ม.นเรศวร จัดบรรยายแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ผ่านกลไกอุดมศึกษา

วันพุธที่ 7 สิงหาคม 2567 คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดการบรรยายพิเศษหัวข้อ “แนวทางการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ผ่านกลไกอุดมศึกษา” โดยได้รับเกียรติจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธีรพงษ์ บัวหล้า อาจารย์ประจำภาควิชารัฐประศาสนศาสตร์ และอดีตคณบดีคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา เป็นวิทยากร ณ ห้อง 311 อาคารปราบไตรจักร 2 มหาวิทยาลัยนเรศวร

การบรรยายในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ และการตระหนักถึงบทบาทของสถาบันอุดมศึกษาในการมีส่วนร่วม สนับสนุนงานด้านคนพิการ ให้สามารถเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาและการพัฒนาศักยภาพได้อย่างเท่าเทียม เป็นส่วนสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม และสร้างสภาพแวดล้อมที่ครอบคลุมสำหรับทุกคน

หัวข้อการบรรยายยังเน้นให้เห็นถึงความสำคัญของการปรับโครงสร้างและระบบการศึกษา เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้พิการ ทั้งในด้านการเรียนการสอน สิ่งอำนวยความสะดวกทางกายภาพ และการใช้เทคโนโลยีเพื่อช่วยเหลือผู้พิการให้สามารถเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

มหาวิทยาลัยนเรศวรในฐานะสถาบันการศึกษาชั้นนำของภูมิภาค ได้ตระหนักถึงบทบาทของตนในการสร้างความเปลี่ยนแปลง โดยได้วางแนวทางการทำงานที่เน้นความครอบคลุม การสร้างนโยบายที่เอื้อต่อผู้พิการ และการบูรณาการประเด็นนี้เข้าไปในภารกิจของมหาวิทยาลัยอย่างต่อเนื่อง

การจัดบรรยายครั้งนี้ยังเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ที่เปิดโอกาสให้คณาจารย์ บุคลากร นิสิต และผู้สนใจทั่วไป ได้ซักถาม แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และเรียนรู้จากกรณีศึกษาที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเข้าใจเชิงลึกในการสนับสนุนและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ

นอกจากนี้ ยังสะท้อนถึงพันธกิจของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการขับเคลื่อนสังคมที่เท่าเทียมและครอบคลุม โดยมุ่งหวังให้การศึกษาเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างโอกาสและลดความไม่เสมอภาคในสังคมไทย

การจัดงานบรรยายดังกล่าวเป็นอีกก้าวหนึ่งของมหาวิทยาลัยนเรศวร ที่แสดงถึงความมุ่งมั่นในการเป็นสถาบันการศึกษาที่ไม่เพียงมุ่งเน้นด้านวิชาการ แต่ยังให้ความสำคัญกับการสร้างสังคมที่เข้มแข็งและเป็นธรรม โดยเฉพาะการ สนับสนุนงานด้านคนพิการ ให้สามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีและยั่งยืนต่อไป

ม.นเรศวร ส่งเสริมอาหารเพื่อสุขภาพผ่าน “ตลาดสีเขียว” ขับเคลื่อนการบริโภคปลอดภัยและเกษตรยั่งยืน

คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรม “ตลาดสีเขียว” เพื่อเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนสินค้าทางการเกษตรระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภค โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมอาหารเพื่อสุขภาพ สร้างความตระหนักด้านการบริโภคอาหารปลอดภัย และสนับสนุนเกษตรกรในท้องถิ่นให้สามารถจำหน่ายผลผลิตได้โดยตรงสู่ผู้บริโภคในราคายุติธรรม กิจกรรมตลาดสีเขียวจัดขึ้นเป็นประจำทุกวันพุธ ณ บริเวณคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ตลาดสีเขียวเป็นหนึ่งในแนวทางการขับเคลื่อนสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนของมหาวิทยาลัย โดยเน้นการสร้างระบบอาหารที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภคและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ภายในตลาดมีการจำหน่ายสินค้าหลากหลายประเภท เช่น ผักปลอดสารพิษ ผักพื้นบ้าน ข้าวสาร ผลไม้ตามฤดูกาล อาหารแห้ง อาหารปรุงสำเร็จ เครื่องดื่มสมุนไพร และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากชุมชน ซึ่งทั้งหมดล้วนผ่านกระบวนการผลิตที่สะอาด ปลอดภัย และเป็นธรรมต่อผู้ผลิต

กิจกรรมตลาดสีเขียวไม่เพียงเป็นแหล่งจำหน่ายสินค้าเกษตรคุณภาพ แต่ยังเป็นเวทีสำคัญในการส่งเสริมการเรียนรู้และสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพในสังคม มหาวิทยาลัยนเรศวรได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาแนวคิด “จากฟาร์มถึงจาน” (Farm to Table) เพื่อให้ผู้บริโภคตระหนักถึงที่มาของอาหารและคุณค่าทางโภชนาการที่ส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว

นอกจากนี้ ตลาดสีเขียวยังเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนในระดับฐานราก เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลกและจังหวัดใกล้เคียงสามารถนำผลผลิตทางการเกษตรมาจำหน่ายโดยตรงกับผู้บริโภค ซึ่งช่วยลดต้นทุนการขนส่ง ลดการสูญเสียในห่วงโซ่อาหาร และเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรอย่างมั่นคง ทั้งยังเป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับชุมชนท้องถิ่น

ในด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม ตลาดสีเขียวของมหาวิทยาลัยนเรศวรยังส่งเสริมการลดใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว โดยรณรงค์ให้ผู้ซื้อและผู้ขายใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ถุงผ้า กล่องกระดาษ หรือบรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้ เพื่อสร้างพฤติกรรมการบริโภคอย่างมีความรับผิดชอบและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ตลาดสีเขียวยังเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับนิสิตและบุคลากรของมหาวิทยาลัยในการศึกษาเกี่ยวกับระบบอาหารปลอดภัย เกษตรอินทรีย์ และการตลาดเพื่อสังคมอย่างยั่งยืน โดยกิจกรรมดังกล่าวช่วยเสริมสร้างความเข้าใจในหลักเศรษฐกิจพอเพียง และการดำรงชีวิตอย่างสมดุลระหว่างสุขภาพ เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม

มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับการส่งเสริมอาหารเพื่อสุขภาพในทุกมิติ กิจกรรมตลาดสีเขียวจึงเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานเพื่อสร้าง “สังคมแห่งสุขภาวะ” ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงอาหารปลอดภัย มีคุณค่าทางโภชนาการ และช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นให้เติบโตอย่างยั่งยืน มุ่งสู่เป้าหมายการเป็นมหาวิทยาลัยสีเขียวและเป็นแบบอย่างของสถาบันการศึกษาที่คำนึงถึงสุขภาพและความมั่นคงทางอาหารของสังคมอย่างแท้จริง

ม.นเรศวร ส่งเสริมความรู้การจัดการขยะและของเสียอันตราย สร้างจิตสำนึกสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

วันพุธที่ 7 สิงหาคม 2567 สาขาวิชาอนามัยสิ่งแวดล้อม คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร นำโดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรวิทย์ อินทร์ชม ผู้รับผิดชอบโครงการ พร้อมด้วยคณาจารย์และนิสิตชั้นปีที่ 4 ได้จัดบริการวิชาการ “โครงการการจัดการขยะและของเสียอันตราย” ณ โรงเรียนอนุบาลและประถมสาธิตมหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก โดยมีอาจารย์สุภารัตน์ เชื้อโชติ รักษาการในตำแหน่งรองผู้อำนวยการโรงเรียนฯ เป็นประธานในพิธีเปิด และรองศาสตราจารย์ ดร.นิทรา กิจธีระวุฒิวงษ์ คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ กล่าวขอบคุณผู้สนับสนุนและเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างความรู้ด้านการจัดการขยะในครั้งนี้

โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัย ที่มุ่งเน้นการถ่ายทอดองค์ความรู้สู่เยาวชน โดยมีนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 และ 6 จำนวน 120 คน เข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ที่ถูกออกแบบให้มีความสนุกสนานและได้ลงมือปฏิบัติจริง ผ่านรูปแบบฐานกิจกรรมเพื่อการเรียนรู้

ในกิจกรรมมีการให้ความรู้ด้านการจัดการขยะและของเสียอันตราย ทั้งการคัดแยกขยะอย่างถูกวิธี การตรวจสอบและป้องกันการปนเปื้อนของเชื้อโรคและสารเคมีในอาหาร ตลอดจนแนวทางการลดปริมาณขยะที่เกิดจากกิจกรรมในชีวิตประจำวัน โดยมีคณาจารย์และนิสิตในสาขาเป็นวิทยากรให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด

การจัดกิจกรรมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ นอกจากจะช่วยสร้างความเข้าใจเรื่องสิ่งแวดล้อมให้กับเด็ก ๆ แล้ว ยังช่วยฝึกทักษะที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง เด็ก ๆ ได้เรียนรู้วิธีแยกขยะรีไซเคิล ขยะอินทรีย์ ขยะทั่วไป และขยะอันตราย ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของชุมชน

การบูรณาการองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยสู่โรงเรียนในรูปแบบนี้ ยังเป็นการวางรากฐานในการสร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมให้กับเยาวชนตั้งแต่ระดับประถมศึกษา ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการพัฒนาเยาวชนให้เติบโตเป็นพลเมืองที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

โครงการยังเป็นตัวอย่างที่ดีของการสร้างความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษาและภาคชุมชน ในการนำองค์ความรู้ทางวิชาการมาประยุกต์ใช้เพื่อแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมในระดับท้องถิ่น พร้อมทั้งเป็นเวทีให้กับนิสิตได้ฝึกฝนทักษะการถ่ายทอดความรู้และการทำงานร่วมกับชุมชน

การจัดกิจกรรม “โครงการการจัดการขยะและของเสียอันตราย” ครั้งนี้ จึงถือเป็นส่วนหนึ่งในการ ส่งเสริมความรู้การจัดการขยะและของเสียอันตราย ที่ช่วยสร้างความตระหนักรู้ในการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการสร้างขยะ และพัฒนาทักษะชีวิตเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน ทั้งในระดับบุคคล โรงเรียน ชุมชน และสังคมโดยรวม

ม.นเรศวร จัดโครงการแสดงรำเดี่ยวมาตรฐานทางด้านนาฏศิลป์ไทย ประจำปี 2567 สืบสานและอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย

วันพฤหัสบดีที่ 8 สิงหาคม 2567 คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยสาขาวิชานาฏศิลป์ไทย ภาควิชาศิลปะการแสดง จัดโครงการแสดงรำเดี่ยวมาตรฐานทางด้านนาฏศิลป์ไทย ประจำปี 2567 ณ โรงละครเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา บรมราชินีนาถ มหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อเป็นเวทีให้นิสิตได้แสดงความสามารถทางด้านนาฏศิลป์ไทย พร้อมทั้งเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณชน

การจัดโครงการดังกล่าว มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งของพันธกิจด้านการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม และเป็นการบูรณาการเข้ากับการเรียนการสอนในระดับอุดมศึกษา เพื่อให้นิสิตได้ใช้ความรู้และทักษะที่สั่งสมมาตลอดการเรียนรู้ 4 ปี นำไปถ่ายทอดในรูปแบบที่ถูกต้องตามหลักวิชาการและแบบแผนทางนาฏศิลป์ไทย

การแสดงรำเดี่ยวมาตรฐานครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อฝึกฝนนิสิตให้มีความมั่นใจในการแสดงออก พร้อมเตรียมความพร้อมสู่การเป็นบัณฑิตที่มีคุณภาพ ไม่เพียงแต่มีความรู้ทางวิชาการ หากยังมีความสามารถด้านศิลปวัฒนธรรม อันเป็นคุณลักษณะสำคัญที่สังคมต้องการ

มหาวิทยาลัยนเรศวรตระหนักว่า การอนุรักษ์วัฒนธรรม ไม่ได้เป็นเพียงการรักษาขนบธรรมเนียม แต่เป็นการสร้างอัตลักษณ์และความภาคภูมิใจให้แก่เยาวชนและสังคม การบรรจุเนื้อหาศิลปวัฒนธรรมในหลักสูตรการเรียนการสอน เป็นกลไกสำคัญที่ทำให้ภารกิจด้านการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมเกิดผลสัมฤทธิ์อย่างแท้จริง

ภายในงาน มีการแสดงรำเดี่ยวมาตรฐานจำนวน 20 ชุด อาทิ ชุดลงสรงท้าวมาลีวราช พระรามลงสรง มณโฑหุงน้ำทิพย์ สีดาทรงเครื่อง พระลักษมณ์ลงสรง เชิดฉิ่งเบญกาย และฉุยฉายพระลอ โดยนิสิตสาขานาฏศิลป์ไทยได้ถ่ายทอดความงดงามของท่วงท่าร่ายรำและศิลปะการแสดงที่สืบทอดมาตามแบบแผนดั้งเดิม

การแสดงดังกล่าวยังเป็นโอกาสสำคัญในการเผยแพร่นาฏศิลป์ไทยไปยังสาธารณชน ช่วยเสริมสร้างความเข้าใจ ความรัก และความตระหนักในคุณค่าทางศิลปวัฒนธรรมที่มีมาอย่างยาวนาน อันจะนำไปสู่การอนุรักษ์และสืบสานต่อไป

มหาวิทยาลัยนเรศวรยืนยันความมุ่งมั่นที่จะผลักดันให้ศิลปวัฒนธรรมเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตการศึกษาและสังคม ตลอดจนเป็นมหาวิทยาลัยที่มีบทบาทสำคัญในการอนุรักษ์วัฒนธรรม และร่วมสร้างเมืองและชุมชนที่ยั่งยืน ด้วยการธำรงรักษาอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมไทยให้คงอยู่ต่อไปในอนาคต

ม.นเรศวร จัดโครงการ NU x Influencer พัฒนาทักษะนิสิต สร้างงานสร้างอาชีพยุคดิจิทัล

วันพฤหัสบดีที่ 1 สิงหาคม 2567 งานประชาสัมพันธ์ กองกลาง มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรมเสวนา NU x Influencer ภายใต้หัวข้อ “Mental Well-being การสร้างคอนเทนต์ และพื้นที่ปลอดภัยของหัวใจ” ณ เวทีกลางงาน NU Art & Craft Fun Fair โดยได้รับเกียรติจาก Influencer ศิษย์เก่าที่มีชื่อเสียง ได้แก่ พี่กิ่ง ทิพย์ธิดา จากเพจ “แม่อยากได้รูป 1 คอลเลคชัน” และพี่ฮารุ ชนากานต์ จากเพจ “The Muggle’s” พร้อมดำเนินรายการโดย นายธรรมรงค์ สาริกุล เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์การสร้างคอนเทนต์อย่างสร้างสรรค์และดูแลสุขภาพจิตใจ

วันเสาร์ที่ 3 และวันอาทิตย์ที่ 4 สิงหาคม 2567 จัดกิจกรรม NU x Influencer โดย MC of SWU ณ อาคารคณะโลจิสติกส์และดิจิทัลซัพพลายเชน ชั้น 2 มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยเป็นการอบรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ได้รับความร่วมมือจากคณะกรรมการชมรมส่งเสริมทักษะการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (MC of SWU) พร้อมด้วยชมรมพิธีกรมหาวิทยาลัยนเรศวร (MC of NU) เพื่อพัฒนาทักษะให้นิสิตก้าวสู่การเป็น Influencer อย่างมีคุณภาพ

กิจกรรม Workshop มีเนื้อหาหลากหลาย เช่น “การสร้างสื่อและตัวตนที่น่าจดจำผ่าน Storytelling Canvas” ที่ช่วยให้นิสิตได้เรียนรู้เทคนิคการเล่าเรื่อง การวางโครงสร้างคอนเทนต์ และการนำเสนออย่างมืออาชีพ สอดคล้องกับทักษะที่ตลาดแรงงานยุคดิจิทัลต้องการ และเป็นการเสริมสร้างความมั่นใจในการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์

การเสวนาและอบรมเหล่านี้ช่วยให้นิสิตได้เห็นความสำคัญของ การสร้างงานสร้างอาชีพ ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งเปิดโอกาสให้เยาวชนรุ่นใหม่ใช้ทักษะการสื่อสารและความคิดสร้างสรรค์ในการพัฒนาตนเอง สร้างรายได้ และเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันในระดับประเทศและนานาชาติ

นอกจากนี้ยังเป็นเวทีเชื่อมโยงระหว่าง ศิษย์เก่าและนิสิตปัจจุบัน ผ่านการถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ และแรงบันดาลใจ เพื่อเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็งและยั่งยืนในอนาคต ทั้งยังสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับมหาวิทยาลัยนเรศวรในฐานะสถาบันที่สนับสนุนการพัฒนาทักษะชีวิตและวิชาชีพของนิสิต

โครงการ NU x Influencer ยังสะท้อนถึงการนำทรัพยากรด้านวิชาการและกิจกรรมนอกหลักสูตรมาใช้ประโยชน์ร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้นิสิตได้ฝึกฝนทักษะทั้งในด้าน Soft Skills และ Hard Skills ที่สำคัญต่อการทำงานจริง ต่อยอดสู่โอกาสในการประกอบอาชีพที่มั่นคง

ท้ายที่สุด กิจกรรมครั้งนี้ไม่เพียงแต่ช่วยยกระดับศักยภาพของนิสิตในด้านการสื่อสารและการผลิตสื่อเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างรากฐานในการพัฒนาทุนมนุษย์ สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจที่ยั่งยืน โดยมหาวิทยาลัยนเรศวรมีบทบาทสำคัญในการบ่มเพาะคนรุ่นใหม่ให้พร้อมเผชิญกับโลกการทำงานยุคดิจิทัล

ม.นเรศวร ส่งเสริม Work-Life Balance จัดมหกรรม Healthy Pre-Aging ดูแลก่อนสูงวัย

วันเสาร์ที่ 3 สิงหาคม 2567 คณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดงาน “มหกรรม Healthy Pre-Aging (ดูแลก่อนสูงวัย)” ณ ศูนย์การค้าเซนทรัล พิษณุโลก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้และสร้างความตระหนักด้านสุขภาพแก่ประชาชนทั่วไป รวมถึงให้บริการตรวจสุขภาพเบื้องต้นในสาขาสหเวชศาสตร์ พร้อมทั้งเผยแพร่บทบาทของคณะและมหาวิทยาลัยในการส่งเสริมสุขภาวะของสังคม กิจกรรมนี้จัดขึ้นเนื่องในวาระครบรอบ 28 ปี แห่งการสถาปนาคณะสหเวชศาสตร์ และครบรอบ 34 ปี แห่งการสถาปนามหาวิทยาลัยนเรศวร

พิธีเปิดงานจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 3 สิงหาคม 2567 โดยมี ดร.พิสุทธ์ อภิชยกุล รองอธิการบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์และการถ่ายทอดเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยผู้บริหารจากมหาวิทยาลัยนเรศวร หอการค้าจังหวัดพิษณุโลก และผู้บริหารศูนย์การค้าเซนทรัล พิษณุโลก เข้าร่วมในพิธีเปิดภายใต้แนวคิด “CARE” ที่มุ่งเน้นการสะสมสุขภาพผ่าน Health Coin 4 เหรียญ ได้แก่ การตรวจสุขภาพ (Check Up) การเคลื่อนไหวร่างกาย (Active) การผ่อนคลาย (Relax) และ การกินเพื่อสุขภาพ (Eat Healthy)

ภายในงานมีการจัดเสวนาและสาธิตกิจกรรมด้านสุขภาพมากมาย อาทิ การเสวนาเรื่อง “ดูแลสมองด้วยการออกกำลังกาย” โดย นายแพทย์วีระพันธ์ สุวรรณนามัย ศัลยแพทย์เชี่ยวชาญด้านโรคสมองและระบบประสาท การสาธิตออกกำลังกาย “Fit Age วัยเก๋า” โดย คุณฟ้าใส พึ่งอุดม รวมถึงการพูดคุยในหัวข้อ “พิษณุโลกเมืองสุขภาพดี” โดย ดร.เปรมฤดี ชามพูนท นายกเทศมนตรีนครพิษณุโลก ซึ่งสะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างภาครัฐ มหาวิทยาลัย และชุมชนในการส่งเสริมสุขภาพที่ยั่งยืน

นอกจากนี้ยังมีการเสวนาในหัวข้อ “สูตรลับชะลอชรา” โดย คุณแม่เฉลา มั่นคง และคุณพ่อจักรี มั่นคง เจ้าของเพจ “แม่อยากได้รูป 1 คอลเลคชั่น” พร้อมการสาธิตทำอาหารเพื่อสุขภาพในหัวข้อ “Real-รส-Healthy” โดย คุณศศิกานต์ ศรีสังข์ และ คุณเอกวัฒน์ พันธาสุ ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารพื้นถิ่นจาก “บ้านมหาวิบูลย์” รวมถึงกิจกรรม “เบิร์นไขมันด้วยซุมบ้า” โดย ดร.ประสรรค์ ตันติเสนาะ เพื่อสร้างความสนุกและส่งเสริมการออกกำลังกายในทุกช่วงวัย

ภายในงานยังมีบริการตรวจสุขภาพฟรีโดยคณาจารย์และนิสิตจากคณะสหเวชศาสตร์ เช่น การตรวจวัดมวลกระดูกด้วยเครื่องอัลตราซาวนด์ โดยสาขารังสีเทคนิค การสาธิตการใช้เครื่อง PMS (Peripheral Magnetic Stimulation) เพื่อกระตุ้นกล้ามเนื้อและลดอาการปวด โดยสาขากายภาพบำบัด การตรวจวัดสายตาและถ่ายภาพจอประสาทตา โดยสาขาทัศนมาตรศาสตร์ และการตรวจระดับไขมันในเลือดด้วยการเจาะเลือดปลายนิ้ว โดยสาขาเทคนิคการแพทย์และหน่วยกิจกรรมเพื่อสังคม

การจัดงานครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการส่งเสริม Work-Life Balance และการสร้างเสริมสุขภาวะของบุคลากรและประชาชนในชุมชน ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการพัฒนา “มหาวิทยาลัยสุขภาพดี” ที่ให้ความสำคัญทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสังคม โดยมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนสุขภาพอย่างยั่งยืน

คณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร แสดงให้เห็นถึงบทบาทเชิงรุกในการเผยแพร่ความรู้ การบริการวิชาการ และการส่งเสริมสุขภาพแก่ประชาชน ผ่านกิจกรรมที่สร้างสรรค์และเข้าถึงได้จริง อันเป็นการต่อยอดสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง

การจัดมหกรรม Healthy Pre-Aging ครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นกิจกรรมฉลองครบรอบของคณะและมหาวิทยาลัย แต่ยังเป็นเวทีแห่งการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านสุขภาพ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลตนเองตั้งแต่วันนี้ เพื่อการสูงวัยอย่างมีคุณภาพในอนาคต

ม.นเรศวร คำนึงความสำคัญของคนเดินเท้าและผู้ใช้ถนนในมหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยนเรศวรได้ดำเนินการติดตั้ง สัญญาณไฟจราจรสำหรับคนข้ามถนน บริเวณทางม้าลายหลายจุดภายในมหาวิทยาลัย เพื่อเพิ่มมาตรการความปลอดภัยในการสัญจร และสร้างสภาพแวดล้อมการเดินทางที่เหมาะสมสำหรับนิสิต บุคลากร และประชาชนทั่วไปที่เข้ามาใช้พื้นที่

การติดตั้งสัญญาณไฟจราจรดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อ ลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ และสร้างวินัยในการใช้ถนนร่วมกัน โดยเน้นให้ผู้ขับขี่รถทุกประเภทหยุดรถเมื่อถึงสัญญาณไฟแดงและมีผู้ต้องการข้ามถนน เพื่อสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยแก่ผู้สัญจรทางเท้า

สำหรับผู้ที่ต้องการข้ามถนน ได้มีการติดตั้งปุ่มกดเรียกสัญญาณไฟ เพื่อให้รถหยุดทั้งสองฝั่งก่อนที่จะเดินข้ามถนนอย่างปลอดภัย ซึ่งเป็นการปลูกฝังให้ทุกคน เคารพกฎจราจร และให้ความสำคัญกับชีวิตของผู้สัญจรทางเท้าเป็นอันดับแรก

มหาวิทยาลัยยังได้รณรงค์ให้นิสิต บุคลากร และผู้ที่ใช้ถนนภายในพื้นที่ ขับขี่ด้วยความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการใช้ความเร็วเกินกำหนด ปฏิบัติตามสัญญาณไฟอย่างเคร่งครัด และแสดงน้ำใจต่อผู้ใช้ถนนด้วยกัน เพื่อสร้างวัฒนธรรมการจราจรที่มีความปลอดภัยและเป็นมิตร

อีกหนึ่งมาตรการสำคัญคือการรณรงค์ให้ ผู้ขับขี่และผู้โดยสารรถจักรยานยนต์สวมหมวกนิรภัยทุกครั้ง เมื่อใช้ถนนภายในมหาวิทยาลัย การสวมหมวกนิรภัยไม่เพียงช่วยลดความรุนแรงของการบาดเจ็บเมื่อเกิดอุบัติเหตุ แต่ยังเป็นการสร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัยและความรับผิดชอบร่วมกัน

มาตรการด้านความปลอดภัยเหล่านี้สอดคล้องกับการพัฒนา เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน โดยการออกแบบพื้นที่ที่ให้ความสำคัญกับคนเดินเท้าและผู้ใช้ถนนทุกประเภท พร้อมทั้งลดความเสี่ยงจากพฤติกรรมการขับขี่ที่ไม่ปลอดภัย ซึ่งมีส่วนช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของทุกคนในมหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยนเรศวรส่งเสริมความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ผ่านการติดตั้งสัญญาณไฟจราจร การรณรงค์การขับขี่อย่างมีวินัย และการส่งเสริมการสวมหมวกนิรภัยอย่างต่อเนื่อง นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการสร้างสังคมการเดินทางที่ปลอดภัยและยั่งยืน

ภาพโดย: คณะสังคมศาสตร์​ มหา​วิทยาลัย​นเรศวร

ม.นเรศวร ติดตั้งกังหันพลังงานแสงอาทิตย์ บำบัดน้ำเสีย ลดใช้พลังงานไฟฟ้า

วันที่ 22 สิงหาคม 2567 มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับการพัฒนาที่ยั่งยืนโดยมุ่งเน้นการจัดการน้ำสะอาดและสุขาภิบาล ตามเป้าหมาย SDG 6 ขององค์การสหประชาชาติ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในพันธกิจสำคัญที่มหาวิทยาลัยมุ่งมั่นดำเนินการเพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนและปลอดภัย

โครงการเครื่องเติมอากาศกังหันตีน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar-Powered Aerator) เป็นหนึ่งในโครงการเด่นที่สะท้อนความมุ่งมั่นนี้ กองอาคารสถานที่ของมหาวิทยาลัยนเรศวรได้ติดตั้งเครื่องเติมอากาศที่ใช้พลังงานสะอาดจากแสงอาทิตย์ เพื่อเพิ่มออกซิเจนในน้ำ บำบัดน้ำเสีย และลดปัญหาน้ำเน่าเสียภายในพื้นที่มหาวิทยาลัย

เครื่องเติมอากาศพลังงานแสงอาทิตย์ใช้แทนมอเตอร์ AC 2 แรงม้า ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดวัน ช่วยลดต้นทุนพลังงานได้อย่างชัดเจน หากเปรียบเทียบกับการใช้มอเตอร์ AC วันละ 5-7 ชั่วโมง เครื่องเติมอากาศพลังงานแสงอาทิตย์สามารถช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าได้ประมาณ 9,000 – 12,000 บาทต่อปีต่อเครื่อง

ปัจจุบันมีการติดตั้งเครื่องเติมอากาศทั้งหมด 16 เครื่อง ครอบคลุมพื้นที่น้ำสำคัญ ได้แก่ สระสองกษัตริย์ สระบรมดิลก สระเอกกษัตริย์ สระมณีรัตนา และสระน้ำประตู 6 ซึ่งช่วยปรับปรุงคุณภาพน้ำและสร้างระบบนิเวศน้ำที่สมดุลภายในมหาวิทยาลัย

โครงการนี้ไม่เพียงช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน แต่ยังเสริมสร้างความตระหนักถึงการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน แสดงให้เห็นถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสีเขียวในภาคการศึกษา และเป็นตัวอย่างที่ดีของการพัฒนาสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการเรียนการสอน

มหาวิทยาลัยนเรศวรยังมุ่งเน้นการสร้างความรู้ความเข้าใจให้บุคลากรและนิสิตเห็นคุณค่าของการอนุรักษ์น้ำและพลังงาน พร้อมสนับสนุนให้เกิดการมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่สร้างเสริมความยั่งยืน ทั้งในด้านการจัดการน้ำสะอาด การประหยัดพลังงาน และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

การดำเนินโครงการเครื่องเติมอากาศพลังงานแสงอาทิตย์เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของมหาวิทยาลัยในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน และแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการขับเคลื่อนสังคมสู่ความยั่งยืนและความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องในอนาคต

ตรวจสุขภาพตามความเสี่ยง เสริมสร้างคุณภาพชีวิตและป้องกันโรคในที่ทำงาน

ในแง่ของการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs 3) ซึ่งมุ่งเน้นการส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีแก่ทุกคนในทุกช่วงวัย มหาวิทยาลัยนเรศวรได้ดำเนินโครงการและกิจกรรมที่มีความสำคัญอย่างยิ่งเพื่อเสริมสร้างสุขภาพของบุคลากรและประชาชนในพื้นที่ ซึ่งหนึ่งในโครงการที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการส่งเสริมสุขภาพของบุคลากรคือ โครงการตรวจสุขภาพตามความเสี่ยงจากการทำงาน กิจกรรมที่ 2 ซึ่งจัดขึ้นโดย คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ แพทย์หญิงพิริยา นฤขัตรพิชัย คณบดีคณะแพทยศาสตร์และรักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นประธานเปิดโครงการ

วัตถุประสงค์ของโครงการ: การป้องกันโรคจากการทำงาน โครงการนี้มีจุดประสงค์หลักในการให้ความรู้และส่งเสริมการป้องกันโรคที่เกิดจากการทำงาน โดยเฉพาะโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบกล้ามเนื้อและกระดูก (ออฟฟิศซินโดรม) ซึ่งเป็นปัญหาหลักที่เกิดจากการทำงานที่มีลักษณะซ้ำซากหรือท่าทางที่ไม่เหมาะสมในการทำงาน เช่น การนั่งทำงานในท่าทางที่ผิดปกติ การยกของหนัก หรือการทำงานในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม การให้คำแนะนำในการออกกำลังกายและการเสริมสมรรถภาพทางกายจึงมีความสำคัญในการลดความเสี่ยงจากโรคเหล่านี้

โครงการนี้มุ่งเน้นการให้ความรู้กับบุคลากรในหน่วยงานที่มีความเสี่ยงจากปัญหาด้านการยศาสตร์ และการให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการป้องกันและการเสริมสร้างสมรรถภาพทางกาย เพื่อช่วยให้บุคลากรสามารถป้องกันและลดความเสี่ยงในการเกิดโรคที่มีผลต่อคุณภาพชีวิต

การตรวจสุขภาพและประเมินสมรรถภาพทางกาย โครงการตรวจสุขภาพตามความเสี่ยงจากการทำงานนี้มีการจัดกิจกรรม การตรวจสมรรถภาพทางกาย ซึ่งช่วยให้บุคลากรทราบข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพและการทำงานของร่างกายที่สัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมการทำงานของตนเอง โดยผ่านการประเมินสภาพทางกายและการแนะนำวิธีการดูแลสุขภาพที่เหมาะสม เพื่อช่วยลดอาการเจ็บป่วยจากการทำงานที่ยืดเยื้อและป้องกันปัญหาสุขภาพในอนาคต เช่น ปัญหาจากท่าทางการนั่งทำงานที่ไม่เหมาะสม หรือการยกของหนัก

การตรวจสมรรถภาพทางกายจะช่วยให้บุคลากรทราบข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับสุขภาพของตนเอง และสามารถปรับพฤติกรรมการทำงานให้มีความปลอดภัยและเหมาะสมกับสภาพร่างกายของตนมากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้เรียนรู้วิธีการป้องกันอาการเจ็บป่วยจากการทำงานที่สามารถเกิดขึ้นได้ในระยะยาว

การอบรมและการสาธิต หนึ่งในกิจกรรมสำคัญของโครงการคือ การอบรมเกี่ยวกับอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งให้ความรู้ในการปฏิบัติตนอย่างถูกต้องในการทำงานเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เกิดจากการทำงาน ทั้งในด้านสุขภาพร่างกายและจิตใจ นอกจากนี้ยังมี การสาธิตการออกกำลังกายที่เหมาะสม เพื่อเสริมสร้างสุขภาพและป้องกันโรคทางกระดูกและกล้ามเนื้อ เช่น โรคปวดหลังหรือออฟฟิศซินโดรม ซึ่งจะช่วยให้บุคลากรสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้

การสนับสนุนตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โครงการนี้สอดคล้องกับ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะ SDG 3 “การมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี” ซึ่งมุ่งเน้นการส่งเสริมสุขภาพที่ดีในทุกกลุ่มประชากร การลดอัตราการเจ็บป่วยจากการทำงาน และการส่งเสริมความยั่งยืนในสังคมที่มีสุขภาพดีขึ้น การสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการป้องกันโรคที่เกิดจากการทำงานและการส่งเสริมความปลอดภัยในการทำงานมีส่วนช่วยในการสร้างสังคมที่มีสุขภาพดีขึ้นอย่างยั่งยืน

ผลกระทบทางสุขภาพและเศรษฐกิจ จากรายงานของ สำนักงานประกันสังคม ระหว่างปี 2562-2566 พบว่าโรคที่เกิดจากการทำงานในประเทศไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะโรคที่เกี่ยวข้องกับกระดูกและกล้ามเนื้อ เช่น โรคปวดหลังจากการยกของหนักหรือการนั่งทำงานในท่าทางที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งส่งผลกระทบทั้งในด้านสุขภาพของบุคลากรและผลผลิตทางเศรษฐกิจ ในกรณีนี้การลงทุนในการป้องกันโรคจากการทำงานถือเป็นการลดความเสี่ยงในการเจ็บป่วยที่สามารถป้องกันได้ และยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลในอนาคต

การสร้างสังคมสุขภาพดีและยั่งยืน การดำเนินโครงการนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคในที่ทำงาน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการสร้างสังคมที่มีสุขภาพดีและยั่งยืน โดยโครงการนี้มีเป้าหมายในการยกระดับคุณภาพชีวิตของบุคลากร และลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลในอนาคต นอกจากนี้ยังเป็นตัวอย่างที่ดีของความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยและหน่วยงานต่าง ๆ ในการสร้างสังคมที่มีสุขภาพดีในระยะยาว

มหาวิทยาลัยนเรศวรจึงขอเชิญชวนบุคลากรทุกท่านเข้าร่วมกิจกรรมนี้เพื่อเสริมสร้างสุขภาพที่ดีในทุกช่วงวัย และร่วมกันพัฒนาสังคมที่มีสุขภาพดีและยั่งยืนไปพร้อมกัน

หากท่านสนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ ห้องประชุมเอกาทศรถ 9 อาคารสิรินธร โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากหน่วยอาชีวอนามัยและส่งเสริมสุขภาพนิสิตที่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร.

ที่มา: คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร ร่วมสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ใส่ใจสุขภาพ

วันอังคารที่ 6 สิงหาคม 2567 สาขาวิชาอนามัยสิ่งแวดล้อม คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร นำโดย ดร.กนกทิพย์ จักษุ ผู้รับผิดชอบโครงการฯ ร่วมกับคณาจารย์และนิสิตชั้นปีที่ 4 ได้ดำเนินโครงการบริการวิชาการตรวจติดตามคุณภาพสิ่งแวดล้อม ณ โรงเรียนอนุบาลและประถมสาธิตมหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก

โครงการดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของพันธกิจด้านบริการวิชาการของมหาวิทยาลัย และยังเป็นความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษาและหน่วยงานท้องถิ่น โดยมีเป้าหมายหลักในการยกระดับคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาลในสถานศึกษา เพื่อส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของนักเรียนและบุคลากรในโรงเรียน

กิจกรรมสำคัญที่ดำเนินการ ได้แก่ การตรวจสุขาภิบาลทั่วไปภายในโรงเรียน การประเมินสุขาภิบาลอาหารและน้ำดื่มน้ำใช้ การตรวจสอบสุขาภิบาลห้องส้วม ตลอดจนการจัดการขยะและการควบคุมสัตว์นำโรค กิจกรรมเหล่านี้เป็นพื้นฐานสำคัญที่ช่วยให้โรงเรียนมีข้อมูลที่เป็นระบบเพื่อนำไปใช้ในการปรับปรุงและจัดการสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสมกับการเรียนรู้ของนักเรียน

ผลลัพธ์ที่ได้รับไม่เพียงแต่เป็นข้อมูลเชิงวิชาการที่สามารถนำไปใช้ปรับปรุงสิ่งแวดล้อมโรงเรียนเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างความตระหนักรู้แก่คณะครู นักเรียน และผู้ปกครอง ในการร่วมกันรักษาสุขาภิบาลและสิ่งแวดล้อมให้ปลอดภัยและยั่งยืน เพื่อเป็นการป้องกันโรคและเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนในระยะยาว

การดำเนินโครงการนี้สอดคล้องกับ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG3: Good Health and Well-being) ที่มุ่งเน้นการสร้างสุขภาพที่ดีและคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนแก่ทุกคน โดยมหาวิทยาลัยนเรศวรได้ตอกย้ำบทบาทของตนในการขับเคลื่อนองค์ความรู้สู่ชุมชน และพัฒนาสังคมไทยไปสู่ความยั่งยืนอย่างแท้จริง

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin