรรศการและการจัดประชุมนานาชาติ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช (KNECC) มหาวิทยาลัยนเรศวร

การประชุมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และนวัตกรรมใหม่ ๆ แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการ โดยมุ่งสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการจัดการดินและการใช้ปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อยกระดับศักยภาพการแข่งขันด้านการเกษตรของประเทศ และเพิ่มขีดความสามารถในการปรับตัวท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก

ภายในงานได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นประธานเปิดงาน โดยย้ำถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในฐานะมหาวิทยาลัยสหสาขา (Comprehensive University) ที่มุ่งกระจายโอกาสทางการศึกษาและสร้างองค์ความรู้เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในภาคเหนือตอนล่าง พร้อมทั้งสนับสนุนการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

กิจกรรมในงานประกอบด้วยการบรรยายพิเศษจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ การจัดแสดงนิทรรศการจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน การนำเสนอผลงานวิจัยด้านดินและปุ๋ย และการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการให้แก่เกษตรกรในหัวข้อที่สอดคล้องกับปัญหาและความต้องการในปัจจุบัน

การจัดงานในครั้งนี้ถือเป็นเวทีสำคัญในการเผยแพร่ผลงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูทรัพยากรดิน เพื่อสร้างระบบการผลิตทางการเกษตรที่มีมาตรฐาน ปลอดภัย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตลอดจนช่วยลดต้นทุนการผลิต เพิ่มผลผลิต และสร้างรายได้ที่มั่นคงแก่เกษตรกร

อีกทั้งยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการใช้ปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพ การลดขยะและสิ่งเหลือใช้ทางการเกษตร และการสร้างระบบเกษตรที่สามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศได้อย่างยั่งยืน อันจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและรักษาความสมดุลของทรัพยากรดินในระยะยาว

การประชุมวิชาการดินและปุ๋ยแห่งชาติ ครั้งที่ 8 จึงไม่เพียงเป็นเวทีวิชาการ แต่ยังเป็นกลไกเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างนักวิจัย ภาครัฐ เอกชน และเกษตรกร เพื่อนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้จริงในพื้นที่การเกษตรและชุมชนต่าง ๆ

การจัดงานครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงพันธกิจของมหาวิทยาลัยนเรศวรและภาคีเครือข่ายที่มุ่งมั่นในการพัฒนาการเกษตรไทยให้ยั่งยืน โดยการ ส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรดินให้เกิดความสมดุลและยั่งยืน เพื่อรองรับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจของประเทศในอนาคต

โรงพยาบาลทันตกรรม ม.นเรศวร ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงการร่วมเป็นสถานพยาบาลในการให้บริการทางทันตกรรมไม่ต้องสำรองจ่าย

รองศาสตราจารย์ ดร.ทันตแพทย์หญิงพีรยา ภูอภิชาติดำรง คณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมด้วย ผศ.ดร.ทพญ.จิตติมา พุ่มกลิ่น รักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลทันตกรรม ได้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับสำนักงานประกันสังคมจังหวัดพิษณุโลก ภายใต้โครงการให้บริการทางทันตกรรมโดยไม่ต้องสำรองจ่ายแก่ผู้ประกันตน ในการใช้สิทธิ์ 900 บาทต่อปี

การลงนามในครั้งนี้มีขึ้นที่สำนักงานประกันสังคมจังหวัดพิษณุโลก โดยมี นางอาภรณ์ แว่วสอน ประกันสังคมจังหวัดพิษณุโลก เป็นผู้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงร่วมกัน ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมได้รับสิทธิในการใช้บริการทันตกรรมโดยไม่ต้องสำรองจ่าย ซึ่งเป็นการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการดูแลสุขภาพช่องปากที่มีคุณภาพ โดยสามารถใช้สิทธิ์นี้ได้ทุกปี ในวงเงิน 900 บาท

โครงการนี้สอดคล้องกับ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะในด้าน SDG 3: การมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ซึ่งมุ่งเน้นการให้ทุกคนเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพและสามารถจ่ายได้ ไม่ว่าจะเป็นการดูแลสุขภาพทั่วไปหรือการรักษาเฉพาะทาง รวมถึงการลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการบริการสุขภาพระหว่างชนชั้นและกลุ่มประชากรต่างๆ

การที่มหาวิทยาลัยนเรศวรและโรงพยาบาลทันตกรรมเข้าร่วมโครงการนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการเสริมสร้างการเข้าถึงบริการสุขภาพช่องปากที่มีคุณภาพ แต่ยังเป็นการสนับสนุนให้คนในชุมชนได้รับการดูแลสุขภาพที่ดีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการส่งเสริมความยั่งยืนในด้านสุขภาพของสังคมในระยะยาว

สำหรับผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมที่สนใจสามารถใช้สิทธิ์ในการรับบริการทันตกรรมได้ที่โรงพยาบาลทันตกรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งได้รับการรับรองให้เป็นสถานพยาบาลในการให้บริการตามโครงการนี้ และสามารถใช้สิทธิ์ได้ตามข้อกำหนดที่ระบุในบันทึกข้อตกลง.

การประชุมวิชาการวิจัยระดับชาติและนานาชาติ “ความยืดหยุ่นรับภัยพิบัติเพื่อสังคมที่ดีขึ้น

การประชุมวิชาการวิจัยระดับชาติและนานาชาติ:The 2nd TNDR Conference (National & International) “ความยืดหยุ่นรับภัยพิบัติเพื่อสังคมที่ดีขึ้น (Be Better: Disaster Resilience for Better Society)” จัดโดย มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกับ มหาวิทยาลัยในเครือข่ายพัฒนาความเข้มแข็งต่อภัยพิบัติไทย ในวันที่ 12 กรกฎาคม 2567 ณ ศูนย์แสดงนิทรรศการ การจัดประชุมนเรศวรมหาราช (KNECC) มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยได้รับเกียรติจากดร.พิจิตต รัตตกุล ประธานเครือข่ายพัฒนาความเข้มแข็งต่อภัยพิบัติไทย (TNDR) เป็นประธานในการเปิดการประชุม

หลังจากนั้นมีการเสวนาที่น่าสนใจ
1 ประเด็น “ระบบนิเวศของการสนับสนุนการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ “
1. ดร.พิจิตต รัตตกุล ประธานเครือข่ายพัฒนาความเข้มแข็งต่อภัยพิบัติไทย
2. รศ.ดร.อภิชาต โสภาแดง คณบดีวิทยาลัยพหุวิทยาการและสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
3. คุณเอกพงศ์ มุสิกะเจริญ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและประสานเพื่อประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม (กปว.)
4. ดร.ก่อศักดิ์ โตวรรธกวณิชย์ ผู้จัดการแพล็ตฟอร์มสร้างธุรกิจนวัตกรรม ศูนย์ธุรกิจระหว่างประเทศ บจม.พีทีที โกลบอล เคมิคัล ผู้ดำเนินรายการ: ดร.พิสุทธิ์ อภิชยกุล รองอธิการบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์และการถ่ายทอดเทคโนโลยี

2. เสวนาเครือข่าย TNDR ประเด็น “โลกเดือด-สุดขั้วภัยพิบัติ จัดการน้ำอย่างไรให้รอด!!!”
1. คุณวรรธนศักดิ์ สุปะกิ่ง ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและสารสนเทศ ทรัพยากรน้ำ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์กรมหาชน)
2. คุณสุขธวัช พัทธวรากร ผู้อำนวยการทรัพยากรธรรมชาติและพันธกิจสังคม บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน)
3. คุณวีฤทธิ กวยะปาณิก หัวหน้าศูนย์บริหารจัดการน้ำ องค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่
4. รศ.ดร.เดช วัฒนชัยยิ่งเจริญ นักวิชาการด้านการบริหารจัดการน้ำ มหาวิทยาลัยนเรศวร ผู้ดำเนินรายการ: นายสมคิด สะเภาคำ ผู้อำนวยการศูนย์อุทกวิทยาชลประทานภาคเหนือตอนล่าง

นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอผลงานวิจัยระดับชาติ และนานาชาติ พร้อมทั้งนิทรรศการโปสเตอร์และบูธเครือข่าย TNDR

ม.นเรศวร จัดสัมภาษณ์และมอบทุนการศึกษา พัฒนาศักยภาพนิสิต

วันพุธที่ 10 กรกฎาคม 2567 สมาคมนิสิตเก่ามหาวิทยาลัยนเรศวร ระดมทุนการศึกษาให้แก่นิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวร จำนวน 46 ทุน รวมเป็นเงิน 230,000 บาท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาและเสริมสร้างศักยภาพของนิสิตที่มีความประพฤติดีและขาดแคลนทุนทรัพย์

กองกิจการนิสิต มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัดสัมภาษณ์นิสิตที่สมัครขอทุนการศึกษา เพื่อคัดเลือกผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมและพร้อมที่จะนำความรู้ไปพัฒนาตนเองและชุมชนอย่างยั่งยืน

การสัมภาษณ์ดำเนินการโดยคณะกรรมการสมาคมนิสิตเก่ามหาวิทยาลัยนเรศวร นำโดย นางจิตมากร รอบบรรเจิด นายกสมาคม พร้อมด้วยกรรมการสมาคมฯ ซึ่งได้ประเมินความสามารถ ความประพฤติ และความจำเป็นทางการเงินของนิสิตแต่ละคนอย่างรอบคอบ

นิสิตที่ได้รับการคัดเลือกทั้ง 46 คน จะได้รับทุนการศึกษาทุนละ 5,000 บาท ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญในการสนับสนุนการเรียนรู้และพัฒนาทักษะด้านวิชาการ ส่งผลให้สามารถดำเนินชีวิตและการศึกษาต่อไปได้อย่างมั่นคง

การมอบทุนการศึกษานี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดภาระทางการเงินของนิสิต แต่ยังสร้างแรงจูงใจให้เกิดการตั้งใจเรียนและพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อสามารถมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนและสังคมในระยะยาว

นอกจากนี้ กิจกรรมดังกล่าวยังสะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยและสมาคมนิสิตเก่า ในการส่งเสริมการศึกษาและสร้างเครือข่ายการสนับสนุนที่เข้มแข็ง เป็นการเชื่อมโยงทรัพยากรและองค์ความรู้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม

งานสัมภาษณ์และมอบทุนการศึกษาดังกล่าวจัดขึ้น ณ ห้องขวัญเมือง 2 อาคารขวัญเมือง มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยเป็นตัวอย่างของการพัฒนาศักยภาพนิสิตและสนับสนุนการเข้าถึงการศึกษาที่เท่าเทียมและยั่งยืน

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin