ม.นเรศวร ร่วมจัดการปัญหาขยะล้นเมือง ร่วมใจคัดแยกขยะก่อนทิ้ง เพื่อลดปริมาณอย่างยั่งยืน 

วันอาทิตย์ที่ 25 สิงหาคม 2567 เวลา 07.00 น. นายรุ่งรัตน์ พระนาค ผู้อำนวยการกองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร ลงพื้นที่สำรวจปริมาณขยะและสร้างขวัญกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านการจัดเก็บขยะ พร้อมทั้งประชุมหารือแนวทางในการจัดการปัญหาขยะที่จะเกิดขึ้นในอนาคต จากสถานการณ์ขยะล้นเมืองในจังหวัดพิษณุโลก อันเนื่องมาจากบ่อขยะเอกชนหมดสัญญาและต้องปิดตัวลง ส่งผลให้ไม่สามารถจัดเก็บขยะได้ต่อเนื่องเป็นเวลาร่วม 1 สัปดาห์

มาตรการสำคัญที่ถูกนำมาใช้ทันที คือการประกาศห้ามนำขยะจากภายนอกเข้ามาทิ้งภายในพื้นที่มหาวิทยาลัย หากฝ่าฝืนจะมีโทษปรับเป็นจำนวนเงิน 2,000 บาท โดยเป็นการควบคุมและลดภาระปัญหาขยะสะสมภายในมหาวิทยาลัย พร้อมกำหนดแนวทางการจัดการปัญหาขยะที่เน้นทั้งมาตรการควบคุมและการมีส่วนร่วมของทุกคนในชุมชนมหาวิทยาลัย

แนวทางการจัดการขยะถูกกำหนดให้เริ่มจากการ คัดแยกขยะเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่ ขยะอินทรีย์ ขยะทั่วไป และขยะรีไซเคิล โดยขยะอินทรีย์ เช่น เศษอาหาร เศษผัก เศษเนื้อสัตว์ เปลือกผลไม้ และใบไม้ จะต้องถูกแยกอย่างเป็นระบบ ขยะทั่วไป เช่น ถุงพลาสติก ซองขนม และบรรจุภัณฑ์อาหาร จะถูกจัดเก็บในถังเฉพาะ ส่วนขยะรีไซเคิล ได้แก่ กระดาษ ขวด แก้ว และกระป๋อง จะถูกแยกเก็บเพื่อนำกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล

เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการ ขยะอินทรีย์ได้รับการกำหนดช่วงเวลาการจัดเก็บอย่างชัดเจน คือวันละ 2 รอบ ระหว่างวันจันทร์ถึงวันศุกร์ รอบเช้าเวลา 08.00 น. และรอบบ่ายเวลา 15.00 น. มาตรการดังกล่าวช่วยควบคุมกลิ่น ลดการสะสมของแมลงและสัตว์พาหะ รวมถึงป้องกันปัญหาด้านสุขอนามัยภายในมหาวิทยาลัย

การดำเนินงานในครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ยังเป็นการสร้างระบบจัดการขยะที่มีความยั่งยืน โดยส่งเสริมให้บุคลากรและนิสิตมีส่วนร่วมในการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง เป็นการสร้างความตระหนักรู้และความรับผิดชอบร่วมกันในสังคมมหาวิทยาลัย

มาตรการคัดแยกและจัดการขยะในครั้งนี้ยังเชื่อมโยงกับการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า เนื่องจากขยะรีไซเคิลที่ถูกคัดแยกจะสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ ลดปริมาณของเสีย และลดภาระการกำจัด ขณะเดียวกันขยะอินทรีย์ก็สามารถนำไปใช้ต่อยอด เช่น การผลิตปุ๋ยอินทรีย์สำหรับดูแลต้นไม้และพื้นที่สีเขียวในมหาวิทยาลัย

โครงการดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการ ร่วมจัดการปัญหาขยะ อย่างเป็นระบบและยั่งยืน โดยอาศัยความร่วมมือของบุคลากรและนิสิตทุกคน เพื่อสร้างมหาวิทยาลัยที่สะอาด เป็นระเบียบ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อันเป็นก้าวสำคัญของการขับเคลื่อนสู่สังคมที่มีการบริโภคและการจัดการทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ

ม.นเรศวร จัดบรรยายพิเศษ “ปลูกจิตสำนึกรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มุ่งต่อต้านการทุจริต”

วันพฤหัสบดีที่ 29 สิงหาคม 2567 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้รับเกียรติจาก นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ มาเป็นวิทยากรบรรยายพิเศษในหัวข้อ “ปลูกจิตสำนึกรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มุ่งต่อต้านการทุจริต” ซึ่งเป็นกิจกรรมที่บูรณาการอยู่ในรายวิชากฎหมายพื้นฐานเพื่อคุณภาพชีวิต โดยมีนิสิตเข้าร่วมรับฟังการบรรยายกว่า 373 คน ณ ห้องปราบไตรจักร 43 อาคารเรียนปราบไตรจักร 1

การบรรยายครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญเพื่อสร้างความเข้าใจและตระหนักรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการปลูกฝังแนวคิดด้านคุณธรรมและความโปร่งใสในสังคม ถือเป็นการเสริมสร้างความรู้และคุณค่าที่จำเป็นต่อการพัฒนานิสิตให้มีความรับผิดชอบต่อส่วนรวม

นอกจากการบรรยายในเชิงทฤษฎีแล้ว วิทยากรยังได้ยกตัวอย่างเหตุการณ์จริงในสังคมที่เชื่อมโยงการทำลายสิ่งแวดล้อมกับปัญหาการทุจริต เพื่อให้นิสิตเห็นถึงความสัมพันธ์ของทั้งสองประเด็น ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการทุจริตไม่เพียงแต่กระทบต่อเศรษฐกิจและการเมือง แต่ยังทำลายระบบนิเวศและความยั่งยืนของสังคมด้วย

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ยังมุ่งเน้นไปที่การสร้างนิสิตให้เป็นพลเมืองที่ดี มีความกล้าหาญในการยืนหยัดต่อสู้กับการทุจริต และมีจิตสำนึกในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมรอบตัว ถือเป็นการผสานการเรียนรู้ด้านกฎหมายเข้ากับการใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างสมบูรณ์

มหาวิทยาลัยนเรศวรได้เล็งเห็นความสำคัญของการสร้างสังคมที่เข้มแข็งและโปร่งใส โดยการส่งเสริมการปลูกจิตสำนึกรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมควบคู่กับการต่อต้านการทุจริต เป็นแนวทางในการพัฒนาคุณภาพของนิสิตและสังคมไปพร้อมกัน

นอกจากนี้ การเรียนรู้ในลักษณะนี้ยังถือเป็นการส่งเสริมการศึกษาที่เชื่อมโยงกับการพัฒนาที่ยั่งยืน สร้างพื้นฐานความรู้ที่นิสิตสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในวิชาชีพ และเป็นแรงผลักดันให้นิสิตมีส่วนร่วมในการสร้างสังคมที่มีคุณภาพทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและความยุติธรรม

กิจกรรมครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่มหาวิทยาลัยนเรศวรได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการส่งเสริมการปลูกจิตสำนึกรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งปลูกฝังคุณค่าของความซื่อสัตย์สุจริตให้แก่เยาวชน เพื่อร่วมกันสร้างสังคมที่โปร่งใสและเป็นธรรมอย่างยั่งยืน

ม.นเรศวร เสริมสร้างความรู้ทางการเงินแก่บุคลากรคณะวิทยาศาสตร์

วันพุธที่ 28 สิงหาคม 2567 คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัดกิจกรรมอบรมในหัวข้อ “การให้ความรู้ด้านการเงิน การออม และการลงทุน” เพื่อเสริมสร้างทักษะทางการเงินที่จำเป็นแก่บุคลากรในคณะ โดยกิจกรรมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สัมพันธ์ เนตยานันท์ อาจารย์ประจำภาควิชาบริหารธุรกิจ คณะบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์และการสื่อสาร มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นวิทยากรผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้

การจัดอบรมดังกล่าวเริ่มต้นด้วยการกล่าวต้อนรับและเปิดกิจกรรมโดย ศาสตราจารย์ ดร.เมธา รัตนากรพิทักษ์ รองคณบดีฝ่ายบริหาร คณะวิทยาศาสตร์ ซึ่งได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีความรู้และทักษะด้านการเงินในชีวิตประจำวันและการทำงาน เพื่อให้บุคลากรสามารถนำไปใช้วางแผนทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กิจกรรมอบรมมุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจในด้านการออมและการลงทุน ตลอดจนการจัดการทางการเงินอย่างเป็นระบบ ซึ่งถือเป็นทักษะสำคัญในการลดความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ และการสร้างความมั่นคงในระยะยาว อันสอดคล้องกับ SDG1 ขจัดความยากจน ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาสและการลดความเปราะบางทางการเงินของประชาชน

นอกจากนี้การอบรมยังช่วยยกระดับศักยภาพของบุคลากรในด้านการจัดการทรัพยากรส่วนบุคคล ทำให้สามารถใช้ความรู้ที่ได้รับไปพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเองและครอบครัวได้อย่างยั่งยืน อีกทั้งยังสร้างความตระหนักถึงการลงทุนอย่างมีความรับผิดชอบและมีเป้าหมายที่ชัดเจน

คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร มุ่งหวังว่าการอบรมครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อบุคลากรทุกคนในการปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม รวมทั้งช่วยลดปัญหาความเหลื่อมล้ำที่เกิดจากการขาดโอกาสเข้าถึงองค์ความรู้ด้านการเงิน ซึ่งสอดคล้องกับการพัฒนาที่ยั่งยืนในภาพรวม

การส่งเสริมให้บุคลากรมีความรู้ด้านการเงินไม่เพียงแต่ช่วยสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจแก่บุคคลเท่านั้น แต่ยังเป็นการลงทุนทางสังคมที่สำคัญ ซึ่งจะส่งผลต่อการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพของหน่วยงานและมหาวิทยาลัยในอนาคต

ในอนาคต คณะวิทยาศาสตร์ยังคงมุ่งมั่นที่จะจัดกิจกรรมอบรมและพัฒนาความรู้ในหลากหลายด้านอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรให้พร้อมรับมือกับความท้าทายในยุคปัจจุบัน และร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนทั้งในระดับมหาวิทยาลัยและสังคมโดยรวม

วิศวะ ม.นเรศวร ฉลอง 30 ปี ต่อยอดนวัตกรรม สร้างงานสร้างอาชีพ

วันอังคารที่ 20 สิงหาคม 2567 คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัดงานครบรอบ 30 ปี วันสถาปนา โดยมีรองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดี เป็นประธานเปิดงาน และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กำพล ทรัพย์สมบูรณ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ กล่าวรายงาน งานนี้มุ่งเผยแพร่ผลงานนวัตกรรมของนิสิตและงานวิจัยที่โดดเด่นของคณาจารย์ พร้อมทั้งการบริการวิชาการด้านวิศวกรรม เพื่อยกระดับการศึกษาและการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน

ภายในงานมีการจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมการเรียนรู้และทักษะวิชาชีพ อาทิ การแข่งขัน E-Sport การประกวด Cosplay และการจัด Cover dancing ซึ่งนอกจากจะสร้างความบันเทิงแล้ว ยังเปิดพื้นที่ให้เยาวชนได้แสดงความสามารถและพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยีและความคิดสร้างสรรค์ที่สอดคล้องกับตลาดแรงงานยุคใหม่

การบรรยายและเสวนาที่จัดขึ้น เช่น “การเตรียมความพร้อมสู่อุตสาหกรรม E-Sport แบบมืออาชีพ” และ “การเตรียมความพร้อม และทักษะสำหรับการประกอบอาชีพทางวิศวกรรม” ถือเป็นการให้ความรู้แก่เยาวชนและประชาชนที่สนใจ ช่วยสร้างแนวทางในการพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานจริงในอนาคต อันเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างงานสร้างอาชีพอย่างมั่นคง

นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการ Earth Gallery & Gearlaxy Space รวมถึงการออกบูธแสดงผลงานจากสาขาวิชา ชมรม และสโมสรนิสิต ที่สะท้อนถึงศักยภาพและความก้าวหน้าทางด้านวิศวกรรมและนวัตกรรม ต่อยอดไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมที่ขับเคลื่อนด้วยความรู้และทักษะที่ทันสมัย

กิจกรรมเหล่านี้ไม่เพียงแต่เปิดโอกาสให้เยาวชนได้พัฒนาความรู้และทักษะใหม่ ๆ แต่ยังส่งเสริมให้บุคลากร นิสิต และศิษย์เก่ามีส่วนร่วมในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็ง เพื่อเป็นพลังร่วมกันในการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง

การจัดงานครบรอบครั้งนี้ยังเป็นการตอกย้ำความสำคัญของการพัฒนาทุนมนุษย์ สร้างแรงบันดาลใจให้กับนิสิตในการต่อยอดความรู้และนวัตกรรมสู่การประกอบอาชีพที่มั่นคง ตอบสนองต่อความต้องการของตลาดแรงงาน และเพิ่มโอกาสในการสร้างงานสร้างอาชีพในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ

สุดท้าย งานครบรอบ 30 ปี วันสถาปนาคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นเวทีสำคัญที่เชื่อมโยงระหว่างการศึกษา นวัตกรรม และสังคม ทำให้เกิดการบูรณาการความรู้กับการสร้างสรรค์เศรษฐกิจใหม่ที่ยั่งยืน และเป็นแรงขับเคลื่อนในการสร้างอนาคตที่มั่นคงให้กับเยาวชนและสังคมไทย

อพ.สธ.-ม.นเรศวร ให้คำปรึกษาการดำเนินงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย จ.นครสวรรค์

วันศุกร์ที่ 30 สิงหาคม 2567 ศูนย์ประสานงาน อพ.สธ.-มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้ต้อนรับคณะผู้บริหารและบุคลากรทางการศึกษาจากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย (จิรประวัติ) จังหวัดนครสวรรค์ จำนวน 14 คน ที่เดินทางมาเพื่อขอรับคำปรึกษาและแนวทางการดำเนินงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน ณ กองส่งเสริมการบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ในโอกาสนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ศิษฐ์ภัณฑ์ แคนลา รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการกองส่งเสริมการบริการวิชาการ ได้กล่าวต้อนรับคณะผู้มาเยือน พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการพัฒนาสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนในฐานะพื้นที่การเรียนรู้และการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช ที่สามารถสร้างประโยชน์ให้แก่นักเรียน ชุมชน และสังคมในระยะยาว

การประชุมให้คำปรึกษาครั้งนี้ได้รับเกียรติจากคณะที่ปรึกษาศูนย์ประสานงาน อพ.สธ.-มหาวิทยาลัยนเรศวร จำนวน 5 ท่าน ได้แก่ นางรัชนีนรินทร์ คลังเงินวรากร, นางสาวประนอม รัตนชัย, นางพันทิพา สิงหัษฐิต, นางศิริวัลย์ มะโต และนายเฉลิมพล ขยันกิจ โดยที่ประชุมได้ให้ข้อเสนอแนะเชิงวิชาการและแนวทางการปรับปรุงผลงานตามเกณฑ์มาตรฐานที่ อพ.สธ. กำหนด

โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย (จิรประวัติ) ได้นำเสนอผลการดำเนินงานตามแนวทาง 4 ด้าน 5 องค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับการจัดการสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน ซึ่งคณะที่ปรึกษาได้พิจารณาและให้ข้อชี้แนะเพื่อปรับปรุงคุณภาพการดำเนินงานให้ครบถ้วนและสอดคล้องกับเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อพัฒนาสู่มาตรฐานในระดับสูงขึ้นต่อไป

ความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในฐานะสถาบันวิชาการที่ไม่เพียงทำหน้าที่สนับสนุนการเรียนการสอน แต่ยังขยายบทบาทไปสู่การพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยการ ส่งเสริมการสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชและทรัพยากร ทั้งในระดับสถานศึกษาและชุมชน

กิจกรรมดังกล่าวยังช่วยสร้างความเชื่อมโยงระหว่างโรงเรียนและมหาวิทยาลัย ผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การพัฒนาทักษะ และการยกระดับศักยภาพด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างมีระบบ ถือเป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเฉพาะด้านความหลากหลายทางชีวภาพและการทำงานร่วมกันของภาคส่วนต่าง ๆ

นอกจากนี้ การดำเนินงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนยังมีบทบาทสำคัญในการปลูกฝังความตระหนักรู้ให้แก่นักเรียนในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เรียนรู้การใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า และเข้าใจความเชื่อมโยงระหว่างมนุษย์กับระบบนิเวศ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาสังคมที่มีความยั่งยืน

การให้คำปรึกษาของศูนย์ประสานงาน อพ.สธ.-มหาวิทยาลัยนเรศวร จึงนับเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยผลักดันโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย (จิรประวัติ) จังหวัดนครสวรรค์ ให้สามารถพัฒนาสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนอย่างมีคุณภาพ และเป็นต้นแบบของการบูรณาการการเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมกับการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

ม.นเรศวร ร่วมโครงการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ สร้างพื้นที่สีเขียวเพื่อความยั่งยืน

วันเสาร์ที่ 24 สิงหาคม 2567 รองศาสตราจารย์ ดร.สุขกิจ ยะโสธรศรีกุล คณบดีคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้เข้าร่วมพิธีเปิดโครงการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ พระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ครบ 92 พรรษา 12 สิงหาคม 2567 ภายใต้แนวคิด “TOGETHER WE GROWTH โตไปด้วยกัน จังหวัดพิษณุโลก”

กิจกรรมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24–25 สิงหาคม 2567 ณ โรงเรียนและวัดบ้านพร้าว อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก โดยมีหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนในจังหวัดพิษณุโลกเข้าร่วมกว่า 21 หน่วยงาน ซึ่งสะท้อนถึงพลังความร่วมมือจากหลายภาคส่วนในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและฟื้นฟูพื้นที่ป่าไม้

รองศาสตราจารย์ ดร.สุขกิจ พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ ได้ร่วมกันปลูกต้นไม้หลากหลายชนิดในพื้นที่เป้าหมาย เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ และสร้างความสมดุลให้กับระบบนิเวศ ถือเป็นการ ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ มีส่วนร่วมในการสร้างพื้นที่สีเขียว ที่ช่วยลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืน

โครงการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติครั้งนี้ยังเป็นเวทีแห่งการสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ป่าไม้ในระดับชุมชนและสังคม โดยมีการรณรงค์ให้ประชาชน นักเรียน และเยาวชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกด้านการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมตั้งแต่วัยเยาว์

นอกจากนี้ กิจกรรมยังแสดงให้เห็นถึงการบูรณาการความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย หน่วยงานท้องถิ่น องค์กรเอกชน และชุมชน ในการพัฒนาพื้นที่สีเขียวร่วมกัน ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดการพัฒนาที่เน้นความร่วมมือ (Partnership for Goals) อันเป็นรากฐานสำคัญของการขับเคลื่อนสังคมสู่ความยั่งยืน

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและพลังบวกของผู้เข้าร่วม ทุกคนมีเป้าหมายเดียวกันคือการสร้างป่าที่แข็งแรงและเป็นมรดกทางธรรมชาติให้กับคนรุ่นต่อไป การปลูกต้นไม้ในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียว แต่ยังช่วยสร้างความสมานฉันท์ระหว่างชุมชนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

โครงการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ “TOGETHER WE GROWTH โตไปด้วยกัน จังหวัดพิษณุโลก” จึงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงการมีส่วนร่วมอย่างจริงจังในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การสร้างพื้นที่สีเขียว และการเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือเพื่อพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน

ม.นเรศวร ต้อนรับคณะศึกษาดูงาน ส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมและการเรียนรู้ตลอดชีวิต

วันที่ 23 สิงหาคม 2567 กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร ให้การต้อนรับคณะศึกษาดูงานจากโรงเรียนสวรรค์อนันต์วิทยา จังหวัดสุโขทัย โดยมีคณะครูและนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 420 คนเข้าร่วมกิจกรรมเส้นทางการเรียนรู้ภายในมหาวิทยาลัย

นางนิพัทธ์ เกษาพร ผู้อำนวยการกองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม พร้อมด้วยบุคลากร ให้การต้อนรับและนำคณะศึกษาดูงานเข้าสักการะสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (องค์จำลอง) เพื่อส่งเสริมความรู้ด้านประวัติศาสตร์และสร้างความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมไทย

นักเรียนได้เข้าชมนิทรรศการแสงแห่งดิน “Light of Earth” ซึ่งเป็นงานสร้างสรรค์ลายเส้นจากปากกาตามจินตนาการของศิลปินอนุสรณ์ อ่อนละมูล โดยเน้นการเรียนรู้ผ่านการสัมผัสและสังเกตสภาพแวดล้อมรอบตัว เพื่อเสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์และทักษะการสังเกตอย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ คณะศึกษาดูงานยังเข้าชมนิทรรศการ Art Therapy ครั้งที่ 3 (เจริญ – สติ) ซึ่งนำเสนอความเชื่อ ความศรัทธา และหลักคำสอนในรูปแบบงานศิลปะสร้างสรรค์ เพื่อพัฒนาความเข้าใจด้านศิลปวัฒนธรรมและทักษะการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์

นักเรียนได้เยี่ยมชมนิทรรศการครบรอบ 34 ปี แห่งการสถาปนามหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งรวบรวมผลงานความภาคภูมิใจจากหน่วยงานคณะและวิทยาลัยต่าง ๆ ภายในมหาวิทยาลัย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและเสริมความรู้ด้านการจัดการศิลปวัฒนธรรม

กิจกรรมยังรวมถึงการเข้าชมเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายของกลุ่มชาติพันธุ์และฉลองพระองค์ในสมเด็จพระพันปีหลวง ณ ห้องนิทรรศการจิตรลดา พิพิธภัณฑ์ผ้า มหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจด้านวัฒนธรรม การปลูกฝังรสนิยมทางสุนทรียะ และการนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน

คณะศึกษาดูงานยังมีโอกาสเลือกชมสินค้าที่ระลึกและหัตถกรรมของศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์ NU Souvenir & Textile เพื่อส่งเสริมทักษะด้านการเรียนรู้ตลอดชีวิตและเปิดโอกาสให้นักเรียนสามารถนำข้อมูลและประสบการณ์ที่ได้รับไปต่อยอดในการสร้างสรรค์ผลงานใหม่ต่อไป

คณะสาธาฯ ม.นเรศวร ประกาศมาตรการฉุกเฉิน “ถึงเวลาลด งดสร้างขยะเพิ่ม” สร้างต้นแบบจัดการขยะอย่างยั่งยืน

คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ประกาศใช้มาตรการฉุกเฉินเพื่อลดปริมาณขยะภายในคณะ หลังจากเกิดวิกฤตการณ์จัดการขยะในจังหวัดพิษณุโลก โดยมุ่งเน้นให้บุคลากรและนิสิตทุกคนมีส่วนร่วมในการลดและคัดแยกขยะอย่างถูกวิธี ภายใต้แนวคิด “ถึงเวลาลด งดสร้างขยะเพิ่ม”

มาตรการดังกล่าวถือเป็นแนวทางเร่งด่วนเพื่อจัดการกับปัญหาสิ่งแวดล้อมและลดผลกระทบจากปริมาณขยะที่เพิ่มขึ้น โดยให้ทุกภาคส่วนในคณะร่วมกันปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้และการทิ้ง เพื่อลดขยะในแหล่งกำเนิด พร้อมทั้งส่งเสริมการคัดแยกขยะอย่างเป็นระบบก่อนนำไปกำจัด

ในส่วนของ การจัดการขยะเปียก คณะสาธารณสุขศาสตร์ได้กำหนดให้ทุกคนต้องทิ้งขยะเปียกลงในถังขยะที่มีฝาปิดเท่านั้น โดยมีการจัดเตรียมถังขยะเฉพาะไว้ในห้องพักรับประทานอาหารของอาคารทุกหลัง เพื่อควบคุมกลิ่นและป้องกันสัตว์พาหะนำโรค อีกทั้งยังสามารถนำขยะเปียกไปใช้ประโยชน์ต่อในรูปแบบการผลิตปุ๋ยหมักได้

สำหรับ ขวดน้ำและกล่องข้าว ได้มีการรณรงค์ให้นำภาชนะส่วนตัวมาใช้แทนการใช้พลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้ง และจัดให้มีพื้นที่รองรับสำหรับการบริจาคขวดน้ำและกล่องข้าวบริเวณชั้น 1 ของอาคารเรียน โดยมีเงื่อนไขไม่ใช้ถุงพลาสติกเพื่อส่งเสริมการลดขยะตั้งแต่ต้นทาง

การดำเนินการครั้งนี้ยังเน้นการสร้างความตระหนักรู้ให้บุคลากรและนิสิตได้เห็นความสำคัญของการมีส่วนร่วมในการรักษาสิ่งแวดล้อม ไม่เพียงแต่ช่วยลดภาระของระบบจัดการขยะ แต่ยังเป็นการสร้างจิตสำนึกด้านความรับผิดชอบร่วมกันในสังคม เพื่อขับเคลื่อนสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน

มาตรการฉุกเฉินดังกล่าวยังเชื่อมโยงกับเป้าหมายการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและการลดของเสีย โดยการปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การลดการใช้พลาสติก การใช้บรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้ และการคัดแยกขยะก่อนทิ้ง ถือเป็นแนวทางสำคัญในการสร้างระบบ Zero Waste to Landfill ที่มหาวิทยาลัยนเรศวรมุ่งผลักดัน

คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ย้ำว่าความร่วมมือจากทุกคนคือหัวใจสำคัญของความสำเร็จ การรณรงค์ “ถึงเวลาลด งดสร้างขยะเพิ่ม” จึงไม่เพียงเป็นมาตรการเชิงปฏิบัติ แต่ยังเป็นการสร้างต้นแบบพฤติกรรมด้านการจัดการขยะที่ยั่งยืน สามารถต่อยอดไปยังหน่วยงานอื่น ๆ และชุมชนในวงกว้าง

มาตรการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการมีบทบาทนำด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการจัดการขยะที่มีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน และเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการสร้างสังคมที่ใส่ใจต่อโลกและสิ่งแวดล้อมร่วมกัน

ม.นเรศวร จัดกิจกรรมแฟนพันธุ์แทร่ “ปลาไทย” ส่งเสริมเยาวชนอนุรักษ์ทรัพยากรทางน้ำอย่างยั่งยืน

วันจันทร์ที่ 19 สิงหาคม 2567 คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัดกิจกรรม การแข่งขันแฟนพันธุ์แทร่ “ปลาไทย” ภายในงาน Open House ประจำปี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นให้เยาวชนไทยตระหนักถึงความสำคัญของ ทรัพยากรสัตว์น้ำในประเทศ และร่วมกันอนุรักษ์พันธุ์ปลาไทยให้คงอยู่ในระบบนิเวศอย่างยั่งยืน กิจกรรมนี้จัดขึ้นโดย สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การประมง ซึ่งถือเป็นกิจกรรมเชิงอนุรักษ์ที่บูรณาการทั้งความรู้และจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมเข้าไว้ด้วยกัน

ในปีนี้มีผู้เข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 24 ทีม ทีมละ 3 คน จากโรงเรียนในหลายจังหวัด โดยมีการแข่งขันตอบคำถามเกี่ยวกับพันธุ์ปลาไทย ระบบนิเวศน้ำจืด และความรู้ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ ซึ่งช่วยให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้เกี่ยวกับความหลากหลายทางชีวภาพของแหล่งน้ำไทยอย่างลึกซึ้ง พร้อมทั้งปลูกฝังทัศนคติที่ดีต่อการรักษาความสมดุลของธรรมชาติ

ผลการแข่งขันในครั้งนี้ โรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี จังหวัดพิษณุโลก สามารถคว้ารางวัลได้หลายรายการ ได้แก่
รางวัลชนะเลิศ โรงเรียนเฉลิมสตรี ทีมที่ 2
รางวัลรองชนะเลิศ โรงเรียนเฉลิมสตรี ทีมที่ 6
และรางวัลชมเชย ได้แก่ ทีมที่ 1 ทีมที่ 3 ทีมที่ 4 ของโรงเรียนเดียวกัน รวมทั้งโรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งได้รับรางวัลชมเชยด้วยเช่นกัน แสดงถึงความรู้ ความสามารถ และความมุ่งมั่นของเยาวชนในการเรียนรู้เรื่องสิ่งแวดล้อมทางน้ำ

กิจกรรม แฟนพันธุ์แทร่ “ปลาไทย” ไม่เพียงเป็นเวทีแห่งความรู้ แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถานศึกษา เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้เรื่อง การอนุรักษ์พันธุ์ปลาไทยและระบบนิเวศน้ำจืด ผ่านการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างนักเรียนและอาจารย์ที่ปรึกษา ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนด้านทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

นอกจากนี้ กิจกรรมยังมีส่วนสำคัญในการสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนเห็นคุณค่าของ ความหลากหลายทางชีวภาพทางน้ำ และเข้าใจถึงบทบาทของตนเองในการปกป้องสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่การลดการใช้ทรัพยากรเกินจำเป็น การป้องกันมลพิษทางน้ำ ไปจนถึงการสนับสนุนโครงการอนุรักษ์ในชุมชน ซึ่งเป็นแนวทางที่ช่วยรักษาสมดุลของระบบนิเวศน้ำให้คงอยู่ต่อไป

โครงการนี้ยังสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาเชิงอนุรักษ์ของมหาวิทยาลัยนเรศวร ที่มุ่งเน้นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ควบคู่กับการรักษาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะด้านการประมงและการจัดการทรัพยากรน้ำ ซึ่งมีความสำคัญต่อความมั่นคงทางอาหารของประเทศ การปลูกฝังเยาวชนให้เข้าใจเรื่องนี้ตั้งแต่ระดับโรงเรียนจึงเป็นการลงทุนทางสังคมที่มีคุณค่าในระยะยาว

กิจกรรมการแข่งขันครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่แสดงถึงความตั้งใจของมหาวิทยาลัยในการ ส่งเสริมแนวคิดอนุรักษ์พันธุ์ปลาไทย และการอนุรักษ์ระบบนิเวศน้ำให้คงอยู่อย่างยั่งยืน เพื่อให้ทรัพยากรสัตว์น้ำไทยเป็นมรดกทางธรรมชาติที่คนรุ่นหลังสามารถเรียนรู้และใช้ประโยชน์ได้อย่างสมดุลต่อไป

ม.นเรศวร จับมือธนาคารออมสิน จัดโครงการออมสินยุวพัฒน์รักษ์ถิ่น 2024 ส่งเสริมอาชีพและยกระดับภูมิปัญญาท้องถิ่น

วันศุกร์ที่ 23 สิงหาคม 2567 อุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร (SEED) ร่วมกับธนาคารออมสิน จัดกิจกรรม “การนำเสนอผลสัมฤทธิ์โครงการออมสินยุวพัฒน์รักษ์ถิ่น ประจำปี 2567” ณ อาคารภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยได้รับเกียรติจากผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมลักษณ์ วรรณฤมล กีเยลาโรว่า ผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นประธานกล่าวเปิดกิจกรรม พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร บุคลากร และตัวแทนจากธนาคารออมสินเข้าร่วม

กิจกรรมครั้งนี้เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้นิสิตได้นำเสนอผลงานที่ร่วมพัฒนากับชุมชน โดยนำนวัตกรรมและองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยไปประยุกต์ใช้กับ ภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ตลาด และช่วย ส่งเสริมอาชีพ ให้กับคนในชุมชน ถือเป็นการบูรณาการการเรียนรู้และการพัฒนาสังคมอย่างเป็นรูปธรรม

การประกวดผลงานได้รับการสนับสนุนจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากธนาคารออมสิน ได้แก่ นางจันทร์แรม รุ่งวัฒนา ผู้จัดการธนาคารออมสินสาขาบิ๊กซี พิษณุโลก นายดำหลิ ตันเยี่ยน ผู้ช่วยผู้อำนวยการธนาคารออมสินภาค 7 หน่วยพัฒนาสังคมและชุมชน นายเตธินภัทร์ แหยมคง พนักงานสนับสนุนธุรกิจ 7 และนางสาวจรรยพร อนันตพรรค ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจผู้ประกอบการรายย่อยและองค์กรชุมชน โดยทุกท่านได้ให้คำแนะนำเชิงลึกแก่ทีมที่เข้าร่วมการแข่งขัน

โครงการนี้สะท้อนถึงการสร้างความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับภาคธุรกิจ ในการผลักดันเศรษฐกิจฐานราก โดยใช้พลังของคนรุ่นใหม่อย่างนิสิต Gen Z ผสมผสานกับภูมิปัญญาท้องถิ่น สร้างสรรค์แนวทางใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์สังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน

ผลการประกวด รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีมเสลารักษ์ จักสานหวาย กลุ่มพัฒนาสตรีตำบลย่านยาว (คณะสังคมศาสตร์) รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีม Ranger Organic กลุ่มกล้วยกรอบแก้วบ้านใหม่ดินทอง (คณะเกษตรศาสตร์ฯ) รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ทีม SD ยุวทัฒน์, @NU Season 2 กลุ่มวิสาหกิจชุมชนซากุระญี่ปุ่น (คณะสังคมศาสตร์)

รางวัลชมเชยจำนวน 2 ทีม ได้แก่ ทีมผ้าทอชาววัง วิสาหกิจชุมชนผ้าทอชาววัง (คณะวิศวกรรมศาสตร์ ร่วมกับคณะบริหารธุรกิจฯ) และทีม PolSci, the Next Gen กลุ่มโฮมสเตย์และท่องเที่ยวบ่อโพธิ์ (คณะสังคมศาสตร์) ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นตัวอย่างของการพัฒนาที่เชื่อมโยงภูมิปัญญาท้องถิ่นกับการบริหารจัดการสมัยใหม่

การดำเนินโครงการออมสินยุวพัฒน์รักษ์ถิ่น เป็นการปูรากฐานการทำงานเชิงบูรณาการระหว่างภาคการศึกษา ชุมชน และองค์กรภาคธุรกิจ ทำให้เกิดทั้งการพัฒนาทักษะของนิสิต การสร้างนวัตกรรมเพื่อสังคม และการเสริมความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจของชุมชน

ท้ายที่สุด โครงการนี้ไม่เพียงสร้างประโยชน์เชิงเศรษฐกิจและการ ส่งเสริมอาชีพ ให้กับชุมชน แต่ยังแสดงให้เห็นถึงพลังของ ความร่วมมือ ระหว่างหลายภาคส่วน ที่สามารถผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนในระดับท้องถิ่นและประเทศ ตอกย้ำบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการเป็นแรงขับเคลื่อนสังคมและเศรษฐกิจไทยสู่อนาคตที่มั่นคง

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin