Archives 2024

ม.นเรศวรเดินหน้าส่งเสริมการบริหารจัดการของเสียอย่างยั่งยืน ผ่านโครงการ “NU Zero Waste”

วันอาทิตย์ที่ 14 กรกฎาคม 2567 กองกิจการนิสิต มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัดโครงการ NU Zero Waste ซึ่งมุ่งเน้นการส่งเสริมกิจกรรมตามหลัก 3Rs คือ Reduce, Reuse และ Recycle เพื่อสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจในการ จัดการขยะอย่างเป็นระบบ ให้กับนิสิต โดยได้รับเกียรติจากคุณสมหมาย แก้วเกตุศรี ผู้จัดการวงศ์พานิชย์ สาขาย่อย มหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมทีมงาน มาบรรยายให้ความรู้ในหัวข้อ “Go Zero Waste” และนำการลงภาคปฏิบัติการเรื่องการคัดแยกขยะเพื่อช่วยโลก

ในภาคเช้า กิจกรรมเน้นการสร้างความเข้าใจด้านทฤษฎี พร้อมแนะนำแนวทางการจัดการขยะที่ถูกต้อง ตั้งแต่การคัดแยกขยะที่ต้นทาง ไปจนถึงการนำกลับมาใช้ใหม่ ซึ่งถือเป็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ทรัพยากรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และช่วย ลดขยะ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของนิสิตและบุคลากร

ช่วงบ่ายของวันเดียวกัน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศรารัตน์ มหาศรานนท์ พร้อมทีมงาน ได้มาบรรยายในหัวข้อ “ลดขยะ ลดโลกร้อนด้วยนวัตกรรม Recycle” โดยเน้นถึงบทบาทของเทคโนโลยีและนวัตกรรมรีไซเคิล ที่สามารถนำวัสดุเหลือใช้กลับมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ได้อย่างคุ้มค่า ช่วยลดผลกระทบจากการกำจัดขยะด้วยวิธีฝังกลบและเผา ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมตามมา

โครงการ NU Zero Waste ได้รับความสนใจจากนิสิตเป็นจำนวนมาก โดยมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 200 คน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการพัฒนาและส่งเสริมการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน การผสมผสานทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ทำให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้จริงในชีวิตประจำวัน

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้จัดขึ้น ณ ห้องล้อบบี้ ชั้น 2 อาคารขวัญเมือง โดยเป็นการสร้างพื้นที่เรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเป็นนิสิตจิตอาสา สโมสร ชมรม และหน่วยงานต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย ซึ่งการมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวางนี้ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

โครงการนี้ยังสะท้อนถึงแนวทางการส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างมีความรับผิดชอบ ไม่เพียงช่วย จัดการขยะอย่างเป็นระบบ แต่ยังเป็นกลไกในการสร้างแรงบันดาลใจให้กับนิสิตและบุคลากรในการร่วมกันดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งขยายผลไปสู่การสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนทั้งในระดับมหาวิทยาลัยและชุมชนโดยรอบ

ท้ายที่สุด NU Zero Waste ไม่ใช่เพียงกิจกรรมการเรียนรู้ แต่เป็นการจุดประกายให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการบริโภคและการใช้ทรัพยากรอย่างมีความรับผิดชอบ ก่อให้เกิดผลลัพธ์เชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมในระยะยาว ซึ่งสอดคล้องกับพันธกิจของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการเป็นมหาวิทยาลัยที่มุ่งสู่ความยั่งยืนอย่างแท้จริง

ม.นเรศวร จัดประชุมวิจัยนานาชาติ เสริมพัฒนาอุตสาหกรรมและความยืดหยุ่นรับภัยพิบัติ

มหาวิทยาลัยนเรศวรมุ่งมั่นในการพัฒนาและส่งเสริมการวิจัยด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะในด้านการส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรม (SDG 9) ด้วยการสร้างความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยและองค์กรระดับนานาชาติ เพื่อพัฒนานวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในภาคอุตสาหกรรมและการสร้างความยืดหยุ่นต่อภัยพิบัติ

หนึ่งในกิจกรรมที่สำคัญในการส่งเสริมการวิจัยและนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยนเรศวร คือการจัดการประชุมวิชาการวิจัยระดับชาติและนานาชาติ “The 2nd TNDR Conference (National & International)” ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 12 กรกฎาคม 2567 ณ ศูนย์แสดงนิทรรศการการจัดประชุมนเรศวรมหาราช (KNECC) มหาวิทยาลัยนเรศวร งานนี้จัดขึ้นร่วมกับมหาวิทยาลัยในเครือข่ายพัฒนาความเข้มแข็งต่อภัยพิบัติไทย (TNDR) และได้รับเกียรติจากดร.พิจิตต รัตตกุล ประธานเครือข่าย TNDR เป็นประธานในการเปิดการประชุม

การประชุมครั้งนี้จะมีเสวนาที่น่าสนใจหลายหัวข้อ โดยเฉพาะประเด็นที่สำคัญ เช่น “ระบบนิเวศของการสนับสนุนการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์” ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญจากหลายองค์กรและสถาบันเข้าร่วมการเสวนา รวมถึงประเด็น “โลกเดือด-สุดขั้วภัยพิบัติ จัดการน้ำอย่างไรให้รอด” ที่จะนำเสนอแนวทางการจัดการทรัพยากรน้ำในสถานการณ์ภัยพิบัติและวิกฤติการณ์ต่างๆ

ในงานนี้ยังมีการนำเสนอผลงานวิจัยระดับชาติและนานาชาติ พร้อมทั้งการจัดนิทรรศการโปสเตอร์และบูธจากเครือข่าย TNDR เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเรียนรู้จากผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาอย่างยั่งยืนและการบริหารจัดการภัยพิบัติ

การประชุมนี้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของความร่วมมือที่สำคัญระหว่างมหาวิทยาลัยนเรศวรและองค์กรต่างๆ เพื่อส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาอุตสาหกรรม และการสร้างความยืดหยุ่นต่อภัยพิบัติ ซึ่งสอดคล้องกับ SDG 9 ในการสร้างความสามารถทางนวัตกรรมและอุตสาหกรรมที่ยั่งยืน โดยมุ่งหวังที่จะสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว

ม.นเรศวร จัดโครงการฟื้นฟูความรู้ผู้ดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็ง ประจำปี 2567 ยกระดับการดูแลสุขภาพผู้ป่วยอย่างครบวงจร

🚩

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัดโครงการฟื้นฟูความรู้สำหรับผู้ดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็ง ประจำปี 2567 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้และทักษะในการดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งให้แก่ผู้ดูแลหรือญาติผู้ป่วย รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้อง โครงการดังกล่าวจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 26 กรกฎาคม 2567 เวลา 08.30 – 16.30 น. ณ ห้องประชุมเอกาทศรถ 9 ชั้น 3 อาคารสิรินธร โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร

ภายในงานมีการอบรมและให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วยมะเร็งในแง่มุมต่าง ๆ เช่น การจัดการด้านจิตใจของผู้ป่วยมะเร็ง, การดูแลผู้ป่วยในช่วงการรักษาและฟื้นฟู, การป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการรักษา รวมไปถึงการให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจของผู้ป่วย เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและเพิ่มทักษะในการดูแลผู้ป่วยอย่างมีประสิทธิภาพ

การจัดโครงการฟื้นฟูความรู้ผู้ดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งนี้ มีความสำคัญในการสนับสนุนและพัฒนาคุณภาพการดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งในระดับชุมชน อีกทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมและสนับสนุนการดูแลสุขภาพที่ครอบคลุมในทุกมิติ ซึ่งสอดคล้องกับ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะในด้านการให้บริการสุขภาพที่เป็นธรรมและมีคุณภาพสำหรับทุกคน (SDG 3: Good Health and Well-Being) และการสร้างความรู้และการพัฒนาทักษะของบุคลากรในการดูแลผู้ป่วย (SDG 4: Quality Education)

เป้าหมายของโครงการ:

  1. การพัฒนาความรู้และทักษะในการดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งในทุกด้าน ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ
  2. การสร้างความเข้าใจในการดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งอย่างยั่งยืน
  3. การพัฒนาระบบการดูแลสุขภาพที่เข้าถึงและเป็นธรรมสำหรับทุกคน
  4. ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างผู้ดูแลผู้ป่วย, บุคลากรทางการแพทย์, และชุมชน

โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร และหน่วยงานต่าง ๆ ภายในมหาวิทยาลัย รวมถึงผู้เชี่ยวชาญในสาขาการดูแลผู้ป่วยมะเร็ง ซึ่งได้ร่วมกันให้ความรู้และประสบการณ์ในการดูแลผู้ป่วยมะเร็งอย่างครบวงจร

การดำเนินโครงการนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มพูนความรู้และทักษะในการดูแลผู้ป่วยมะเร็ง แต่ยังเป็นการส่งเสริมให้ผู้ดูแลผู้ป่วยสามารถดูแลผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและผู้ดูแล ตามหลักการพัฒนาที่ยั่งยืนที่มีเป้าหมายในการสร้างสังคมสุขภาพดีสำหรับทุกคนในระยะยาว.

ลงทะเบียน https://forms.gle/5cC2bNodHEoPUowk7

ม.นเรศวร จัดสัมภาษณ์และมอบทุนการศึกษา พัฒนาศักยภาพนิสิต

วันพุธที่ 10 กรกฎาคม 2567 สมาคมนิสิตเก่ามหาวิทยาลัยนเรศวร ระดมทุนการศึกษาให้แก่นิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวร จำนวน 46 ทุน รวมเป็นเงิน 230,000 บาท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาและเสริมสร้างศักยภาพของนิสิตที่มีความประพฤติดีและขาดแคลนทุนทรัพย์

กองกิจการนิสิต มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัดสัมภาษณ์นิสิตที่สมัครขอทุนการศึกษา เพื่อคัดเลือกผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมและพร้อมที่จะนำความรู้ไปพัฒนาตนเองและชุมชนอย่างยั่งยืน

การสัมภาษณ์ดำเนินการโดยคณะกรรมการสมาคมนิสิตเก่ามหาวิทยาลัยนเรศวร นำโดย นางจิตมากร รอบบรรเจิด นายกสมาคม พร้อมด้วยกรรมการสมาคมฯ ซึ่งได้ประเมินความสามารถ ความประพฤติ และความจำเป็นทางการเงินของนิสิตแต่ละคนอย่างรอบคอบ

นิสิตที่ได้รับการคัดเลือกทั้ง 46 คน จะได้รับทุนการศึกษาทุนละ 5,000 บาท ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญในการสนับสนุนการเรียนรู้และพัฒนาทักษะด้านวิชาการ ส่งผลให้สามารถดำเนินชีวิตและการศึกษาต่อไปได้อย่างมั่นคง

การมอบทุนการศึกษานี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดภาระทางการเงินของนิสิต แต่ยังสร้างแรงจูงใจให้เกิดการตั้งใจเรียนและพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อสามารถมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนและสังคมในระยะยาว

นอกจากนี้ กิจกรรมดังกล่าวยังสะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยและสมาคมนิสิตเก่า ในการส่งเสริมการศึกษาและสร้างเครือข่ายการสนับสนุนที่เข้มแข็ง เป็นการเชื่อมโยงทรัพยากรและองค์ความรู้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม

งานสัมภาษณ์และมอบทุนการศึกษาดังกล่าวจัดขึ้น ณ ห้องขวัญเมือง 2 อาคารขวัญเมือง มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยเป็นตัวอย่างของการพัฒนาศักยภาพนิสิตและสนับสนุนการเข้าถึงการศึกษาที่เท่าเทียมและยั่งยืน

คณะสังคมศาสตร์ ม.นเรศวร ผนึกกำลังภาคีเครือข่าย พัฒนากิจกรรมเสริมสร้างศักยภาพผู้พิการ

คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้เริ่มต้นโครงการ เสริมสร้างศักยภาพผู้พิการ ภายใต้พันธกิจการพัฒนาเชิงพื้นที่ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างสังคมที่เสมอภาคและยั่งยืน ผ่านการบูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน กิจกรรมดังกล่าวถือเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาและอาชีพสำหรับคนพิการในจังหวัดพิษณุโลก

ในช่วงเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน รองศาสตราจารย์ ดร.พิษนุ อภิสมาจารโยธิน รองคณบดีฝ่ายแผนและยุทธศาสตร์เพื่อสังคม ได้เข้าพบ นางอรนุช ชัยชาญ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพิษณุโลก และนางพิชญา ศรีสวัสดิ์ ผู้อำนวยการศูนย์บริการคนพิการจังหวัดพิษณุโลก การหารือครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจข้อมูลเบื้องต้นและแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนากิจกรรมสำหรับคนพิการ ถือเป็นก้าวแรกของการสร้างเครือข่ายที่เข้มแข็งเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาสังคมในเชิงรูปธรรม

นอกจากนี้ ยังได้เข้าพบกับนายอรรถพล ขาวแจ่ม นายกสมาคมคนพิการจังหวัดพิษณุโลก และคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ เพื่อหารือประเด็นความต้องการที่แท้จริงของคนพิการในพื้นที่ การพูดคุยดังกล่าวช่วยสะท้อนมิติของปัญหาและโอกาสในการพัฒนา ทั้งด้านการศึกษา การมีงานทำ และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ในเดือนกรกฎาคม รองศาสตราจารย์ ดร.พิษนุ อภิสมาจารโยธิน ได้ขยายวงหารือไปยังหน่วยงานด้านแรงงานและการปกครองท้องถิ่น ได้แก่ นายพงษ์ศักดิ์ ศรีนามนต์ จัดหางานจังหวัดพิษณุโลก นางปรางค์มาศ ศรีรัตนะ กลุ่มงานส่งเสริมการมีงานทำ นายวิวัฒน์ เหลืองตระกูล นักวิชาการแรงงาน ตลอดจน นายธวัช สิงหเดช นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าโพธิ์ และนายสมภพ ขวัญเงิน ผู้อำนวยการกองสวัสดิการสังคม การประชุมดังกล่าวเป็นการวางแนวทางการดำเนินกิจกรรมที่เน้นการส่งเสริมศักยภาพอาชีพและการศึกษาแบบครอบคลุม (Inclusive Education)

ความร่วมมือในครั้งนี้แสดงถึงความมุ่งมั่นของคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ที่จะผลักดันให้คนพิการได้รับการพัฒนาอย่างรอบด้าน ทั้งด้านการศึกษา การประกอบอาชีพ และการมีส่วนร่วมในสังคมอย่างเท่าเทียม การบูรณาการกับภาคีเครือข่ายถือเป็นการเสริมพลังเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน

กิจกรรมที่ดำเนินการจะเน้นการพัฒนาความรู้และทักษะที่เหมาะสมกับบริบทของคนพิการในพื้นที่ เพื่อให้สามารถนำไปใช้สร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิต การดำเนินการดังกล่าวยังเป็นการต่อยอดความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย หน่วยงานท้องถิ่น และองค์กรภาคประชาชนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

การพัฒนาสังคมที่ยั่งยืนจำเป็นต้องเกิดจากการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน คณะสังคมศาสตร์จึงให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของคนพิการ ครอบครัว และชุมชน ผ่านกิจกรรมที่หลากหลายและเข้าถึงได้จริง ซึ่งไม่เพียงช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต แต่ยังเป็นการสร้างสังคมที่ให้ความสำคัญกับศักดิ์ศรีและศักยภาพของทุกคน

คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ยังคงยืนยันเจตนารมณ์ในการขับเคลื่อนการพัฒนาสังคมที่เสมอภาค โดยใช้ความร่วมมือเชิงเครือข่ายเป็นเครื่องมือสำคัญ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง ตลอดจนสร้างแรงบันดาลใจและความหวังให้แก่คนพิการในจังหวัดพิษณุโลกและพื้นที่อื่น ๆ ทั่วประเทศ

มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดการประชุมวิชาการระดับชาติ “นเรศวรวิจัยและนวัตกรรม” ครั้งที่ 20

วันพฤหัสบดีที่ 11 กรกฎาคม 2567 มหาวิทยาลัยนเรศวรได้จัดการประชุมวิชาการระดับชาติ “นเรศวรวิจัยและนวัตกรรม” ครั้งที่ 20 ภายใต้หัวข้อ Innovation & Technology for Sustainable Society ณ อาคารศูนย์แสดงนิทรรศการและการจัดประชุมนานาชาติ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช (KNECC) มหาวิทยาลัยนเรศวร

การประชุมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานเปิดการประชุม พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวต้อนรับ และ ศาสตราจารย์ ดร.เภสัชกรหญิงกรกนก อิงคนินันท์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม กล่าวรายงานการจัดงาน

ตลอดการประชุม มีการนำเสนอผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่ครอบคลุมหลายสาขา ทั้งวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิศวกรรมศาสตร์ เกษตรกรรม ดิจิทัล และสังคมศาสตร์ โดยมีผู้เข้าร่วมจากหลากหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน นักวิชาการ นักวิจัย และนิสิตนักศึกษาจากทั่วประเทศ

นอกจากการนำเสนอผลงานในรูปแบบ Oral และ Poster Presentation แล้ว ยังมีการจัดแสดงนิทรรศการและออกบูธจากหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อสื่อสารองค์ความรู้และนวัตกรรมไปสู่สาธารณชน สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย หน่วยงานรัฐ เอกชน และชุมชนวิชาการ

การประชุม “นเรศวรวิจัยและนวัตกรรม” ครั้งที่ 20 ยังเป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้นักวิจัยรุ่นใหม่ได้เรียนรู้และแสดงศักยภาพ ผ่านการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้ทรงคุณวุฒิทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ สอดคล้องกับการ ส่งเสริมด้านการวิจัยและนวัตกรรม เพื่อตอบโจทย์สังคมและเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลง

การประชุมครั้งนี้ไม่เพียงช่วยยกระดับคุณภาพงานวิจัย แต่ยังสร้างเครือข่ายความร่วมมือในระดับสากล เชื่อมโยงองค์ความรู้ไปสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์และเชิงสังคม ซึ่งจะช่วยผลักดันให้มหาวิทยาลัยนเรศวรและพันธมิตรทางวิชาการ ก้าวสู่การเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

คณะวิศวกรรมศาสตร์ร่วมงานประชุมวิชาการ “นเรศวรวิจัยและนวัตกรรม” ครั้งที่ 20

วันพฤหัสบดีที่ 11 กรกฎาคม 2567 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กำพล ทรัพย์สมบูรณ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร อาจารย์ และเจ้าหน้าที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้เข้าร่วมการประชุมวิชาการระดับชาติและนานาชาติ “นเรศวรวิจัยและนวัตกรรม” ครั้งที่ 20 ภายใต้หัวข้อ “Innovation & Technology for Sustainable Society” ณ ศูนย์แสดงนิทรรศการและการจัดประชุมสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (KNECC) มหาวิทยาลัยนเรศวร

การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-12 กรกฎาคม 2567 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีนำเสนอผลงานวิจัยและนวัตกรรมระดับชาติและนานาชาติ อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้นักวิจัย อาจารย์ นิสิต และผู้ประกอบการ ได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อสังคมได้อย่างแท้จริง

ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมหลากหลาย เช่น การปาฐกถาพิเศษ การบรรยายจากผู้ทรงคุณวุฒิทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการเสวนาวิชาการที่มุ่งเน้นประเด็นด้านการพัฒนานวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน ตลอดจนเป็นเวทีสำคัญในการสร้างความร่วมมือทางวิชาการและการวิจัยในระดับสากล

นอกจากนี้ยังมีการนำเสนอผลงานวิจัยในรูปแบบ Oral และ Poster Presentation ที่เปิดโอกาสให้นักวิจัยและนิสิตได้แสดงศักยภาพการทำงานวิจัยอย่างสร้างสรรค์ รวมถึงการจัดนิทรรศการที่นำเสนอผลงานเด่นของคณะวิศวกรรมศาสตร์และหน่วยงานอื่น ๆ เพื่อสื่อสารผลการดำเนินงานสู่สาธารณชน

ในพิธีมอบรางวัลด้านการวิจัยและนวัตกรรม ประจำปี 2567 ของมหาวิทยาลัยนเรศวร ยังสะท้อนถึงการให้ความสำคัญกับการ ส่งเสริมด้านการวิจัยและนวัตกรรม ที่สามารถนำไปต่อยอดเชิงพาณิชย์และสังคม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานความรู้

การเข้าร่วมของคณะวิศวกรรมศาสตร์ในครั้งนี้ยังเป็นการแสดงศักยภาพของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการพัฒนางานวิจัยที่สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยผลงานที่จัดแสดงมีทั้งด้านวิศวกรรม เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อม

การประชุมวิชาการ “นเรศวรวิจัยและนวัตกรรม” ครั้งที่ 20 จึงไม่เพียงเป็นเวทีในการนำเสนอผลงาน แต่ยังเป็นพื้นที่สร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างนักวิจัย สถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อร่วมกัน ส่งเสริมด้านการวิจัยและนวัตกรรม ที่มีศักยภาพในการขับเคลื่อนประเทศไปสู่สังคมที่มั่นคงและยั่งยืน

ม.นเรศวร สร้างโอกาสสู่อาชีพพิธีกรมืออาชีพ ผ่านการแข่งขัน Event MC the Idol

วันศุกร์ที่ 12 กรกฎาคม 2567 มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดการแข่งขันสร้างอาชีพ “พิธีกรงานอีเวนต์ (Event MC the Idol)” รอบชิงชนะเลิศ ณ ห้อง Main Conference กองบริการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โดยมีผู้เข้าร่วมการแข่งขันและผู้สนใจจากหลากหลายสาขา เข้าร่วมกิจกรรมเพื่อเรียนรู้และพัฒนาทักษะการเป็นพิธีกรมืออาชีพ

การแข่งขันครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกในภาคเหนือตอนล่างที่จัดขึ้นในรูปแบบเวทีแข่งขันเพื่อสร้างเส้นทางอาชีพด้านพิธีกรงานอีเวนต์ ซึ่งถือเป็นอาชีพที่มีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมงานแสดง งานสัมมนา และกิจกรรมสาธารณะระดับนานาชาติ การแข่งขันเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้ฝึกฝนการสื่อสาร การนำเสนอ และการบริหารจัดการงานบนเวทีจริง

กิจกรรมช่วงเช้าเริ่มต้นด้วยการเสวนาจากผู้เชี่ยวชาญในแวดวงอีเวนต์และสื่อสารมวลชน เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์และมุมมองเกี่ยวกับการสร้างเส้นทางสู่อาชีพพิธีกร พร้อมแนะแนวทางการพัฒนาทักษะด้านการพูด การสื่อสาร และการสร้างบุคลิกภาพที่เหมาะสมกับงานพิธีกรในระดับมืออาชีพ

การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ มีผู้เข้าแข่งขัน 10 คนสุดท้ายที่ผ่านการคัดเลือกมาแล้วอย่างเข้มข้น แต่ละคนได้แสดงความสามารถด้านการเป็นพิธีกรงานอีเวนต์ในสถานการณ์ต่าง ๆ ที่ใกล้เคียงกับการทำงานจริง การแข่งขันครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นการประกวด แต่ยังเป็นการฝึกปฏิบัติและการเรียนรู้ที่เข้มข้นสำหรับผู้เข้าร่วม

การจัดโครงการนี้ไม่เพียงแต่ส่งเสริมทักษะวิชาชีพให้กับนักเรียน นิสิต และนักศึกษา แต่ยังสร้างแรงบันดาลใจในการพัฒนาอาชีพพิธีกร ซึ่งสามารถต่อยอดไปสู่งานในสายบันเทิง การประชาสัมพันธ์ และงานระดับนานาชาติ ถือเป็นการเชื่อมโยงการศึกษาเข้ากับตลาดแรงงานได้อย่างชัดเจน

นอกจากนี้ โครงการยังเปิดให้ผู้สนใจเข้าร่วมฟังเสวนาและเชียร์ผู้เข้าแข่งขัน โดยมีผู้สนับสนุนมอบของรางวัลและสิทธิประโยชน์ให้แก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม ซึ่งช่วยกระตุ้นให้เกิดบรรยากาศการเรียนรู้ที่เต็มไปด้วยพลังสร้างสรรค์และความมุ่งมั่น

การจัดการแข่งขัน “Event MC the Idol” เป็นตัวอย่างสำคัญของการสร้างเวทีให้เยาวชนได้แสดงศักยภาพ ฝึกฝนทักษะ และสร้างเส้นทางสู่อาชีพอย่างมั่นคง สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่เน้นการสร้างงานที่มีคุณค่าและสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรมและทักษะวิชาชีพใหม่ ๆ

กองอาคารสถานที่ ม.นเรศวร “ซ้อมหนีไฟ” เสริมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย

วันพฤหัสบดีที่ 27 มิถุนายน 2567 เวลา 08.30 น. นายรุ่งรัตน์ พระนาค ผู้อำนวยการกองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นประธานเปิดโครงการ ฝึกอบรมป้องกันอัคคีภัยและฝึกซ้อมดับเพลิง โดยมีบุคลากรกองอาคารสถานที่เข้าร่วมโครงการอย่างพร้อมเพรียง เพื่อเสริมสร้างทักษะและความพร้อมในการรับมือเหตุฉุกเฉิน

การอบรมครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจาก สิบเอก ชาติชาย สิงเดช เจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยชำนาญงาน พร้อมด้วยบุคลากรจากงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย องค์การบริหารส่วนตำบลท่าโพธิ์ ที่มาร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และจัดการฝึกปฏิบัติจริง เพื่อให้ผู้เข้าร่วมเข้าใจแนวทางการรับมืออัคคีภัยอย่างถูกต้อง

การฝึกซ้อมเน้นทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ เช่น การใช้ถังดับเพลิงอย่างถูกวิธี การอพยพหนีไฟตามเส้นทางที่กำหนด และการรวมพลในจุดปลอดภัย ซึ่งช่วยเสริมสร้างทักษะที่จำเป็นต่อบุคลากรให้สามารถปฏิบัติได้จริงในสถานการณ์ฉุกเฉิน

โครงการดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนา วัฒนธรรมด้านความปลอดภัยในองค์กร เพราะอาคารสถานที่เป็นพื้นที่ที่มีผู้คนใช้งานจำนวนมาก การเตรียมความพร้อมจึงมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงและป้องกันการสูญเสีย ทั้งในระดับบุคคลและระดับชุมชนโดยรอบมหาวิทยาลัย

นอกจากนี้ยังสะท้อนถึง ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยและหน่วยงานภาครัฐในท้องถิ่น ในการบูรณาการความรู้และประสบการณ์ เพื่อเสริมสร้างระบบการจัดการความปลอดภัยที่เข้มแข็ง และเป็นแบบอย่างของการพัฒนาที่อาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน

การซ้อมหนีไฟไม่เพียงเป็นกิจกรรมเพื่อฝึกทักษะ แต่ยังเป็นการสร้างความตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยให้หยั่งรากในมหาวิทยาลัย สอดคล้องกับแนวคิดการสร้างเมืองที่ปลอดภัยและยั่งยืน โดยการพัฒนาพื้นที่การศึกษาที่มีความมั่นคงและพร้อมรับมือวิกฤต

มหาวิทยาลัยนเรศวรส่งเสริมด้านความปลอดภัย ผ่านโครงการฝึกอบรมและซ้อมหนีไฟอย่างต่อเนื่อง เป็นการตอกย้ำถึงความรับผิดชอบต่อบุคลากร นักศึกษา และชุมชนโดยรอบ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและยั่งยืนในทุกมิติ

ม.นเรศวร ร่วมยกระดับมาตรฐานอาหารปลอดภัย เชื่อมความร่วมมือสถาบันการศึกษาและท้องถิ่น

วันอังคารที่ 18 มิถุนายน 2567 กลุ่มสาขาวิชาอนามัยสิ่งแวดล้อม คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัดโครงการพัฒนามาตรฐานร้านอาหารและแผงลอยจำหน่ายอาหารรอบมหาวิทยาลัยนเรศวร โดยได้รับการสนับสนุนจากกองทุนหลักประกันสุขภาพตำบลท่าโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก กิจกรรมนี้จัดขึ้นเพื่อยกระดับมาตรฐานอาหารปลอดภัย และสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างภาคการศึกษา ภาคท้องถิ่น และชุมชน

โครงการครั้งนี้ได้รับเกียรติจากนายธวัช สิงห์เดช นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าโพธิ์ และรองศาสตราจารย์ ดร.นิทรา กิจธีระวุฒิวงษ์ คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมเป็นประธานเปิดโครงการ ณ ห้อง Main Conference อาคารบริการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ซึ่งเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการร้านอาหารและอาสาสมัครสาธารณสุขได้เข้ามาเรียนรู้และพัฒนาทักษะร่วมกัน

การดำเนินงานในครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมกว่า 150 คน ประกอบด้วยผู้ประกอบการร้านอาหารจำนวน 100 ร้านค้า และอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) อีก 50 คน ซึ่งเป็นกลุ่มสำคัญในการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในชุมชน ทั้งในด้านคุณภาพอาหารและสุขอนามัย

โครงการเน้นการอบรมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับสุขาภิบาลอาหาร การเลือกใช้วัตถุดิบที่สะอาดปลอดภัย การคัดแยกและการจัดเก็บอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ รวมถึงการจัดการภาชนะและพื้นที่ปรุงอาหารให้ถูกต้องตามหลักอนามัย ซึ่งช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถนำไปปรับใช้ในร้านค้าได้จริง

นอกจากการอบรมแล้ว ยังมีการประเมินคุณภาพร้านอาหารและแผงลอยโดยใช้เกณฑ์มาตรฐานที่กรมอนามัยกำหนด เพื่อให้มั่นใจได้ว่าผู้บริโภคจะได้รับอาหารที่สะอาดและปลอดภัยต่อสุขภาพ ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการยังได้รับคำแนะนำในการพัฒนาร้านให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อลดปัญหาขยะและของเสียจากการประกอบอาหาร

การมีส่วนร่วมของอาสาสมัครสาธารณสุขถือเป็นอีกหนึ่งจุดแข็งของโครงการ เนื่องจาก อสม. เป็นกำลังสำคัญในการสื่อสารและเผยแพร่ความรู้สู่ชุมชน การเข้ามามีบทบาทในการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในครั้งนี้ ช่วยให้แนวทางการพัฒนาอาหารปลอดภัยขยายผลได้อย่างกว้างขวางและต่อเนื่อง

การเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย หน่วยงานท้องถิ่น ผู้ประกอบการ และภาคประชาชนในครั้งนี้ เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการทำงานแบบบูรณาการ ที่ไม่เพียงแต่ยกระดับมาตรฐานร้านอาหารรอบมหาวิทยาลัย แต่ยังช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภค และตอบโจทย์การพัฒนาสุขภาพและโภชนาการในระดับชุมชน

การจัดโครงการพัฒนามาตรฐานร้านอาหารและแผงลอยจำหน่ายอาหารรอบมหาวิทยาลัยนเรศวรครั้งนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการยกระดับมาตรฐานอาหารปลอดภัย และสร้างความยั่งยืนทางโภชนาการ ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin