มหาวิทยาลัยนเรศวร ต้อนรับอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์และคณะเข้าศึกษาดูงานและจัดทำกรอบความร่วมมือด้าน Smart Village

รศ.ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี อธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร ให้เกียรติร่วมต้อนรับ รศ.ดร.สุภาวิณี สัตยาภรณ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์และคณะเข้าศึกษาดูงานและจัดทำกรอบความร่วมมือด้าน Smart Village ณ วิทยาลัยพลังงานทดแทนและสมาร์ตกริดเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยนเรศวร เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2565 โดยมีผู้อำนวยการ ผู้บริหาร อาจารย์ และเจ้าหน้าที่ของ SGtech ร่วมให้การต้อนรับ

ที่มา: วิทยาลัยพลังงานทดแทนและสมาร์ตกริดเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร เข้าร่วมงานประชาสัมพันธ์หลักสูตรและจัดแสดงนวัตกรรมฯ ในงานประชุมวิชาการเสนอผลงานวิจัยระดับบัณฑิตศึกษาแห่งชาติ ครั้งที่ 54

วิทยาลัยพลังงานทดแทนและสมาร์ตกริดเทคโนโลยี เข้าร่วมงานประชาสัมพันธ์หลักสูตรและจัดแสดงนวัตกรรมฯ ในงานประชุมวิชาการเสนอผลงานวิจัยระดับบัณฑิตศึกษาแห่งชาติ ครั้งที่ 54 (The 54th National Graduate Research Conference) “Graduate Studies and Personalized Education” ในวันที่ 13 มิถุนายน 2565 ณ อาคารอุทยานองค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช มหาวิทยาลัยนเรศวร

ที่มา: วิทยาลัยพลังงานทดแทนและสมาร์ตกริดเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยนเรศวร

นวัตกรรมเพื่อสังคมแอปพลิเคชั่น แคร์คุณ…ทุกเส้นทาง

แอปพลิเคชันแคร์คุณ Carekoon Mobility Platform เป็นหนึ่งในโครงการที่ได้รับการสนับสนุนทุนจากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) ร่วมกับหน่วยขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อสังคม ประจำพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง 1 มหาวิทยาลัยนเรศวร กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, เทศบาลนครพิษณุโลก และ ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมยานยนต์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร นำเสนอโดยบริษัทโซลาร์วัตต์111 จำกัด เพื่อให้ผู้ประกอบการ สามารถนำนวัตกรรมไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับชุมชน เกิดเป็นต้นแบบโมเดลธุรกิจโลจิสติกส์ ประหยัดพลังงานและลดปัญหาสิ่งแวดล้อม รวมทั้งสร้างกลุ่มธุรกิจสินค้าบริการสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ (Smart Mobility for Longevity Economy) ให้ผู้สูงอายุมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพในยุควิถีชีวิตปกติใหม่จากโรคระบาดโควิด-19

ภญ.กรรณิการ์ จรัสอุไรสิน ประธานกรรมการบริษัทโซลาร์วัตต์ 111 จำกัด และหัวหน้าโครงการแอปพลิเคชันแคร์คุณกล่าวว่า “ปัจจุบันผู้สูงอายุไทยเรามีสัดส่วนประมาณร้อยละ 16 คาดการณ์ว่าสัดส่วนจะสูงขึ้นถึงร้อยละ 30 ในอีก 10 ปีข้างหน้า ซึ่งใกล้เคียงกับสังคมญี่ปุ่นในวันนี้ อีกทั้งยังพบว่าผู้สูงอายุอยู่ตามลำพัง ประสบปัญหาในการเดินทางเพื่อใช้ชีวิตประจำวัน หรือยามเจ็บป่วยต้องพบแพทย์เพื่อรับยาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น จึงได้พัฒนาแอปพลิเคชันแคร์คุณ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตในการเดินทางคมนาคมในยุคดิจิตอล และที่สำคัญในช่วงสถานการณ์โรคระบาดโควิด -19 ก็ยังสามารถเข้าถึงการบริการสาธารณสุขผ่านปลายนิ้วบนแคร์คุณได้ อาทิ แพทย์ เภสัชกร นักกายภาพบำบัด ผู้ดูแลผู้สูงอายุ ขอขอบคุณสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ มหาวิทยาลัยนเรศวร และเทศบาลนครพิษณุโลก ที่ให้การสนับสนุนทุน บุคคลากรและพื้นที่ทดสอบ จนเกิดเป็นแอปพลิเคชันแคร์คุณสำเร็จค่ะ”

ผศ.ดร. อนันต์ชัย อยู่แก้ว หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นที่ปรึกษาโครงการ  กล่าวว่า “นอกจากรถไฟฟ้าแล้ว แอปพลิเคชันแคร์คุณซึ่งเป็นของคนไทย ถือว่ามาเติมเต็มในโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมขนส่งอัจฉริยะ (Smart Mobility) รองรับการขยายตัวของความเป็นเมืองภายในจังหวัดพิษณุโลกและจังหวัดอื่นๆ เพิ่มความสะดวกและทางเลือกมากยิ่งขึ้น จุดเด่นของแคร์คุณคือสามารถออกแบบตอบโจทย์การเดินทางได้หลากหลาย มีทั้งประเภทรถโดยสารส่วนบุคคล (On-demand), ประเภทรถประจำเส้นทาง(Route) และประเภทบริการวิ่งรับส่งสินค้าอาหารจากร้านค้าไปยังบ้านลูกค้าปลายทาง, สามารถประยุกต์ใช้เป็นบริการอื่นๆ ตามความต้องการของผู้ให้บริการได้ เช่น รถบัสอีวีรับส่งภายในมหาวิทยาลัยนเรศวร, รถเร่ขายกับข้าว, รถสำหรับผู้พิการ, Car sharing, รถนำเที่ยว,รถแพทย์ฉุกเฉินเคลื่อนที่, สามารถเพิ่มรายได้ให้กับเศรษฐกิจท้องถิ่นและระดับประเทศได้”

ผศ.ดร.ดลเดช ตั้งตระการพงษ์ หัวหน้าหน่วยขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อสังคม กล่าวว่า “สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA)  และหน่วยขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อสังคม (SID) ประจำพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง 1 มหาวิทยาลัยนเรศวร มีภารกิจช่วยพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการเอสเอ็มอี โดยมีทีมงานนักวิจัย ผู้เชียวชาญ มาเป็นที่ปรึกษา พร้อมทั้งสนับสนุนทุนเพื่อนำนวัตกรรมนั้นไปต่อยอดทำธุรกิจได้ เพื่อสร้างรายได้ สร้างคุณค่าเกิดประโยชน์ให้กับชุมชน สังคมสิ่งแวดล้อม เช่นเดียวกันกับโครงการแอปพลิเคชันแคร์คุณ ที่ได้บูรณาการแพลตฟอร์มเรื่องคมนาคมขนส่ง รวมเข้ากับการบริการสาธารณสุข สามารถตอบโจทย์ Pain Point ผู้สูงอายุ หรือ ผู้พิการ รวมทั้งคนทั่วไปที่มีข้อจำกัดในการเดินทางสัญจร ในสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 อีกทั้งยังสามารถสร้างงาน สร้างอาชีพ ให้กับผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์ รถรับจ้าง หรือร้านจำหน่ายสินค้า อาหาร เวชภัณฑ์ บนแคร์คุณให้มีรายได้เพิ่มขึ้นได้”

แอปพลิเคชันแคร์คุณ ยังมีส่วนสนับสนุนระบบการขนส่งสาธารณะภายในมหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการอย่างสูงสุด โดยได้ร่วมกันพัฒนาและทดสอบการเชื่อมระบบการดูตำแหน่ง GPS ของรถไฟฟ้าประจำทาง

นายรุ่งรัตน์ พระนาค ผู้อำนวยการกองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร “ต้องขอขอบคุณทางบริษัทฯ ที่ได้นำแอปพลิเคชันแคร์คุณมาสนับสนุนการให้บริการของรถไฟฟ้าประจำทาง ทำให้นิสิต รวมทั้งบุคคลากรของมหาวิทยาลัยสามารถที่จะเห็นตำแหน่งรถได้บนจอมือถือ ซึ่งช่วยบริหารเวลาในการมารอใช้บริการที่จุดรับส่ง เวลาเข้าเรียนหรือกลับหอ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และจะนำข้อคิดเห็นต่างๆจากผู้ใช้งาน มาปรับปรุงพัฒนาการให้บริการร่วมกันกับแคร์คุณต่อไป”

นางสาวสิริกร ชูแก้ว ผู้อำนวยการกองการถ่ายทอดเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยนเรศวร “โดยปกติแล้วทางมหาวิทยาลัยมีภารกิจในการนำองค์ความรู้เทคโนโลยีมาพัฒนาผู้ประกอบการซึ่งเป็นภาคเอกชน ในส่วนของแอปพลิเคชันแคร์คุณ นับได้ว่าเป็นความร่วมมือของภาคเอกชนและอาจารย์ที่ปรึกษา ในการถ่ายทอดผลงานเทคโนโลยีนวัตกรรมนั้นกลับเข้าสู่มหาวิทยาลัย เพื่อให้บุคคลากร นิสิต ได้ใช้ประโยชน์ เสมือนเป็นห้องแล็บในการแลกเปลี่ยนความรู้ร่วมกัน”

นายคมสัน เสริมดวงประทีป ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์สาธารณะ “ปัจจุบันเทคโนโลยีมีความก้าวหน้ามากขึ้น จำเป็นต้องปรับตัวเรียนรู้เพื่อนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ เช่นเดียวกันกับแอปพลิเคชันแคร์คุณ ซึ่งผมได้มีโอกาสเข้าโครงการนำร่องและเห็นถึงโอกาสในการสร้างรายได้เสริมอีกทางหนึ่ง ปกติก็จะมีลูกค้าประจำ แต่แอปพลิเคชันทำให้ได้เจอลูกค้ารายใหม่เพิ่มขึ้น รวมทั้งยังมีการบริการรับส่งอาหาร ซึ่งนอกจากจะช่วยสร้างรายได้เพิ่มขึ้นแล้ว ยังทำให้เป็นการสร้างงานให้อยู่ภายในจังหวัด ไม่จำเป้นต้องไปทำงานที่อื่น”

นายจรินทร์ อินทยศ ผู้ขับขี่จากชมรมรถยนต์บริการสนามบินพิษณุโลก “เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางมาน้อยลงมาก ทำให้ขาดรายได้ ซึ่งแอปพลิเคชันแคร์คุณได้ถูกพัฒนามาเพื่อที่จะมาช่วยเหลือผู้ประกอบการ ผู้ขับขี่ในพื้นที่ ผ่านการบริการต่างๆบนแพลตฟอร์ม ทำให้เพิ่มจำนวนผู้โดยสารในพื้นที่เรียกใช้บริการมากขึ้น ชดเชยจำนวนนักท่องเที่ยวหรือผู้ที่เดินทางข้ามจังหวัดได้เป็นอย่างดี ขอเชิญชวนเพื่อนๆผู้ขับขี่ หรือผู้สนใจที่ต้องการมีรายได้เสริมมาสมัครขับบนแอปพลิเคชันแคร์คุณ”

แอปพลิเคชันแคร์คุณ นอกจากมีบริการรถรับส่งหลากหลายประเภทแล้ว ยังมีการให้บริการปรึกษาสุขภาพออนไลน์จากทีมแพทย์ เภสัชกร พยาบาล นักกายภาพบำบัด อาทิ หมอรู้จักคุณของโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร,Health Dome บริการ Telemedicine, ร้านขายยาเคเจฟาร์มาซี, กนกคลินิกกายภาพบำบัด, คุยเรื่องสมุนไพรกับ อ.มยุรี ตั้งเกียรติกำจาย, บ้านพักฟื้นผู้สูงอายุสายใยสัมพันธ์เนอสซิ่งโฮม และแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์สายสุขภาพ Health Academy รวมทั้งร้านอาหาร บ้านฉัน 4 ภาค

ขอเชิญชวนผู้ประกอบการร้านค้าต่างๆ ผู้ขับขี่ สนใจเข้าร่วมเป็นผู้ให้บริการบนแพลตฟอร์มแคร์คุณได้สมัครฟรีค่าธรรมเนียม 3 เดือน ติดต่อได้ที่ website: www.carekoon.com, LINE: @carekoon หรือโทรศัพท์ติดต่อเบอร์โทรศัพท์ 092-269-6914 หรือ 081-834-7702

เกี่ยวกับนวัตกรรมเพื่อสังคมแอปพลิเคชันแคร์คุณ

แอปพลิเคชันแคร์คุณเป็นแอปพลิเคชันให้บริการยานพาหนะ (Ride-hailing service) ของคนไทยพัฒนาโดยบริษัทโซลาร์วัตต์111 จำกัด เป็นหนึ่งในโครงการที่ได้รับการสนับสนุนทุนจากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) ร่วมกับ หน่วยขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อสังคม ประจำพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง 1 มหาวิทยาลัยนเรศวร, กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยมีจุดประสงค์ให้ผู้ประกอบการนำนวัตกรรมไปพัฒนาออกแบบเพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาดโควิด-19, สร้างรายได้กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน สร้างงาน สร้างรายได้ และพัฒนาสังคมสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะการให้บริการกลุ่มผู้สูงอายุ และผู้ดูแลผู้สูงอายุ รวมทั้งประชาชนทั่วไป ซึ่งแอปพลิเคชันแคร์คุณจะทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มศูนย์รวมสินค้าและบริการสำหรับกลุ่มผู้สูงอายุ เพื่อรองรับสังคมสูงวัย แอปพลิเคชันแคร์คุณได้รับการสนับสนุนในการขับเคลื่อนภายใต้โครงการนำร่อง (เดือนตุลาคม-ธันวาคม 2563) จากหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐ มหาวิทยาลัย และ เอกชน ได้แก่ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ, เทศบาลนครพิษณุโลก, ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมยานยนต์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร และกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 

ที่มา: carekoon.com

สภานิสิต ม.นเรศวร ประกาศและแสดงจุดยืน “ไม่สนับสนุนกิจกรรม ระบบโซตัส”

สภานิสิตขอประกาศและแสดงจุดยืน “ไม่สนับสนุนกิจกรรม ระบบโซตัส” ยกเลิกกิจกรรมห้องเชียร์มติตั้งแต่ปีการศึกษา2564 เป็นต้นไป และไม่สนับสนุนกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับระบบโซตัส(SOTUS) ทั้งกิจกรรมที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนของมวลนิสิตในรูปแบบต่างๆ

อ้างตาม : มติจากการประชุมร่วมกันระหว่างสภานิสิต องค์การนิสิต และสโมสรนิสิตคณะ/วิทยาลัย และเสนอเข้าเพื่อทราบในที่ประชุมคณะกรรมการกิจการนิสิต ครั้งที่ 1/2564

โดยก่อนหน้านี้มีหน่วยงาน/องค์กรทางการศึกษาทยอยประกาศ ยกเลิกโซตัส รวมทั้งกิจกรรมที่เข้าข่ายการละเมิดสิทธิมนุษยชน อย่างต่อเนื่อง โดยก่อนหน้าที่มีองค์การบริหาร องค์การนิสิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน (อบ.ก.), องค์การนักศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น, องค์การนิสิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส) ที่ประกาศออกมาแล้ว

และล่าสุด เมื่อวันที่ 12 มิถุนายนที่ผ่านมา สภานิสิต มหาวิทยาลัยนเรศวร (มน.) เป็นหน่วยงานล่าสุดที่ออกมาระบุว่า สภานิสิตขอประกาศและแสดงจุดยืน ยกเลิกกิจกรรมห้องเชียร์ มติตั้งแต่ปีการศึกษา 2564 เป็นต้นไป และไม่สนับสนุนกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับระบบโซตัส (SOTUS) ทั้งกิจกรรมที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนของมวลนิสิตในรูปแบบต่างๆ

ที่มา: Matichon Online

ขับเคลื่อนอาชีพ สำหรับคนพิการในยุคโควิดด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม

🎯 ขอเชิญคณาจารย์ และบุคคลผู้สนใจ ส่งบทความวิจัย และบทความวิชาการ ในสัมมนาวิชาการระดับชาติด้านคนพิการ ครั้งที่ 14 ประจำปี 2565 การขับเคลื่อนอาชีพ สำหรับคนพิการในยุคโควิดด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม “Driving occupation for persons with disabilities in the COVID-19 pandemic with technology and innovation”
📍 วันที่ 26 สิงหาคม 2565 จัดแบบ Online และ Onsite ผ่านโปรแกรม ZOOM ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติ อุทยานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช มหาวิทยาลัยนเรศวร📄ส่งบทความได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 7 มิถุนายน 2565กำหนดการรับส่งบทความ https://archdb.arch.nu.ac.th/ncpd/downloads/schedule2022.pdf
📍รายละเอียดเพิ่มเติมhttps://archdb.arch.nu.ac.th/ncpd/homeติดต่อสอบถามได้ที่📞055-962452 (ผู้ประสานงาน คุณกนกพร เอี่ยมละออ)คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ศิลปะและการออกแบบ มหาวิทยาลัยนเรศวร
📨 ncpdnu2022@gmail.com Fax: 055-962554

ร่วมกิจกรรมรณรงค์ลดอุบัติเหตุทางถนน โครงการ “ต้นไม้ชีวิต” 

      วันอังคารที่ 24 พฤษภาคม 2565 เวลา 10.30 น.นายสุรัตน์ รอดมา หัวหน้างานภูมิทัศน์และคณะ เข้าร่วมโครงการ ต้นไม้มีชีวิต โดย นายกล้าหาญ ทารักษา แขวงทางหลวงชนบทพิษณุโลก จัดกิจกรรมรณรงค์ลดอุบัติเหตุทางถนน โครงการ “ต้นไม้ชีวิต” โดยมี นายรณชัย จิตรวิเศษ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานเปิดโครงการ นายกล้าหาญ ทารักษา ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชนบทพิษณุโลก กล่าวว่า จากสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนน ปี พ.ศ.2564 มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน จำนวน 13,448 รายและบาดเจ็บกว่า 8 แสนรายจากการจัดอันดับขององค์การอนามัยโลก พบว่าประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน เป็นอันดับ 9 ของโลก โดยจังหวัดพิษณุโลก มีผู้เสียชีวิตสูงสุด 226 ราย ซึ่งในครั้งนี้ แขวงทางหลวงชนบทพิษณุโลก ได้ดำเนินการจัดทำโครงการ ต้นไม้ชีวิตขึ้น ในการเสริมสร้างจิตสำนึกความปลอดภัยทางถนน และรักษ์โลก บนวิสัยทัศน์ Vision Zero / Zero Waste & Zero Deathทั้งนี้ ส่วนราชการและประชาชน ได้ร่วมกันจัดพิธีสงฆ์ สวดอุทิศให้ผู้เสียชีวิต 226 ราย พร้อมชมนิทรรศการ ผลการดำเนินงานที่ผ่านมา และร่วมกันปลูกต้นไม้ 226 ต้น เพิ่มพื้นที่สีเขียวณ ริมทางหลวงชนบท สาย พล.4003 กม.2+400 ถึง 3+400 อ.เมือง พิษณุโลก

ม.นเรศวร ไฟเขียวให้นิสิตแต่งเครื่องแบบตามเพศสภาพ นักวิชาการชี้ เป็นความก้าวหน้า

เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ข้อบังคับมหาวิทยาลัยนเรศวร ว่าด้วยเครื่องแต่งกายของนิสิตขั้นปริญญาตรี โดยกำหนดเครื่องแต่งกายของนิสิตขั้นปริญญาตรีให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ปัจจุบัน สามารถแต่งกายตาม ‘เพศสภาพ’ ได้ มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา นั่นคือตั้งแต่วันที่ 17 ธันวาคม 2561 เป็นต้นไป ลงนามโดย ศาสตราจารย์ นายแพทย์กระแส ชนะวงศ์ นายกสภามหาวิทยาลัย

ขณะที่ เคท ครั้งพิบูลย์ อาจารย์ประจำคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แสดงความคิดเห็นต่อกรณีนี้ว่า จากประกาศนี้นับได้ว่าเป็นความก้าวหน้าในการทำความเข้าใจเรื่องเพศสภาพของนิสิตที่มีการแสดงออกตัวตนทางเพศภาวะมากขึ้น และสิ่งนี้จะช่วยทำให้ส่งเสริมความเสมอภาคทางเพศ ซึ่งสอดคล้องกับ พ.ร.บ. ความเท่าเทียมทางเพศ และหลักสากลในเรื่องอัตลักษณ์ทางเพศ และเพศวิถีที่ทั่วโลกขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดความเท่าเทียม

ที่มา: หนังสือพิมพ์ THE STANDARD

“อุทยานวิทยาศาสตร์ ม.นเรศวร”ชูอาหารนุ่มพร้อมทานช่วยผู้ป่วยที่กลืนลำบากให้ได้รับสารอาหาร

เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2565 รศ.(พิเศษ) ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เลขานุการ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า อุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร (มน.) ดำเนินโครงการสร้างกำลังคนและทักษะแห่งอนาคตในภูมิภาค เพื่อตอบโจทย์การพัฒนานวัตกรรมของประเทศ ซึ่งกำกับดูแลโดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ตามแผนงานการพัฒนาระบบนิเวศเพื่อสร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่ โดยได้ทีม “Samadul Food” จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่ทำผลิตภัณฑ์ “เพียวเร่ข้าวมธุปายาส และเนื้อเทียมโปรตีนพืชสำหรับฝึกกลืน” ภายใต้แนวคิดธุรกิจอาหารนุ่มพร้อมทานเพื่อดูแลผู้ที่มีภาวะกลืนลำบากให้ได้รับสารอาหารพื้นฐาน ทานน้อยแต่ได้ครบ ใช้ฝึกกลืนฟื้นฟูกล้ามเนื้อการกลืนด้วยเมนูจากพืชและมาจากภูมิปัญญาไทย ซึ่งนอกจากการสนับสนุนทุนในการพัฒนาต้นแบบแล้ว อุทยานฯ ยังได้เข้าไปช่วยเหลือทีมในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อให้สามารถมองงานได้อย่างเข้าใจและโฟกัสกับผลิตภัณฑ์ว่ามีข้อเด่นอย่างไร และทำให้ชัดขึ้นได้อย่างไร พร้อมมีระบบติดตามความก้าวหน้าที่มีประสิทธิภาพ ทำให้การพัฒนาผลิตภัณฑ์ไม่ออกนอกเส้นทางและถึงเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ในเวลาที่กำหนด รวมถึงสร้างเครือข่ายให้ทีมมีความผูกพันกันเองมากขึ้น ทำให้ได้ฝึกวิธีคิดและหาทางออก

เลขานุการ รมว.อว. กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ทีมยังได้รับความรู้ในการทำธุรกิจแบบมียุทธศาสตร์ ซึ่งทำให้สามารถเริ่มต้นทำธุรกิจได้แบบไม่เสี่ยงหรือเจ็บตัว นอกจากผลิตภัณฑ์จะมีโอกาสสามารถทำยอดขายสูงได้ในอนาคตแล้ว ยังทำให้สามารถสร้างผลิตภัณฑ์ที่ช่วยสร้างคุณค่าต่อโรงพยาบาลสำคัญ ๆ ในภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นอาหารที่ช่วยดูแลผู้ป่วย ลดค่าใช้จ่ายอาหารทางการแพทย์และสารให้ความข้นหนืดที่ต้องนำเข้า นอกจากจะช่วยให้เกิดรายได้ให้วิสาหกิจชุมชนที่ปลูกผักและพืชสมุนไพร ยังสร้างโอกาสในธุรกิจให้กับร้านจำหน่ายวัตถุดิบอาหารสุขภาพ หรือร้านขายอาหารทางการแพทย์อีกด้วย

ที่มา: dailynews

ม.นเรศวร ตั้ง กก.สอบ! เครือข่าย ปชช. ยื่นร้องพฤติกรรมนักวิชาการทำEIA แนวส่งน้ำยวมไม่น่าไว้ใจ

สืบเนื่องจากสำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) เคยนำเสนอข่าวในช่วงเดือนเมษายน 2565 ที่ผ่านมา ชาวบ้าน ต.นาคอเรือ อ.ฮอต จ.เชียงใหม่ ได้ออกคัดค้านการก่อสร้างโครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนเขื่อนภูมิพล (แนวส่งน้ำยวม) พร้อมตั้งข้อสังเกตกรณีนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยนเรศวร ที่เข้ามาในพื้นที่ว่า อาจจะมีพฤติกรรมไม่ชอบมาพากล เหมือนที่ทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) แบบไม่ถูกต้องตามข่าวที่สำนักข่าวอิศราเคยนำเสนอ ซึ่งเรียกว่า ‘EIA ร้านลาบ’ 

277185726 3083695085175796 3074945533297550827 n

สำนักข่าวอิศรา รายงานความเคลื่อนไหวล่าสุด ว่า เมื่อวันที่ 10 พ.ค. 2565 เครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำยวม-เงา-เมย-สาละวิน  ได้ทำหนังสือถึงประธานสภามหาวิทยาลัยนเรศวร และทำสำเนาถึงนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) เพื่อขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของนักวิชาการในมหาวิทยาลัยนเรศวรกลุ่มหนึ่ง กรณีที่รับจ้างจากกรมชลประทาน จัดทำรายงาน EIA โครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้เขื่อนภูมิพล และโครงการสืบเนื่อง เป็นทางการ

เนื้อหาหนังสือระบุสาระคำสัญว่า ที่ผ่านมา คณะนักวิชาการกลุ่มนี้ เคยทำรายงาน EIA โครงการไว้และสิ้นสุดขอบข่ายการปฏิบัติงานไปเมื่อเดือนสิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา ซึ่งกระบวการทำรายงาน EIA มีปัญหาหลายจุด อาทิ จำนวนพื้นที่และผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการไม่สอคล้องกับความเป็นจริง, กระบวนการรับฟังความเห็นประชาชนในพื้นที่ไม่ครบถ้วน, ใช้ข้อมูลผิดวัตถุประสงค์ และใช้รูปภาพหรือข้อมูลที่ไม่น่าเชื่อถือ เป็นต้น 

โดยทางเครือข่ายประชาชนฯ จะให้เวลาตอบกลับภายใน 15 วัน นับจากวันที่ได้รับหนังสือฉบับนี้ ซึ่งภายในหนังสือดังกล่าวแนบชื่อนักวิชาการจำนวน 9 รายที่ร่วมจัดทำรายงาน EIA ทั้งหมดด้วย (ดูรายละเอียดในหนังสือท้ายเรื่อง) 

ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวอิศรา รายงานว่า ได้พยายามติดต่อไปยังมหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงเรื่องนี้เพิ่มเติม ได้รับการยืนยันจากแหล่งข่าวในมหาวิทยาลัยว่า ทางสภามหาวิทยาลัยได้รับเรื่องดังกล่าวไว้เมื่อวันที่ 12 พ.ค. 2565 แต่เนื่องจากสภามหาวิทยาลัยตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ จึงต้องส่งเรื่องต่อไปยังสำนักงานสภาฯ ที่กรุงเทพฯ 

“จดหมายที่มาถึงไม่มีเอกสารแนบใด ๆ มีเพียงเนื้อความในจดหมาย 2 แผ่นเท่านั้น แต่ตอนนี้ตามระเบียบของมหาวิทยาลัยได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว คาดว่าจะใช้เวลา 90 วัน แต่หากเป็นเรื่องร้องเรียนจากภายนอกมหาวิทยาลัย ทางสภามหาวิทยาลัยก็จะเร่งรัดให้ใช้เวลาพิจารณาเร็วขึ้น แต่ไม่สามารถบอกได้ว่า จะใช้เวลาตรวจสอบนานแค่ไหน”  แหล่งข่าวระบุ   

ขณะที่ นายวันชัย ศรีนวน ผู้ใหญ่บ้านแม่งูด ต.นาคอเรือ อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า เครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำยวม-เงา-เมย-สาละวิน ซึ่งประกอบด้วยกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายกและสมาชิกองค์กรบริหารส่วนท้องถิ่น ชาวบ้านที่ได้รับผลประทบ ได้ส่งหนังสือถึงประธานสภามหาวิทยาลัยนเรศวร(มน.)และศ.พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวตกรรม(อว.)เพื่อขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของนักวิชาการกลุ่มหนึ่งใน มน. กรณีรับจ้างกรมชลประทานการจัดทำรายงานศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ)โครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้เขื่อนภูมิพล และโครงการสืบเนื่อง เพราะมีข้อมูลหลายส่วนที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง และมีการแอบอ้างชื่อและภาพชาวบ้านไว้ในงานวิจัยโดยไม่ขออนุญาตที่สำคัญคือมีการเบียงเบนข้อเท็จจริง

นายวันชัยกล่าวย้ำว่า หนังสือดังกล่าวเห็นชอบและลงนามโดยผู้นำชุมชน 9 ราย อาทิ ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลแม่สวด นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน กำนันต.นาคอเรือ กำนัน ต.ฮอด อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ เป็นต้น 

ส่วน นายดวงจันทร์ ทองคำ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านแม่เงา ต.แม่สวด อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งจะได้รับผลกระทบจากเขื่อนกั้นแม่น้ำยวม สถานีสูบน้ำ และกองดินจากการขุดอุโมงค์ กล่าวว่า “ขณะนี้ชาวบ้านในเขตป่า 3 จังหวัด กำลังได้เจอปัญหาเดียวกัน ทั้งการสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำยวม ขุดอุโมงค์ และสายส่งไฟฟ้าแรงสูง เราจะได้รับผลกระทบที่รุนแรงหลายสิ่งอย่างมาก ทั้งกุ้งหอยปูปลา แม่น้ำ ป่าไม้ ที่ดินทำกินของเรา กรณีที่นักวิชาการ มน.รับทำการศึกษาโครงการนั้น ตนและผู้นำในพื้นที่ ต่างพบเจอสิ่งเดียวกัน คือ พบว่ามีตัวแทนจากมหาวิทยาลัย นเรศวรมาพบเรา มายืนข้างเรา และถ่ายรูปเราไป”

“ที่จริงการที่เขาถ่ายรูปผมควรต้องขออนุญาตก่อน ผมถามว่า มาจากที่ไหน อยู่หน่วยงานไหน แต่เขาบอกว่ามาจากกรมชลฯ เขาตอบว่าจบดอกเตอร์ แต่ธรรมชาติสอนให้ผมรู้ที่ต่ำที่สูง รู้ในสิ่งที่ผิดที่ถูก เราไม่ใช่คนไม่มีมารยาท บ้านป่าของเราก็มีการศึกษา เขาถามว่าถ้ามีคนมาเอาเงินเป็นล้านมาให้จะเอาไหม ผมบอกไปว่าผมไม่เอาเงินล้าน ผมอยู่บ้านป่า ผมกินของดอย กินกุ้งหอยปูปลา ดีกว่าเงินล้านเดียว หากรับเอาไปปีเดียวก็หมด ล้านเดียวเดี๋ยวก็หมดเกลี้ยง เอาทรัพยากรธรรมชาติของเรากลับคืนมาดีกว่า พวกเรายืนยันว่าจะไม่โยกย้าย จะไม่หนี” ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านกล่าว

WaterNorth140565
38794F7B 3FD5 4D1E 9E53 FEF3ACD81B27

ที่มา: สำนักข่าวอิศรา

บำรุงรักษาหม้อแปลงไฟฟ้าเพื่อความยั่งยืน

วันจันทร์ที่ 30 พฤษภาคม 2565 เวลา 17.00 น. นายรุ่งรัตน์ พระนาค ผู้อำนวยการกองอาคารสถานที่ได้มอบหมายให้ นายกฤษดา เกิดโภคา หัวหน้างานสาธารณูปโภคและซ่อมบำรุงพร้อมด้วยบุคลากร เริ่มดำเนินการบำรุงรักษาหม้อแปลงไฟฟ้าตามจุดต่างๆ ภายในมหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อให้อุปกรณ์ต่างๆอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ ยั่งยืน ยืดอายุการใช้งานและขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้

ที่มา: กองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin