Archives July 2024

ม.นเรศวร จัดประชุมวิชาการ TNDR Conference เสริมความยืดหยุ่นรับภัยพิบัติ และสร้างความร่วมมือระดับเครือข่ายเพื่อสังคมที่ยั่งยืน

วันศุกร์ที่ 12 กรกฎาคม 2567 มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกับมหาวิทยาลัยในเครือข่ายพัฒนาความเข้มแข็งต่อภัยพิบัติไทย จัดการประชุมวิชาการวิจัยระดับชาติและนานาชาติ The 2nd TNDR Conference (National & International) ภายใต้หัวข้อ “ความยืดหยุ่นรับภัยพิบัติเพื่อสังคมที่ดีขึ้น (Be Better: Disaster Resilience for Better Society)” ณ ศูนย์แสดงนิทรรศการและการประชุมนเรศวรมหาราช (KNECC) โดยมี ดร.พิจิตต รัตตกุล ประธานเครือข่าย TNDR เป็นประธานเปิดงาน

การประชุมครั้งนี้ประกอบด้วยเวทีเสวนาที่หลากหลาย เริ่มจากประเด็น “ระบบนิเวศของการสนับสนุนการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์” โดยผู้ทรงคุณวุฒิจากหลายภาคส่วน ทั้งภาคการศึกษา ภาครัฐ และภาคเอกชน เช่น ดร.พิจิตต รัตตกุล, รศ.ดร.อภิชาต โสภาแดง, คุณเอกพงศ์ มุสิกะเจริญ และดร.ก่อศักดิ์ โตวรรธกวณิชย์ ซึ่งได้แลกเปลี่ยนมุมมองการนำองค์ความรู้ไปต่อยอดสู่การสร้างเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม

อีกหนึ่งประเด็นที่ได้รับความสนใจคือการเสวนาเครือข่าย TNDR ในหัวข้อ “โลกเดือด-สุดขั้วภัยพิบัติ จัดการน้ำอย่างไรให้รอด!!!” โดยผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการน้ำจากหลายองค์กร ทั้งภาครัฐและภาคธุรกิจ เช่น สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์กรมหาชน) บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) องค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ และมหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งร่วมกันแลกเปลี่ยนแนวทางการจัดการทรัพยากรน้ำเพื่อลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

นอกจากการเสวนาแล้ว ยังมีการนำเสนอผลงานวิจัยทั้งระดับชาติและนานาชาติ ที่สะท้อนถึงการสร้างองค์ความรู้ใหม่ในการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยพิบัติ รวมถึงการจัดนิทรรศการโปสเตอร์และบูธจากเครือข่าย TNDR ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้และสร้างเครือข่ายวิชาการและวิชาชีพที่เข้มแข็ง

การประชุมครั้งนี้เป็นเวทีสำคัญในการเสริมสร้างศักยภาพด้าน การรับมือภัยพิบัติ โดยเชื่อมโยงงานวิจัยกับการปฏิบัติจริง และผลักดันให้เกิดการบูรณาการความร่วมมือทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ เพื่อเตรียมความพร้อมในการเผชิญกับความท้าทายใหม่ ๆ จากวิกฤตสิ่งแวดล้อมและภัยธรรมชาติ

มหาวิทยาลัยนเรศวรในฐานะเจ้าภาพ ได้ตอกย้ำบทบาทของตนในการเป็นศูนย์กลางองค์ความรู้ด้านภัยพิบัติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยไม่เพียงเน้นการผลิตงานวิจัยเชิงวิชาการ แต่ยังให้ความสำคัญกับการนำไปใช้ประโยชน์จริงในการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจให้เข้มแข็งขึ้น

ความร่วมมือจากเครือข่าย TNDR ซึ่งประกอบด้วยมหาวิทยาลัย หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน แสดงถึงพลังการทำงานร่วมกันที่เป็นรูปธรรม เพื่อพัฒนากลไกการจัดการภัยพิบัติที่มีประสิทธิภาพ และสร้างความยั่งยืนให้กับสังคมในระยะยาว

ท้ายที่สุด การประชุม TNDR Conference ครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการสร้างสังคมที่มีความยืดหยุ่นต่อภัยพิบัติ ควบคู่กับการสร้างความร่วมมือระดับเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของชุมชน เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม นำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนในอนาคต

ม.นเรศวร เปิดจุดไฟแดง มอนอ. จุดที่ 3 เสริมความปลอดภัยทางถนน

วันศุกร์ที่ 12 กรกฎาคม 2567 กองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้ประกาศเตรียมเปิดให้บริการ ไฟแดง มอนอ. จุดที่ 3 ซึ่งเป็นไฟจราจรสำหรับคนข้ามถนน บริเวณหน้าคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยการติดตั้งครั้งนี้ใช้ พลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และรองรับการใช้งานได้อย่างยั่งยืน

การดำเนินงานดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อ เพิ่มความปลอดภัยแก่ผู้ใช้รถใช้ถนน ภายในมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะบริเวณที่มีการสัญจรของนิสิต บุคลากร และประชาชนทั่วไปที่มาใช้บริการในคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการจราจรค่อนข้างหนาแน่นในช่วงเวลาเร่งด่วน

การติดตั้งไฟแดง มอนอ. จุดที่ 3 นี้ ถือเป็นการสานต่อจากการติดตั้งไฟจราจรคนข้ามถนนในจุดอื่น ๆ ภายในมหาวิทยาลัย โดยมีเป้าหมายในการสร้าง ระบบการจราจรที่ปลอดภัยและเป็นระเบียบ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นจากการสัญจร

ไฟจราจรพลังงานแสงอาทิตย์ที่นำมาใช้ในการติดตั้งครั้งนี้ นอกจากช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้าแล้ว ยังสะท้อนถึงความใส่ใจด้านสิ่งแวดล้อมของมหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งมุ่งเน้นการเป็น มหาวิทยาลัยสีเขียว (Green University) ที่ให้ความสำคัญกับทั้งความปลอดภัยและความยั่งยืนควบคู่กัน

นอกจากนี้ ยังเป็นการรณรงค์สร้างวัฒนธรรมการใช้รถใช้ถนนที่มีความรับผิดชอบ โดยเน้นย้ำถึงการ หยุดรถให้คนข้ามทางม้าลาย และการขับขี่ด้วยความระมัดระวัง เพื่อปลูกฝังพฤติกรรมที่ปลอดภัยแก่ผู้ใช้ถนนทั้งในและนอกมหาวิทยาลัย

การจัดการจราจรที่ดีในพื้นที่การศึกษา ไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ แต่ยังช่วยสร้าง สภาพแวดล้อมเมืองที่น่าอยู่ ให้กับทุกคนที่ใช้ชีวิตประจำวันในมหาวิทยาลัย ทั้งนิสิต บุคลากร และชุมชนโดยรอบ ถือเป็นการผสานแนวคิดด้านความปลอดภัยเข้ากับการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน

มหาวิทยาลัยนเรศวรส่งเสริมด้านความปลอดภัย ผู้ใช้รถใช้ถนน ผ่านการพัฒนาระบบไฟจราจรและมาตรการดูแลความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยในการเป็นพื้นที่การเรียนรู้ที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม และเป็นต้นแบบของการจัดการจราจรที่ยั่งยืน

ม.นเรศวร จัดอบรม ENTREPRENEURIAL MINDSET “รู้ ก่อน เริ่ม สร้างธุรกิจของตัวเอง” ส่งเสริมแนวคิดนิสิตสู่การเป็นผู้ประกอบการ

วันเสาร์ที่ 6 กรกฎาคม 2567 รองศาสตราจารย์ ดร.วัฒนา พัดเกตุ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยนเรศวร ให้เกียรติเป็นประธานเปิดโครงการอบรม ENTREPRENEURIAL MINDSET “รู้ ก่อน เริ่ม สร้างธุรกิจของตัวเอง” จัดโดยกองบริการการศึกษา มหาวิทยาลัยนเรศวร ณ ห้องประชุม Gearlaxy Space อาคาร USIS คณะวิศวกรรมศาสตร์ โดยมีนิสิตจากหลายคณะให้ความสนใจเข้าร่วมกว่า 40 คน

โครงการนี้จัดขึ้นเพื่อสร้างความเข้าใจให้นิสิตเกี่ยวกับ แนวคิดในการเป็นผู้ประกอบการ การมองเห็นโอกาสทางธุรกิจ การเตรียมความพร้อมก่อนเริ่มต้นธุรกิจ ตลอดจนการเผชิญกับปัญหาและแนวทางแก้ไขที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในโลกการทำงานและการทำธุรกิจ

ภายในกิจกรรมมีการจัด workshop ที่ช่วยให้นิสิตได้ลงมือปฏิบัติจริง ควบคู่ไปกับการถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์จากผู้ประกอบการรุ่นใหม่และผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจดิจิทัล ทำให้นิสิตได้เรียนรู้ทั้งจากทฤษฎีและกรณีศึกษาที่เกิดขึ้นจริงในตลาด

นอกจากนี้ โครงการยังเปิดพื้นที่ให้นิสิตได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและไอเดียทางธุรกิจร่วมกัน เป็นการกระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ และทักษะการทำงานเป็นทีม ซึ่งเป็นทักษะสำคัญของผู้ประกอบการยุคใหม่ที่ต้องเผชิญกับการแข่งขันและการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว

มหาวิทยาลัยนเรศวรยังมีนโยบายที่มุ่งสู่การเป็น “มหาวิทยาลัยเพื่อสังคมของผู้ประกอบการ” โดยกำหนดพันธกิจชัดเจนในการผลิตบัณฑิตที่มีความรู้ ความสามารถ และทักษะในการประกอบธุรกิจ สามารถตอบสนองต่อความต้องการของตลาดแรงงานและเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

การจัดโครงการอบรมในครั้งนี้ไม่เพียงช่วย ส่งเสริมแนวคิดนิสิตสู่การเป็นผู้ประกอบการ เท่านั้น แต่ยังเป็นการวางรากฐานสำคัญในการพัฒนาศักยภาพนิสิตให้พร้อมก้าวสู่การสร้างอาชีพที่มั่นคงและยั่งยืน สามารถสร้างคุณค่าให้กับสังคมและเศรษฐกิจในระดับประเทศและระดับโลก

ท้ายที่สุด โครงการ ENTREPRENEURIAL MINDSET ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ที่ช่วยผลักดันให้นิสิตก้าวข้ามจากการเป็นผู้เรียน สู่การเป็นผู้ลงมือสร้างธุรกิจจริง และต่อยอดไปสู่การพัฒนาชุมชน เศรษฐกิจ และสังคมได้อย่างยั่งยืน ตามเจตนารมณ์ของมหาวิทยาลัยนเรศวรที่ต้องการสร้างบัณฑิตคุณภาพเพื่ออนาคต

ม.นเรศวร ร่วมลงนามความร่วมมือเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ มุ่งลดความไม่เสมอภาคในสังคม

วันศุกร์ที่ 12 กรกฎาคม 2567 ดร.จรัสดาว คงเมือง รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานิสิต ศิษย์เก่า และศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้เข้าร่วมพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือทางวิชาการเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ระหว่างกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) กับสถาบันการศึกษา หน่วยงาน และองค์กรเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกว่า 90 แห่ง

พิธีดังกล่าวจัดขึ้นในงานสัมมนาวิชาการระดับชาติด้านคนพิการ ครั้งที่ 16 ประจำปี 2567 (The 16th National Conference on Persons with Disabilities – NCPD 2024) ภายใต้หัวข้อ “นวัตกรรมขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตคนพิการสู่สังคมไทยอย่างยั่งยืน” เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครบ 6 รอบ 72 พรรษา โดยมี พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรี ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน

นอกจากนี้ยังได้รับเกียรติจากนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “คุณภาพชีวิตคนพิการสู่สังคมไทยอย่างยั่งยืน” โดยมีผู้บริหารระดับสูงจากกระทรวง พม. ผู้แทนจากสถาบันการศึกษา และองค์กรเครือข่ายด้านคนพิการ เข้าร่วมงานจำนวนมาก รวมทั้งนักวิชาการ นักศึกษา ผู้พิการ และภาคีเครือข่ายกว่า 1,600 คน

การเข้าร่วมของมหาวิทยาลัยนเรศวรในครั้งนี้ เป็นการแสดงถึงบทบาทเชิงรุกในการสนับสนุนสิทธิและโอกาสของคนพิการ เพื่อ ลดความไม่เสมอภาค และสร้างระบบสังคมที่เปิดกว้างสำหรับทุกคน มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญกับการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และการใช้ชีวิตของคนพิการทั้งในระดับการศึกษาและชุมชน

การลงนามบันทึกความร่วมมือครั้งนี้ยังเปิดโอกาสในการพัฒนาองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ โดยการทำงานร่วมกันของสถาบันการศึกษาและองค์กรที่เกี่ยวข้อง จะช่วยให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และสามารถนำไปปรับใช้ได้จริงในเชิงปฏิบัติ

มหาวิทยาลัยนเรศวรยังคงยึดมั่นในพันธกิจการพัฒนาสังคมที่เสมอภาค ด้วยการผลักดันกิจกรรมและโครงการที่สร้างความตระหนักรู้ และสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของคนพิการในทุกมิติ ทั้งการศึกษา อาชีพ และการมีส่วนร่วมทางสังคม

ความร่วมมือที่เกิดขึ้นไม่เพียงแต่เป็นการสร้างเครือข่ายที่แข็งแรงระหว่างมหาวิทยาลัย หน่วยงานรัฐ และภาคีต่าง ๆ แต่ยังเป็นการวางรากฐานของการสร้างสังคมที่เท่าเทียม และยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับศักดิ์ศรีและคุณค่าของคนพิการ

การที่มหาวิทยาลัยนเรศวรมีบทบาทร่วมในเวทีระดับชาติครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะเป็นสถาบันการศึกษาที่ไม่เพียงสร้างความรู้ แต่ยังสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีแก่ทุกคน เพื่อผลักดันสังคมไทยไปสู่ความเสมอภาคและการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง

คณะเกษตรฯ ม.นเรศวร จัดประชุมวิชาการดินและปุ๋ยแห่งชาติ ครั้งที่ 8 “ฟื้นชีวิตดินเพื่อเกษตรและสิ่งแวดล้อม”

วันพฤหัสบดีที่ 11 กรกฎาคม 2567 คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้รับเกียรติจากสมาคมดินและปุ๋ยแห่งประเทศไทยให้เป็นเจ้าภาพร่วมการประชุมวิชาการดินและปุ๋ยแห่งชาติ ครั้งที่ 8 ภายใต้หัวข้อ “ฟื้นชีวิตดินเพื่อเกษตรและสิ่งแวดล้อม” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-12 กรกฎาคม 2567 ณ อาคารศูนย์แสดงนิทรรศการและการจัดประชุมนานาชาติ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช (KNECC) มหาวิทยาลัยนเรศวร

การประชุมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และนวัตกรรมใหม่ ๆ แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการ โดยมุ่งสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการจัดการดินและการใช้ปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อยกระดับศักยภาพการแข่งขันด้านการเกษตรของประเทศ และเพิ่มขีดความสามารถในการปรับตัวท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก

ภายในงานได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นประธานเปิดงาน โดยย้ำถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในฐานะมหาวิทยาลัยสหสาขา (Comprehensive University) ที่มุ่งกระจายโอกาสทางการศึกษาและสร้างองค์ความรู้เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในภาคเหนือตอนล่าง พร้อมทั้งสนับสนุนการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

กิจกรรมในงานประกอบด้วยการบรรยายพิเศษจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ การจัดแสดงนิทรรศการจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน การนำเสนอผลงานวิจัยด้านดินและปุ๋ย และการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการให้แก่เกษตรกรในหัวข้อที่สอดคล้องกับปัญหาและความต้องการในปัจจุบัน

การจัดงานในครั้งนี้ถือเป็นเวทีสำคัญในการเผยแพร่ผลงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูทรัพยากรดิน เพื่อสร้างระบบการผลิตทางการเกษตรที่มีมาตรฐาน ปลอดภัย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตลอดจนช่วยลดต้นทุนการผลิต เพิ่มผลผลิต และสร้างรายได้ที่มั่นคงแก่เกษตรกร

อีกทั้งยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการใช้ปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพ การลดขยะและสิ่งเหลือใช้ทางการเกษตร และการสร้างระบบเกษตรที่สามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศได้อย่างยั่งยืน อันจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและรักษาความสมดุลของทรัพยากรดินในระยะยาว

การประชุมวิชาการดินและปุ๋ยแห่งชาติ ครั้งที่ 8 จึงไม่เพียงเป็นเวทีวิชาการ แต่ยังเป็นกลไกเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างนักวิจัย ภาครัฐ เอกชน และเกษตรกร เพื่อนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้จริงในพื้นที่การเกษตรและชุมชนต่าง ๆ

การจัดงานครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงพันธกิจของมหาวิทยาลัยนเรศวรและภาคีเครือข่ายที่มุ่งมั่นในการพัฒนาการเกษตรไทยให้ยั่งยืน โดยการ ส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรดินให้เกิดความสมดุลและยั่งยืน เพื่อรองรับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจของประเทศในอนาคต

ม.นเรศวร คณะเกษตรศาสตร์ฯ อบรมเตรียมความพร้อมเผชิญเหตุอัคคีภัย

วันเสาร์ที่ 13 กรกฎาคม 2567 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อนุพงศ์ วงค์ตามี รองคณบดีฝ่ายโครงสร้างพื้นฐานและระบบนิเวศ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นประธานเปิดการอบรม “เตรียมความพร้อมระบบความปลอดภัยในอาคาร” ในหัวข้อ การเผชิญเหตุอัคคีภัย โดยมุ่งเน้นให้นิสิตชั้นปีที่ 3 ได้รับการฝึกอบรมด้านความปลอดภัย เนื่องจากต้องใช้ห้องปฏิบัติการในการเรียนและการทำงาน

การอบรมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก คุณสมยศ แสงไทย ห้างหุ้นส่วนจำกัด พชรพลเทรดดิ้ง จังหวัดพิษณุโลก และ คุณธวัชชัย โตสุข นักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมทีมงานจากองค์การบริหารส่วนตำบลท่าโพธิ์ มาร่วมถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์จริงในการจัดการเหตุอัคคีภัย

กิจกรรมอบรมมุ่งหวังให้นิสิตมีความตระหนักถึง ความปลอดภัยในห้องปฏิบัติการ และมีความรู้ความเข้าใจในหลักปฏิบัติที่ถูกต้องเมื่อเกิดเหตุอัคคีภัย สามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว และลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับชีวิตและทรัพย์สิน

นอกจากการปฏิบัติด้านทฤษฎีแล้ว ยังมีการสาธิตการใช้อุปกรณ์ดับเพลิง และการฝึกซ้อมขั้นตอนการอพยพเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เพื่อให้นิสิตเกิดทักษะและความมั่นใจในการลงมือปฏิบัติจริง สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับชีวิตจริงและสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย

การจัดอบรมดังกล่าวยังมีส่วนสำคัญต่อการสร้าง วัฒนธรรมด้านความปลอดภัยในมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานของการพัฒนาเมืองและชุมชนที่ยั่งยืน เพราะการป้องกันและรับมือเหตุฉุกเฉินได้อย่างมีระบบ ช่วยลดความเสี่ยงต่อสังคมและสร้างความมั่นใจแก่ผู้เรียนและบุคลากรในพื้นที่

นอกจากนี้ กิจกรรมยังเป็นการเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน ในการพัฒนาศักยภาพด้านความปลอดภัยอย่างรอบด้าน การบูรณาการเช่นนี้แสดงให้เห็นถึงแนวทางการจัดการที่ยั่งยืนและการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย

มหาวิทยาลัยนเรศวรส่งเสริมด้านความปลอดภัย โดยความร่วมมือจากทุกหน่วยงานในมหาวิทยาลัย สะท้อนถึงการดำเนินงานที่ครอบคลุมทั้งมิติด้านการศึกษาและการสร้างเมืองที่ปลอดภัย ตอกย้ำบทบาทของมหาวิทยาลัยในการเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่มีคุณภาพและมีความยั่งยืนในระยะยาว

โรงพยาบาลทันตกรรม ม.นเรศวร ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงการร่วมเป็นสถานพยาบาลในการให้บริการทางทันตกรรมไม่ต้องสำรองจ่าย

รองศาสตราจารย์ ดร.ทันตแพทย์หญิงพีรยา ภูอภิชาติดำรง คณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมด้วย ผศ.ดร.ทพญ.จิตติมา พุ่มกลิ่น รักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลทันตกรรม ได้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับสำนักงานประกันสังคมจังหวัดพิษณุโลก ภายใต้โครงการให้บริการทางทันตกรรมโดยไม่ต้องสำรองจ่ายแก่ผู้ประกันตน ในการใช้สิทธิ์ 900 บาทต่อปี

การลงนามในครั้งนี้มีขึ้นที่สำนักงานประกันสังคมจังหวัดพิษณุโลก โดยมี นางอาภรณ์ แว่วสอน ประกันสังคมจังหวัดพิษณุโลก เป็นผู้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงร่วมกัน ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมได้รับสิทธิในการใช้บริการทันตกรรมโดยไม่ต้องสำรองจ่าย ซึ่งเป็นการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการดูแลสุขภาพช่องปากที่มีคุณภาพ โดยสามารถใช้สิทธิ์นี้ได้ทุกปี ในวงเงิน 900 บาท

โครงการนี้สอดคล้องกับ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะในด้าน SDG 3: การมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ซึ่งมุ่งเน้นการให้ทุกคนเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพและสามารถจ่ายได้ ไม่ว่าจะเป็นการดูแลสุขภาพทั่วไปหรือการรักษาเฉพาะทาง รวมถึงการลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการบริการสุขภาพระหว่างชนชั้นและกลุ่มประชากรต่างๆ

การที่มหาวิทยาลัยนเรศวรและโรงพยาบาลทันตกรรมเข้าร่วมโครงการนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการเสริมสร้างการเข้าถึงบริการสุขภาพช่องปากที่มีคุณภาพ แต่ยังเป็นการสนับสนุนให้คนในชุมชนได้รับการดูแลสุขภาพที่ดีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการส่งเสริมความยั่งยืนในด้านสุขภาพของสังคมในระยะยาว

สำหรับผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมที่สนใจสามารถใช้สิทธิ์ในการรับบริการทันตกรรมได้ที่โรงพยาบาลทันตกรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งได้รับการรับรองให้เป็นสถานพยาบาลในการให้บริการตามโครงการนี้ และสามารถใช้สิทธิ์ได้ตามข้อกำหนดที่ระบุในบันทึกข้อตกลง.

การประชุมวิชาการวิจัยระดับชาติและนานาชาติ “ความยืดหยุ่นรับภัยพิบัติเพื่อสังคมที่ดีขึ้น

การประชุมวิชาการวิจัยระดับชาติและนานาชาติ:The 2nd TNDR Conference (National & International) “ความยืดหยุ่นรับภัยพิบัติเพื่อสังคมที่ดีขึ้น (Be Better: Disaster Resilience for Better Society)” จัดโดย มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกับ มหาวิทยาลัยในเครือข่ายพัฒนาความเข้มแข็งต่อภัยพิบัติไทย ในวันที่ 12 กรกฎาคม 2567 ณ ศูนย์แสดงนิทรรศการ การจัดประชุมนเรศวรมหาราช (KNECC) มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยได้รับเกียรติจากดร.พิจิตต รัตตกุล ประธานเครือข่ายพัฒนาความเข้มแข็งต่อภัยพิบัติไทย (TNDR) เป็นประธานในการเปิดการประชุม

หลังจากนั้นมีการเสวนาที่น่าสนใจ
1 ประเด็น “ระบบนิเวศของการสนับสนุนการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ “
1. ดร.พิจิตต รัตตกุล ประธานเครือข่ายพัฒนาความเข้มแข็งต่อภัยพิบัติไทย
2. รศ.ดร.อภิชาต โสภาแดง คณบดีวิทยาลัยพหุวิทยาการและสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
3. คุณเอกพงศ์ มุสิกะเจริญ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและประสานเพื่อประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม (กปว.)
4. ดร.ก่อศักดิ์ โตวรรธกวณิชย์ ผู้จัดการแพล็ตฟอร์มสร้างธุรกิจนวัตกรรม ศูนย์ธุรกิจระหว่างประเทศ บจม.พีทีที โกลบอล เคมิคัล ผู้ดำเนินรายการ: ดร.พิสุทธิ์ อภิชยกุล รองอธิการบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์และการถ่ายทอดเทคโนโลยี

2. เสวนาเครือข่าย TNDR ประเด็น “โลกเดือด-สุดขั้วภัยพิบัติ จัดการน้ำอย่างไรให้รอด!!!”
1. คุณวรรธนศักดิ์ สุปะกิ่ง ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและสารสนเทศ ทรัพยากรน้ำ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์กรมหาชน)
2. คุณสุขธวัช พัทธวรากร ผู้อำนวยการทรัพยากรธรรมชาติและพันธกิจสังคม บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน)
3. คุณวีฤทธิ กวยะปาณิก หัวหน้าศูนย์บริหารจัดการน้ำ องค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่
4. รศ.ดร.เดช วัฒนชัยยิ่งเจริญ นักวิชาการด้านการบริหารจัดการน้ำ มหาวิทยาลัยนเรศวร ผู้ดำเนินรายการ: นายสมคิด สะเภาคำ ผู้อำนวยการศูนย์อุทกวิทยาชลประทานภาคเหนือตอนล่าง

นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอผลงานวิจัยระดับชาติ และนานาชาติ พร้อมทั้งนิทรรศการโปสเตอร์และบูธเครือข่าย TNDR

ม.นเรศวรเดินหน้าส่งเสริมการบริหารจัดการของเสียอย่างยั่งยืน ผ่านโครงการ “NU Zero Waste”

วันอาทิตย์ที่ 14 กรกฎาคม 2567 กองกิจการนิสิต มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัดโครงการ NU Zero Waste ซึ่งมุ่งเน้นการส่งเสริมกิจกรรมตามหลัก 3Rs คือ Reduce, Reuse และ Recycle เพื่อสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจในการ จัดการขยะอย่างเป็นระบบ ให้กับนิสิต โดยได้รับเกียรติจากคุณสมหมาย แก้วเกตุศรี ผู้จัดการวงศ์พานิชย์ สาขาย่อย มหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมทีมงาน มาบรรยายให้ความรู้ในหัวข้อ “Go Zero Waste” และนำการลงภาคปฏิบัติการเรื่องการคัดแยกขยะเพื่อช่วยโลก

ในภาคเช้า กิจกรรมเน้นการสร้างความเข้าใจด้านทฤษฎี พร้อมแนะนำแนวทางการจัดการขยะที่ถูกต้อง ตั้งแต่การคัดแยกขยะที่ต้นทาง ไปจนถึงการนำกลับมาใช้ใหม่ ซึ่งถือเป็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ทรัพยากรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และช่วย ลดขยะ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของนิสิตและบุคลากร

ช่วงบ่ายของวันเดียวกัน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศรารัตน์ มหาศรานนท์ พร้อมทีมงาน ได้มาบรรยายในหัวข้อ “ลดขยะ ลดโลกร้อนด้วยนวัตกรรม Recycle” โดยเน้นถึงบทบาทของเทคโนโลยีและนวัตกรรมรีไซเคิล ที่สามารถนำวัสดุเหลือใช้กลับมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ได้อย่างคุ้มค่า ช่วยลดผลกระทบจากการกำจัดขยะด้วยวิธีฝังกลบและเผา ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมตามมา

โครงการ NU Zero Waste ได้รับความสนใจจากนิสิตเป็นจำนวนมาก โดยมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 200 คน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการพัฒนาและส่งเสริมการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน การผสมผสานทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ทำให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้จริงในชีวิตประจำวัน

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้จัดขึ้น ณ ห้องล้อบบี้ ชั้น 2 อาคารขวัญเมือง โดยเป็นการสร้างพื้นที่เรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเป็นนิสิตจิตอาสา สโมสร ชมรม และหน่วยงานต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย ซึ่งการมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวางนี้ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

โครงการนี้ยังสะท้อนถึงแนวทางการส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างมีความรับผิดชอบ ไม่เพียงช่วย จัดการขยะอย่างเป็นระบบ แต่ยังเป็นกลไกในการสร้างแรงบันดาลใจให้กับนิสิตและบุคลากรในการร่วมกันดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งขยายผลไปสู่การสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนทั้งในระดับมหาวิทยาลัยและชุมชนโดยรอบ

ท้ายที่สุด NU Zero Waste ไม่ใช่เพียงกิจกรรมการเรียนรู้ แต่เป็นการจุดประกายให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการบริโภคและการใช้ทรัพยากรอย่างมีความรับผิดชอบ ก่อให้เกิดผลลัพธ์เชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมในระยะยาว ซึ่งสอดคล้องกับพันธกิจของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการเป็นมหาวิทยาลัยที่มุ่งสู่ความยั่งยืนอย่างแท้จริง

ม.นเรศวร จัดประชุมวิจัยนานาชาติ เสริมพัฒนาอุตสาหกรรมและความยืดหยุ่นรับภัยพิบัติ

มหาวิทยาลัยนเรศวรมุ่งมั่นในการพัฒนาและส่งเสริมการวิจัยด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะในด้านการส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรม (SDG 9) ด้วยการสร้างความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยและองค์กรระดับนานาชาติ เพื่อพัฒนานวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในภาคอุตสาหกรรมและการสร้างความยืดหยุ่นต่อภัยพิบัติ

หนึ่งในกิจกรรมที่สำคัญในการส่งเสริมการวิจัยและนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยนเรศวร คือการจัดการประชุมวิชาการวิจัยระดับชาติและนานาชาติ “The 2nd TNDR Conference (National & International)” ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 12 กรกฎาคม 2567 ณ ศูนย์แสดงนิทรรศการการจัดประชุมนเรศวรมหาราช (KNECC) มหาวิทยาลัยนเรศวร งานนี้จัดขึ้นร่วมกับมหาวิทยาลัยในเครือข่ายพัฒนาความเข้มแข็งต่อภัยพิบัติไทย (TNDR) และได้รับเกียรติจากดร.พิจิตต รัตตกุล ประธานเครือข่าย TNDR เป็นประธานในการเปิดการประชุม

การประชุมครั้งนี้จะมีเสวนาที่น่าสนใจหลายหัวข้อ โดยเฉพาะประเด็นที่สำคัญ เช่น “ระบบนิเวศของการสนับสนุนการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์” ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญจากหลายองค์กรและสถาบันเข้าร่วมการเสวนา รวมถึงประเด็น “โลกเดือด-สุดขั้วภัยพิบัติ จัดการน้ำอย่างไรให้รอด” ที่จะนำเสนอแนวทางการจัดการทรัพยากรน้ำในสถานการณ์ภัยพิบัติและวิกฤติการณ์ต่างๆ

ในงานนี้ยังมีการนำเสนอผลงานวิจัยระดับชาติและนานาชาติ พร้อมทั้งการจัดนิทรรศการโปสเตอร์และบูธจากเครือข่าย TNDR เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเรียนรู้จากผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาอย่างยั่งยืนและการบริหารจัดการภัยพิบัติ

การประชุมนี้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของความร่วมมือที่สำคัญระหว่างมหาวิทยาลัยนเรศวรและองค์กรต่างๆ เพื่อส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาอุตสาหกรรม และการสร้างความยืดหยุ่นต่อภัยพิบัติ ซึ่งสอดคล้องกับ SDG 9 ในการสร้างความสามารถทางนวัตกรรมและอุตสาหกรรมที่ยั่งยืน โดยมุ่งหวังที่จะสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin