ม.นเรศวร ยกระดับความรู้ด้านสุขภาพการนอน เปิดเวที “MED NU HEALTH EXPO 2024” ให้ความรู้เรื่องภัยเงียบปัญหาการนอนกรน

วันศุกร์ที่ 19 มกราคม 2567 ภาควิชาโสต ศอ นาสิกวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัดกิจกรรมเผยแพร่ความรู้แก่ประชาชนทั่วไปและผู้ที่มีปัญหาการนอนกรน ภายในงาน “MED NU HEALTH EXPO 2024” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้และสร้างความตระหนักถึง “ภัยเงียบ” ของการนอนกรน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพทั้งทางกายและจิตใจในระยะยาว

การบรรยายจัดขึ้นโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ แพทย์หญิงมัณฑนา ประกาศสัจธรรม และ อาจารย์แพทย์หญิงอริสา ด่วนทวีสุข อาจารย์ประจำภาควิชาโสต ศอ นาสิกวิทยา ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคนอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสาเหตุของการนอนกรน ผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อสุขภาพ เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และโรคหลอดเลือดสมอง รวมถึงแนวทางการป้องกันและการรักษาที่เหมาะสม

การนอนกรนถือเป็น “ภัยเงียบ” ที่หลายคนมักมองข้าม เพราะอาจดูเป็นปัญหาการนอนที่ไม่ร้ายแรง แต่แท้จริงแล้วสามารถนำไปสู่ภาวะสุขภาพที่อันตรายได้ในอนาคต การจัดกิจกรรมครั้งนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการส่งเสริมสุขภาพการนอนและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับประชาชน เพื่อให้สามารถตรวจพบและเข้ารับการรักษาได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

ภายในงาน MED NU HEALTH EXPO 2024 ยังมีกิจกรรมบริการประชาชนฟรี ทั้งการให้คำปรึกษาด้านสุขภาพ การตรวจเบื้องต้นเกี่ยวกับโรคการนอน และการตอบคำถามโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้รับความรู้และคำแนะนำที่สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง อีกทั้งยังมีกิจกรรมร่วมสนุกพร้อมรับของที่ระลึกภายในงานเพื่อสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่เป็นกันเอง

กิจกรรมดังกล่าวสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาสุขภาพแบบองค์รวมของมหาวิทยาลัยนเรศวร ที่มุ่งเน้นการส่งเสริมสุขภาวะทั้งทางกายและใจ โดยเฉพาะด้านการนอนหลับ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของคุณภาพชีวิตที่ดี การให้ความรู้และบริการเชิงป้องกันช่วยลดความเสี่ยงของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และช่วยเสริมสร้างสุขภาพจิตที่มั่นคง

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ตระหนักถึงความสำคัญของการให้ความรู้ด้านสุขภาพกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการให้ข้อมูลที่ถูกต้อง เข้าใจง่าย และเข้าถึงได้ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนสามารถดูแลสุขภาพของตนเองได้อย่างยั่งยืน สอดคล้องกับเป้าหมายของมหาวิทยาลัยในการเป็นศูนย์กลางการแพทย์และการเรียนรู้เพื่อสุขภาพที่ดีของสังคม

ผู้ที่มีปัญหาการนอนกรน หรือสงสัยว่าตนเองอาจมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ สามารถเข้ารับคำปรึกษาและการตรวจวินิจฉัยได้ที่ “คลินิกนอนกรน โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร” ซึ่งให้บริการโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับ เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตและสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน

ม.นเรศวร ส่งเสริมความร่วมมือทางวิชาการและงานวิจัยด้านสาธารณสุขในระดับนานาชาติ

วันพฤหัสบดีที่ 25 มกราคม 2567 รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมด้วยคณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์และบุคลากร ให้การต้อนรับ Professor Keiko Nakamura, M.D., Ph.D.สังกัด Department of Global Health Entrepreneurship, Tokyo Medical and Dental University เนื่องในโอกาสเดินทางมาพบปะหารือ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และหาแนวทางความร่วมมือทางด้านวิชาการและงานวิจัยด้านสาธารณสุขในระดับนานาชาติ ณ ห้องประชุมสุพรรณกัลยา อาคารสำนักงานอธิการบดี ชั้น 2 มหาวิทยาลัยนเรศวร

การเยือนในครั้งนี้เป็นการสร้างโอกาสในการ ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษาในประเทศไทยและต่างประเทศเพื่อยกระดับคุณภาพของการศึกษาและการวิจัยด้านสาธารณสุข โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาสุขภาวะของประชาชนในระดับโลก ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืนในระยะยาว

มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับการ พัฒนาศักยภาพบุคลากรทางด้านสาธารณสุขและนวัตกรรมสุขภาพ เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อความท้าทายด้านสุขภาพของประชาชน ทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาค การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับมหาวิทยาลัยชั้นนำจากต่างประเทศ เช่น Tokyo Medical and Dental University จึงเป็นโอกาสสำคัญในการเรียนรู้และต่อยอดองค์ความรู้ร่วมกัน

การหารือร่วมกันระหว่างสองสถาบันยังมุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายวิจัยทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ การพัฒนานวัตกรรมเพื่อการดูแลสุขภาพที่เข้าถึงได้ และการแลกเปลี่ยนนักวิจัย นักศึกษา และบุคลากร ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการ ขับเคลื่อนความร่วมมือด้านสุขภาพในระดับนานาชาติ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและสุขภาพของประชาชนให้ดียิ่งขึ้น

การสร้างความร่วมมือทางวิชาการในลักษณะนี้ยังสะท้อนถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการเป็นศูนย์กลางของ การพัฒนางานวิจัยเพื่อสุขภาวะที่ยั่งยืน และการสร้างสังคมที่มีสุขภาพดี ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของมหาวิทยาลัยในการส่งเสริมเศรษฐกิจและสังคมฐานความรู้ ควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพของประชาชนอย่างทั่วถึง

นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยนเรศวรยังมุ่งเน้นการพัฒนา งานวิจัยและนวัตกรรมด้านสาธารณสุข ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงปฏิบัติได้จริง เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืนต่อชุมชนและประเทศชาติ ตลอดจนเป็นเวทีในการสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักวิจัยรุ่นใหม่ในการต่อยอดองค์ความรู้เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของมนุษยชาติ

ความร่วมมือครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการเป็น สถาบันอุดมศึกษาชั้นนำที่มุ่งพัฒนาองค์ความรู้ด้านสุขภาพและสร้างเครือข่ายความร่วมมือระดับโลก เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และขับเคลื่อนสังคมไปสู่ความสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ม.นเรศวรจัด ‘มหกรรมสุขภาพ MED NU Health Expo’ เฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปี ส่งเสริมสังคมสุขภาพดี

ในโอกาสครบรอบ 30 ปีแห่งการก่อตั้ง คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัดกิจกรรมสำคัญเพื่อเสริมสร้างการตระหนักรู้ด้านสุขภาพและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกช่วงวัยผ่านงาน “มหกรรมสุขภาพ MED NU Health Expo” ซึ่งจัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “สังคมสุขภาพดี Healthier Society” ระหว่างวันที่ 18-20 มกราคม 2567ศูนย์แสดงนิทรรศการและการจัดประชุมนานาชาติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (KNECC) จังหวัดพิษณุโลก งานมหกรรมสุขภาพนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างการตระหนักรู้ด้านสุขภาพ การส่งเสริมการดูแลสุขภาพที่ดีและยั่งยืน รวมถึงการพัฒนาเศรษฐกิจในภาคสุขภาพ ซึ่งจะส่งผลกระทบในทางบวกต่อสังคมโดยรวม

มหาวิทยาลัยนเรศวรมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืนตาม เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะ SDG 3 (สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี) และ SDG 4 (การศึกษาที่มีคุณภาพ) ผ่านกิจกรรมต่างๆ ที่จัดขึ้นในงานมหกรรมสุขภาพ MED NU Health Expo ซึ่งเน้นการส่งเสริมการดูแลสุขภาพที่ยั่งยืน การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกช่วงวัย และการสร้างความร่วมมือระหว่างทุกภาคส่วนในสังคม

สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) งานมหกรรมสุขภาพ MED NU Health Expo สอดคล้องกับ SDG 3: สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ซึ่งมุ่งเน้นการส่งเสริมสุขภาพที่ดีและการดูแลสุขภาพให้กับประชาชนในทุกช่วงวัย โดยการจัดกิจกรรมที่หลากหลายเพื่อเสริมสร้างความตระหนักรู้ด้านสุขภาพและการป้องกันโรค รวมถึงการส่งเสริมวิถีชีวิตที่ยั่งยืน อันเป็นการสร้างสังคมที่มีสุขภาพดีในระยะยาว นอกจากนี้ ยังสอดคล้องกับ SDG 4: การศึกษาที่มีคุณภาพ โดยการจัดกิจกรรมที่ให้ความรู้ทั้งกับประชาชนและบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อเสริมสร้างความรู้และทักษะที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพ การป้องกันโรค และการส่งเสริมสุขภาพที่ดี

กิจกรรมในงานมหกรรมสุขภาพ MED NU Health Expo 2023
  1. การอัพเดตความรู้ด้านวิชาการสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ การเสริมสร้างความรู้และทักษะด้านการแพทย์อย่างต่อเนื่องถือเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาระบบสุขภาพที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน กิจกรรมนี้จะช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์สามารถพัฒนาทักษะและองค์ความรู้ในการดูแลรักษาผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ การพัฒนาเหล่านี้เป็นกุญแจสำคัญในการส่งเสริมระบบสุขภาพของประเทศให้แข็งแกร่งและสามารถรองรับความต้องการของประชาชนในทุกด้านได้
  2. บริการตรวจสุขภาพฟรีกว่า 20 รายการ การจัดให้มีการตรวจสุขภาพฟรีกว่า 20 รายการเป็นการส่งเสริมการเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพให้แก่ประชาชนในทุกช่วงวัย ซึ่งรวมถึงการตรวจวินิจฉัยที่สำคัญ เช่น การตรวจระดับน้ำตาลในเลือด ความดันโลหิต และการตรวจสุขภาพหัวใจ กิจกรรมนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยให้ประชาชนทราบถึงสถานะสุขภาพของตนเอง แต่ยังช่วยในการป้องกันโรคต่างๆ ก่อนที่จะเกิดขึ้น การให้บริการตรวจสุขภาพฟรีเป็นหนึ่งในแนวทางในการลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการสุขภาพ
  3. การฝึกอบรมการปฐมพยาบาลและการช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR) การฝึกอบรมทักษะการปฐมพยาบาลและการช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR) เป็นกิจกรรมที่ช่วยให้ประชาชนและบุคลากรทางการแพทย์สามารถตอบสนองต่อเหตุการณ์ฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที ซึ่งทักษะเหล่านี้สามารถช่วยชีวิตในกรณีฉุกเฉินได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยในชุมชนและลดอัตราการเสียชีวิตจากภาวะฉุกเฉินต่างๆ ซึ่งเป็นการส่งเสริมการศึกษาและฝึกทักษะที่มีประโยชน์ในด้านสุขภาพ
  4. การเรียนรู้ศิลปะและดนตรีเพื่อการบำบัด การใช้ศิลปะและดนตรีเพื่อการบำบัดเป็นกิจกรรมที่เน้นการส่งเสริมสุขภาพจิตและการฟื้นฟูสมรรถภาพทั้งร่างกายและจิตใจ การบำบัดด้วยศิลปะและดนตรีสามารถช่วยลดความเครียดและสร้างความสมดุลในชีวิต การส่งเสริมสุขภาพจิตเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีและยั่งยืน นอกจากนี้ยังช่วยให้ประชาชนสามารถรับมือกับความเครียดและปัญหาชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  5. การสาธิตการทำอาหารเพื่อสุขภาพ การส่งเสริมการทำอาหารเพื่อสุขภาพเป็นการเน้นการเลือกใช้วัตถุดิบที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ลดการบริโภคเกลือ น้ำตาล และไขมันที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ กิจกรรมนี้ยังสนับสนุนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพ เช่น อาหารเพื่อสุขภาพ ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ และอุตสาหกรรมที่ส่งเสริมวิถีชีวิตที่ยั่งยืน
  6. การรับบริจาคโลหิต การบริจาคโลหิตในงานมหกรรมสุขภาพ MED NU Health Expo เป็นกิจกรรมที่ช่วยรักษาชีวิตผู้ที่ต้องการเลือดในการรักษาโรคหรือในกรณีฉุกเฉิน การบริจาคโลหิตไม่เพียงแต่ช่วยในด้านสุขภาพ แต่ยังเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างชุมชนและบุคลากรทางการแพทย์ในการดูแลสุขภาพระดับชุมชน เป็นกิจกรรมที่สร้างความสมานฉันท์และเสริมสร้างจิตสำนึกทางสังคม
  7. การจัดการความสัมพันธ์ทางด้านความรักและสุขภาพทางเพศ การเสวนาและฝึกอบรมในด้านการจัดการความสัมพันธ์และสุขภาพทางเพศเป็นการเสริมสร้างความรู้ให้ประชาชนมีความเข้าใจในการดูแลสุขภาพทางเพศอย่างปลอดภัย ซึ่งเป็นการส่งเสริมสิทธิและความเป็นส่วนตัวของแต่ละบุคคล การสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับสุขภาพทางเพศและความสัมพันธ์ที่ดีจะช่วยให้สังคมมีความสมดุลและเคารพในสิทธิของผู้อื่น

การสร้างสังคมสุขภาพดีผ่านการร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ มหกรรมสุขภาพ MED NU Health Expo ยังเป็นการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่าง มหาวิทยาลัย หน่วยงานรัฐ เอกชน และประชาชน ในการสร้างสังคมสุขภาพดีและยั่งยืน งานนี้จึงไม่เพียงแต่เป็นการให้บริการและความรู้ด้านสุขภาพแก่ประชาชน แต่ยังเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจในภาคสุขภาพ สร้างโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนผ่านการเสริมสร้างความรู้และการดูแลสุขภาพที่ครบวงจร

มหาวิทยาลัยนเรศวรยังคงมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพ การสร้างความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพที่ถูกต้อง การป้องกันโรค และการเสริมสร้างคุณภาพชีวิตให้กับประชาชนในทุกๆ ด้านตามหลักการของ SDG 3: สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี และ SDG 4: การศึกษาที่มีคุณภาพ

ขอเชิญประชาชนและบุคลากรทางการแพทย์ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ และร่วมกันสร้างสังคมที่มีสุขภาพดีไปพร้อมกัน!
พบกันในงาน มหกรรมสุขภาพ MED NU Health Expo ระหว่างวันที่ 18-20 มกราคม 2567 ณ ศูนย์แสดงนิทรรศการและการจัดประชุมนานาชาติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (KNECC) จังหวัดพิษณุโลก.

ที่มา: คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร จัดมหกรรมสุขภาพครบวงจร “MED NU Health Expo 2024” เฉลิมฉลอง 30 ปีคณะแพทยศาสตร์

วันอังคารที่ 2 มกราคม 2567 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดแถลงข่าวโครงการ “MED NU Health Expo 2024” ภายใต้หัวข้อ “สังคมสุขภาพดี Healthy Society” เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปีคณะแพทยศาสตร์ พร้อมนำเสนอมหกรรมสุขภาพเพื่อประชาชน

ในพิธีเปิด รศ.ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร ให้เกียรติเป็นประธาน พร้อมด้วย ผศ.พญ.พิริยา นฤขัตรพิชัย คณบดีคณะแพทยศาสตร์ (รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการ รพ.มหาวิทยาลัยนเรศวร) อาจารย์แพทย์ และนิสิตแพทย์ ร่วมแถลงข่าวแก่สื่อมวลชนเพื่อประชาสัมพันธ์โครงการ

โครงการ MED NU Health Expo 2024 มุ่งเน้นการส่งเสริม สุขภาวะและคุณภาพชีวิตของประชาชน ผ่านกิจกรรมให้ความรู้ด้านสุขภาพ การตรวจสุขภาพ และการให้คำปรึกษาทางการแพทย์ โดยสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน SDG3 ด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี

ประชาชนทุกท่านสามารถเข้าร่วมงาน MED NU Health Expo 2024 ได้ระหว่างวันที่ 18-20 มกราคม 2567 ณ ศูนย์แสดงนิทรรศการและการจัดประชุมนานาชาติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (KNECC) อาคารอุทยานองค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช มหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก

งานมหกรรมสุขภาพครั้งนี้จัดกิจกรรมครบ 5 หมวดเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน ได้แก่ การตรวจสุขภาพ การให้ความรู้ด้านโภชนาการ สุขภาพจิต การป้องกันโรค และการสร้างสังคมสุขภาพดี โดย เข้าร่วมฟรี เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงสุขภาพที่เท่าเทียม

คณะแพทยศาสตร์ ม.นเรศวร มุ่งหวังว่ากิจกรรมนี้จะสร้าง ความตระหนักด้านสุขภาพ และสนับสนุนประชาชนให้มีวิถีชีวิตที่ สุขภาพดีและยั่งยืน อีกทั้งเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างผู้เชี่ยวชาญและชุมชน

ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดและชมภาพกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร https://med.nu.ac.th/home/index.php?language=&mod=more_detail&nID=19451 และลิงก์รายละเอียดงาน https://bit.ly/48mUT49 เพื่อร่วมสร้าง สังคมสุขภาพดีร่วมกัน

NU Fitness GYM พื้นที่ส่งเสริมสุขภาพในมหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของนิสิตและบุคลากรในมหาวิทยาลัย ผ่านการดำเนินงานหลายด้านเพื่อสนับสนุนการมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง โดยหนึ่งในนโยบายที่สำคัญคือการส่งเสริมการออกกำลังกายและการดูแลสุขภาพ ซึ่งสอดคล้องกับ เป้าหมาย SDGs 3: การส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี เพื่อให้สมาชิกในมหาวิทยาลัยมีสุขภาพที่ดีทั้งร่างกายและจิตใจ

NU Fitness GYM: พื้นที่ส่งเสริมสุขภาพในมหาวิทยาลัย ในปัจจุบัน การดูแลสุขภาพร่างกายกลายเป็นสิ่งที่สำคัญมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่มีการเรียนการสอนและการทำงานที่ใช้เวลานาน การออกกำลังกายเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่สามารถช่วยลดความเครียด, ปรับสมดุลของร่างกาย, และส่งเสริมสุขภาพโดยรวมได้เป็นอย่างดี มหาวิทยาลัยนเรศวรจึงได้จัดเตรียม NU Fitness GYM ซึ่งเป็นศูนย์ฟิตเนสที่ครบครันและสามารถรองรับความต้องการของนิสิตและบุคลากรในการออกกำลังกายและดูแลสุขภาพของตนเอง

NU Fitness GYM ถูกออกแบบให้มีอุปกรณ์ที่ทันสมัยและหลากหลายชนิด ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งสำหรับการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพทั่วไปและการฝึกซ้อมในระดับที่มีความเข้มข้น รวมถึงการมีพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการทำกิจกรรมต่างๆ เช่น การยืดเหยียดร่างกาย, การใช้เครื่องคาร์ดิโอ, เครื่องเวท, และการออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สำหรับการฝึกโยคะและการทำกิจกรรมอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจ

การเปิดให้บริการของ NU Fitness GYM : NU Fitness GYM เปิดให้บริการในทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30 น. ถึง 20.00 น. โดยจะมีการงดให้บริการในวันหยุดนักขัตฤกษ์ หรือในวันที่มหาวิทยาลัยมีการประกาศหยุดทำการ ซึ่งทำให้ทั้งนิสิตและบุคลากรสามารถเข้ามาใช้บริการฟิตเนสได้อย่างสะดวกสบายในช่วงเวลาที่กำหนด การเปิดให้บริการในช่วงเวลานี้ช่วยให้ทุกคนสามารถเข้าถึงกิจกรรมการออกกำลังกายได้ในเวลาว่างจากการเรียนหรือการทำงาน

ส่งเสริมสุขภาพร่างกายและจิตใจ นอกจากการให้บริการฟิตเนสเพื่อส่งเสริมสุขภาพร่างกายแล้ว มหาวิทยาลัยนเรศวรยังมุ่งเน้นให้การออกกำลังกายเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมสุขภาพจิตที่ดี การออกกำลังกายไม่เพียงแต่ช่วยพัฒนาร่างกายให้แข็งแรง แต่ยังช่วยลดความเครียด เพิ่มพลังงานและสมาธิ รวมทั้งช่วยเพิ่มความสุขและเสริมสร้างความมั่นใจในตนเองได้

กิจกรรมการออกกำลังกายสามารถช่วยบรรเทาความเครียดจากการเรียนและการทำงานที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยการให้พื้นที่ที่ดีและอุปกรณ์ที่ครบครันที่ NU Fitness GYM นั้นได้ถูกออกแบบมาเพื่อให้สมาชิกในมหาวิทยาลัยสามารถออกกำลังกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังสามารถช่วยลดความเสี่ยงของโรคต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่ดี เช่น โรคหัวใจ, โรคเบาหวาน, โรคอ้วน และความผิดปกติทางสุขภาพจิต

สอดคล้องกับเป้าหมาย SDGs 3 การมี NU Fitness GYM ภายในมหาวิทยาลัยนเรศวรนั้นสอดคล้องกับ เป้าหมาย SDGs 3 หรือ “การส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี” โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพที่ดีสำหรับทุกคน นอกจากการจัดพื้นที่ออกกำลังกายแล้ว ยังมีการส่งเสริมการออกกำลังกายในลักษณะต่างๆ ที่ช่วยให้ทุกคนสามารถใช้บริการได้อย่างสะดวกและมีความสุข

การให้ความสำคัญกับสุขภาพร่างกายของนิสิตและบุคลากรในมหาวิทยาลัยไม่เพียงแต่เป็นการช่วยลดปัญหาสุขภาพในระยะสั้น แต่ยังเป็นการส่งเสริมให้พวกเขามีสุขภาพที่ดีในระยะยาว สร้างพื้นฐานที่ดีให้กับการเรียนรู้และการทำงานในอนาคต นอกจากนี้ยังสามารถเป็นต้นแบบในการสร้างสังคมที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพอย่างยั่งยืนในชุมชน

การเชื่อมโยงกับการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับชุมชน การสร้างพื้นที่สำหรับการออกกำลังกายภายในมหาวิทยาลัยนเรศวรไม่เพียงแต่มีผลดีต่อสมาชิกในมหาวิทยาลัยเท่านั้น แต่ยังสามารถสร้างผลกระทบในเชิงบวกต่อชุมชนโดยรอบได้ โดยการส่งเสริมให้มีพฤติกรรมการดูแลสุขภาพที่ดีและส่งเสริมการใช้ชีวิตที่มีสุขภาพดีในระยะยาว การให้บริการฟิตเนสยังสามารถสร้างการเรียนรู้ที่มีคุณค่าเกี่ยวกับการรักษาสุขภาพและกระตุ้นให้บุคคลภายในชุมชนมหาวิทยาลัยให้ความสำคัญกับการออกกำลังกายและการดูแลตนเองในด้านต่างๆ

ม.นเรศวร ร่วมชมรมสถานีวิทยุ 10 สถานี พิษณุโลก จัดโครงการ ‘อุ่นกาย อุ่นใจ สายสัมพันธ์ ครั้งที่ 10’ ตรวจฟันฟรี สร้างสุขภาพที่ดีให้เด็กและประชาชนในพื้นที่ห่างไกล

วันที่ 20 ธันวาคม 2566 คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกับชมรมสถานีวิทยุ 10 สถานี พิษณุโลก ได้จัดโครงการบริการตรวจฟันและให้คำปรึกษาทางทันตกรรมฟรี แก่นักเรียนและประชาชนทั่วไป ภายใต้โครงการ “อุ่นกาย อุ่นใจ สายสัมพันธ์ ครั้งที่ 10” ณ โรงเรียนบ้านซำเตย ตำบลดินทอง อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก โดยมีการให้บริการด้านสุขภาพช่องปาก ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชนในพื้นที่ทุรกันดารของจังหวัดพิษณุโลก

โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากนายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก ที่มอบหมายให้นายพงษ์มนู ทองหนัก รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก ร่วมเปิดโครงการ พร้อมด้วยนายอัครโชค สุวรรณทอง นายอำเภอวังทอง และนายมนต์รัตน์ ปาลิวนิช ประธานชมรมสถานีวิทยุ 10 สถานี 12 ความถี่ จังหวัดพิษณุโลก ในการร่วมต้อนรับและสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ภายในโครงการ ซึ่งประกอบด้วยการให้บริการตรวจสุขภาพฟัน การให้คำปรึกษาทางทันตกรรม การมอบทุนการศึกษา การจัดหาอุปกรณ์การเรียนและกีฬา รวมทั้งการปรับปรุงซ่อมแซมโรงเรียนและจัดกิจกรรมสันทนาการเพื่อสร้างความสุขให้กับนักเรียนและประชาชนในท้องถิ่น

การจัดกิจกรรมนี้ยังสะท้อนถึงเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะในด้าน การส่งเสริมสุขภาพที่ดี (SDG 3) และ ลดความยากจน (SDG 1) ซึ่งการให้บริการทางทันตกรรมฟรีนี้ช่วยให้ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลเข้าถึงบริการสุขภาพได้อย่างเท่าเทียม ลดความเหลื่อมล้ำทางการแพทย์ และส่งเสริมสุขภาพช่องปากที่ดี นอกจากนี้ยังส่งเสริม การศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต (SDG 4) ผ่านการมอบทุนการศึกษาและอุปกรณ์การเรียนให้แก่เด็กนักเรียนในท้องถิ่น ซึ่งจะช่วยให้เด็กนักเรียนในพื้นที่ได้รับโอกาสในการศึกษาและพัฒนาทักษะชีวิตที่ดีขึ้น

กิจกรรมนี้ไม่เพียงแต่เป็นการให้บริการตรวจฟันเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในชุมชนผ่านกิจกรรมจิตอาสาและการบริการสาธารณะต่างๆ ซึ่งส่งผลดีต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตในท้องถิ่น และช่วยสนับสนุนให้ชุมชนในจังหวัดพิษณุโลกมีสุขภาพที่ดีขึ้นและมีโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียมกัน

โครงการ “อุ่นกาย อุ่นใจ สายสัมพันธ์” เป็นตัวอย่างที่ดีของการนำแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนมาปรับใช้ในกิจกรรมเพื่อสังคม โดยการรวมพลังจากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในท้องถิ่นอย่างยั่งยืน.

ที่มา: คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการด้านการเตรียมความพร้อมรับอุบัติภัยหมู่

มหาวิทยาลัยนเรศวรมีความมุ่งมั่นในการดำเนินงานที่สนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเฉพาะในด้านการส่งเสริมสุขภาพและการสร้างชุมชนที่ปลอดภัย ซึ่งสอดคล้องกับ SDGs 3 (การส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี) และ SDGs 11 (การทำให้เมืองและชุมชนมีความยืดหยุ่นและยั่งยืน) การจัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ “การเตรียมความพร้อมรับอุบัติภัยหมู่” โดยคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นตัวอย่างหนึ่งของการพัฒนาความพร้อมของบุคลากรทางการแพทย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินและภัยพิบัติในชุมชน

โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ “การเตรียมความพร้อมรับอุบัติภัยหมู่” เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2566 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการในหัวข้อ “การเตรียมความพร้อมรับอุบัติภัยหมู่” ซึ่งจัดขึ้นที่ห้องประชุมเอกาทศรถ 9 ชั้น 3 อาคารสิรินธร โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร โดยมี ผศ.พญ.พิริยา นฤขัตรพิชัย คณบดีคณะแพทยศาสตร์ เป็นประธานในการเปิดโครงการ และ อ.พญ.ปาลีรั ฐ จริยากาญจนา แพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิน ได้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของโครงการ ซึ่งมีเป้าหมายในการเตรียมความพร้อมให้กับบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวรในการรับมือกับสถานการณ์อุบัติภัยหมู่ หรือสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

การจำลองสถานการณ์เสมือนจริง ในวันที่ 22 ธันวาคม 2566 เวลา 14.00 น. ได้มีการจำลองสถานการณ์เสมือนจริง ณ แผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉิน โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของโครงการเพื่อให้บุคลากรทุกหน่วยงานและทุกระดับได้เรียนรู้และฝึกฝนการทำงานร่วมกันในสถานการณ์ฉุกเฉิน ทั้งนี้การจำลองสถานการณ์นี้เป็นการเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ ดังนี้:

  1. การเตรียมเครื่องมือและเวชภัณฑ์ การฝึกฝนในสถานการณ์ฉุกเฉินนั้นจำเป็นต้องมีการเตรียมเครื่องมือและเวชภัณฑ์ที่เหมาะสมและเพียงพอสำหรับการรักษาผู้ประสบภัย โดยการจำลองสถานการณ์ในครั้งนี้ช่วยให้บุคลากรได้ฝึกฝนการจัดการเครื่องมือและเวชภัณฑ์อย่างมีประสิทธิภาพ
  2. การฝึกทักษะในการช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติภัย บุคลากรทางการแพทย์ทุกคนจะได้รับการฝึกฝนในการให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างรวดเร็วและถูกต้อง ซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อให้สามารถรับมือกับผู้ป่วยที่มีอาการหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที
  3. การประสานงานและการสื่อสารในทีม การสื่อสารที่ชัดเจนและการประสานงานที่ดีระหว่างหน่วยงานภายในและภายนอกโรงพยาบาลเป็นสิ่งสำคัญในการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน การฝึกฝนในครั้งนี้ได้เน้นการติดต่อสื่อสารที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพในการประสานงานระหว่างทีมต่างๆ ทั้งในระดับการแพทย์และการจัดการทรัพยากร
  4. การเตรียมความพร้อมสำหรับสถานการณ์จริง การฝึกในครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การทำให้ทุกฝ่ายมีความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของตนเองในสถานการณ์ฉุกเฉิน พร้อมทั้งสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพตามมาตรฐานสากล โดยมีการทบทวนกระบวนการต่างๆ ที่จะช่วยให้การตอบสนองต่อเหตุการณ์ฉุกเฉินเป็นไปอย่างเหมาะสมและไม่เกิดการล่าช้า

การเชื่อมโยงกับ SDGs 3: การส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี การฝึกอบรมและการจำลองสถานการณ์เสมือนจริงในครั้งนี้มีความสอดคล้องกับ SDGs 3 ที่มุ่งเน้นการส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมให้กับบุคลากรทางการแพทย์และหน่วยงานต่างๆ ในการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อให้การดูแลรักษาผู้ป่วยเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ การพัฒนาทักษะในการรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉินจะช่วยลดอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติภัย และทำให้ประชาชนได้รับการดูแลสุขภาพที่ดีที่สุดในเวลาที่สำคัญที่สุด

การเชื่อมโยงกับ SDGs 11: การทำให้เมืองและชุมชนมีความยืดหยุ่นและยั่งยืน การเตรียมความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินยังเชื่อมโยงกับ SDGs 11 ซึ่งมุ่งเน้นการสร้างเมืองและชุมชนที่มีความยืดหยุ่นและยั่งยืน การฝึกอบรมและจำลองสถานการณ์นี้เป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการรับมือกับภัยพิบัติในชุมชน ทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับชาติ ซึ่งจะช่วยให้ชุมชนสามารถฟื้นฟูและปรับตัวได้รวดเร็วในกรณีเกิดภัยพิบัติ หรือเหตุการณ์ฉุกเฉินต่างๆ

รู้ทันโรคมะเร็ง ดูแลตนเองอย่างไร ให้ห่างไกลโรคมะเร็ง

มหาวิทยาลัยนเรศวรมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมการดูแลสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีให้กับบุคลากร นิสิต รวมถึงชุมชนรอบข้าง ผ่านกิจกรรมและการให้ความรู้ต่างๆ ที่เชื่อมโยงกับ SDGs 3: การส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี โดยหนึ่งในแนวทางที่มหาวิทยาลัยใช้ในการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคคือการจัดรายการวิทยุที่ให้ความรู้ด้านการดูแลสุขภาพ โดยเฉพาะการสร้างความตระหนักเกี่ยวกับโรคมะเร็ง ซึ่งเป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตของคนไทยอย่างมาก

รายการ “พบเภสัชกร” เรื่อง: รู้ทันโรคมะเร็ง ดูแลตนเองอย่างไรให้ห่างไกลโรคมะเร็ง มหาวิทยาลัยนเรศวรได้จัดรายการวิทยุที่ชื่อว่า “พบเภสัชกร” ซึ่งเป็นรายการที่จัดขึ้นเพื่อให้ข้อมูลและความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพแก่ประชาชน โดยเฉพาะการให้ความรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็ง ซึ่งเป็นโรคที่มีผลกระทบต่อคนจำนวนมาก และมักจะมีการตรวจพบเมื่อโรคเข้าสู่ระยะที่ลุกลามแล้ว รายการนี้มุ่งหวังให้ผู้ฟังได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์เกี่ยวกับการป้องกันโรคมะเร็ง รวมถึงการดูแลสุขภาพและการดำเนินชีวิตที่สามารถช่วยลดความเสี่ยงจากโรคนี้ได้

ในแต่ละตอนของรายการ “พบเภสัชกร” จะมีการนำเสนอเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการรู้ทันโรคมะเร็ง และการดูแลตัวเองเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดโรค โดยเฉพาะวิธีการตรวจเช็คสุขภาพ การปรับพฤติกรรมการกิน การออกกำลังกาย และการหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ เช่น การสูบบุหรี่และการดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดโรคมะเร็งได้ นอกจากนี้ยังมีการเชิญผู้เชี่ยวชาญหรือเภสัชกรที่มีความรู้เฉพาะทางมาร่วมให้คำแนะนำเกี่ยวกับการป้องกันโรคมะเร็งและการตรวจสุขภาพประจำปี

รายการ “พบเภสัชกร” ดำเนินรายการโดย เภสัชกร โฉมคนางค์ ภูมิสายดร จากคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ความสามารถในการให้คำแนะนำและถ่ายทอดข้อมูลทางด้านสุขภาพให้กับผู้ฟังได้อย่างเข้าใจง่ายและมีประโยชน์ เภสัชกรโฉมคนางค์ได้ใช้ประสบการณ์ในการทำงานด้านเภสัชกรรมเพื่อเป็นแหล่งข้อมูลในการช่วยให้ผู้ฟังสามารถดูแลสุขภาพตนเองได้ดีขึ้น พร้อมทั้งสามารถเลือกวิธีป้องกันโรคต่างๆ โดยเฉพาะโรคมะเร็ง ซึ่งถือเป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญในสังคมไทย

รายการ “พบเภสัชกร” สามารถติดตามรับฟังได้ทั้งทาง สถานีวิทยุกระจายเสียงมหาวิทยาลัยนเรศวร FM 107.25 MHz และทางออนไลน์ที่เว็บไซต์ www.nuradio.nu.ac.th ซึ่งผู้ฟังสามารถติดตามรายการได้ทุกวันศุกร์ เวลา 18.30 – 19.00 น. การออกอากาศในช่วงเวลาที่เหมาะสมและการให้ทางเลือกในการฟังทั้งจากสื่อวิทยุและทางออนไลน์ ทำให้ผู้คนในชุมชนสามารถเข้าถึงข้อมูลสุขภาพได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น โดยไม่จำกัดสถานที่หรือเวลา

การจัดรายการวิทยุเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานที่สอดคล้องกับ SDGs 3 ซึ่งมุ่งเน้นการส่งเสริมสุขภาพที่ดีและความเป็นอยู่ที่ดีสำหรับทุกคน โดยเฉพาะการให้ข้อมูลที่ถูกต้องและส่งเสริมการป้องกันโรคต่างๆ การให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพและการป้องกันโรคมะเร็งไม่เพียงแต่ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งเท่านั้น แต่ยังช่วยลดภาระทางการแพทย์และการรักษาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตด้วย

โดยการใช้สื่อวิทยุและออนไลน์ในการเผยแพร่ข้อมูลเหล่านี้ มหาวิทยาลัยนเรศวรยังได้สร้างช่องทางการสื่อสารที่ครอบคลุมและสามารถเข้าถึงประชาชนในวงกว้าง ซึ่งเป็นการสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้และการมีส่วนร่วมในเรื่องสุขภาพที่ดี โดยเฉพาะในพื้นที่ที่อาจขาดแคลนข้อมูลหรือเข้าถึงบริการด้านสุขภาพได้ยาก

คณะแพทย์ รพ.มน. บริการตรวจคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมาก ..ฟรี !

มหาวิทยาลัยนเรศวรมีความมุ่งมั่นในการส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของชุมชนและบุคลากรผ่านกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการตรวจคัดกรองโรค การให้ความรู้ด้านสุขภาพ และการสร้างการตระหนักรู้ในเรื่องการดูแลสุขภาพที่ถูกต้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นการป้องกันและตรวจพบโรคมะเร็ง ซึ่งเป็นโรคที่มีอัตราการเกิดสูงและเป็นหนึ่งในสาเหตุของการเสียชีวิตในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทยด้วย

ในวันที่ 8 ธันวาคม 2566 คณะแพทยศาสตร์ ร่วมกับ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร (รพ.มน.) ได้จัดกิจกรรม “การตรวจคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมากฟรี” โดยเปิดโอกาสให้ผู้ชายที่มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไปเข้ารับการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก ซึ่งเป็นโรคที่พบได้บ่อยในผู้ชายวัยกลางคนและสูงอายุ หากตรวจพบในระยะเริ่มต้นสามารถรักษาได้ผลดีและลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคนี้ได้อย่างมาก

โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักในการส่งเสริมการดูแลสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะชายวัย 50 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงที่มักจะไม่ค่อยเข้ารับการตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ การตรวจคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมากจะช่วยให้สามารถตรวจพบโรคในระยะเริ่มต้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาและลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากโรค

รายละเอียดของกิจกรรม
  • การตรวจคัดกรองฟรี: ผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปสามารถลงทะเบียนและรับการตรวจคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมากได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ
  • การบรรยายให้ความรู้: นอกจากการตรวจคัดกรองแล้ว ผู้เข้าร่วมยังได้รับฟังการบรรยายเกี่ยวกับมะเร็งต่อมลูกหมาก ทั้งในด้านสาเหตุ วิธีการป้องกัน และการรักษาที่มีประสิทธิภาพจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
  • ของที่ระลึก: ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้รับของที่ระลึกจากโครงการ ซึ่งเป็นการสร้างความรู้สึกขอบคุณและกระตุ้นให้มีการดูแลสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ

ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมผ่านทาง ลิงค์การลงทะเบียนออนไลน์ https://forms.gle/CVtsNJgC3DWby34P9 ซึ่งเป็นช่องทางที่สะดวกและรวดเร็วในการจัดการลงทะเบียน โดยกิจกรรมจะจัดขึ้นในวันที่ 8 ธันวาคม 2566 ที่ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งเป็นสถานที่ที่พร้อมด้วยเครื่องมือและทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่จะช่วยให้การตรวจคัดกรองเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

กิจกรรมนี้เป็นตัวอย่างของการดำเนินงานที่สอดคล้องกับ SDGs 3: การส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ซึ่งมีเป้าหมายในการลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคต่างๆ และการส่งเสริมการเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ สำหรับผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง การตรวจคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมากช่วยให้สามารถลดความเสี่ยงจากโรคนี้ได้ และช่วยเพิ่มอายุขัยให้กับผู้คนในชุมชน

โครงการนี้ยังเป็นการส่งเสริมการเข้าถึงการดูแลสุขภาพที่ดีสำหรับประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มผู้ชายที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ซึ่งมักจะไม่ได้รับการตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอ การให้บริการตรวจคัดกรองฟรียังช่วยลดช่องว่างทางด้านการเข้าถึงบริการทางการแพทย์และส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นสำหรับทุกคนในสังคม

ม.นเรศวร จัดมหกรรมสุขภาพเฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปี สร้างสังคมสุขภาพดี

มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในด้านการป้องกันโรคและส่งเสริมการดูแลสุขภาพในชุมชน การจัดงาน “มหกรรมสุขภาพ เพื่อร่วมสร้างสังคมที่มีสุขภาพที่ดี” (Health Festival: Creating a Healthier Society) ในระหว่างวันที่ 18-20 มกราคม 2567 ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญที่สอดคล้องกับ SDGs 3 ซึ่งมุ่งเน้นการส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของทุกคนในสังคม

งานนี้จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบ 30 ปี ของการก่อตั้งคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยเน้นการเผยแพร่ความรู้และบริการด้านสุขภาพให้แก่ประชาชนในท้องถิ่น และมีการจัดกิจกรรมที่หลากหลายเพื่อส่งเสริมการดูแลสุขภาพในทุกมิติ ได้แก่ การตรวจสุขภาพฟรี การให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจากแพทย์และผู้เชี่ยวชาญ และการประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ

งานมหกรรมสุขภาพในปี 2567 นี้มีกิจกรรมต่าง ๆ ที่จะช่วยให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากการดูแลสุขภาพในหลายด้าน รวมถึง:

  1. ตรวจสุขภาพฟรี: ผู้เข้าร่วมสามารถเข้ารับการตรวจสุขภาพเบื้องต้นโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย อาทิ การตรวจความดันโลหิต การตรวจระดับน้ำตาลในเลือด และการตรวจคัดกรองโรคต่าง ๆ ที่พบได้บ่อยในสังคมไทย เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และมะเร็ง เป็นต้น ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนสามารถตรวจพบปัญหาสุขภาพในระยะเริ่มต้น และได้รับคำแนะนำในการดูแลสุขภาพต่อไป
  2. การแนะนำวิธีการดูแลสุขภาพโดยอาจารย์แพทย์และกูรูชื่อดัง: ภายในงานมีการบรรยายและให้ความรู้จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และกูรูด้านสุขภาพในหัวข้อต่าง ๆ เช่น วิธีการป้องกันโรค การดูแลสุขภาพจิต และการใช้ชีวิตประจำวันอย่างสมดุล การดูแลตัวเองอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย
  3. กิน&ช็อปของดีเพื่อสุขภาพ: ภายในงานจะมีการจำหน่ายสินค้าที่ส่งเสริมสุขภาพ เช่น ผลิตภัณฑ์สมุนไพร อาหารเสริม เครื่องมือสุขภาพ และผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ช่วยในการดูแลร่างกาย นอกจากนี้ยังมีการจัดกิจกรรมเพื่อให้ความรู้ในการเลือกซื้อสินค้าสุขภาพอย่างมีข้อมูลและปลอดภัย
  4. กิจกรรมและการฝึกปฏิบัติ: ภายในงานจะมีการจัดกิจกรรมเสริมเพื่อเสริมสร้างสุขภาพในด้านต่าง ๆ เช่น การฝึกโยคะ การออกกำลังกายแบบง่าย ๆ ที่ทุกคนสามารถทำได้ในชีวิตประจำวัน และการฝึกสมาธิเพื่อการดูแลสุขภาพจิต

งาน “มหกรรมสุขภาพ เพื่อร่วมสร้างสังคมที่มีสุขภาพที่ดี” ยังเป็นการสร้างโอกาสในการเข้าถึงบริการสุขภาพที่ดีและมีคุณภาพสำหรับทุกคนในชุมชน โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลหรือผู้ที่อาจไม่มีโอกาสเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้ง่าย ผ่านการจัดกิจกรรมในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การตรวจสุขภาพฟรี การบรรยายให้ความรู้ การจัดกิจกรรมส่งเสริมการออกกำลังกาย และการประชาสัมพันธ์การดูแลสุขภาพที่เป็นประโยชน์

งานจะจัดขึ้นที่ ศูนย์แสดงนิทรรศการและการจัดประชุมนานาชาติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (KNECC) อาคารอุทยานองค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานที่สามารถรองรับผู้เข้าร่วมได้จำนวนมากและมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน การจัดงานในครั้งนี้จึงสามารถให้บริการประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กิจกรรมในงานมหกรรมสุขภาพครั้งนี้สอดคล้องกับ SDGs 3 ที่มุ่งเน้นการส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีให้กับทุกคนในสังคม โดยเฉพาะการเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพ และการส่งเสริมการดูแลสุขภาพในระดับบุคคลและชุมชน โดยการให้บริการตรวจสุขภาพฟรี การให้ความรู้ในการดูแลสุขภาพ และการให้คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญจะช่วยให้ประชาชนมีข้อมูลที่จำเป็นในการป้องกันและดูแลสุขภาพของตนเอง รวมถึงส่งเสริมให้ทุกคนมีชีวิตที่ยืนยาวและมีสุขภาพดี

ที่มา: คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin