โรงพยาบาลทันตกรรม คณะทันตแพทยศาสตร์ ม.นเรศวร จัดกิจกรรมบริการตรวจสุขภาพฟันฟรี

วันเสาร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2567 โรงพยาบาลทันตกรรม คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัดกิจกรรม บริการตรวจฟันและให้คำปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพฟันฟรี ณ ห้างสรรพสินค้าโลตัส ท่าทอง จังหวัดพิษณุโลก โดยมีทีมทันตแพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ และนิสิตทันตแพทย์ ร่วมให้บริการแก่ประชาชนในพื้นที่อย่างใกล้ชิด

การจัดกิจกรรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการดูแลสุขภาพช่องปากของประชาชนให้มีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง พร้อมทั้งสร้างโอกาสให้ทุกคนเข้าถึงบริการด้านทันตกรรมอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสุขภาพฟันเบื้องต้น การให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลช่องปากที่เหมาะสม หรือการชี้แนะแนวทางการรักษาที่ควรได้รับต่อไป

บริการตรวจสุขภาพฟันฟรี ไม่เพียงช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน แต่ยังเป็นการสร้างโอกาสให้กับกลุ่มที่เปราะบางในสังคม เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีรายได้น้อย ได้รับการดูแลสุขภาพฟันที่มีคุณภาพ ซึ่งสอดคล้องกับการพัฒนาสังคมที่มุ่งเน้นความเท่าเทียมและลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการสุขภาพ

นอกจากการตรวจสุขภาพฟันแล้ว ทีมทันตแพทย์ยังได้ให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันโรคในช่องปาก เช่น โรคฟันผุ โรคเหงือก และปัญหากลิ่นปาก พร้อมทั้งแนะนำการแปรงฟันและการใช้ไหมขัดฟันที่ถูกวิธี เพื่อสร้างพฤติกรรมสุขภาพที่ดีและยั่งยืนในระยะยาว

กิจกรรมครั้งนี้ยังเป็นโอกาสให้นิสิตทันตแพทย์ได้เรียนรู้จากการปฏิบัติจริง ได้ฝึกทักษะการสื่อสารกับคนไข้ และได้สัมผัสประสบการณ์การให้บริการแก่สังคม ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความพร้อมทั้งในด้านวิชาชีพและจิตสำนึกความรับผิดชอบต่อสังคม

การจัดกิจกรรมในพื้นที่สาธารณะอย่างห้างโลตัส ท่าทอง ยังช่วยให้ประชาชนเข้าถึงบริการได้ง่ายขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปโรงพยาบาลทันตกรรม ซึ่งถือเป็นแนวทางที่ช่วยขยายบริการด้านสุขภาพไปสู่ชุมชน และกระจายโอกาสอย่างทั่วถึงมากขึ้น

โครงการนี้สะท้อนถึงบทบาทของคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ในการเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนสังคมที่มีสุขภาพดีและเท่าเทียม พร้อมทั้งสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนเพื่อให้ประชาชนสามารถดูแลสุขภาพช่องปากของตนเองได้อย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ โรงพยาบาลทันตกรรมยังคงมุ่งมั่นที่จะจัดกิจกรรมบริการตรวจสุขภาพฟันฟรีในพื้นที่ต่าง ๆ ต่อไป เพื่อสร้างโอกาสและยกระดับคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพของประชาชนทุกกลุ่ม โดยสามารถติดตามกำหนดการครั้งต่อไปได้ทางเพจและช่องทาง TikTok ของคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.เรศวร จัดกิจกรรมรณรงค์เลิกบุหรี่ ส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีในมหาวิทยาลัย

เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2567 มหาวิทยาลัยนเรศวรได้จัดกิจกรรมรณรงค์เลิกบุหรี่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานที่มุ่งส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของนิสิตและบุคลากรในมหาวิทยาลัย โดยกิจกรรมนี้จัดขึ้นภายใต้การดำเนินงานของคณะเภสัชศาสตร์ และได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย เช่น กองกิจการนิสิต และบุคลากรจากหน่วยงานต่างๆ ที่มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการเลิกบุหรี่ในสังคมมหาวิทยาลัย โดยมี ผศ.ดร.จรูญ สารินทร์ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานอธิการบดี เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2567 ณ มหาวิทยาลัยนเรศวร

การรณรงค์เลิกบุหรี่ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเพิ่มความตระหนักรู้เกี่ยวกับผลกระทบของการสูบบุหรี่ทั้งในด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับโทษของการสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าที่มีต่อร่างกาย รวมไปถึงการให้ความรู้และแนวทางในการเลิกสูบบุหรี่ให้แก่ผู้ที่ต้องการเลิก ทั้งนี้การดำเนินกิจกรรมได้รับการสนับสนุนจาก ผศ.ดร.ภญ.ชวนชม ธนานิธิศักดิ์, ดร.ภญ.วรรณา ตั้งภักดีรัตน์, และ ผศ.ไชยวัฒน์ ไชยสมบูรณ์ ซึ่งเป็นที่ปรึกษาของกิจกรรมในครั้งนี้ โดยมีกิจกรรมหลากหลายที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมจากผู้เข้าร่วมกิจกรรม ไม่ว่าจะเป็นนิสิตหรือบุคลากรของมหาวิทยาลัย

กิจกรรมในครั้งนี้ประกอบด้วยหลากหลายกิจกรรมที่ทั้งให้ความรู้และกระตุ้นให้ผู้เข้าร่วมได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจที่ดีต่อสุขภาพของตนเอง ได้แก่:

  1. การให้ความรู้เกี่ยวกับโทษของบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า: เป็นการให้ข้อมูลที่สำคัญเกี่ยวกับผลเสียต่อสุขภาพจากการสูบบุหรี่ โดยเน้นย้ำถึงอันตรายของนิโคตินที่มีผลต่อระบบทางเดินหายใจและอวัยวะอื่น ๆ รวมถึงผลกระทบที่เกิดจากการสูบบุหรี่ไฟฟ้าที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน
  2. การจัดโซนให้คำปรึกษาสำหรับผู้ที่สนใจเลิกบุหรี่: ในโซนนี้จะมีการให้คำปรึกษาและแนะนำวิธีการเลิกบุหรี่ โดยการร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญจากคณะเภสัชศาสตร์และบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความรู้ในด้านการดูแลสุขภาพและการเลิกบุหรี่
  3. การเล่นเกมตอบคำถามหลังจากให้ความรู้: เพื่อเสริมสร้างการเรียนรู้ที่สนุกสนานและมีส่วนร่วม ผู้เข้าร่วมสามารถตอบคำถามหลังจากฟังการบรรยายเกี่ยวกับผลกระทบของการสูบบุหรี่และเทคนิคในการเลิกบุหรี่
  4. การตัดสติกเกอร์ที่รูปปอดเพื่อสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับความอยากสูบบุหรี่: กิจกรรมนี้เป็นการกระตุ้นให้ผู้เข้าร่วมประเมินความต้องการของตนเองในการสูบบุหรี่และสามารถรับรู้ถึงผลกระทบของการสูบบุหรี่ที่มีต่อร่างกาย
  5. การประเมินสมรรถนะปอดและการใช้ชุดทดสอบนิโคติน: สำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่ต้องการทราบถึงผลกระทบจากการสูบบุหรี่ จะมีการทดสอบสมรรถภาพปอด และใช้ชุดทดสอบนิโคตินเพื่อตรวจสอบระดับของสารนิโคตินในร่างกาย ซึ่งเป็นเครื่องมือในการตรวจสอบว่าผู้เข้าร่วมกิจกรรมมีความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยจากการสูบบุหรี่มากน้อยเพียงใด
  6. การสัมภาษณ์นิสิตและบุคลากรในพื้นที่จัดกิจกรรม: กิจกรรมนี้เป็นการสัมภาษณ์ความคิดเห็นและประสบการณ์ของผู้ที่เข้าร่วมเกี่ยวกับการสูบบุหรี่และแนวทางการเลิกบุหรี่ ซึ่งจะช่วยให้ผู้จัดกิจกรรมได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการปรับปรุงกิจกรรมในครั้งถัดไป

กิจกรรมรณรงค์เลิกบุหรี่ในครั้งนี้สอดคล้องกับ เป้าหมาย SDGs 3: การส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ซึ่งมีเป้าหมายในการลดการเสียชีวิตจากโรคที่เกี่ยวข้องกับการสูบบุหรี่และการเสริมสร้างสุขภาพที่ดีสำหรับประชาชนทุกกลุ่ม การรณรงค์ในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เน้นการเลิกบุหรี่ในหมู่นิสิตและบุคลากรในมหาวิทยาลัย แต่ยังมีการเผยแพร่ข้อมูลและความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพให้แก่ชุมชนโดยรอบมหาวิทยาลัยอีกด้วย

การสนับสนุนให้ผู้คนเลิกสูบบุหรี่ไม่เพียงแต่ส่งผลดีต่อสุขภาพส่วนบุคคล แต่ยังช่วยลดภาระการรักษาพยาบาลจากโรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่ รวมทั้งสร้างสภาพแวดล้อมในมหาวิทยาลัยที่เอื้อต่อการมีสุขภาพที่ดีและการใช้ชีวิตที่ยั่งยืน

การจัดกิจกรรมรณรงค์เลิกบุหรี่ครั้งนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ในมหาวิทยาลัย ซึ่งรวมถึงคณะเภสัชศาสตร์, กองกิจการนิสิต และบุคลากรที่มีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์กิจกรรมเพื่อส่งเสริมสุขภาพให้แก่ชุมชนมหาวิทยาลัย นอกจากนี้ยังเป็นการกระตุ้นให้เกิดความรับผิดชอบร่วมกันในการดูแลสุขภาพทั้งในด้านร่างกายและจิตใจ โดยการให้ความรู้และสนับสนุนในการเลิกสูบบุหรี่

รายการ “พบเภสัชกร” เทรนด์การดูแลสุขภาพโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCD) ในปี 2024

ทุกวันศุกร์ เวลา 18.30 – 19.00 น. รายการ “พบเภสัชกร” ดำเนินรายการโดย อาจารย์เภสัชกรกฤษฏิ์ วัฒนธรรม ภาควิชาเภสัชกรรมปฏิบัติ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับ เทรนด์การดูแลสุขภาพโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCD) ในปี 2024 เพื่อสร้างความรู้และความตระหนักเกี่ยวกับการป้องกันและจัดการโรค NCD อย่างยั่งยืน

รายการดังกล่าวเน้นให้ความรู้เกี่ยวกับ การดูแลสุขภาพองค์รวม ทั้งด้านโภชนาการ การออกกำลังกาย การจัดการความเครียด และการติดตามภาวะสุขภาพอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการลดความเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อและส่งเสริมสุขภาพที่ดีสอดคล้องกับเป้าหมาย SDG3

อ.ภก.กฤษฏิ์ วัฒนธรรม ได้แนะนำแนวทางการปรับพฤติกรรมสุขภาพในชีวิตประจำวัน เพื่อให้ผู้ฟังสามารถนำไปปรับใช้ได้จริง เช่น การเลือกอาหารที่เหมาะสม การรักษาน้ำหนักตัว การออกกำลังกายสม่ำเสมอ และการตรวจสุขภาพเชิงป้องกัน

การเผยแพร่ความรู้ผ่าน สื่อวิทยุกระจายเสียงมหาวิทยาลัยนเรศวร FM 107.25 MHz และช่องทางออนไลน์ www.nuradio.nu.ac.th ทำให้เข้าถึงประชาชนได้อย่างกว้างขวางและสะดวกสบาย ช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ด้านสุขภาพในชุมชนและประชากรทั่วไป

รายการยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCD) ในกลุ่มประชากรทุกช่วงวัย เพื่อให้เกิด การปรับพฤติกรรมสุขภาพอย่างยั่งยืน ลดภาระค่าใช้จ่ายทางการรักษาและเพิ่มคุณภาพชีวิตของประชาชน

ผู้ฟังสามารถติดตามรายการสดและเข้าชมย้อนหลังผ่าน ช่องทางออนไลน์ เพื่อเรียนรู้และนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการดูแลสุขภาพของตนเอง

การดำเนินรายการครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการสร้าง ความรู้ด้านสุขภาพสาธารณะ และส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน ให้ประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจ และความพร้อมในการป้องกันโรคตามแนวทาง SDG3: Good Health and Well-being

ม.นเรศวร พัฒนานวัตกรรมตรวจเศษซากโควิดจากน้ำเสีย ส่งเสริมเพื่อเตือนภัยล่วงหน้าการระบาดในชุมชน

วันศุกร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2567 สถานวิจัยเพื่อความเป็นเลิศเพื่อความยั่งยืนด้านสุขภาวะ สิ่งแวดล้อมและอุตสาหกรรม (SHEI) คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.ธนพล เพ็ญรัตน์ พร้อมด้วยคณะนักวิจัยจากคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ วิทยาลัยนานาชาติ และบริษัท อิเลคทรอนิกส์ เชลล์ จำกัด นำเสนอสิ่งประดิษฐ์ “RE-Secure: COVID-19 Early Warning. V1” ในงาน “วันนักประดิษฐ์” ประจำปี 2567 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ

โครงการดังกล่าวเป็นการต่อยอดงานวิจัยจากการตรวจหาเศษซากไวรัสโควิด-19 ในน้ำเสีย โดยได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ในปีงบประมาณ 2564 และ 2565 เพื่อพัฒนานวัตกรรมที่สามารถเฝ้าระวังการแพร่ระบาดในระดับชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางจากนักเรียน นิสิต ประชาชน ภาครัฐ และภาคเอกชนที่เข้าร่วมชมงาน

นวัตกรรม “RE-Secure: COVID-19 Early Warning. V1” พัฒนาขึ้นจากเทคนิค Aptamer ทำให้สามารถตรวจสอบเศษซากไวรัสในน้ำเสียได้อย่างแม่นยำ โดยไม่จำเป็นต้องสกัดตัวอย่างหรือใช้ห้องปฏิบัติการที่มีค่าใช้จ่ายสูง เช่น ห้องปฏิบัติการ BSL-2 enhanced ที่มักใช้ในการตรวจ RT-qPCR จึงช่วยลดขั้นตอนและต้นทุนการตรวจสอบได้อย่างมาก

นอกจากนั้น ทีมวิจัยยังได้พัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อประมวลผลจากชุดตรวจเคลื่อนที่ ทำให้สามารถตรวจจับการติดเชื้อในอาคาร โรงเรียน โรงงาน หรือชุมชนได้ก่อนที่จะเกิดการแพร่ระบาดจริงประมาณ 7-14 วัน ช่วยเพิ่มโอกาสในการจัดการควบคุมโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้นได้อย่างทันท่วงที

ผลงานนี้ยังสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านการเฝ้าระวังโรคระบาดได้มากกว่า 90% เมื่อเทียบกับวิธีการเดิม จึงถือเป็นตัวอย่างที่ดีของการนำนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้เพื่อสนับสนุนระบบสาธารณสุขและการบริหารจัดการภัยสุขภาพในระดับชุมชนอย่างยั่งยืน

การพัฒนานวัตกรรมตรวจเศษซากไวรัสในน้ำเสียยังเป็นแนวทางสำคัญที่สอดคล้องกับการจัดการทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อม เนื่องจากช่วยให้สามารถใช้ระบบน้ำเสียเป็นฐานข้อมูลสำคัญในการติดตามการแพร่ระบาดของเชื้อโรคได้แบบไม่รุกรานและครอบคลุมพื้นที่ในวงกว้าง

สิ่งประดิษฐ์ “RE-Secure: COVID-19 Early Warning. V1” ยังได้รับการเผยแพร่ผ่านสื่อมวลชนหลายแขนง รวมถึงรายการข่าวสามมิติ ช่อง 3 เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2567 ตอกย้ำถึงความสำคัญของงานวิจัยนี้ต่อการสร้างระบบเตือนภัยล่วงหน้าการระบาดในชุมชน และเป็นแรงผลักดันให้ทีมวิจัยพัฒนานวัตกรรมต่อยอดในอนาคต

การทำงานครั้งนี้เป็นภาพสะท้อนของความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย ภาคเอกชน และหน่วยงานภาครัฐ ที่ช่วยกันขับเคลื่อนการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อสุขภาพ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งสร้างแนวทางใหม่ในการ ส่งเสริมเพื่อเตือนภัยล่วงหน้าการระบาดในชุมชน และเพิ่มขีดความสามารถของประเทศในการรับมือกับโรคอุบัติใหม่

ม.นเรศวร เปิดงาน MED NU Health Expo 2024 มหกรรมสุขภาพเพื่อสังคมสุขภาพดี

วันพฤหัสบดีที่ 18 มกราคม 2567 รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน MED NU Health Expo 2024 ภายใต้หัวข้อ “สังคมสุขภาพดี Healthy Society” โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ แพทย์หญิง พิริยา นฤขัตรพิชัย คณบดีคณะแพทยศาสตร์ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน ซึ่งประกอบด้วยภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนรวมกว่า 500 คน

งานดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18-20 มกราคม 2567 ณ ศูนย์แสดงนิทรรศการและการจัดประชุมนานาชาติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (KNECC) เพื่อให้บริการวิชาการและตรวจสุขภาพแก่ประชาชน ส่งเสริมการสร้างภูมิคุ้มกันในการดูแลสุขภาพและลดความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วย สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน SDG3 ด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี

กิจกรรมภายในงานประกอบด้วยการให้คำปรึกษาและตรวจรักษาฟรีในหลายด้าน เช่น การตรวจสุขภาพหัวใจ การตรวจสุขภาพเส้นฟอกไตด้วยเครื่องอัลตราซาวนด์ การตรวจวัดคลื่นสมองด้วยเครื่อง Neurofeedback สำหรับคัดกรองอาการหลงลืมและสมาธิสั้น รวมถึงการรักษาเปลือกตาอักเสบและตาแห้งจากต่อมไขมันอุดตันด้วยหน้ากากลำแสง LED

หนึ่งในไฮไลต์ของงานคือการจัดแสดงเทคโนโลยีทางการแพทย์ล้ำสมัยจากบริษัทชั้นนำ เช่น Anatomage Table สำหรับศึกษากายวิภาคศาสตร์ของมนุษย์ สามารถแสดงภาพ 3 มิติที่ซับซ้อนของร่างกายมนุษย์ได้อย่างถูกต้องและชัดเจน เป็นเครื่องมือที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้นักเรียนและผู้สนใจด้านการแพทย์

นอกจากนี้ยังมีการนำเสนอผลงานวิจัยและนวัตกรรมทางการแพทย์ที่หลากหลาย พร้อมโอกาสในการต่อยอดเชิงธุรกิจ เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย ภาคเอกชน และชุมชน ซึ่งสอดคล้องกับ SDG17 ด้านความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

งาน MED NU Health Expo 2024 ยังเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เรียนรู้เรื่องสุขภาพแบบองค์รวม ทั้งด้านโภชนาการ สุขาภิบาล และการป้องกันโรค ทำให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมสามารถนำความรู้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตและสร้างสังคมที่มีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

การจัดงานครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการพัฒนาสุขภาพประชาชนและชุมชนในพื้นที่ ผ่านการใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ นวัตกรรม และการสร้างความร่วมมือเชิงเครือข่าย เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการเชื่อมโยงงานวิชาการกับการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสุขภาพของประชาชนในวงกว้าง

ม.นเรศวร ยกระดับความรู้ด้านสุขภาพการนอน เปิดเวที “MED NU HEALTH EXPO 2024” ให้ความรู้เรื่องภัยเงียบปัญหาการนอนกรน

วันศุกร์ที่ 19 มกราคม 2567 ภาควิชาโสต ศอ นาสิกวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัดกิจกรรมเผยแพร่ความรู้แก่ประชาชนทั่วไปและผู้ที่มีปัญหาการนอนกรน ภายในงาน “MED NU HEALTH EXPO 2024” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้และสร้างความตระหนักถึง “ภัยเงียบ” ของการนอนกรน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพทั้งทางกายและจิตใจในระยะยาว

การบรรยายจัดขึ้นโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ แพทย์หญิงมัณฑนา ประกาศสัจธรรม และ อาจารย์แพทย์หญิงอริสา ด่วนทวีสุข อาจารย์ประจำภาควิชาโสต ศอ นาสิกวิทยา ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคนอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสาเหตุของการนอนกรน ผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อสุขภาพ เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และโรคหลอดเลือดสมอง รวมถึงแนวทางการป้องกันและการรักษาที่เหมาะสม

การนอนกรนถือเป็น “ภัยเงียบ” ที่หลายคนมักมองข้าม เพราะอาจดูเป็นปัญหาการนอนที่ไม่ร้ายแรง แต่แท้จริงแล้วสามารถนำไปสู่ภาวะสุขภาพที่อันตรายได้ในอนาคต การจัดกิจกรรมครั้งนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการส่งเสริมสุขภาพการนอนและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับประชาชน เพื่อให้สามารถตรวจพบและเข้ารับการรักษาได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

ภายในงาน MED NU HEALTH EXPO 2024 ยังมีกิจกรรมบริการประชาชนฟรี ทั้งการให้คำปรึกษาด้านสุขภาพ การตรวจเบื้องต้นเกี่ยวกับโรคการนอน และการตอบคำถามโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้รับความรู้และคำแนะนำที่สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง อีกทั้งยังมีกิจกรรมร่วมสนุกพร้อมรับของที่ระลึกภายในงานเพื่อสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่เป็นกันเอง

กิจกรรมดังกล่าวสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาสุขภาพแบบองค์รวมของมหาวิทยาลัยนเรศวร ที่มุ่งเน้นการส่งเสริมสุขภาวะทั้งทางกายและใจ โดยเฉพาะด้านการนอนหลับ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของคุณภาพชีวิตที่ดี การให้ความรู้และบริการเชิงป้องกันช่วยลดความเสี่ยงของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และช่วยเสริมสร้างสุขภาพจิตที่มั่นคง

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ตระหนักถึงความสำคัญของการให้ความรู้ด้านสุขภาพกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการให้ข้อมูลที่ถูกต้อง เข้าใจง่าย และเข้าถึงได้ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนสามารถดูแลสุขภาพของตนเองได้อย่างยั่งยืน สอดคล้องกับเป้าหมายของมหาวิทยาลัยในการเป็นศูนย์กลางการแพทย์และการเรียนรู้เพื่อสุขภาพที่ดีของสังคม

ผู้ที่มีปัญหาการนอนกรน หรือสงสัยว่าตนเองอาจมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ สามารถเข้ารับคำปรึกษาและการตรวจวินิจฉัยได้ที่ “คลินิกนอนกรน โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร” ซึ่งให้บริการโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับ เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตและสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน

ม.นเรศวร ส่งเสริมความร่วมมือทางวิชาการและงานวิจัยด้านสาธารณสุขในระดับนานาชาติ

วันพฤหัสบดีที่ 25 มกราคม 2567 รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมด้วยคณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์และบุคลากร ให้การต้อนรับ Professor Keiko Nakamura, M.D., Ph.D.สังกัด Department of Global Health Entrepreneurship, Tokyo Medical and Dental University เนื่องในโอกาสเดินทางมาพบปะหารือ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และหาแนวทางความร่วมมือทางด้านวิชาการและงานวิจัยด้านสาธารณสุขในระดับนานาชาติ ณ ห้องประชุมสุพรรณกัลยา อาคารสำนักงานอธิการบดี ชั้น 2 มหาวิทยาลัยนเรศวร

การเยือนในครั้งนี้เป็นการสร้างโอกาสในการ ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษาในประเทศไทยและต่างประเทศเพื่อยกระดับคุณภาพของการศึกษาและการวิจัยด้านสาธารณสุข โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาสุขภาวะของประชาชนในระดับโลก ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืนในระยะยาว

มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับการ พัฒนาศักยภาพบุคลากรทางด้านสาธารณสุขและนวัตกรรมสุขภาพ เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อความท้าทายด้านสุขภาพของประชาชน ทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาค การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับมหาวิทยาลัยชั้นนำจากต่างประเทศ เช่น Tokyo Medical and Dental University จึงเป็นโอกาสสำคัญในการเรียนรู้และต่อยอดองค์ความรู้ร่วมกัน

การหารือร่วมกันระหว่างสองสถาบันยังมุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายวิจัยทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ การพัฒนานวัตกรรมเพื่อการดูแลสุขภาพที่เข้าถึงได้ และการแลกเปลี่ยนนักวิจัย นักศึกษา และบุคลากร ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการ ขับเคลื่อนความร่วมมือด้านสุขภาพในระดับนานาชาติ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและสุขภาพของประชาชนให้ดียิ่งขึ้น

การสร้างความร่วมมือทางวิชาการในลักษณะนี้ยังสะท้อนถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการเป็นศูนย์กลางของ การพัฒนางานวิจัยเพื่อสุขภาวะที่ยั่งยืน และการสร้างสังคมที่มีสุขภาพดี ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของมหาวิทยาลัยในการส่งเสริมเศรษฐกิจและสังคมฐานความรู้ ควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพของประชาชนอย่างทั่วถึง

นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยนเรศวรยังมุ่งเน้นการพัฒนา งานวิจัยและนวัตกรรมด้านสาธารณสุข ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงปฏิบัติได้จริง เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืนต่อชุมชนและประเทศชาติ ตลอดจนเป็นเวทีในการสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักวิจัยรุ่นใหม่ในการต่อยอดองค์ความรู้เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของมนุษยชาติ

ความร่วมมือครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการเป็น สถาบันอุดมศึกษาชั้นนำที่มุ่งพัฒนาองค์ความรู้ด้านสุขภาพและสร้างเครือข่ายความร่วมมือระดับโลก เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และขับเคลื่อนสังคมไปสู่ความสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ม.นเรศวรจัด ‘มหกรรมสุขภาพ MED NU Health Expo’ เฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปี ส่งเสริมสังคมสุขภาพดี

ในโอกาสครบรอบ 30 ปีแห่งการก่อตั้ง คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัดกิจกรรมสำคัญเพื่อเสริมสร้างการตระหนักรู้ด้านสุขภาพและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกช่วงวัยผ่านงาน “มหกรรมสุขภาพ MED NU Health Expo” ซึ่งจัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “สังคมสุขภาพดี Healthier Society” ระหว่างวันที่ 18-20 มกราคม 2567ศูนย์แสดงนิทรรศการและการจัดประชุมนานาชาติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (KNECC) จังหวัดพิษณุโลก งานมหกรรมสุขภาพนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างการตระหนักรู้ด้านสุขภาพ การส่งเสริมการดูแลสุขภาพที่ดีและยั่งยืน รวมถึงการพัฒนาเศรษฐกิจในภาคสุขภาพ ซึ่งจะส่งผลกระทบในทางบวกต่อสังคมโดยรวม

มหาวิทยาลัยนเรศวรมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืนตาม เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะ SDG 3 (สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี) และ SDG 4 (การศึกษาที่มีคุณภาพ) ผ่านกิจกรรมต่างๆ ที่จัดขึ้นในงานมหกรรมสุขภาพ MED NU Health Expo ซึ่งเน้นการส่งเสริมการดูแลสุขภาพที่ยั่งยืน การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกช่วงวัย และการสร้างความร่วมมือระหว่างทุกภาคส่วนในสังคม

สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) งานมหกรรมสุขภาพ MED NU Health Expo สอดคล้องกับ SDG 3: สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ซึ่งมุ่งเน้นการส่งเสริมสุขภาพที่ดีและการดูแลสุขภาพให้กับประชาชนในทุกช่วงวัย โดยการจัดกิจกรรมที่หลากหลายเพื่อเสริมสร้างความตระหนักรู้ด้านสุขภาพและการป้องกันโรค รวมถึงการส่งเสริมวิถีชีวิตที่ยั่งยืน อันเป็นการสร้างสังคมที่มีสุขภาพดีในระยะยาว นอกจากนี้ ยังสอดคล้องกับ SDG 4: การศึกษาที่มีคุณภาพ โดยการจัดกิจกรรมที่ให้ความรู้ทั้งกับประชาชนและบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อเสริมสร้างความรู้และทักษะที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพ การป้องกันโรค และการส่งเสริมสุขภาพที่ดี

กิจกรรมในงานมหกรรมสุขภาพ MED NU Health Expo 2023
  1. การอัพเดตความรู้ด้านวิชาการสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ การเสริมสร้างความรู้และทักษะด้านการแพทย์อย่างต่อเนื่องถือเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาระบบสุขภาพที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน กิจกรรมนี้จะช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์สามารถพัฒนาทักษะและองค์ความรู้ในการดูแลรักษาผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ การพัฒนาเหล่านี้เป็นกุญแจสำคัญในการส่งเสริมระบบสุขภาพของประเทศให้แข็งแกร่งและสามารถรองรับความต้องการของประชาชนในทุกด้านได้
  2. บริการตรวจสุขภาพฟรีกว่า 20 รายการ การจัดให้มีการตรวจสุขภาพฟรีกว่า 20 รายการเป็นการส่งเสริมการเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพให้แก่ประชาชนในทุกช่วงวัย ซึ่งรวมถึงการตรวจวินิจฉัยที่สำคัญ เช่น การตรวจระดับน้ำตาลในเลือด ความดันโลหิต และการตรวจสุขภาพหัวใจ กิจกรรมนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยให้ประชาชนทราบถึงสถานะสุขภาพของตนเอง แต่ยังช่วยในการป้องกันโรคต่างๆ ก่อนที่จะเกิดขึ้น การให้บริการตรวจสุขภาพฟรีเป็นหนึ่งในแนวทางในการลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการสุขภาพ
  3. การฝึกอบรมการปฐมพยาบาลและการช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR) การฝึกอบรมทักษะการปฐมพยาบาลและการช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR) เป็นกิจกรรมที่ช่วยให้ประชาชนและบุคลากรทางการแพทย์สามารถตอบสนองต่อเหตุการณ์ฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที ซึ่งทักษะเหล่านี้สามารถช่วยชีวิตในกรณีฉุกเฉินได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยในชุมชนและลดอัตราการเสียชีวิตจากภาวะฉุกเฉินต่างๆ ซึ่งเป็นการส่งเสริมการศึกษาและฝึกทักษะที่มีประโยชน์ในด้านสุขภาพ
  4. การเรียนรู้ศิลปะและดนตรีเพื่อการบำบัด การใช้ศิลปะและดนตรีเพื่อการบำบัดเป็นกิจกรรมที่เน้นการส่งเสริมสุขภาพจิตและการฟื้นฟูสมรรถภาพทั้งร่างกายและจิตใจ การบำบัดด้วยศิลปะและดนตรีสามารถช่วยลดความเครียดและสร้างความสมดุลในชีวิต การส่งเสริมสุขภาพจิตเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีและยั่งยืน นอกจากนี้ยังช่วยให้ประชาชนสามารถรับมือกับความเครียดและปัญหาชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  5. การสาธิตการทำอาหารเพื่อสุขภาพ การส่งเสริมการทำอาหารเพื่อสุขภาพเป็นการเน้นการเลือกใช้วัตถุดิบที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ลดการบริโภคเกลือ น้ำตาล และไขมันที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ กิจกรรมนี้ยังสนับสนุนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพ เช่น อาหารเพื่อสุขภาพ ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ และอุตสาหกรรมที่ส่งเสริมวิถีชีวิตที่ยั่งยืน
  6. การรับบริจาคโลหิต การบริจาคโลหิตในงานมหกรรมสุขภาพ MED NU Health Expo เป็นกิจกรรมที่ช่วยรักษาชีวิตผู้ที่ต้องการเลือดในการรักษาโรคหรือในกรณีฉุกเฉิน การบริจาคโลหิตไม่เพียงแต่ช่วยในด้านสุขภาพ แต่ยังเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างชุมชนและบุคลากรทางการแพทย์ในการดูแลสุขภาพระดับชุมชน เป็นกิจกรรมที่สร้างความสมานฉันท์และเสริมสร้างจิตสำนึกทางสังคม
  7. การจัดการความสัมพันธ์ทางด้านความรักและสุขภาพทางเพศ การเสวนาและฝึกอบรมในด้านการจัดการความสัมพันธ์และสุขภาพทางเพศเป็นการเสริมสร้างความรู้ให้ประชาชนมีความเข้าใจในการดูแลสุขภาพทางเพศอย่างปลอดภัย ซึ่งเป็นการส่งเสริมสิทธิและความเป็นส่วนตัวของแต่ละบุคคล การสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับสุขภาพทางเพศและความสัมพันธ์ที่ดีจะช่วยให้สังคมมีความสมดุลและเคารพในสิทธิของผู้อื่น

การสร้างสังคมสุขภาพดีผ่านการร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ มหกรรมสุขภาพ MED NU Health Expo ยังเป็นการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่าง มหาวิทยาลัย หน่วยงานรัฐ เอกชน และประชาชน ในการสร้างสังคมสุขภาพดีและยั่งยืน งานนี้จึงไม่เพียงแต่เป็นการให้บริการและความรู้ด้านสุขภาพแก่ประชาชน แต่ยังเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจในภาคสุขภาพ สร้างโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนผ่านการเสริมสร้างความรู้และการดูแลสุขภาพที่ครบวงจร

มหาวิทยาลัยนเรศวรยังคงมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพ การสร้างความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพที่ถูกต้อง การป้องกันโรค และการเสริมสร้างคุณภาพชีวิตให้กับประชาชนในทุกๆ ด้านตามหลักการของ SDG 3: สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี และ SDG 4: การศึกษาที่มีคุณภาพ

ขอเชิญประชาชนและบุคลากรทางการแพทย์ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ และร่วมกันสร้างสังคมที่มีสุขภาพดีไปพร้อมกัน!
พบกันในงาน มหกรรมสุขภาพ MED NU Health Expo ระหว่างวันที่ 18-20 มกราคม 2567 ณ ศูนย์แสดงนิทรรศการและการจัดประชุมนานาชาติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (KNECC) จังหวัดพิษณุโลก.

ที่มา: คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร จัดมหกรรมสุขภาพครบวงจร “MED NU Health Expo 2024” เฉลิมฉลอง 30 ปีคณะแพทยศาสตร์

วันอังคารที่ 2 มกราคม 2567 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดแถลงข่าวโครงการ “MED NU Health Expo 2024” ภายใต้หัวข้อ “สังคมสุขภาพดี Healthy Society” เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปีคณะแพทยศาสตร์ พร้อมนำเสนอมหกรรมสุขภาพเพื่อประชาชน

ในพิธีเปิด รศ.ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร ให้เกียรติเป็นประธาน พร้อมด้วย ผศ.พญ.พิริยา นฤขัตรพิชัย คณบดีคณะแพทยศาสตร์ (รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการ รพ.มหาวิทยาลัยนเรศวร) อาจารย์แพทย์ และนิสิตแพทย์ ร่วมแถลงข่าวแก่สื่อมวลชนเพื่อประชาสัมพันธ์โครงการ

โครงการ MED NU Health Expo 2024 มุ่งเน้นการส่งเสริม สุขภาวะและคุณภาพชีวิตของประชาชน ผ่านกิจกรรมให้ความรู้ด้านสุขภาพ การตรวจสุขภาพ และการให้คำปรึกษาทางการแพทย์ โดยสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน SDG3 ด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี

ประชาชนทุกท่านสามารถเข้าร่วมงาน MED NU Health Expo 2024 ได้ระหว่างวันที่ 18-20 มกราคม 2567 ณ ศูนย์แสดงนิทรรศการและการจัดประชุมนานาชาติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (KNECC) อาคารอุทยานองค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช มหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก

งานมหกรรมสุขภาพครั้งนี้จัดกิจกรรมครบ 5 หมวดเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน ได้แก่ การตรวจสุขภาพ การให้ความรู้ด้านโภชนาการ สุขภาพจิต การป้องกันโรค และการสร้างสังคมสุขภาพดี โดย เข้าร่วมฟรี เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงสุขภาพที่เท่าเทียม

คณะแพทยศาสตร์ ม.นเรศวร มุ่งหวังว่ากิจกรรมนี้จะสร้าง ความตระหนักด้านสุขภาพ และสนับสนุนประชาชนให้มีวิถีชีวิตที่ สุขภาพดีและยั่งยืน อีกทั้งเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างผู้เชี่ยวชาญและชุมชน

ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดและชมภาพกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร https://med.nu.ac.th/home/index.php?language=&mod=more_detail&nID=19451 และลิงก์รายละเอียดงาน https://bit.ly/48mUT49 เพื่อร่วมสร้าง สังคมสุขภาพดีร่วมกัน

NU Fitness GYM พื้นที่ส่งเสริมสุขภาพในมหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของนิสิตและบุคลากรในมหาวิทยาลัย ผ่านการดำเนินงานหลายด้านเพื่อสนับสนุนการมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง โดยหนึ่งในนโยบายที่สำคัญคือการส่งเสริมการออกกำลังกายและการดูแลสุขภาพ ซึ่งสอดคล้องกับ เป้าหมาย SDGs 3: การส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี เพื่อให้สมาชิกในมหาวิทยาลัยมีสุขภาพที่ดีทั้งร่างกายและจิตใจ

NU Fitness GYM: พื้นที่ส่งเสริมสุขภาพในมหาวิทยาลัย ในปัจจุบัน การดูแลสุขภาพร่างกายกลายเป็นสิ่งที่สำคัญมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่มีการเรียนการสอนและการทำงานที่ใช้เวลานาน การออกกำลังกายเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่สามารถช่วยลดความเครียด, ปรับสมดุลของร่างกาย, และส่งเสริมสุขภาพโดยรวมได้เป็นอย่างดี มหาวิทยาลัยนเรศวรจึงได้จัดเตรียม NU Fitness GYM ซึ่งเป็นศูนย์ฟิตเนสที่ครบครันและสามารถรองรับความต้องการของนิสิตและบุคลากรในการออกกำลังกายและดูแลสุขภาพของตนเอง

NU Fitness GYM ถูกออกแบบให้มีอุปกรณ์ที่ทันสมัยและหลากหลายชนิด ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งสำหรับการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพทั่วไปและการฝึกซ้อมในระดับที่มีความเข้มข้น รวมถึงการมีพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการทำกิจกรรมต่างๆ เช่น การยืดเหยียดร่างกาย, การใช้เครื่องคาร์ดิโอ, เครื่องเวท, และการออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สำหรับการฝึกโยคะและการทำกิจกรรมอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจ

การเปิดให้บริการของ NU Fitness GYM : NU Fitness GYM เปิดให้บริการในทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30 น. ถึง 20.00 น. โดยจะมีการงดให้บริการในวันหยุดนักขัตฤกษ์ หรือในวันที่มหาวิทยาลัยมีการประกาศหยุดทำการ ซึ่งทำให้ทั้งนิสิตและบุคลากรสามารถเข้ามาใช้บริการฟิตเนสได้อย่างสะดวกสบายในช่วงเวลาที่กำหนด การเปิดให้บริการในช่วงเวลานี้ช่วยให้ทุกคนสามารถเข้าถึงกิจกรรมการออกกำลังกายได้ในเวลาว่างจากการเรียนหรือการทำงาน

ส่งเสริมสุขภาพร่างกายและจิตใจ นอกจากการให้บริการฟิตเนสเพื่อส่งเสริมสุขภาพร่างกายแล้ว มหาวิทยาลัยนเรศวรยังมุ่งเน้นให้การออกกำลังกายเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมสุขภาพจิตที่ดี การออกกำลังกายไม่เพียงแต่ช่วยพัฒนาร่างกายให้แข็งแรง แต่ยังช่วยลดความเครียด เพิ่มพลังงานและสมาธิ รวมทั้งช่วยเพิ่มความสุขและเสริมสร้างความมั่นใจในตนเองได้

กิจกรรมการออกกำลังกายสามารถช่วยบรรเทาความเครียดจากการเรียนและการทำงานที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยการให้พื้นที่ที่ดีและอุปกรณ์ที่ครบครันที่ NU Fitness GYM นั้นได้ถูกออกแบบมาเพื่อให้สมาชิกในมหาวิทยาลัยสามารถออกกำลังกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังสามารถช่วยลดความเสี่ยงของโรคต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่ดี เช่น โรคหัวใจ, โรคเบาหวาน, โรคอ้วน และความผิดปกติทางสุขภาพจิต

สอดคล้องกับเป้าหมาย SDGs 3 การมี NU Fitness GYM ภายในมหาวิทยาลัยนเรศวรนั้นสอดคล้องกับ เป้าหมาย SDGs 3 หรือ “การส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี” โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพที่ดีสำหรับทุกคน นอกจากการจัดพื้นที่ออกกำลังกายแล้ว ยังมีการส่งเสริมการออกกำลังกายในลักษณะต่างๆ ที่ช่วยให้ทุกคนสามารถใช้บริการได้อย่างสะดวกและมีความสุข

การให้ความสำคัญกับสุขภาพร่างกายของนิสิตและบุคลากรในมหาวิทยาลัยไม่เพียงแต่เป็นการช่วยลดปัญหาสุขภาพในระยะสั้น แต่ยังเป็นการส่งเสริมให้พวกเขามีสุขภาพที่ดีในระยะยาว สร้างพื้นฐานที่ดีให้กับการเรียนรู้และการทำงานในอนาคต นอกจากนี้ยังสามารถเป็นต้นแบบในการสร้างสังคมที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพอย่างยั่งยืนในชุมชน

การเชื่อมโยงกับการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับชุมชน การสร้างพื้นที่สำหรับการออกกำลังกายภายในมหาวิทยาลัยนเรศวรไม่เพียงแต่มีผลดีต่อสมาชิกในมหาวิทยาลัยเท่านั้น แต่ยังสามารถสร้างผลกระทบในเชิงบวกต่อชุมชนโดยรอบได้ โดยการส่งเสริมให้มีพฤติกรรมการดูแลสุขภาพที่ดีและส่งเสริมการใช้ชีวิตที่มีสุขภาพดีในระยะยาว การให้บริการฟิตเนสยังสามารถสร้างการเรียนรู้ที่มีคุณค่าเกี่ยวกับการรักษาสุขภาพและกระตุ้นให้บุคคลภายในชุมชนมหาวิทยาลัยให้ความสำคัญกับการออกกำลังกายและการดูแลตนเองในด้านต่างๆ

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin