Archives 2025

ม.นเรศวร จัดประกวดนวัตกรรมรักษ์โลก ขับเคลื่อนความร่วมมือสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

วันพฤหัสบดีที่ 20 กุมภาพันธ์ 2568 กองบริการการศึกษา โดยงานจัดการวิชาศึกษาทั่วไป ร่วมกับคณาจารย์วิชาวิทยาศาสตร์ในชีวิตประจำวัน มหาวิทยาลัยนเรศวร ดำเนินการจัดการประกวดผลงานการพัฒนา “นวัตกรรมรักษ์โลก” ณ โถงชั้น 1 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา บรมราชินีนาถ

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมให้นิสิตได้ตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้พัฒนาความคิดสร้างสรรค์ในการคิดค้นนวัตกรรมที่ช่วยลดผลกระทบต่อโลก ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการสร้างรูปแบบการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน

กิจกรรมดังกล่าวมุ่งเน้นให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้แนวทางการพัฒนา เทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ผ่านการแสดงทางวิทยาศาสตร์และกระบวนการคิดอย่างเป็นระบบ ซึ่งตอกย้ำถึงความสำคัญของการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการระหว่างคณาจารย์และนิสิต ในการเผยแพร่องค์ความรู้ด้านการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

ในปีนี้ โครงการได้รับความสนใจและการตอบรับอย่างดีเยี่ยม โดยมีนิสิตเข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 779 คน และมีการส่งผลงานเข้าประกวดทั้งหมด 29 ผลงาน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงพลังของคนรุ่นใหม่ที่มุ่งมั่นจะช่วยลดขยะ ลดการสูญเปล่าของทรัพยากร และบรรเทาภาวะโลกร้อนอย่างเป็นรูปธรรม

สำหรับผลการประกวดที่โดดเด่น รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ผลงาน “บ่อดักไขมัน 2 in1” ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ช่วยลดการปล่อยไขมันลงสู่แหล่งน้ำ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 คือ ผลงาน “Pure Flow ไหลสะอาด ไร้ไขมัน” ที่ออกแบบระบบกรองน้ำมันจากครัวเรือนก่อนปล่อยลงท่อน้ำเสีย และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ผลงาน “ถนนชาร์ทรถ EV ด้วยระบบโซล่าเซลล์” ที่สนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

นอกจากนี้ยังมีผลงานที่ได้รับรางวัลชมเชย ซึ่งส่งเสริมแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน ได้แก่ “Second Life จากของเหลือใช้” และ “กิ๊ฟเซ็ตกระเป๋ารักษ์โลก และเครื่องประดับจากขวดพลาสติก” ที่เปลี่ยนขยะพลาสติกให้เป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าใหม่ รวมถึงผลงาน “บ้านที่หายใจได้” ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มการไหลเวียนของอากาศและลดการใช้พลังงานไฟฟ้า

ความสำเร็จของการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างสรรค์แนวทางใหม่เพื่อการดูแลรักษาโลก ตอกย้ำแนวคิดการพัฒนาองค์กรผ่านนวัตกรรมที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็งเพื่ออนาคตที่ดียิ่งขึ้นของสังคมต่อไป

ม.นเรศวร เปิดบ้านต้อนรับน้องๆ ในงาน NU OPEN HOUSE 2025 หนุนโอกาสสมัครและเข้าศึกษาของนิสิตหญิงอย่างเท่าเทียม

วันเสาร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 กองบริการการศึกษา มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรมเปิดบ้านมหาวิทยาลัยนเรศวร หรือ NU OPEN HOUSE 2025 โดยได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.วัฒนา พัดเกตุ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม พร้อมทั้งให้เกียรติบรรยายพิเศษบอกเล่าเกี่ยวกับการเตรียมตัวและแนวทางการมาศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและเตรียมความพร้อมให้กับนักเรียนจากทั่วประเทศที่เดินทางมาร่วมงานในครั้งนี้

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้สอดคล้องกับนโยบายด้านการศึกษาที่มีคุณภาพ (Quality Education) ของมหาวิทยาลัย ซึ่งมุ่งเน้นการให้ความสำคัญต่อการเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาของนักเรียนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียมและครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มนักเรียนยากจน นักเรียนพิการ และนักเรียนไร้สัญชาติ เพื่อให้ทุกคนได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ สร้างทักษะที่จำเป็นในการประกอบวิชาชีพในอนาคต พร้อมทั้งสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิตและการสร้างความร่วมมือเพื่อพัฒนาการศึกษาและการวิจัยที่มีคุณภาพร่วมกับทุกภาคส่วนทั้งในและต่างประเทศ

ควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพการศึกษา มหาวิทยาลัยนเรศวรยังได้ขับเคลื่อนนโยบายด้านความเท่าเทียมกันทางเพศ (Gender Equality) อย่างเป็นรูปธรรม โดยให้ความสำคัญต่อการยุติการเลือกปฏิบัติทุกรูปแบบที่มีต่อผู้หญิง เพื่อให้ทุกคนมีสิทธิและมีโอกาสที่เท่าเทียมกันในมหาวิทยาลัย พร้อมทั้งขจัดความรุนแรงและการกระทำทางเพศทุกรูปแบบ รวมถึงกำหนดแนวทางส่งเสริมความเสมอภาคและความหลากหลายทางเพศอย่างเคร่งครัด

มาตรการและนโยบายดังกล่าวสะท้อนผ่านการดำเนินงานจริงในการสนับสนุนและส่งเสริมโอกาสของผู้หญิง ทั้งในด้านการสมัคร การพิจารณารับเข้า และการเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาของมหาวิทยาลัยนเรศวร โดยผู้หญิงไม่เคยถูกเลือกปฏิบัติในกระบวนการรับสมัคร และได้รับการดูแลสนับสนุนอย่างเท่าเทียมในทุกหลักสูตร เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเอื้อต่อความสำเร็จในการศึกษา

ภายในงาน NU OPEN HOUSE 2025 เต็มไปด้วยสาระและความรู้รอบด้าน โดยมีกิจกรรมไฮไลต์ประกอบด้วย การบรรยายหลักสูตรเด่นจากคณะและวิทยาลัยต่างๆ การถ่ายทอดประสบการณ์การใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยจากรุ่นพี่สู่รุ่นน้อง ตลอดจนการจัดนิทรรศการประชาสัมพันธ์หลักสูตรจากทุกคณะและวิทยาลัย เพื่อให้นักเรียนและผู้ปกครองได้รับข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วนสำหรับการตัดสินใจศึกษาต่อ

นอกจากสาระวิชาการแล้ว ภายในงานยังสร้างความประทับใจและความสนุกสนานให้กับผู้เข้าร่วมงานด้วยกิจกรรมนำชมภูมิทัศน์รอบมหาวิทยาลัยโดยรถไฟฟ้า บรรยากาศภายในงานเป็นไปด้วยความคึกคัก สนุกสนาน และอบอุ่น เปิดโอกาสให้น้องๆ นักเรียนได้สัมผัสกับบรรยากาศการเรียนจริง สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ และความเป็นอยู่ภายในมหาวิทยาลัยนเรศวรอย่างใกล้ชิด

ความสำเร็จของการจัดงานและการดำเนินนโยบายรอบด้านในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการสร้างหลักประกันว่าทุกคนจะได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ ควบคู่กับการบรรลุความเสมอภาคระหว่างเพศและการเสริมอำนาจให้แก่สตรี เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนและเตรียมความพร้อมให้เยาวชนไทยเติบโตเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาสังคมและประเทศชาติต่อไปอย่างยั่งยืน

NU Art & Craft Fun Fair 2025: เทศกาลแห่งศิลปะ ความรัก และกลิ่นหอมของกาแฟ

มหาวิทยาลัยนเรศวรจัดงาน “NU Art & Craft Fun Fair 2025” ซึ่งเป็นโครงการที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ภายใต้แนวคิดที่เชื่อมโยงกันระหว่าง เทศกาลแห่งความรัก ผู้คน ดนตรี และกลิ่นหอมของกาแฟ โดยมี ดร.พิสุทธิ์ อภิชยกุล รองอธิการบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์และการถ่ายทอดเทคโนโลยี เป็นประธานในพิธีเปิด โครงการนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือของหน่วยงานทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย เพื่อทำให้มหาวิทยาลัยนเรศวรเป็น Creative Art Space ที่สำคัญของเมืองพิษณุโลกและเป็นพื้นที่สาธารณะสำหรับการแสดงออกด้านศิลปวัฒนธรรมเชิงสร้างสรรค์

ในปีนี้ งาน NU Art & Craft Fun Fair 2025 ได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรหลายภาคส่วน เช่น วิทยาลัยเพื่อการค้นคว้าระดับรากฐาน ตลาดประชารัฐ กลุ่มผู้ประกอบการร้านกาแฟ และศิลปินผู้สร้างสรรค์งานคราฟท์จากจังหวัดสุโขทัยและพิษณุโลก โดยมีการจัดกิจกรรมหลากหลายที่สะท้อนถึงศิลปะ วัฒนธรรม และความยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็น การแสดง Lanna Fashion โดยนิสิตชมรมสืบสานล้านนา ที่นำเสนอความหลากหลายของอัตลักษณ์การแต่งกายกลุ่มชาติพันธุ์ล้านนา ภายใต้แนวคิด “Flower of ล้านนา” และ การแสดง Upcycled Fashion ที่มุ่งเน้นการออกแบบร่วมสมัยด้วยวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มุ่งสู่เศรษฐกิจแบบยั่งยืน

อีกหนึ่งไฮไลต์ของงานคือ การแสดงดนตรีและศิลปะที่ผสานกันอย่างลงตัว เช่น การแสดง Art & Craft NU Dance โดยนิสิตโครงการลูกพระฆเนศ NU Band และ การแสดง Fingerstyle Guitar x Coffee Painting โดย อาจารย์กวิน ภูศรีเทศ แชมป์ Overdrive Acoustic Guitar Contest 2020 และ คุณพัชรพล เสริมสุข ศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่เต็มไปด้วยอารมณ์และพลัง นอกจากนี้ ยังมีนิทรรศการศิลปะยามค่ำคืน การแสดงดนตรี และกิจกรรมนันทนาการที่เปิดโอกาสให้นิสิตและประชาชนทั่วไปได้มีส่วนร่วมในบรรยากาศแห่งศิลปะและความสุข

วันสุดท้ายของงาน นับเป็นช่วงเวลาที่เปี่ยมไปด้วยบรรยากาศในฝันของใครหลายคน ลานด้านหน้าหอศิลป์มหาวิทยาลัยนเรศวร กลายเป็นพื้นที่ที่ผสมผสาน ความคิดสร้างสรรค์และอิสระ อย่างลงตัว ภายใต้คอนเซ็ปต์ “กาแฟกับงานฝีมือ” ซึ่งได้รับความนิยมจากผู้เข้าร่วมเป็นอย่างมาก ที่นี่เป็นจุดรวมตัวของ ชุมชนศิลปะและงานฝีมือ ที่เปิดโอกาสให้ชาวบ้านจากหลากหลายพื้นที่เข้ามาสอนทักษะศิลปะประดิษฐ์ เช่น การเย็บย่าม เย็บตุ๊กตา และงานวาดภาพ ซึ่งช่วยส่งต่อองค์ความรู้จากรุ่นสู่รุ่น พร้อมทั้งเปิดพื้นที่ให้นิสิตและประชาชนทั่วไปได้เรียนรู้และฝึกฝนฝีมือ

งานนี้ยังเชื่อมโยง ชุมชนกับศิลปะ ผ่านบรรยากาศสบายๆ ที่มี นักดนตรีอาสามาขับกล่อม ควบคู่กับ บูธร้านอาหารและกาแฟจากผู้ประกอบการท้องถิ่น ที่มาประชันรสชาติจากเวทีแข่งขันระดับประเทศ นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้เยาวชน ครอบครัว และตัวแทนชุมชนได้มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสร้างสรรค์ผลงานร่วมกัน รวมถึงการสนับสนุน พ่อค้าแม่ค้ารุ่นใหม่ ที่ต้องการอวดฝีมือด้านอาหารและเครื่องดื่มแปลกใหม่

NU Art & Craft Fun Fair 2025 ไม่เพียงเป็นงานที่มอบความสนุกและแรงบันดาลใจ แต่ยังเป็น ต้นแบบของพื้นที่สร้างสรรค์ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงออกอย่างเสมอภาค สอดคล้องกับ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG 5) ที่ส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศและการมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียมกัน นอกจากนี้ยังตอบโจทย์ SDG 11 ที่ส่งเสริมให้เมืองและชุมชนมีความยั่งยืนผ่านศิลปะ วัฒนธรรม และการมีส่วนร่วมของประชาชน

ที่มา: กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร ร่วมยินดีกับรางวัลวิจัยด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมทางทะเล

วันอาทิตย์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2567 มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยศาสตราจารย์ ดร.กรกนก อิงคนินันท์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม พร้อมด้วยผู้บริหารกองการวิจัยและนวัตกรรม ได้เข้าร่วมแสดงความยินดีแก่นักวิจัยที่ได้รับรางวัลการวิจัยแห่งชาติ ประจำปี 2567 หนึ่งในนั้นคือ ดร.สุชานัน หรรษอุดม ผู้ได้รับรางวัลวิทยานิพนธ์ระดับดี สาขานิติศาสตร์ จากผลงานวิจัยเรื่อง “การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมในการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมทางทะเลจากการพัฒนากังหันลมนอกชายฝั่งในประเทศไทย”

ผลงานวิจัยดังกล่าวถือเป็นการบูรณาการระหว่างกฎหมาย สิ่งแวดล้อม และพลังงานหมุนเวียน เพื่อสร้างแนวทางการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการพัฒนากังหันลมนอกชายฝั่ง ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานสะอาดที่กำลังได้รับความสนใจในประเทศไทยและทั่วโลก แต่ในขณะเดียวกันก็อาจส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศทะเลและการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตใต้ทะเล

การคุ้มครองสิ่งแวดล้อมทางทะเล จึงเป็นหัวใจหลักของงานวิจัย โดยมุ่งเน้นการสร้างสมดุลระหว่างการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเลเพื่อการผลิตพลังงานสะอาด กับการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ งานวิจัยนี้ยังนำเสนอกรอบกฎหมายและมาตรการควบคุมที่ช่วยป้องกันผลกระทบในระยะยาว

นอกจากนี้ยังเป็นงานที่ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของ การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมเชิงรอบด้าน (Holistic EIA) ที่ไม่ได้พิจารณาเพียงด้านวิศวกรรมหรือเศรษฐกิจ แต่ครอบคลุมถึงผลกระทบต่อระบบนิเวศ บริเวณชายฝั่งทะเล และความมั่นคงด้านอาหารของชุมชนชายฝั่งที่พึ่งพาทะเลเป็นแหล่งทำกิน

การศึกษานี้ยังช่วยเสริมสร้างองค์ความรู้ใหม่ทางด้านกฎหมายสิ่งแวดล้อมของไทย โดยเสนอแนวทางปรับปรุงกระบวนการ EIA สำหรับโครงการพลังงานลมในทะเล ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ทั้งในแง่ของการมีส่วนร่วมของประชาชน การตรวจสอบผลกระทบระยะยาว และการกำหนดมาตรการเยียวยา

ผลลัพธ์ของงานวิจัยสามารถเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานรัฐ ภาคธุรกิจพลังงานหมุนเวียน และนักวิชาการ ในการกำหนดนโยบายและแนวทางปฏิบัติที่ลดความขัดแย้งระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจและการรักษาสิ่งแวดล้อมทางทะเล ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนในอนาคต

ในระดับนานาชาติ งานวิจัยนี้ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการขับเคลื่อนพลังงานสะอาดไปพร้อมกับการรักษาทะเลให้คงความอุดมสมบูรณ์ เพื่อให้สังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมก้าวเดินไปด้วยกันอย่างสมดุลและมั่นคง

รางวัลวิทยานิพนธ์ระดับชาติจึงไม่เพียงเป็นเกียรติแก่นักวิจัยเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งความหวังในการพัฒนาประเทศที่ใส่ใจทั้ง พลังงานสะอาดและการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมทางทะเล อย่างแท้จริง

มาทำความรู้จัก NU SDGs “ป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน” กันเถอะ

มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับ การพัฒนาอย่างยั่งยืน ผ่านแนวทาง NU SDGs (Naresuan University Sustainable Development Goals) ซึ่งเป็นการดำเนินงานที่สอดคล้องกับ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) โดยเฉพาะด้าน การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การจัดการทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยมุ่งมั่นเป็นแบบอย่างในการพัฒนาอย่างสมดุล ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการสร้างความตระหนักรู้และปลูกฝังแนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืนให้กับนิสิตและบุคลากร

เพื่อส่งเสริมความเข้าใจเกี่ยวกับ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) มหาวิทยาลัยได้จัดกิจกรรม การให้ความรู้ การอบรม และโครงการรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อม อาทิ โครงการให้ความรู้ด้านพลังงานสะอาด การจัดการขยะอย่างถูกต้อง และการใช้ทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ยังมีการบรรจุเนื้อหาด้านความยั่งยืนเข้าไปในหลักสูตรการเรียนการสอนในรายวิชาต่าง ๆ เพื่อให้นิสิตตระหนักถึงความสำคัญของ SDGs และสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้

มหาวิทยาลัยดำเนินโครงการและกิจกรรมที่ส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง เช่น โครงการปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียว การจัดการขยะอย่างเป็นระบบ และโครงการขยะทำเงิน เพื่อรณรงค์ให้เกิดการลด ใช้ซ้ำ และนำกลับมาใช้ใหม่ (3Rs) รวมถึงส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดในมหาวิทยาลัย ทั้งหมดนี้ได้รับความร่วมมือจาก บุคลากรทุกหน่วยงาน นิสิตที่สนใจ นิสิตจิตอาสา สโมสร และชมรมต่าง ๆ ในการมีส่วนร่วมพัฒนาโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน

การพัฒนาอย่างยั่งยืนของมหาวิทยาลัยนเรศวรไม่ได้จำกัดอยู่แค่ภายในรั้วมหาวิทยาลัยเท่านั้น แต่ยังมีการทำงานร่วมกับชุมชนและหน่วยงานภายนอกในการสร้างเครือข่าย “มหาวิทยาลัยสีเขียว” (Green University) ที่ส่งเสริมการใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและการลดผลกระทบต่อระบบนิเวศ กิจกรรมที่จัดขึ้นมีเป้าหมายเพื่อให้เกิดการเรียนรู้และลงมือปฏิบัติจริง ตลอดจนสร้างแรงบันดาลใจให้กับนิสิตและบุคลากรในการนำหลักการพัฒนาที่ยั่งยืนไปใช้ในชีวิตประจำวัน

นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยยังให้ความสำคัญกับ การวิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน โดยสนับสนุนงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การบริหารจัดการพลังงานสะอาด และการพัฒนาเทคโนโลยีที่ช่วยลดผลกระทบต่อธรรมชาติ ทั้งนี้เพื่อให้มหาวิทยาลัยเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ที่มีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้สังคมเกิดการเปลี่ยนแปลงสู่แนวทางที่ยั่งยืน

การดำเนินงานของมหาวิทยาลัยนเรศวรตามแนวทาง NU SDGs ถือเป็นส่วนหนึ่งของพันธกิจในการเป็นมหาวิทยาลัยที่รับผิดชอบต่อสังคม โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งบุคลากร นิสิต และชุมชน เพื่อร่วมกันสร้างอนาคตที่ดีกว่าและยั่งยืนสำหรับคนรุ่นต่อไป

ที่มา: งานบริการวิชาการ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร เสริมทักษะการช่วยชีวิตเบื้องต้นแก่นิสิตวิศวกรรมศาสตร์

วันจันทร์ที่ 6 มกราคม 2568 ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดการบรรยายพิเศษเรื่อง การปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่ใช้ฟื้นคืนชีพให้ผู้ที่หยุดหายใจหรือหัวใจหยุดเต้น (CPR) สำหรับนิสิตรายวิชา 302202 พื้นฐานอาชีวอนามัย ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม ณ ห้อง EN 617 อาคารเรียนรวม

การบรรยายได้รับเกียรติจากเรืออากาศตรียงยุทธ ยรรยงค์ จากกองบิน 46 เป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ด้านการช่วยเหลือผู้ประสบภาวะฉุกเฉิน เพื่อให้นิสิตมีความเข้าใจเกี่ยวกับการปฐมพยาบาลที่ถูกต้อง

เนื้อหาการเรียนรู้มุ่งเน้นความสำคัญของการประเมินสถานการณ์ การขอความช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว และการปฏิบัติการช่วยฟื้นคืนชีพเบื้องต้นในกรณีที่พบผู้หยุดหายใจหรือหัวใจหยุดเต้น

การมีความรู้ด้าน CPR ช่วยให้นิสิตสามารถตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินได้อย่างมีสติและเหมาะสม อันอาจช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตของผู้ประสบเหตุระหว่างรอการเข้าถึงบริการทางการแพทย์

กิจกรรมดังกล่าวยังเป็นการส่งเสริมความรู้ด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ซึ่งเป็นทักษะจำเป็นสำหรับการใช้ชีวิต การเรียน และการทำงานในอนาคต โดยเฉพาะการตระหนักรู้ถึงความปลอดภัยของตนเองและผู้อื่น

นอกจากนี้ การเรียนรู้ผ่านวิทยากรผู้มีประสบการณ์จากกองบิน 46 ยังสะท้อน ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับหน่วยงานภายนอก ในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และทรัพยากร เพื่อพัฒนาศักยภาพของนิสิตและเสริมสร้างความปลอดภัยแก่สังคม

การจัดการบรรยายพิเศษครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ในการพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ควบคู่กับทักษะชีวิต มีความรับผิดชอบต่อสังคม และร่วมสร้างเครือข่ายความร่วมมือเพื่อสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin