Archives 2025

ม.นเรศวร จัดเวิร์กชอป “D.I.Y. เพียรสาน งานศิลป์” ชุบชีวิตเศษผ้าสู่ตะกร้าจักสานรักษ์โลก

วันศุกร์ที่ 19 กันยายน 2568 กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกับ พิพิธภัณฑ์ผ้า มหาวิทยาลัยนเรศวร (Textile Museum) ดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการหรือ Workshop ภายใต้ชื่อ “D.I.Y. เพียรสาน งานศิลป์” เพื่อเปิดพื้นที่แห่งการเรียนรู้และสร้างสรรค์ให้กับผู้ที่สนใจงานหัตถศิลป์

กิจกรรมดังกล่าวเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้ร่วมเรียนรู้ทักษะ การตกแต่งตะกร้าจักสาน อย่างถูกวิธี โดยเน้นการนำ เศษผ้าที่ไม่ใช้แล้ว มาประยุกต์และสร้างสรรค์เพื่อสร้างลวดลายสวยงามและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวบนชิ้นงาน ซึ่งถือเป็นการผสมผสานงานศิลปะเข้ากับวิถีชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว

การจัดการเรียนรู้ในรูปแบบเชิงปฏิบัติการนี้นับเป็นการส่งเสริมการศึกษาที่ครอบคลุมและมีคุณภาพ โดยเปิดกว้างให้ประชาชนและผู้ที่สนใจสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ด้านงานศิลปะประดิษฐ์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาทักษะชีวิตและการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่สามารถนำไปปรับใช้ได้จริง

นอกเหนือจากความสวยงามของชิ้นงานแล้ว กิจกรรมนี้ยังมุ่งเน้นการรณรงค์ให้เกิดรูปแบบการผลิตและการบริโภคที่รับผิดชอบ โดยการนำวัสดุเหลือใช้อย่างเศษผ้ากลับมาสร้างมูลค่าใหม่ ซึ่งมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการช่วย ลดขยะสิ่งทอ และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากอุตสาหกรรมแฟชั่น

การฝึกฝนทักษะงานฝีมือจากวัสดุเหลือใช้อย่างเป็นระบบ ไม่เพียงแต่ทำให้ผู้เข้าร่วมได้งานฝีมือที่งดงามกลับไปชื่นชม แต่ยังเป็นการต่อยอดสู่อาชีพ และสร้างรายได้ ให้แก่ตนเองและครอบครัว ตลอดจนช่วยสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจในระดับชุมชนฐานราก

การบูรณาการศิลปวัฒนธรรมเข้ากับการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ถือเป็นการส่งเสริมแนวคิดด้าน ความยั่งยืน อย่างเป็นรูปธรรม กิจกรรมนี้สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยในการเป็นผู้นำด้านการสร้างจิตสำนึกรักษ์โลก และการประยุกต์ใช้องค์ความรู้เพื่อแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม

สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมหรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ สามารถติดต่อได้ที่ คุณอนงค์ วงศ์สุวรรณ์ หมายเลขโทรศัพท์ 0-5596-1207 หรือติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ของ กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม และ พิพิธภัณฑ์ผ้า มหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนสังคมแห่งการเรียนรู้ต่อไป

ม.นเรศวร เข้าร่วมสัมมนาวิชาการระดับชาติด้านคนพิการ ครั้งที่ 17 เสริมโอกาสทางการศึกษาและอาชีพอย่างยั่งยืน

วันอังคารที่ 22 กันยายน 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร นำโดย ดร.จรัสดาว คงเมือง รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานิสิต ศิษย์เก่า และศิลปวัฒนธรรม เข้าร่วม สัมมนาวิชาการระดับชาติด้านคนพิการ ครั้งที่ 17 ณ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่ดีในการพัฒนาศักยภาพของคนพิการในมิติการศึกษาและการประกอบอาชีพอย่างยั่งยืน

การจัดงานครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยเชียงใหม่และ กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ภายใต้หัวข้อ “แนวปฏิบัติที่ดีและนวัตกรรมในการสร้างโอกาสทางการศึกษาและอาชีพสำหรับคนพิการ” ซึ่งมุ่งเน้นการสร้างพื้นที่ทางวิชาการสำหรับการนำเสนอผลงาน วิจัย และนวัตกรรมที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม

ภายในงานมีการนำเสนอแนวคิดและกรณีศึกษาที่สะท้อนถึง การเข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียม รวมถึงการพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานในยุคปัจจุบัน โดยเน้นการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ของคนพิการอย่างมีประสิทธิภาพ

ในโอกาสนี้ นายกัณต์กวี วิมุติ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการกองกิจการนิสิตและบุคลากร ได้นำนิสิตพิการของมหาวิทยาลัยนเรศวรเข้าร่วมกิจกรรม ประกอบด้วย นางสาวสิริยากร หมันบุญ นายอภิชาต เจริญสุบรุ่งเรียน และนายนนทวัฒน์ ขันทอง เพื่อเปิดโอกาสในการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกับเครือข่ายระดับประเทศ

การมีส่วนร่วมของนิสิตในเวทีดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการ พัฒนาศักยภาพผู้เรียนทุกกลุ่มอย่างครอบคลุม พร้อมทั้งสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับสิทธิ ความเสมอภาค และบทบาทของคนพิการในสังคมและตลาดแรงงาน

นอกจากนี้ ภายในพิธีเปิดได้รับเกียรติจากนายโชคชัย วิเชียรชัยยะ อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เป็นประธานในพิธี ซึ่งได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการ ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ สร้างอาชีพ และยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน

การเข้าร่วมสัมมนาครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการขับเคลื่อน การศึกษาเพื่อทุกคน การจ้างงานที่มีคุณค่า และการลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ผ่านการสร้างเครือข่ายความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในระดับชาติ

ม.นเรศวร ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สิ่งแวดล้อมเชิงบูรณาการ ดำเนินนโยบายลดขยะฝังกลบ ลดการใช้พลาสติก และควบคุมบรรจุภัณฑ์ใช้ครั้งเดียวทิ้งเพื่อความยั่งยืน

วันศุกร์ที่ 26 กันยายน 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยการดำเนินงานของคณะสาธารณสุขศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ สำนักหอสมุด และเครือข่ายประชาคม ได้บูรณาการภารกิจเชิงรุกเพื่อขับเคลื่อนมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมและการจัดการทรัพยากรภายในสถาบันอย่างเป็นรูปธรรม ให้สอดคล้องกับกรอบการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน

การดำเนินงานด้านการจัดการของเสียของสถาบันได้ถูกยกระดับผ่านการกำหนดมาตรการและแนวทางที่ชัดเจน ซึ่งครอบคลุมถึงการ วัดปริมาณขยะที่ส่งฝังกลบและรีไซเคิล เพื่อติดตามและประเมินประสิทธิภาพของการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งการขับเคลื่อน นโยบายลดการใช้พลาสติก และการควบคุมปริมาณขยะตั้งแต่ต้นทางผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่าง ธนาคารขยะ NU Zero Waste รวมถึงกิจกรรมรณรงค์คัดแยกขยะอย่างยั่งยืน

มหาวิทยาลัยยังได้ขยายขอบเขตการดำเนินงานให้ครอบคลุมมากกว่าพลาสติก ด้วยการดำเนิน นโยบายลดสิ่งของใช้ครั้งเดียวทิ้ง ซึ่งครอบคลุมถึงการลดการใช้ แก้วกระดาษ จาน ช้อน และบรรจุภัณฑ์ ชนิดต่างๆ ภายในพื้นที่มหาวิทยาลัย เพื่อลดปริมาณขยะมูลฝอยและส่งเสริมให้ประชาคมตระหนักถึงความสำคัญของการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าในชีวิตประจำวัน

นอกจากนี้ ยังมีการต่อยอดนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมผ่านผลงานวิจัย เช่น NU Bio Bags ถุงพลาสติกชีวภาพที่ย่อยสลายได้ ซึ่งพัฒนาโดยคณะวิทยาศาสตร์เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ทดแทนพลาสติกแบบดั้งเดิม ตลอดจนการสร้างสรรค์นวัตกรรมรักษ์โลกอย่าง “ไก่แก้บน” จากวัสดุธรรมชาติ ที่สามารถย่อยสลายได้เองภายใน 2 เดือน เพื่อแก้ไขปัญหาขยะตกค้างบริเวณศาสนสถานและพื้นที่โดยรอบ

ในมิติของการส่งต่อทรัพยากรและการหมุนเวียนการใช้ประโยชน์ มหาวิทยาลัยได้ดำเนิน โครงการโอนครุภัณฑ์ที่ไม่ใช้แล้ว ให้แก่หน่วยงานภาครัฐและสถานศึกษาตามระเบียบทางราชการ รวมถึง โครงการ PharmaSea โดยคณะเภสัชศาสตร์ในการส่งต่อยาเหลือใช้เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ซึ่งช่วยลดการสูญเสียทรัพยากรและสนับสนุนการเข้าถึงสิ่งของจำเป็นอย่างเท่าเทียม

การขยายผลองค์ความรู้ยังถูกถ่ายทอดสู่ชุมชนรอบข้าง ผ่านการดำเนินโครงการในพื้นที่ ชุมชนท่าโพธิ์ เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้การจัดการขยะและการ ลดการปลดปล่อยคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ร่วมกับผู้นำชุมชนและประชาชน ซึ่งเป็นการผสานองค์ความรู้ทางวิชาการเข้ากับการปฏิบัติจริงในระดับท้องถิ่นเพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็ง

ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร นิสิต และเครือข่ายภาคประชาชน ถือเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้ มหาวิทยาลัยนเรศวร สามารถขับเคลื่อนนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมและการจัดการทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้เกิดการลดปริมาณขยะฝังกลบ การส่งเสริม เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และการพัฒนาสถาบันสู่การเป็นมหาวิทยาลัยสีเขียวอย่างยั่งยืน

ม.นเรศวร มอบนโยบายขับเคลื่อนสภาข้าราชการ พนักงาน และลูกจ้าง มุ่งเน้นการบริหารงานอย่างโปร่งใส พร้อมดูแลสวัสดิการและพัฒนาความก้าวหน้าอย่างยั่งยืน

วันพุธที่ 24 กันยายน 2568 รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร ได้มอบนโยบายการบริหารงานของมหาวิทยาลัยแก่คณะกรรมการสภาข้าราชการ พนักงาน และลูกจ้าง มหาวิทยาลัยนเรศวร ณ ห้องประชุมนเรศวร 308 อาคารสำนักงานอธิการบดี เพื่อขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ทิศทางที่ยั่งยืน

การประชุมในครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้คณะกรรมการฯ ซึ่งเป็นตัวแทนของบุคลากรในทุกภาคส่วน ได้รับทราบถึงนโยบายและทิศทางที่สำคัญของมหาวิทยาลัย เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนเพื่อรักษาผลประโยชน์ขององค์กรให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยมุ่งเน้นการสร้างความร่วมมือและความเข้าใจอันดีระหว่างผู้บริหารและบุคลากรทุกระดับภายใต้หลักธรรมาภิบาลและความโปร่งใส

การดำเนินงานของมหาวิทยาลัยยังคงยึดมั่นในแนวทางหลักตามหลักการบริหารที่มุ่งเน้น การเพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย และเพิ่มประสิทธิภาพ ให้เกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุด พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพชีวิตและการทำงานของบุคลากรสายสนับสนุน ซึ่งถือเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนพันธกิจต่างๆ ให้ดำเนินไปได้อย่างราบรื่นและมั่นคง

ในด้านการดูแลสวัสดิการและการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญกับการพิจารณาด้านสวัสดิการที่เหมาะสมกับยุคสมัย รวมถึงการสนับสนุนให้บุคลากรสามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์ต่างๆ ได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจที่ดีในการปฏิบัติงานประจำวันของบุคลากรทุกคน

สำหรับการพัฒนาความก้าวหน้าในสายอาชีพ ได้มีการเน้นย้ำถึงแนวทางการส่งเสริมให้บุคลากรเติบโตในตำแหน่งหน้าที่ที่สูงขึ้น โดยการพิจารณาจะอยู่บนพื้นฐานของความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ และผลงานที่เป็นรูปธรรม เพื่อเปิดโอกาสให้บุคลากรทุกคนมีความก้าวหน้าอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม

บรรยากาศภายในงานยังได้มีพิธีส่งมอบงานระหว่าง นางปทุมพร อโหสิ ประธานสภาข้าราชการฯ คนเดิม และ นายมงคล กลั่นทรัพย์ ประธานสภาข้าราชการฯ คนใหม่ เพื่อส่งต่อภารกิจสำคัญในการเป็นกระบอกเสียงและพิทักษ์สิทธิประโยชน์ของบุคลากรให้ดำเนินต่อไปอย่างราบรื่น

การมอบนโยบายและการขับเคลื่อนผ่านองค์กรตัวแทนบุคลากรในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี มีความเท่าเทียม และสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อร่วมกันพัฒนาสถาบันให้เจริญก้าวหน้าและดูแลบุคลากรอย่างครอบคลุมในทุกมิติ

ม.นเรศวร ติดตามการบำรุงรักษาสถานีไฟฟ้าย่อย เพื่อเพิ่มความมั่นคงของระบบไฟฟ้าและใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า

วันเสาร์ที่ 27 กันยายน 2568 นายรุ่งรัตน์ พระนาค ผู้อำนวยการกองอาคารสถานที่ ลงพื้นที่สถานีไฟฟ้าย่อย มหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อตรวจเยี่ยมและติดตามความคืบหน้าการบำรุงรักษา โดยมุ่ง ยกระดับประสิทธิภาพการจ่ายกระแสไฟฟ้า ให้รองรับการใช้พลังงานภายในมหาวิทยาลัยได้อย่างต่อเนื่องและมีเสถียรภาพ

สถานีไฟฟ้าย่อยเป็นส่วนสำคัญของระบบจ่ายไฟฟ้าภายในมหาวิทยาลัย การดูแลรักษาอุปกรณ์และระบบที่เกี่ยวข้องอย่างสม่ำเสมอ ช่วยให้สามารถติดตามสภาพการทำงานและวางแผนแก้ไขปัญหาได้อย่างเหมาะสม ลดโอกาสเกิดเหตุขัดข้องที่อาจกระทบต่อการเรียนการสอน การวิจัย การให้บริการ และการปฏิบัติงานของหน่วยงานต่าง ๆ

การลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนถึงความสำคัญของ การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน ซึ่งเป็นแนวทางดูแลระบบไฟฟ้าก่อนเกิดความเสียหาย การติดตามความคืบหน้าของงานบำรุงรักษาช่วยให้การดำเนินงานเป็นไปตามแผน และสนับสนุนการจัดการความเสี่ยงด้านพลังงานของมหาวิทยาลัยในระยะยาว

นอกจากความต่อเนื่องในการจ่ายไฟฟ้าแล้ว การบำรุงรักษายังช่วยส่งเสริมการ ใช้อุปกรณ์อย่างคุ้มค่า ยืดอายุการใช้งาน และลดความเสียหาย ที่อาจเกิดขึ้นกับระบบไฟฟ้า เมื่ออุปกรณ์ได้รับการดูแลตามความเหมาะสม มหาวิทยาลัยย่อมสามารถวางแผนการใช้ทรัพยากรและงบประมาณสำหรับการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนอุปกรณ์ได้อย่างรอบคอบยิ่งขึ้น

ระบบไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพเป็นพื้นฐานของการบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะช่วยให้หน่วยงานต่าง ๆ สามารถดำเนินกิจกรรมได้ตามปกติ และเอื้อต่อการติดตามการใช้พลังงานภายในอาคารและพื้นที่ของมหาวิทยาลัย การดูแลโครงสร้างพื้นฐานควบคู่กับการใช้ไฟฟ้าอย่างเหมาะสมจึงเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ

ในด้านสิ่งแวดล้อม การลดความเสียหายและยืดอายุอุปกรณ์ช่วยลดความจำเป็นในการผลิต จัดหา และกำจัดอุปกรณ์ทดแทนก่อนเวลาอันควร แนวทางดังกล่าวมีส่วนช่วยลดการใช้ทรัพยากรและผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการใช้ไฟฟ้าจะต้องอาศัยข้อมูลการใช้พลังงานและผลการดำเนินงานที่ตรวจสอบได้

มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับการดูแลโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน เพื่อรองรับภารกิจของมหาวิทยาลัยและการพัฒนาอย่างยั่งยืน การติดตามงานบำรุงรักษาสถานีไฟฟ้าย่อยในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความมั่นคงของระบบไฟฟ้า ส่งเสริมการใช้อุปกรณ์อย่างคุ้มค่า และเตรียมความพร้อมต่อความต้องการใช้พลังงานของมหาวิทยาลัยในอนาคต

ม.นเรศวร เปิดคลินิกวัคซีน เสริมภูมิคุ้มกันให้ประชาชนทุกช่วงวัย

วันอาทิตย์ที่ 21 กันยายน 2568 คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร เปิดให้บริการ คลินิกวัคซีนผู้ใหญ่ เพื่อให้คำแนะนำและบริการวัคซีนแก่ประชาชนตามช่วงอายุ ปัจจัยเสี่ยง และข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ โดยมีอาจารย์แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ผู้เชี่ยวชาญดูแล

แม้คลินิกจะใช้ชื่อคลินิกวัคซีนผู้ใหญ่ แต่มีบริการวัคซีนที่ครอบคลุมผู้รับบริการในช่วงวัยต่าง ๆ ตามประเภทของวัคซีนและคำแนะนำของแพทย์ เพื่อสนับสนุนการป้องกันโรคแก่ประชาชนและครอบครัวอย่างเหมาะสม

บริการวัคซีนประกอบด้วยวัคซีนสำคัญสำหรับการป้องกันโรค อาทิ วัคซีนเอ็มเอ็มอาร์ ป้องกันโรคหัด คางทูม และหัดเยอรมัน รวมถึงวัคซีนป้องกันไข้เลือดออก ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์การรับวัคซีน

การรับวัคซีนอย่างครบถ้วนช่วยลดโอกาสเกิดโรคและภาวะแทรกซ้อนที่อาจรุนแรงได้ ผู้รับบริการจึงควรรับคำปรึกษาจากบุคลากรทางการแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสมของวัคซีนแต่ละชนิดก่อนเข้ารับบริการ

คลินิกให้ความสำคัญกับการให้ข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อให้ประชาชนตัดสินใจด้านสุขภาพได้อย่างมั่นใจ ทั้งเรื่องจำนวนเข็ม ระยะห่างในการรับวัคซีน และแนวทางปฏิบัติตัวที่เหมาะสมภายหลังรับวัคซีน

การให้บริการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของ การสร้างเสริมสุขภาพ (Health Promotion) ที่มุ่งเน้นการป้องกันโรคก่อนการเจ็บป่วย ช่วยให้ประชาชนมีภูมิคุ้มกันที่เหมาะสมและสามารถดูแลสุขภาพของตนเองได้อย่างต่อเนื่อง

คลินิกวัคซีนผู้ใหญ่ตั้งอยู่ ณ อาคารสิรินธร ชั้น 3 โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร เปิดให้บริการวันจันทร์–วันศุกร์ เว้นวันหยุดราชการ ผู้สนใจสามารถสอบถามหรือจองคิวได้ที่หมายเลข 0 5596 5501 และ 0 5596 5051

ม.นเรศวร จัดกิจกรรม “PLANET LOVING ZONE” สร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน

วันศุกร์ที่ 26 กันยายน 2568 คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรม “PLANET LOVING ZONE พื้นที่นี้รักษ์โลก” เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และสร้างความตระหนักด้าน การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน ผ่านกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้นิสิต บุคลากร และประชาชนทั่วไปได้มีส่วนร่วมในการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ณ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ภายในงานมีการจัด นิทรรศการด้านโลกร้อนและสิ่งแวดล้อม ถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับสาเหตุ ผลกระทบ และแนวทางการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมนำเสนอแนวทางการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ทรัพยากรในชีวิตประจำวัน เพื่อสร้างความเข้าใจและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม

กิจกรรมยังประกอบด้วย ร้านค้ากว่า 16 ร้าน ที่ร่วมสนับสนุนแนวคิดการบริโภคอย่างรับผิดชอบ โดยนำเสนอสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่คำนึงถึงการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดการสร้างของเสีย และสนับสนุนการใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยสร้างความตระหนักถึงบทบาทของผู้บริโภคในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมผ่านการเลือกซื้อและการใช้สินค้าอย่างเหมาะสม

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเกมและกิจกรรมสร้างสรรค์ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติ เสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดการทรัพยากร การลดขยะ การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการปลูกฝังจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับการบูรณาการ องค์ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อม การเรียนการสอน และการบริการวิชาการ เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างคณะ หน่วยงานภายในมหาวิทยาลัย ภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน ในการร่วมกันพัฒนากิจกรรมและแนวปฏิบัติที่ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน และสร้างสังคมที่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

กิจกรรม PLANET LOVING ZONE ยังเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้นิสิต บุคลากร และผู้เข้าร่วมได้แลกเปลี่ยนแนวคิดและประสบการณ์ด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม พร้อมสร้างแรงบันดาลใจในการนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ตลอดจนส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการลดของเสีย การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการสร้าง สังคมที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ผ่านการส่งเสริมความรู้ การมีส่วนร่วม และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านการบริโภคและการใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ เพื่อร่วมกันลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกมิติ

ม.นเรศวร จัดบรรยายพิเศษกฎหมายสิ่งแวดล้อม มุ่งขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

วันพุธที่ 17 กันยายน 2568 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรมบรรยายพิเศษ หัวข้อ “กฎหมายสิ่งแวดล้อมกับการพัฒนาที่ยั่งยืน : กรณีศึกษามาตรการส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า” ณ ห้อง 2-311 อาคารเรียนปราบไตรจักร 2 มหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และเปิดมุมมองด้านกฎหมายสิ่งแวดล้อมให้แก่นิสิตหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต ชั้นปีที่ 4

การบรรยายครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.สุรศักดิ์ บุญเรือง อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง เป็นวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ โดยกิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการจัดการเรียนการสอนในรายวิชา กฎหมายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ที่มุ่งบูรณาการองค์ความรู้ทางกฎหมายเข้ากับสถานการณ์และประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน

เนื้อหาการบรรยายให้ความสำคัญกับการรับมือ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผ่านบทบาทของกฎหมายและนโยบายสาธารณะ โดยยกกรณีศึกษา อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เป็นตัวอย่างของการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาด ซึ่งมีส่วนช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของมาตรการทางกฎหมายในการสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจที่ควบคู่กับการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม

อีกประเด็นสำคัญคือการสร้าง สถาบันที่เข้มแข็ง และกระบวนการยุติธรรมที่มีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับการพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ การออกแบบกฎหมายและมาตรการกำกับดูแลจำเป็นต้องมีความโปร่งใส เป็นธรรม และสามารถบังคับใช้ได้จริง เพื่อคุ้มครองสิทธิของทุกภาคส่วน ทั้งภาคธุรกิจ ประชาชน และสังคมโดยรวม

นอกจากการเรียนรู้หลักนิติธรรมแล้ว กิจกรรมยังเปิดโอกาสให้นิสิตได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและวิเคราะห์บทบาทของกฎหมายในการกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศ พร้อมทั้งทำความเข้าใจความเชื่อมโยงระหว่างกฎหมาย สิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี และนโยบายสาธารณะ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาอย่างยั่งยืนในอนาคต

การบรรยายครั้งนี้ช่วยเสริมสร้างทักษะการคิดวิเคราะห์และการประยุกต์ใช้องค์ความรู้ทางกฎหมาย เพื่อให้นิสิตสามารถประเมินผลกระทบของมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมและนโยบายภาครัฐได้อย่างรอบด้าน ตระหนักถึงบทบาทของนักกฎหมายในการสนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ การคุ้มครองสิ่งแวดล้อม และการสร้างความเป็นธรรมให้แก่สังคม

การดำเนินกิจกรรมของคณะนิติศาสตร์ในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการผลิตบัณฑิตที่มีความรู้ ความรับผิดชอบต่อสังคม และตระหนักถึงความสำคัญของกฎหมายในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศอย่างสมดุล โดยใช้องค์ความรู้ทางกฎหมายเป็นเครื่องมือสนับสนุนการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การคุ้มครองสิ่งแวดล้อม และการสร้างสังคมที่ยั่งยืนสำหรับคนรุ่นปัจจุบันและอนาคต

ม.นเรศวร ชู 3 งานวิจัยเด่นเวที Talent Mobility Showcase มุ่งสานพลังอุตสาหกรรมและนวัตกรรมยั่งยืน

วันอังคารที่ 16 กันยายน 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร โดย อุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร นำโดย ดร.เศรษฐา ตั้งค้าวานิช รักษาการรองผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ฯ นำคณะผู้บริหารและนักวิจัยเข้าร่วมกิจกรรม Talent Mobility Showcase ณ ห้องประชุมพญาไท 1–2 โรงแรมอีสติน แกรนด์ พญาไท กรุงเทพมหานคร

การจัดกิจกรรมระดับชาตินี้ดำเนินการโดย สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ซึ่งมีเป้าหมายหลักในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีและการวิจัยของประเทศ เพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษาและอุตสาหกรรม ให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และทรัพยากรที่สามารถนำไปต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ภายในงาน มหาวิทยาลัยนเรศวรได้คัดเลือกและนำเสนอผลงานวิจัยเด่นจำนวน 3 โครงการ เริ่มต้นด้วยโครงการ การพัฒนาคอนกรีตพิเศษสำหรับพื้นฟาร์มสุกร นำโดย รศ.ดร.พงษ์ธร จุฬพันธ์ทอง ซึ่งเป็นการพัฒนานวัตกรรมวัสดุก่อสร้างร่วมกับบริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) เพื่อยกระดับมาตรฐานโครงสร้างพื้นฐานในภาคปศุสัตว์ให้มีความแข็งแรงและทนทานต่อการใช้งานในระดับอุตสาหกรรม

โครงการที่สองคือ การพัฒนาชุดสับฟางข้าวสำหรับรถเกี่ยวนวดข้าว เพื่อลดการเผาฟางในนาข้าว โดย ผศ.ดร.รัตนา การุญบุญญานันท์ ซึ่งเป็นการวิจัยร่วมกับ บริษัท เกษตรพัฒนาอุตสาหกรรม จำกัด ผลงานนี้ถือเป็นนวัตกรรมที่สำคัญในการพัฒนากระบวนการผลิตทางการเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และช่วยแก้ปัญหามลพิษทางอากาศจากภาคการเกษตร

โครงการที่สามได้แก่ การเพิ่มมูลค่าการใช้ประโยชน์ของเถ้าลอยชีวมวล เพื่อเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุนการผลิตอ้อยและมันสำปะหลัง นำโดย รศ.ดร.จรัณธร บุญญานุภาพ ร่วมกับ บริษัท สหกรีน ฟอเรสท์ จำกัด ซึ่งเป็นการนำของเหลือทิ้งจากกระบวนการผลิตมาหมุนเวียนใช้ประโยชน์ใหม่ สนับสนุนการลดต้นทุนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่อุตสาหกรรมการเกษตร

นอกจากการนำเสนอผลงานวิจัยเชิงประจักษ์แล้ว ภายในงานยังมีการจัดเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างนักวิจัยและผู้ประกอบการ รวมถึงการประชุมผู้บริหารเครือข่ายศูนย์อำนวยความสะดวกทั่วประเทศ เพื่อกำหนดทิศทางและนโยบายในการขับเคลื่อนงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์จริงในระบบเศรษฐกิจ

การเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการเป็นฟันเฟืองสำคัญเพื่อสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ตอบสนองต่อความต้องการของภาคเอกชน การผนึกกำลังอย่างใกล้ชิดระหว่างเครือข่ายพันธมิตรจะช่วยสร้างรากฐานที่แข็งแกร่ง นำไปสู่การยกระดับขีดความสามารถทางอุตสาหกรรมของประเทศให้ก้าวหน้าอย่างมั่นคงต่อไป

ม.นเรศวร จัดกิจกรรม MS2O Organic Market ส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ เชื่อมโยงผู้ผลิตสู่ผู้บริโภคอย่างยั่งยืน

กันยายน 2568 คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรม MS2O Organic Market ประจำเดือนกันยายน 2568 เพื่อส่งเสริมการบริโภคอาหารที่ปลอดภัย สนับสนุนสินค้าเกษตรอินทรีย์จากผู้ผลิตท้องถิ่น และสร้างพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้ผลิต ผู้บริโภค และชุมชน ภายใต้แนวคิดการพัฒนาระบบอาหารที่ยั่งยืนและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า

ภายในงานมีการจำหน่าย ผัก ผลไม้ ผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ และอาหารคุณภาพ จากผู้ผลิตท้องถิ่นที่นำผลผลิตส่งตรงจากแหล่งผลิตถึงผู้บริโภค ช่วยเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้แก่เกษตรกร สร้างรายได้ให้ชุมชน และส่งเสริมให้ผู้บริโภคเข้าถึงอาหารที่ปลอดภัย สดใหม่ และมีคุณค่าทางโภชนาการ

กิจกรรมเด่นประจำเดือน คือ MINI Workshop “สบู่ใบฝรั่ง” โดย คุณณัฐวรารินทร์ เม่งมั่งมี จากณัฐวรารินทร์ฟาร์ม ซึ่งถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการผลิตสบู่จากวัตถุดิบธรรมชาติ พร้อมแบ่งปันแนวทางการนำทรัพยากรในท้องถิ่นมาเพิ่มมูลค่า และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อลดการใช้สารเคมีและส่งเสริมการใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

การจัดเวิร์กชอปครั้งนี้ยังเป็นการเผยแพร่ ภูมิปัญญาท้องถิ่น และสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้เข้าร่วมเห็นคุณค่าของการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า ผ่านการเรียนรู้จากผู้ผลิตโดยตรง ซึ่งสามารถนำองค์ความรู้ไปต่อยอดในการดำเนินชีวิต การสร้างอาชีพ หรือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนได้ในอนาคต

นอกจากการเป็นตลาดจำหน่ายสินค้าแล้ว MS2O Organic Market ยังเป็นพื้นที่แห่งการสร้าง เครือข่ายความร่วมมือ ระหว่างมหาวิทยาลัย เกษตรกร ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค เพื่อสนับสนุนระบบอาหารที่ยั่งยืน ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการผลิต การแปรรูป และการบริโภคอย่างรับผิดชอบ ตลอดจนสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานรากของชุมชน

การดำเนินกิจกรรมดังกล่าวสะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการส่งเสริม ความมั่นคงทางอาหาร การบริโภคและการผลิตอย่างรับผิดชอบ และการสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วน โดยสนับสนุนเกษตรกรไทยให้มีช่องทางจำหน่ายผลผลิต เพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจ พร้อมสร้างความตระหนักแก่ผู้บริโภคในการเลือกใช้สินค้าเกษตรอินทรีย์และผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

กิจกรรม MS2O Organic Market เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ผ่านการเชื่อมโยงผู้ผลิตกับผู้บริโภค การสนับสนุนเกษตรอินทรีย์ การส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย ชุมชน และผู้ประกอบการ เพื่อร่วมกันพัฒนาระบบอาหารที่ปลอดภัย สร้างรายได้ให้เกษตรกร และใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าเพื่อประโยชน์ของสังคมและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin